RRPG • มหาสงครามครองมิติ

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 92,555 Views

  • 848 Comments

  • 4,214 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,154

    Overall
    92,555

ตอนที่ 46 : Second Wave - 7 - บอเรลลีส บทต้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2417
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 297 ครั้ง
    10 มี.ค. 62

หลังจากที่จัดธุระปะปังเรื่องของสาเสร็จเรียบร้อยและส่งเธอกลับไปยังโลกแล้ว ผมก็กลับมาอยู่ที่สมาคมอีกครั้ง

ไม่ใช่ว่าผมลืมของหรือว่าอะไรหรอกนะ ผมแค่มีสิ่งที่ต้องทำเหลืออยู่เท่านั้นเอง

สิ่งที่ต้องทำก็คือ

ผมมองไปยังคุณหมี เอ้ย หลี่ เซี่ยงที่นั่งเจี๋ยมเจี้ยมอยู่ตรงหน้าผม

ตอนนี้เราทั้งคู่อยู่กำลังนั่งอยู่ในห้องพักผ่อนเจ้าพนักงานที่ขอยืมมาจากมาริค เพื่อที่จะพูดคุยเล็กน้อย

จากที่มาริคอธิบายทำให้ผมเข้าใจว่าทำไมผมถึงสามารถสื่อสารกับหลี่ เซี่ยงซึ่งน่าจะเป็นคนต่างชาติได้ สาเหตุก็เพราะในมิติพิเศษนี้จะไม่มีกำแพงภาษา ทุกอย่างจะถูกแปลออกมาผ่านคลื่นสมองโดยตรง

ออโรร่าสร้างมิติพิเศษนี้ขึ้นมาโดยรวบรวมผู้ดูแลมิติมาจากหลากหลายแห่ง หากสร้างภาษากลางขึ้นมาก็ยังต้องเสียเวลาเรียนรู้ สู้แปลความหมายที่ต้องการจะสื่อออกมาจากคลื่นสมองโดยตรงเลยมันจะดูสะดวกกว่า เพราะแบบนั้นผมจึงสามารถพูดคุยกับคุณหมีหลี่ เซี่ยงได้โดยที่ตัวผมไม่เข้าใจภาษาของคุณหลี่เลยแม้แต่นิดเดียว

เอาล่ะ นอกเรื่องกันมาพอแล้ว

สาเหตุที่ผมต้องการจะคุยกับคุณหลี่ก็คือ

พันธมิตร”

เมื่อผมว่าออกไปแล้วคุณหลี่ก็ขมวดคิ้วมองผมอย่างไม่เข้าใจ

คะ คุณกฤษณะ บอกว่าอะไรนะ” หลังจากที่ทำการทักทายกันไปเล็กน้อยแล้วคุณหลี่ก็สุภาพกับผมมากขึ้น

เราเป็นพันธมิตรกัน” ว่าแล้วผมก็ยื่นมือออกไป

แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ยื่นมือออก “ฉันไม่เข้าใจ ทำไมคนอย่างคุณถึง...”

คนอย่างผม...ใช่สิ ผมมันไม่มีเพื่อน ผมมันเพื่อนน้อย แล้วทำไมคนอย่างผมถึงอยากจะได้พันธมิตรสินะ

ทำไมคนที่ทรงพลังอย่างคุณถึงต้องการพันธมิตรกัน”

อ้าว ไม่ใช่แฮะ

แค่คุณคนเดียว ก็สามารถที่จะจัดการทุกสิ่งได้ ยึดครองทุกสิ่งได้แล้ว ทำไมคนอย่างคุณถึงต้องการพันธมิตรอีก” หลี่ เซี่ยงถามขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจ ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนที่โมโหง่าย แต่เขาก็ไม่ได้โง่ เขาคาดเดาทุกอย่างจากสิ่งที่เกิดขึ้น

สงครามบ้า ๆ นี่เพิ่งเริ่มได้ไม่นานเท่าไร เขาเองก็นับว่าโชคดีที่มีโอกาสเข้าร่วมสงครามจนกลายมาเป็นผู้พิชิตคนที่สาม

ถ้าหากไม่นับอลิสาที่ได้รับความช่วยเหลือจากกฤษณะแล้วละก็ เขานี่ละคือผู้พิชิตคนที่สองอย่างแท้จริง

แต่ทุกสิ่งที่เขาทำได้ ทุกสิ่งที่เขาครอบครองไม่สามารถเทียบเคียงได้กับเศษเสี้ยวพลังของกฤษณะเลย ต่อหน้าผู้ชายคนนี้เขาไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ๆ เลยด้วยซ้ำ

พลังของกฤษณะมันเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้ หากนับกันตามข่าวถึงการเริ่มต้นของสงครามที่เกิดขึ้นในประเทศหนึ่งแล้วล่ะก็ เวลาที่กฤษณะได้เริ่มต้นก็ไม่ได้แตกต่างจากเขามากนัก แต่ถึงอย่างนั้นพลังที่กฤษณะมีกลับห่างไกลกับเขามากมายยิ่งนัก

และพลังที่ว่านี้ก็จะยิ่งห่างไกลมากยิ่งขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

กฤษณะจะสามารถไขว่คว้าพลังที่ยิ่งใหญ่มากขึ้น ในขณะที่เขาและคนอื่น ๆ บนโลกกำลังคืบคลานอยู่บนพื้นเพื่อเอาตัวรอดอย่างยากลำบาก

แล้วคนที่กำลังจะยืนอยู่ในฐานะพระเจ้าของโลกอย่างเขา ทำไมถึงต้องการพันธมิตรกัน?

สิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่ลูกน้อง สานุศิษย์หรือว่ากองกำลังส่วนตัวอย่างนั้นเหรอ

ทำไมพระเจ้าถึงต้องการพันธมิตร

หมอนี่มันพูดบ้าอะไรของมัน?

ผมไม่ต้องการยึดครอง” ใครมันจะไปอยากยึดครองให้ยุ่งยากเสียเวลากัน? “ผมแค่ต้องการให้เราชนะ”

 

**********

 

ตั้งแต่วินาทีแรกที่ถูกดึงตัวเข้ามาในนี้ฉันก็หงุดหงิดมาตลอด

ฉันคือหลี่ เซี่ยงหัวหน้ากองโจรทะเลทราย วันนั้นที่มีข่าวเรื่องพื้นที่ประหลาดเกิดขึ้นหลายแห่งทั่วโลก ฉันก็พยายามหาข้อมูลทำทุกอย่างเพื่อเรียนรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นมาตลอด

สังหรณ์ของฉันบอกว่าเรื่องนี้มันไม่ธรรมดา ไม่ใช่ข่าวลวงโลก เรื่องนี้จะเป็นชนวนที่จะทำให้โลกเปลี่ยนแปลงไป

เป้าหมายแรกของฉันคือการเรียนรู้ โชคดีที่มีหมู่บ้านในทะเลทรายแห่งหนึ่งแจ้งข่าวมาว่ามีตัวประหลาดบุกเข้ามาจู่โจม จากรายงานบอกว่ามันเป็นมนุษย์ตัวเล็กที่มีผิวสีเหลืองน้ำตาล พวกมันใช้อาวุธโบราณจำพวกมีดดาบ ถึงแม้พวกมันแต่ละตัวจะมีกำลังไม่มากนัก แต่ด้วยจำนวนที่มหาศาลก็ทำให้มันทรงพลัง

แต่สุดท้ายแล้วมันก็เป็นแค่พวกโง่ที่ไม่รู้จักอาวุธยุคปัจจุบัน

พวกเราใช้เวลาหลายวันในการกวาดล้างพวกมันให้หมดออกจากพื้นที่ของเรา

ตอนนั้นเองที่ฉันได้รู้ว่าหลังจากฆ่าพวกมันแล้วจะได้รับพลัง

ทุกคนในกองโจรเองก็รับรู้เรื่องนั้น จนเกิดการแตกแยกขึ้นในหมู่พวกเรา

ฉันก็เลยฆ่าคนที่ไม่เชื่อฟังทิ้งเสียและจัดกลุ่มคนที่เชื่อใจได้เพื่อเพิ่มพูนกำลังของพวกเรา

ในระหว่างที่พักจากการออกล่าพวกมันอยู่สงครามก็เกิดขึ้น

แคมป์ของพวกเรากลายมาเป็นส่วนหนึ่งของสงคราม นับว่าโชคดีที่อุปกรณ์ทุกอย่างที่จำเป็นอยู่ในแคมป์ เราจึงไม่เสียเปรียบในการต่อสู้มากนัก

ศัตรูในครั้งนั้นของพวกเราก็คือกิ้งก่ายืนสองขา

ระบบบอกว่าพวกมันคือลิซาร์ดแมนทะเล ดูจากลักษณะท่าทางแล้วพวกมันน่าจะเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ เพราะฉะนั้นการที่มันมาปรากฏตัวอยู่ในทะเลทรายจึงเป็นเรื่องที่เสียเปรียบมาก

พวกเราเพียงแค่ยื้อเวลาออกไปให้นานที่สุด ให้สภาพอากาศกัดกินพวกมันไปเรื่อย ๆ

ในท้ายที่สุด หลังจากที่พวกมันรู้ตัวและพยายามจะฝืนบุกเข้ามาในแคมป์เพื่อปิดฉากการต่อสู้ ฉันสูญเสียพรรคพวกจำนวนมากไป แต่ในที่สุดด้วยความเสียสละเหล่านั้นฉันจึงสามารถสังหารกิ้งก่ายักษ์ที่บุกเข้ามาในแคมป์และสังหารพรรคพวกของฉันไปมากมายลงได้

เพราะอย่างนั้น ฉันถึงได้กลายมาเป็นผู้พิชิต

วินาทีนั้น มันเหมือนกับว่าสวรรค์กำลังเข้าข้างฉัน พลัง อำนาจ เงินตรา ทุกอย่างจะตกอยู่ในกำมือของฉัน

หลังจากนี้ฉันจะเข้าร่วมสงครามต่อไป เอาชนะต่อไป และแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ จะไม่มีอะไรมาหยุดฉันได้

ฉันจะครอบครองโลกใบนี้

จนกระทั่งฉันได้เจอกับผู้หญิงคนนั้น

ผู้หญิงที่เรียกฉันว่าหมี

มันเป็นคำที่ฉันเกลียดที่สุด! ใครที่เรียกฉันแบบนั้นมันจะต้องชดใช้!

ผู้หญิงคนนั้นยิงเข้าใส่ฉันสามนัดโดยที่ไม่มีแม้แต่ความลังเล แต่น่าเสียดายที่กระสุนเล็ก ๆ แบบนั้นทำอะไรฉันไม่ได้อีกแล้ว ด้วยค่าสถานะที่เน้นเรื่องความทนทานรวมไปถึงอุปกรณ์ที่ได้มาจากการพิชิตหัวหน้านักรบลิซาร์ดแมนสร้อยคอเกราะเกล็ดคำอธิบายบอกเอาไว้ว่ามันจะช่วยลดความเสียหายจากอาวุธบินลง 20%

เพราะอย่างนั้นกระสุนปืนในมือของเธอจึงไม่ต่างจากของเล่น

แต่วินาทีนั้นเองที่โลกสั่นสะเทือน มันเหมือนมีอะไรบางอย่างกระแทกเข้ามาที่แผ่นหลังของฉันอย่างจัง ส่งตัวฉันหมุนเคว้งกระเด็นออกไปกลางอากาศก่อนจะกระแทกเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็น

นี่มันเกิดอะไรขึ้น

ความเจ็บปวดถาโถมเข้ามาในวินาทีเดียวกับที่ฉันถามตัวเอง

ฉันถูกโจมตี? ใคร? ทำไม?

แต่ก่อนที่จะคิดอะไรได้มากกว่านั้น ความเจ็บปวดก็ดึงเอาสติของฉันไปจนหมด สิ่งสุดท้ายที่สัมผัสได้ก็คือพื้นหญ้าที่รองรับตัวฉันอยู่ด้านล่าง

นี่ฉันกำลังจะตายสินะ

ถึงแม้จะมองไม่เห็นแต่ก็สัมผัสได้ ฉันขยับร่างกายไม่ได้อีกแล้ว แม้แต่การหายใจยังลำบาก ดูท่ากระดูกซี่โครงจะหักไปทิ่มปอดสินะ

ในขณะที่ฉันกำลังเผชิญหน้ากับความตาย แสงสว่างอบอุ่นก็ล้อมรอบตัวฉันเอาไว้และฉุดกระชากฉันออกมาจากความเจ็บปวดที่รุมเร้า

อึก”

ไม่น่าเชื่อ ความเจ็บปวดหายไปราวกับเป็นเรื่องโกหก

กะ....เกิดอะไรขึ้น” ฉันพยายามมองไปรอบข้างเพื่อตรวจสอบสภาพปัจจุบัน ใครเป็นคนทำร้ายฉัน ใครเป้นคนช่วยเหลือฉัน และที่ตรงหน้าก็มีใครสักคนที่ฉันมองใบหน้าได้ไม่ชัด แต่สังเกตจากแสงที่ฝ่ามือของเขาแล้ว ดูท่าว่าเขาจะเป็นคนที่ช่วยเหลือฉันเอาไว้ “แกเป็นใคร?”

ความเจ็บปวดก็วิ่งแปลบเข้ามาอีกครั้ง

สติที่ฟื้นกลับคืนมาถูกกระชากออกอย่างรุนแรง

และแสงสว่างนั้นก็กลับมาอีกครั้ง

ถึงจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ฉันจะอยู่ในสภาพนี้ต่อไปไม่ได้ ฉันต้องทำอะไรสักอย่าง

ถ้าหากว่ามองไม่เห็นการจู่โจมของมันและต้านรับการจู่โจมพลังของมันไม่ได้ ก้มีความเป้นไปได้ว่ามันเป็นคนที่มีพละกำลังและความรวดเร็วสูง ซึ่งคนจำพวกนั้นย่อมต้องมีความทนทานที่ต่ำ

นั่นหมายความว่าขอแค่ซัดมันให้ได้หมัดเดียวก็พอแล้ว

ด้วยพละกำลังที่สูงกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่าของฉันละก็การจะจัดการเจ้านั่นย่อมไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย

มันทำท่าจะปลุกฉันขึ้นมาอีกครั้งด้วยการตบหน้า

เอาล่ะ คาดเดาจากระยะแขนแล้ว ตำแหน่งของตัวมันน่าจะอยู่ประมาณนี้

พริบตานั้นเองที่ฉันลืมตาขึ้นและส่งหมัดเข้าไปหามันโดยไม่รอช้า

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันเหมือนกับฉันพยายามชกใส่อากาศ เพราะพริบตานั้นเองที่ความเจ็บปวดแล่นขึ้นมาอีกครั้งที่กลางหน้าผากพร้อมกับแรงกระแทกที่ทำเอาตัวฉันลอยไปชนกับกำแพงที่มองไม่เห็นอีกครั้ง

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ!?

ในขณะที่ฉันกำลังจะบ้าคลั่งจากความอัดอั้นคนตรงหน้าก็พูดขึ้นมา

ตั้งสติก่อนผมมาดี”

อย่ามาพูดอะไรบ้า ๆ นะโว้ย คนมาดีที่ไหนเขาขยี้กันแบบนี้วะ!

คนตรงหน้าทำการรักษาฉันอีกครั้ง ซึ่งมันก็ทำให้ฉันกลัวขึ้นมา เพราะหลังจากรักษาแล้วเจ้านี่ก็ซัดฉันจนบาดเจ็บสลับไปมาอยู่เรื่อย ไอ้เจ้านี่มันต้องเป็นพวกโรคจิตแน่นอน

ปัดโธ่เว้ย ทำไมฉันต้องซวยขนาดนี้ด้วย

ในขณะที่คิดไปพลางไถลตัวไปกับกำแพงด้านหลังเพื่อออกห่างจากเจ้านี่ให้มากที่สุดเจ้านั่นก็ลงมือทำอะไรบางอย่าง

สะกดวิญญาณ”

เมื่อสิ้นเสียงของเจ้านั่นเรี่ยวแรงทั้งหมดก็จางหายไปราวกับฝุ่นควัน ถึงแม้จะยังสามารถหายใจและลืมตาได้อย่างปกติ แต่นอกเหนือจากนั้นแล้วฉันก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย

ราวกับว่าร่างกายนี้ไม่ใช่ของตัวเองอีกต่อไป นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่!?

ในขณะที่ความกังวลและความหวาดกลัวกำลังเข้าจู่โจมจิตใจของฉัน เงาของมันก็พาดผ่านบดบังเข้ามาในสายตา

น่ากลัว น่ากลัว น่ากลัว น่ากลัว

นี่มันตัวบ้าอะไรกัน!

พลังอันมหาศาล ความรวดเร็วที่มองไม่เห็น ความสามารถในการรักษาบาดแผลสาหัสได้ในพริบตาแล้วยังมีความสามารถในการยึดครองร่างกายแบบนี้ได้อีก

ไอ้เวรนี่มันตัวอะไรกันแน่!

วินาทีนั้นจิตใจของฉันมีแต่ความกลัวและความสับสน

วันนี้คือวันตายของฉันงั้นเหรอ

ไม่นะ ไม่! ไม่! ไม่! ฉันอุตส่าห์ชนะมาได้แล้ว อุตส่าห์ได้โอกาสที่จะเอาทุกอย่างกลับคืนมาแล้วแท้ ๆ โอกาสที่ฉันจะได้แก้แค้นกำลังจะหลุดลอยไปอีกครั้งแล้ว

ไม่เอานะ ไม่! ไม่! ไม่! ไม่!!!

เราไม่ใช่ศัตรู”

เสียงนั้นเอ่ยขึ้นอย่างสงบราวกับพยายามจะปลอบใจฉันที่กำลังลนลาน

อย่าทำร้ายกันเองอีก”

..........

อย่าทำร้ายกันเอง....หรือว่าเจ้านี่ ไม่สิ คุณคนนี้ลงโทษเพราะฉันจะไปทำร้ายผู้หญิงคนนั้นงั้นเหรอ?

นี่คือการลงโทษ? ที่ฉันทำผิดกฎของที่นี่งั้นเหรอ?

คนคนนั้นพูดเพียงเท่านั้นแล้วก็เดินจากไป หลังจากเขาจากไปได้ไม่นานฉันก็สามารถกลับมาควบคุมร่างกายของตนเองได้อีกครั้ง

แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก” ตอนนี้ฉันสัมผัสได้เลยว่าใบหน้าของฉัน ร่างกายของฉันมันเต็มไปด้วยเหงื่อจากความหวาดกลัว

ตัวตนอันทรงพลัง สิ่งที่มนุษย์ไม่มีวันต่อกรหรือต้านทาน

พระ.....พระเจ้า....งั้นเหรอ?”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 297 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 2 เมษายน 2562 / 22:59
    ยินดีด้วยค่ะ คุณได้ลูกน้องมา 1 อัตตรา //ดัดเสียง
    #692
    0
  2. #643 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 08:09
    โคตรมันเลยยยย
    #643
    0
  3. #598 SNblack (@sleepingneko) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 21:57
    พระเจ้า....พึ่งโดนสาวดีดมะกอกแล้วสลบตั้งแต่เสี้ยววิแรกไปเอง
    #598
    0