l'Amour รักของฉันมีแค่เธอ

ตอนที่ 6 : Girl, you cannot escape the reality (Part 2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 มี.ค. 58

 

|WARNING  MATURE CONTENT  YOU MUST BE 18+|


- 4 -

Girl, you cannot escape the reality.

(สาวน้อยเธอหนีความจริงไม่ได้หรอกนะ)


         “เอาไหม” โซอีว่าพลางยื่นม้วนกระดาษสีขาวนวลเล็กๆ ที่ภายในถูกม้วนด้วยยาเส้นเล็กๆ 

         “ไม่อ่ะ จำไม่เหรอฉันไม่สูบของพรรณ์นี้”

         “ฮ่ะๆ เพื่อว่าเธอจะเปลี่ยนใจไง” เธอพูดขณะที่พ่นควันสีขาวหมอกออกมาจกริมฝีปากอย่างที่เคย “เธอมีอะไรไม่สะบายใจหรือเปล่า ช่วงนี้ทำไมดูซึมๆ ไปล่ะ”

         “ไม่มีไรเกิดขึ้นหรอก” 

         

         ‘โกหก’

 

         

         “อย่ามาโกหกฉันได้มั้ย ฉันเห็นหน้าเธออยู่ทุกวัน” ฉันย่นจมูกใส่โซอี “แหม..เป็นเพราะผู้ชายคนนั่นหรือเปล่าน้า” เธอว่าแล้วทำหน้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่

         “ผู้ชายคนไหน จะบ้าเหรอไง” ฉันชะงักถามโซอี

         “หืม ตั้งแต่เลิกกับหลุยต์มานี่เธอไม่คิดจะคบกับใครเลยหรือไงยะ”

         “ไม่ล่ะ”

         “ย่ะ ฉันอุส่าห์ชวนเธอไปนู่นปาร์ตี้พบเจอผู้คน แต่เธอกลับทำไม่สนใจอย่างนั้นล่ะ”

         “ฉันคงจะเบื่อจริงๆ แหล่ะโซ” 

         “คงจะเชื่อยาก ท่าทางเธอทำอย่างกับคนอกหัก” โซอีหัวเราะคิกคักเมื่อฉันหันไปถลึงตาใส่

         “พูดมากหน่า” 

         “ก็ท่าทางของเธอมันแสดงออกมาซะขนาดนั้น ใครๆ เขาก็ดูออก” 

         ฉันแสดงออกมาขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ..

         “ช่างมันเถอะหน่า ไม่มีอะไรหรอก” ฉันถอนหายใจ

         “นี่เอ็ม ถ้าเธอยากพูดอะไร ก็พูดออกมาได้นะ เก็บไว้คนเดียวมันไม่ช่วยอะไรหรอก”

         “ฉันก็อยากจะบอกแต่นี่มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก เชื่อฉันสิ” ฉันว่าแล้วพลางยิ้มหวานให้เธอ

         “จ้า แบบนี้ตลอดเลยนะ”

         “เอ้า ก็มันไม่มีอะไรจริงๆ”

         “ฉันแย่เธอเล่นหน่า เออ....เอ็มวันก่อนฉันเห็นลูกค้าคนนั้นเขามาป้วนเปี้ยนที่ร้านเราด้วย” ฉันหันไปมองโซอีอย่างสงสัย

         “ลูกค้าคนไหนเหรอ”

         “ก็ผู้ชายผมดำๆ ตัวสูงๆ”

         “...” 

         “ถ้าฉันจำไม่ผิด น่าจะเป็นคนเดียวกับคนที่มาเมื่อสองวันก่อน”

         สองวันก่อนงั้นเหรอ.. มันทำให้ฉันนึกถึงผู้ชายที่ฉันไปเจอที่อพาร์มเม้นโซอี มันทำให้ฉันนึกอะไรได้..

         “โซ... วันก่อนที่ฉันไปอพาร์ทเม้นเธอมา ที่..ฉันเล่าให้เธอฟัง” โซอีมองหน้าฉันอย่างสงสัย

         “หืมมีอะไรเหรอ?”

         ผมดำตัวสูง...เขาอาจจะเป็นคนเดียวกันก็ได้ ว่าแต่ทำไมโซถึงไม่รู้จักล่ะ ก็ในเมื่อเขา..

         “เอ็มมีอะไรเหรอ”

         “อะอ๋อ เปล่าหรอก ไม่มีไร ฉันคงคิดไปเอง ไม่น่าจะใช่คนเดียวกัน”

         “ก็ใช่น่ะสิ ผู้ชายผมดำตัวสูงมีเยอะจะตายไป ช่างเถอะ ไม่น่ามีอะไร” 

         ก็ขอให้เป็นแบบนั้น ถ้าหากว่าท่าทางที่เขาแสดงมาที่ฉันมันไม่แปลก ฉันก็คงจะไม่รู้สึกอะไร..

         ฉันกับโซอีคุยกันจิปะถะ เสียงเพลงแจ๊สลอดเข้ามาในโสตประสาทฉัน ตอนนี้เรานั่งกันอยู่ตรงเทอเรสของร้านเหล้าร้านหนึ่ง วันนี้หลังจากเลิดงานฉันกับโซอีก็มานั่งกันที่ร้านนี่ ข้างบนของร้านนี้จะมีลานกว้างให้ผู้คนได้มาเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน

         เมื่อฉันกับโซอีกเดินขึ้นมาข้างบน เสียงเพลงก็เปลี่ยนไปทันที ข้างบนนี้หลับเป็นเพลงป๊อบฟังสบายๆ ผู้คนมากมายยืนอยู่ตรงกลางฟลอร์พลางโยกตัวเต้นตามเสียงเพลง          ตอนนั้นเองฉันรู้สึกคิดถึงใครคนหนึ่งขึ้นมา 

         นี่ฉันจะไปคิดถึงเขาทำไม..

         ฉันเดินไปอยู่กลางฟลอร์แล้วแล้วรับตาเต้นพร้อมกับเสียงเพลง ทันใดนั้นเอง มือของใครสักก็โอบเอวฉันจากข้างหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว ฉันสะดุ้งและลืมตามองการะกระทำของคนของคนด้านหลัง ตรง ทว่าเมื่อเห็นใบหน้าเขานั้นทุกอย่างมันก็หยุดนิ่งไปหมด 

         “มีอะไรกันหรือเปล่า” โซอีที่อยู่ข้างๆ เดินเข้ามาถามเมื่อเห็นสีหนาฉันถอดสี

         “ทำไมเธอหน้าซีดล่ะเอ็ม ว่าแต่.. คุณเป็นใครกัน ?”

         “...”

         “ไม่มีอะหรอกครับ ผมขอตัวเพื่อนคุณสักครู่นะ” 

         เสียงนุ่มของชายหนุ่นตรงหน้าพูดอย่างสุภาพ จากนั้นก็ดึงมือเพื่อนสาวเธอไป เอ็มมี่ที่อยู่ในมือเขาถูกดึงไปอย่างไร้ความรู้สึก และไม่ขัดขืนใดๆ 

         

 

         ในที่สุดแล้วฉันก็ไม่สามารถหนีเขาได้จริงๆ ฉันสบตาชายหนุ่นร่างสูงอย่างเนิดนาน นานจนที่ว่าในตอนนี้มันพร่ามัวไปด้วยม่านน้ำตา

         “นายจะตามฉันมทำไม” ฉันค่อยๆ ปาดน้ำตาออกช้าๆ

         “ฉันตามหาเธอมาตลอด...”

         “กลับไปซะเถอะ!”

         “ไม่นะเอ็ม เราจะกลับไปด้วยกัน” ชายหนุ่มร้องขอหญิงสาวพลางกุมมือทั้งของข้างเธอไว้

         “โรมฉันไม่กลับ ฉันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว!” เธอสบัดมือชายหนุ่มออกอย่างไม่ใยดี

         ‘โรม’ พี่ชายต่างสายเลือดของเอ็มมี่ ทว่าพวกเขาสนิทกันเกินกว่าจะเป็นพี่น้องกันได้ อีกทั้งชายหนุ่มตรงหน้าไม่เคยมองเธอเป็นน้องสาวเลยสักครั้งเดียว เขารักเธอ รักเธอจดสุดหัวใจ..

         “ไม่นะเอ็ม เธอยังมีฉัน ฉันไงพี่ชายของเธอ” หญิงสาวปล่อยโฮทันมีเมื่อชายหนุ่มพูดในสิ่งที่เธอไม่อยากแม้จะฟัง คำพูดเขามันชั่งกระแทกกระทั้งหัวใจเธอเหลือเกิน เมื่อหวนนึกถึงวันเก่าๆ 

         “นายไม่ใช่พี่ชายของฉันอีกต่อไป ครอบครัวนายทุกคน.. ฮึก” 

         “ได้โปรด ฉันตามหาเธอมาตลอด” เขากอดหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าอย่างเจ็บปวด เพียงแค่เธอได้ฟังคำอธิบายจากเขาสักนิดเธอก็จะเข้าใจ..

         “ครอบครัวนายทุกคน ทำให้ฉันต้องเจ็บ ฉันไม่สามารถกลับไปกับนายได้” เสียงแหบพร่าเธอเอ่ยขึ้นมาอย่างเจ็บปวด

         “มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิด..” ชายหนุ่มพูดเสียงแผ่วเบา

         “ฉันไม่อยากฟังคำแก้ตัว ฮึก..กลับไปซะ”

         “ได้โปรเอ็มฟังฉันอธิบาย”

         พลั่ก!

         “ออกไป ฉันไม่อยากเห็นหน้านาย!”

         “ไม่เอ็ม ได้โปรด ได้โปรด” ยิ่งเธอร้องไห้มากเท่าไร ชายหนุ่มก็อยากรวบตัวเธอไปกอดมากเท่านั้น แต่ทว่า ความเจ็บปวดทั้งหลายพรั่งพรูขึ้นมาเมื่อเธอผลักใสเขาออก ราวกับว่าเขาเป็นตัวน่ารังเกียจอย่างงั้น

         ”ฮึก ฮึก.. ฉันไม่อยากเจ็บไปมากกว่านี้ ปล่อยฉันสักที..”

         “ฉันจะช่วยเธอสู้คดี ฉันสัญญานะเอ็ม ฉันสัญญา..”

         “นายจะช่วยฉันสู้กับครอบครัวนายเหรอ บ้าไปล้วหรือไง ฮึก..” ยิ่งพูดถึงอดีตน้ำตาก็ไหลรินอย่างหยุดไม่อยู่ เขารู้ดีว่าเธอผ่านเรื่องเลวร้ายมาอย่างตัวคนเดียว แล้วเขาตอนนั้นก็ไม่สามารถช่วยอะไรเธอได้เลย ไม่ว่าเธอจะผลักใสเขาไป เขาก็ไม่มีทางปล่อยเธอไปแน่ๆ

         “ได้โปรดโรม.. ฉัน..ฮึก..เลิกยุ่งกับฉันเถอะ” หญิงสาวร้องไห้หนักจนเธอไม่สามารถควบคุมตัวเธอได้ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตา และเนื้อตัวที่สั่นเทา ร่างกายที่เขาหมายมั่นจะโอบกอดก็หนีห่างอยากตัวเขาไปไกล 

         ตึ่ง ตึง!

         เสียงระฆังกังวานบอกเวลาเที่ยงคืนตรง ทว่าในหัวของชายหนุ่มนั้นมีแต่เสียงร้องให้ของผู้หญิงที่เขารัก.. เธอจะรู้บ้างไหมว่าเขาเจ็บปวดเพียงใด

         

         พลั่ก!

         อั่ก!

         “ชอน!” 

         “ปล่อยเธอซะ!” 

         ฉันมองภาพตรงอย่างตกตะลึง เมื่ออยู่ๆ ชอนก็โผล่มาแล้วปล่อยหมัดชกเข้าที่ใบหน้าหน้าโรมอย่างแรง ทั้งตัวเซไปตามแรงหมัด 

         ชั่วอึดใจฉันรู้สึกเจ็บปวดแปร๊บขึ้นมา...          

         ใบหน้าที่ถูกซัดอย่างแรงนิ่งค้างไปหลายวินาที ไม่นานเขาก็หันกลับมาด้วยแววตาปวดร้าว

         “นี่ใช่มั้ยเอ็ม สิ่งที่เธอไม่อยากให้ฉันมาเจอ!” โรมแผดเสียงอย่างน่ากลัว 

         “ฮึก..โรมนายกลับไป” โรมมองฉันด้วยใบหน้าเจ็บปวดและจากนั้นก็แปลเปลี่ยนเป็นสายตานิ่งงัน ใบหน้าคอมคายจ้องมองมาที่ฉันด้วยสายตาว่างเปล่า ฉันกระพริบตาเพื่อไล่น้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด จากนันก็หันหลังให้กับเขา 

         “นายพาฉันกลับไปหน่อยได้มั้ย” ชอนมองฉันด้วยนัยต์ตาสั่นไหว ฉันไม่หวังจะให้เขาเข้าใจอะไร ณ ตอนนี้ฉันเพียงแต่คิดว่าอยากออกไปจากที่ตรงนี้

         ฉันแค่นเสียงออกอย่างแผ่วเบา  “ฉันไม่มีแรงแล้ว..ฮึก” 

         “เอ็ม ขอร้องอย่าไปนะ” โรมเปร่งเสียงออกมาอย่างเบาๆ เมื่อเห็นฉันก้าวเท้าเดินออกมาช้าๆ เมื่อได้ยินเสียงของเขามันยากจะปฎิเสธ ว่ามันชั่งเจ็บปวดเหลือเกิน ‘โรม’ ฉันของโทษ..

         “ชอน นายช่วยพาฉันไปได้มั้ย..” ใบหน้าเขาดูเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นน้ำตาฉันไหลออกมาเป็นทางยาวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับว่าน้ำในร่างกายฉันมันรอวันที่จะไหลออกมาอย่างไม่มีวันหยุด

         “ชอ...” ฉันเอ่ยเรียกอีกครั้งเมื่อเขาไม่มีท่าทีขยับ ทว่าฉันกลับไม่สามารถเปร่งเสียงออกมาจนสุด เมื่อทุกอย่างมันพลันมืดสนิด และทิ้งตัวเองแห่งห้วงแห่งความมืดมิด..

 

         ‘ถึงแม้เราไม่มีทุกอย่าง แต่เราก็มีความสุขฉันมั้ยลูก’ เด็กสาวยิ้มให้กับผู้เป็นแม่ที่โอบกอดเธอด้วยความรัก

         ‘ค่ะ เอ็มรักแม่ที่สุด มีแค่ครอบครัวเราก็พอแล้ว’

         ‘แม่ก็รักเอ็มนะ’

         ‘ว่าแต่ยังมีสิ่งที่เรายังไม่มีอีกเหรอคะ’ เด็กสาวที่อยู่ในอ้อมกอดเอียงตัวถามผู้เป็นแม่อย่างสงสัย เพราะในเมื่อสิ่งที่เธอเป็นตอนนี้มันมีความสุขที่สุด

         ‘เมื่อลูกโตขึ้นมาลูกจะรู้เอง’ ดวงตาโตบ้องแบ้วมองผู้เป็นแม่อย่างไม่เข้าใจ 

 

         

         ‘ว่าไงนะคะ พ่อจะย้ายบ้านเหรอ!’ เด็กสาวมองพ่อตนเองอย่างตกใจ ความสับสนเกิดขึ้นภายในใจ 

         ‘ทำไมล่ะคะ’

         ‘เรื่องงานพ่อจ๊ะ มันจำเป็นจริงๆ’ เด็กสาวมองผู้เป็นแม่ตัวเองอย่างไม่เข้าใจ ทำไมกัน? ในเมื่อเธอพึ่งย้ายมาอยู่เมืองนี้เพียงแค่ปีเดียวเองนะ

         ‘แล้วเพื่อนๆ เอ็มล่ะคะ แล้วยังจะโรงเรียนเอ็มอีก’

         ‘พ่อทำเรื่องย้ายให้ลูกแล้ว มันเป็นงานลูกเข้าใจใช่มั้ย’ ชายแก่พูดอย่างใจดี 

         ‘แล้วนิคล่ะคะ’ เด็กสาวชายตามองน้องชายตัวเล็กที่อยู่ข้างๆ สวมเครื่องช่วยหายใจอยู่ข้างๆ

         ‘เราย้ายโรงพยาบาลให้นิคแล้วเหมือนกันจ่ะ’

         ‘แล้วเราจะไปกันเมื่อไรคะ’ เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ ให้ตายสิ เธอเพิ่งจะสนิทกับเพื่อนเธอแท้ๆ เธอไม่อยากจากที่นี่เลย แถมเมืองนี้ก็ยังเป็นเมืองที่น่าอยู่อีกเสียด้วย

         ‘วันพรุ่งนี้จ่ะ’

 

 

         ‘วันนี้ลูกยังไม่ต้องกลับมาที่บ้านนะ ไปนอนกับเพื่อนก่อนนะจ้ะ’

         ‘ทำไมล่ะคะ’ ร้อยวันพันปีพ่อแม่เธอไม่ยอมให้เธอได้ออกไปไหน แต่ทำไมอยู่ๆ ก็บอกให้เธอไปสะงั้น

         ‘แหม พ่อกับแม่ก็อยากจะอยู่สองต่อสองบ้างน่ะจ่ะ ไว้วันมะลืนค่อยกลับมานะ’ เธอมองพ่อกับแม่เธออย่างสงสัย แต่ความสงสัยนั้นก็หมดไปเมื่อคิดได้ว่าพ่อและแม่เธอไม่ได้สวิีกันมานานแล้ว อาจจะอยากอยู่ด้วยกัน รอยยิ้มที่ส่งผ่านมาให้เธอหายสงสัยเป็นปริดทิ้ง  

 

         .

         ‘โรมพรุ่งนี้เป็นวันเกิดของพ่อฉัน นายว่าฉันจะซื้ออะไรดี’ หญิงสาวร่างบางเอียงตัวไปถามพี่ชายต่างสายเลือดที่อยู่ๆ ข้างๆ ทว่าไม่มีเสียงตอบกลับมาใดๆ ร่างบางงงงวยและมองไปที่ชายหนุ่นที่ยืนเหม่อลอยอยู่ข้างๆ ในตาเขาดูว่างเปล่า กังวลใจ ใบหน้านั้นขมวดคิ้วเบาๆ 

         ‘โรม!’ เอ็มมี่เข้าไปสะกิดชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆ เธอ

         ‘อ้อ ฉันไม่เป็นไร’

         ‘ฉันไม่ได้ถามนายว่าเป็นอะไรหรือเปล่า โรมนายเป็นอะไรเหรอ’ ทันใดนั้นร่างสูงค่อย หันมายิ้มให้เธอ

         ‘เปล่านี่ ว่าแต่ทำไมอยู่ๆ พ่อเธอถึงให้เธอมาค้างกับคนอื่นได้ล่ะ’

         ‘พวกเขาอยากสวีทกัน ทำไงได้’

         ‘แค่นั้นเหรอเอ็ม’

         ‘แค่นั้นล่ะสิมันจะมีอะไรได้ ช่วยฉันเลือกของเร็วเข้า..’
       
          To be continued...

 

 



       

SQWEEZ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

61 ความคิดเห็น