ตอนที่ 80 : Second Wave - 41 - ขุมกำลังทั้งสี่ บทกลาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1919
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 269 ครั้ง
    19 มี.ค. 62

___________________________

ตุลากรรณ เวชุลากร (34)

ระดับ 24

ผู้ตรวจสอบ - ระดับ 18

พลังชีวิต 800/800 •พลังเวท 2154/2500 • พลังกาย 1050/1150

-พละกำลัง 15

-ความรวดเร็ว 13

- ความทนทาน 8

- ปัญญา 25

- จิตใจ 18

- โชค 7

แต้มสะสม 0

ทักษะ

-นักเจรจาฝึกหัด

/ได้รับแต้มปัญญาและจิตใจ 1 แต้มตามระดับอาชีพ/

-ดวงตาผู้รอบรู้ 3/3

/ใช้พลังเวท 50 แต้มเพื่อตรวจสอบสถานะของเป้าหมาย/

-โน้มน้าว 10/10

/ใช้พลังเวทต่อเนื่องเมื่อเปิดใช้ ทำให้คำพูดของผู้ใช้สร้างผลกระทบต่อจิตใจของเป้าหมาย (สถานะผิดปกติทางจิตใจ) เมื่อจิตใจได้รับผลกระทบจนถึงระดับสูงสุดผู้ใช้จะสามารถควบคุมเป้าหมายได้ ผลของทักษะจะลดลงตามเวลาที่ผ่านไป/

ฉายา

ผู้กินเผ่าพันธุ์

/สร้างความหวาดกลัวต่อผู้ที่มีเผ่าพันธุ์เดียวกันขึ้นเล็กน้อย/

___________________________

 

รู้รึยังว่าทำไมผมไม่ชอบหน้ามันตั้งแต่แรกเห็นเลย

ไม่ใช่แค่ว่าเจ้านี่หน้าตาวอนคอนเวิร์ด แต่มันยังมีดวงตาผู้รอบรู้ระดับสูงสุด ทักษะโน้มน้าวที่เอาไว้ควบคุมผู้อื่นและตบท้ายด้วยฉายาผู้กลืนกินเผ่าพันธุ์

นิ้วชี้ของผมมันร่ำร้องว่าอยากจะดีดหน้าผากมันเหลือเกิน

แต่ก็ต้องอดทนไว้ก่อน ต้องรอให้ถึงเวลาเด็ด ๆ ก่อนที่จะลงมือทำอะไร การเปิดกับพวกมันก่อนแบบนี้มันจะทำให้ภาพลักษณ์ของลุงทศดูไม่ดี อีกอย่างผมอยากจะหักหน้าพวกมันตอนที่มันคิดว่าทุกอย่างอยู่ในกำมือของมันแล้วมากกว่า

แต่ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ลุงทศอาจจะโดนทักษะโน้มน้าวของมันเล่นงานเอาได้ผมจึงแอบใช้เวทมนตร์ธาตุแสงให้กับลุงทศเพื่อป้องกันสถานะผิดปกติทางจิตใจ ไม่เพียงแค่ลุงทศเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงพี่ ๆ บอดี้การ์ดและพี่คนขับรถอีกด้วย

เป็นไงล่ะ เวลาผมทำงานขึ้นมามันเนี้ยบมากเลยใช่ไหมล่ะ?

ยินดีต้อนรับนะครับ คุณทศทิศ” ผู้พิทักษ์ในชุดสีเขียวเดินเข้ามาทักทายกับลุงทศด้วยรอยยิ้ม แต่นอกจากรอยยิ้มแล้วมันก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรเพิ่มเติม ซึ่งถ้ามองจากอายุของมันที่น่าจะน้อยกว่าลุงทศอย่างแน่นอนแล้ว เพียงแค่รอยยิ้มไม่น่าจะเพียงพอต่อการรับรองแขกอย่างลุงทศ

นั่นก็หมายความว่า พวกมันไม่ได้ใส่ใจถึงมารยาทหรือความเคารพอีกต่อไปแล้ว

ดูเหมือนว่าลุงทศก็สังเกตเห็นถึงจุดนี้ได้เหมือนกัน แต่ลุงทศก็ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกไป เพียงแค่ส่งรอยยิ้มให้ตามมารยาทเท่านั้น

สวัสดีคุณตุลากรรณ ไม่เจอกันพักเดียวดูมีราศีขึ้นเยอะเลยนะ” ถึงแม้คำพูดของลุงทศจะเป็นคำพูดตามมารยาท แต่ดูเหมือนว่าทางนั้นไม่ได้คิดเช่นนั้น พอได้รับคำชมจากลุงทศแล้วมันก็ยิ่งเชิดจมูกของมันเข้าไปอีก

อา อยากหักจังเลย อยากหักทั้งหน้า ทั้งจมูกมันเดี๋ยวนี้เลย

แต่ก็ทำไม่ได้ ทำตอนนี้ไม่ได้ อดใจไว้ก่อนนะประกายเพชรลูกพ่อ (ชื่อนิ้วขวา) อดทนเอาไว้ พ่อสัญญาว่าจะให้ลูกซัดมันแน่นอน ตอนนี้อดทนเอาไว้ก่อนนะ

ฉันเองก็ผ่านอะไรมาพอสมควรละนะครับ” ไอ้เจ้าจมูกเชิดไพล่มือเอาไว้ด้านหลังยืดอกขึ้นมาเล็กน้อยราวกับจะให้แสงสะท้อนจากยศบนหน้าอกกระแทกเข้าไปในนัยน์ตาของลุงทศ “หลังจากที่เกิดเรื่องขึ้นฉันก็ได้เข้าร่วมการต่อสู้ในสงครามมาก ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเพื่อปกป้องดินแดนบ้านเกิดจนได้รับของตอบแทนจากความกล้าหาญนั้นมาพอสมควรเลยครับ”

อุแหวะ ผู้กินเผ่าพันธุ์เนี่ยนะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน .....ไม่ได้นะอัครสิทธิ์! (ชื่อเข่าซ้าย) อย่าสั่นอย่างนั้นสิลูก พ่อรู้ว่าลูกอยากจะจับมันมาตีเข่าแต่ตอนนี้ลูกจะทำอย่างนั้นไม่ได้นะ!

เป็นอย่างนี้นี่เอง” ลุงทศพยักหน้ารับฟังคำอวดโอ่ของคนตรงหน้า “น่าเสียดายจริง ๆ ที่ฉันแก่ตัวแล้ว ไม่อย่างนั้นฉันเองก็อาจจะมีโอกาสได้แสดงความกล้าหาญเหมือนอย่างคุณตุลากรรณบ้าง”

พอฟังคำพูดของลุงทศแล้วริมฝีปากของมันก็เหยียดขึ้นเล็กน้อย “นั่นสินะครับ น่าเสียดายจริง ๆ ฉันเองก็อยากจะมีโอกาสได้ร่วมต่อสู้’ กับคุณทศเช่นเดียวกัน” ตอนนี้เองที่ผมจับสัมผัสได้ว่าพลังเวทของมันนั้นพุ่งตรงมายังลุงทศ ดูท่าว่าจะใช้ดวงตาผู้รอบรู้เพื่อตรวจสอบสถานะของลุงทศสินะ

เมื่อมันได้ข้อมูลของลุงทศแล้วรอยยิ้มมุมปากก็ยกกว้างขึ้นไปอีก

แต่ตอนนี้ก็ยังไม่สายนะครับ ถึงแม้ว่าคุณทศจะไม่มีพลัง’ ก็สามารถยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่กำลังลำบากได้นะครับ” มันว่าพลางกางแขนทั้งสองข้างออก “ตอนนี้ประเทศของเรากำลังแตกแยกทั้งที่ไม่ควรจะเป็น ขุมกำลังทั้งสี่แยกย้ายกันออกไปตั้งรกรากและกำลังพลตามจุดต่าง ๆ ฉันต้องยอมรับว่าพวกเราผู้พิทักษ์นั้นไม่มีพลังเพียงพอที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างทั่วถึง แต่ว่าถ้าเราได้รับการช่วยเหลือจากคุณทศละก็ ฉันรับรองได้เลยว่าอำนาจของผู้พิทักษ์จะยิ่งใหญ่ขึ้น แล้วพวกเราจะสามารถช่วยพี่น้องประชาชนที่กำลังตกอยู่ในความหวาดกลัวได้อย่างแน่นอน”

อูย หลงตัวเองแบบสุดกู่ ถ้าอยากจะช่วยละก็ช่วยไปผูกคอตายใต้ต้นถั่วงอกได้ไหม หรือไม่ก็เอาลิ้นแยงจมูกให้ตาย ๆ ไปเสีย แค่หน้าของแกก็ทำร้ายจิตใจผมจะแย่อยู่แล้ว การต้องมาทนฟังคำตอแหลหน้าด้าน ๆ แบบนี้ยิ่งทำให้ประกายเพชรกับอัครสิทธิ์หมั่นไส้ขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย

ถือเสียว่าฉันขอร้องแล้วกันนะคุณทศ เพื่อพี่น้องประชาชนตา คุณจะยอมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพวกเราได้ไหม?” ถึงแม้ว่าจะเป็นประโยคที่ดูคล้ายกับประโยคขอร้อง แต่สายตาของมันที่สื่อออกมานั้นมันไม่ได้แสดงแบบนั้น สายตาที่มันมองลุงทศก็เหมือนกับลูกไก่ในกำมือที่พร้อมจะขยี้ได้ทุกเมื่อ คำพูดของมันนั้นแค่เปรยเอาไว้เพื่อให้ทักษะโน้มน้าวของมันส่งผลเท่านั้น “ฉันสัญญาว่าพี่น้องประชาชนทุกคนจะต้องมีความสุขความยินดีจากการร่วมมือของคุณอย่างแน่นอน”

มันช่างเป็นคำพูดที่กลวงสิ้นดี แล้วแกจะมาสัญญาแทนคนอื่นได้อย่างไร? แล้วไอ้คำที่ว่าพี่น้องประชาชนเนี่ยเลิกพูดได้ไหม มันเหมารวมผมไปด้วยนะ ซึ่งผมไม่ได้ขอร้องให้แกมาช่วยเลย เอาจริง ๆ ถ้าแกอยากจะช่วยผมก็ช่วยสไลเดอร์ศีรษะออกไปทีเถอะ ผมขอร้องเลยเอ้า!

ต้องขอโทษด้วยนะคุณตุลากรรณ” ลุงทศยิ้มกลับไปโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนไปจากเดิมเลยแม้แต่นิดเดียว “แต่เรื่องนี้ทางฉันเองก็ไม่สามารถตัดสินใจได้อย่างง่ายดาย คงต้องเวลาสักนิดเพื่อพิจารณาดูก่อนว่าทางเราสามารถช่วยอะไรได้บ้าง”

คำตอบของลุงทศนั้นทำเอามันผงะออกไปราวกับไม่เชื่อหูตัวเอง มันจ้องตรงมายังลุงทศอีกครั้งด้วยความงงงวย ก่อนจะขมวดคิ้วจนแน่น

สงสัยสินะว่าทำไมทักษะของตัวเองถึงไม่ได้ผล มันแน่อยู่แล้ว ถ้าทักษะโน้มน้าวของนักเจรจาฝึกหัดระดับ 24 มันสามารถฝ่าเวทมนตร์ของผมมาได้สิมันถึงแปลก

พวกคุณเองก็เห็นด้วยกับคุณทศอย่างนั้นเหรอ?” ตุลากรรณหันมาถามคนที่อยู่รอบข้าง หรือก็คือพวกพี่ ๆ บอดี้การ์ด “พวกนายจะไม่ช่วยโน้มน้าวนายจ้างคนนี้ทีเหรอ พี่น้องประชาชนของประเทศเรากำลังรอคอยความช่วยเหลืออยู่นะ”

ตามปกติแล้ว ผู้ที่ได้ฟังคำพูดของตุลากรรณในระยะประชิดนั้นจะโดนผลของทักษะโน้มน้าวไปด้วย การที่มันขอความเห็นกับบอดี้การ์ดของลุงทศที่มันไม่เคยชายตามามองเลยตั้งแต่วินาทีแรก ก็เพื่อสร้างความหวั่นไหวให้ลุงทศด้วยคนใกล้ตัว

แต่ก็ขอแสดงความเสียใจอีกครั้งที่ผมเตรียมการเอาไว้เรียบร้อย เวทมนตร์ป้องกันสถานะผิดปกติทางจิตใจที่ผมร่ายใส่ทุกคนเอาไว้ยังคงทำงานได้สมบูรณ์

พวกพี่บอดี้การ์ดขมวดคิ้วสงสัยว่าทำไมจู่ ๆ ตุลากรรณถึงมาขอความเห็นจากเขา แต่เขาก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกไป ใช้ความนิ่งเฉยเป็นคำตอบว่าพวกเขาจะไม่สอดปากกับการตัดสินใจของผู้เป็นนาย

และนั่นก็ยิ่งทำให้ตุลากรรณสับสนเข้าไปอีก

มันยกมือขึ้นมาทาบปากอย่างสงสัย แต่ก็ไม่นานนักที่รอยยิ้มของมันจะกลับมาอีกครั้ง

จริงสินะ เรื่องแบบนี้เร่งไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ทางที่ดีคุณควรจะคิดให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจ” มันว่าพลางพยักหน้ากับคำพูดของตนเอง “ถ้าอย่างนั้นฉันคงต้องขอตัวก่อนนะคุณทศ หวังว่าจะได้ฟังคำตอบที่ดีในการประชุมวันพรุ่งนี้”

ว่าแล้วตุลากรรณก็เดินออกไปพร้อมกับผู้คุ้มกันส่วนตัวโดยไม่หันกลับมามองลุงทศเลย

ในวินาทีที่มันเดินผ่านผมไปผมก็สัมผัสได้ถึงพลังเวทที่พุ่งตรงมายังร่างของผม

เจ้านั่นใช้ดวงตาผู้รอบรู้ใส่ผมสินะ

เป็นคนที่ละเอียดรอบคอบดี เอรู้ว่าทักษะไม่ได้ผลก็ถอยออกไปจากสนามรบทันทีและก็ไม่ปล่อยโอกาสที่จะได้ตรวจสอบศัตรูไปอีก

น่าเสียดายนะที่ผมมีต่างหูไร้ลักษณ์ของออโรร่า เพียงเท่านั้นระดับที่แท้จริงของผมกับมันนั้นยังต่างกันเกิน 500 ระดับ เป็นไปไม่ได้เลยที่มันจะสามารถตรวจสอบค่าสถานะของผมได้ แต่ก็นั่นล่ะ ถ้ามันไม่สามารถตรวจสอบค่าสถานะของผมได้มันก็อาจจะสงสัยได้ว่าผมคือตัวต้นเหตุที่ทำให้ทักษะของมันไม่ได้ผล

แน่นอนว่าผมไม่พลาดเรื่องแบบนี้แน่นอน ก่อนที่จะออกเดินทางมา ผมได้ทำการปลอมแปลงหน้าต่างสถานะของตนเองเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ถึงมันจะใช้ทักษะดวงตาผู้รอบรู้มองตัวผม สิ่งที่มันได้เห็นก็จะเพียงแค่หน้าต่างสถานะปลอมเท่านั้น

ไอ้หนู จะมาเล่นกับผมน่ะมันยังเร็วเกินไปสามหมื่นแปดพันเก้าร้อยหกสิบห้าปีแสง

ไปฝึกมาใหม่นะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 269 ครั้ง

858 ความคิดเห็น

  1. #855 Nix3373 (@Nix3373) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 12:59
    ประกายเพชร...อัครสิทธิ์...แต่ละนามนี่ สุดยอดดด!!
    #855
    0