ตอนที่ 5 : First Wave - 5 - มิติพิเศษ บทกลาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6723
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 542 ครั้ง
    5 ม.ค. 62

          ครับ” ผมพยักหน้าอย่างเรียบง่ายและยิ่งตกหลุมรักผู้หญิงตรงหน้ามากขึ้นทุกที

            หน้าตาแบบนี้ ฝีปากแบบนี้จะหาใครที่ไหนได้อีก ทั้งความน่ากลัวและความองอาจที่แผ่ออกมา ทั้งพลังอำนาจที่เก็บเงียบอยู่ใต้ความงดงามนี้ ทั้งความอำมหิตที่แพลมออกมาเป็นบางครั้ง

            แบบนี้มันยิ่งกว่าสเป็คอีก

            นี่ก็ใกล้จะหมดเรื่องคุยแล้ว ดิฉันจะขอมอบรางวัลเล็กน้อยให้ในฐานะที่สร้างเรื่องราวน่าสนใจให้ชมนะคะ” เธอกำมือเก็บเศษเสี้ยวของมิติและหน้าจอทั้งหมดลงไป “เอาเป็นอะไรดีล่ะ .... จริงด้วย เอาเป็นเรื่องนี้ดีกว่า”

            รู้ไหมคะ หากราชาไม่ได้ถูกอีกฝ่ายสังหารจะไม่นับว่าเป็นการพ่ายแพ้นะคะ แค่อำนาจของราชาจะผลัดเปลี่ยนไปเท่านั้นเอง” เธอยิ้มงดงามให้ผมและอธิบายต่อ “ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ จงใจ หรือว่าอะไรก็แล้วแต่ ถ้าหากไม่เกี่ยวข้องกับการลงมือของศัตรูแล้วล่ะ คุณสามารถทำอะไรกับราชาก็ได้ค่ะ”

            ผมยกมือขึ้นมาอิงริมฝีปาก

            นี่มันสะดวกมากเลยนะ ถ้าเจอตัวแทนคนไหนเรื่องมากก็สามารถจัดการเพื่อเปลี่ยนตัวแทนได้สินะ และยังสามารถใช้การลงมือสังหารในเวลาฉุกเฉินเพื่อป้องกันการพ่ายแพ้ได้อีกด้วย

            ท่าทางพอจะรู้ประโยชน์ของมันแล้วสินะคะ”

            พอได้ยินอย่างนั้นผมก็พยักหน้าตอบ

            เรื่องต่อไปก็คืออาชีพของคุณค่ะ โดยปกติแล้วผู้กล้าเป็นอาชีพที่หายากมาก เรียกได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งของสายแสงสว่าง และกลับกันอาชีพจอมมารนั้นก็เป็นอาชีพอันดับหนึ่งของสายความมืด ตามปกติแล้วสองอาชีพนี้จะไม่มีวันเข้ามาอยู่ด้วยกันเป็นอันขาด ยกเว้นกรณีพี่พิเศษมากจริง ๆ ซึ่งโอกาสมันมีน้อยจนเรียกได้ว่าเป็นปาฏิหาริย์ในปาฏิหาริย์อีกที และเพื่อที่จะดึงประสิทธิภาพของสองอาชีพนี้ออกมาได้อย่างเต็มที่ ดิฉันแนะนำว่าคุณควรจะทำความเข้าใจกับสองอาชีพนี้ให้ดีก่อนจะลงมือทำอะไรลงไปนะคะ”

            ว่าแล้วเธอก็ขยิบตาให้ผม

            อั้ก!

            หน้าจอสถานะ! บอกทีตอนนี้พลังชีวิตผมเหลือเท่าไร ความเสียหายเมื่อครู่น่าจะถึงหลักล้านเลยนะ ถ้าผมตายฝากบอกเธอด้วยว่าผมตกหลุมรักเธอ!

            ช่วยผมด้วยนะหน้าจอสถานะที่รัก!

            ส่วนเรื่องสุดท้าย ดิฉันจะให้คุณถามก็แล้วกันค่ะ ว่าอยากจะรู้เรื่องไหน ถามมาได้หมดเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลการได้อาชีพ ข้อมูลทักษะ หรือการสร้างอุปกรณ์ระดับสูง นี่ถือเป็นสิทธิพิเศษให้กับคุณคนเดียวเลยนะ”

            ผมไม่เสียเวลาครุ่นคิดแม้แต่นิดเดียว คำถามที่อยากจะถามเธองั้นเหรอ มันก็แน่อยู่แล้ว ถ้าเป็นผู้ชายอกสามศอกครึ่งยังไงร้อยทั้งร้อยก็ต้องถามคำถามนี้แน่นอน

            ผมขอวิธีติดต่อคุณได้รึเปล่า?”

            ..........

            ..................

            ..........................

            ความเงียบมันช่างบีบรัด

            ดูเหมือนว่าสิ่งที่ผมถามออกไปจะเกินความคาดหมายของเธอ ดวงตากลมโตนั้นถึงอึ้งไปเล็กน้อยก่อนที่มือเรียวงามจะยกขึ้นมาปิดริมฝีปากหัวเราะคิกคัก

            พอเห็นรอยยิ้มอันงดงามบางอย่างในใจผมมันก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมา

            อย่าหาว่าผมขี้หลีเลยนะ ผมแค่แพ้ใจตัวเองเท่านั้นเอง

            หลังจากเธอหัวเราะได้ไม่นานเธอก็เท้าคางจ้องมองผมด้วยดวงตาสีครามนั้น

            ให้ตายเถอะ ถ้าละลายตายไปตรงนี้ใครจะรับผิดชอบ

            แน่ใจนะคะกับคำถามนั้น ดิฉันให้โอกาสคุณคิดอีกรอบนะ”

            ผมส่ายหน้าทันที พยายามคงฟอร์มนิ่งทั้งที่เหงื่อออกเต็มหลัง “อันนี้ล่ะดีที่สุดแล้ว”

            เธอยกยิ้มพอใจกับคำตอบของผม พยักหน้าเล็กน้อยเบนหน้าหนีแล้วใช้นิ้วชี้แตะริมฝีปาก

            เห็นแก่ความซื่อตรง เอาเป็นว่าถ้าคุณได้เป็นผู้ชนะในสงครามครั้งหน้าดิฉันจะเชิญคุณมาคุยอีกแล้วกันนะคะ”

            เยส! YES! เยส! YES! เยส! YES!

            อย่าถามว่าทำไมต้องสลับภาษาเพราะผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน!

            ถ้าอย่างนั้นดิฉันจะส่งคุณไปยังมิติพิเศษนะคะ” ก่อนที่เธอจะลงมือส่งผมไปนั่นเอง

            เจอกันครั้งหน้าผมขอเป็นน้ำส้มนะครับ” ผมตอบพลางยกยิ้มมั่นใจให้เธอซึ่งเธอเองก็หัวเราะคิกคักกลับมา

            แล้วจะรอค่ะ”

            แล้วพริบตานั้นผมก็รู้สึกเหมือนตกลงจากที่สูงวูบลงมาตั้งแต่ปลายเท้าจนถึงศีรษะ

 

 

* * * * * * * * * *

 

 

            มิติพิเศษ ถ้าจะให้พูดก็เหมือนกับหมู่บ้านฮอบบิทที่เคยเห็นในภาพยนตร์ เพียงแต่แตกต่างกันว่าที่นี่คือเมืองลอยฟ้า เกาะขนาดเท่าหมู่บ้านตามชนบทลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ มีอาคารสูงต่ำแยกกันอยู่เป็นสัดส่วน อาคารที่ใหญ่ที่สุดตั้งอยู่ตรงกลาง รองลงมาก็เป็นโคลอสเซียมที่อยู่ไม่ไกลกันนัก

            เอาล่ะ จะทำอะไรก่อนดีล่ะ

            ในขณะที่คิดอยู่นั้นผมก็รู้สึกได้ถึงเค้าไอบางอย่างที่ด้านหลัง

            และพอหันไป ก็พบกับเด็กสาวคนหนึ่งกำลังยืมยิ้มมาที่ผม

            ยินดีต้อนรับสู่มิติพิเศษค่ะ” เธอว่าพลางค้อมศีรษะทักทายผม “ดิฉันคือเมลผู้ดูแลหมายเลขเก้าสิบสี่ มารับหน้าที่ต้อนรับท่านกฤษณะตามคำสั่งผู้ดูแลหมายเลขหนึ่งค่ะ”

            ยินดี.... ที่ได้รู้จัก?” ผมควรจะพูดอย่างนี้ใช่ไหม ในกรณีแบบนี้ควรจะตอบแบบนี้ไปใช่ไหม อย่าหาว่าโง่เลยนะ คือผมไม่ได้ค่อยได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นเท่าไรนัก แล้วที่วางมาดกับสาวสวยเมื่อครู่ไปได้ก็เพราะอินเนอร์ล้วน ๆ เลย

            หญิงสาว ไม่สิ เด็กสาวที่บอกว่าตนเองชื่อเมลนั้นมีผมสั้นสีน้ำตาล ส่วนสูงของเธอเท่ากับหน้าอกของผมพอดี เธอเป็นเด็กสาวหน้าตาน่ารักให้ความรู้สึกน่าทะนุถนอม ใส่ชุดเมดสีดำแขนยาวกระโปรงยาวเรียบร้อยคลุมด้วยผ้ากันเปื้อนสีขาว

            ก่อนอื่นดิฉันจะแนะนำให้ท่านกฤษณะได้รู้จักสถานที่ต่าง ๆ เองค่ะ” ว่าจบเธอก็ยิ้มเอียงคอและออกเดินนำหน้าผมไปโดยไม่รอให้อิ๊อ๊ะอะไรทั้งสิ้น

            ผมเองก็ใช่ว่าอยากจะพูดอะไรมากมาย อีกทั้งเธอยังบอกมาอีกว่าได้รับคำสั่งมาจากออโรร่า เพราะฉะนั้นผมจึงไม่มีเหตุผลอะไรต้องคัดค้าน

            ในขณะที่เดินตามเธอไปเรื่อย ๆ เมลก็เริ่มต้นพูดขึ้น

            สถานที่ที่เรากำลังมุ่งหน้าไปคือร้านขายอุปกรณ์จิปาถะค่ะ” เธอว่าและชี้ไปยังอาคารเบื้องหน้า “อุปกรณ์จิปาถะในที่นี้ก็คือของจำพวกสมุนไพร ยารักษาบาดแผล ยาแก้พิษ อุปกรณ์สำหรับเล่นแร่แปรธาตุ ระเบิดเวทมนตร์และอื่น ๆ อีกมากมาย”

            เชิญค่ะ” เมื่อเดินเข้ามาถึงหน้าอาคารที่มีป้ายเหล็กดัดรูปสมุนไพรล้อมรอบขวดยาอยู่ด้านบนเธอก็เปิดประตูเข้าไปในร้านโดยไม่รีรอ

            พอเข้าไปในร้าน กลิ่นหอมของสมุนไพรก็โชยเข้ามาเตะจมูก ของภายในร้านล้วนทำขึ้นมาจากไม้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะพื้น กำแพง เพดานของตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ ขนาดของห้องใหญ่กว่าห้องของหอพักทั่วไปเล็กน้อย ¾ ของห้องคือพื้นที่สำหรับลูกค้า โดยที่มีสินค้ามากมายเรียงรายอยู่บนชั้นและโต๊ะรอบข้างละลานตา ส่วนอีก ¼ คือพื้นที่ของเจ้าของร้านที่มีเคาน์เตอร์กั้นเอาไว้

            และด้านในก็มีหญิงสาวในชุดสีเขียวอ่อนนั่งอ่านหนังสืออยู่อย่างเงียบสงบ

            สวัสดีค่ะคุณฟลอร่า” เมลส่งเสียงเรียกหญิงสาวในชุดเขียว เมื่อเธอสังเกตเห็นพวกผมก็เงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือ พริบตานั้นเองทำให้ผมเห็นใบหน้าของเธออย่างชัดเจน

            เมื่อครู่ผมบอกไปว่ามิติพิเศษนี้เหมือนกับหมู่บ้านฮอบบิทที่อยู่ในภาพยนตร์ใช่ไหม

            ถ้าที่นี่เหมือนหมู่บ้านฮอบบิทแล้วล่ะก็ เธอคนนี้ก็คือเอลฟ์ชัดๆ เลย

            หญิงสาวที่มีผิวขาวนวลเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือปกแข็งในมือ เธอวางหนังสือลงบนเคาน์เตอร์และใช้มือทัดปอยผมสีทองที่ร่วงลงมาเอาไว้ข้างหูเรียวยาว ดวงตาสีฟ้าจ้องมองผ่านแว่นตาเลนส์สี่เหลี่ยมลักษณะคล้ายวัตถุโบราณจับจ้องมายังผมแล้วก็เลิกคิ้วแปลกใจเล็กน้อย

            เกิดอะไรขึ้น? สงครามเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นทำไมถึงมีผู้พิชิตมาที่นี่ได้ล่ะ? แล้วทำไมเมลถึงเป็นคนพาเขามาเอง?” เธอถามขึ้นมาเช่นนั้น แต่ก่อนที่เมลหรือผมจะได้ตอบอะไรกลับไป เธอก็เบิกตาขึ้นเล็กน้อยคล้ายกับได้คำตอบด้วยตัวเอง “‘สิ่งผิดปกติ’ สินะ”

            เมลเองก็พยักหน้าตอบกลับ ผมไม่รู้หรอกว่าพวกเธอพูดเรื่องอะไรกัน แต่พอหญิงสาวที่ชื่อว่าฟลอร่าหันหน้ามาจากเมลจ้องผมเขม็งตั้งแต่ปลายเท้าไล่ขึ้นไปยังศีรษะราวกับกำลังประเมินคุณค่าเสร็จแล้วก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

            เอาเถอะ ไม่ว่าจะช้าจะเร็วงานก็คืองาน ยินดีที่ได้รู้จักฉันคือฟลอร่าผู้ดูแลร้านอุปกรณ์ แล้วก็เป็นผู้ดูแลหมายเลขหกสิบห้า” เธอแนะนำตัว

            ผม กฤษณะ” ว่าแล้วก็พยักหน้าให้เธอทีหนึ่ง

            ขออธิบายเกี่ยวกับที่นี่ให้ฟังเป็นรางวัลที่มาถึงเป็นคนแรกนะ” เธอว่าแล้วก็ยกชาข้างกายขึ้นมาจิบ “ที่นี่คือร้านขายอุปกรณ์จิปาถะ สมุนไพรไปจนถึงยาพิษ พูดง่ายๆ ก็เหมือนกับร้านขายของชำทั่วไป การที่นายมายืนอยู่ที่นี่ได้ก็คงจะเคยใช้พวกสมุนไพรหรือไม่ก็ยาต่าง ๆ มาแล้วใช่ไหมล่ะ”

            เมื่อเธอส่งสายตามาผมก็พยักหน้าตอบ

            คร่าวๆ ก็อย่างนั้นล่ะ นอกจากขายแล้วที่นี่ยังรับซื้ออีกด้วย” ว่าแล้วเธอก็เหล่ไปที่แหวนเงินนักสะสมในมือของผม “สนใจจะขายของในนั้นไหมล่ะ”

            ตอนนั้นเองที่สายตาของเธอแหลมคมขึ้นมา ยกแขนสองข้างขึ้นมาวางบนเคาน์เตอร์เท้าคางส่งสายตาหวานให้ผม

            การขายและซื้ออย่างไม่มีข้อมูลไม่ต่างจากการฆ่าตัวตาย” ผมปฏิเสธแล้วใช้มือยกขึ้นเป็นกากบาท

            เธอยกคิ้วแปลกใจเล็กน้อย ก่อนจะถามผมอีกครั้ง “ไม่เชื่อใจฉันเหรอพ่อหนุ่ม”

            ไม่ครับ” เป็นอีกครั้งที่ผมตอบอย่างฉะฉาน

            ทั่วทั้งร้านเงียบสงบในทันที ฟลอร่าเบิกตาโพลงราวกับแปลกใจ ส่วนผมยังคงใบหน้านิ่งเฉยเอาไว้

            และในที่สุดผู้ที่ทำลายความเงียบขึ้นมาก่อนก็คือเมล

            เด็กสาวตัวน้อยส่งเสียงหัวเราะคิกคัก ยกมือขึ้นมาปิดริมฝีปากเอาไว้

            ขออภัยค่ะ” เธอก้มศีรษะลงครั้งหนึ่ง “ท่านฟลอร่าคะ ท่านกฤษณะคือสิ่งผิดปกตินะคะ ดิฉันคิดว่าสามัญสำนึกทั่วไปคงจะไม่สามารถใช้งานกับเขาได้หรอกค่ะ”

            ได้ยินเช่นนั้นฟลอร่าก็หัวเราะออกมาครั้งหนึ่งแล้วจ้องตรงมาที่ผม

            ถูกต้อง การเชื่อใจผู้อื่นง่าย ๆ คือความโง่ การตัดสินใจโดยไร้ซึ่งข้อมูลและเหตุผลคือการฆ่าตัวตาย พ่อหนุ่มคิดถูกแล้วล่ะ” เธอยกยิ้มให้ผมทีหนึ่ง “เห็นแก่การระวังตัวที่ใช้ได้ฉันจะให้รางวัลเป็นการรับซื้อด้วยราคามากขึ้นหนึ่งส่วนก็แล้วกัน”

            เธอว่าพลางหัวเราะยิ้มงดงามมาให้ผม

            มันเป็นรอยยิ้มงดงามที่ชวนให้หลงใหลได้ง่าย ๆ และก็แน่นอนรอยยิ้มนั้นทำให้ผมตอบออกไปได้ในทันที

            ขอปฏิเสธครับ”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 542 ครั้ง

858 ความคิดเห็น

  1. #712 kcwindy (@kcwindy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 21:10
    เกรียนเวอร์
    #712
    0
  2. #603 malefactor (@malefactor9029) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 22:25
    5555555555

    เฉียบ~
    #603
    0
  3. #600 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 22:06
    สะงั้นนนน
    #600
    0
  4. #285 pag1 (@pag1) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 13:26
    ขอบคุงคับ
    #285
    0
  5. #212 ~Peace_Maker~ (@armclub104) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 12:53
    ขอบคุณครับ
    #212
    0
  6. #190 Empty_Mind (@mrsuchart1970) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 12:02
    นายหื่นนะ..
    #190
    0
  7. #125 negiharem (@negiharem) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 00:25
    แหมๆ  
    #125
    0