RRPG • มหาสงครามครองมิติ

ตอนที่ 79 : Second Wave - 40 - ขุมกำลังทั้งสี่ บทต้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2015
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 241 ครั้ง
    19 มี.ค. 62

ตอนนี้ผมกำลังอยู่บนรถลีมูซีนสุดหรูที่ด้านในตกแต่งเอาไว้ราวกับว่าเป็นเพนเฮ้าขนาดยาว นอกจากความหรูแล้วจากที่ใช้ดวงตาผู้รอบรู้ดูก็เห็นว่ารถคันนี้มีพลังป้องกันอย่างล้นเหลือ ไม่เพียงแค่กระจกกันกระสุน ตัวรถยังทนต่อแรงระเบิด ยังไม่นับอุปกรณ์ดำรงชีพและอุปกรณ์ช่วยเหลือยามที่จมลงไปในน้ำอีกด้วย

นั่นสินะ นี่สินะที่เขาเรียกว่ายิ่งสูงก็ยิ่งหนาว ผมยักไหล่พลางผ่อนคลายไปกับบรรยากาศภายในรถที่มีเสียงเพลงคลอเบา ๆ แต่ดูเหมือนว่าคนอื่นนอกจากผมนั้นจะไม่ค่อยผ่อนคลายกันเท่าไร นอกจากลุงทศที่สีหน้าดูไม่ออกแล้ว บอดี้การ์ดคนที่เหลือล้วนแต่กำลังเคร่งเครียดจนเส้นเลือดแทบจะพองออกมาจากขมับ

อา น่าสงสารพนักงานกินเงินเดือนจริง ๆ เลย ให้ตายสิ

เอาเถอะ ผมจะไปพูดอะไรมากก็ไม่ได้ เพราะตอนนี้ผมก็อยู่ในสภาพเดียวกันกับบอดี้การ์ดทั้งหลาย จะแตกต่างก็แค่ที่ผมไม่กินเงินเดือนแต่เกาะเขากินเท่านั้นเอง

.....มันอาจจะดูแย่กว่านิดหน่อย แต่ผมก็พยายามทำงานอยู่นี่ไงล่ะ!

ก็นะ ขออธิบายต่อว่าตอนนี้รถคันนี้กำลังวิ่งขึ้นไปทางส่วนกลางของประเทศ นับว่าโชคดีที่ประเทศนี้มีแม่น้ำสายใหญ่วิ่งผ่านกลางประเทศทำให้ทิวทัศน์ในเวลานี้ค่อนข้างสวยงาม นอกเรื่องสินะ เอาเป็นว่าตอนนี้พวกเรากำลังมุ่งหน้าไปยังเขื่อนที่อยู่ทางตอนเหนือของเมืองหลวง ซึ่งเป็นจุดที่ใช้จัดงานประชุมในครั้งนี้ ว่ากันตามตรงสถานที่ที่เรากำลังมุ่งหน้าไปนั้นอยู่ในอาณาเขตของพวกผู้พิทักษ์ แต่มันก็นับว่าเป็นสถานที่ที่ติดกับอาณาเขตของดินแดนแต่ละดินแดนมากที่สุด จะยกเว้นก็แต่ทางตอนใต้น่ะนะ

ว่ากันตามตรงพวกทางตอนใต้จับมือกับทางตอนเหนือและตอนกลางของประเทศอยู่แบบนี้มันจะไกลหรือว่าจะใกล้พวกนั้นก็คงไม่สนใจมากเท่าไร

ว่ากันเรื่องไม่สนใจแล้วผมเองก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเท่าไรด้วย เพราะไม่ว่าใครจะครองอำนาจไม่ว่าใครจะกลายมาเป็นราชาของประเทศนี้บอกตามตรงว่าผมไม่ใส่ใจ เชิญทำตามสบาย แต่ว่าถ้าใครหน้าไหนมันบังอาจเข้ามาแหยมกับสปอนเซอร์ของผม มันจะซัดมันให้น่วมแล้วเอามันไปแขวนไปบนต้นไม้ไม่ให้เอาเป็นเยี่ยงอย่าง

หึ ไม่ต้องพูดหรอก ผมรู้ว่าผมเมตตาพวกมันมากเกินไป เพราะฉะนั้นเวลาที่เอาไปแขวนบนต้นไม้ ผมจะเลือกต้นมีรังมดแดงหรือไม่ก็รังผึ้งเพื่อเพิ่มความน่ากลัวของการลงทัณฑ์

สยองเลยละสิ บอกแล้วว่าอย่าให้ผมต้องอำมหิต ไม่อย่างนั้นคุณอาจจะไม่กล้าข่มตานอนหลับเป็นครั้งที่สอง

นอกเรื่องอีกแล้วสินะ เอ้า อธิบายต่อก็ได้ว่าตอนนี้เรากำลังจะถึงเป้าหมายแล้ว แต่ถึงจะบอกว่าใกล้ถึงเป้าหมายแล้วก็ไม่ได้แปลว่าพวกเราจะทำการประชุมในทันทีหรอกนะ ดูเหมือนว่าทางนั้นจะจัดเตรียมที่พักให้กับแขกที่เข้ามาร่วมการประชุมไว้เป็นส่วนตัว

จากแผนที่ที่ได้รับมาจากลุงทศทำให้รู้ว่าที่พักของผู้นำทั้งสามที่เป็นแขกรับเชิญนั้นอยู่ไม่ห่างกันมากนัก มองผิวเผินมันอาจจะเหมือนกับการเปิดโอกาสให้แขกที่ได้รับเชิญพูดคุยกันอย่างสะดวก แต่สำหรับผมแล้วมันก็ไม่ต่างอะไรไปจากการต้อนเหยื่อมารวมกันเลย ยิ่งดูสภาพที่พักที่อยู่ติดกับเขื่อนทั้งสามที่แล้วก็ยิ่งเห็นถึงความอันตรายของสถานที่ที่พวกเรากำลังมุ่งหน้าไป

ที่พักของลุงทศนั้นอยู่ไกลที่ห่างออกไปจากเขื่อนประมาณ 5-6 กิโล ส่วนที่พักของผู้นำทางทิศตะวันก็อยู่ตรงข้ามกับลุงทศ เรื่องทิวทัศน์ที่เห็นได้จากบ้านพักนับว่างดงามที่สุด แต่ก็แลกมาด้วยอันตรายที่สุดเช่นเดียวกัน เพราะว่าถ้าเกิดว่าเขื่อนถูกเปิดออกจนน้ำที่กักเก็บเอาไว้ทะลักออกมา บ้านพักทั้งสองหลังจะกลายเป็นเป้าที่ขยับเขยื้อนไม่ได้ รอให้น้ำที่ถูกปลดปล่อยออกมากลืนกินลงไป

ส่วนทางด้านบ้านพักของผู้นำทิศใต้ก็อยู่ห่างออกไปจากบ้านของลุงทศไม่มาก แต่บ้านของทางนั้นอยู่บนเนินที่สูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด แสดงเจตนาชัดเจนว่าได้รับการปฏิบัติแตกต่างจากผู้นำคนอื่น

เฮ้อ นี่พวกมันเล่นเกมขายของกันรึไง หรือว่าคิดว่าคนอื่นเขาไม่มีสมองกัน?

ถ้าเดาจากประวัติศาสตร์ก็คิดว่าน่าจะเป็นข้อหลังล่ะนะ และน่าเศร้าที่ว่าพวกมันคิดถูกเสียด้วย

ผมเบนสายตาออกไปจากกระจกรถมองดูบ้านพักของลุงทศที่อยู่อีกฟากของแม่น้ำ

ถึงมันจะสวยก็เถอะ แต่ลุงทศคิดจะไปอยู่ในที่อันตรายอย่างนั้นจริง ๆ เหรอ?

เชื่อใจผมเกินไปรึเปล่า?

เอาเถอะ ลุงทศก็ไม่ได้คิดผิดล่ะนะ ด้วยพลังของผมตอนนี้ถึงแม้ว่ามันจะปล่อยน้ำทั้งเขื่อนลงมาผมก็สามารถพาลุงทศและพี่ ๆ บอดี้การ์ดรวมไปถึงพี่คนขับรถกลับมาได้อย่างปลอดภัย เรื่องนี้รับรองได้เลย

เพราะด้วยพลังเวทของผมตอนนี้การจะแหวกน้ำแบบโมเสสก็ไม่ใช่เรื่องเกินกำลัง และถึงแม้จะมีอะไรฉุกเฉินผมก็สามารถพาทุกคนวาร์ปออกมาด้วยพลังของแกนมิติได้

ทุกอย่างออลโอเคไร้ซึ่งปัญหาพาเครียด แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าทำไมทุกคนถึงยังทำหน้าราวกับแมวอั้นอึอย่างนั้นล่ะ?

....อ้อ จริงด้วย ผมยังไม่ได้อธิบายกับทุกคนเลยว่าผมทำอะไรได้บ้าง เพราะงั้นก็เลยเครียดสินะ ไม่ต้องห่วง ๆ ไม่มีปัญหาแน่นอน

ทำไมผมถึงไม่บอก?

เรื่องง่าย ๆ ผมขี้เกียจน่ะสิ ถ้าต้องเอาเวลามาอธิบายว่าผมทำอะไรได้บ้างละก็มันจะเสียเวลาเกินไป สู้เอาเวลาพวกนั้นไปจัดเรียงภาพถ่ายของออโรร่าในความทรงจำของผมยังดีเสียกว่า

หลานนิลไม่ตื่นเต้นเลยนะ” ลุงทศที่นั่งอยู่ด้านข้างส่งเสียงเรียกผมที่กำลังเหม่อลอยมองวิวโดยไม่สนใจอะไร “หลานนิลเองก็น่าจะรู้ถึงความอันตรายของสถานที่ที่พวกเรากำลังจะไปกันนะ”

ผมพยักหน้า ไม่รู้ก็โง่แล้ว

แต่ก็ไม่กลัวเลยเหรอ” ลุงทศถามย้ำ “ถ้าเกิดว่าพวกมันปล่อยน้ำลงมาต่อให้เป็นผู้พิชิตก็ไม่น่าจะรอดไปได้ง่าย ๆ เลยนะ แล้วยังไม่รวมว่าถ้าพวกนั้นส่งกองกำลังออกมาตอนที่พวกเรากำลังจะหนีจากน้ำหลากเลยด้วย”

โอ้ วิธีนี้ใจร้ายใช้ได้ ส่งกองกำลังติดอาวุธออกมาขัดขวางทางหนีเพื่อให้มั่นใจว่าเหยื่อทั้งหมดจะกลายไปเป็นอาหารปลา

น่าสนใจนะ แต่ก็ใช้กับผมไม่ได้อยู่ดี

สบายมาก” ผมว่าพลางหันไปมองทิวทัศน์ด้านข้างต่อ อ่า อยากให้สงครามมิติเกิดที่นี่จังเลย ผมจะได้มายึดเอาความทรงจำมิติที่นี่ไปให้ออโรร่าดูได้

เมื่อเห็นท่าทางสบายใจของผมแล้วลุงทศก็ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง “ถ้าอย่างนั้นลุงก็สบายใจ”

สบายใจได้เลย เชื่อเถอะ ผมไม่ยอมให้ความเป็นอยู่ของผมต้องมากระทบเพราะเรื่องโง่เง่าของผู้กระหายอำนาจหรอก ลุงทศปลอดภัยแน่นอนร้อยสิบจุดห้าเปอร์เซ็นต์

ระหว่างที่ผมกำลังเท้าคางมองดูทิวทัศน์อยู่ ผมก็มองเห็นกองกำลังในชุดสีเขียวที่วางเอาไว้รอบเขื่อนแห่งนี้

ดูเหมือนว่าพวกผู้พิทักษ์พวกนี้จะวางกองกำลังคุ้มกันเอาไว้อย่างแน่นหนาเลยแฮะ ฮะ ๆ ผมก็พูดออกไปได้กองกำลังคุ้มกัน ดูอย่างไรก็เป็นกำแพงเพื่อป้องกันการหลบหนีชัด ๆ

โอ๊ะ ดูเหมือนว่านอกจากพวกเราแล้วก็มีแขกอีกคนมาพร้อมกันเลยแฮะ

เมื่อลีมูซีนคันโตข้ามพ้นเนินออกไปก็มองเห็นขบวนรถด้านหน้าที่เดินทางกันอย่างเอิกเกริก นอกจากรถนำหน้ากับปิดท้ายแล้ว ยังมีรถหุ้มเกราะประกบรถเบนซ์สีขาวที่อยู่ตรงกลางเอาไว้อีกด้วย หู้ย ถ้าพี่จะกลัวขนาดนั้นทำไมไม่เรียกพวกเราไปประชุมหน้าบ้านพี่แทนละครับ

แต่ก็ต้องขอบคุณความอลังการนั้นที่ทำให้ผมรู้ได้ชัดเจนว่านั่นคือผู้นำของทางใต้ เพราะว่ากองกำลังอิสระของทางตะวันออกไม่น่าจะเว่อวังขนาดนี้

ถ้าอย่างนั้นลักษณะนิสัยของคนคนนี้ก็น่าจะเป็นขี้ขลาด บ้าอำนาจ แล้วก็ห่วงภาพลักษณ์ภายนอก ติดหรูหรา โลภแล้วก็ตดเหม็นสินะ

...อย่าสนใจเลย แค่อคติส่วนตัวล้วน ๆ ก็แน่ล่ะ จะให้ผมไปชอบพวกที่จะเข้ามาทำลายอู่ข้าวอู่น้ำของผมได้อย่างไรกันล่ะ จริงไหม?

แค่อดกลั้นไม่ให้ไปขยี้พวกมันตั้งแต่ตอนนี้ได้ผมก็สมควรได้รับรางวัลแล้ว

อ๊ะ ดูเหมือน พวกเราจะมาเป็นคนสุดท้ายเลยแฮะ

สายตาของผมพลันเหลือบไปเห็นกลุ่มคนที่พวกผ้าปิดหน้าปิดตากลุ่มหนึ่งอยู่ในบ้านพักที่ห่างออกไป ดูเหมือนว่ากองกำลังอิสระเองก็มาถึงแล้วสินะ

อืม การวางกำลังพลของกองกำลังอิสระ ฮ่า ๆ ทางนี้ก็เต็มอัตราศึกเหมือนกันแฮะ

นอกจากกองกำลังติดอาวุธที่ท่าทางจะเป็นผู้พิชิตล้อมอยู่รอบบ้านพักแล้ว กองกำลังอิสระยังมีหน่วยสอดแนมที่พรางกายเอาไว้ตามจุดสำคัญต่าง ๆ อีกด้วย เรียกได้ว่าถ้าเกิดโป้งป้างขึ้นมาละก็ พวกผู้พิทักษ์ที่วางฟอร์มอยู่ในที่โล่งคงจะได้ลงไปนอนคุยกับรากมะม่วงก่อนที่จะชักอาวุธออกมาเสียอีก

พอเห็นแบบนี้ก็เริ่มสงสารพวกนั้นขึ้นมาแล้วแฮะ

ดูเหมือนว่าทางนั้นเองก็มีวิธีจัดการกับปัญหาน้ำหลากแล้วด้วย ไม่งั้นคงไม่กล้าเข้าไปอยู่ในบ้านอย่างสบายใจเฉิบแบบนั้นแน่นอน

ไม่นานนักรถลีมูซีนของลุงทศก็เข้ามาถึงทางเข้าของเขื่อนซึ่งเป็นสถานที่จัดประชุมในครั้งนี้

หลังจากการยืนยันตัวตนครู่หนึ่งผู้พิทักษ์ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบก็ติดต่อไปยังศูนย์กลางเพื่อยืนยันถึงเป้าหมายก่อนจะตะเบ๊ะด้วยรอยยิ้มกว้างส่งพวกเราเข้าไปในอวนที่วางเอาไว้

ระหว่างทางที่รถลีมูซีนขับเข้ามาด้านในพื้นที่ของเขื่อนนั้น ก็ทำให้ผมได้เห็นกำลังพลอันมากมายของกองกำลังผู้พิทักษ์ ไม่เพียงแต่จำนวนของนักรบแต่ยังมีอาวุธสงครามหลากหลายชนิดอีกด้วย เรียกได้ว่าถ้าไม่มีตัวตนของผู้พิชิตคงจะยากที่จะหาอะไรมาคานอำนาจสังหารของสิ่งเหล่านี้ได้

และในที่สุดรถลีมูซีนคันงามก็มาถึงยังจุดหมาย เหล่าพี่ ๆ บอดี้การ์ดก็รีบลงจากรถเพื่อไปยืนยันความปลอดภัยรอบข้างทันที ซึ่งเมื่อทางนั้นให้สัญญาณมา ลุงทศก็หันมามองผมเพื่อขอคำยืนยัน

ไม่มีปัญหา” ผมตอบกลับไป ถึงแม้จะมีหลายกองกำลังซุ่มตัวอยู่ในจะระยะห่างพร้อมกับอาวุธในมือก็ตาม แต่ตราบใดที่ลุงทศมีผมอยู่ข้าง ๆ ให้จับพวกมันมัดรวมกันก็ทำร้ายแม้กระทั่งขนตาของลุงทศไม่ได้หรอก

ลุงทศพยักหน้าเมื่อได้รับคำยืนยันจากผม ขยับสูทให้เข้าที่ก่อนจะเดินลงไปด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ

ทำเอาผมอยากจะปรบมือให้กับทักษะหน้ากากเหล็กของลุงทศจริง ๆ

ผมเองก็ไม่ได้นั่งตุแหง่วอยู่บนรถและรีบตามลุงทศไปติด ๆ

เมื่อพวกเราลงมาจากรถแล้ว ก็พบกับคนกลุ่มหนึ่งกำลังรอคอยต้อนรับลุงทศอยู่ที่หน้าทางเข้าบ้านพัก

ยินดีต้อนรับคุณทศทิษ เทวาพิสุทธิ์” คนที่ดูท่าทางจะยศสูงที่สุดในหมู่ผู้พิทักษ์เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้ม

พริบตาที่ผมเห็นคนคนนี้ผมก็รับรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณในทันทีว่า

ไอ้เจ้าคนนี้มันเชื่อไม่ได้

สาเหตุน่ะเหรอ? ก็ผมไม่ชอบขี้หน้ามันตั้งแต่แวบแรกที่เห็นเลยน่ะสิ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 241 ครั้ง

859 ความคิดเห็น

  1. #814 Glitters (@kimisan) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 00:30
    มันคงไม่ใช่แบบที่เราคิด....ใช่มั้ย😂😂
    #814
    0
  2. #578 Beconnet (@Beconnet) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 16:39
    ใช่คนที่มี ปอปลานำหน้า ลงท้ายด้วยธอธงรึเปล่าครับ 555
    #578
    1