ตอนที่ 3 : First Wave - 3 - ปะทะราชา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7799
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 565 ครั้ง
    26 ธ.ค. 61

          นอกเหนือจากสี่ตัวซวยแล้วยังมีชายหญิงอีกคู่หนึ่ง จากการให้ปากคำของตัวซวยเบอร์หนึ่ง ดูเหมือนว่าพวกเธอเพื่อนสนิททั้งสี่จะหนีมาด้วยกันมาแต่แรก ในระหว่างที่หนีมาซ่อนในห้องโสตก็พบกับชายหญิงคู่นี้ ทั้งหมดจึงร่วมมือกันปิดตายห้องโสตและรอความช่วยเหลือ จนกระทั่งถูกพวกก๊อปลินเจอเข้าให้

            หลังจากนั้นผมก็โผล่ออกมาพอดีจนเป็นอย่างที่เห็น

            พอทุกคนเตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว ผมก็พาพวกนั้นออกมาจากห้องโสต ถึงจะเกิดเสียงเอะอะขึ้นดังสนั่นระหว่างการต่อสู้เมื่อครู่ แต่โชคดีที่ผมเก็บหน่วยลาดตระเวนของพวกมันไปหมดแล้ว กลุ่มนี้จึงเป็นกลุ่มสุดท้ายที่อยู่นอกสนามฟุตบอล ทำให้ไม่มีกำลังเสริมของพวกมันเข้ามา

            แต่เรื่องนั้นก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น

            ทางเลือกของพวกมันน่าจะมีอยู่สองทาง

            หนึ่งคือส่งหน่วยลาดตระเวนที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมออกมากลุ่มหรือสองกลุ่มเพื่อตามหาพรรคพวกที่หายไป หรือไม่ก็ยกกำลังทั้งหมดเดินทัพเข้าล้างบางแลกตายกับมนุษย์

            ถ้าเป็นข้อแรกตัวผมในตอนนี้คงจะยังพอทำอะไรได้บ้าง แต่ถ้าเป็นข้อสอง...

            ความเสียหายคงจะมากเกินควบคุมอย่างแน่นอน

            เพราะผมคนเดียวคงจะไม่สามารถรับมือกับกองทัพก๊อปลินที่มีจำนวนกว่า 60 ตัวได้เพียงลำพัง ยังไม่รวมว่าในนั้นอาจจะมีพวกตัวสีน้ำตาลหรือตัวที่เก่งกว่านั้นอีกด้วย

            จะทำอย่างไรดี

            ตอนที่กำลังกลุ้มใจ ตัวซวยหมายเลขหนึ่งก็เดินเข้ามาหาผม

            ฉันมีเรื่องจะขอร้อง” เธอพูดพลางจ้องมองตรงมาที่ใบหน้าของผม

            บอกตามตรงว่าเรื่องนี้เป็นประสบการณ์ที่ผมไม่ค่อยได้เจอเท่าไรนัก เพราะนอกจากคนที่สนิทด้วยแล้ว ก็ไม่ค่อยมีใครหรอกที่จะมามองหน้าผมตรง ๆ แบบนี้

            ได้โปรดช่วยพวกเราด้วย” เธอว่าพลางโค้งตัวลง “ถ้าพวกเราออกไปอย่างปลอดภัยฉันจะตอบแทนนายอย่างเต็มที่แน่นอน”

            ตอบแทนอย่างเต็มที่เหรอ?

            จะว่าไป ตระกูลเทวาพิสุทธิ์นี่เป็นตระกูลสุดยอดเจ้าสัวนี่นา ถ้าจำไม่ผิด รู้สึกว่าจะมีเหมืองแร่หลายแห่ง, เป็นเจ้าของเครือข่ายอุตสาหกรรมหนักอันดับหนึ่ง รวมไปถึงห้างร้านเยอะแยะ แล้วรู้สึกว่าตระกูลนั่นจะมีลูกสาวเพียงคนเดียว

            การช่วยลูกสาวคนเดียวของตระกูลเจ้าสัวเอาไว้ได้ มันคงไม่ต่างกับการถูกหวยอย่างแน่นอน แล้วถ้าเกิดว่าเหตุการณ์เป็นใจมีหวังอาจจะได้นั่งกินนอนกินไปทั้งชีวิตเลยด้วย

            ..........แต่ขอปฏิเสธ

            เรื่องอะไรผมจะต้องไปทำเรื่องยุ่งยากพรรค์นั้นด้วยล่ะ

            แค่พาราชินีไปไว้ในที่ปลอดภัยแล้วหาวิธีฆ่าราชาของฝ่ายก็พอแล้วนี่นา.....

            ไม่สิ เดี๋ยวก่อนนะ แล้วที่ปลอดภัยในตอนนี้คือที่ไหนล่ะ ประตูหน้า? ประตูหลัง? ที่ซ่อนอื่น?

            ไม่มีเลยนี่นา ที่ที่เรียกว่าที่ปลอดภัยน่ะ ถ้าอย่างนั้นจะวางใจปล่อยเธอไว้ได้อย่างไรล่ะ

            อ๊ะ จริงด้วย

            ถ้าไม่มีที่ปลอดภัย แค่สร้างขึ้นมาก็พอแล้วนี่นา

            เมื่อคิดสะระตะได้แล้วผมก็ยกนาฬิกาขึ้นมาดู

            หกโมงยี่สิบ เหลือเวลาอีกสักพักกว่าพระอาทิตย์จะตกดินสินะ

            เอาล่ะ เอาแบบบนี้แล้วกัน

            ตามมา” ผมว่าพลางเดินนำคนทั้งหกออกมาจากห้องโสต

            เป้าหมายของผมก็คือดาดฟ้าที่เคยใช้สังเกตการณ์ ถ้าเป็นที่นั่นคงจะปลอดภัยในระดับหนึ่ง เพราะอย่างน้อยมันก็ไม่มีทางเข้าออกนอกจากจะต้องปีนขึ้นไปเท่านั้น

            ใช่แล้ว ปีนขึ้นไปบนดาดฟ้าตึกสิบห้าชั้นด้วยตัวเอง แค่คิดก็เสียวนิ้วขึ้นมาแล้วใช่ไหมล่ะ

            ด้วยพลังของผมตอนนี้ การจะแบกคนหรือสองคนปีนขึ้นไปบนดาดฟ้าน่ะเป็นเรื่องง่ายมาก

            แต่ดูเหมือนว่าทั้งหกคนจะไม่ค่อยมีใครยินยอมเท่าไหร่นักผมจึงอาจจะต้องใช้ไม้แข็ง

            อ๊ะ ก่อนอื่นต้องอธิบายก่อนสินะว่าผมจะขึ้นไปดาดฟ้าได้อย่างไร

            ง่ายมากเลย ผมก็แค่เดินเข้าไปในห้องพักครูชั้นสิบ เปิดหน้าต่างออกไป เหยียบลงชะง่อนที่นูนออกมาเล็กน้อยแล้วเกาะตามร่องตึกขึ้นไปบนดาดฟ้าไงล่ะ

            ง่ายเป็นปอกกล้วยเลยใช่ไหม

            ........

            ..........ขอโทษ ผมโกหก

            มันไม่ได้ง่ายหรอก แค่ดูสีหน้าทั้งหกคนตอนนี้ก็รู้แล้ว

            จะฝืนใจแบกไปก็กลัวว่าจะสติแตกแล้วดิ้นจนร่วงลงมาด้วยกันทั้งคู่

            เพราะฉะนั้นผมก็เลยพาทั้งหกคนมายังอีกที่หนึ่งแทน

            มันคือดาดฟ้าของอีกตึกหนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ

            ดาดฟ้านี้เตี้ยกว่าตึกเดิมและมีบันไดขึ้นลง มันจึงมีอันตรายที่ว่าพวกก๊อปลินอาจจะขึ้นมาได้ แต่ผมก็คิดว่ามันน่าจะปลอดภัยกว่าหลายที่

            นอกจากนั้นผมคิดหลักประกันเอาไว้อีกขั้นแล้วด้วย

            ในนี้มีคนที่สู้ได้บ้างไหม?” เมื่อทั้งหกทิ้งตัวลงนั่งพักผ่อนผมก็ถามขึ้นมา

            ทั้งหกคนมองหน้ากันเองไปมา แล้วสุดท้ายก็เป็นตัวซวยเบอร์หนึ่งที่พูดขึ้น

            จะให้เราไปช่วยนายสู้เหรอ?”

            หา ไปช่วยผมสู้? ใครจะไปขอแบบนั้นกัน

            ผมส่ายหน้าตอบไปชี้ไปยังตัวซวยเบอร์สอง “ต้องมีคนปกป้องเธอ”

            ละ แล้วคุณจะทิ้งพวกเราไปงั้นเหรอ” หญิงสาวอีกคนในหมู่สี่สาวตอนแรกว่าขึ้นมาบ้าง เนื่องจากไม่รู้ว่าเธอชื่ออะไรผมจึงมอบฉายาตัวซวยเบอร์สามให้เธอด้วยความเต็มใจ

            ต้องไปฆ่าราชาฝั่งมัน” นั่นคือคำตอบที่ผมตอบออกไป แต่ดูเหมือนว่าในหกจะมีคนที่ยอมรับไม่ได้อยู่ด้วย

            แต่ว่าถ้าอลิสาตายพวกเราทุกคนจะตายไปด้วยนะ! ” หญิงสาวที่เหลือคนสุดท้ายหรือก็คือตัวซวยเบอร์สี่พูดขึ้นมาบ้าง

            หรือเธอจะออกไปจัดการให้” ผมส่งสายตาเย็น ๆ จ้องมองไปยังเธอ ซึ่งเจ้าตัวก็ผงะไปทันที

            หึ ผมล่ะเกลียดพวกเง่างี่แบบนี้ที่สุด

            ไม่คิดจะทำอะไร งอมืองอเท้ารอให้คนอื่นมาช่วยไม่พอยังทำตัวเกะกะขี้ขลาดเห็นแก่ตัว

            บ้าเอ้ย พูดแล้วขึ้น

            เข้าใจแล้ว ฉันทำเอง” หลังจากที่มองหน้ากันไปมาอยู่ครู่หนึ่งตัวซวยเบอร์หนึ่งก็เสนอตัวขึ้นมา

            ผมเพ่งมองเธอพักหนึ่งและมองไปยังชายหนุ่มคนเดียวในกลุ่มที่พยายามหลบสายตาผม

            นายล่ะ?” พอผมพูดขึ้น

            ไอ้หนุ่มคนนั้นก็ทำหน้าเสียไม่ยอมสบตา จนบรรยากาศหนักขึ้นเรื่อย ๆ

            เอาเถอะ ถ้าไม่อยากทำผมก็ไม่บังคับล่ะนะ

            ผมเรียกอุปกรณ์ต่าง ๆ ออกมาจากแหวนเงินนักสะสมเอามาให้เธอสวมใส่ ถึงแม้เจ้าตัวจะขยะแขยงกับกลิ่นเหม็นแต่สุดท้ายก็ยอมใส่มันเข้าไป ผมเองก็เอาเกราะไม้ที่เหลืออีกอันมาใส่และเรียกเอาดาบเหล็กกล้าที่ได้มาเมื่อครู่มาทดสอบดู

            เมื่อลองเรียกมันออกมาดูแล้ว ก็ปรากฏว่าผมสามารถยกมันได้สบาย ๆ อารมณ์ประมาณว่ากำลังแกว่งด้ามไม้กวาดเลยทีเดียว

            พอคนรอบข้างเห็นผมยกดาบเหล็กขนาดใหญ่ง่าย ๆ ก็พากันส่งเสียงหวาดเสียวถอยกรูดออกไป

            หลังจากนั้นผมก็ให้เธอเลือกว่าจะใช้มีดหรือดาบ หลังจากตัดสินใจอยู่สักพักตัวซวยเบอร์หนึ่งก็เลือกดาบไปใช้งาน ถึงแม้จะดูพึ่งพาไม่ได้นักแต่มันก็คงทำให้เธอสบายใจขึ้นได้ระดับหนึ่ง

            บอกตามตรงว่าผมไม่คิดจะให้เธอต่อสู้ตัวต่อตัวกับมันแล้วเอาชนะมาให้ได้อะไรหรอก ผมเพียงแค่อยากจะให้พวกเธอรู้สึกว่ามีหลักประกันสำหรับตัวเองเท่านั้น

            เพราะไม่ว่าอย่างไรผมก็กะจะทำลายทางเข้าของชั้นดาดฟ้านี้อยู่แล้ว

            แต่เพื่อความไม่ประมาทผมจึงให้ดาบสำรองเธอไปอีกเล่มพร้อมกับสมุนไพรระดับต่ำอีกสามอัน

            อย่าหาว่าผมงกเลย

            สภาพราวกับเศษผ้าขี้ริ้วถูกขยี้ของผมเนี่ย ต้องการยารักษามากกว่าพวกเธออีก

            ผมเรียกหน้าต่างสถานะขึ้นมาตรวจสอบพลังชีวิตและพลังกายที่เหลืออยู่ก็พบว่ามันยังไม่เต็มเรียบร้อยดี ผมจึงเก็บดาบเหล็กกล้าเข้าไปในแหวนและทิ้งตัวลงนั่งบ้าง

            ระหว่างนี้ผมก็พยายามทบทวนถึงความสามารถของสถานะต่าง ๆ

            พละกำลัง อันนี้น่าจะตรงตัว คิดว่าค่าสถานะนี้จะทำให้กล้ามเนื้อแข็งแกร่งขึ้น มีพละกำลังมากขึ้นทั้งกำลังแขนและกำลังขา

            ความว่องไว ตอนแรกผมคิดว่าสถานะนี้จะทำให้เคลื่อนไหวได้รวดเร็ว แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ การเคลื่อนไหวร่างกายนั้นมันอยู่ในหมวดพละกำลังแล้วความว่องไวคืออะไรกันล่ะ? โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่ามันคือปฏิกิริยาตอบสนองจากสมองไปยังกล้ามเนื้อ รวมไปถึงการรับรู้ต่าง ๆ

            ความทนทาน อันนี้คิดว่าเป็นความคงทนของร่างกาย ความอึดของกล้ามเนื้อ ถ้าลองคำนวณดูดี ๆ จะพบว่าพลังชีวิตจะเท่ากับความทนทานคูณด้วยหนึ่งร้อย และพลังกายจะมีค่าเท่ากับค่านี้บวกด้วยพละกำลังคูณด้วยร้อยแล้วหารสอง นอกเหนือจากสองอย่างนี้แล้วผมยังคิดว่าค่านี้มีผลต่อการฟื้นฟูพลังชีวิตและพลังกายอีกด้วย

            ปัญญา คิดแบบตรง ๆ มันก็น่าจะเป็นความฉลาด ทำให้ความคิด ความจำ การจินตนาการ ทรงพลังมากขึ้น นอกจากนั้นจากรายละเอียดของห่วงแขนสลักเพลิงที่บอกเอาไว้ ก็คิดได้ว่าค่านี้น่าจะมีผลกับเวทมนตร์ไม่มากก็น้อย

            จิตใจ จากประสบการณ์การแล้วผมคิดว่ามันหมายถึงสติสัมปชัญญะ ความเข้มแข็งของจิตใจต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ซึ่งค่านี้จะส่งผลต่อปัญญามากที่สุด เพราะเมื่อจิตใจสงบปัญญาจะทำงานได้อย่างเต็มที่

            โชคก็คงจะเป็นดวงล่ะนะ แล้วดวงของผมที่มีอยู่ 6 นี้ก็ไม่รู้ว่ามันมากหรือน้อย แต่ถ้าเทียบกับสถานะของสองสาวที่ผมเห็นมันก็เรียกว่าปกติธรรมดาล่ะนะ ที่แปลกคือโชคของซวยเบอร์หนึ่งที่มีค่าโชคสูงถึง 25 ต่างหาก

            หรือว่าบางทีเพราะค่าโชคนี้เลยทำให้เธอได้เกิดมาเป็นลูกสาวคนเดียวของตระกูลมหาเศรษฐีกันนะ?

 

* * * * * * * * * *

 

            หลังจากได้พักครู่หนึ่ง พลังชีวิตและพลังกายของผมก็ฟื้นกลับขึ้นมาจนเกือบเต็ม

            ทั้งหกคนเองก็ดูสงบจิตสงบใจลงได้บ้างแล้ว

            ผมจึงลุกขึ้นยืนเพื่อที่จะเตรียมตัวลงมือขั้นต่อไป

            ขั้นต่อไปคืออะไร?

            แหงอยู่แล้ว เชือดพวกมันให้เกลี้ยงไงล่ะ

            แต่ก่อนอื่นก็ต้องสร้างหลักประกันให้พวกตัวซวยนี่ก่อน

            พอผมลุกขึ้นยืนสายตาทั้งหกคู่ก็จ้องมองมาที่ตัวผม

            ทั้งตกใจ ทั้งสงสัย คาดหวังและหวาดกลัว

            เสร็จแล้วจะมาช่วย” ผมทิ้งท้ายไว้ให้เพียงตัวซวยเบอร์หนึ่งได้ยินแล้วเดินออกประตูลงมา พอลงบันไดลงมาแล้ว ก็เริ่มทำการทดสอบของเล่นชิ้นใหม่

            ในคำอธิบายเขียนว่าสร้างลูกบอลเพลิงยิงใส่เป้าหมาย ผมไม่รู้หรอกนะว่ามันจะยิงไปอีท่าไหน แต่ถ้ามันบอกว่ายิงก็แปลว่าคงจะพุ่งออกไปตรง ๆ ผมจึงเหยียดแขนไปยังบันไดที่เพิ่งจะเดินลงมาและขยับปากว่า “บอลเพลิง”

            ทันใดนั้นร่างกายเหมือนมีบางอย่างถูกสูบออกไป รอยสลักรูปเปลวเพลิงบนกำไลก็เรืองแสง อากาศตรงหน้าฝ่ามือก็ขมวดเป็นก้อนก่อนจะปะทุขึ้นมาเป็นก้อนเปลวเพลิงขนาดเท่าลูกบาสพุ่งออกไปยังบันไดตรงหน้าอย่างรวดเร็ว

            และเสียงกัมปนาทก็ดังขึ้น

            ตูม!!

            บันไดซีเมนต์หนาประมาณหนึ่งฝ่ามือปูทับด้วยหินอ่อนพังทลายลงมาอย่างไม่เหลือชิ้นดี

            แน่นอนว่าผมได้ยินเสียงเปิดประตูออกมาดูจากดาดฟ้า แต่ผมก็ไม่สนใจที่จะไปอธิบายให้พวกนั้นฟัง

            บอกตามตรงว่าผมยังตกใจเลย

            ไม่คิดว่ามันจะรุนแรงขนาดนั้น

            อานุภาพของมันรุนแรงยิ่งกว่าระเบิดมือที่เคยเห็นในภาพยนตร์ บางทีมันอาจจะรุนแรงพอกับระเบิด C4 หนึ่งก้อนเลยก็ว่าได้ ถึงผมจะไม่เคยเห็นของจริงก็เถอะนะ

            ความรู้สึกยินดีก็พวยพุ่งขึ้นมาจนยากจะควบคุม

            เพราะมันจะกลายเป็นอาวุธที่พึ่งพาได้สำหรับผมนั่นเอง

            ผมไม่รอช้ารีบออกมาจากที่นั่นและตรงไปยังสถานที่ที่จะสามารถสังเกตการณ์พวกมันได้ทันที

 

* * * * * * * * * *

 

            เมื่อผมไปถึงจุดสังเกตการณ์ พวกมันก็เริ่มเคลื่อนไหวกันแล้ว กองกำลังที่ตั้งแคมป์รวมกันอยู่ที่สนามฟุตบอลได้แบ่งออกเป็นสามกลุ่มใหญ่ ๆ

            กลุ่มแรกคือกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดประมาณ 30 ตัวแบ่งเวรยามเดินลาดตระเวนรอบ ๆ สนามฟุตบอล

            อีกสองกลุ่มแบ่งออกเป็นกลุ่มละ 20 ตัวและ 10 ตัวกำลังเตรียมตัวที่จะออกไปลาดตระเวนหรือไม่ก็เริ่มที่จะออกจู่โจมมนุษย์

            ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนมันก็เข้าทางผมพอดี

            เมื่อรอพวกมันจนเตรียมตัวเสร็จ ผมก็พุ่งไปดักรอในเส้นทางที่กลุ่มเล็กกำลังจะมุ่งหน้าไป และหลังจากที่ซุ่มรอได้ไม่นานนัก ผมก็เริ่มที่จะเห็นเค้าลางของพวกก๊อปลินที่กำลังตรงเข้ามา

            กลุ่มของพวกมันนำมาด้วยก๊อปลินสีน้ำตาลถือไม้กระบองอันใหญ่สวมใส่เกราะหนัง นอกจากนั้นก็เป็นเพียงก๊อปลินทั่วไป

            ทันทีที่ผมเห็นพวกมัน ไม่สิ เห็นสิ่งนั้น ผมก็รู้สึกขึ้นมาทันทีว่า

            อยากได้......

            อยากได้มาก เกราะหนังอันนั้น มันต้องดีกว่าเกราะไม้จีนแดงนี่อย่างแน่นอน

            และวิธีที่จะได้มันมานั้น ถ้าไม่เดินเข้าไปโอบไหล่ทักทายหอมแก้มมันแล้วขอซื้อมาก็คงจะมีแต่ต้องลอกออกมาจากศพของมัน

            เสียดายที่ผมไม่รู้ภาษาพวกมัน ไม่อย่างนั้นผมคงจะแสดงความมีอารยะด้วยการทูตเสียหน่อย น่าเสียดายจริง ๆ

            เฮ้ อย่ามองอย่างนั้นสิ เชื่อผมเถอะ

            ในระหว่างที่เพ้อเจ้ออยู่ พวกมันก็เข้ามาในระยะที่ผมเล็งเอาไว้

            บอลไฟลูกโตก็พุ่งเข้าใส่ศีรษะของเจ้าตัวน้ำตาลเข้าเต็มที่แล้วระเบิดออกมา ผมรู้อยู่แล้วว่าบอลเพลิงนี้มันรุนแรงมาก แต่ก็ไม่นึกเลยว่าจะรุนแรงขนาดที่ว่าระเบิดเอาศีรษะของเจ้าก๊อปลินสีน้ำตาลเป็นแตงโมได้ในนัดเดียว

            ผมไม่มีเวลาจะมาตกใจหรือดีใจ ในขณะที่พวกมันกำลังสับสนจากการสูญเสียหัวหน้า ผมก็พุ่งลงไปจากต้นไม้พร้อมกับดาบเหล็กกล้า

            เพียงแค่กวาดออกไปทีเดียว ไอ้ตัวเขียวหลายตัวที่อยู่ในระยะก็ขาดออกเป็นสองท่อน

            หลังจากการต่อสู้กับไอ้ตัวน้ำตาลครั้งแรกและได้รับรางวัลมานั้น

            ผมก็รู้สึกว่าผมแข็งแกร่งขึ้นมา

            แต่เพราะการได้ใจนั้น ทำให้ผมลืมสังเกตเรื่องบางอย่างไป

            ในขณะที่ผมกำลังจะเหวี่ยงดาบครั้งที่สองใส่ไอ้ตัวเขียวที่เหลือ เสียงแหวกอากาศก็ดังขึ้น ตามมาด้วยแรงกระชากที่ไหล่พร้อมกับความร้อนที่พวยพุ่งออกมา

            ตัวผมกระเด็นกลิ้งไปกับพื้น

            เมื่อตั้งหลักได้และก้มมองดูที่หัวไหล่ ก็มองเห็นว่ามีอะไรบางอย่างปักติดอยู่

            มันคือลูกธนูเหล็กที่มีเลือดไหลซึมออกมา

            พอมองไปยังต้นทางที่ลูกธนูพุ่งมา ผมก็มองเห็นกองทัพก๊อปลินขนาดย่อมค่อย ๆ ผุดออกมาจากความมืด

            แบบนี้นี่เอง

            ผมถูกล่อออกมาสินะ

            การที่มันจัดทัพอย่างชัดเจนเช่นนั้นก็เพื่อที่จะล่อให้ผมไปซุ่มโจมตีหน่วยที่เล็กกว่า ก่อนจะใช้กำลังพลที่เหลือเข้ามาตลบหลังผมอีกที

            อาจจะเป็นเพราะมันไม่รู้ว่าศัตรูมีกำลังเท่าไร มันจึงต้องใช้กำลังพลทั้งหมดที่มีเข้ามาปิดล้อมพื้นที่เอาไว้

            เวรเอ้ย ซวยแล้วไงล่ะ

            ถึงจะตกใจ ผมก็ไม่โง่พอที่จะอยู่เฉย ซึ่งมันก็นับเป็นความคิดที่ถูกต้อง ทันทีที่ผมดีดตัวออกมาจากพื้น ลูกธนูดอกที่สองก็ปักลงมายังพื้นยางมะตอยจนแตกร้าว ไม่เพียงเท่านั้นไอ้ตัวเขียวหลายสิบก็พร้อมเพรียงกันกรูเข้ามาหาผม

            ผมเหวี่ยงดาบเหล็กในมือไปรอบตัว ถึงจะรู้สึกถึงแรงต้านจากการตัดอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่รู้ว่าฟันถูกอะไรบ้าง

            ผมกำลังร้อนรน ซึ่งมันก็คงไม่แปลกเพราะนี่คือการผิดพลาดครั้งแรก และเป็นการพลาดพลั้งที่อาจจะเกี่ยวพันถึงชีวิต

            ความหวาดกลัวตีขึ้นมาจนแทบจะพรากสติของผมไป แต่ผมก็ไม่ยอมให้มันเป็นเช่นนั้น

            อย่างแรกต้องทำอะไร ทำอะไร สู้ต่อไปหรือหนี?

            ก่อนที่จะได้คิดอะไรเพิ่มก็มีก๊อปลินอีกตัวกระโจนเข้ามาหาผม

            ในขณะที่ผมกำลังจะเหวี่ยงดาบเข้าฟัน ร่างของมันก็กระตุกขึ้นและปรากฏลูกธนูพุ่งทะลุออกมาจากร่างของมันปักเข้าใส่ต้นขาของผม

            บ้าน่า!

            นี่มันทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ!

            สละพรรคพวกของตัวเองเพื่อที่จะจัดการกับศัตรู ก็อยากจะชื่นชมในความเด็ดขาดอยู่หรอกนะ แต่เสียดาย ศัตรูที่ว่าดันเป็นผมเสียนี่สิ

            สถานการณ์ย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ อาการบาดเจ็บสองจุดทำให้การเคลื่อนไหวของผมทื่อลง ไม่เพียงเท่านั้นระบบความคิดของผมยังได้รับผลกระทบจากความลนลานอีกด้วย

            หรือว่า ผมจะต้องตายที่นี่

            ตาย.......

            ..........

            ตอนนั้นมันเหมือนกับภาพที่คิดในหัวมันดับไป

            แล้วท่ามกลางความมืดก็ปรากฏเสียงหัวเราะขึ้น

            หึๆ ...........

            หึๆ หึๆ ๆ ๆ

            ฮะๆ ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ”

            ชอบ ชอบจังเลยความรู้สึกนี้ อา ยอดเยี่ยม

            ครั้งแรกเลยที่รู้สึกแบบนี้ นี่น่ะเหรอการเสี่ยงชีวิต นี่น่ะเหรอการต่อสู้ที่แลกด้วยชีวิต

            ยอดเยี่ยม วิเศษ ไร้คำจะบรรยาย ชอบ ชอบมาก

            ได้เลย เข้ามาเลย เข้ามาได้เลย ถ้าต้องตายวันนี้ก็ขอสนุกให้ถึงที่สุด ขอสนุกสุดเหวี่ยงเลยแล้วกันนะ!

            ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!!! ”

            ผมหัวเราะเสียงดังก้อง อะดรีนาลินสูบฉีดจนแทบไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด สติมันเลือนรางเหลือแต่จิตสังหารเท่านั้น

            ทุกครั้งที่มือขวาวาดดาบออกไป เลือดสีเขียวจะกระเซ็นออกไปทั่ว และเมื่อศัตรูที่ห่างเกินไปก็จะถูกยิงด้วยบอลไฟ

            แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ผมก็หลีกเลี่ยงที่จะได้รับบาดแผลไม่ได้เนื่องจากจำนวนที่แตกต่างกันเกินไป

            มันเป็นการโจมตีที่ไม่สามารถหลบได้

            หลบไม่ได้?

            หลบไม่ได้ใช่ไหม?

            ผมเรียกหน้าจอสถานะขึ้นขณะที่กำลังต่อสู้และสั่งแต้มสะสมทั้งหมดลงไปที่ความว่องไว

            ความรู้สึกเจ็บแปลบวิ่งเข้ามาในศีรษะวูบหนึ่ง แต่ก็เพียงวูบเดียวเท่านั้น

            ตอนนั้นเองที่ก๊อปลินสีน้ำตาลพุ่งเข้ามาหาผมอย่างรวดเร็วพร้อมกับดาบเหล็กกล้าในมือ พร้อม ๆ กันนั้นหางตาของผมก็เห็นลูกธนูเหล็กพุ่งเข้ามาจากด้านข้าง

            มันเหมือนว่าโลกได้เปลี่ยนแปลงไป

            มันเป็นวินาทีที่เงียบสงบ ราวกับว่ามีบางคนกดให้ภาพมันเคลื่อนไหวช้าลง

            ไม่ใช่สิ

            บางทีอาจจะเป็นเพราะการรับรู้ของผมเร็วขึ้น ผมจึงสัมผัสได้ชัดเจนว่ากำลังเอนศีรษะไปด้านหลังเพื่อหลบลูกธนูที่พุ่งเข้ามา พร้อมกับบิดร่างเอนตัวหลบการจู่โจมของก๊อปลินสีน้ำตาลที่เหวี่ยงดาบเข้ามา แล้วใช้แรงเหวี่ยงสะบัดดาบเหล็กกล้าในมือตัดศีรษะของก๊อปลินน้ำตาลที่พุ่งเข้ามาจนขาดกระเด็น

            ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า

            สะใจ สะใจจริง ๆ

            ผมใช้จังหวะที่ร่างใหญ่โตของก๊อปลินสีน้ำตาลทรุดลงพุ่งตัวลอดใต้ร่างของมันเข้าไปหาก๊อปลินสีน้ำตาลอีกตัวด้านหลัง โดยที่ไม่ลืมจะคว้าดาบเหล็กกล้าจากมือของศพที่ผมเคลื่อนผ่านมา

            ตัวผมได้กลายเป็นพายุขนาดย่อมที่บดขยี้ทุกอย่างที่พุ่งผ่าน

            ดาบเหล็กกล้าสองเล่มในมือเหวี่ยงเข้าใส่รอบข้างโดยที่ไม่ต้องหันไปมอง เพียงแค่เห็นด้วยหางตา สมองของผลก็ประมวลผลได้แล้วว่าการเคลื่อนไหวของพวกมันจะเป็นอย่างไร ที่เหลือแค่เหวี่ยงดาบตามไปเท่านั้น

            ยิ่งฟันมากเท่าไร ยิ่งสู้มากเท่าไร ยิ่งบาดเจ็บมากเท่าไร บางอย่างในตัวผมก็เริ่มที่จะเปลี่ยนไป

            ทั้งสภาพร่างกาย ทั้งสภาพจิตใจ

            บางที นี่อาจจะเป็นผลของระดับ หรือว่าอะไรสักอย่างก็เป็นได้

            แต่ผมไม่ใส่ใจหรอก ที่น่าสนใจในตอนนี้มีอย่างเดียวคือความสะใจต่างหาก

            หลังจากที่ก๊อปลินสีน้ำตาลตัวสุดท้ายล้มลง รอบข้างก็หลงเหลือเพียงแค่เสียงครวญครางของไอ้เปี๊ยกสีเขียวที่หายใจรวยรินรอความตายอยู่เท่านั้น

            ผมรู้ดีว่ามันยังไม่จบ เพราะปกติทุกครั้งที่การต่อสู้จบลงผมจะต้องได้ยินเสียงรายงานเข้ามาในหัว ถ้ายังไม่ได้ยินก็ไม่สามารถวางใจได้ ผมจึงพุ่งเข้าไปหลบในทางเดินตึกเพื่อป้องกันการถูกลอบโจมตี

            ผมรู้ดีว่าหลังจากนี้จะต้องมีตัวที่เก่งที่สุดโผล่ออกมาแน่นอน

            เพราะฉะนั้นต้องใช้เวลานี้ให้คุ้มค่า

            ผมกัดฟันเขยื้อนลูกธนูเปิดปากแผลแล้วก็ดึงมันออกก่อนจะพันเอาไว้ด้วยแขนเสื้อนักศึกษาที่ฉีกเป็นผ้าพันแผล เมื่อจัดการกับบาดแผลทั้งสองจุดเรียบร้อยแล้วผมก็ใช้ไอเทมที่เก็บเอาไว้สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน

            น้ำยารักษาบาดแผลชั้นกลางถูกเรียกออกมาจากแหวนเงินนักสะสม

            ผมกระดกมันเข้าไปอย่างไม่รอช้า และหลังจากที่ดื่มเข้าไปพักหนึ่งก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า บาดแผลทั่วร่างเริ่มที่จะดีขึ้น แต่ผมก็ไม่พึ่งพาแต่น้ำยารักษาเท่านั้น สมุนไพรระดับต่ำเองก็ถูกนำมาประคบบาดแผลตามร่างกายเพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการฟื้นฟู

            พอผ่านไปได้ครู่หนึ่งผมก็เปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาเช็กสภาพปัจจุบัน

 

พลังชีวิต 524/1700 พลังเวท 1,596/2,900 พลังกาย 356/2050

 

            นอกจากพลังเวทแล้วทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์แย่แฮะ

            ก็บู๊ล้างผลาญไปขนาดนั้นนี่นะ

            จะบาดเจ็บแล้วเหนื่อยขนาดนี้ก็คงไม่แปลก

            นับว่าเป็นโชคดีของผม โชคดีที่ถึงแม้จะอยู่ในระหว่างพักผ่อนก็ยังไม่วางใจและระวังตัวเอาไว้เสมอ

            เพราะทันทีที่หูของผมได้ยินเสียงแหวกอากาศอีกครั้ง ผมก็ดีดตัวออกมาจากจุดเดิมในทันที

            พร้อมกับที่ลูกธนูเหล็กปักเข้าใส่กำแพงในจุดที่ผมยืนอยู่เมื่อครู่

            เมื่อหันไปมองยังต้นตอ

            ผมก็เห็นเจ้าตัวแสบที่ลอบยิงใส่ผมมาตลอดเสียที

            มันเป็นก๊อปลินสีดำสนิทขนาดและรูปร่างคล้ายกับมนุษย์มากกว่าพรรคพวกของมันมาก ในมือถือหน้าไม้อันหนึ่งบนเอวแขวนดาบเอาไว้ นอกจากนั้นตัวมันยังสวมใส่เกราะและหมวกเหล็กแตกต่างจากก๊อปลินตัวอื่นอย่างเห็นได้ชัด

            ผมรู้ทันทีว่ามันนี่แหละ ที่เป็นราชาของพวกก๊อปลิน

            ไม่เพียงแต่รูปลักษณ์และอุปกรณ์ ใบหน้าของมันยังแสดงสีหน้าว่าเสียดายที่ยิงผมไม่โดน

            เห็นได้ชัดว่ามีอารมณ์และสมองมากกว่าก๊อปลินสีน้ำตาล

            พอผมหยิบดาบขึ้นมา ก็รู้สึกถึงข่าวร้ายเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้

            ด้านหลังของผมเป็นกำแพงตัน รอบข้างของผมเป็นโถงทางเดินที่เต็มไปด้วยเสา

            นั่นหมายความว่าผมจะไม่สามารถเหวี่ยงดาบได้อย่างเต็มที่

            นี่ก็คงจะเป็นสาเหตุที่มันยอมปรากฏตัวขึ้นมา

            เมื่อรู้ว่าไม่มีประโยชน์ ผมก็เรียกดาบทั้งสองเล่มเก็บเข้าไปในแหวนเงินนักสะสมแล้วเรียกดาบขึ้นสนิมกับมีดขึ้นสนิมออกมาแทน

            มันเองก็คล้ายจะรู้ว่าผมคิดจะเข้าต่อสู้ระยะประชิด จึงชักดาบที่เอวออกมาบ้าง

            อา ยอดเยี่ยม

            ได้เลย ถ้าแกพร้อมจะแลกชีวิต ผมก็พร้อมจะสนองให้แกเอง

            ดูเหมือนว่ายิ่งสู้มากเท่าไร นอตในสมองของผมก็หลุดออกไปมากขึ้นเท่านั้น

            แต่ก็ช่างมันเถอะ มาสนุกกันต่อดีกว่า

            ผมพุ่งเข้าไปหามันซึ่งหน้า และมันเองก็เหวี่ยงดาบลงมาเข้าใส่ แน่นอนว่าผมไม่โง่ที่จะรับโดยตรงเพราะคุณภาพของอาวุธมันแตกต่างกันเกินไป แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่คิดจะให้มันโจมตีต่อเนื่องเข้ามาง่าย ๆ จึงใช้ดาบในมือขวาเกี่ยวดาบของมันเอาไว้และหมุนตัวแทงมีดในมือซ้ายเข้าใส่มัน

            ดูเหมือนว่ามันเองก็ร้ายกาจพอสมควร

            มันไม่หลบ ไม่ดีดตัวออก เพียงแค่เอียงศีรษะให้ใบมีดเฉี่ยวไปกับหมวกเหล็กเท่านั้น พร้อมกับตั้งหน้าไม้ในมือขวาของมันมาทางตัวผม

            การเคลื่อนไหวแบบนี้ การรับมือได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้

            หรือว่ามันเองก็มีความว่องไวพอกับผม?

            ไม่มีเวลาคิดไปมากกว่านั้นแล้ว

            ผมรีบเอี้ยวตัวหลบลูกธนูที่พุ่งเข้ามาใส่

            ตัวเลขสีแดงปรากฏจากการที่ลูกธนูเฉี่ยวแขนผมไป ซึ่งผมไม่มีเวลามาใส่ใจ

            บอลเพลิง” ผมส่งสัญญาณยิงลูกไฟออกไป

            พร้อมกับที่กำไลเรืองแสงขึ้น ร่างสีดำของมันก็ฉีกออกไปด้านข้างจนบอลเพลิงของผมระเบิดเข้าใส่กำแพงด้านหลังมันส่งเสียงสั่นสะเทือนรุนแรง

            และเมื่อผมมองตามมันไปก็ต้องตกตะลึง

            ร่างกายสีดำของมันกำลังกลืนไปกับความมืดรอบด้านจนแทบจะมองเห็นด้วยตาเปล่าไม่ได้

            พริบตานั้นเองผมก็รู้ว่าแย่แน่

            ศัตรูสามารถกลืนไปกับสภาพแวดล้อมที่มืดทึบแบบนี้ได้ อีกทั้งมันยังมีอาวุธบินอีกด้วย ถ้าไม่รีบหนีจากที่นี่ผมจะต้องเสียเปรียบอย่างแน่นอน

            ผมเหลือบมองไปยังทางออกที่มีแสงสว่างจาง ๆ ลอดเข้ามา

            ซึ่งผมก็รู้ดีอีกว่ามันคือกับดัก

            ถ้าผมพุ่งไปที่นั่นล่ะก็ คงจะไม่วายถูกยิงจากด้านหลังแน่นอน

            ถ้าอย่างนั้นผมควรจะทำอย่างไร?

            คิดสิคิด

            ......

            คิดไม่ออกแฮะ

            งั้นก็ลุยแบบห้วน ๆ เลยแล้วกัน

            บอลเพลิง” “บอลเพลิง” “บอลเพลิง” “บอลเพลิง” “บอลเพลิง”

            พลังเวททั้งหมดถูกสูบออกจากร่างกายพร้อมกับระเบิดต่อเนื่องห้าครั้งติดต่อกัน ลูกไฟทั้งห้าลูกถูกยิงออกไปรอบข้าง

            หนึ่งคือทางเข้าออก สองคือบันไดที่จะขึ้นไปชั้นบน สามและสี่บีบพื้นที่ที่เหลือให้แคบลงไปอีก

            และห้าทำลายสิ่งกีดขวางที่อยู่ตรงกลาง

            เท่าที่ก็จะเหลือแค่พื้นที่ประมาณเวทีซูโม่เท่านั้น

            แน่นอนว่าระหว่างที่เกิดการระเบิดขึ้น แสงวูบวาบที่ส่องขึ้นทำให้ผมเห็นตัวมันชัดเจน และก็รู้ว่ามันได้เข้ามาติดอยู่ในสังเวียนนี้ด้วยกันกับผม

            ทางฝ่ายผมเริ่มลงมาก่อนด้วยการปามีดในมือเข้าใส่ บังคับให้มันต้องเคลื่อนไหวเข้ากำแพงที่อยู่ด้านข้าง

            พร้อมกันนั้นก็ถีบไปที่หน้าไม้ในมือของมันออกไป ใช้สองมือคว้าแขนของมันที่กำดาบเอาไว้

            กี้ กี้” มันส่งเสียงร้องเจ็บปวดขึ้นมาแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ยอมที่จะปล่อยดาบ มืออีกข้างเมื่อไร้ซึ่งหน้าไม้ก็ถูกใช้เข้ามาบีบคอผมเอาไว้

            ถึงรอบข้างจะกลับมามืดมิดอีกครั้ง แต่สภาพตอนนี้ก็ดีกว่าเดิมที่อย่างน้อยผมก็รู้ว่ามันอยู่ที่ไหน

            แรงบีบที่มือของมันรุนแรงขึ้น จนสายตาผมเริ่มพร่าเลือน ทั้งอกและสมองรู้สึกอึดอัดขึ้นมา

            แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผมหวาดกลัวหรือยอมแพ้

            ผมเรียกแรงฮึดขึ้นมาอีกครั้งทุ่มพลังทั้งหมดลงไปที่สองมือจนได้ยินเสียงดัง กร๊อบ

            เจ้าก๊อปลินสีดำส่งเสียงร้องก้องเข้ามาข้างหู แรงบีบที่คอของผมก็ลดลง ทำให้ผมรีบปล่อยมือออกมาคว้าแขนมันที่ล็อกคอผมไว้

            เกร็งแรงจากทั่วร่างทุ่มตัวมันข้ามหลังลงไปกระแทกกับพื้น แล้วก็รีบฉวยโอกาสขึ้นไปคร่อมโดยใช้มือซ้ายบีบคอมัน กดให้ศีรษะมันติดกับพื้น ส่วนมือขวาก็ง้างขึ้นจนสุด ก่อนจะ....

            เหวี่ยงเข้าที่ใบหน้าของมันสุดแรง

            มันเองก็ใช้แรงทั้งหมดที่มีดิ้น พยายามที่จะสะบัดผมให้หลุด แต่ว่าผมใช้เข่าข้างหนึ่งกดหน้าอกของมันเอาไว้ ยืดขาอีกข้างหนึ่งจนสุดยันกับพื้นเพื่อสร้างสมดุล ทุ่มน้ำหนักทั้งหมดไปยังมือซ้ายเพื่อกดคอมันให้ติดกับพื้นเอาไว้ แล้วใช้มือขวากระหน่ำชกลงไปแบบไม่หยุดพัก

            เนื่องจากในนั้นมันมืดสนิทจนมองไม่เห็น ผมไม่รู้ว่าชกถูกอะไรไปบ้าง ใบหน้าของมัน กระดูกของมัน หรือว่าพื้นด้านล่างกันแน่

            ความเจ็บปวดที่มือร้อนผ่าวขึ้นมาราวกับถูกสาดด้วยน้ำร้อน จนกระทั่งเย็นและกลายเป็นชาด้าน

            แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังไม่หยุด ยังหยุดไม่ได้ จนกว่าสิ่งที่รอคอยจะมาถึง

            จนกระทั่ง

            ในที่สุด

 

/ขอแสดงความยินดีคุณได้เลื่อนเป็นระดับ 22/

//คุณได้แต้มสถานะ 2 แต้ม//คุณมีแต้มสะสม 2 แต้ม//

/อาชีพผู้กล้าฝึกหัดเลื่อนเป็นระดับ 12/

//คุณได้รับแต้มทักษะ 2 แต้ม//คุณมีแต้มทักษะสะสม 12 แต้ม//

/ขอแสดงความยินดีคุณได้สำเร็จภารกิจระดับทอง สังหารหัวหน้าสัตว์อสูรเป็นคนแรก/

//คุณได้รับค่าประสบการณ์//

/ขอแสดงความยินดีคุณได้สำเร็จภารกิจระดับทอง สังหารหัวหน้าสัตว์อสูรเป็นตัวแรก/

//คุณได้รับค่าประสบการณ์//

/ขอแสดงความยินดีคุณได้สำเร็จภารกิจระดับทอง สังหารสัตว์อสูรครบหนึ่งร้อยตัวเป็นคนแรก/

//คุณได้รับค่าประสบการณ์//

/ขอแสดงความยินดีคุณได้เลื่อนเป็นระดับ 25/

//คุณได้แต้มสถานะ 3 แต้ม//คุณมีแต้มสะสม 5 แต้ม//

/อาชีพผู้กล้าฝึกหัดเลื่อนเป็นระดับ 15/

//คุณได้รับแต้มทักษะ 3 แต้ม//คุณมีแต้มทักษะสะสม 15 แต้ม//

//คุณได้รับสร้อยคอเทวา//

//คุณได้รับตั๋วทักษะดวงตาผู้รอบรู้//

//คุณได้รับปลอกแขนจอมพลัง//

//คุณได้รับตั๋วทักษะพรางกาย//

//คุณได้รับเกราะเหล็กเบา//

//คุณได้รับคุณได้รับดาบเหล็ก//

//คุณได้รับหมวกเหล็ก//

//คุณได้รับอาชีพจอมมารฝึกหัด//

//คุณได้รับแต้มทักษะ 1 แต้ม//คุณมีแต้มทักษะสะสม 16 แต้ม//

//คุณได้รับฉายาผู้ทำลายล้าง//

//คุณได้รับฉายานักรบผู้โดดเดี่ยว//

/ขอแสดงความยินดีคุณได้สำเร็จภารกิจระดับทอง ชนะสงคราม/

//คุณได้รับเศษเสี้ยวของมิติ//

/มีสิ่งของที่คุณเป็นเจ้าของอยู่ในระยะทำการ/

/แหวนเงินนักสะสมทำการรวบรวมสิ่งของของคุณ/

/สิ่งของของคุณถูกเก็บรวบรวมเข้ามาในแหวนเรียบร้อย/

 

            เมื่อเสียงอันยาวเหยียดเงียบลง ความคิดของผมก็ว่างเปล่า

            ถึงแม้จะรู้ว่าถ้าทิ้งตัวลงแบบนี้โดยที่ไม่จัดการบาดแผลให้เรียบร้อย ผมอาจจะต้องตายตามเจ้าหัวมะเขือเทศใต้ตัวผมไป

            แต่ผมไม่มีแรงอีกแล้ว ไม่อยากคิด ไม่อยากขยับ

            และในที่สุด สติของผมก็ดับลง

            พร้อมความยินดีที่พวยพุ่งขึ้นมาจากส่วนลึกของจิตใจ

            เพราะว่าผม.....

            “.... ชนะแล้ว”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 565 ครั้ง

859 ความคิดเห็น

  1. #717 HWBEBE (@HWBEBE) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 15:31
    บ้าเอ้ย นิสัยพระเอกมันแบบเดียวกันกับผม5555
    #717
    0
  2. #597 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 21:55
    จบละะะจ
    #597
    0
  3. #596 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 21:55
    จบละะะ
    #596
    0
  4. #564 iN3310K & Zealand (@iN3310K) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 03:38
    เฮ้อ~ ในที่สุดก็ใช้แต้มบ้างซักที นึกว่าจะเก็บเอาไว้โถมที่ซะอีก
    #564
    1
    • #564-1 preawa_kamla0955 (@preawa_kamla0955) (จากตอนที่ 3)
      1 เมษายน 2562 / 21:30

      555ปกติแต้มจะเก็บสะสมเอาไว้มากๆ แล้วจะอัพตอนที่ตกอยู่ในสถานการจำเป็นหรือคับขัน คนที่เล่นเกมส์จะรู้กันดี
      ดังนั้นการกระทำของพระเอกจึงมีเหตุผล
      #564-1
  5. #487 O0O0O (@O0O0O) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 03:33
    ความรู้สึกเหมือนอ่านนิยายวิทยาศาสตร์อ่ะอธิบายซะละเอียดยิบเลยน้ำล้วนๆ
    #487
    0
  6. #387 คนผ่านมา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 14:36
    ทำลายทรัพย์สินส่วนรวมนี้หว่า ระเบิดเรียบเลย
    #387
    0
  7. #324 jumpnut (@jumpnut) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 11:02
    สนุกมาก
    #324
    0
  8. #283 pag1 (@pag1) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 13:07
    ไรท์แต่งได้สวดยอดมั่กๆ
    #283
    0
  9. #208 อ้นเองคร้าบบ (@aon6025) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 11:06
    สนุกมากครับ
    #208
    0
  10. #172 ปลาน้อยลอยน้ำ (@nicener) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 00:01
    สนุกดีจ้าา ไปหลบมุมไหนมาเรื่องนี้
    #172
    0
  11. #155 GearMore (@GearMore) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2559 / 11:25
    เยี่ยมครับ
    #155
    0
  12. #123 negiharem (@negiharem) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 00:16
    ยอดเยี่ยมครับ 
    #123
    0
  13. #81 ลิงน้อย"ย (@0823965198) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2559 / 09:44
    ต้องเติมบัตรเข้าไปอีก5555
    #81
    0
  14. #64 gooaim (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2559 / 12:59
    สนุกอยู่นะ จะคอยติดตาม(จากนักอ่านเงา)
    #64
    0
  15. #55 JokerVampire (@jocker797) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 16:04
    เป็นมันทั้งผู้กล้าฝึกหัดกับจอมมารฝึกหัดเลยไม่เผื่อแผ่ใครเลยเหมาเรียบ
    สนุกมากครับรออ่านต่อไป
    #55
    0