ตอนที่ 4 : First Wave - 4 - มิติพิเศษ บทต้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6969
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 568 ครั้ง
    26 ธ.ค. 61

          ตื่นได้แล้วค่ะ”

            ใครน่ะ? เสียงนี้ไม่รู้จักนี่นา ช่างมันเถอะ สงสัยจะเป็นพวกขายประกัน

            นี่ ตื่นเถอะค่ะ”

            หนวกหู รีบไปสักทีเถอะน่า คนจะนอน

            ถ้าไม่ตื่นดิฉันจะเอาไดรฟ์ D ของคุณทิ้งทะเลนะคะ”

            ครับ ตื่นเดี๋ยวนี้ล่ะครับ!”

            หลังจากได้กับการปลุกแสนหวาน ผมก็สะดุ้งตัวลุกขึ้นมาทันที และพอได้สติมองไปรอบ ๆ ก็ต้องตกใจจนตาค้าง

            แน่นอนว่าผมไม่ได้อยู่ที่ห้องนอน คนที่มาปลุกก็ไม่ใช่เซลล์ขายประกัน

            รอบข้างผมตอนนี้จะบอกว่ามันเป็นสรวงสวรรค์ก็คงจะไม่ผิดนัก

            พื้นที่โล่งสุดลูกหูลูกตา ท้องฟ้าสีครามไร้ซึ่งเมฆหมอก หญ้าสีเหลืองอ่อนราวกับทองคำแกว่งไกวไปมาหยอกล้อสายลมและแสงอาทิตย์ บรรยากาศเย็นสบายชวนให้ผ่อนคลาย อากาศบริสุทธิ์แฝงไปด้วยกลิ่นหอมของธรรมชาติ

            และเบื้องหน้าของผมคือหญิงสาวผู้งดงามที่สุดเท่าที่เคยเจอมา

            เมื่อเธอเห็นผมตื่นก็ยิ้มเอียงคอมาให้

            เธอมีเส้นผมสีดำขลับยาวลงมาถึงเอว เส้นผมสีดำเปล่งประกายสะท้อนกับหญ้าสีทองอย่างงดงาม ผิวของเธอขาวมีน้ำมีนวลจนน่าใจหาย โครงหน้าอันงดงามวาดเป็นลวดลายลงมายังคอและเนินอกที่ถูกปกคลุมด้วยชุดสีขาวล้วนราวกับเทพเจ้ากรีกยาวลงมาถึงพื้น ปิดเรียวขาของเธอหลงเหลือให้เห็นเพียงเงาร่างบาง ๆ ชวนเพ้อฝัน

            ดวงตาสีครามสุกสกาวราวกับท้องฟ้ากว้างให้ความรู้สึกเหมือนกับอัญมณีส่องประกายงดงาม จมูกเรียวสวยโดดเด่นอยู่เหนือริมฝีปากชมพูน่าเอ็นดู

            เพียงเท่านั้นเองผมก็รีบดีดตัวออกมาจากเธอทันที

            ไม่ใช่เพราะอะไรนะ

            สัญชาตญาณของผมบอกว่าเธออันตราย

            ไม่ได้อันตรายระดับธรรมดา แต่อันตรายยิ่งกว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมจะจินตนาการได้

            ไม่ต้องระวังตัวขนาดนั้นหรอกค่ะ”

            เธอว่าเช่นนั้นพลางยิ้มให้ผม “ถ้าไม่ดื้อไม่ซน ดิฉันก็ไม่ตีหรอกค่ะ”

            ขอบคุณมาก ใจชื้นขึ้นเยอะเลย แสดงว่าผมยังสามารถหายใจต่อไปอีกหน่อยสินะ

            พอนึกถึงเรื่องหายใจ ก็ฉุกคิดถึงบาดแผลขึ้นมาได้ ผมก้มลงมองมือขวาของตัวเองที่น่าจะแหลกเหลวจากการทุบหัวก๊อปลินสีดำจนเละ คว้าจับร่างกายที่เคยเต็มไปด้วยบาดแผล

            แต่มือขวาของผมนั้นยังอยู่ดีทุกประการ แน่นอนว่าร่างกายของผมก็อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อม

            ด้วยความสงสัยผมจึงเรียกหน้าจอสถานะขึ้นมา ก็พบว่าทั้งพลังชีวิต พลังเวทและพลังกายทุกอย่างล้วนแต่เต็มเปี่ยม

            คุณเป็นใคร?” พอผมถามไปเช่นนั้นเธอก็ยิ้มขึ้นอีกครั้งและดีดนิ้ว

            พริบตาที่เสียงดีดนิ้วดังขึ้น ใต้เท้าเธอก็ส่องประกายออกมาเป็นวงกลม แสงสีขาวแผ่ขยายออกมาม้วนขึ้นด้านบนล้อมรอบตัวเธอและตัวผม ก่อนจะกลายเป็นซุ้มหินอ่อนเล็ก ๆ อันงดงาม มีโต๊ะและเก้าอี้ไม้วางอยู่ตรงกลาง

            เราคงจะคุยกันนาน เพราะฉะนั้นเชิญนั่งก่อนเลยค่ะ” เธอว่าจบก็ดึงเก้าอี้ออก นั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับผม

            อิดออดไปก็คงไม่มีอะไรดีขึ้น ผมจึงยอมนั่งลงตามคำเชิญของเธอและพอมองไปบนโต๊ะอีกที บนนั้นมันก็มีจอกน้ำสีเงินสองจอกวางเอาไว้แล้ว

            สิ่งที่ใส่อยู่ด้านในคือน้ำสีม่วงเข้ม จากกลิ่นหอมนี้มันน่าจะเป็นไวน์องุ่น และน่าจะเป็นไวน์องุ่นอย่างดีเสียด้วย

            ถ้ามันมาวางอยู่ตรงหน้าแสดงว่านี่คือของต้อนรับ เพราะฉะนั้นผมจึงยกมันขึ้นมาดื่มอย่างไม่เกรงใจ ไม่ใช่ว่าผมแพ้ความหอมของมันหรอกนะ แค่แบบว่า เหนื่อยมาทั้งวันก็เลยคอแห้งนิดหน่อย แล้วก็แบบว่ามีสาวสวยเอาน้ำมาให้ทั้งที จะปฏิเสธมันก็กระไรอยู่ เลยจำใจดื่มไปอย่างนั้นแหละ

            พอกระดกจนหมดในรวดเดียวแล้วผมก็วางจอกลงบนโต๊ะ

            และเมื่อจอกสัมผัสกับโต๊ะ ไวน์องุ่นที่สมควรจะหมดไปก็กลับมาเต็มจอกอีกครั้ง

            พระเจ้า ไม่สิ ซาร่า แอมะซอนมีจอกแบบนี้ขายไหมเนี่ย?

            รสชาติเป็นอย่างไรบ้างคะ” หญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเห็นผมจ้องจอกเงินด้วยความแปลกใจก็ยิ้มให้อีกครั้ง

            อร่อยครับ” ผมตอบไปตามตรง อีกอย่างปกติผมไม่พูดครับเคิบหรือคำสุภาพอะไรหรอกนะ ยกเว้นว่ามันจะจำเป็น ซึ่งก็แน่นอน ผมคิดว่าเวลานี้มันจำเป็น...จำเป็นมากด้วย

            เพราะถ้าหญิงสาวคนนี้อารมณ์ไม่ดีขึ้นมาผมคิดว่าหัวผมคงจะได้แปรสภาพเป็นลูกบอลให้เธอเตะเล่นในวินาทีถัดไปแน่นอน

            ชอบก็ดีแล้วค่ะ” เธอว่าพลางยกจอกของตนเองขึ้นมาจิบบ้าง

            ถ้าอย่างดิฉันจะขออธิบายเรื่องที่คุณมาที่นี่ได้อย่างไรก่อนนะคะ”

            พอเธอว่าจบรอบข้างก็เปลี่ยนไป

            ทุ่งหญ้าทองคำ ท้องฟ้าสีครามก็พลันเปลี่ยนไปเป็นทิวทัศน์ที่ผมคุ้นเคย

            ใช่แล้ว มันคือมหาวิทยาลัยของผมนั่นเอง และยังเป็นช่วงก่อนที่จะเกิดสงครามขึ้นอีกด้วย

            ผมรู้ได้อย่างไรน่ะเหรอ?

            ก็ผมเห็นภาพตัวเองทำหน้าซังกะตายเดินเข้าไปในมหาวิทยาลัยอยู่ไงล่ะ

            นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้บนโลกของคุณ บอกตามตรงว่าดิฉันแปลกใจมากกับผลลัพธ์ของมัน เรียกได้เลยว่าสิ่งที่คุณทำนั้นเป็นปรากฏการณ์หนึ่งในล้านของหนึ่งในล้านจากความเป็นไปได้ทั้งหมดเลยค่ะ” พร้อมกับที่เธอว่า ภาพรอบข้างก็ฉายไปถึงช่วงที่ผมกำลังสู้กับไอ้ตัวเขียวตัวแรก “ดิฉันคิดว่าศึกแรกจะจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของมนุษย์โลก เหมือนอย่างที่เคยเกิดขึ้นในมิติที่มีอารยธรรมใกล้เคียงกัน”

            โดยปกติแล้วมนุษย์จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้จนพื้นที่แรกตกเป็นของเหล่าสัตว์อสูรต่างมิติ แล้วหลังจากนั้นชาวโลกก็จะตื่นตระหนกแล้วหามาตรการตอบโต้ สงครามระหว่างสองมิติก็จะเริ่มต้นอย่างจริงจัง แต่ว่าคุณกลับสามารถเอาชนะกองทัพก๊อปลินพวกนั้นได้ด้วยตัวคนเดียวโดยไม่พึ่งพาใครเลย นี่นับเป็นปาฏิหาริย์ที่หนึ่ง ส่วนปาฏิหาริย์ที่สองก็คือการที่คุณได้รับอาชีพผู้กล้าซึ่งมีเงื่อนไขซับซ้อนในการได้มาเป็นอย่างมาก และปาฏิหาริย์ที่สามที่คุณสร้างก็คือการที่คุณได้รับอาชีพจอมมารทั้งที่คุณมีอาชีพผู้กล้าอยู่แล้ว”

            เธอว่าจบก็ถอนหายใจเบา ๆ แล้วยกจอกสีเงินขึ้นมาจิบอีกครั้ง

            หากเป็นผู้ที่รู้เงื่อนไขอยู่แล้วและเตรียมตัวอย่างดีเพื่อที่จะได้มันมาก็ยังไม่น่าแปลกใจเท่าไร แต่สำหรับกรณีของคุณมันคือความบังเอิญผสมกับความสามารถของคุณทั้งสิ้น ดิฉันจึงตัดสินใจที่จะเรียกคุณมายังสถานที่แห่งนี้”

            ผมขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อถึงจุดนี้

            ที่นี่ก็คือมิติส่วนตัวของดิฉันค่ะ” เธอดีดนิ้วอีกครั้ง แล้วทีนี้รอบข้างก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม “ดิฉันคือผู้ดูแลมิติหมายเลขหนึ่ง มีนามว่าออโรร่า ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” ว่าจบก็ค้อมศีรษะลงเล็กน้อย

            เมื่อเธอแนะนำตัวผมก็ค้อมศีรษะรับและว่าขึ้นมาบ้าง “กฤษณะครับ”

            เธอยิ้มให้ผมและว่าต่อ “ดิฉันทราบอยู่แล้วค่ะ อาจจะเสียมารยาทไปบ้างแต่คุณคือสิ่งผิดปกติที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ดิฉันจึงถือวิสาสะตรวจสอบประวัติของคุณมาแล้ว บอกตามตรงว่าดิฉันก็แปลกใจเหมือนกับประวัติของคุณนะคะ ทั้งที่เป็นคนปกติ แต่ในสถานการณ์ที่ผิดปกติเช่นนั้นคุณก็ยังสามารถประคองจิตใจของตนเองจนเอาชนะสงครามได้เพียงลำพังเนี่ย มันไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ”

            ผมยกนิ้วขึ้นมาเกาแก้ม เธอชมผมอยู่ใช่ไหม ถ้าเป็นคนอื่นชมผมมาพูดคงจะไม่รู้สึกดีเท่าไร แต่ไม่รู้ว่าทำไมพอเห็นเธอแล้วถึงดีใจขึ้นมาแบบนี้

            นี่สินะ อำนาจของสาวงาม ช่างน่ากลัวจริง ๆ

            ขอว่าต่อนะคะ”

            โดยปกติแล้วมนุษย์มักจะเป็นผู้ที่พ่ายแพ้ในการต่อสู้ครั้งแรก ซึ่งก็ไม่นับว่าแปลกอะไร หลังจากนั้นมนุษย์ที่ได้เรียนรู้เรื่องระบบสถานะและทักษะซึ่งเป็นตัวช่วยที่เหล่าผู้ดูแลมิติร่วมกันสร้างขึ้น แล้วก็จะเริ่มฝึกฝนพัฒนาตนเองจนกระทั่งมีพลังเพียงพอจะต่อสู้กับสัตว์อสูรต่างมิติ ซึ่งจุดจบของแต่ละมิติก็จะแตกต่างกันออกไป บ้างก็ถูกมิติของเหล่าสัตว์อสูรกลืนกิน บ้างก็ล่มสลายไปทั้งสองมิติ มีส่วนน้อยที่ฝ่ายมนุษย์จะเอาชนะมาได้ นอกจากนั้นยังมีกรณีพิเศษอีกประปราย แต่จะไม่ขอพูดเรื่องเหล่านั้นนะคะ”

            และเพราะว่าคุณอาจจะทำให้เกิดกรณีพิเศษขึ้น ดิฉันเลยมาทำความรู้จักกับคุณเป็นการส่วนตัว” เธอใช้ดวงตาสีฟ้าจ้องเขม็งมาที่ผม

            บ้าเอ้ย เขินจริง!

            บอกตามตรงว่าเขิน!

            ถ้าลงไปม้วนต้วนได้ก็ทำไปแล้ว ทำไมสวยขนาดนี้ มาเจอคนสวยแบบนี้ชีวิตนี้จะไปมองใครสวยได้อีก

            เผื่อว่าคุณจะสงสัย ดิฉันจะขออธิบายเรื่องราวคร่าว ๆ ให้ฟังก่อนนะคะ”

            ว่าจบเธอก็ปาดมือขึ้นกลางอากาศเรียกเอาหน้าจอต่าง ๆ ออกมา ในนั้นมีทั้งหน้าจอที่ผมเคยเห็นและไม่เคยเห็น

            เราเรียกสิ่งเหล่านี้ว่า RRPG หรือก็คือ Real Role-Playing Game เป็นโปรแกรมที่จะทำให้มนุษย์สามารถที่จะมองเห็นค่าสถานะที่ไม่เคยเห็น สามารถวัดความสามารถได้อย่างชัดเจนและแน่นอน รวมไปถึงสนับสนุนให้มนุษย์ได้พัฒนาตนเองได้อย่างรวดเร็ว”

            สาเหตุหลักที่เราสร้างโปรแกรมนี้ขึ้นมาก็เพราะว่าต้องการให้เหล่ามนุษย์รับรู้ในความอ่อนแอของตนเอง”

            เธอว่าพลางดึงเอาหน้าจอสถานะของมนุษย์คนหนึ่งที่ผมไม่รู้จักมาแล้วก็ดึงหน้าจอสถานะของก๊อปลินสีเขียวเข้ามาเทียบ

            ถ้าหากเป็นโลกมนุษย์ของพวกคุณในปัจจุบัน คนปกติจะมีค่าสถานะมาตรฐานอยู่ที่ 5 ค่ะ แต่กลับกันก๊อปลินเหล่านี้มีพละกำลัง ความว่องไว ความทนทานที่มากกว่ามนุษย์ ถึงแม้ว่าปัญญาและจิตใจจะต่ำต้อยกว่าก็ตาม แต่ด้วยพลังพื้นฐานในการสู้รบนั้นเหนือกว่า จึงทำให้ก๊อปลินสามารถเอาชนะมนุษย์ได้ในสงครามครั้งแรกอยู่เสมอ”

            และในกรณีที่มนุษย์เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ พื้นที่ที่พ่ายแพ้ก็จะเป็นเช่นนี้ค่ะ” เธอผายมือส่งหน้าจอสองอันมาทางผม

            หนึ่งในหน้าจอนั้นคือภาพมหาวิทยาลัยในสภาพปกติ ส่วนอีกภาพคือป่าดงดิบที่ขึ้นอยู่กลางเมือง

            นี่หรือว่า” ถ้าสิ่งที่ผมคิดไว้ถูกต้องมันก็คงจะหมายถึง

            เธอเองก็พยักหน้า “ถ้าก๊อปลินเป็นฝ่ายชนะ มนุษย์ทั้งหมดที่อยู่ในเขตแดนจะหายไปพร้อมกับพื้นที่ของมิติ หรือก็คือพื้นที่นั้น ๆ จะถูกแทนด้วยดินแดนของก๊อปลิน กลับกันถ้ามนุษย์เป็นฝ่ายชนะพื้นที่ของก๊อปลินก็จะล่มสลายไปจากผลกระทบของการที่มิติทับซ้อนกันค่ะ”

            แต่ก็ยังมีข้อยกเว้นนะคะ” เธอยกมือซ้ายขึ้น เรียกบางสิ่งบางอย่างให้ผมดู “นี่คือเศษเสี้ยวของมิติซึ่งจะมีแค่ผู้ที่ชนะในสงครามเท่านั้นที่จะได้รับมัน และในสงครามแต่ละครั้ง ผู้ที่มีผลกับสงครามมากที่สุดจะได้รับสิ่งนี้ไป”

            สิ่งนี้จะทำให้ผู้ครอบครองหลบหนีหรือแทรกเข้าไปในมิติที่ซ้อนทับกันได้ ไม่เพียงเท่านั้น มันยังสามารถใช้แทนประตูมิติได้อีกด้วยค่ะ ที่ดิฉันยกขึ้นมาพูดเพราะคุณเพิ่งจะได้รับมันหลังจากที่เอาชนะเผ่าพันธุ์ก๊อปลินไปได้ และเกรงว่าคุณจะไม่รู้ถึงคุณค่าของมันจึงหยิบขึ้นมาอธิบายให้ฟังก่อน”

            ไอเทมชิ้นนี้ไม่จำกัดว่าคุณจะต้องเป็นผู้ใช้งานเท่านั้น สมมติว่าคุณอยากจะส่งใครคนหนึ่งออกไปจากมิติคุณก็สามารถทำได้ กลับกันการจะส่งคุณที่คุณไม่ชอบหน้าเข้าไปในมิติที่จะพ่ายแพ้อย่างแน่นอนก็ทำได้เช่นกัน” เธอว่าราวกับการสังหารมนุษย์คนหนึ่งทิ้งเป็นเรื่องปกติ “แต่ต้องระวังนะคะ เพราะสิ่งนี้จะใช้ได้แค่สัปดาห์ละครั้งเท่านั้น ยกเว้นเสียแต่ว่าคุณจะได้มันมาอีกครั้งในสงครามต่อไปที่จะเกิดขึ้น ซึ่งถ้าคุณเอาชนะมาได้คุณก็จะได้รับเศษเสี้ยวของมิติมาอีกหนึ่งชิ้น เศษเสี้ยวมิติที่คุณได้มาใหม่ก็จะหลอมรวมเข้ากับเศษเสี้ยวมิติที่คุณครอบครองและทรงพลังมากยิ่งขึ้น ถ้าคุณสามารถสะสมมันจนเป็นแกนของมิติได้แล้วละก็คุณจะได้รับพลังอันยิ่งใหญ่ด้วยค่ะ”

            ออโรร่าพูดเหมือนพนักงานขายของที่คล่องแคล่วไร้การติดขัด ถึงแม้ว่าเนื้อหาจะแปลกไปบ้างก็ตาม แต่ด้วยความสวยของเธอทำให้ผมมองข้ามเรื่องอื่น ๆ ไปหมด

            นอกจากนั้นสิ่งนี้ยังทำให้คุณเข้าไปในมิติพิเศษได้อีกด้วยค่ะ” เธออธิบายต่อโดยไม่เปิดโอกาสให้ผมได้ถามอะไร

            มิติพิเศษที่ว่าคือมิติสำหรับผู้พิชิตอย่างคุณ ในที่แห่งนี้จะมีทั้งร้านขายอุปกรณ์ สถานที่ฝึกฝน สถานที่แลกเปลี่ยนข้อมูลและสิ่งของ ลานประมูล ห้องสมุดและที่สำคัญที่สุดก็คือสมาคมผู้พิชิตสำหรับรับภารกิจเล็ก ๆ น้อย ๆ จากทางเราค่ะ” เธออธิบายพลางกระจายหน้าจอหลากหลายขึ้นมาให้ผมดู “พื้นที่ของมันมีขนาดเพียงเล็กน้อย เนื่องจากต้องเชื่อมต่อมันกับมิติต่าง ๆ ทางเราจึงจำเป็นต้องทำให้มันกะทัดรัดเข้าไว้ ถ้าหากไม่สะดวกหรือไม่พอใจ......”

            เธอหยุดพูดครั้งหนึ่งเอานิ้วมือขึ้นมาแตะบนแก้มก่อนจะยิ้มหวานจนผมแทบลืมหายใจ

            ก็ทนไปแล้วกันนะคะ”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 568 ครั้ง

858 ความคิดเห็น

  1. #718 HWBEBE (@HWBEBE) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 15:59
    เป็นเรื่องแรกที่อ่านแล้วเอ็นดูวพระเอก แง อยากจับมากอด มาตบตูดปุ๊ๆ นว้องงงงง
    #718
    0
  2. #599 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 22:01
    จับกดเลย
    #599
    1
  3. #565 iN3310K & Zealand (@iN3310K) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 03:49
    โดนอำนาจผู้หญิงอีกแล้ว~
    #565
    0
  4. #314 mirror image (@abnormality) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 22:26
    ชอบที่ใช้คะ/ค่ะถูก ติดตามต่อไปครับ
    #314
    0
  5. #284 pag1 (@pag1) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 13:17
    ขอบคุงคับ สวดยอดจิงๆ
    #284
    0
  6. #211 ~Peace_Maker~ (@armclub104) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 12:40
    ขอบคุณครับ
    #211
    0
  7. #200 Siambikza (@siambikza) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 02:56
    ชอบมากๆๆๆฟหฟครับ
    #200
    0
  8. #173 ปลาน้อยลอยน้ำ (@nicener) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 00:08
    ชอบไม่ชอบก็รับมันไปซ้าาาาา
    #173
    0
  9. #124 negiharem (@negiharem) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 00:21
    บังคับขายนี่ฟร่า ฮาๆ
    #124
    0
  10. #10 113IG (@thanakorn30933) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 / 19:53
    เริ่มผูกเรื่องแล้ว...ถึงแม้จะคล้ายๆเรื่องอื่นบ้างแต่ก็ไม่ผิดที่จะนำสิ่งที่ชอบมาใช้เพราะมันคือศิลปะ..และศิลปะมันคือแรงบันดาลใจซึ่งไม่มีอะไรผิด
    สนุกครับ..จะติดตามเรื่อยๆ
    #10
    0
  11. #3 มันมันกิน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 20:13
    สนุกคับๆๆ
    #3
    0