RRPG • มหาสงครามครองมิติ

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 92,604 Views

  • 848 Comments

  • 4,213 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,203

    Overall
    92,604

ตอนที่ 73 : Second Wave - 34 - ขอบคุณ บทต้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2010
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 269 ครั้ง
    17 มี.ค. 62

ตอนนี้ในห้องที่มีไว้สำหรับชมการต่อสู้ที่เหล่าผู้ดูแลลำดับ 1-9 สร้างเอาไว้นั้นกำลังเต็มไปด้วยความเงียบ

ความเงียบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความเบื่อหน่าย แต่เกิดขึ้นจากความตื่นตระหนก

ความตื่นตระหนกที่มีต่อบุคคลผู้หนึ่ง บุคคลที่กำลังถูกแสดงภาพออกมาเบื้องหน้า

ร่างของคนคนหนึ่งที่ชโลมไปด้วยเลือด แขนทั้งสองข้างบิดเบี้ยวจนมองไม่เห็นสภาพเดิม แต่ถึงอย่างนั้นบนใบหน้าก็ยังเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม ราวกับเด็กน้อยที่กำลังสนุกอยู่กับของเล่นชิ้นโปรด ถึงแม้ว่าแขนทั้งสองข้างจะใช้การไม่ได้ เขาก็ไม่ได้หยุดหรือว่าถอยออกไปเลย กลับกันความบ้าคลั่งของเขามันยิ่งปะทุออกมาราวกับน้ำที่เขื่อนไม่สามารถเก็บกักเอาไว้ได้

สองขาของกฤษณะส่งร่างไปยังด้านหน้าเข้าหาศัตรูที่พุ่งสวนเข้ามา ก่อนจะเหยียบบนอากาศดีดตัวเป็นเกลียวหมุนขึ้นสูงและทิ้งส้นเท้าลงมาใส่หน้าผากของผู้ดูแลเศษซากมิติอีกหนึ่งตัว ศีรษะของตะขาบตัวนั้นก็พลันบุบบู้บี้ไปในพริบตาพร้อมกับขาของผู้ที่โจมตี จะแตกต่างกันก็แค่ว่าร่างของผู้ที่โจมตีนั้นใช้ขาอีกข้างส่งตัวของเขาพุ่งเข้าไปกัดผลึกแกนกลางเอาไว้และเหวี่ยงมันเข้าไปในกล่องที่เขาสร้างขึ้นมาอีกครั้ง

ร่าง หรือสมควรจะเรียกว่าเศษของร่างกายกฤษณะกำลังยืนโซเซอยู่บนซากศพของผู้ดูแลเศษซากมิติจำนวนนับไม่ถ้วน

ถึงแม้ความจริงแล้ว พวกเขาทุกคนในที่นี้ล้วนแต่สามารถทำเรื่องแบบเดียวกันได้ก็ตาม มันก็ยังทำให้หัวใจที่ชาด้านของพวกเขาอดเต้นขึ้นมาอย่างรุนแรงไม่ได้

ใช่ พวกเขาสามารถทำได้ แถมยังไม่ต้องบาดเจ็บเหมือนกับชายหนุ่มในภาพฉายอีกด้วย พวกเขาสามารถทำได้งดงาม สะอาดและเรียบร้อยกว่าชายหนุ่มคนนี้ไม่รู้กี่เท่า

แต่พวกเขาทุกคนล้วนไม่อาจสั่นคลอนจิตใจของผู้ชมได้เหมือนกันชายหนุ่มคนนี้ ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่สามารถทำได้ และถ้าหากว่าพูดกันลงไปลึกเข้าไปอีก

หากพวกเขามีพลัง, ความรู้และประสบการณ์เทียบเท่ากับชายหนุ่มคนนี้ พวกเขาจะสามารถทำได้เหมือนกันหรือไม่

คำถามนี้ผุดขึ้นมาในใจของผู้ดูแลหลายคน ตามข้อมูลที่สืบทราบมาทำให้รู้ว่าชายหนุ่มคนนี้เพิ่งจะผ่านสงครามมาห้าครั้งเท่านั้น เพียงแค่ห้าครั้งกลับสามารถก้าวขึ้นมาอยู่ในฐานะของผู้ดูแลได้ทุกคนที่เห็นข้อมูลนี้แทบจะสำลักน้ำลายของตัวเองทันที

ไม่เพียงเท่านั้น เนื้อหาของการต่อสู้ยังเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่อยากจะเชื่ออีกด้วย

สงครามครั้งแรกเอาชนะก๊อปลิน สัตว์อสูรระดับต่ำ หากพูดกันตามความจริงแล้วก๊อปลินไม่ใช่สัตว์อสูรที่น่ากลัวอะไรเลย แค่ให้ผู้ใหญ่ที่มีอาวุธในมือเข้าต่อสู้ การเอาชนะก๊อปลินมันก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร

ใช่ ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย ถ้าสถานที่เกิดสงครามไม่ใช่ใช่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งซึ่งไร้อาวุธร้ายแรงอย่างสิ้นเชิง

นั่นก็หมายความว่าคนผู้นี้เริ่มต้นด้วยตัวเปล่าเอาชนะศัตรูเกือบทั้งกองกำลังมาด้วยตนเอง แค่นี้ก็เป็นผลการต่อสู้ที่แทบจะไม่น่าเชื่อแล้ว ซึ่งความไม่น่าเชื่อนั้นก็ถูกทุบทำลายไปด้วยสงครามครั้งที่สอง ถึงแม้ว่าก๊อปลินครามนั้นจะไม่ได้แข็งแกร่งไปกว่าก๊อปลินทั่วไปแต่มันก็ถูกแทนด้วยจำนวนที่มหาศาล และหัวหน้าของพวกมันยังเป็นศัตรูที่กำจัดได้ยาก

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็สามารถเอาชนะมาได้อีกครั้งโดยที่ใช้ความสามารถของเศษเสี้ยวมิติและฉายาที่ตัวเองมี มันเป็นทางเลือกที่บ้าบิ่นมาก แต่สำหรับผู้ที่รู้รายละเอียดเป็นอย่างดีนั้นก็ยังอดพยักหน้าให้กับสมองที่ฉับไวของเขาไม่ได้

หากสงครามทั้งสองเป็นสิ่งที่เรียกว่าปาฏิหาริย์แล้วละก็ พวกเขาสมควรจะเรียกสงครามครั้งที่สามว่าอย่างไร

ปาฏิหาริย์ในปาฏิหาริย์?

นิทานก่อนนอนหรือว่าเรื่องตลก?

ชายหนุ่มผู้มีระดับชั้นขั้นต้นสามารถเอาชนะตัวตนระดับสูงได้

ถึงจะบอกว่ามันคล้ายกับเรื่องตลก แต่ความเป็นจริงนั้นไม่น่าตลกเลย ผู้ดูแลหลายคนพยายามย้อนดูบันทึกสงครามของกฤษณะ แต่น่าเสียดายที่บันทึกเหล่านั้นถูกจัดเอาไว้ในหมวดของความลับสุดยอดของผู้ดูแลหมายเลข 1 หลายคนคงจะไม่อยากเชื่อว่าผู้ดูแลหมายเลขหนึ่ง กำแพงน้ำแข็งพันปีผู้นั้นจะยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องราวในมิติอื่นอย่างโจ่งแจ้งแบบนี้ แต่พอลองนึกดูดี ๆ แล้วก็พบว่าสิ่งที่เธอกระทำนั้นยังถือว่าอยู่ในขอบเขตที่เรียกว่าปลอดภัย

นอกจากการติดต่อสื่อสารผ่านกับสิ่งมีชีวิตในมิตินั้นผ่านระบบแล้ว เธอก็ไม่ได้ยื่นมือเข้าไปยุ่มย่ามอะไรอีก

นั่นคือความคิดของผู้ดูแลทั่วไป สำหรับผู้ดูแลระดับสูง โดยเฉพาะผู้ดูแลหมายเลข 1-9 นั้นรู้ดีว่าผู้ดูแลหมายเลข 1 นั้นได้ทำการแทรกแซงมิตินั้นไปในระดับหนึ่งแล้ว ยกตัวอย่างเช่นต่างหูที่เธอให้กับชายคนนั้นเอาไว้ ความจริงแล้วการที่ของระดับสูงเช่นนั้นจะไปปรากฏตัวบนมิติที่เพิ่งจะเกิดสงครามนั้นเรียกได้ว่าเป็นไปไม่ได้เลย และตัวตนที่ผิดแปลกอย่างนั้นก็จะทำให้เกิดความปั่นป่วนของมิติมากยิ่งขึ้น

โชคดีที่สิ่งนั้นถูกประดิษฐ์ขึ้นมาด้วยแกนของดอพเพลแกงเกอร์ ตัวตนที่สามารถแปรเปลี่ยนให้เข้าได้กับทุกมิติ

แต่ถึงจะบอกว่าเรื่องนั้นสามารถปล่อยผ่านไปได้ ก็ยังเหลือเรื่องอื่นอยู่อีก

ยกตัวอย่างเช่นการติดตามเฝ้าดูผู้พิชิตคนหนึ่งตลอดเวลาของสงคราม การบันทึกภาพแบบนั้นความเป็นจริงแล้วสามารถทำได้ เพียงแต่ต้องไม่ใช่ตลอดเวลา หากนึกภาพว่ามิติเป็นเหมือนกับแผ่นน้ำบาง ๆ ที่พร้อมจะฉีกขาดทุกเมื่อ การใช้นิ้วจิ้มลงไปเพื่อสร้างรูแอบมองเล็ก ๆ แล้วปล่อยให้มันหายไปถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ผิดอะไร แต่การกระทำที่เหมือนกับเอาหน้าต่างไปติดตั้งบนแผ่นน้ำบาง ๆ นั้นเรียกได้ว่าผิดอย่างไม่ควรให้อภัย

แต่ก็นั่นล่ะ ด้วยความที่เธอเป็นผู้ดูแลหมายเลข 1 เธอจึงสามารถทำได้

สิ่งที่เอ่ยอ้างขึ้นมานี้ไม่ใช่เพราะว่าเธอนั้นมีอำนาจใหญ่ที่สุด แต่เป็นการอ้างถึงพลังที่มากที่สุดของเธอต่างหาก

ผู้ดูแลหมายเลข 1 ใช้แกนของสร้อยคอที่เธอให้เป็นตัวส่งสัญญาณสร้างช่องทางเชื่อมต่อระหว่างเธอและเขาเอาไว้ ทำให้เธอสามารถติดตั้งหน้าต่างเพื่อเฝ้ามองเขาได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อมิติ

หากเป็นผู้ดูแลทั่วไปคงจะไม่สามารถทำได้ ทั้งการสร้างสร้อยคอโดยใช้แกนของดอพเพลแกงเกอร์เป็นกลาง หรือควรจะบอกว่าผู้ดูแลปกตินั้นคงไม่อาจจะล้มดอพเพลแกงเกอร์และชิงแกนของมันมาได้จะดีกว่า รวมไปถึงการสร้างช่องทางเชื่อมต่อ หากไม่ใช่ผู้ดูแลหมายเลข 1 ที่ครอบครองพลังมิติอย่างเหลือล้นจนสามารถเททิ้งเทขว้างได้แบบนี้คงไม่อาจใช้วิธีนี้ได้

เรียกได้ว่าการกระทำของผู้ดูหมายเลข 1 นั้นไม่ได้สร้างความเสียหายอะไรให้กับมิติที่เธอติดต่อด้วยเลย แต่ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะพลังและอำนาจอันเหลือล้นของเธอต่างหาก

ย้อนกลับมาที่ชายหนุ่มต้นเรื่องอีกครั้ง

หลังจากที่สามารถเอาชนะตัวตนระดับสูงได้แล้วเขาก็ได้เลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นตัวตนระดับกลาง มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลยที่เขาสามารถเลื่อนขั้นขึ้นมาได้ การที่เขาไม่สามารถเลื่อนขั้นขึ้นมาได้หลังจากการจัดการกับตัวตนระดับสูงนี่สิถึงจะเป็นเรื่องแปลก

แต่ที่น่าแปลกน่ะคือทำไมหมอนั่นถึงเอาชนะมาได้ต่างหาก ในรายงานระบุเอาไว้ว่าด้วยความช่วยเหลือของสัตว์เลี้ยง’ สัตว์เลี้ยงบ้าอะไรช่วยให้เจ้าของซึ่งเป็นตัวตนระดับต่ำเอาชนะตัวตนระดับสูงได้ บาฮามุทเหรอ!? อัลทิม่าเหรอ!? ไอ้ของในตำนานสร้างโลกแบบนั้นมันจะออกมาได้อย่างไรกัน!?

นี่คือคำถามของผู้ดูแลที่สืบค้นข้อมูลของกฤษณะชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยปริศนา

หลังจากที่กลายเป็นตัวตนระดับกลางแล้วชายหนุ่มที่ว่าก็เข้าร่วมสงครามสีเขียวง่าย ๆ ไปอีกหนึ่งแห่งซึ่งไม่มีค่าคู่ควรอะไรให้สนใจเมื่อเทียบกับสิ่งที่เขาเคยทำมา

ปัญหาใหญ่คือสงครามครั้งถัดไปต่างหาก

ตัวของสงครามไม่มีปัญหาอะไร แต่สิ่งที่ทำให้เหล่าผู้ดูแลที่สืบค้นข้อมูลของกฤษณะต้องตาโตขึ้นมาอีกครั้งก็เพราะรายละเอียดที่อยู่ในรายงาน

ไม่เพียงแค่เอาชนะสงครามระดับสีส้มได้เพียงลำพังแต่ยังสามารถเอาชนะผู้ไล่ล่าที่เข้าร่วมในสงครามได้อีกด้วย

มันไม่ใช่เรื่องที่ตัวตนระดับกลางที่ยังไม่ได้เป็นผู้ดูแลจะทำได้เลย ไม่เพียงเท่านั้น หากการสังหารผู้ไล่ล่านับเป็นผลงานที่ยากจะเลียนแบบแล้ว การสังหารคราเคนซึ่งเป็นสัตว์อสูรสิ้นโลก ตัวตนระดับสูง สิ่งที่มีนาม’ เป็นของตนเอง โดยส่วนใหญ่แล้วสัตว์อสูรจะไร้ซึ่งนาม ยกเว้นก็เพียงแต่สัตว์อสูรที่ร้ายกาจกว่าเผ่าพันธุ์เดียวกันเท่านั้นจึงจะสามารถได้รับนามจากผู้อยู่เบื้องนอก

ยกตัวอย่างเช่นพวกวีรบุรุษออร์คดำหรือวีรบุรุษลิซาร์ดแมน สัตว์อสูรเหล่านี้เรียกได้ว่าแข็งแกร่งกว่าเผ่าพันธุ์เดียวกัน แข็งแกร่งจนอยู่ในระดับสูงของเผ่าพันธุ์...แต่มันก็เท่านั้น การจะกลายมาเป็นสัตว์อสูรมีนามได้นั้นต้องแข็งแกร่งเหนือขึ้นไปกว่านั้น

สมมติว่าถ้า 1 ใน 100 สามารถกลายมาเป็นวีรบุรุษได้ การจะกลายมาเป็นสัตว์อสูรมีนามก็ต้องเรียกว่าอยู่ในระดับ 1 ใน 100000 หรือ 1 ใน 1000000 เลยทีเดียว

ระดับมันแตกต่างกันถึงขนาดนั้น

แล้วคราเคนไม่ใช่เพียงสัตว์อสูรมีนามธรรมดา แต่เป็นสัตว์อสูรมีนามผู้ถือครองราชาแห่งน่านน้ำอีกด้วย เพราะฉายาอันโดดเด่นและลักษณะอันแปลกประหลาดของมันทำให้ไปเตะตาผู้ไล่ล่าเข้า ทำให้เหล่าผู้ไล่ล่าเกณฑ์กำลังพลเข้ามาจับกุมมันเพื่อกลับไป

ตามสายข่าวของผู้เฝ้ามองแล้ว ดูเหมือนว่าคราเคนจะถูกมอบให้แก่ผู้ไล่ล่าหมายเลข 97 ผู้มีนามว่ามัลฟอร์ด เพราะการซื้อคราเคนมาจากส่วนกลางของผู้ไล่ล่าทำให้มัลฟอร์ดนั้นเป็นหนี้ส่วนกลางอยู่สูงมาก เจ้าตัวก็เลยจำเป็นต้องออกไล่ล่าเศษเสี้ยวมิติตั้งแต่เนิ่น ๆ

นั่นคือสาเหตุที่มัลฟอร์ดซึ่งเป็นผู้ไล่ล่ามาปรากฏตัวในสงครามระดับสีส้มที่ไม่คุ้มกับการลงมือของผู้ไล่ล่าทั่วไป

และนั่นเองก็เป็นต้นเหตุให้เกิดความแปลกประหลาดขึ้น

เพราะกฤษณะ ชายผู้มากด้วยปริศนาดันสามารถเอาชนะคราเคนที่ว่านี่ได้อีกด้วย ถ้าเป็นผู้ดูแลมือใหม่หรือระดับต่ำทั่วไปนั้น การจะไปต่อสู้ตัวต่อตัวกับคราเคนก็ไม่ต่างอะไรไปจากการท้าสู้กับรถถังโดยใช้ไม้จิ้มฟันก็ไม่ปาน

และหลังจากสร้างเรื่องไปถึงขนาดนั้นแล้วตาคนที่ชื่อกฤษณะคนนี้ก็ยังไม่ยอมสงบและเข้าทดสอบการทดสอบของผู้ดูแลโดยเลือกระดับมิติสีดำ

ผู้ดูแลที่ได้รับการติดต่อเรื่องนี้ล้วนแต่เบะปากหรือไม่ก็ถอนหายใจในความบ้าบิ่นและโง่เง่าในการตัดสินใจของเขา รวมไปถึงผู้ดูแลระดับกลางและระดับสูงบางคนด้วย

จนกระทั่งพวกเขาและเธอได้มาเห็นการออกอากาศที่ผู้ดูแลทั้งหลายสามารถเข้ามาชมได้โดยไม่มีข้อแม้

ไม่เพียงแค่ตกตะลึง ผู้ดูแลบางคนยังถึงกับทุบอกร้องไห้ด้วยความไม่เข้าใจ

ทำไมหมอนั่นถึงไม่ตาย ทำไมหมอนั่นถึงต่อสู้ต่อไปได้ทั้งที่ร่างกายแหลกเหลวขนาดนั้น...ทำไมหมอนั่นยังคงยิ้มออกมาได้

บ้าไปแล้ว!

นั่นคือคำที่ปรากฏขึ้นในใจของผู้ดูแลหลายคนที่เห็นภาพนั้น จะยกเว้นก็แต่ผู้ดูแลที่รู้ซึ้งและตกใจไปล่วงหน้าแล้วอย่างเมล สกิน ฟลอร่าและมาริคเท่านั้นที่พอจะเก็บอาการของตัวเองได้

แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไม่ตกใจ พวกเขานั้นได้รับรู้ผลงานการสู้ของกฤษณะอย่างรวดเร็วเนื่องจากเป็นจุดรับผิดชอบของพวกเขาก็จริง แต่พวกเขาไม่ได้รู้เลยว่าในสงคราม ในการต่อสู้ กฤษณะสามารถเอาชนะมาได้อย่างไร กฤษณะต่อสู้อย่างไร จนกระทั่งได้มาเห็นด้วยตาของตัวเองแบบนี้

บ้าไปแล้วเจ้าค่ะ...” เมลเอ่ยคำพูดที่เริ่มจะกลายเป็นคำตบมุกประจำตัวของเธอไปแล้วขึ้นมา สองมือของเธอกุมเข้าหากันโดยที่เก็บอารมณ์สั่นไหวเอาไว้ไม่อยู่ ไม่เพียงแค่เมลเท่านั้น แขนของมาริคที่อยู่ด้านข้างเองก็กระตุกขึ้นมาทุกครั้งที่กฤษณะลงมือ สกินที่จ้องมองอย่างเงียบงันนั้นถึงจะเห็นว่าไม่แสดงสีหน้าอะไร แต่ถ้ามองดูดี ๆ จะเห็นว่าบางครั้งสกินนั้นถึงกับกลั้นหายใจดูภาพตรงหน้าด้วยความตื่นเต้น แม้กระทั่งฟลอร่าที่ถูกเมลลากมาอย่างไม่เต็มใจเองตอนนี้ก็จ้องมองไปยังกฤษณะบนหน้าจออย่างไม่วางตา ของเธอถูกยกขึ้นมาแตะริมฝีปากพยายามครุ่นคิดไปพลางสังเกตการณ์ต่อสู้ไปพลาง

ทุกคนนั้นล้วนแต่เห็นด้วยกับคำพูดของเมล มันบ้าไปแล้วจริง ๆ

ไม่รู้สึกเจ็บบ้างเหรอ ไม่รู้สึกกลัวบ้างเหรอ ทำไมถึงยังยิ้มได้ ทำไมถึงต่อสู้ต่อไปได้ มันไม่ใช่สิ่งที่จะต้องเอาชีวิตเข้าแลกเลย กฎก็บอกเอาไว้ว่าถ้าล้มเหลวสารถเข้าสอบใหม่ได้ มันไม่มีความจำเป็นอะไรเลยที่เขาจะต้องมาเสี่ยงชีวิตกับเพียงแค่การสอบแบบนี้ ไม่มีความจำเป็นเลยที่ต้องมาทนเจ็บปวดทุกข์ทรมานแบบนี้

ทำไม? คำถามนี้ปรากฏขึ้นมาพร้อมกับคำตอบที่ว่า...ไม่สามารถเข้าใจได้

แต่ถึงอย่างนั้นทุกคนที่มองดูการต่อสู้ของกฤษณะล้วนแต่เข้าใจถึงคำตอบอย่างหนึ่งว่า

ผู้ชายคนนี้ไม่บ้าก็โง่

....แต่ถึงอย่างนั้น ถึงจะเป็นการกระทำที่ไม่บ้าก็โง่ของผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่อาจจะคาดเดาอะไรได้ก็ตาม พวกเขาก็ไม่อาจละสายตาไปจากการต่อสู้อันงดงามนี้ได้เลย

ไม่ ไม่มีเลยแม้แต่คนเดียว....

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 269 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #810 TimeStory (@PrinceFiendTH) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 22:12

    มันเป์นมาโซ ต่างหาก

    #810
    0
  2. #801 Chaos I (@model05052547) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 01:01
    ไม้จิ้มฟันสู้กับรถถัง? จริงๆไม้จิ้มฟันก็ชนะได้นะ แค่ให้มันร่วงไปแถมๆถังน้ำมันแล้วให้มันไปขัดกับอะไรบางอย่างจนเกิดประกายไฟ จากนั้นก็....ตู้ม! ป้อมปืนบินแบบเดียวกับที่มูสึเป็น
    #801
    0
  3. #756 วิญญาณล่องลอย (@karnopp30) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 23:20
    มันคือความรัก~~
    #756
    0