ตอนที่ 72 : Second Wave - 33 - เข้าตาจน บทปลาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2099
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 273 ครั้ง
    16 มี.ค. 62

เคร้ง!! เสียงของดาบมายาภูตกระเด็นออกจากมือของผมไปทันทีที่ใบดาบสัมผัสกับลำตัวของมัน ไม่เพียงแค่ดาบเท่านั้น มือทั้งสองของผมที่จับดาบอยู่จนถึงเมื่อครู่ยังก็ยังชาเสียจนไม่รู้สึกอะไร

เพียงแค่การโจมตีครั้งเดียวเท่านั้น แค่ครั้งเดียว ผมก็รู้ซึ้งถึงความต่างชั้นระหว่างผมและมันอย่างชัดเจน

ค่าสถานะ’ ของมันสูงล้ำเกินกว่าผมไปหลายเท่า

มันก็ไม่แปลกละนะ ถ้าคิดกันตามหลักแล้วบททดสอบนี้มันสำหรับผู้ที่เป็นผู้ดูแลมาสักระยะหนึ่งจนมีความรู้และพลังอยู่ตัวแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นผมยังเข้ามาในมิติความยากระดับลูนาติคอีกด้วย

การที่จะฟันบอสไม่เข้ามันก็ไม่ใช่เรื่องเกินคาดอะไรเลย

แต่ถึงจะคิดเอาไว้แล้วก็เถอะ แต่ก็ไม่นึกเลยว่ามันจะถึงขนาดนี้

ผมกัดฟันเร่งพลังเวทเพื่อรักษาอาการชาที่มือทั้งสองและดีดตัวออกมาจากร่างกายอันใหญ่โตของมัน เสี้ยววินาทีนั้นผมก็สัมผัสได้ถึงแรงลมที่วิ่งผ่านไปฉิวเฉียด ถ้าผมมันแต่อึ้งทึ่งเสียวไปนานกว่านั้นคงจะได้ปาร์ตี้อยู่ในท้องของมันอย่างแน่นอน

ผมใช้พลังของแหวนทับทิมเรียกเอาดาบมายาภูตที่กระเด็นไปกลับมา รีดพลังเวทจำนวนมากใช้คมดาบศักดิ์สิทธิ์และเงาดาบ พร้อมกับพลิกตัวฟันร่างของมันที่วิ่งผ่านผมไป ไม่เพียงเท่านั้นผมยังเร่งพลังเวทเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของแขนเพื่อเพิ่มพลังโจมตีอีกด้วย

แต่ผลของมันก็คือรอยกรีดแดง ๆ และก่อนที่จะได้ลงมือทำอะไรไปมากกว่านั้นร่างของผมก็กระเด็นออกมาเพราะกระแทกเข้ากับขาของผมมันที่วิ่งสวนขึ้นมา

ถุด” ผมถุยเอาเลือดที่อยู่ในปากออกไป พยุงตัวขึ้นมากลางอากาศแล้วร่อนหลบหนีร่างกายของมันที่กำลังบดขยี้เข้ามาเรื่อย ๆ

แข็ง เร็ว พลังโจมตีคงไม่ต้องพูดถึง แบบนี้ก็เท่ากับว่ามันเหมือนกับปีเตอร์ร่างพัฒนาแล้วสินะ

ศัตรูหลายชนิดทำให้ผมได้รู้ว่าโดยส่วนใหญ่แล้วพวกมันจะมีค่าสถานะคล้ายคลึงกัน นั่นก็คือการเน้นไปที่สภาพร่างกายอย่างเต็มที่โดยตัดขาดจากจิตใจและปัญญา

ในเรื่องของจิตใจนั้นมีข้อกังขาอยู่เล็กน้อย เพราะลักษณะนิสัยของมันนั้นแทบจะไม่แตกต่างไปจากสัตว์ป่าที่ไม่มีหัวคิดเลย เหมือนกับว่าพวกมันแค่ทำตามสัญชาตญาณการล่าเท่านั้น มันต้องการที่จะทำลายตัวตนที่ผิดแผกอย่างผมโดยไม่สนใจต่อสิ่งอื่น

ถ้าอย่างนั้นก็เป็นไปได้ว่าพวกมันไม่มีสติปัญญา รวมไปถึงสิ่งที่เรียกว่าความกลัว’ ถ้าพวกมันไร้ซึ่งความกลัวนั่นก็แปลได้ว่ามันไม่มีค่าสถานะจิตใจ

ผมเก็บดาบมายาภูตลงไปในแหวนและใช้พลังเวทสร้างหมุดเท่าท่อนซุงขึ้นมาหนึ่งอัน

พร้อมกันนั้นเองที่หนึ่งในศีรษะของพวกมันพุ่งเข้ามาทางผม

เออ มาได้ดี กำลังอยากให้เข้ามาอยู่พอดีเลย

เขี้ยวสองข้างของมันฉีกร่างของผมที่หยุดนิ่งอยู่กลางอากาศเป็นสองท่อน แต่มันคงจะไม่สังเกตเห็นว่าร่างทั้งสองของผมกำลังสลายออกกลางเป็นควัน

ตัวผมที่สร้างภาพมายาขึ้นมาและบินสูงขึ้นไปตอนนี้กำลังพุ่งสวนกลับลงมาด้านล่าง ใช้พลังเวทขมวดอากาศลงมาในแนวตั้งฉากจนเท้าของผมรู้สึกได้ถึงความร้อนก่อนจะเขวี้ยงหมุดเหล็กในมือเข้าใส่ต้นคอของมันเข้าอย่างจัง

หมุดเหล็กที่กระทบ’ ลงบนผิวหนังนั้นไม่ได้ทะลุทะลวงหรือสร้างความเสียหายอะไร เพราะมันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาให้แข็ง กลับกันเมื่อมันสัมผัสเข้ากับต้นคอของเจ้าตะขาบแล้วมันก็แตกออกมาเป็นใยแมงมุม ใยที่แตกออกมานั้นมีลักษณะคล้ายกับลำต้นของกุหลาบที่เต็มไปด้วยหนาม

บอกตามตรงว่าผมไม่ได้สร้างมันขึ้นมาเพื่อสร้างความเสียหายแต่สร้างขึ้นมาเพื่อให้มันยึดเกาะกับตำแหน่งที่ผมเขวี้ยงลงไปต่างหาก

เมื่อหนึ่งในเป้าหมายสำเร็จลงแล้วผมก็ต้องรีบชิ่งหนีออกจากตำแหน่งเดิมในทันที เพราะว่าเจ้าตะขาบอีกหลายตัวกำลังพุ่งเข้ามา

หากมองเข้ามาจากภายนอกมันคงจะเหมือนดอกไม้สีดำดอกใหญ่ที่กำลังจะหุบลงมาเลยทีเดียว

แต่น่าเสียดายที่ผมไม่มีเวลาจะมาประทับใจกับความงดงามนั้น เพราะว่าร่างกายอันแสนคิวตี้และเปราะบางของผมกำลังอยู่ด้านในที่ว่า

ด้านบน!!

สติของผมชี้ทางออกจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในทันทีพร้อมกับที่ร่างของผมพร้อมกับสองมือที่ชูขึ้นและเรียกหมุดขึ้นมาอีกสองเล่มเขวี้ยงลงไปด้านล่างโดยที่ไม่มอง

ถึงไม่ต้องมองผมก็รู้ว่าเข้าเป้า เพราะตอนนี้ผมกำลังใช้เนตรพันลี้อยู่ตลอดเวลา ไม่เพียงเพื่อสนับสนุนการโจมตีแต่ยังเพื่อป้องกันและหลบหลีกการจู่โจมของมันที่ยากจะคาดเดาอีกด้วย

ตอนนี้ผมแทบจะพึ่งพาพลังของทักษะสัมผัสแห่งความตายได้เลย ไม่ใช่ว่ามันไม่ส่งผลนะ แต่มันส่งผลตลอดเวลาจนผมแยกไม่ออกเลยว่าตอนไหนปลอดภัยหรือไม่ ทำให้ผมต้องเลือกที่จะปิดส่วนทักษะนั้นไปเสีย

ร่างของผมกำลังบินฉวัดเฉวียนเพื่อหลบเลี่ยงคมเขี้ยว ลำตัว และขาของพวกมันที่ไล่จู่โจมผมเข้ามาโดยไม่เว้นให้หายใจ ซึ่งในระหว่างที่หลบผมก็ฉวยโอกาสสร้างหมุดขึ้นมาและเขวี้ยงสวนกลับไปหาพวกมัน

พวกมันหลายตัวโดนหมุดของผมที่กลายสภาพเป็นใยแมงมุมยึดกับร่างกายเอาไว้ ซึ่งพวกที่โดนเข้าไปนั้นมันก็อ่อนแอลงอย่างชัดเจน

สาเหตุก็เพราะใยแมงมุมที่ยึดพวกมันเอาไว้นั้นมีผลของทักษะสะกดวิญญาณแฝงเอาไว้นั่นเอง

ริมฝีปากของผมยกขึ้นอย่างดี แต่ก็ไม่ประมาทให้พวกมันที่เหลืออยู่เข้ามาจู่โจมได้ ในการต่อสู้ต่อนี้ผมต้องค่อย ๆ เลาะความแข็งแกร่ง ความทนทานและพลังชีวิตของพวกมันไปทีละน้อย ในขณะที่ฝ่ายผมนั้นขอเพียงแค่พวกมันจู่โจมโดนทีเดียวก็จะเกมโอเวอร์ในทันที

ช่างเป็นระดับความยากที่น่าสนุกเสียนี่กระไร

ตะขาบตัวหนึ่งที่ลำคอถูกยึดเอาไว้ด้วยใยแมงมุมของผมพุ่งเข้ามาตรง ๆ พร้อมกับง้างเขี้ยวของมันออกจนสุด

ผมเองก็กำลังรอจังหวะนี้อยู่แล้ว

ผมยื่นขาซ้ายออกไปด้านหน้ายันตัวเองเอาไว้กับที่ บิดตัวใช้แรงจากร่างกายทุกส่วนง้างหมัดขวาออกไปด้านหลังพร้อมกับรวบรวมพลังเวทจำนวนมากเอาไว้ที่หมัดขวาเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและ...

ใช้ประกายแสงส่งกำปั้นของผมเข้าไปที่กลางหน้าผากของมันในพริบตา

กร๊อบ กร๊อบ กร๊อบ กร๊อบ

แสงแตกหักของอะไรบางอย่างดังขึ้นพร้อมกับความเจ็บปวดของแขนขวาที่แล่นเข้ามา

ผมกลืนความเจ็บปวดมองตรงไปยังเป้าหมายที่จู่โจมใส่เมื่อครู่

....ที่ตรงนั้นมีแขนของผมที่อยู่ในสภาพบิดเบี้ยวและ....หน้าผากของมันที่ยุบลงไปราวกับถูกทุบด้วยค้อนขนาดใหญ่

ลำตัวขนาดใหญ่กว่ารถสิบล้อเอนหงายลงไปด้านหลังช้า ๆ ราวกับภาพสโลโมชั่น โดยมีผมที่หยุดค้างอยู่กลางอากาศกำลังจ้องมองมันด้วยสายตาเย็นชา


*********


บ้าไปแล้ว!” เกรซตะโกนขึ้นมาสุดเสียงเมื่อเห็นภาพตรงหน้า เป็นไปได้อย่างไร ที่ผู้ดูแลมือใหม่จะสามารถใช้กำปั้นบดขยี้ร่างกายของผู้ดูแลเศษซากซึ่งมีค่าสถานะสูงกว่าหลายเท่าตัวได้แบบนั้น “ถึงจะใส่พลังเวทเข้าไปเท่าไรมันก็ไม่น่าจะทำได้นี่นา”

ไม่เพียงแค่เกรซเท่านั้นผู้ดูแลคนอื่นที่ดูอยู่ก็อดที่จะส่งเสียงขึ้นมาไม่ได้เช่นกัน

มีเพียงแค่ออโรร่าเท่านั้นที่ยังคงรอยยิ้มงดงามเอาไว้ได้

คำสาป...สินะคะ” ซาคุยะที่นั่งอยู่เคียงข้างเธอเอ่ยออกมาหลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

ออโรร่าเองก็พยักหน้าให้คำตอบนั้น

เมื่อรู้ว่าทำร้ายร่างกายของพวกมันโดยตรงไม่ได้ก็เลยเลือกที่จะลดพลังป้องกันก่อนแล้วค่อยปิดฉากสินะคะ” เธออธิบายความคิดของเธอออกมา “ไม่เลวเลย”

แต่ก็ยังไม่เข้าใจนะคะว่าทำไมเขาถึงต้องลงมือใช้ร่างกายของตัว....” ระหว่างที่เธอกำลังพูดกับตัวเองอยู่สมองของเธอก็พลันนึกถึงเรื่องอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จนต้องหันมามองทางออโรร่าด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ “....อย่าบอกนะคะว่า”

รอยยิ้มของออโรร่าพลันงดงามขึ้นมาอีก “ตามนั้นเลยคะ”


**********


สาเหตุที่ผมใช้กำปั้นซัดเข้าไปที่กลางหน้าผากของมันจนแขนขวาผมถึงกับใช้การไม่ได้นั้นมันมีเหตุผลอยู่

ผมรู้ดีว่าต่อให้ตัดหัวหรือทำให้มันอ่อนแอลงมากเท่าไรก็คงไม่สามารถหยุดมันได้ การที่จะหยุดมันได้อย่างสมบูรณ์ก็คือการสังหารมัน

....คนที่หัวไวก็คงจะนึกออกแล้วใช่ไหมล่ะ?

การที่จะฆ่ามันก็คือการทำลายผลึกแกนกลางที่อยู่ในร่างกาย สำหรับปีเตอร์จะอยู่บนกลางอก และสำหรับพวกตะขาบงุ้งงิ้งพวกนี้น่ะ

มันอยู่กลางหน้าผากที่ผมเพิ่งจะซัดไปเมื่อครู่อย่างไรล่ะ

ผมเร่งพลังเวทไปรักษาแขนขาที่บิดเบี้ยวไม่ได้รูปให้ฟื้นฟูสภาพเดิมและค่อย ๆ ง้างอุ้งมือที่ผลึกแกนกลางของตะขาบตัวเมื่อกี้ออกมา

ความจริงแล้วผลึกแกนกลางของมันนั้นมีขนาดใหญ่มาก ใหญ่เกินกว่าที่ผมจะกำเอาไว้ได้ แต่พริบตาที่สัมผัสกับมันผมก็ใช้พลังมิติดึงเอาผลึกแกนกลางออกมาจากร่างกายบีบให้เล็กจนสามารถกำเอาไว้ในอุ้งมือมือได้

ถ้าหากว่าผมเผลอเปิดมิติที่กักขังมันเอาไว้ละก็ เจ้าสิ่งนี้มันก็พร้อมที่จะระเบิดขึ้นมาในทันที ซึ่งแน่นอนว่าผมไม่มีทางจะใช้อาวุธที่เพิ่งจะได้มาไปอย่างไร้ค่าแบบนั้นแน่นอน

เมื่อแขนของผมเริ่มกลับมามีความรู้สึกแล้วผมก็บินฉีกหลบทิ้งระยะออกมาไกลในระหว่างที่พวกมันกำลังตกตะลึงกับการที่พรรคพวกของมันสิ้นชีพลงและทิ้งผลึกแกนกลางที่บีบอัดเอาไว้ลงไปในกล่อง

ในระหว่างที่รอให้แขนขวาหายผมก็ต้องใช้แขนซ้ายแทนสินะ แล้วก็ต้องทำแบบนี้สลับกันไปเรื่อย ๆ จนกว่าพวกมันจะหมด

อา ให้ตายเถอะ นี่ผมต้องเสียแขนไปอีกกี่ครั้งกันเนี่ย

ในขณะที่บ่นอยู่ในใจไปพลางผมก็ใช้สายตากวาดพวกตะขาบที่กำลังพุ่งเข้ามาอีกครั้งอย่างพร้อมเพรียงกัน

ดูท่าว่าอย่างน้อยสิบนิ้วคงจะไม่พอสินะ

ผมถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งก่อนจะลืมตาขึ้นมาอย่างแววโรจน์จ้องมองไปยังศัตรูเบื้องหน้าพร้อมกับยกยิ้มมีความสุข

อา พวกแกช่วยมาทำให้ผมสนุกมากกว่านี้ทีเถอะ

เร็วเท่าความคิด ร่างของผมก็พลันหายไปในพริบตา ก่อนจะปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศโดยที่มีหมุดสีดำจำนวนมากลอยอยู่ด้านหลังพร้อมที่จะยิงออกไปทุกเมื่อ

ก่อนอื่นก็เอาอาหารเรียกน้ำย่อยไปก่อน!” ผมตะโกนออกมาอย่างร่าเริงพลางวาดมือลงไปด้านหน้าปลดปล่อยหมุดกว่าร้อยเล่มที่สร้างขึ้นมาสาดเข้าใส่ฝูงตะขาบที่คำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวตรงหน้า

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 273 ครั้ง

859 ความคิดเห็น

  1. #830 overmiss2234 (@overmiss2234) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 22:38
    พระเอกตูเริ่มแล้ว
    #830
    0
  2. #825 T-e-r-n-G (@068797033) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 17:40
    จะว่าไปอัลกับบัลบทหายจนผมลืมไปแล้วนะเนี่ย
    #825
    0
  3. #528 ปฐพีเร้นลับ (@ttoo1515) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 23:32
    ความจริงแล้วหมอนี่เป็นมาโซสินะ
    #528
    0
  4. #526 Ford Apichai (@apichai69) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 21:36
    รอครับ อ่านรวดเดียวเลย
    #526
    0
  5. #525 อ้นเองคร้าบบ (@aon6025) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 19:34
    สนุกครับ
    #525
    0
  6. #524 Empty_Mind (@mrsuchart1970) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 17:36

    เพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ๆออโรร่า..
    นายต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ
    จะเรียกว่าอะไรดีนะ....
    #524
    0