RRPG • มหาสงครามครองมิติ

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 92,598 Views

  • 848 Comments

  • 4,213 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,197

    Overall
    92,598

ตอนที่ 68 : Second Wave - 29 - มิติสีดำ บทกลาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1981
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 267 ครั้ง
    15 มี.ค. 62

ไม่ไหวแฮะ” ทุกครั้งที่ผมพยายามจะเปลี่ยนแปลง ‘สี’ ของตนเองมันก็จะย้อนกลับไปเป็นสีเดิมทุกครั้ง ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ แต่ต้องบอกว่ามันคงสภาพเอาไว้ไม่ได้ต่างหาก

เพราะอะไรกัน?

แต่ดูเหมือนว่าความพยายามของผมจะไม่สูญเปล่า เพราะระหว่างที่เดินทางไปพร้อมกับทดลองนั้นไม่มีศัตรูตัวไหนโผล่ออกมาทำร้ายผมเลย ทำให้สภาพร่างกายของผมกลับมาอยู่ในสภาพเต็มร้อยอีกครั้ง

หรือว่าการแปลงตัวตนมันจะยากกว่าที่คิด

มันก็นั่นล่ะนะ ถ้ามันทำได้ง่าย ๆ ที่นี่คงจะไม่ใช่บททดสอบสีดำแล้ว

ผมเดินไปพลางทดลองการเปลี่ยนแปลงสีของมิติไปพลางแล้วก็ใช้เวทมนตร์แห่งความมืดมารวมกันเอาไว้ที่ดวงตาเพื่อให้มองทะลุความมืดได้

มันเป็นวิธีที่ผมเพิ่งจะคิดออก ถ้าหากว่าการปลดปล่อยพลังเวทออกไปเพื่อตรวจสอบเป็นการป่าวประกาศให้รู้ถึงตำแหน่งของผมแล้วล่ะก็ เพียงแค่ใช้พลังเวทให้อยู่ในร่างกายก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ผมสร้างเวทมนตร์ใหม่อันนี้ขึ้นมา

แม้จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวตนได้สำเร็จแต่ผลจากการทดลองก็ทำให้ผมมีเวลาได้คิดนั่นนี่อยู่พอสมควร

ถึงเป้าหมายหลักในการเปลี่ยนแปลงตัวตนของตนจะไม่สำเร็จ แต่ตอนนี้ผมก็สามารถหลบเลี่ยงจากการตรวจสอบของศัตรูได้แล้ว สำหรับตอนนี้มันก็เพียงพอแล้ว ผมไม่จำเป็นต้องรีบเปลี่ยนแปลงตัวตนให้สำเร็จในตอนนี้ก็ได้

ปัญหาต่อไปก็คือการจัดการกับพวกมัน เนื่องจากว่าการจะจัดการพวกมันให้ได้อย่างสมบูรณ์นั้นจำเป็นจะต้องทำลายแกนมิติที่อยู่ในตัวของมัน ซึ่งการจะทำลายแกนมิติก็มีแต่จะต้องใช้พลังของมิติเท่านั้น

ซึ่งจุดนั้นคือปัญหาต่อไป

ตอนนี้ผมเหลือพลังมิติที่สามารถใช้งานได้อยู่อีก 31 ครั้ง นั่นก็หมายความว่าผมจะสามารถจัดการศัตรูได้อีกเพียง 31 ตัวเท่านั้นถึงแม้ว่าจะเล็งจัดการกับแกนมิติทีเดียว 2-3 อันพร้อมกัน อย่างดีก็จัดการศัตรูได้แค่ 93 ตัว เพราะอย่างนั้นมันไม่น่าจะเพียงพออย่างแน่นอน

ผมต้องหาวิธีใหม่ในการจัดการกับพวกมัน

ซึ่งผมก็พอจะมีไอเดียอยู่ แต่วิธีนั้นจะได้ผลรึเปล่านั้น มันก็จำเป็นต้องทดสอบ และในการทดสอบผมจึงจำเป็นต้องตามหาศัตรูที่อยู่เพียงลำพังให้ได้เสียก่อน

หลังจากเดินหลีกเลี่ยงศัตรูกลุ่มใหญ่ไปพลาง ตามหาไปพลาง ในที่สุดผมก็เจอพวกมันตัวหนึ่ง

เจ้าตัวที่ว่านั้นกำลังนอนหลับอยู่เพียงลำพังในถ้ำหินงอกหินย้ายที่ผมลัดเลาะเข้ามา

มันมีลักษณะเหมือนสุนัข เพียงแต่ว่ามันไม่มีผิวหนัง เล็บสีเหลืองขาวของมันงอกยาวออกมาเกือบฟุต อาจจะเป็นเพราะสภาพแวดล้อมเช่นนี้ พวกมันจึงไม่มีดวงตา กลับกันพวกมันนั้นมีเขาที่คล้ายกับหินงอกออกมา

นั่นคงจะเป็นแกนมิติที่ติดอยู่กับตัวของพวกมันอย่างแน่นอน

ถ้าไม่แน่นอนก็แน่นั่ง

....ไม่โดนเหรอ ช่างมันเถอะน่า แค่นี้ผมก็เครียดจะตายอยู่แล้ว ให้ผมได้ปลดปล่อยอะไรออกมาบ้างเถอะ

ฟู่” ผมพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่เพื่อผ่อนคลายร่างกาย มือขวากำดาบมายาภูตเอาไว้แน่น พร้อมกับย่องเข้าไปหามันที่กำลังนอนหลับอยู่

ผมไม่กล้าประมาท เพราะว่าถ้าไม่สามารถจัดการพวกมันได้ในครั้งเดียว มันก็มีความเป็นไปได้ว่าพวกมันจะเรียกพวกพ้องเข้ามาได้ เพราะฉะนั้นผมจึงต้องลงมือให้เด็ดขาดที่สุด จัดการมันให้ได้ในครั้งเดียว

เจ้าสุนัขไร้ผิวหนังตัวนี้มันยาวประมาณสองเมตร ถ้าให้เดา จุดตายของมันก็น่าจะอยู่ที่ศูนย์รวมประสาทและเพื่อความชัวร์ก็ต้องคว้านสมองมันเผื่อไปด้วยเลย

ผมวาดดาบลงใส่ตัดผ่านลำตัวของพวกมันโดยเล็งเป็นเส้นตรงวิ่งผ่านกระดูกสันหลังและสมองจนร่างของมันแยกออกเป็นสองส่วนในทันที

และวินาทีที่ร่างของมันสิ้นชีพลง ผลึกที่ติดอยู่บนหน้าผากซึ่งมีดวงตาถลนออกมาก็สั่นระรัวพร้อมกับเร่งพลังของมิติออกมา

จังหวะนี้แหละ!

ผมใช้มือที่ว่างอยู่คว้าผลึกนั้นเอาไว้และเริ่มต้นทำในสิ่งที่ผมคิด

แผนการของผมก็คือการดูดกลืนพลังมิติที่อยู่ในร่างกายของพวกมันมาเติมเต็มพลังแกนมิติของผม ถ้าผมใช้วิธีนี้แล้วล่ะก็ ผมก็จะมีพลังสำรองเอาไว้ใช้แบบอินฟินิตี้จนกว่าจะสังหารพวกมันทั้งหมดลง

แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ทำง่าย ๆ

ผมเกร็งมือจนเส้นเลือดปูดขึ้นมาเด่นชัด พยายามจะคว้าจับผลึกมิติตรงหน้าเอาไว้ แต่พลังบางอย่างก็ทำหน้าที่คล้ายกับกำแพงป้องกันไม่ให้ผมสัมผัสกับมัน

ไม่ได้การแล้ว มันกำลังจะฟื้นขึ้นมา

ผมมองไปยังร่างกายของมันที่กำลังผุดขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็วราวกับภาพบันทึกการเจริญเติบโตที่ถูกเร่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง

ช่วยไม่ได้ ครั้งนี้คงต้องยอมไปก่อน

ผมสะบัดมือออกยกดาบมายาภูตขึ้นดึงพลังมิติออกมาเคลือบและฟันลงไปที่ผลึกจนมันแตกออกเป็นสองส่วน

แน่นอนว่าผมยังไม่ลืมว่าหลังจากที่ทำลายผลึกไปแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น ผมรีบดีดร่างออกไปด้านหลังพร้อมกับใช้เวทมนตร์สร้างเป็นเกราะล้อมรอบตัวเองเอาไว้หลายชั้น

เปรี้ยง!!!!

เมื่อพลังมิติถูกระเบิดออกผนังถ้ำรอบข้างก็เกิดเป็นรอยร้าวขึ้นมาทันที พร้อมกับม่านพลังที่แตกออกพร้อมกัน ตัวผมเองเมื่อเห็นว่าม่านพลังพวกนั้นไม่สามารถป้องกันเอาไว้ได้ก็เลยรีบเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นหมอกเพื่อสลายแรงกระแทก

แต่มันก็ไม่ได้ผล ราวกับว่าพลังมิติที่กระจายออกมานั้นไม่ได้แยกแยะว่ารอบข้างมันเป็นอะไร มันเป็นพลังที่อยู่เหนือกว่าตัวตนของสสาร ไม่ว่าจะเล็กใหญ่ก็ไม่แตกต่างกันเมื่ออยู่ต่อหน้าพลังของมิติ

แต่โชคดีว่าพลังมิติที่ระเบิดออกมารอบนี้มันเบากว่าครั้งที่แล้ว ร่างกายของผมจึงยังอยู่ครบดี เพียงแค่จมลงไปในกำแพงถ้ำจนมิดตัวเท่านั้นเอง

อ้อก” ผมกระอักเลือดออกมาก้อนใหญ่แล้วก็ดึงตัวเองออกมาจากกำแพง

โอย จะทำอย่างไรกับไอ้ระเบิดบ้านี่ดีเนี่ย

ผมทอดถอนหายใจพร้อมกับเริ่มต้นรักษาตัวเอง ตอนนี้พลังมิติผมเหลืออีกแค่ 30 ครั้งแล้วด้วย

ผมต้องมาคิดหาวิธีจัดการกับผลึกบ้านั่นให้ได้ก่อนที่พลังมิติของผมจะหมดลงสินะ

เฮ้อ ยุ่งยากเป็นบ้าเลยให้ตายเถอะ

 

**********

 

ภายในห้องเหล็กปิดตายไร้ซึ่งแหล่งกำเนิดแสง ร่างเล็กร่างหนึ่งกำลังขดตัวอยู่ในผ้านวมผืนใหญ่จ้องมองหน้าจอโปร่งที่มีภาพของกฤษณะกำลังนอนรักษาตัวเองอย่างไม่วางตา

หากมองดูดี ๆ แล้วจะพบว่าคนผู้นี้คือเด็กสาว เด็กสาวที่สวมแว่นขนาดใหญ่ที่หนาจนมองไม่เห็นใบหน้าของเธอ ผ้านวมผืนใหญ่ที่เธอคลุมตัวเองเอาไว้มีรอยปะชุนหลายที่ชวนให้คนดูรู้สึกสงสาร

แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเธอคนนี้คือผู้ดูแลหมายเลข 4

ชื่อของเธอคือซันนี่ หญิงสาวอายุแปดร้อยเจ็ดสิบสี่ปีผู้มีนิสัยชอบเก็บตัว ปกติแล้วซันนี้จะใช้เวลาไปกับการนอนวันละประมาณ 25 ชั่วโมง ซึ่งถ้าเธอนอนไม่ครบ 25 ชั่วโมงเธอก็จะทบไปในอีกวันหนึ่ง นอกเหนือจากจะมีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น เธอผู้นี้จะไม่ยอมลืมตาตื่นขึ้นมาเป็นอันขาด

และเหตุการณ์ผิดปกติในครั้งนี้ก็คือการทดสอบของกฤษณะ

ถ้าเป็นผู้พิชิตทั่วไปที่พอมีฝีมือหน่อยแล้วหลงตัวเองอยากจะมาทดสอบมิติสีดำแล้วล่ะก็ เธอคงไม่คิดที่จะตื่นขึ้นมาดู แต่ด้วยความจริงที่ว่าผู้รับรองของกฤษณะคือออโรร่าหรือผู้ดูแลอันดับหนึ่ง

ด้วยเหตุผลนี้เองทำให้เธอยอมตื่นขึ้นมาจากการหลับใหลนับปีขึ้นมา

และก็ต้องบอกว่าตัวตนของนายกฤษณะคนนี้ทำให้เธอรู้สึกสนุกขึ้นมาได้อยู่บ้าง

หากเป็นพวกโง่ ๆ ทั่วไปแล้วคงจะพยายามฝืนใช้เวทมนตร์เพื่อสร้างแสงสว่างขึ้นมาโดยไม่คิดจะรับรู้กระแสของมิติที่ปั่นป่วนจนกลืนแหล่งกำเนิดแสงทั้งหมดไปได้แบบนั้น แล้วในระหว่างที่เร่งใช้พลังเวทเป็นบ้าเป็นหลังนั้นก็จะถูกศัตรูเข้ามากลุ้มรุมจนกลายเป็นเศษเนื้อ

ขอดูหน่อยสิว่านายจะไปได้ถึงไหน” เธอว่าแล้วก็หาวขึ้นมาหวอดใหญ่ ก่อนจะทิ้งคางลงบนหมอนจ้องมองหน้าจอตรงหน้าต่อไป

 

**********

 

นี่น่ะเหรอคนของยัยนั่น” เสียงที่แฝงไปด้วยความมั่นใจในตัวเองอย่างถึงที่สุดดังขึ้นท่ามกลางห้องมืดที่กำลังฉายภาพของกฤษณะบนจอขนาดใหญ่

นี่เป็นมิติพิเศษสำหรับผู้ดูแลระดับ 1-9 ที่ถูกสร้างแยกออกมา ในมิตินี้จะมีลักษณะคล้ายกับห้างสรรพสินค้าระดับย่อมที่เต็มไปด้วยสิ่งบันเทิงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสวนสนุก สระน้ำ ห้องออกกำลังกาย ร้านหนังสือ สวนพฤกษา ทะเล ภูเขา น้ำตก เรียกได้ว่ามันเป็นโลกที่ถูกย่อขนาดลงมาก็คงจะไม่ผิดนัก

และสถานที่ที่ผู้ดูและระดับ 1-9 หลายคนกำลังรวมตัวกันอยู่ตอนนี้ก็คือโรงหนังที่อยู่ชั้นบนสุด

เก้าอี้ของโรงหนังนั้นมีอยู่เก้าจุด ถึงจะบอกว่ามันเป็นเก้าอี้ แต่ความจริงแล้วมันแทบจะไม่ต่างไปจากโซฟาขนาดใหญ่จนคล้ายกับเตียงเลยก็ไม่ผิด มีผู้ดูแลหลายคนที่ออกแบบเก้าอี้เพื่อความสบาย มีหลายคนชอบความเรียบง่ายก็ทำเป็นเพียงเก้าอี้โยกธรรมดา

และในส่วนที่นั่งของหญิงสาวที่ว่าขึ้นมาเมื่อครู่ก็เป็นโซฟาสีแดงขนาดใหญ่ที่ประดับด้วยดิ้นทองอย่างหรูหรา เช่นเดียวกับเสื้อผ้าของเธอ ชุดที่เธอใส่อยู่นั้นบางจนแทบจะมองทะลุไปเห็นผิวกายที่ขาวเนียน ตามร่างกายก็เต็มไปด้วยเครื่องประดับแวววาวมากมายนับชิ้นไม่ถ้วน ทั้งต่างหู สร้างคอ แหวนที่ติดอยู่ตามเนื้อตัวเธอล้วนแต่เป็นเพชรนิลจินดาที่ไม่สามารถตีราคาได้ทั้งสิ้น

ก็ยอมรับนะว่าไม่ธรรมดา แต่ถ้าเป็นแบบนี้ก็คงจะเอาตัวรอดเกินอาทิตย์หนึ่งไม่ได้หรอก” เธอว่าพลางพ่นลมออกจมูกอย่างอารมณ์ดี เมื่อเห็นว่าตัวแทนที่คู่อริของเธอเลือกมากำลังทรมาน ใจจริงแล้วเธอก็ไม่ได้อยากจะให้กฤษณะต้องตายหรอก เธอคิดว่าในช่วงเวลาเป็นตายเธอจะแอบช่วยกฤษณะออกมาแล้วทำให้เขาหลงเสน่ห์เธอเพื่อเป็นการเล่นงานอริที่วางท่าหน้านิ่งอยู่ตลอดเวลาของเธอ

สำหรับหญิงสาวผู้มีลักษณะดั่งตัวร้ายเกรดสามในละครหลังข่าวของประเทศล้าหลังนี้ก็คือ เกรซ ผู้ดูแลหมายเลข 3 ผู้เป็นไม้เบื่อไม้เมากับออโรร่าตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง

มาเดิมพันกันไหมว่าเจ้าหมอนี่จะอยู่ได้นานเท่าไร” เธอหันกลับไปหาชายหนุ่มผมสีเงินดวงตาสีแดงฉาน ที่นั่งอยู่ถัดไปจากเธอ “ฉันเดาว่าอีกสามวันหลังจากนี้”

“....” ถึงจะได้ยินเสียงของเกรซเรียกตนเองชายหนุ่มก็ไม่มีทีว่าจะตอบ

ไอ้หมายเลข 5 ก็ยังเป็นใบ้เหมือนเดิม” เธอบ่นอุบก่อนจะหันไปอีกทาง “แล้วเธอล่ะคิดว่าหมอนี่จะรอดไปได้ไหม?”

ทางด้านขวาของเกรซก็คือผู้ดูแลหมายเลข 2 ผู้เป็นเจ้าของมิติจำลองที่กฤษณะกำลังต่อสู้อยู่ในขณะนี้ “มันเป็นมิติที่ถูกจำลองมาจากบ้านเกิดของเธอใช่ไหม? ว่าไง คิดว่าหมอนี่จะรอดไปได้สักกี่น้ำ?”

เขาไม่ตายหรอกค่ะ” ผู้ดูแลหมายเลข 2 ตอบกลับมาด้วยรอยยิ้ม เธอเป็นคนที่มีลักษณะคล้ายกับคนเอเชีย ผมยาวตรงสีดำขลับทรงผมลักษณะคล้ายกับเจ้าหญิงในยุคโบราณของประเทศตะวันออกสุด “ดวงตาของเขาไม่มีคำว่ายอมแพ้ ถึงแม้จะอยู่ต่อหน้าความมืดมิดเขาก็ไม่ทิ้งเปลวไฟที่เรียกว่าความหวัง”

เพราะฉะนั้นเขาจะไม่ตายแน่นอนค่ะ” เธอว่าพร้อมกับโค้งศีรษะให้กับเกรซ ทำเอาอีกฝ่ายต้องเบ้ปากกับลักษณะอันเป็นผู้ดีแตกต่างกับตัวเธอ

เชอะ” เมื่อเห็นว่าไม่มีคนคุยด้วยแล้ว เกรซก็หันกลับไปเท้าคางจ้องมองภาพของกฤษณะที่กำลังจะลุกขึ้นมาอีกครั้ง

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 267 ครั้ง

0 ความคิดเห็น