ตอนที่ 67 : Second Wave - 28 - มิติสีดำ บทต้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2122
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 276 ครั้ง
    15 มี.ค. 62

ตอนนี้ผมกำลังต่อสู้อยู่ ต่อสู้กับบางอย่างที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร สาเหตุที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไรก็เพราะมันมืดไงล่ะ

ผมพยายามแผ่พลังเวทออกเพื่อตรวจจับสถานที่รอบข้างรวมไปถึงศัตรู แต่น่าเสียดายที่ดวงตาพันลี้นั้นไม่สามารถมองเห็นตัวของศัตรูได้ ไม่ใช่เพราะว่าทักษะไม่ได้ผล แต่มันเป็นเพราะรอบข้างนั้นไม่มีแสงเลยแม้แต่นิดเดียว ถึงแม้จะมองออกไปพันลี้ก็เห็นเพียงแต่ความมืดมิดเท่านั้น

และเพราะว่าแผ่พลังเวทออกไปเพื่อตรวจจับศัตรู มันก็กลายเป็นว่าศัตรูที่อยู่รอบข้างกรูกันเข้ามาหาผมเพราะจับพลังเวทได้ และนั่นก็เป็นสาเหตุที่ผมกำลังต่อสู้อยู่ในเวลานี้

พวกมันที่กรูเข้ามานั้นล้วนแต่เป็นนักล่าที่แข็งแกร่ง เรียกได้ว่าพวกมันแต่ละตัวนั้นมีพลังเทียบเท่ากับหนูเมลเลยก็คงจะไม่ผิดนัก นอกจากนั้นความรวดเร็วของมันก็ยังสูงพอกับผม เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบากเป็นอย่างมาก

ช่วงแรกผมพยายามที่จะใช้เวทแสงเพื่อสร้างแสงสว่างขึ้นมา แต่ผลของมันคือความล้มเหลว ไม่ใช่ว่าตัวผมควบคุมพลังเวทได้ไม่ดี แต่ว่าพลังเวทที่ถูกเรียกออกมานั้นถูกสูบไปทันทีโดยความมืดรอบข้าง การสูบที่ว่านั้นไม่ใช่การสูบพลังเวทแต่เป็นการสูบแสงสว่าง’ ไป

ผมยังรู้สึกถึงพลังเวทที่คงอยู่ได้ เพียงแต่ผลลัพธ์ของมันนั้นไม่ถูกแสดงผลออกมา

นั่นก็เท่ากับว่ามิติแห่งนี้ไม่มีอนุญาตให้ใช้แสงสว่างได้นั่นเอง

โชคดีที่ผมยังสามารถใช้พลังเวทได้ จึงพอที่จะรับรู้สภาพภูมิประเทศรอบข้างและตำแหน่งของศัตรูได้ แต่การตรวจจับของผมไม่ละเอียดพอที่จะรับรู้สภาพร่างกายของมัน

และที่สำคัญที่สุดก็คือจำนวนของพวกมันกำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ดาบมายาภูตในมือของผมวาดเข้าใส่มันเป็นครั้งที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้ แต่ไม่ว่าจะฟาดฟันเข้าไปเท่าไรก็ไม่สามารถกำจัดมันได้เสียที ราวกับว่าพวกมันฟื้นฟูได้รวดเร็วขนาดที่ว่างอกแขนของตัวเองออกมาได้ในพริบตา

ค่าสถานะของมันเรียกได้ว่าเหนือกว่าผมอยู่ส่วนหนึ่ง พลังในการฟื้นฟูของพวกมันเหนือกว่าผมอย่างทาบไม่ติด รวมไปถึงสิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างจำนวน’

ตอนนี้ผมเหมือนลูกแกะที่หลงเข้ามาอยู่ในฝูงของหมาป่าหิวโซ

ทางรอดตอนนี้ของผมคือการหลบหนีเท่านั้น แต่ไม่ว่าจะฉีกออกมาไกลเท่าไร พวกมันก็สามารถตามมาถูกได้อยู่เสมอ

หรือว่าเป็นเพราะพลังเวท

เป็นไปได้ ตอนแรกพวกมันก็กรูเข้ามาหาผมเพราะจับพลังเวทของผมได้ และเป็นเพราะว่าผมแผ่พลังเวทออกตลอดเวลาเพื่อรับรู้สภาพภูมิประเทศ มันจึงสามารถตามกลิ่นของผมมาได้ตลอดเวลา

แต่ถ้าผมไม่แผ่พลังเวทออกไปแล้วผมจะรับรู้สภาพรอบข้างได้อย่างไรล่ะ?

ผมไม่มีทางเลือกอีกแล้ว หลังจากที่พุ่งตัวฉีกออกมาจากวงล้อมด้วยการควบคุมพลังเวทให้ส่งผลออกมาในรูปแบบของประกายแสง แล้วร่อนลงบนพื้นดินผมก็เก็บพลังเวทของตัวเองเข้ามาแล้วออกวิ่งไปในทันที

ผมไม่รู้ว่าผมชนอะไรไปบ้าง ร่างกายปะทะกับอะไรไปบ้าง ถึงแม้ว่าผมจะมีความทนทานสูงมากกว่าผู้พิชิตปกติ แต่การวิ่งด้วยความเร็วขนาดนี้ เมื่อปะทะถูกอะไรบางอย่างเข้ามันก็แรงปะทะก็ทำให้ร่างกายของผมเกิดบาดแผลขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก”

เหนื่อยเป็นบ้าเลยให้ตายสิ การต่อสู้ตลอดเวลาหลายชั่วโมงแล้ววิ่งหนีอย่างสุดกำลัง มันสูบเอาพลังกายของผมไปเป็นอย่างมาก

ถ้าไม่พักสักหน่อยอาจจะแย่เอาก็ได้

วินาทีที่ความคิดนั้นผุดขึ้นมา ทักษะสัมผัสแห่งความตายที่หลอมรวมจนกลายเป็นแก่นแท้แห่งเวทมนตร์ก็แจ้งเตือนอันตรายที่กำลังเข้ามา

ถึงจะไม่รู้ว่าด้านหน้ามีอะไรหรือไม่ แต่ผมก็ต้องรีบเคลื่อนที่หลบออกจากจุดนี้

น่าเสียดายที่ถึงแม้จะพุ่งไปแล้วสัมผัสที่ว่าก็ยังไม่หายไป พริบตานั้นเองที่กรงเล็บของพวกมันอีกตัวตวัดผ่านไหล่ของผมไป

เสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายผมใช้เวทแสงพิสุทธิ์รักษาตัวเองจากด้านในร่างกายกลืนความเจ็บปวดเพื่อฝืนสติเอาไว้ พลิกตัวเตะสิ่งที่เข้ามาจู่โจมผม

เท้าของผมสัมผัสถึงแรงกระแทกได้พร้อมกับความเจ็บปวดบริเวณที่ใช้จู่โจม ก่อนที่ร่างกายจะถูกกระชากกลับไปด้านหลังด้วยอะไรบางอย่างที่ล้อมรอบเอวของผมเอาไว้

ลิ้นงั้นเหรอ? มันทั้งเหนียวหนืดทั้งนุ่มให้ความรู้สึกเหมือนกับลิ้นของแมว

แต่มันจะเป็นอะไรก็ช่างมันเถอะ เพราะก่อนอื่นผมต้องเอาตัวรอดออกจากจุดนี้ให้ได้ก่อน ผมพลิกร่างกลับมาพร้อมกับตวัดดาบในมือเข้าใส่จุดที่ผมกำลังจะถูกดึงเข้าไป หรือก็คือทิศทางที่น่าจะเป็นร่างกายของมัน สัมผัสของดาบนั้นรับรู้ได้ว่าตัดอะไรบางอย่างไปจากด้านบนและด้านล่างก่อนจะกรีดผ่านส่วนที่ในส่วนกลางที่แข็งผิดปกติ

หรือว่า!?

วินาทีที่รู้ตัวผมก็เร่งพลังเวทไปที่ขาเพิ่มพลังป้องกันให้ตัวเองแล้วเหยียบลงด้านล่างพร้อมกับใช้ดาบมายาภูตในมือแทงขึ้นไปด้านบน

แทบจะในเสี้ยววินาทีเดียวกันนั้นเองปาก’ ของสิ่งที่พยายามจะขย้ำผมก็หยุดลงแล้วก็กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

ฮึ่ย!!” ผมกัดใส่แรงทั้งหมดลงไปในสองแขนและวาดดาบลงมาพร้อมกับทุ่มพลังเวทเรียกเงาดาบเต็มไปก็ลงเหวี่ยงผ่าร่างของมันเป็นสองส่วน

วินาทีนั้นเองที่ผมสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างแตกกระจายออกมา

ผมไม่ได้พูดถึงเลือดที่มันพุ่งเข้ามาเต็มหน้าผมนะ แต่มันเป็นอะไรบางอย่างที่คล้ายกับคลื่นพลัง ลักษณะของมันคล้ายกับพลังเวทแต่เข้มข้นกว่านั้น

สัมผัสแบบนี้มัน?

พลังของมิติ” ใช่แล้วนี่มันเป็นสัมผัสยามที่ผมใช้พลังของเศษเสี้ยวมิติ และตอนนี้พลังที่ว่าก็กำลังแผ่พุ่งออกมาจากด้านในร่างกายของมัน

หรือว่ามันบิดเบือนมิติเพื่อดึงเอาร่างกายที่สมบูรณ์กลับมาอีกครั้ง!?

ผมไม่รู้ว่าทฤษฎีของผมถูกต้องหรือไม่เพราะว่าผมไม่ได้เรียนสายนั้นมาโดยตรง สิ่งที่ผมรู้คือต้องทำลายสิ่งที่ปลดปล่อยพลังมิตินี้ออกมาก่อนที่การรักษาจะสมบูรณ์

ดาบแห่งจอมทัพถูกเรียกเข้ามาในที่ว่างอยู่และเสือกเข้าไปยังจุดที่ผมสัมผัสพลังของมิติได้

แกร๊ง!!

เสียงของโลหะดังก้องขึ้นอย่างชัดเจน ไม่ใช่ว่าผมทำลายมันลงไปได้ แต่เป็นเพราะดาบแห่งจอมทัพไม่สามารถฝ่าเข้าไปได้ต่างหาก ผมสัมผัสได้ว่าใบดาบนั้นยังไม่สัมผัสถูกเป้าหมาย นั่นก็แสดงว่ามีอะไรบางอย่างปกป้องมันเอาไว้

สมองของมันวิ่งอย่างรวดเร็วเพื่อหาคำตอบที่ต้องการ ซึ่งคำตอบที่ว่าก็คือ

การใช้พลังของมิติเพื่อจัดการกับพลังของมิติ

วินาทีนั้นผมใส่พลังของแกนมิติลงไปในดาบมายาภูตและเหวี่ยงมันเข้าไปที่เป้าหมาย เรียกใช้คุณสมบัติการบิดเบือนเพื่อผ่าเจ้าสิ่งนั้นออก

ไม่มีเสียงหรือแรงปะทะเกิดขึ้น มันเหมือนกับการฟันเจ้าคราเคนครั้งนั้นที่ผมไม่สามารถจับสัมผัสอะไรได้เลย มันไม่ต่างไปจากการฟันดาบลงไปบนความว่างเปล่า แต่ถึงอย่างนั้นผมก็รับรู้ได้ว่าพลังมิติตรงหน้านั้นถูกแยกออกเป็นสองส่วน พลังที่แผ่พุ่งออกมาก็กระจายออกอย่างปั่นป่วน

ก่อนจะระเบิดออกส่งให้ร่างของผมและทุกสิ่งรอบข้างกระเด็นออกไป

ผมไม่มีเวลารอให้ตัวเองตกลงสู่พื้น เพราะตอนนี้ผมเริ่มเข้าใจกฎของโลกใบนี้แล้ว

สิ่งที่จะเป็นอาวุธและเครื่องป้องกันรวมไปถึงปัจจัยในการดำรงชีวิตภายในที่แห่งนี้ก็คือพลังมิติ

ถึงแม้ผมจะตัดพลังเวทตัวเองออกพวกมันก็ยังสามารถตามตัวผมมาได้ งั้นก็แสดงว่าพวกมันจับได้ถึงความผิดแผก’ ของมิติที่เกิดขึ้นจากร่างกายของผมและพยายามที่จะกำจัดมัน การป้องกันให้ความผิดแผกนั้นหายไปก็คือการเปลี่ยนให้ความผิดแผกกลืนเข้ากับมิตินี้ให้ได้

นั่นคือทางเดียวที่ผมจะได้พัก

แต่แล้วในเสี้ยววินาทีนั้นเองผมก็คิดถึงเป้าหมายของจุดหมายของการทดสอบนี้

มันคือการพิชิต’ มิติแห่งนี้ ไม่ใช่การหลอมรวมหรือเปลี่ยนแปลงตนเองให้เข้ากับมิตินี้เพื่อเอาตัวรอด แล้วอีกอย่างถ้าหากผมพยายามเปลี่ยนตัวตนของตัวเองให้กลืนไปกับมิติ มันจะมีอะไรยืนยันได้ว่าผมจะยังเป็นผมอยู่

ความคิดนั้นทำให้การเคลื่อนไหวของผมหยุดลง

ร่างของผมที่ลอยอยู่กลางอากาศเองก็ไถลลงบนพื้นดิน กลิ้งหลายตลบก่อนจะไปชนเข้ากับบางสิ่งจนหยุดลง

อั้ก!” แรงกระแทกจากการระเบิดของพลังมิติและแรงเหวี่ยงจากการระเบิดทำเอาผมถึงกับกระอักเลือดออกมา ดูท่าว่าพลังชีวิตเองก็จะลดลงไปมากเหมือนกันแฮะ

แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังมีสร้อยคอที่ออโรร่าให้มัน การฟื้นฟูด้วยผลของสร้อยคอและฉายาต่าง ๆ ที่ผมครอบครองทำให้ผมรู้สึกได้ว่าร่างกายกำลังมีแรงกลับขึ้นมาอีกครั้ง

บอกตามตรงว่าถ้าไม่มีการฟื้นเหล่านี้ผมคงจะกองไปตั้งแต่ตกอยู่ในฝูงของพวกมันแล้วล่ะ

เอาล่ะ วิธีต่อไปก็คือหาทางปกปิดความผิดแผกของตัวผม การเปลี่ยนให้ตนเองกลืนไปกับมิติต้องตัดออกเพราะมันเสี่ยงเกินไป ถ้าอย่างนั้นจะทำอย่างไรล่ะ?

โชคดีที่ตอนนี้ยังไม่มีตัวอะไรเข้ามาจู่โจม ผมจึงมีเวลาทิ้งตัวอยู่กับพื้นและใช้สมองที่มีคิดหาทางออก

ถ้าตัวตนของผมคือความผิดแผก นั่นก็เหมือนกับว่าตัวผมตอนนี้คือจุดสีดำบนผืนผ้าใบสีขาว เป็นดั่งความสกปรกที่สมควรจะกำจัดทิ้ง

จุดสีดำบนผ้าใบสีขาว

ผมไม่สามารถเปลี่ยนตัวเองให้เป็นสีขาวได้ เพราะว่าถ้าทำแบบนั้นตัวผมอาจจะหลอมรวมไปกับสีขาวจนแยกออกมาไม่ออก ไม่สิ ต้องพูดว่าเมื่อกลายเป็นสีขาวแล้วตัวผมก็กลายเป็นพวกมันไป ถ้าอย่างนั้นจะทำอย่างไร

สีขาว สีดำ สีขาว สีดำ สี?

สี?

ใช่แล้ว ผมยังมีทางเลือกอยู่อีกนี่นา ผมไม่จำเป็นต้องกลายเป็นสีไหนเลย เพียงแค่กลายเป็นต้นกำเนิดของสีให้ได้เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

ผมนึกถึงภาพที่ตัวผมสมควรจะเป็นและถ้าผมเปลี่ยนแปลงความเป็นตัวตนของตัวเองไปเป็นแบบนั้นละก็ ไม่เพียงแค่มิตินี้เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นมิติไหนตัวตนของผมก็จะไม่ใช่สิ่งผิดแผกที่จะสร้างความเหลื่อมล้ำอีกตัวไป

เอาละ ถ้าคิดออกแล้วก็ต้องลงมือทำเลย

ถึงจะไม่รู้ว่าจะทำได้หรือไม่ แต่วินาทีนี้ก็มีแต่ต้องทดลองดูเท่านั้น

ผมคิดถึงสิ่งที่ผมต้องการจะเป็น การเปลี่ยนแปลงตนเองให้เข้าไปอยู่ในมิติไหนก็ได้

ตัวตนที่ไม่ใช่ทั้งสีขาวและสีดำ

แต่เป็นจุดหลักเป็นต้นกำเนิดของสีทั้งมวล

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 276 ครั้ง

858 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 5 เมษายน 2562 / 21:05
    สีใสหรอ ไร้สี?
    #727
    0