Milieu (สภาพแวดล้อมทางสังคมของผม)

ตอนที่ 10 : ตอนที่ ๑๐: จักรพรรดิ (ภาคโลกีย์สมัยใหม่)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 0
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 พ.ค. 62

อาเธอร์เริ่มสู้กับซีนอน มันเป็นการแข่งที่ขาดความยุติธรรม ซีนอนมีฝีมือด้านการต่อสู้สูง และอาเธอร์ก็สู้ไม่ค่อยไหว และมันก็เป็นไปอย่างที่คาด ซีนอนเอาชนะอาเธอร์ได้ และอาเธอร์ก็สัญญาจะปิดผนึกพลังออร่าที่อยู่ในตัวเอาไว้


หลังจากนั้นก็ไม่ได้เจอกับซีนอนอีกเลย และหลายปีหลังจากนั้น เขาก็เจอกับผู้ชายคนนึง...ที่ดูใจดีและสุขุม ผู้ชายคนนั้นได้มอบเข็มกลัดที่มีสัญลักษณ์แปลกๆให้อาเธอร์


“ฉันมีชื่อว่า อาโกรโทร่า เป็นพระราชาแห่งอีกอาณาจักรหนึ่ง แต่ว่านะตอนนี้ฉันลางานไปแล้ว ให้ลูกทําต่อให้” อาโกรโทร่าพูดขึ้น


“เรื่องนั้นผมไม่สนหรอก เข็มกลัดนี่คืออะไรครับ?”


“ภรรยาฉันบอกว่า เธอจะต้องได้เจอกับหลายชายของฉันแน่ สิ่งนี้จะช่วยพวกเธอไว้ได้ เก็บเอาไว้ก็แล้วกัน” อาโกรโทร่าพูดเสร็จก็ยิ้มใหญ่


“เอาแบบนั้นก็ได้ครับ ผมจะเก็บไว้” อาเธอร์รับปาก และอาโกรโทร่าก็หายไปโดยใช้เวทย์เคลื่อนย้าย


อาเธอร์โตขึ้นด้วยตัวคนเดียว เขามีแขนที่เป็นอาวุธได้และเป็นนักพนันถูกกฎหมายตั้งแต่ ๑๒ ปี อาเธอร์กระเสือกกระสนเพื่อที่จะมีชีวิตอยู่เป็นเวลาหลายปี เขาถึงขั้นต้องก่อคดีทางอาชาเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพ เขาสามารถอาษัยอยู่ได้ด้วยตัวเองและเริ่งออกเดินทาง โดยยังเก็บเข็มกลัดเอาไว้


อาเธอร์มีปัญหาทางสังคมสูง เนื่องจากแขนที่ประหลาดและอัปลักษณ์เป็นอย่างมาก ทำให้เขาไม่มีจุดยืนในสังคมและต้องอยู่อย่างเดียวดาย แต่อาเธอร์ก็ไม่หยุดนิ่ง เขายังคงเกะกะระรานกลุ่มคนแถวนั้นเพื่อเข้ากลุ่มและเป็นเพื่อนให้ได้ แต่มันก็ถือเป็นการราวีคนเหล่านั้นด้วย อาเธอร์ยังคงโดดเดี่ยวมาโดยตลอด เขาทั้งจิตตก และขาดความเป็นตัวเอง แต่ออร่าที่แขนเขายังคอยปลอบประโลมเขาอยู่ตลอด จนวันหนึ่ง...เขาได้แหกกฎเหล็กของตัวเองออก กฎที่ซีนอนเป็นผู้ตราขึ้น เขาได้ปลดออร่าของเขาออกจากพันธนาการ และพลังอันสุดยอดนั้นได้หลอมรวมกับตัวเขา และทําให้เขารู้สึกแข็งแกร่ง และมีจิตใจหนักแน่นขึ้นราวกับดาบเหล็กที่มีคมมีดที่ไร้ที่ติ


อาเธอร์ยืนอย่างสง่าผ่าเผย อกเชิดออก มีความมั่นใจ เขาหาเงินได้มากขึ้นหลายเท่า และทําทุกอย่างเพื่อความยุติธรรม ไม่สิ ทําทุกอย่างเพื่อขนบธรรมเนียมประเพณีส่วนตัว เป็นสิ่งที่ถ่ายทอดจากบรรพบุรุษผ่านทางออร่าเป็นแน่ เขาเชื่ออย่างหนักแน่นว่า ความยุติธรรมย่อมสำคัญกว่าความเท่าเทียม และเชื่ออีกว่ากฎหมายในระบอบการปกครอง ‘โลกีย์สมัยใหม่’ มีความสมบูรณ์แบบและไม่มีข้อปกพร่องใดๆ เป็นกฎหมายที่ไม่มีช่องว่างใดๆ และราษฎรได้รับเสรีภาพและโอกาสอย่างเท่าเทียม เขาอยากที่จะเป็นผู้พิพากษาในสักวันหนึ่ง และอยากทําให้โลกนี้ไร้ซึ่งอาชญากรรมใดๆ รวมทั้ง...ซการส์บอล ความรุนแรงในซการส์บอลเกิดจากสงครามก็จริงอยู่ แต่ปัญหาหลักของซการซ์บอลคือการฆ่ากันอย่างละโมบ และการที่ทําให้มีผู้ได้ และผู้ขาดแคลนหลังจบการแข่ง แต่ในปัจจุบัน มันคงช่วยไม่ได้จริงๆ กฎก็คือกฎ และถ้าเราไม่ปฎิบัติตาม เราก็ไม่สามารถกลมกลืนอยู่ในสังคมมนุษย์ได้


การเป็นผู้พิพากษาของอาเธอร์ถือเป็นงานช้างเลยทีเดียว เขาจะต้องเข้าใจกฎหมายอย่างแท้จริง และจะต้องสอบด้านกฎหมายอีกด้วย ปัญหาคืออาเธอร์ไม่รู้เรื่องกฎหมายเลยแม้แต่น้อย นอกจากเรื่องกฎของโลกีย์สมัยใหญ่ ซึ่งเป็นกฎที่เขียนด้วยลายลักษณ์อักษรซะเป็นส่วนใหญ่ กฎหมายนี้ยังเป็นกฎหมายที่มีศักดิ์สูงที่สุดอีกด้วย เชื่อว่าสูงกว่ากฎของซการส์บอล และรัฐธรรมนูญอีก หากสามารถควบคุมโลกีย์สมัยใหม่ได้ ก็เหมือนสามารถควบคุมดินแดน ‘เดรน’ (Drain) แห่งนี้ได้ เดรนเป็นเหมือนใจกลางของโลก หากสามารถควบคุมกรุงเดรนได้ ก็เหมือนสามารถควบคุมได้ทุกประเทศ เพราะกฎหมายระหว่างนครต่างๆ เกิดจากกฎระหว่างประเทศที่เดรนตราขึ้น การที่อาเธอร์จะเป็นผู้พิพากษาของเดรน จะต้องแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและมันสมองที่สูงพอจะตัดสินทุกสิ่งบนโลก เหมือนเป็นผู้ที่มีอํานาจที่สุดในโลกก็ว่าได้

อาเธอร์เป็นคนจองอาณาจักร ‘โรเวียน่า’ แต่เฮนดริกซ์มาจากอาณาจักร ‘อารีโอเล็ต’ (Areolet) ซึ่งทั้งสองเป็นส่วนหนึ่งของเดรน แต่ปัญหาคือ พระราชาของทั้งสองเมืองเป็นศัตรูกัน นั่นคือกฎหมายที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษรที่เขียนไว้ในกฎของโลกีย์สมัยใหม่ ซึ่งหมายความว่า ตามหลักกฎหมายแล้ว อาเธอร์และเฮนดริกซ์เป็นศัตรูกัน...แต่ทั้งคู่คงยังมิรู้เรื่องนี้


~~~~ (เปลี่ยนเป็นมุมมองของรูท)


เฮนดริกซ์ได้ออกมาจากอดีตของอาเธอร์ และเล่าเรื่องที่รู้ให้ฉันฟังในขณะที่อาเธอร์เข้าไปเอารถพอทัลออกมา เฮนดริกซ์ไม่รู้เลยหรือ เรื่องกฎแห่งโลกีย์ แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ต้องเงียบเอาไว้ ฉันยังอยากให้ทั้งสองเป็นเพื่อนกันอยู่

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น