Hey, it's kind of long story

ตอนที่ 7 :

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 99
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 ส.ค. 57


|5|

'นะ…นี่ นายเป็นพวกขาดความอบอุ่นหรือไง' 

   

            “แอนดี้ๆ มาเต้นกันๆ”

            “เอ่อ ฟิลลิป นายไปเต้นกับพวกข้างในเถอะ ฉันไม่เต้นอ่ะ” ฉันชี้ทางให้คนเมาปรี่เข้ามาหาอย่างไม่ค่อยมีสติ

            “ม่ายยยย~ ฉันจะเต้นกับเธอ มาๆ” ฟิลลิปส่ายหัวพร้อมกับดึงฉันเข้าไปกอดอย่างไม่ทันตั้งตัว เเล้วทำท่าเต้นรำเหมือนในหนังย้อนยุคอะไรประมาณนั้น มากไปกว่านั้นเขายังเต้นท่าที่ เอลวิส เพรสลีย์เต้นที่แบบแยกขาออกไปมาอีก ท่าทางจะเมามากเลย

                     

            พลัก!

           

            ฉันพลักฟิลลิปสุดแรงเกิดจนหมอนั่นกระเด็นไปนอนที่พื้นเขาล้มพับอย่างรวดเร็วด้วยฤธท์ของแอลกอลฮอล์

            เฮ้อ~

            “เฮ้ เกิดอะไรขึ้น ทำไมไอ้ฟิลลิปมาอยู่ตรงนี้” โจเซฟที่กำลังเดินเข้ามาในครัววิ่งปรี่เข้ามาหาฉันที่อยู่อีกฝาก มองฟิลลิปที่นอนสลบเหมือดอยู่ที่พื้นอย่างุนงง

            “คิดอะไรน่ะ ฉันก็แค่ผลักเขาไปเท่านั้นเอง”

            “ออ...” โจเซฟว่าแล้วหันมามองฉันอีกที ทว่าสายตาเขากับไม่ละออกไปไหน ในตาปลือๆ พร้อมกับใบหน้าแดงก่ำมองฉันอย่างไม่วางตา

            “มองอะไร เดี๋ยวก็ตีให้ตาแตกเลย คิดทะลึ่งกับน้องสาวเพื่อนนายหรอ” โจเซฟกระแอมเบาๆ และค่อยๆ พยุงฟิลลิปขึ้นมา

            “อาๆ เดี๋ยวฉันพามันเข้าไปเอง เธอก็กลับขึ้นนไปข้างบนเหอะ ด้านล่างมันอันตราย ไอ้พวกนี้เมาๆ แล้วไม่รู้เนื้อไม่รู้ตัว กิออะไรขึ้นมา จะยุ่ง เออแล้วล็อกประตูด้วยล่ะ” โจเซฟว่าแล้วทำมือไล่ฉัน แบบปัดๆ ให้ขึ้นด้านบน

            “รวมถึงนายด้วยล่ะสิ” ฉันพูดขึ้น

            “เออสิ ผู้ชายมันไว้ใจได้ทีไ่หน”

            ฉันกำลังจะรีพีทว่ารวมถึงเขาด้วยสินะ เขาก็พยุงฟิลลิปออกไปซะแล้ว

           

           

           

 

#ห้องนั่งเล่น

 

            “อ้าวพอลทุกคนกลับหมดแล้ว” ฉันเดินไปหยุดถามพี่ชายตัวเอง ที่ทรงตัวแทบไม่อยู่ดูได้จากการยืนเอียงไป เอียงมา

            “ใช่แล้ว” ว่าแล้วพอลก็ทรุดตัวลงบนโซฟาตัวโต  ท่าทางจะไม่ไหวแหะ

            ว่าแต่..ทำไมฉันต้องมาดูแลไอ้พี่ชายขี้เมาคนนี้ด้วยเนี่ย ฉันหันไปมองรอบๆ ห้อง ตอนนี้ทุกคนกลับกันหมดแล้ว ยกเว้นแต่...นายโจเซฟนั่นที่ยังคงจิบแแองกอลฮอลในมืออยู่ไม่ไปไหน

            “เอิ๊ก ฉันไม่หวายแล้วว่ะ” พอลบอกขึ้นมาด้วยเสียงยานๆ

            “อะไรวะไอ้พอล แค่นี้จิ๊บๆ หน่า”

             ไม่ทันขาดคำ นายโจเซฟก็ฟุบตัวตามพอลไป

            จิ๊บๆ เหรอ ไม่ดูตัวเองเลยนะยะ ฉันปรายตามองเขาที่อยู่นอนอยู่บนโซฟาอีกตัว ว่าแต่เขาไม่กลับบ้านกลับช่องตัวเองหรือยังไง

            จะปล่อยให้เขามานอนในบ้านฉันแบบนี้ไม่ได้ แต่..ถ้าจะให้ไปปลุกก็คจะไม่ดีเท่าไร

            อย่างงี้มันต้องโดน ฉันเดินไปหยิบปากาหมึกซึมสีดำขึ้นมาพร้อมกับแผนการชั่วร้ายที่อยู่ในหัว พลางเดินอ้อมไปด้านหลังโซฟาอย่างเบาๆ โดยไม่ให้คนที่เมาหลับรู้สึกตัว จากนั้นก็ใช้ปากกาเมจิกเติม หนวด เครา และคิ้วแบบชินจังให้เขา แต่ฉันว่ามันยังน้อยไป ฉันจัดการวาดร่องหน้า แบบคนแก่ให้เขาไป ฮิฮิิ สะใจอ่ะ  และค่อยๆ ขยับไปอยู่ตรงหน้าเขา จากนั้นก็ค่อยๆ จรดปากาวาดศิลปะอันสวยงาม เป็นการแก้แค้นของวันนี้ละกันนะ ที่ทำให้ฉันอายต่อหน้าผู้คนมากมาย (:p)

            “เสร็จแล้ว ฮี่ๆ” ฉันจ้องมองผลงานศิลปะอันงดงามบนใบหน้าหมอนั่น ฮ่าๆ สะใจอ่ะ ฉันลุกยืนและปัดมืออย่างสะใจ เอ…ไปดีกว่า ก่อนที่หมอนั่นจะตื่น

            “อ๊าย~ ”

            ไม่ทันตั้งตัว อยู่ๆ คนที่ทำท่าจะหลับกลับตื่นขึ้นมาใช้แขนขวาคว้าเอวฉันเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดโดยที่ฉันไม่ทันตั้งตัว

            “นะ..นี่ ปล่อยนะ” ฉันดิ้นอยู่บนแผงอกของคนด้านล่างสักพัก ลำแขนแข็งแรงของเขาก็กลับโอบร้อมให้แน่นขึ้นอีก แต่อย่างว่าในเมื่อตอนบ่ายฉันยังทำอะไรไม่ได้ แล้วตอนนี้ล่ะ T_T

            Help me, help me.. T-T

            “ฉันรู้นะว่านายไม่หลับอะ” ฉันกระซิบบอกคนด้านล่างเบาๆ โดยที่มือเขายังโอบร้อมตัวฉันอยู่ไม่ปล่อย นี่ถ้าพอลมาเห็นฉากนี้เขาต้องฆ่าฉันแน่ๆ ยิ่งท่าฉันในตอนนี้ ใครมาเห็นต้องเข้าใใจผิดแน่ๆ

            “ทีเมื้อกี้ยังวาดเอา วาดเอาเลย” เขาพึมพำในลำคอ

            “พูดอะไรน่ะ ปล่อยนะ ถ้าพอลมาเห็น นายตายแน่ๆ” ฉันว่าแล้วพยายามดันแผงอกเขาออกทว่ายิ่งขัดขืนเขาก็ยิ่งกอดรัดฉันแน่นมากเท่านั้น

            “นี่นายคิดจะแก้แค้นฉันใช่มั้ย”

            “เจ๊าๆ กัน ไง”

            งั้นเหรอยะ เปลืองตัวฉะมัดเลย!

            “เจ๊าบ้า เจ๊าบอ ฉันเสียเปรียบเห็นเลยๆ อะ” ฉันว่าแล้วใช้มือดันแผงอกเขาออกอีกครั้ง แต่ว่าโจเซฟกลับดึงดันและจับแขนทั้งสองข้างฉันไว้ จากนั้นก็พลิกตัวตะแคงข้างโดยที่เราทั้งคู่หันหน้าเข้ามากัน มือข้างนึงของเขาจับมือฉันอยู่ ส่วนมืออีกข้างก็กอดรัดอตัวฉันไว้ นี่เขาเป็นปลามึกหรือยังไงนะ

           

            ตึก ตัก ตึก ตัก

            ให้ตายสิ ทำไมหัวใจต้องเต้นขนาดนี้ด้วย เบาๆ สิลูก ถ้าเกิดนายนั่นได้ยินขึ้นมาจะทำยังไง น่าอายตายเลย

            “ขอร้องล่ะ ปล่อยฉันเถอะนะ” ฉันพูดเสียงอ่อย

            “เอ..ทำไมยอมแพ้ง่ายจัง”

            “นี่พอฉันขอโทษมันก็ควรจะจบไม่ใช้เหรอยะ” ฉันแว้งขึ้น

            “หึหึ” โจเซฟหัวเราะในลำคอ นี่เขายิ้มทำไมเนี่ย! “เธอนี่ก็ตัวเล็กเหมือนกันนะ เห็นตัวสูงๆ แต่ ตัวบางอย่างกับอะไรดี”

            “นี่นายจะเอายังไง เมื่อตอนบ่ายก็บอกว่าฉันอ้วน” ฉันถลึงตามองคนที่หลับอยู่ เขาไม่พูดอะไรเพียงแต่กระชับอ้อมแขนเรื่อยๆ จนกระใบหน้าของเราทั้งคู่แทบจะติดกัน ดวงตา จมูก ริมฝีปาก นี่มันจะใกล้จนเกินไปแล้วนะ

            “ขออีกหน่อยนะ”

            “นะ…นี่ นายเป็นพวกขาดความอบอุ่นหรือไง”

            “อื้ม..~ ”

           

 

 

 

(โจเซฟ)

#5:08 AM

           

          ผมตื่นขึ้นมาพร้อมกับใครสักคนในอ้อมกอด ถึงเมื่อคืนผมจะเมามากแต่ก็จะมีสติรู้ว่าอะไรคืออะไร บอกไว้แล้วเชียวว่าให้ขึ้นห้องไปก็ไม่เชื่อ ดีนะไม่ได้ทำมากกว่านั้น ให้ตายสิ ผมนี่มันเป็นผู้ชายเห็นแก่ตัวจริงๆ เพราะถ้าผมเมาเมื่อไรผมจะต้องมีหมอนข้างส่วนตัวไว้กอดทุกที ผมมองแอนดี้ที่อยู่ในอ้อมกอดตั้งแต่เมื่อคืน ผมรู้ว่ามันผิดถ้าเกิดว่าไอ้พอลมาเห็นมันคงเอาปืนไรเฟิลไล่ยิงผมแน่ๆ เพราะมันย้ำนักย้ำหนาว่าอย่ามายุ่งกับน้องสาวมัน ขนาดวันนี้แค่แอนดี้ส่งข้อความให้รีบไปรับ มันยังเป็นห่วงแถบบ้า พอนึกถึงพี่ชายตัวดีของยัยนี่ก็อดขำไม่ได้

            ผมมองใบหน้าไร้เดียงสาที่หลับใหลอยู่ข้ามๆ ไม่มีทางได้แอ้มผมหรอกนะ ผมไม่ใช่คนที่เมาง่ายขนาดนั้นด้วย ไอ่แค่เอาปากกามาเขียนที่หน้าทำไมผมจะไม่รู้สึกรู้สาอะไร ผมขยับตัวพร้อมกับค่อยๆ ยกเธอที่อยู่ในอ้อมกอดขึ้นมาด้วย ตัวเบาอย่างกับนุ่น ไอ่ที่ผมว่าเธอตัวหนักน่ะ ก็แค่แหย่เล่นเท่านั้นเอง

             เห็นยัยนี่โมโหแล้วมันสนุกดี..

            ยัยคนในอ้อมกอดยังไม่รู้สึกรู้สาอะไร หนำซ้ำยังนอนหลับสบายอีก

            ผมพาแอนดี้ไปส่งในห้องนอน ถ้าเกิดว่าพอลรู้วาเธอนอนกับผมด้านล่างเมื่อวานนี่ละก็ เธอโดนไอ้พอลยำแน่ๆ ถึงแม้ว่าไอ้พอลจะดูไม่โหด แต่มันจริงจังเรื่องน้องสาวมันมาก มันเลยย้ำนักย้ำอีกว่าอย่ายุ่งกับน้องสาวมัน แต่มันก็พอรู้แล้วล่ะ ว่าผมคิดยังไง

            ผมวางแอนดี้บนเตียงอย่าเบาโดยไม่ทำให้วีโอลาที่นอนอยู่ข้างๆ รู้สึกตัว อีกอย่าผมไม่ลืมที่จะฝากข้อความไว้บนหน้าฝากโหนกๆ ของยัยนี่ นอนให้สะบายล่ะยัยตัวดี

 

            ผมเดินกลับมาที่โซฟาตัวเดินตอนนี้ข้างนอกคงไกล้จะสว่างแล้ว ไอ้พอลยังนอนแฮงค์ไม่รู้สึกตัวตั้งแต่เมื่อคืน เราดื่มหนักจริงๆ เพราะว่าเราไม่ได้สังสรรค์กันสักพักใหญ่ ผมกับพอลเริ่มสนิทกันตอนที่เข้า UML เราเรียนอยู่คณะเดียวแต่คนละสาขา ทว่าเราต่างชอบเล่นกีฬาทั้งคู่ จึงเป็นสาเหตุให้เรารู้จักกัน ทว่ามันมีอะไรมากกว่านั้นสิครับ ผมกับลีโอนาด ได้รู้จักกันสมัยไปแลกเปลี่ยนที่ประเทศไทย ในตอนนั้น ผมเริ่มรู้จักมันในช่วงที่มันกำลังผอมลงมาแล้ว ทำให้สาวๆ ที่นู่นกรี้ดกันใหญ่ จากนั้นเราก็สนิทกันเรื่อยมา จนกระทักผมเข้ามาเรียนที่ UML และหมอนั่นก็เป็นเพื่อนกับพอลอีก เราก็สนิทกันเข้าไปใหญ่ และผมก็ได้รู้เรื่องของมัน ว่าไอ้ลีโอนาดมันเคยอ้วนมาก่อน และแฟนคนแรกของมันก็คือน้องสาวไอ้พอล ‘แอนดี้’ ผมรู้สึกว่าโลกมันกลมมากๆ ที่ว่าเรื่องราวของไอ้พวกนี้ เหมือนผมเคยได้ยินจากใครมาก่อน ถ้ามันเป็นเรื่องจริง มันคงเป็นเรื่องที่หน้าเหลือเชื่อมากๆ เพราะผม..

            ผมเคยรู้จักผู้หญิงคนหนึ่งทางอินเตอร์เนตเมื่อ 6 ปีที่แล้ว เราคุยกันในฐานะเพื่อน เรื่อยๆ จนกระทั่งผมไม่สามารถละตัวออกจากจอคอมพิวเตอร์ได้ เนิร์ดโมเมนต์เลยตอนนั้น แต่เพราะผมได้คุยกับผู้หญิงคนนั้นมันทำให้ผมมีความสุขมากๆ เราคุยติดต่อกันประมาณหนึ่งปี เราแบ่งบันเรื่องกันและกัน เธอมีแฟน ผมก็มีแฟน ทว่า..ผมกลับรู้สึกว่าถ้าขาดเธอไปผมคงจะอยู่ไม่ได้ หลังจากนั้นโชคก็เล่นตลก เมื่อผมได้ทำพาสเวิร์ดเข้าเว็บไซต์นั้นหายไป ผมเลยตัดใจและก็ไม่ได้คุยกับเธออีกเลย แต่ว่าตอนนั้นเราก็ห่างกันสักพักแล้วล่ะ ผมเลยไม่คิดอะไร จนกระทั่ง 4 ปีต่อมา ผมเจอลีโอนาด และ พอล และได้รู้จักเธอ และในวันนี้ผมก็ได้เจอเธอ  จนผมมั่นใจว่ายัยตัวแสบที่ผมตามหา ก็อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนี่เอง

 

(จบ โจเซฟ)

 

 

            “กรี๊ดดดดดดดดดดดดด! หน้าฉัน!” ทันทีที่ฉันตื่นขึ้นมา หายนะก็มาเยือนทัน ฉันกรีดร้องและเมื่อมองตัวในกระจก พร้อมกับจดจ้องไอ้เห็นรอยปากกาสีแดงที่วาดรวดลายไว้เต็มหน้าผากฉัน

            “เฮ้ๆ อะไรวะ แอนดี้” เสียงฉันทำให้พอลกับวีโอล่าวิ่งถักๆ เข้ามาหาฉันอย่างตกใจ

            “นี่ !นี่! มันฝีมือใคร!” ฉันถามพอลพลางชี้นิ้มเข้าที่กลาหน้าผากตัวเอง รอยหมึกปากกาสีแดงที่เขียนด้วยตัวบรรจงว่า ‘เสร็จฉัน’

            ใครมันเป็นคนทำยะ!           

            “โอ้วว double shot!” พอลว่าแล้วดีดนิ้วดัง ป็อก!

            “อะไรของนาย บอกฉันมาใครเป็นคนทำ” ฉันเดินเข้าไปกระชากพอลอย่างแรง “ถ้าไม่บอกฉันฆ่านายตายแน่ บอกมาๆ!”

            “อักๆ อักๆ ไอ้บ้าปล่อยๆ ใครจะไปรู้ แกไปทำใครเขาก่อนหรือเปล่า” พอลว่าแล้วทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ และจัดปกคอเสื้อตัวเอง

            “ไม่ต้องมาทำหน้าแบบนี้เลยนะ”  ใคร! ฉันไปทำอะไรให้ใครหะ ถึงต้องมาทำกับฉันแบบนี้ ใครนะมันนกล้า..

            “คนที่แกทำเขาก่อนไง นึกๆ” พอลพูดและที่มองฉันพร้อมกับทำท่าคิดๆ เหมือนอิกคิวซัง

            “ใครอ่ะพอล” วีโอล่าว่าพลางทำหน้างุนงง เหมือนตามเนื้อเรื่องเราไม่ทัน

            “ใครยะ..ฉันยังไม่ได้ทำอะ...” เสียงวึ๊งยาวๆ เหมือนในละครเวลาที่คนโดนตบเข้าที่บ้องหู ตอนนี้ฉันรู้สึกได้อย่างไม่ต้องโดนจริงๆ ฉันทำ ฉันทำ T-T เพราะฉันอุตริไปแกล้งเขาก่อนจริงๆ ด้วย ไม่น่าเลย แต่ว่า...ล่าสุดฉันอยู่ด้านล่างไม่ใช่เหรอ อีกทั้งยังเผลอหลับอีกกับ.. พอนึกถึงเขา

             ฉันจับแขนตัวเองสะเปะสะปะพลางนึกถึงเรื่องเมื่อคืนทันที

            “ไงนึกออกละอ่อ ไปก่อนน้า วันนี้ต้องไปซ้อมสะเก็ต บาย~” ขณะที่พอลเดินออกจากห้อง ฉันรีบวิ่งไปดักหน้าเขา

            “เดี๋ยวๆ แล้ว…ฉันมานอนที่ห้องนี้ยังไง คงไม่ใช่นายหรอกนะ” ฉันว่าละมองพอลอย่างเอาเรื่อง ส่วนเขาก็ทำหน้าเลิ่กลั่ก

            “ฉันจะไปรู้ได้ไง ฉันจำอะไรไม่ได้ ฉันเมา ส่วนแกก็ไม่ลงมาด้านล่างไม่ใช่เหรอ ละเมออ๊ะเปล่า” พอลว่าพร้อมกับมือที่กดขมับฉันเบาๆ ราวกับเตือนสติ

            “นั่นสิแก แต่ว่าแกลงไปด้านล่างนี่..” พอนึกขึ้้นได้ว่าพอลต้องซักไซ้มากกว่านี้ ฉันเลยแสร้งทำเป็นว่าจำขึ้นได้แล้ว

            “เออๆ คงเป็นฉันที่เดินขึ้นมาเองแหล่ะ” จะให้พอลกับวีโอล่ารู้ไม่ได้ว่าฉันนอนกับไอ้..ไอ้บ้านั่นด้านล่าง ก็แค่กอด..ความจริง ///

            “ฉันว่าแล้วเธอมันปลาทองจริงๆ เออ…ไปอาบน้ำดีกว่า วีว่างๆ ก็ไปช่วยฉันอาบก็ได้นะ” พอลหันหน้าพูดแหย่วีอีกที เอาซะยัยนั่นเขิลทำหน้าถูกเลยทีเดียว

            “พูดอะไรน่ะ!” วีโอล่าว่าแล้วฟากแขนไปที่พอลอย่างแรง

            “ทะลึ่งกับเพื่อนฉันเหรอ!” ฉันเสริมอีกคน

            “ฮ่าๆ ฉันไปนะ บ้ายบายน้องวี จุ้บๆ”

            “ไอพี่ทะลึ่ง” ไม่ทันขาดคำพอลก็วิ่งจู้ดไปเลย

           

 

            “อ้าวพอลยังไม่ไปอีกเหรอ” ฉันเอ่ยถามพอลเมื่อยังยืนอยู่ตรงห้องนั่นเล่น

            “อา..ยังน่ะ” พอลกระอักกระอ่วน “แล้ววีกลับยังไง”

            “อ๋อ เดี๋ยวฉันให้แอนดี้ไปส่งน่่ะ”

            “อ้าวเธอไม่มีคลาสเหรอวันนี้” พอลถามอย่างสงสัย เอ..ว่าแต่ทำไมเขาต้องมาสนใจอะไรมากมายกับยัยวีด้วยเนี่ย ฉันหรี่ตามองพอลที่ถามยัยวีไม่หยุด

            “อ๋อช่าย”

            “ฉันก็ว่าจะไปที่อื่นก่อน ให้ฉันไปส่งวีก็ได้นะ”

            “หืม เอางั้นเหรอ”

            “ไม่เป็นไรหรอกพอล วีไปกับแอนดี้ก็ได้” ฉันมองrพอลที่ขยิบตาให้ฉันอยู่หลายที

            “วีแกก็ไปเถอะ วันนี้พี่ชายฉันคงกินยาผิดขวดวันนี้” ฉันพูดแบบแซวๆ ให้เจ้าตัวรู้ตัว

            “อื้มก็ได้นะ” วีเอ่ยอย่างเลิกคิดมาก ฉันรู้ว่ายัยนั่นเป็นพวกขี้เกรงใจ เลยทำให้คิดนู่นคิดนี่

            แต่ก่อนที่จะไปกัน ฉันอดที่จะถามพอลไม่ได้เรื่องคำสาป ว่าพวกเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้หรือเปล่า

            “พอช ฉันมีอะไรจะถามนายนิดหน่อย”

            พอลเลิกคิ้วเชิงคำถามอย่างสงสัย

            “เอ่อ.. นายเคยได้ยินเรื่องคำสาปที่ UML บ้างหรือเปล่า หรืออะไรทำนองนั้น”

            “หือ มีอะไรป่ะ ทำไมแกก็มาถามเรื่องนี้”

            “ไม่มีหรอก ฉันแค่...เอ่อ ได้ยินมา” ฉันว่าแล้วพลางหลบสายตาสงสัยที่พอลส่งมา

            “ไม่นะ ฉันไม่เคยได้ยินเรื่องไร้สาระ คำสาปเหรอวะ..” พอลขมวดคิ้วนึกอย่างสงสัย และนึกอยู่ชั่วครู่ จากนั้นเขาก็ตอบคิดมาทันที “ไม่มีนะ”

            “อื้ม ถ้านายไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ก็ดีแล้ว”

 

           

            ที่มหาวิทยาลัย

 

            วันนี้ฉันตั้งใจจะตามหาตัวยัยผมสีน้ำเงินที่เจอลิฟต์ให้ได้ วันนี้ฉันไม่ได้มีเรียนหรอก ฉันนัดวีเจอกันที่สวนสาธารณะในคณะเพื่อจะเล่าเรื่องคำสาปบ้าบอให้เธอฟัง บอกตามตรงฉันไม่ได้กลัวเท่าไร  เพราะรู้ว่าทั้งหมดนี่คือฝีมือคน แต่แค่สงสัยว่าทำไมฉันไปเกี่ยวอะไรด้วย และคำสาป นั่นอีก เป็นเพราะฉันไปมีเรื่องกับนายโจเซฟ ฉันต้องโดนเล่นงานงั้นเหรอ

             ตรรกะอะไร

            “แอนดี้” เสียงวีโอล่าที่เรียกมาตั้งแต่ไกลทำให้ฉันหันไปมอง ขณะที่เจ้าตัวสาวเท้าเข้ามาใกล้

            “ฉันมีเรื่องบางอย่างจะเล่าให้แกฟัง”

            พอเจอวีโอล่าฉันก็เปิดเรื่องทันทีและเล่าเรื่องเหตุการณ์เมื่อวานให้เธอฟัง รวมถึงเรื่องคำสาป โพส์อิท และเศษกระดาษทิชชู่ที่ฉันเก็บมา

            วีโอล่ามองคราบของเหลวสีแดงในกระดาษทิชชู่ที่ในมือฉันอย่างสงสัย

            “แกมีเพื่อนเรียนอยู่คณะแพทย์ใช่ไหม เอากระดาษไปเช็คให้หน่อยสิว่ามันเป็นเลือดจริงเปล่า”

            “เรื่องนี้มันแปลกๆ นะแก คำสาป และไอ่คำขู่นี่อีก ฉันว่าแกน่าจะบอกพอลนะ”

            “ฉันก็กะจะบอกหมอนั่นอยู่เหมือนกัน แต่หวังว่ามันไม่ใช่เรื่องเขากับเพื่อนๆ กุขึ้นมาหลอกฉันหรอกนะ”

            “แอนดี้! แกคิดว่าพอลจะทำแบบนั้นแกเหรอยะ”

            “ฉันก็คิดว่าไม่ใช่หรอก งั้นนายก็โจเซฟ ก็แกยังบอกเลยว่าอย่าไปยุ่งย่ามกับเขา”

            “ก็ใช่นะ เพราะฉันได้ข่าวว่า ถ้าพวกเขาไม่พอใจ เธอจะโดนแกล้งเอาน่ะ รับน้องที่นี่มันโหดแกก็เคยได้ยินไม่ใช่เหรอยะ” วีโอล่านิ่งไปชั่วครู่ ไม่นานก็ก็พูดต่อ ”แต่..ฉันว่านั่นมันพวกเพื่อนๆ พี่แก เขาไม่น่าแกล้งแกแรงขนาดนั้นหรอก แถมเขายังรีบมาช่วยแกอีก”

            “ใครจะไปรู้ ในตอนนี้ฉันสงสัยนายโจเซฟมากที่สุด ถ้าไม่ใช่เขาแล้วใครจะทำ”

            “งั้นแกก็ลองไปถามยัยหน้าจืดที่อยู่คลาสเดียวกับแกดูสิ ฉันว่ายัยนั่นน่าจะรู้เรื่องดี หรือไม่ก็เป็นคนกุเรื่องขึ้นมา” วีโอล่าเอ่ยขึ้นมา มันทำให้ฉันฉุกคิดถึงยัยหน้าจืออีกครั้ง หรือเธอจะเป็นคนกุเรื่องขึ้น แต่ว่าก็ว่าเถอะ ถ้าไม่มีมูล หมามันไม่ขี้ออกมาหรอก

            “ฉันจะต้องรู้เรื่องนี้ให้ได้”

To be continued...

 

_____________________________________________________________________________

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

145 ความคิดเห็น

  1. #125 Kon_tuayai (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2555 / 19:36
    สนุกมากเลยแอนนาาาาาา มาอัพต่ไวไวนะจุ้บ :)
    #125
    0
  2. #122 miffynaruk (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2555 / 01:11
    สนุกมากเลยค่ะ นางเอกแก่นได้ใจ>< จะรออ่านต่อนะคะอยากรู้ว่านางเอกจะแกล้งกลับยังไงขอแบบน่ารักๆนะคะ นิยายเรื่องนี้ดูเป็นนิยายแบบฝรั่งมากเลยคะชอบๆ:))
    #122
    0