อุทยานแห่งชาติ Death Valley ในมลรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ ซึ่งอุณหภูมิสูงสุดที่เคยมีการบันทึกเอาไว้ก็คือ 56.7 องศาเซลเซียส แต่ร้อนขนาดนี้ ก็ยังมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยมชมเป็นจำนวนมาก
เมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกได้ประกาศให้อุทยานแห่งชาติ Death Valley ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เป็นสถานที่ที่ร้อนที่สุดในโลก ด้วยอุณหภูมิที่เคยมีการบันทึกเอาไว้ เมื่อปีพ.ศ. 2456 (ค.ศ. 1913) ที่ 56.7 องศาเซลเซียส ซึ่งคำประกาศดังกล่าว ทำให้ต้องมีการบันทึกข้อมูลของสถานที่ที่ร้อนที่สุดในโลกใหม่อีกครั้ง เนื่องจากก่อนหน้านี้ เมืองเอล อะซิเซีย ในลิเบียได้รับการบันทึกสถิติว่า เป็นสถานที่ที่มีอากาศร้อนที่สุดในโลก ด้วยอุณหภูมิ 57.8 องศาเซลเซียส แต่การบันทึกดังกล่าว เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เครื่องมือบันทึกอุณหภูมิยังไม่ได้มาตรฐาน ทำให้เกิดข้อกังขา และมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ จนกระทั่งมีการประกาศให้ อุทยานแห่งชาติ Death Valley เป็นสถานที่ที่ร้อนที่สุดในโลกในเวลาต่อมา
อุทยานแห่งชาติ Death Valley นอกจากจะขึ้นชื่อว่าเป็นที่ที่ร้อนที่สุดในโลกแล้ว ยังถูกจัดอันดับให้เป็นที่ที่แห้งแล้งที่สุด และอยู่ต่ำที่สุดในทวีปอเมริกาเหนืออีกด้วย โดยอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 86 เมตร ในอดีตสถานที่แห่งนี้ เคยเป็นเหมืองแร่บอแรกซ์ แต่หลังจากอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในพื้นที่แห่งนี้ซบเซาลง ก็ได้มีความพยายามเรียกร้องให้มีการขึ้นทะเบียนเขต Death Valley ให้เป็นอุทยานแห่งชาติและ คำเรียกร้องดังกล่าว ก็ได้รับการรับรองในที่สุด
สำหรับการเดินทางมาท่องเที่ยวที่สถานที่แห่งนี้ ได้รับคำแนะนำว่า ควรมาในฤดูหนาว หรือช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ เพราะอากาศจะไม่ร้อนมากนัก อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 15-25 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงกลางคืน อุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 5-10 องศาเซลเซียส แตกต่างจากในช่วงฤดูร้อน ที่อุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ที่ 49 องศาเซลเซียส ซึ่งกิจกรรมยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ก็คงหนีไม่พ้น การเดินสำรวจเส้นทางตามธรรมชาติ ที่เหมาะจะทำในหน้าหนาวเป็นอย่างยิ่ง แต่ถ้าเป็นหน้าร้อน ก็ควรเลือกการปั่นจักรยาน หรือเช่ารถขับแทนจะดีกว่า ซึ่งข้อแนะนำหลักๆก็คือการพกน้ำดื่มติดตัวเอาไว้ตลอดเวลา และต้องมีเพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตอยู่ในหุบเขาแห่งนี้ต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง
ซึ่งสภาพภูมิประเทศของอุทยานแห่งชาติ Death Valley นั้น เรียกได้ว่าสวยงามแปลกตาม และหาชมได้ยาก เพราะมีลักษณะเป็นหุบเขาสลับกับเนินหิน ทะเลทราย และเนินทรายอันสูงชัน แต่ภายใต้ความสวยงามเหล่านี้ กลับมีอันตรายซ่อนอยู่มากมาย ทั้งสัตว์มีพิษจำพวกงู แมงมุม และแมงป่อง ดังนั้น ระหว่างการเดินสำรวจธรรมชาติ ไม่ควรเอามือหรือเท้าไปสัมผัสในที่ที่ตาเปล่าเห็นไม่ชัด ขณะเดียวกัน สัญญาณโทรศัพท์ก็ไม่ครอบคลุมพื้นที่แห่งนี้ ดังนั้น อย่าหวังพึ่งโทรศัพท์มือถือในยามฉุกเฉิน
ส่วนผู้ที่ขับรถยนต์เที่ยวชม ก็ควรมั่นใจว่า น้ำมันมีเพียงพอสำหรับไป-กลับ และอย่าอ้างอิงจากอุปกรณ์นำทางอย่าง GPS แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ให้ดูแผนที่ของอุทยานแห่งชาติเป็นหลัก และนักท่องเที่ยวควรปฏิบัติตามคำเตือนเหล่านี้อย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายระหว่างการท่องเที่ยว เนื่องจากในแต่ละปี มีรายงานนักท่องเที่ยวเสียชีวิตจากการเดินสำรวจเส้นทางธรรมชาติที่สถานที่แห่งนี้ เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากร่างกายขาดน้ำนั่นเองค่ะ
ที่มา http://variety.thaiza.com/Death-Valley-สถานที่ที่ร้อนที่สุดในโลก/267531/
ที่มา http://variety.thaiza.com/Death-Valley-สถานที่ที่ร้อนที่สุดในโลก/267531/
ความคิดเห็น