ตอนที่ 74 : Second Wave - 35 - ขอบคุณ บทกลาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2013
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 280 ครั้ง
    17 มี.ค. 62

ฟู่” ผมเป่าลมเฮือกใหญ่ออกจากปากพลางสาดสายตามองพวกมันที่ยังยั้วเยี้ยไปหมด ไม่ว่าผมจะพยายามฆ่าพวกมันไปเท่าไรก็ดูเหมือนว่ามันจะไม่ยอมลดลงเสียที แล้วที่สำคัญคือตอนนี้ทั้งแขนและขาของผมล้วนแต่อยู่ในสภาพที่ไม่สามารถใช้งานได้แล้วด้วย

จะเอาอย่างไรต่อไปดีละเนี่ย จะถอยกลับไปตั้งหลักก่อนดีไหม? แต่ว่าตอนนี้เครื่องกำลังติดไม่อยากให้ไฟมันมอดไปเลยแฮะ

มีวิธีไหนที่จะทำให้แขนขากลับมาอยู่ในสภาพเดิมได้ในทันทีเลยไหมนะ?

บอกตามตรงว่าระดับการฟื้นฟูร่างกายของผมนั้นรวดเร็วมาก ถึงจะรวดเร็วไม่เท่ากับพวกมันแต่ก็บอกได้ว่ารวดเร็วกว่ามนุษย์ปกติทั่วไปอยู่มากมายนัก

ยกตัวอย่างเช่นแขนที่เละจนไม่มีชิ้นดีทั้งสองข้างนี้ ถ้าได้นอนพักเต็มอิ่มสักหกชั่วโมงมันก็คงจะฟื้นสภาพกลับมาอย่างสมบูรณ์

แต่ก็อย่างว่า พวกมันคงไม่มีทางเชิญให้ผมไปพักผ่อนแล้วมาช่วยร้องเพลงกล่อมอย่างแน่นอน

เฮ้อ ถ้าผมสามารถรักษาร่างกายได้เร็วเหมือนกับพวกปีเตอร์ก็คงจะดี ถ้าเป็นอย่างนั้นผมคงจะต่อสู้ได้โดยไม่หยุดพักเลย

หรือว่าผมจะลองฝักแกนมิติลงไปในร่างกายให้ทำหน้าที่เหมือนกันผลึกแกนกลางของพวกมันดีนะ?

ไม่ได้ ๆ ถ้าเกิดไปฝังผิดท่าเข้าแล้วออโรร่าบอกว่าไม่เท่ขึ้นมาผมจะเอามันออกอย่างไรล่ะ ความคิดนี้ตกไป

ระหว่างที่ผมกำลังคิดอะไรไร้สาระอยู่นี้ เจ้าตะขาบมากมายก็ทำท่าจะพุ่งเข้ามาหาผม แต่เมื่อผมสาดสายตาไปยังพวกมัน ตะขาบทั้งหลายที่เรียงรายกันเป็นแถวก็ชะงักไปราวกับขยับไม่ได้

โอ๊ะ พวกมันรู้ตัวด้วยแฮะว่าผมจะทำอะไร หรือว่าพวกมันแค่กลัวสายตาเฟี้ยวเท่โฉบเฉี่ยวของผมเฉย ๆ กันนะ?

ขอโทษที่นอกเรื่องเยอะ เผอิญว่าพอเลือดในหัวมันออกมาแล้วความฟุ้งซ่านมันก็แตกตัวออกไปแทนที่น่ะ

บอกตามตรงแล้วถ้าพวกมันกรูเข้ามาหาผมในเมื่อสักครู่ พวกมันทั้งหมดที่พุ่งเข้ามาจะต้องตายอย่างแน่นอน อันนี้ผมไม่ได้ล้อเล่นนะ เพราะว่าผมเตรียมที่จะปลดปล่อยผลึกแกนกลางที่อยู่ในสภาพวันแดงเดือด (พร้อมระเบิดทุกเมื่อ) ออกมา

แล้วถ้าเกิดผมปลดปล่อยผลึกแกนกลางทุกอันออกมาพร้อมกันละก็ แน่นอนว่าพวกมันจะต้องไม่เหลือซาก ซึ่งก็นับว่าดีแล้วที่พวกมันไม่ทำ เพราะไอ้สิ่งที่จะไม่เหลือซากนั้นมันรวมไปถึงผมด้วย

ตอนนี้ทั้งผมและพวกมันจึงกำลังยืนจ้องตาโดยทิ้งระยะเอาไว้พอสมควร

แน่นอนว่าผมไม่ได้โง่พอจะยืนเก๊กเท่ไปวัน ๆ ในขณะที่ระงับการเคลื่อนไหวของพวกมันด้วยสายตาผมก็ใช้พลังเวทเร่งรักษาอาการบาดเจ็บอย่างเอาเป็นเอาตาย พยายามฝืนอดทนไม่กระอักเอาเลือดเสียออกมา ปล่อยให้ลำคอนั้นบีบเค้นให้มันซึมผ่านปากออกมาช้า ๆ โดยที่ไม่เคลื่อนไหวเลยแม้แต่นิดเดียว

ถึงแม้ว่าเลือดคั่งเหล่านั้นจะขึ้นมาอุดอยู่ที่จมูกจนหายใจไม่ออก สีหน้าของผมก็ยังไม่เปลี่ยน ร่างกายของผมก็ยังไม่ขยับ ความทรมานที่ผมกำลังทนอยู่ตอนนี้มันเป็นความทรมานที่เอาไว้ใช้ซื้อเวลารักษาตัวของผมได้ ผมจึงไม่ยอมที่จะปล่อยมันไปง่าย ๆ

ในที่สุดผมก็เริ่มสัมผัสถึงความเจ็บปวดจากขาขวาที่ชาด้านขึ้นมาได้ และก็เริ่มรู้สึกถึงพื้นหินเย็น ๆ ที่ฝ่าเท้าเปลือยเปล่าของผมสัมผัสอยู่ โอเค ขาขวาน่าจะกลับมาใช้ได้อีกทีแล้ว ทางด้านแขนทั้งสองนั้นค่อนข้างหนักเพราะไม่ว่าจะเร่งรักษามากเท่าไร มันก็ยังไม่รู้สึกถึงอะไรเลย ราวกับว่าแขนทั้งสองข้างของผมมันถูกตัดขาดออกไปแล้ว

เอาอย่างไรต่อดี คิดสิกฤษณะ คิดให้ออก.....อ๊ะ

ในระหว่างที่ผมกำลังคิดอยู่นั่นเอง ขาขวาที่กลับมามีความรู้สึกก็พลันไร้เรี่ยวแรงทำเอาร่างของผมล้มลงไปกระแทกพื้น ผมเบนศีรษะออกเพื่อไม่ให้จมูกกระแทกกับพื้นโดยตรง ก่อนจะสะบัดคอขึ้นมาเพื่อจ้องมองตะขาบพวกนั้นเตือนไม่หัมันเข้ามา

แต่ก็ไม่ได้ผลแล้ว เมื่อพวกมันเห็นว่าผมไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะยืนหยัดขึ้นมา ตะขาบนับร้อยพันก็ทะยานเข้ามาพร้อมเพรียง

เสียงของแผ่นดินที่สั่นไหว เสียงร้องคำรามอันโกรธเกรี้ยว เสียงหลายเสียงหลอมรวมกันจนสั่นสะท้านอย่างน่ากลัว

ขยับสิ! ผมยังไม่อยากยอมแพ้ตอนนี้! ขยับสิ! ผมจะมาหยุดตรงนี้ไม่ได้!!

ผมบอกให้ขยับไงเล่า!!!!”

ราวกับว่าพลังอะไรบางอย่างในร่างกายมันตอบสนองกับเสียงคำรามของผม

พริบตานั้นเองที่ร่างกายของผมรู้สึกเย็นสบายพร้อมกับความรู้สึกของอวัยวะส่วนต่าง ๆ ย้อนกลับคืนมาในทันที

ผมไม่มีเวลาจะมามองดูว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของผม สิ่งที่ผมรู้มีเพียงแค่ต้องจัดการพวกมันให้หมด อัดให้เหี้ยน ขยี้ให้เละและกลับเอาความภาคภูมิใจไปอวดออโรร่าให้ได้


**********


บ้าไปแล้วค่ะ” ผู้ที่พูดคำนี้ออกมาก็คือซาคุยะ ผู้ดูแลหมายเลข2 ซึ่งกำลังนั่งอยู่เคียงข้างออโรร่า “ทั้งที่เพิ่งจะสร้างแกนมิติขึ้นมาได้ เพิ่งจะรู้จักการใช้พลังมิติเพียงแค่การเคลื่อนย้ายผ่านมิติ การบิดเบือนมิติและการสร้างมิติแท้ ๆ”

เธอว่าถึงตรงนี้และหันมามองใบหน้าของออโรร่าที่จ้องกำลังจ้องมองไปกฤษณะบนหน้าจอด้วยรอยยิ้ม

หรือว่าคุณบอกเรื่องพวกนี้ให้กับเขาอย่างนั้นเหรอคะ?”

ออโรร่าไม่ได้เบนสายตากลับมามองเธอเลย ใบหน้าของเธอยังคงตั้งตรงจ้องมองไปยังคนคนนั้น “สิ่งที่ดิฉันบอกเขาไปก็แค่คำแนะนำพื้นฐานสำหรับผู้ครอบครองเศษเสี้ยวมิติเท่านั้นค่ะ”

คำตอบนั้นไม่เพียงทำให้ซาคุยะเท่านั้นที่ตกใจ ผู้ดูแลคนอื่นที่ได้ยินเองก็แทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง มันจะเป็นไปได้อย่างไรที่คนคนหนึ่งจะสามารถเรียนรู้การใช้พลังมิติได้อย่างรวดเร็วแบบนี้

เฮอะ ตอแหล ฉันรู้นะว่าเธอเรียกเจ้านั่นไปที่มิติของเธอทุกครั้งมันชนะ จะบอกว่าในห้าครั้งที่หล่อนเจอเจ้านั่นจะเอาเวลาพวกนั้นไปนั่งจิบชาชมนกชมไม้หมดรึไงยะ ใครจะไปเชื่อหล่อนกัน” เกรซที่ได้ยินก็หันหน้ากลับมาแหวอย่างอดไม่ได้

แต่คำพูดที่เธอว่านั้นทำเอาออโรร่ากระตุกไปนิดหนึ่ง มันเป็นการกระตุกวูบเล็กวูบเดียวที่ไม่มีใครสังเกตได้ ยกเว้นก็เพียงซาคุยะที่นั่งอยู่ใกล้กับออโรร่าและคุ้นเคยกับอาการของเพื่อนสนิทที่สุด

ไม่จริงใช่ไหมคะ?” ซาคุยะยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาปิดหน้า เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ทั้งที่ออโรร่าเรียกกฤษณะเข้าไปหาตั้งหลายต่อหลายครั้งแต่กลับไม่ได้พูดคุยอะไรเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเป็นผู้ดูแลหรือเทคนิคการใช้พลังมิติ แล้วอย่างนั้นเธอจะเรียกเขาไปเพื่ออะไร?

คำถามนั้นของซาคุยะก็ได้คำตอบเพราะอาการที่แปลกประหลาดของเพื่อนสนิท ถึงแม้ว่าใบหน้าของเธอจะยังคงนิ่งเฉยประดับเอาไว้ด้วยรอยยิ้มเช่นเดิม แต่ซาคุยะสังเกตเห็นถึงปลายหูของเธอที่แดงขึ้นมา

ฮุ ๆ” ทำเอาเธออดที่จะหัวเราะกับความไร้เดียงสาในจุดนี้ของเพื่อนรักของเธอไม่ได้ “ไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ ค่ะ”

หลังจากหัวเราะสักพักจนเริ่มสัมผัสถึงไอเย็นจากออโรร่าได้แล้ว เธอก็พยายามหายใจเข้าจนลึกเพื่อตั้งสติก่อนที่เพื่อนของเธอจะลงมือทำให้เธอหยุดหัวเราะ

ขอโทษนะ แต่ว่ามันอดไม่ได้จริง ๆ ” เธอว่าพลางปาดน้ำตาออก “ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าออโรร่าคนนั้นจะ...”

จะอะไรคะ?” รอยยิ้มเย็นยะเยือกของออโรร่าหยุดคำพูดของซาคุยะเอาไว้ไม่ให้พูดออกมา “บอกไว้ก่อนเลยนะคะว่ามันไม่ใช่อย่างที่คุณคิด”

ถึงเธอพยายามจะปฏิเสธแต่กิริยาท่าทางที่เธอแสดงออกมานั้นซาคุยะก็จับได้ทันทีว่ามันเป็นอาการลนลานที่หาได้ยากจากออโรร่า

ก็แค่เขาเป็นคนน่าสนใจที่สามารถสร้างปาฏิหาริย์ในปาฏิหาริย์ได้ เอาชนะสงครามครั้งแรกโดยที่ไม่มีอาวุธอะไรรอบกาย พรรคพวกรอบข้างวก็พึ่งพาไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังข่มความกลัวปกป้องเพื่อนร่วมโลกจนสามารถเอาชนะมาได้ เขาเสียสละต่อสู้ด้วยตัวเองโดยไม่เรียกร้องให้ใครเข้ามาช่วยเหลือ ไม่เรียกร้องค่าตอบแทนหลังจากที่เอาชนะมาได้ เป็นคนเข้มแข็งที่เมื่อตั้งใจจะไม่ยอมบิดพริ้วความตั้งใจของตัวเองเป็นอันขาด” ยิ่งออโรร่าอธิบายออกมาเท่าไร รอยยิ้มของเธอก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น ทางฝั่งซาคุยะที่กำลังฟังเพื่อนรักที่กำลังตกอยู่ในสภาพอวดแฟน’ ก็อมยิ้มโดยไม่พูดอะไร ปล่อยให้เพื่อนของเธอระเบิดตัวเองออกมาเรื่อย ๆ “ไม่เพียงเท่านั้นนะคะคุณกฤษณะยังอ่อนโยนมากด้วย เขาไม่ยอมปล่อยสัตว์เลี้ยงออกมาต่อสู้เพราะกลัวว่าพวกมันจะบาดเจ็บ ทั้งที่ถ้าเป็นคนปกติก็คงจะเลือกเอาพวกมันออกมาต่อสู้เพื่อเก็บเกี่ยวค่าประสบการณ์และบังคับให้พวกมันเติบโตให้เร็วที่สุด นอกจากนั้นดวงตาของเขายังงดงามมากเลย พอได้จ้องมองดวงตาพวกนั้นในระยะประชิดมันก็ทำเอา...ใจ....”

พอมาถึงตรงนี้ออโรร่าก็รู้สึกตัวแล้วว่าเธอกำลังพูดอะไรออกไป เธอกำลังโอ้อวดกฤษณะต่อหน้าซาคุยะ แถมยังเป็นการโอ้อวดที่เธอภูมิใจมากอีกด้วย ออโรร่ากัดริมฝีปากตัวเองยกมือสองข้างขึ้นมาปิดใบหน้าและก้มลงไป แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่สามารถบังใบหูทั้งสองที่แดงแจ๋ออกมาได้

โชคดีที่ซาคุยะใช้พลังมิติของตัวเองกั้นขอบเขตไม่ให้คนภายนอกรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นด้านในเอาไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นมาดราชินีน้ำแข็งที่ออโรร่าสร้างขึ้นมาตลอดเกือบพันปีคงจะพังลงไปในลักษณะนี้ และสาเหตุสำคัญที่สุดที่เธอกั้นกำแพงขึ้นมาก็คือ เธอจะไม่ยอมให้คนอื่นได้เห็นท่าทางอันน่ารักแบบนี้ของออโรร่าเด็ดขาด

คนที่มีสิทธิ์นั้นมีเพียงเธอที่เป็นเพื่อนรักของออโรร่าเท่านั้น

บนใบหน้าของซาคุยะตอนนี้ประดับเอาไว้ด้วยรอยยิ้มกว้างของเพื่อนขี้แกล้งที่ยินดีเมื่อได้เห็นคนตรงหน้ากำลังเขินอายจนแทบจะระเบิดตัวเองแทนคนบนหน้าจอ

ฮะ ๆ ๆ” และในที่สุดซาคุยะก็ทนไม่ไหวและเอนตัวลงโต๊ะหัวเราะออกมาอย่างไม่ไว้มาด ทำเอาออโรร่าที่กำลังอายอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นมาตีเพื่อนรักที่บังอาจมาหลอกให้เธอพูดอะไรน่าอายแบบนั้นออกไป

โอ้ย ฮะ ๆ ขอโทษค่ะ โอ้ย ฮะ ๆ” เสียงหัวเราะที่เคล้าไปด้วยเสียงร้องจากความแสบจากฝ่ามือของออโรร่าดังก้องอยู่ในเขตแดนเล็ก ๆ ที่มีเพียงสองสาวที่อยู่ในนั้น

ซาคุยะอดจะรู้สึกโล่งอกขึ้นมาไม่ได้ เธอคิดว่าหัวใจของออโรร่าจะตายด้านไปหมดแล้วเสียอีก เธอเสียสละมากมายเพื่อป้องกันผู้ไล่ล่าไม่ให้พวกมันยึดครองเศษเสี้ยวมิติ ปกป้องมิติมากมายเอาไว้ รวบรวมผู้คนที่มีความคิดแบบเดียวกันแผ่ขยายความโอบอ้อมอารีนี้ออกไปเพื่อช่วยเหลือผู้คนต่างมิติที่เธอไม่เกี่ยวข้อง

การเสียสละเหล่านี้ของเธอนั้นทำให้เธอแข็งแกร่งและโดดเดี่ยวไปในเวลาเดียวกัน ซาคุยะพยายามค้ำจุนสหายรักคนนี้ เธอหลงใหลในความแข็งแกร่งและโอบอ้อมอารีของออโรร่า และต้องการที่จะช่วยเหลือเธอให้มากที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็รู้สึกได้ว่า

ตัวเธอนั้นไม่สามารถแบ่งเบาความเดียวดายออกมาจากแผ่นหลังอันบอบบางนี้ได้เลย

ถึงแม้เธอจะพยายามจนกลายมาเป็นผู้ดูแลอันดับ 2 ต่อสู้และขับไล่ผู้ไล่ล่าออกไปมากมายเท่าใดเธอก็ไม่สามารถเข้าไปค้ำจุนจิตใจของเพื่อนรักคนนี้ได้

แต่ตอนนี้เธอไม่จำเป็นต้องกลุ้มใจเรื่องนั้นอีกแล้ว เพราะดูเหมือนว่าเพื่อนรักของเธอคนนี้จะเปิดประตูที่ปิดตายรับเอาแขกคนหนึ่งเข้าไปอยู่ในนั้นเรียบร้อยแล้ว

ถึงแม้ซาคุยะจะอดอิจฉาคนคนนั้นไม่ได้ก็ตาม แต่ที่เหนือล้ำกว่านั้นก็คือเธอรู้สึกขอบคุณเขาจากใจจริง

ขอบคุณที่ฉุดรั้งจิตใจเพื่อนรักของเธอเอาไว้ ช่วยเหลือเธอออกมาจากดินแดนอันเงียบเหงาและเดียวดาย

แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะยอมยกเพื่อนรักคนนี้ให้เขาง่าย ๆ หรอกนะ

ซาคุยะสาบานกับตัวเองในใจพลางเบนสายตาไปมองภาพของกฤษณะที่กำลังต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายอยู่บนหน้าจอ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 280 ครั้ง

858 ความคิดเห็น