ตอนที่ 71 : Second Wave - 32 - เข้าตาจน บทกลาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1962
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 246 ครั้ง
    16 มี.ค. 62

ในระหว่างที่ผมกำลังรื่นเริงไปกับความสำเร็จ ตอนนั้นเองบางสิ่งบางอย่างก็เกิดขึ้น

แผ่นดินที่นิทราอย่างเงียบสงบมาตลอดเกิดการสั่นไหวขึ้น มันไม่ใช่การสั่นไหวธรรมดา มันสั่นสะเทือนในระดับที่สามารถทำลายภูเขาลูกย่อม ๆ ได้เลยทีเดียว

ทำไมผมถึงยกตัวอย่างเป็นภูเขาลูกย่อม ๆ งั้น?

ถามได้ดีคุณพอต “ปิ๊บ” เอาไป 5 คะแนน เพราะว่าในการระเบิดเมื่อครู่มันทำเอาภูเขาลูกย่อม ๆ ที่ผมพูดถึงเมื่อครู่แหว่งไปเสี้ยวหนึ่งน่ะสิ แล้วตอนนี้ไอ้ภูเขาขี้งอนนั่นก็กำลังจะลงมาหอมแก้มผมที่อยู่ตรงตีนเขาอยู่รอมร่อแล้ว

ดูน่ากลัวใช่ไหม แต่อย่าลืมสิว่าผมมีทักษะโบยบิน ถึงตอนนี้มันจะหายไปจากการหลอมรวมจนกลายเป็นแก่นแท้แห่งเวทมนตร์ไปแล้วก็เถอะ

ร่างของผมลอยขึ้นทันทีโดยไม่รอให้ดินถล่มเข้ามาถึง จนกระทั่งร่างของผมหยุดลงกลางอากาศสูงพอที่จะสามารถมองได้ทั่วบริเวณ

และผมก็อยากจะบอกกับตัวเองว่า ผมไม่น่าบินขึ้นมาเลย

สายตาของผมจะสามารถมองทะลุผ่านความมืดได้อย่างไม่มีปัญหา และเพราะว่าสามารถมองผ่านความมืดได้นั่นแหละ ผมเลยต้องไปเห็นอะไรที่มันไม่อยากจะเห็น

สิ่งที่ปรากฏขึ้นในสายตาของผมก็คือตะขาบฝูงยักษ์ ย้ำอีกทีว่าฝูงยักษ์

ถ้าพูดกันตามตรงแล้ว นอกจากปากคีบและขาที่ยื่นออกมาเต็มลำตัวแล้วมันก็ไม่ค่อยมีส่วนไหนเหมือนตะขาบนักหรอกนะ ยกตัวอย่างเช่นส่วนที่ไม่มีเปลือกแต่แทนที่ด้วยมัดกล้ามเนื้อ ลำตัวยาวจนแทบจะมองหางไม่เห็นกำลังเลื้อยขึ้นลงอยู่บนผิวดินพร้อมกับเพื่อนซี้ของพวกมันที่กำลังแว้นอยู่เคียงข้างกัน

ถ้าเห็นอย่างเดียวผมก็คงจะไม่รู้สึกเครียดเท่าไร แต่เพราะว่าเห็นมันกำลังพุ่งเข้ามาตรงนี้ต่างหากที่ทำให้ผมรู้สึกอยากจะบ้า

มันต้องเป็นเพราะแรงระเบิดเมื่อครู่อย่างแน่นอนเลยที่เรียกพวกมันเข้ามาที่นี่

ปกติแล้วถ้าเกิดการระเบิดของผลึกขึ้นอันหรือสองอันมันคงจะไม่มีความน่าสนใจเท่าไร แต่เพราะเมื่อครู่มันระเบิดขึ้นพร้อมกันถึงหกอัน ทั้งแรงระเบิดทั้งพลังที่แพร่กระจายออกไปคงเรียกความสนใจจากพวกมันได้เป็นอย่างดี

ถึงมันเป็นศัตรูที่ผมจะต้องจัดการก็เถอะ แต่ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากจะเล่นมันทีละตัวนะ

มันคงจะสายไปแล้วสินะ.....เฮ้อ

ทั้งที่ผมบ่นเป็นหมีกินผึ้งภายในใจ แต่ไม่รู้ทำไมใบหน้าของผมถึงมีรอยยิ้มผุดขึ้นมา

ความจริงแล้วผมจะหนีก็ได้ หนีไปตั้งหลักไกล ๆ แล้วค่อยออกล่าพวกปีเตอร์ใหม่อีกครั้งเพื่อรวบรวมผลึกมาใช้แทนระเบิด

แต่ก็ไม่รู้สินะ แบบนั้นคงจะไม่น่าสนุกละมั้ง

ผมยกยิ้มขึ้นพร้อมกับสูดหายใจเข้าจนลึกจ้องมองไปยังฝูงตะขาบที่กำลังเลื้อยเข้ามาอย่างรวดเร็ว


**********


ฮ่า ๆ ๆ ๆ โง่ โง่ชะมัดเลยเจ้านั่น” เกรซกุมท้องตัวเองแล้วหัวเราะอย่างไม่เกรงใจคนอื่นที่นั่งอยู่ด้วยกัน “ดันไปทำให้กากของมิติ’ ระเบิดออกพร้อมกันเยอะขนาดนั้น เจ้าพวก ‘ผู้ดูแล’ มันก็ต้องวิ่งโร่เข้ามาดูน่ะสิ โง่ โง่ชะมัดเลย ฮ่า ๆ ๆ”

แต่ดูเหมือนว่าหญิงสาวผมดำซึ่งเป็นผู้ดูแลหมายเลขสองจะไม่ได้คิดเช่นเดียวกับเธอ

จริงอยู่ที่เขาค่อนข้างจะผลีผลามที่ทำการระเบิดเศษซากมิติไปพร้อมกันถึง 6 อันแบบนั้น” เธอว่าแล้วก็ยกยิ้มมุมปากขึ้น “แต่ก็ต้องชมนะคะที่เขาเพิ่งจะเป็นผู้ดูแลได้ไม่ถึงชั่วโมงดีสามารถพลิกแพลงและเรียนรู้พลังมิติได้รวดเร็วอย่างนั้น แล้วก็...” เธอว่าโดยที่ไม่ละสายตาไปจากหน้าจอที่กำลังฉายภาพของกฤษณะที่ยกยิ้มยินดี “ดูท่าว่าเขาเองก็ไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันแย่เลย”

พอได้ฟังเกรซก็พ่นลมดังเหอะ “เจ้านั่นมันก็แค่โง่เท่านั้นเอง ถ้ามันรู้ว่าพวกผู้ดูแลเศษซากพวกนั้นมีพลังอะไรมันคงจะไม่ยิ้มอย่างนั้นแน่นอน ไม่สิ เดี๋ยวพอสู้ด้วยสักหน่อยมันก็คงจะได้รู้ มาพนันกันไหมว่ามันจะร้องไห้ตอนหนีเอาตัวรอดรึเปล่า?”

เศษเสี้ยวมิติ 10 อัน” ผู้ที่ตอบกลับมาไม่ใช่ผู้ดูแลมิติหมายเลข 2 แต่เป็นผู้ดูแลหมายเลข 5 ที่ยังคงจ้องมองหน้าจอด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ “เดิมพันว่าเขาไม่หนีต่อให้ต้องตาย”

ฮุ ๆ ” ผู้ดูแลหมายเลขสองเองหัวเราะออกมาทันทีเมื่อได้ยินการเดิมพันของชายหนุ่มผมเงิน “ถ้าคุณหมายเลข 5 เล่นด้วยงั้นดิฉันก็คงจะยอมน้อยหน้าไม่ได้แล้วละค่ะ” ว่าจบเธอก็หยิบเอาแกนมิติอันหนึ่งออกมา “ดิฉันเดิมพันด้วยแกนมิติชิ้นนี้ว่าเขาจะไม่ร้องไห้และยืนหยัดต่อสู้จนลมหายใจสุดท้ายค่ะ”

พอได้เห็นความมั่นใจแปลก ๆ ของทั้งสองฝ่าย เกรซที่เผลอปากไวเดิมพันก็ผงะไปเล็กน้อย ก่อนจะยกยิ้มขึ้นมาอย่างมั่นใจ เพราะไม่ว่าอย่างไรผลของการเดิมพันมันนี้มันก็รู้ ๆ กันอยู่

ในระหว่างที่เกรซกำลังจะรับเดิมพันนั้นเอง น้ำเสียงหวานที่เธอแสนเกลียดก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง

กำลังเดิมพันอะไรน่าสนุกกันอยู่สินะคะ” ไม่ใช่ใครอื่นที่แทรกขึ้นมานอกจากออโรร่าซึ่งเป็นผู้ดูหมายเลข 1

การปรากฏตัวของเธอเรียกเอาผู้ที่อยู่ในห้องนั้นทั้งหมดลืมตาโพลงด้วยความตกใจไม่เว้นแม้กระทั่งชายหนุ่มผมเงินที่ไร้สีหน้า

ยัยตอแหล....” เกรซกัดฟันกรอดพลางจ้องไปทางออโรร่าอย่างเอาเรื่อง “คิดจะมาอวดว่าลูกไล่ของตัวเองมีดีรึไง งั้นก็แหกตารอดูตอนนี้เจ้าหมอนั่นร้องขอชีวิตเอาไว้ด้วยเลยแล้วกัน”

ออโรร่าไม่พูดอะไร เธอเพียงแค่หันไปมองใบหน้าของกฤษณะบนหน้าจอครั้งหนึ่งก่อนจะหันมายิ้มให้กับเกรซ

เข้าใจผิดแล้วค่ะ เผอิญดิฉันได้ยินพวกคุณกำลังคุยเรื่องน่าสนุกก็เลยคิดจะเข้ามาร่วมวงด้วยเท่านั้นเอง”

หา นี่หล่อนพูดอะ...” โดยที่ไม่ทันได้จบประโยคเกรซก็ต้องหยุดคำพูดของตัวเองลงไปพร้อมกับเบิกตาขึ้นมองสิ่งที่ออโรร่าหยิบออกมา

ดิฉันขอเดิมพันด้วยผลึกมิติระดับกึ่งสมบูรณ์ว่าคุณกฤษณะจะเอาชนะผู้ดูแลเศษซากมิติได้ค่ะ” สิ่งที่เธอหยิบออกมาก็คือผลึกมิติระดับกึ่งสมบูรณ์ที่ผู้ดูแลทั้งหลายเคยได้ยินแต่ไม่เคยเห็นของจริงมาก่อน

ต้องขออธิบายเรื่องระดับของผลึกมิติให้เข้าใจเสียก่อนพลังของมิตินั้นไล่เรียงกันไปตามขนาด’ ของมัน ระดับที่เล็กที่สุดก็คือเศษเสี้ยวมิติ ที่จะทำให้ผู้ครอบครองใช้พลังมิติได้ 1 ครั้ง ระดับที่สูงขึ้นมาก็คือแกนมิติซึ่งเป็นการรวมเศษเสี้ยวมิติ 30 ชิ้นเข้าด้วยกัน

ระดับต่อมาก็คือผลึกมิติที่เกิดขึ้นจากการรวมแกนมิติ 1000 ชิ้นเข้าด้วยกัน เนื่องจากว่ายังไม่มีผู้ใดสามารถรวบรวมแกนมิติได้มากมายขนาดนั้น จึงไม่เคยมีใครเคยเห็นรูปลักษณ์ของผลึกมิติมาก่อน ยกเว้นออโรร่าที่สามารถนำแกนมิติจำนวน 500 กว่าอันมาสร้างเป็นผลึกมิติระดับกึ่งสมบูรณ์ได้สำเร็จ

ดิฉันคิดว่าคุณคงจะไม่เงินจ่ายเดิมพันอย่างแน่นอนเลยก็เลยจะขอต่อให้ว่า ถ้าเกิดว่าคุณกฤษณะแพ้ละก็คุณเพียงแค่จ่ายแกนมิติ 300 ชิ้นก็พอแล้วค่ะ” เธอว่าพลางยิ้มหวานให้กับเกรซ

ฮึ่ย....ยัยกำแพงน้ำแข็ง” เกรซว่าชื่อเล่นของออโรร่าที่ทุกคนรู้โดยทั่ว เนื่องจากว่าออโรร่านั้นมักจะไม่แสดงอารมณ์ที่แท้จริงของตัวเองออกมาสักเท่าไร และมักจะมองมิติต่าง ๆ แหลกสลายไปโดยไม่ยื่นมือเข้าไปช่วย เกรซก็เลยตั้งชื่อเล่นให้เธอว่ายัยกำแพงน้ำแข็งไร้หัวใจ และมันก็กลายเป็นชื่อเรียกติดปากสำหรับเธอไป “คิดจะเอาของที่ตัวเองเก็บหอมรอมริบมาทั้งชีวิตทิ้งไปเพราะไอ้หน้าโง่นั่นงั้นเหรอ?”

เกรซถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน แต่ออโรร่าก็ไม่พูดอะไร เธอเพียงเดินไปนั่งบนเก้าในซุ้มหินซึ่งเป็นที่นั่งเฉพาะของเธอแล้วก็เรียกชุดน้ำชาออกมาตั้งราวกับว่าเสียงของเกรซเป็นเพียงแค่ลมผ่านหูเท่านั้น

ถ้าเกิดว่าคุณไม่กล้าดิฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะคะ” เธอยิ้มเอียงคอแล้วก็หันไปเชิญผู้ดูแลหมายเลข 2 ด้วยสายตา ซึ่งอีกฝ่ายเองก็ผงกศีรษะตอบรับคำเชิญด้วยรอยยิ้ม

ใครคิดว่าฉันไม่กล้า มาเลยฉันเดิมพันด้วย แกนมิติ 300 ชิ้นว่าหมอนั่นต้องตายแน่นอน” เกรซตะโกนอย่างหัวเสียเมื่อถูกยั่วยุด้วยรอยยิ้มไร้เทียมทานของออโรร่า ถึงแม้ว่าการสูญเสียแกนมิติ 300 ชิ้นนี้จะทำให้เธอต้องกลายเป็นผู้ดูแลหมายเลข 9 มันก็คุ้มค่าที่จะเสี่ยง เพราะในเมื่อถ้าเกิดว่าเธอได้ผลึกมิติระดับกึ่งสมบูรณ์นั่นมาละก็ มันไม่เพียงจะทำให้เธอถีบตัวขึ้นเป็นผู้ดูแลหมายเลข 1 แต่ยังทำให้เธออยู่ในตำแหน่งที่เหนือกว่ายัยหน้าตายไร้หัวใจที่เธอแสนจะหมั่นไส้นี้ได้อีกด้วย แล้วอีกอย่าง การที่ผู้ดูแลมือใหม่สด ๆ ซิง ๆ อย่างกฤษณะจะสามารถเอาชนะผู้ดูแลเศษซากมิติได้นั้นต้องบอกเลยว่ามันเป็นไปไม่ได้’ เธอไม่ว่ารู้ว่าทำไมยัยนั่นถึงได้มั่นใจในตัวผู้ชายคนนั้นนัก และไม่คิดที่จะเข้าใจด้วย

ถ้าอย่างนั้นก็ขอขอบคุณสำหรับแกนมิติ 300 ชิ้นล่วงหน้านะคะ” ออโรร่ายิ้มหวานให้เกรซโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยน “ถึงแม้จะแทนกันไม่ได้แต่ช่วยให้เกียรติมาดื่มชาด้วยกันไหมคะ เผื่อว่ามันจะช่วยบรรเทาความเสียใจหลังจากสูญเสียทรัพย์สมบัติเกือบทั้งหมดไปได้บ้าง”

ผู้คนที่เหลือล้วนแต่เลือกที่จะไม่เข้าไปยุ่งกับหญิงสาวทั้งสอง แม้กระทั่งผู้ดูแลหมายเลข 2 และ 5 ที่เป็นผู้วางเดิมพันก่อนหน้านี้

ทั้งหมดต่างรู้ดีถึงว่าทั้งสองเป็นไม้เบื่อไม้เบากัน ฝ่ายหนึ่งเปรียบเสมือนภูเขาไฟที่ร้อนแรงพร้อมที่จะสาดเสียเทเสียถ้าเข้าไปผิดใจ ส่วนอีกฝ่ายก็เหมือนภูเขาน้ำแข็งที่อ้าปากทีก็จะเย็นเยือกเหมือนถูกกรีดหัวใจ พวกเขาจึงเลือกที่จะปล่อยไปไม่ยุ่งด้วยเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องซวย พลางมองเจ้าหนุ่มที่อยู่บนหน้าจอด้วยสายตาสงสาร

เพราะไม่ว่าผลมันจะออกมาอย่างไร เจ้าหนุ่มนั่นก็จะกลายเป็นตัวการหลักที่ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียสมบัติไปอย่างมหาศาล เรียกได้ว่าเนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองแถมยังถูกเอากระดูกไปแขวนคออีกด้วย

หึ อยากพูดอะไรก็พูดไปเถอะ พอเธอตกไปอยู่ลำดับที่ 9 แล้วก็เตรียมตัวถูกฉันจิกหัวไปทำความสะอาดเศษซากมิติเอาไว้ให้พร้อมแล้วกัน”

นั่นสินะคะ ดิฉันเองก็ต้องคิดเตรียมเอาไว้แล้วว่าจะให้ผู้ดูแลมิติหมายเลข ‘9’ คนใหม่ไปประจำอยู่ที่ชายแดนไหนดี ลำบากใจพอสมควรเลยนะคะเนี่ย” เธอว่าพลางเน้นคำว่า 9 อย่างเห็นได้ชัด

เกรซจ้องเขม็งมาทางออโรร่าทีหนึ่งแล้วก็สะบัดศีรษะกลับไปราวกับไม่อยากเห็นหน้าของออโรร่าอีก

คุณเองก็ใจร้อนเกินไปนะคะที่จะเอาผลึกมิติออกมาเดิมพันแบบนี้” ผู้ดูแลหมายเลข 2 ว่าเป็นเชิงดุกับออโรร่า “ถ้าเกิดเขาพ่ายแพ้ขึ้นมาละก็ คุณจะแย่เอานะคะ”

สิ่งที่เธอหมายถึงไม่ใช่การที่ออโรร่าจะตกไปเป็นผู้ดูแลหมายเลข 9 แต่เธอหมายถึงการที่สิทธิการตัดสินใจต่าง ๆ จะตกไปอยู่ในมือของเกรซต่างหาก ถ้าหากว่าเกรซได้กลายเป็นผู้ดูแลหมายเลข 1 จริง ๆ แล้วล่ะก็ เธอพอจะเดาได้เลยว่าทิศทางและจุดมุ่งหมายของกลุ่มผู้เฝ้ามองนั้นจะเบนไปในทิศทางไหน ซึ่งถ้ามันเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น คนที่ลำบากใจที่สุดก็คงจะไม่พ้นออโรร่า

แต่ถึงแม้จะถูกว่ามาแบบนั้นออโรร่ากลับไม่เปลี่ยนสีหน้าเลยสักนิด ไม่สิ เธอกำลังยิ้มต่างหาก

คุณซาคุยะคะ” เธอเรียกชื่อของผู้ดูแลหมายเลข 2 “คุณกฤษณะไม่มีวันแพ้ค่ะ”

รอยยิ้มที่ซาคุยะมองเห็นทำเอาเธอถึงกับลืมหายใจไปชั่วขณะ ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยเห็นรอยยิ้มของออโรร่า แต่เธอไม่เคยเห็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ถึงขนาดนี้ของออโรร่าต่างหาก

ซาคุยะสูดหายใจเข้าออกอยู่ครู่หนึ่งและหยิบถ้วยชาขึ้นมาดื่มเพื่อสงบจิตใจ

หลังจากน้ำชาอุ่นผ่านลำคอไปแล้วเธอก็เริ่มที่จะตั้งสติขึ้นมาได้

ทำไมถึงมั่นใจขนาดนั้นละคะ?”

สำหรับคำถามนั้นก็ยิ่งทำให้รอยยิ้มของออโรร่างดงามขึ้นไปอีกขั้น

สัญชาตญาณของผู้หญิงค่ะ”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 246 ครั้ง

858 ความคิดเห็น

  1. #829 overmiss2234 (@overmiss2234) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 22:30
    เห็นด้วย
    #829
    0
  2. #527 ปฐพีเร้นลับ (@ttoo1515) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 23:14
    เข้าสู่รายการคนอวดหลัว
    #527
    0