ตอนที่ 97 : Third Wave - 03 - เริ่มต้นเดินทาง บทปลาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2141
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 249 ครั้ง
    5 เม.ย. 62

อืม จะทำอย่างไรต่อไปดีนะ

ก่อนอื่นต้องขออธิบายก่อนว่าตอนนี้ผมอยู่ในสถานการณ์เช่นไร

หลังจากที่ผมจัดการขังผู้คนทั้งเมืองเอาไว้ในโดมดินเรียบร้อยแล้วผมก็บินกลับมาทางกองทัพมาร พูดคุยกันอย่างสันติสักพักหนึ่งและเมื่อทางกองทัพมารเสียหายไปกว่าครึ่งทางนั้นก็ยอมถอยทัพกลับไปด้วยรอยยิ้ม

พอปาดเลือดบนใบหน้าออกจนหมดแล้วผมก็ย้อนกลับมาหากองทัพทาสที่ถูกเด็ก ๆ ของผมดูแลอย่างใกล้ชิด

แน่นอนว่าสายตาของพวกเขาไม่หลงเหลือความเป็นศัตรูอยู่เลย

มันทำให้ผมเชื่อว่าเผ่าอมนุษย์เหล่านี้เป็นเผ่าพันธุ์ที่รักสงบ แต่อาจจะดูตื่นคนไปบ้างเพราะเมื่อผมเข้าไปใกล้กองทัพทาสทั้งหมดก็พร้อมใจกันไสก้นหนีออกห่างอย่างพร้อมเพรียง

ทั้งที่ผมเดินเข้าไปด้วยรอยยิ้มจริงใจแท้ ๆ ....อ๊ะ ปาดเลือดออกไม่หมดนี่นา

และนั่นก็คือการความเดิมที่เกิดขึ้น ปัจจุบันผมกำลังยืนกอดอกครุ่นคิดอยู่ว่าจะจัดการอย่างไรกับพวกเขาดี แน่นอนว่าการสังหารทิ้งไม่อยู่ในตัวเลือก แต่การจะปล่อยไปแบบนี้ก็มีแต่จะทำให้พวกเขาต้องไปตายเอากลางทางหรือไม่ก็ถูกจับกลับไปเป็นทาสอีกที ซึ่งถ้าเกิดเรื่องนั้นขึ้นมันก็จะทำให้สิ่งที่ผมลงมือทำไปเป็นการเสียแรงเปล่า

ซึ่งต้องขอบอกเลยว่าผมเกลียดการทำอะไรที่เปล่าประโยชน์ที่สุด เพราะฉะนั้นผมจึงกำลังกลุ้มใจว่าจะทำอย่างไรกับพวกเขาดี

เมื่อช่วยแล้วก็ต้องช่วยเหลือจนถึงที่สุด ไม่ใช่ว่าผมเป็นคนโอบอ้อมอารีหรอกนะ แต่เพราะไม่อยากให้มันมีอารมณ์ค้างคาเอาไว้ต่างหาก

เอาเถอะ คิดไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา อยากทำอะไรก็ลงมือทำไปเลยแล้วกัน

ในเมื่อทางฝั่งผู้ไล่ล่าแฝงตัวเข้าไปในหมู่มนุษย์แล้วเร่งการทำลายมิติจากภายใน ผมเองก็จะใช้วิธีเดียวกันเพียงแต่คนละฝ่าย

นั่นก็คือรวบรวมเผ่าอมนุษย์ทั้งหลายขึ้นมาเป็นกองกำลังเพื่อทำการต่อต้าน หากว่ากองทัพอมนุษย์แข็งแกร่งขึ้นจนกลายมาเป็นขวากหนามชิ้นสำคัญแต่เผ่ามนุษย์ได้ละก็ เจ้าผู้ไล่ล่าจะต้องโผล่หัวออกมาอย่างแน่นอน ซึ่งพอถึงตอนนั้นผมก็แค่จัดการพูดคุยอย่างสันติกับเขาอีกครั้งงานในมิตินี้ก็จะสิ้นสุดลง

ฉลาดล้ำจริง ๆ

ถ้าอย่างนั้น นับแต่วันนี้คนพวกนี้ก็จะกลายมาเป็นลูกน้องของผมสินะ

ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ ผมไม่เคยมีลูกน้องเสียด้วย

สองสิ่งที่เลี้ยงแล้วอยู่รอดนานที่สุดก็จะมีแค่บัลกับอัลที่กำลังทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อยอยู่ด้านหลังเท่านั้น

บัลหรือบาฮามุทกำลังกระเดือกซากของเหล่ามารที่ดูจะเก่งกาจกว่าทหารเดินเท้าทั่วไปอยู่ ถึงแม้ว่าภาพโดยรวมอาจจะติดเซนเซอร์อยู่เล็กน้อยแต่รอยยิ้มแยกเขี้ยวสีไข่มุกที่อาบไปด้วยเลือดมันก็ทำให้ดูน่ารักขึ้นอักโข

ส่วนทางด้านอัลหรืออัลทิม่าที่กำลังสูบเอาวิญญาณจากในสนามรบเข้ามาเพิ่มพลังให้กับตัวเองก็ดูน่าเอ็นดู จากตรงนี้ผมสามารถมองเห็นภาพรอยยิ้มของอัลได้เช่นกัน ถึงแม้จะมีเสียงกรีดร้องโหยหวนของเหล่าวิญญาณที่ถูกดึงเอามาอย่างไม่เต็มใจเป็นเสียงแทรกก็ตาม...แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ผมจะต้องใส่ใจ...ล่ะมั้ง?

เอาเถอะ ปัญหาของผมตอนนี้ก็คือกองทัพทาสเบื้องหน้า ก่อนอื่นต้องจัดการกับโซ่ตรวนชิ้นแรกให้เรียบร้อยเสียก่อน

พวกเจ้า” อืม...ใช้คำว่าเจ้าแบบนี้มันจะดูละครไปรึเปล่านะ? “อยากอยู่รอดหรือไม่?”

ถึงแม้พวกเขาจะสะดุ้งจนถอยกรูดไปอีกครั้งกับคำพูดแรกของผม แต่เมื่อผมพูดประโยคท้ายจบพวกเขาก็พร้อมเพรียงกันเงยหน้าขึ้นมามอง

ทะ ท่านจะ จะปล่อยพวกเราไปอย่างนั้นเหรอ?” ลิซาร์ดแมนคนหนึ่งที่อยู่หน้าสุดเงยหน้าขึ้นมาถามเสียงสั่น

ผมเองก็พยักหน้าตอบ

สีหน้าของเขายินดีขึ้นมาครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มลงคอตกอีกครั้งอย่างหมดหวัง

ระหว่างที่ผมกำลังสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น เขาก็อธิบายขึ้นมา

ถึงแม้ว่าท่านจะปล่อยพวกเราไป สิ่งที่รอคอยอยู่ก็คือชีวิตทาสที่ไม่รู้ว่าจะตายวันตายพรุ่ง” ระหว่างที่มือของลิซาร์ดแมนก็จิกลงไปบนพื้นดิน ไม่เพียงแค่ลิซาร์ดแมนเท่านั้น ทาสคนอื่นเองเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้ต่างก็พากันคอตกอย่างหมดหวัง “มันต่างกันก็แค่พวกเราสามารถรอดไปตายได้ในวันหน้าเท่านั้นเอง”

ใช่ ที่เขาพูดมามันถูก เพราะฉะนั้นก่อนที่จะจัดการอะไรผมจึงต้องถามคำตอบให้แน่ชัดก่อน อย่างที่บอกเอาไว้ ผมไม่ชอบทำอะไรที่สูญเปล่า

เพราะฉะนั้นผมจึงถามคำเดิมออกไปอีกครั้ง

พวกเจ้า...อยากจะมีชีวิตหรือไม่?”

โดยเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ผมต้องการจะสื่อเล็กน้อย ไม่ใช่เพียงแค่รอดไปได้ ถ้าหากผมลงมือช่วย พวกเขาจะสามารถทวงชีวิตของตัวเองกลับมาได้ เพียงแต่ว่ามันจะมากน้อยแค่ไหนมันก็ขึ้นอยู่กับความพยายาม, ความสามารถและดวงของพวกเขาเอง

แต่เรื่องที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใดทั้งหมดก็คือ

พวกเขาต้องมีความหวัง ต้องมีความต้องการที่จะมีชีวิตรอดต่อไป

ผมต้องการแค่นั้น

ถ้าพวกเขายังไม่ทอดทิ้งความหวังที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ ผมก็ยินดีที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ

และดูเหมือนว่าลิซาร์ดแมนคนนั้นจะเข้าใจสิ่งที่ผมพยายามจะสื่อ และเพราะว่าเข้าใจ จึงไม่สามารถที่จะตอบกลับมาได้ในทันที

เพราะเขารู้ว่าสิ่งที่ตัวเขาต้องการนั้นมันเป็นเรื่องที่ยากเพียงใด

พวกเขาตกอยู่ในอาณัติของเวทมนตร์ทาส พวกเขาไม่มีดินแดนเป็นของตัวเอง พวกเขาถูกล่าและทำลายครอบครัวจนหมดสิ้น หลงเหลือเพียงชีวิตที่ไม่รู้ว่าจะต้องตายในวันไหน พวกเขาถูกบังคับให้มีชีวิตที่ตายเสียดีกว่าอยู่

แต่ถึงอย่างนั้น....ถึงอย่างนั้นก็ตาม

ข้าอยาก...ข้า....อยากจะมีชีวิตรอด......ข้า...ไม่อยากตาย” ลิซาร์ดแมนเงยหน้าขึ้นมามองผม ในดวงตาสีเหลืองของเผ่าพันธุ์สัตว์เลื้อยคลานตรงหน้ามีน้ำตาไหลพรากออกมา

ในหยดน้ำที่ไหลออกมานั้นมันอัดแน่นไปความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมาน แต่ถึงอย่างนั้นในดวงตานั้นก็ยังมีความหวังและความต้องการ

ในที่สุดประกายไฟดวงแรกก็ถือกำเนิดขึ้น

ประกายไฟแรกที่จะเผาผลาญความโสมมในมิติแห่งนี้

ผมยกมุมปากขึ้นอย่างพอก่อนจะเดินเข้าไปหาลิซาร์ดแมนคนนั้น

และเอามือวางเอาไว้บนศีรษะของเขา

เอ๊ะ...” ลิซาร์ดแมนส่งเสียงร้องขึ้นมาเมื่อเห็นว่าผมกำลังสัมผัสที่หน้าผากของเขา

ทะ ท่าน ไม่รังเกียจ...อมนุษย์อย่างข้า?” ในน้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความสับสนมากมาย แต่ที่โดดเด่นที่สุดก็คือความยินดีและความโหยหา

มันเป็นความรู้สึกคล้ายกับถูกทิ้งเอาไว้ในบ่อน้ำที่มืดมิดและหนาวเย็นอย่างยาวนาน ยาวนานพอที่จะทำให้ร่างกายและจิตใจหลงลืมสิ่งที่เรียกว่าความอบอุ่นไปได้

และเมื่อได้สัมผัสถึงความรู้สึกที่โหยหานี้อีกครั้งลิซาร์ดแมนก็ก้มศีรษะลงและร้องไห้โฮออกมา

ผมไม่รู้ว่าตอนนี้เขากำลังคิดอะไร เพราะเกล็ดบนศีรษะของเขาที่ผมกำลังลูบอยู่มันเย็นสบายมือดีเลยไม่ได้สนใจเท่าไรนัก

อ๊ะ ไม่ได้สิ จะมามัวเพลินกับอะไรแบบนี้ไม่ได้ ผมมีสิ่งที่ผมต้องจัดการอยู่

สำหรับผมที่มีทักษะแก่นแท้ การจะทำเวทมนตร์ที่ฝังอยู่กับร่างกายนั้นไม่ใช่เรื่องยาก

เวทมนตร์ที่เกาะติดและส่งผลตลอดเวลามันก็เหมือนกับไพ่ที่ถูกตั้งขึ้นมาเป็นปราสาท ในแต่ละส่วนต้องทำอย่างแม่นยำและเที่ยงตรงค่อย ๆ หล่อหลอมจนกลายมาเป็นปราสาท แต่เพราะอย่างนั้นนั่นเอง ส่วนประกอบของมันจึงเต็มไปด้วยจุดอ่อน ไม่สิ ต้องเรียกว่ามีแต่จุดอ่อนเลยก็ว่าได้ สิ่งที่ผมต้องทำก็เพียงแค่หยิบไพ่ที่กองอยู่ที่ฐานออกมาหนึ่งใบ

และหลังจากนั้นมันก็จะ...

ฟู่!

อั๊ก!!” ลิซาร์ดแมนร้องขึ้นมาด้วยความทรมาน สัญลักษณ์ของทาสที่ประทับเอาไว้รอบคอของเขาก็กลายเป็นสีแดงพร้อมกับปล่อยควันออกมาราวกับเป็นแผลที่ถูกทาบด้วยเหล็กเผาไฟ

เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับลิซาร์ดแมนแล้ว ทาสรอบ ๆ ก็ถอยออกด้วยความหวาดกลัวทันที พร้อมกันนั้นก็ส่งสายมองผมด้วยความเกลียดชัง แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่หวั่นไหว

ถ้าอยากมีชีวิต...” ผมใช้เวทมนตร์ปรับแต่งพร้อมกับเก็บเอาเศษเสี้ยวของเวทมนตร์ทาสที่กำลังพังทลายเพื่อลดความเจ็บปวดให้กับลิซาร์ดแมน “ผมจะช่วย”

สิ้นเสียงของผม รอยแดงที่ร้อนรุ่มก็กลายเป็นสีขาวและแตกออก

สะเก็ดของเวทมนตร์ที่แตกออกมาส่งเป็นแสงสว่างสีขาวตัดกับสีแดงของพระอาทิตย์ยามเย็นเบื้องหลัง

ลิซาร์ดแมนยกสองมือขึ้นมาสัมผัสรอบคอตนเองอย่างไม่อยากเชื่อ เสียงหายใจรุนแรงนั้นบ่งบอกถึงความตื่นเต้นของเขาได้เป็นอย่างดี และเมื่อตั้งสติขึ้นมาได้ ดวงตาที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตาก็แหงนขึ้นมามองผม

ก่อนที่จะยกสองมือซึ่งปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีเขียวขึ้นมาปิดใบหน้าของตัวเองเอาไว้...และร้องไห้ออกมา

อ๊า-------ฮึก ฮึก.....อะ...อะ....อ๊า--------!” เสียงร้องไห้ที่คล้ายกับการตะโกนยามกำเนิด ดังปกคลุมไปทั่วบริเวณ แต่ถึงเขาจะร้องไห้ออกมาอย่างน่าสมเพชแค่ไหน ก็ไม่มีใครเลยในที่นั้นที่คิดจะดูถูก ไม่มีใครเลยที่ควบคุมอารมณ์ของตนเองได้เมื่อเห็นภาพตรงหน้า

ฝันร้าย.....โซ่ตรวนที่บีบรัดชีวิตของพวกเขาเอาไว้ได้สลายออกไปต่อหน้าต่อตา

กองทัพทาสที่ได้เห็นเรื่องตรงหน้าไม่สามารถที่จะควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้อีกต่อไป

ทุกคนยกสองมือขึ้นมาบิดบังใบหน้าที่บิดเบี้ยวซึ่งชโลมไปด้วยน้ำตาของตนเองและส่งเสียงสะอึกสะอื้น

บ้างก็ร้องไห้โฮออกมาเช่นเดียวกับลิซาร์ดแมน บ้างก็คู้ตัวลงไปใช้สองมือกอดตัวแล้วสะอึกสะอื้น

แต่ทุกคนไม่ได้ร้องไห้เพราะสิ้นและไม่ได้ร้องไห้เพราะเจ็บปวด

พวกเขาร้องไห้เพราะได้สัมผัสถึงความหวัง

ความหวังอันอบอุ่นที่พวกเขาไม่กล้าที่จะคิดถึง เพราะยามเมื่อตื่นขึ้นมา ความฝันนั้นจะย้อนกลับมาฉีกกระชากจิตใจของพวกเขา

เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงไม่กล้าที่จะคิดหรือคาดหวังถึงเรื่องราวตรงหน้า

ผมกวาดสายตามองไปยังเหล่าทาสที่กำลังร่ำไห้อยู่รอบกาย ทุกคนล้วนแต่เต็มไปด้วยบาดแผล

ทั้งร่างกาย...และจิตใจ

ผมสูดหายใจเข้าจนลึกพร้อมกับมองบัลและอัลที่บินมาหาผมหลังจากที่จัดการอาหารของตัวเองเรียบร้อยแล้ว

ร่างกายของอัลทิม่าที่เรืองแสงสีขาวเต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์ลงมานั่งอยู่บนไหล่ของผม ส่วนบาฮามุทที่ตอนนี้มีเปลวเพลิงสีดำล้อมรอบร่างกายของมันนั้นกำลังกางปีกทิ้งพุ่งลงมาอยู่ที่ไหล่อีกข้าง

ดูเหมือนว่าทั้งสองจะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้คนรอบข้างจึงเอียงคอมองหน้าผมอย่างสงสัย ทำเอาผมอดยกยิ้มขึ้นมาให้กับความน่ารักของพวกมันไม่ได้

ผมขยับมือเล็กน้อยลูบศีรษะของลิซาร์ดแมนที่ยังคงร่ำไห้อยู่ตรงหน้า

ผมจะปลดปล่อยพวกคุณ” เสียงเรียบของผมทำที่ดังขึ้นมาท่ามกลางเสียงร้องไห้ของกองทัพทาสดังขึ้นแผ่วเบา แต่ถึงอย่างนั้นผมก็รู้ว่าเสียงของผมส่งไปถึงทุกคนอย่างแน่นอน

ออกจากฝันร้ายนี้เอง”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 249 ครั้ง

858 ความคิดเห็น

  1. #811 Azasale (@dragon1911) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 19:10
    ชอบตอนนี้มากครับ
    #811
    0
  2. #771 Unknown_EIEI (@Unknown_EIEI) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 18:40
    เสียงร้องไห้ ผมนึกว่าโดนเปิดซิง555
    #771
    0
  3. #728 cheta0071 (@cheta0071) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 21:09
    เทพจัดดด
    #728
    0
  4. #725 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 20:45
    อย่างหล่ออออออ
    #725
    0
  5. #724 WSpoohElf (@WSpoohElf) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 20:26
    อยู่ๆก็หล่อขึ้นมา5555
    #724
    0
  6. #723 WaWhar (@walliga1) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 20:14
    ทำไมรู้สึกชอบพี่ พี่หล่อมากค่ะ 5555
    #723
    0
  7. วันที่ 5 เมษายน 2562 / 19:58
    นับวันพระเอกยิ่งมีตรรกะที่ผิดปกติมากขึ้น55555
    #722
    0
  8. #721 SuSaya (@yusay) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 19:22
    รู้สึกว่าตรรกะของนายจะค่อนข้างไม่ปกตินะ นี่จะรู้ตัวบ้างมั้ย
    #721
    0