RRPG • มหาสงครามครองมิติ

ตอนที่ 44 : Second Wave - 5 - ผู้พิชิตคนที่สองและสาม บทกลาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2412
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 317 ครั้ง
    10 มี.ค. 62

โอ๊ะ ระดับเพิ่มขึ้นมาเยอะเลยนี่นา

จากที่ดูแล้วดูเหมือนว่าจะใช้แต้มสะสมไปกับความรวดเร็วและจิตใจสินะ

นั่นคงเป็นทางเลือกของเธอสินะ เลือกที่จะคงสติต่อสถานการณ์คับขันและใช้ความรวดเร็วเพื่อตอบสนองให้เข้ากับสถานการณ์นั้น เป็นทางเลือกที่ดูเหมาะกับเธอดีแฮะ

ส่วนน้ำนี่สงสัยจะเอาแต้มสะสมทั้งหมดไปเพิ่มที่พละกำลังแน่นอนเลย

เพราะนิสัยยัยนั่นเหมือนกอริลลาไงล่ะ

ในระหว่างที่ผมกำลังคิดอยู่คนเดียว สาก็กระตุกแขนเสื้อเรียกสติของผมกลับมา

คุณนิลช่วยแนะนำสถานที่ให้สาทีสิคะ” คนตัวเล็กเงยหน้ามองผมด้วยสายตาเว้าวอน

ได้เลย” ผมพยักหน้า ก่อนจะยกคอเสื้อของเธอส่งไปให้หนูเมลที่โค้งตัวลงตอบรับอย่างรู้หน้าที่

เอ๊ะ....เอ๊ะ....เอ๊ะ” สาที่ถูกลากออกไปโดยมองดูตัวผมสลับกับหนูเมลที่กำลังลากคอเสื้อของเธอต่อจากผมราวกับว่าเธอเป็นเพียงลูกแมวที่ไร้ซึ่งน้ำหนัก

แต่ก่อนที่จะเดินเข้าไปในสมาคมหนูเมลก็หันกลับมา

ท่านกฤษณะคะ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ท่านกฤษณะไม่เหลือเศษซากเอาไว้นะคะ เพราะมันจะส่งกลิ่นเหม็นตกค้างได้ค่ะ” เธอว่าเสร็จก็โค้งตัวให้ผมอีกครั้งแล้วเดินลากสาที่พยายามแกะตัวเองออกจากอุ้งมือของเธออย่างไร้ประโยชน์ต่อไป

ร้ายใช้ได้เลยนะเนี่ย แม่หนูคนนี้

แต่เธอคิดผิดไปนิดหนึ่งนะ ก่อนจะเผาน่ะ มันต้องปลดทรัพย์ออกให้หมดก่อนต่างหาก

ผมเดินตรงไปยังร่างของหมีที่กำลังนอนหายใจรวยรินอยู่ข้างกำแพงใส ดึงร่างของคุณหมีตัวยักษ์วางไว้บนพื้นใช้สายตากวาดมองสิ่งของภายนอกก่อนจะใช้ดวงตาผู้รอบรู้ตรวจสอบ

 

___________________________

หลี่ เซี่ยง (32)

ระดับ 12

อาชีพ ไร้อาชีพ - ระดับ 0

พลังชีวิต 5/1700 •พลังเวท 500/500 •พลังกาย 120/600

-พละกำลัง 10

-ความรวดเร็ว 10

-ความทนทาน 17

-ปัญญา 5

-จิตใจ 8

-โชค 2

แต้มสะสม 0 แต้ม

ทักษะ

ไร้ทักษะ

ฉายา

นักรบคลั่ง

/เมื่อพลังชีวิตเหลือน้อยกว่า 10% พละกำลังและความทนทานจะเพิ่มขึ้น 20%/

___________________________

 

โอ๊ะ ฉายานักรบคลั่งนี่น่าสนใจแฮะ แต่มันก็เสี่ยงอยู่เหมือนกันนะ การจะคงเลือดเอาไว้ที่ 10% เนี่ย

แสงพิสุทธิ์” ผมทำการรักษาคุณหมีที่ใกล้จะว่ายน้ำไปถึงปรโลกให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

อึก”

สมกับเป็นแสงพิสุทธิ์ที่เพิ่มระดับจนเต็มจริง ๆ สามารถเพิ่มพลังชีวิตของคุณหมีกลับมาได้จนเต็มในครั้งเดียวแบบนี้

กะ...เกิดอะไรขึ้น” คุณหมี ไม่สิ หลี่ เซี่ยงที่ได้สติ ลุกขึ้นมานั่งและมองไปรอบ ๆ ก่อนจะมองมาที่ผม “แกเป็นใคร?”

เปรี้ยง!

ร่างของคุณหมีดีดลงไปกระแทกกับพื้นจนสลบไปในทันทีด้วยการดีดมะกอกเข้าที่หน้าผากของผม

สมกับมีความทนทานสูงถึง 17

ที่ดีดไปเมื่อครู่ถ้าเป็นคนธรรมดาอาจจะกะโหลกแตกได้เลยนะ

อ้อ ถ้าสงสัยว่าผมดีดหน้าผากเขาทำไม คำตอบมันก็ง่ายมาก เพราะหมั่นไส้ไงล่ะ

จริง ๆ ก็อยากจะต่อยละนะ แต่ถ้าทำอย่างนั้นไปมีหวังกำลังรบของมนุษย์โลกคงจะลดลงพอดี เลยตัดสินใจที่จะดีดมะกอกใส่แทน

แถมอีกนิดว่าที่ดีดไปเมื่อครู่ใช้แค่นิ้วสะบัดเข้าใส่เท่านั้นเองนะ

อา ทำไมผมถึงใจดีแบบนี้นะ

แสงพิสุทธิ์”

ผมทำการรักษาและตบหน้าเรียกสติของคุณหลี่กลับมาอีกครั้ง

และครั้งนี้เมื่อเขาเห็นผมก็ง้างหมัดเข้าใส่ทันที

เปรี้ยง!

คราวนี้ร่างของหลี่ เซี่ยงลอยกระเด็นไปติดกำแพงที่มองไม่เห็นอีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าผมจะออมมือเก่งขึ้นอีกเล็กน้อยเพราะสามารถจัดการโดยไม่ทำให้เขาสลบไปได้

ตั้งสติก่อน ผมมาดี” ว่าแล้วผมก็เดินเข้าไปรักษาเขาด้วยแสงพิสุทธิ์อีกครั้ง

ดูเหมือนว่าความต่างของพลังที่ผมแสดงให้เห็นจะทำให้เขารู้จักใจเย็นขึ้นเล็กน้อย

เพราะว่าครั้งนี้หลังจากที่ผมรักษาเขาเสร็จแล้ว หลี่ เซี่ยงก็เลือกที่จะออกห่างผมโดยไถลตัวไปกับกำแพง

สะกดวิญญาณ” ร่างของหลี่ เซี่ยงที่ถูกผมจ้องมองกระตุกขึ้นมาครั้งหนึ่งก่อนจะร่วงลงบนพื้นราวกับตุ๊กตาไร้เชือก

โอ้โห ผลของสะกดวิญญาณที่ลดค่าพลังทั้งหมดลงเนี่ยมันจะทำให้ผู้ที่ถูกสะกดตกอยู่ในสภาพนี้เลยเหรอเนี่ย

ผมมองไปยังหลี่ เซี่ยงที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้น ถึงแม้จะได้ยินเสียงหายใจที่ตื่นตระหนก แต่ก็ไม่เห็นทีท่าว่าจะขยับตัวได้ หมายความว่าถ้าค่าพลังถูกกดจนต่ำแล้วมนุษย์ก็จะไม่แตกต่างไปจากสภาพผักสินะ ได้ความรู้เพิ่มมาอีกอย่างหนึ่งแล้ว

ถ้าปล่อยไว้แบบนี้สักพักจะเกิดอะไรขึ้นนะ?

ถึงอยากจะทดสอบอะไรอีกหลายอย่าง แต่การทำให้เพื่อนใหม่คนนี้กลัวมากไปมันอาจจะกลายเป็นแผลใจให้เขาไม่กล้าเข้าร่วมสงครามอีกต่อไป ผมจึงต้องรีบจัดการธุระให้เสร็จ

เราไม่ใช่ศัตรู” ผมนั่งยองลงข้างตัวของหลี่ เซี่ยงโดยที่เงาของผมส่องลงไปที่หลังศีรษะของเขา “อย่าทำร้ายกันเองอีก”

เมื่อพูดจบผมก็ดีดนิ้วปลดเวทสะกดวิญญาณแล้วหันหลังเดินเข้าไปในหมู่บ้าน

ทิ้งให้หลี่ เซี่ยงนั่งหวาดกลัวอยู่เพียงลำพังอย่างนั้นโดยไม่ทำอะไรเพิ่ม

ความจริงแล้วผมอยากจะรีบกลับบ้านไปนอนเลยอยู่หรอกนะ แต่ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ไม่รู้ว่าหลี่ เซี่ยงไฮ้นั่นจะทำร้ายสาอีกรึเปล่าก็ไม่รู้ ซึ่งในกรณีนั้นเหล่าผู้ดูแลก็คงจะไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยเธอเพราะว่ามันไม่ใช่หน้าที่ของพวกเขา ทางที่ดีผมไปช่วยเหลือเธอให้เรียบร้อย แล้วค่อยพาหล่อนออกไปด้านนอกพร้อมกันเลยจะดีที่สุด

ผมเดินเข้าไปหาสาที่กำลังฟังคำอธิบายจากมาริคอยู่ด้วยแววตาเป็นประกาย ท่าทางว่าสิ่งที่มาริคบอกจะถูกจริตเกมเมอร์ของเธอเข้าอย่างจังเลยสินะ

เอาเถอะ ถ้าเธอมีความสุขก็ดีแล้ว

ดูเหมือนว่าสิ่งของที่ได้มาจากสไลม์นั้นจะไม่ค่อยมีค่าเท่าไรนัก เพราะถึงจะขายของทั้งหมดที่เธอมีอยู่ไปแล้วมันก็ทำให้เธอมีเงินเพียงแค่ 248 กิลเท่านั้น

แต่ก็ถือว่าโอเคแล้วล่ะ เพราะค่าสมัครเข้าสมาคมมันแค่ 100 กิลเท่านั้นเอง

ผมแนะนำให้เธอสมัครไปเพราะว่าตัวเธอตอนนี้ยังไม่มีอาชีพ ซึ่งการได้อาชีพมานั้นเป็นอีกวิธีที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งอย่างก้าวกระโดด

ซึ่งเธอก็ยอมฟังที่ผมแนะนำแต่โดยดี ก่อนจะมาบ่นพึมพำกับตัวเองเมื่อเห็นอาชีพที่เธอสามารถสมัครได้จากในลิสต์ที่มาริคให้มา

ผมเหลือบไปมองลิสต์ตรงหน้าสาด้วยความอยากรู้

 

__________

นักรบ

จอมเวท

โจร

นักบวช

__________

 

หืม นี่น่ะเหรออาชีพพื้นฐานที่ทางสมาคมเตรียมเอาไว้ มีน้อยกว่าที่คิดแฮะ

ต้องขออธิบายก่อนนะครับว่าสิ่งที่คุณเห็นตอนนี้คืออาชีพ ‘พื้นฐาน’ แน่นอน คนอย่างคุณคงจะพอคาดเดาความหมายของคำว่าพื้นฐานได้อยู่แล้วสินะครับ” มาริคส่งสายตาไปหาสาที่กำลังจ้องมองหน้าจอโปร่งแสงราวกับว่าเจอคนประเภทเดียวกัน

หมายความว่าอาชีพพวกนี้ยังสามารถแตกแขนงออกไปได้อีกมากมายเลยสินะครับ” สาว่าโดยที่ไม่ละสายตาไปจากที่เดิม

มาริคพยักหน้าพอใจกับคำตอบและเริ่มอธิบายต่อ “ด้วยค่าสถานะปัญญาที่สูงระดับคุณผมขอแนะนำให้เลือกสายอาชีพจอมเวทครับ” มาริคอธิบายพลางเรียกหน้าจอต่าง ๆ ออกมาเพิ่ม “จอมเวทเป็นอาชีพที่ใช้ค่าปัญญาในการโจมตี นอกจากนั้นการโจมตียังแยกย่อยออกได้หลายประเภทตามสถานการณ์ มันจะทำให้คุณสามารถใช้งาน ‘ฉายา’ ของคุณได้อย่างเหมาะสมด้วย”

เมื่อมาริคว่า สาก็เหลือบตาขึ้นมาจ้องตาครู่หนึ่งก่อนจะกลับเข้าสู่ห้วงความคิดของตนเอง

ดูท่าสาจะรู้ตัวแล้วสินะว่ามาริคล่วงรู้สถานะของตัวเธอ เธอเองคงจะเข้าใจความสำคัญของ ‘ข้อมูลส่วนตัว’ นี้ดีถึงได้มีท่าทีไม่ชอบใจขึ้นมาแวบหนึ่งเหมือนเมื่อครู่มันก็ไม่แปลกละนะ เพราะค่าสถานะพวกนั้นมันบ่งบอกได้เลยว่าตัวคนคนนั้นสามารถทำอะไรได้ มีจุดอ่อน จุดแข็งอย่างไร พูดก็คือมันไม่ใช่เรื่องที่สามารถบอกคนอื่นได้ง่าย ๆ

เอาเป็นว่าผมอุบเรื่องที่มีทักษะดวงตาผู้รอบรู้เอาไว้ดีกว่า

สาขอถามได้ไหมคะ?” หลังจากตัดสินใจอยู่ครู่หนึ่งเธอก็เงยหน้าขึ้นมาจากหน้าจอที่จ้องอยู่เกือบสิบนาที “เราสามารถเปลี่ยนอาชีพหลังจากเลือกไปแล้วได้รึเปล่าคะ?”

มาริคพยักหน้าให้กับคำตอบนั้น “เพียงแค่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมและระดับของอาชีพเดิมจะถูกลบไปเท่านั้นเองครับ”

ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนี่คือ?” สาส่งสายตาคมกริบไปยังมาริคที่พยักหน้าพอใจ

ถ้าไม่ถามคำถามนี้ล่วงหน้าก็จะประมาณ 1000 กิลครับ แต่ในเมื่อคุณหัวไวพอที่จะสังเกตถึงเรื่องนี้ผมก็จะขอให้รางวัลคุณเป็นคำตอบว่า 100 กิลเท่ากับค่าเปลี่ยนอาชีพขั้นต้นปกติครับ”

มาริคก็ยังคงเป็นมาริค พวกผู้ดูแลเนี่ยไม่มีใครปกติเลยสักคนสินะ สาเองก็ถือว่าใช้ได้ที่ไม่โดนคำพูดรางเลือนหลอกให้หลงกล ท่าทางว่าหลังจากนี้ถึงมาคนเดียวก็คงจะไม่มีปัญหาอะไรสินะ

.....แต่เพื่อความแน่ใจบอกเรื่องตาลุงสกินเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 317 ครั้ง

859 ความคิดเห็น

  1. #641 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 07:58
    สนุกมากกกก
    #641
    0