ตอนที่ 39 : Before Second Wave ทางด้านของเธอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5083
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 332 ครั้ง
    10 มี.ค. 62

            ออโรร่ากำลังมองดูกฤษณะอยู่ที่มิติพิเศษ

            คิดถึงอดีตของกฤษณะ มองดูสายตา การกระทำ ทางเลือกและตัวตนของเขา

            เธอก็อดขำขึ้นมาไม่ได้

            การได้เห็นด้านของเขาที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนทำให้เธอต้องยิ้มขึ้นมา โดยเฉพาะความขี้ห่วงของกฤษณะที่ไม่ยอมให้อัลทิม่าและบาฮามุทซึ่งเป็นอสูรออกมาต่อสู้

            การกระทำของเขามันทั้งน่าขำและน่าเอ็นดู ผู้คนส่วนใหญ่ที่ยอมเสียเงินเพื่อทำพันธะอสูรนั้นก็เพื่อเพิ่มพลังการต่อสู้ของตนเอง บ้างก็ใช้แทนโล่ บ้างก็ใช้แทนดาบ

            แต่เขากลับไม่ยอมให้พวกมันออกมาต่อสู้เพราะกลัวว่าจะบาดเจ็บ แบบนี้มันก็เหมือนกับว่า สำหรับเขาแล้วพวกมันไม่ได้เป็นพันธะอสูร แต่เป็นครอบครัวเลยไม่ใช่เหรอ?

            ทำไมเขาถึงทำแบบนี้กัน....ไม่สิ บางทีคำตอบของคำถามนั้นเธออาจะรู้ดีอยู่แล้วก็ได้

            เพราะเคยสูญเสียจึงเห็นคุณค่า และเพราะว่ารู้ซึ้งในคุณค่าจึงไม่ยอมจะสูญเสียมันไปอีก

            เธอมองเขาแล้วก็รู้สึกอิจฉา

            ถึงแม้เขาจะสูญเสียสิ่งสำคัญไป เขาก็ยังสามารถสร้างมันขึ้นมาใหม่ได้

            ....แตกต่างจากเธอ

            ทั้งที่เธอเป็นผู้สร้างสรรค์ ที่มีความสามารถในการเนรมิตสิ่งต่างๆ มากมาย แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่สามารถสร้างสิ่งสำคัญของตนเองขึ้นมาได้

            เธอ.....ไม่รู้วิธีหรือว่าหลักการ

            หรือควรจะบอกว่าเธอรู้แต่ไม่อาจจะเข้าใจ

            สาเหตุที่เธอเชิญกฤษณะเข้ามาในมิติส่วนตัวของเธอก็เพราะเธอสนใจในโชคชะตา ของเขา และหลังจากได้พูดคุยกันแล้วเธอก็ต้องยอมรับว่า นอกจากโชคชะตาแล้ว ตัวตนของเขาเองก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

            ถึงแม้ว่าเขาจะแสดงออกว่าสนใจในตัวเธอ แต่เธอก็มองว่ามันเป็นเพียงความรู้สึกชั่ววูบที่เกิดขึ้นจากการแปรปรวนของอารมณ์จากการต่อสู้เสี่ยงตาย ทำให้เขารู้สึกพิเศษกับเธอซึ่งเป็นผู้ที่ช่วยเหลือเขาจากอาการบาดเจ็บเจียนตาย เธอคิดว่าความรู้สึกนั้นจะจางหายไปหลังจากที่เขาสงบสติอารมณ์ของตัวเองได้

            เหตุผลน่ะเหรอ?

            จะไปมีมนุษย์คนไหนหลงรักตัวตนที่ว่างเปล่าอย่างเธอได้กัน?

            นั่นคือสิ่งที่เธอคิด

            แต่ใครจะไปคาดคิดว่าตาบ้านั่นจะทำลายความคิดของเธอลงอย่างไม่มีชิ้นดีแบบนั้น

          “ชีวิตของผมมีค่ามากกว่าทุกคนบนโลก”

          “แค่การได้เจอกับคุณมันมีค่ามากกว่าก็เท่านั้นเอง”

          “ก็ผมตกหลุมรักคุณน่ะสิ รักแรกพบเลย”

            เธอไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเองเลย

            โชคดีที่เธอสามารถควบคุมทุกอย่างภายในมิติส่วนตัวของเธอได้ เธอจึงสามารถย้อนเวลากลับไปเพื่อฟังและสังเกตเขาใหม่อีกครั้งได้ และหลังจากการย้อนไปมาเกือบชั่วโมง

            มันก็ทำให้เธอรู้ว่าเขาพูดความจริง

            อันที่จริงแล้วเธอพอจะรู้ได้ตั้งแต่ครั้งที่สามแล้ว แต่ไม่รู้ว่าทำไมเธอจึงอยากได้ยินคำพูดนั้นจนเธอเผลอย้อนไปมาจนเสียเวลาไปเกือบชั่วโมงกว่าจะละออกมาได้

            ถึงแม้เธอจะรู้สึกว่าวงจรความคิดของเขาและเธอจะสวนกันไปบ้างในบางความหมาย

            แต่ความรู้สึกของเขาก็เป็นของจริง

            ความซื่อตรง ความมุ่งมั่นและความกล้าหาญ

            ความรู้สึกที่ร้อนแรงของเขามันทำให้หัวใจที่ชาด้านของเธอหวั่นไหว

            “ฮะ ฮะ ฮะ”

            แล้วความรู้สึกเบาบางก็เริ่มผุดขึ้นมาจนทำให้เธอต้องหัวเราะ

            “อย่างนี้นี่เอง รักแรกพบเหรอ”

            ความรัก สิ่งที่อยู่ไกลจากความว่างเปล่าเป็นที่สุด เป็นสิ่งที่เธอไม่คิดว่าเธอจะได้รู้จักหรือได้รับมัน

            “บอกตามตรงว่าดิฉันไม่ค่อยเข้าใจเรื่องแบบนี้เท่าไร” เธอยิ้มหวานขึ้นอีกครั้ง “แต่พอมองดูคุณแล้วมันสนุกดีค่ะ”

            ใช่ มันสนุก

            ไม่ใช่สนุกเพราะว่าได้เห็นคนๆ หนึ่งพยายามเอาตัวรอดอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่สนุกเพราะว่าสิ่งที่คนๆ นั้นกระทำมักจะเป็นสิ่งที่เธอไม่คาดคิด ไม่ว่าจะเป็นการก้าวออกมาช่วยเหลือผู้อื่นที่ไม่เคยสนใจตัวเอง ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องทั้งที่ไม่ต้องทำก็ได้ โกรธเกรี้ยวยามเมื่อเห็นคนรอบตัวพบเจอโชคร้ายและยืนดีวิ่งเข้าไปสู่การต่อสู้เพื่อช่วยเหลือคนพวกนั้น

            ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องทำ

            มันเป็นการกระทำของวีรบุรุษซึ่งแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่าการกระทำของผู้โง่เขลา

            การต่อสู้กับฝูงก๊อปลินตามลำพัง โดยที่ไม่มีใครเห็น ไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วย การยอมเสียความลับที่ควรปกปิดเอาไว้เพื่อการรักษาชีวิตผู้อื่น ทั้งที่ความลับนั้นจะเป็นอาวุธที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับเขา

            เขาคนนั้นมีทางเลือกที่จะสร้างประโยชน์ต่อตัวเองอยู่มากมาย แต่เขาก็ทิ้งมันไปเพื่อคนอื่น

            ทิ้งตัวลงสู่ความสิ้นหวังและพยายามตะเกียกตะกายขึ้นมาทั้งที่ไม่ต้องทำแบบนั้นก็ไม่มีใครว่าอะไร

            ถ้าไม่เรียกว่าโง่แล้วจะเรียกว่าอะไร?

            แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้รังเกียจความโง่ของเขา กลับกันเธอรู้สึกว่ามันยอดเยี่ยมอีกด้วย

            คนที่สังคมไม่เคยมองเห็น ไม่เคยสนใจกลับเป็นแรกและคนเดียวที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือผู้คนในสังคม

            มันช่างเป็นการย้อนแย้งที่น่าขัน

            หากเป็นคนื่นอาจจะเลือกเพียงแค่ตนเอง พลังของตนเอง ผลกำไรของตนเอง ครอบครองอำนาจ เงินตราและหญิงงามโดยเหยียบย่ำผู้ต่ำต้อยกว่าแล้วก้าวขึ้นไปยังจุดที่สูงกว่า

            เรื่องนี้คือธรรมชาติ ทั้งที่มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ผู้อ่อนแอ

            แต่เขากลับหันหลังให้เส้นทางนั้นเขาไม่เลือกที่จะเหยียบแต่เลือกที่จะฉุดดึง ไม่เลือกที่จะครอบครองแต่เลือกที่จะปลดปล่อย

            ทั้งที่มีพลังและโอกาสจะทำเช่นนั้นได้

            หนทางแบบนี้.....จะมีสักกี่คนที่สามารถก้าวไปได้

            และเพื่อเป็นการตอบแทนที่เขาทำให้ตัวเธอรู้สึกสนุกได้แบบนี้ ออโรร่าจึงอาสาที่จะตัดผมให้กับเขา

            เรื่องที่เธอบอกว่าผมของกฤษณะมันทำให้มองหน้าเขาได้ไม่ชัดเป็นเรื่องจริง แต่อีกเหตุผลหนึ่งก็คือเธอชอบดวงตาของเขา ดวงตาที่มืดมิดและอบอุ่น

            เป็นดวงตาที่เหมือนถูกทุกสิ่งทอดทิ้งแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่เลือกที่จะทอดทิ้งสิ่งใด

            ดวงตาที่น่าสงสารและงดงาม

            หลังจากเอาตัวเขาขึ้นมาและทำการลงมือตัดผมแล้ว เธอก็เริ่มสนุกขึ้นเรื่อยๆ

            ออโรร่านึกภาพของเขาตอนที่ตัดผมเรียบร้อยไว้ในใจ พลางฮัมเพลงตัดผมอย่างอารมณ์ดี เธอจะตัดผมของเขาให้มันดูสะอาด เผยดวงตาที่งดงามของเขาออกมาชัดๆ

            แต่ทุกอย่างที่เธอคาดเอาไว้มันก็ต้องผิดพลาดไป

            เมื่อเธอได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขา

            “อ๊ะ”

            สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ทรงผมที่รกรุงรังนั้นคืออัญมณีที่งดงาม

            เธอเคยเห็นผู้คนที่งดงามมาแล้วมากมายจากในมิติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นองค์ชาย, องค์หญิง, เอล์ฟ, ครึ่งอสูร, ปีศาจ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแต่มีเสน่ห์และความงดงามในตัวของมันเอง

            เหมือนดั่งเช่นเขาคนนี้

            ดวงตาที่มืดมิดนั้นทอประกายแสงงดามยามเมื่อต้องกับแสงแดด ความนุ่มลึกที่แฝงอยู่ภายในชวนให้จ้องมองอย่างหลงใหล

            เมื่ออัญมณีคู่นั้นประดับลงบนโครงหน้าที่งดงามราวกับรูปสลักแล้วสิ่งทำให้ทั้งสองสิ่งดูโดดเด่นขึ้นมาอีก

            ของที่งดงามแบบนี้ถูกซ่อนเอาไว้โดยไม่มีใครรู้มาก่อน

            ความรู้สึกราวกับผู้ชนะที่ได้เจอสมบัตินี้เป็นครั้งแรกทำเอาเธอต้องประดิดประดอยศิลปะชิ้นนี้อย่างตั้งใจ

            ทุกการเคลื่อนไหวต้องเป็นไปอย่างไร้ที่ติ รวดเร็วและแม่นยำ

            เธอถึงกับใช้สกิลเพื่อเสริมความรวดเร็วและแม่นยำของตัวเองขึ้นมาเลยทีเดียว

            และเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นลงเธอก็พยักหน้าพอใจต่อผลงานของเธอและไม่ลืมเรียกกระจกออกมาให้เจ้าตัวดูสภาพของตนเองเพื่อเป็นการอวด ผลงานของเธออีกด้วย

            เสี้ยววินาทีนั้นเองที่ความคิดของเธอแตกแขนงถึงความเป็นไปได้นับล้าน

            กฎที่ว่าของงดงามย่อมมีผู้ชื่นชมนั้นเป็นกฎที่ตายตัวพอกับกฎปลาใหญ่กินปลาเล็ก

            หมายความว่าถ้าปล่อยกฤษณะออกไปแบบนี้ก็มีความเป็นไปได้ที่จะต้องเจอแมลงร้ายมากมายเข้ามาดอมดมผลงานชิ้นเลิศนี้ของเธออย่างแน่นอน

            “แย่แล้ว ทำเกินไปหน่อยแฮะ”

            ซึ่งไม่รู้ว่าทำไม พอออโรร่าคิดถึงภาพที่กฤษณะถูกรุมล้อมไปด้วยสาวงามแล้ว ที่หน้าผากของเธอก็กระตุกขึ้นเล็กน้อย

            จากประสบการณ์แล้วเธอเข้าใจได้ว่าเธอกำลังไม่ชอบใจ ส่วนไม่เข้าใจเพราะอะไรเป็นเรื่องที่เธอต้องไปหาสาเหตุอีกทีหนึ่ง แต่ตอนนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องหาทางป้องกันเรื่องน่ารำคาญที่อาจจะเกิดขึ้นเสียก่อน

            เพื่อเป็นการแก้ไขเรื่องนั้นเธอจึงมอบต่างหูไร้ลักษณ์ให้แก่กฤษณะ

            ต่างหูไร้ลักษณ์ชิ้นนี้เป็นเครื่องแสดงถึงอำนาจของเธอ ถ้าจะให้เทียบกับสิ่งของจากโลกมนุษย์ก็คงจะเป็นดาบอาญาสิทธิ์ซึ่งเป็นตัวแทนของจักรพรรดิ

            มันคือสิ่งที่เธอประดิษฐ์ขึ้นมาจากแร่หายากหลายอย่างโดยใช้หัวใจของดอพเพลแกงเกอร์เป็นแกนกลาง ทำให้ต่างหูชิ้นนี้มีคุณสมบัติในการปลอมแปลงขั้นสูงสุด

            ถ้าเป็นของชิ้นนี้ล่ะก็ หากไม่ใช่พวกที่อยู่ระดับเดียวกับเธออย่างลำดับ 2-9 แล้ว เธอก็มั่นใจได้ว่าจะไม่มีใครมองใบหน้าที่แท้จริงของเขาได้

            และถ้าพวกลำดับ 2-9 มาเห็น พวกนั้นก็ย่อมต้องเข้าใจถึงความหมายของต่างหูนี้ดี

            มันเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าห้ามมายุ่งกับบุคคลคนนี้กลายๆ นั่นเอง

            โดยปกติแล้วถึงแม้ผู้ดูแลจะไม่ได้ญาติดีกันนัก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกผู้ดูแลนั้นเป็นศัตรูกัน ทุกคนล้วนมีเป้าหมายที่ตนเองต้องการ เพราะฉะนั้นเหล่าผู้ดูแลจึงเลือกที่จะไม่ขวางทางซึ่งกันและกัน

            เพราะฉะนั้นหากเธอแปะน้ำลายเอาไว้แล้วล่ะก็ จะทำให้พวกคนอื่นไม่เข้ามายุ่มย่ามนั่นเอง

            นอกจากนั้นเธอยังลงมนตร์เพื่อเป็นการเซ็นท์ทับใบยืนยันความเป็นเจ้าของไปอีกครั้งหนึ่งด้วย

            หึ ถ้าทำถึงขนาดนี้แล้วยังเข้ามายุ่มย่ามอีกล่ะก็

            มันจะบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าคนๆ นั้นต้องการหาเรื่องเธอ

            ซึ่งถ้าฝ่ายตรงข้ามเสนอมาเธอก็จะสนองให้เต็มที่

            พอคิดถึงจุดนี้จิตสังหารก็เล็ดรอดออกมาจากร่างกาย

            ในที่สุดมันก็ถึงขีดจำกัดที่กฤษณะจะสามารถอยู่ในมิติส่วนตัวของเธอได้ ใบหน้าของเขาตอนที่ร็ตัวว่าต้องจากลานั้นมันช่างดูเหงาหงอยจนทำให้คนที่มองอยู่อย่างเธอต้องรู้สึกเจ็บปวดไปด้วย

            เพราะลึกลงไปแล้วเธอก็ยังไม่อยากให้เขาจากไปเช่นเดียวกัน

            “ผมมาอีกได้ไหม ครั้งหน้าถ้าผมชนะผมมาหาคุณไดไหม”

            น้ำเสียงของเขาราวกับเด็กน้อยที่กำลังจะร้องไห้ มันทำเอาในใจของออโรร่ารู้สึกเจ็บปวดตามไปด้วย

            “แน่นอนค่ะ ดิฉันจะรอนะคะ”

            “ผมจะมาหาแน่นอน สัญญา”

            และเมื่อนิ้วก้อยของเธอและเขาเกี่ยวเข้าหากัน มันก็เหมือนกับว่ามีสายใยบางอย่างเชื่อมเขาและเธอเอาไว้

            “ได้รับสัญญาเรียบร้อยแล้วค่ะ”

            และในที่สุดกฤษณะก็จากไปพร้อมกับแสงสว่างวูบใหญ่ หลงเหลือไว้เพียงละอองสีแทงทอแสงระยิบระยับเพียงเท่านั้น

            “ถ้าผิดสัญญาดิฉัน ต่อให้หนีไปในนรกดิฉันก็จะไปลากคอขึ้นมาลงโทษเองค่ะ”

            ว่าแล้วเธอก็หันหลังเดินออกไป

            ขึ้นไปสู่เนินที่อาทิตย์ยามเช้ากำลังทอแสง พลางฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี

            ทั้งสายลมทั้งทิวหญ้าล้วนแต่สั่นไหวอย่างยินดี

            ราวกับว่าโลกใบนี้ทั้งใบกำลังรื่นเริงไปพร้อมกับหญิงสาวผู้เป็นเจ้าของ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 332 ครั้ง

858 ความคิดเห็น

  1. #668 แสงสุรย (@0612549913) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 20:34
    ทำไมเราซึ้งอ่ะ
    #668
    0
  2. #636 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 06:46

    มดขึ้นเลย
    #636
    0
  3. #511 นักฆ่าพเนจร (@ooninjaoo) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 16:17
    อ่านได้ใน fiction log ไปไกลพอควร
    #511
    0
  4. #510 85019591 (@85019591) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 16:06
    มาแล้ว นานมากจนลืมตอนเก่าไปหมดแล้ว ต้องไปอ่านย้อนก่อน
    #510
    0
  5. #509 zxasqwqeqr (@zxasqwqeqr) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 15:58
    มาแล้วโว้ยย รอมานานน
    #509
    0
  6. #508 ID Sarapao (@-1-1-) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 15:45
    มาเเล้ว!
    #508
    0
  7. #507 KINGLORD (@KINGLORD) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 15:37
    มาแล้ววววววววววววววววววใ
    #507
    0
  8. #207 kongkasemlmo (@kongkasemlmo) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 10:52
    ทำไมตัดกัน งี้เล้าาา เอาฉากคุยกันมาให้อ่านนน ก่อนสิคาบบบ
    #207
    0
  9. #206 แบบนี้ก็สวยดิ (@baszanoii) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 08:38
    .....what?
    .....มันต้องไปพบับนางเอกเซ้
    #206
    0
  10. #205 เงาตามหลอน (@oymfoyp00) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 08:35
    รู้สึกเฟลนิดๆแฮะ
    #205
    0
  11. วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 08:08
    กำ.......ตัดจบซะงั้น
    #204
    0
  12. #203 tonza56 (@tonza56) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 07:52
    เฮือก!!!~ ด~เดื๋ยววว รีบไปหนายไรต์
    #203
    0
  13. #202 taplin539 (@taplin539) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 07:47
    เมืองวารินทร์นี่อยู่แถวๆอุบลป๊ะ
    #202
    1
    • #202-1 $$_!PuN!_$$ (@lllpunlll) (จากตอนที่ 39)
      12 ธันวาคม 2559 / 08:10
      อันนั้นมันวารินชำราบบบบบ
      #202-1
  14. #201 นักอ่านเงา (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 07:27
    เหมือนการ์ตูนโดนตัดจบ แบบ 'ปาหมอน' ในตำนาน



    รอตอนต่ออยู่นะคร้าบ
    #201
    0