ตอนที่ 21 : First Wave - 21 - ดิ้นรน บทปลาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5639
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 490 ครั้ง
    10 มี.ค. 62

พลังชีวิต 1987/2460 พลังเวท 1221/4081 พลังกาย 870/2980

 

            หลังจากเรียกหน้าจอสถานะขึ้นมาผมก็เก็บดาบในมือลงและพุ่งเข้าไปหาฝูงก๊อปลินเพื่อทดลองทำสิ่งที่คิดเอาไว้

            นั่นก็คือการแย็บเบา ๆ เข้าที่ศีรษะของมัน

            ทันทีที่หมัดของผมสัมผัสเข้ากับหน้าผากมัน กำปั้นที่กระทบก็รู้สึกได้ถึงการแตกหักของกระโหลกของมัน ก่อนจะยุบลงไปเป็นรอยหมัด ผมไม่ได้อยู่นิ่งชมเชยผลงานต่อไปรีบบิดเอวซัดซ้ายตรงเข้าใส่อีกตัวที่พุ่งเข้ามา แน่นอนว่าไม่ได้ใส่สุดแรงเพราะผมจินตนาการได้เลยว่าถ้าผมชกไปสุดแรงกำปั้นของผมจะต้องทะลุตัวมันออกไปอย่างแน่นอนซึ่งนั่นจะเป็นการเสียแรงโดยเปล่าประโยชน์

            แต่ถึงอย่างนั้นกำปั้นที่ออมแรงเอาไว้หลายส่วนของผมก็ทำหน้าที่ได้เกินยิ่งกว่าที่คาดเอาไว้เสียอีก

            กำปั้นของผมสัมผัสเข้ากันศีรษะของอีกตัวหนึ่งแล้วก็ทะลุผ่านออกไป โดยฉีกศีรษะของมันออกจากลำตัวอย่างง่ายดาย

            ผมตระหนักถึงพลังโจมตีอันน่ากลัวของตนเองขึ้นมาอีกครั้ง แต่ในเวลานี้พละกำลังอันมหาศาลนั้นถือเป็นข้อได้เปรียบอันยอดเยี่ยมของตัวผม

            ถ้าแม้แต่หมัดแย็บยังสามารถสังหารพวกมันได้ล่ะก็....

            ผมกระโจนเข้าไปในฝูงก๊อปลินอีกครั้งพร้อมกับเริ่มทดสอบอะไรหลายๆ อย่างโดยเริ่มลดระดับแรงตนเองไปเรื่อย ๆ เพื่อลดการใช้งานของพลังกาย

            เริ่มจากฝ่ามือ สาเหตุที่ใช้ฝ่ามือก็เพื่อกระจายแรงกระแทกในกรณะที่ไม่สามารถจู่โจมศีรษะได้ ซึ่งผลก็ออกมายอดเยี่ยม จากแรงกระแทกที่ตีเข้าใส่ท้องของก๊อปลินครามตัวหนึ่ง มันทำเอาเครื่องในของมันพร้อมกับกระดูกสันหลังกระเด็นออกไปอีกด้านทันที

            ต่อจากฝ่ามือก็ทดสอบการใช้นิ้วแทนมีด ส่วนผลการทดสอบนั้นก็คือ

            ขยะแขยงโคตร ๆ

            มันแหยงเหมือนเอากิ่งไม้ไปแยง....เลย

            ให้ตายเถอะ

            เพราะฉะนั้นผมจึงจำกัดการโจมตีอยู่สองประเภท ซึ่งก็คือหมัดและฝ่ามือ

            ตอนนั้นเองก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าผมยังเหลือขาอยู่นี่นา

            ว่าแล้วผมก็ลองฟาดขวาเตะใส่ก๊อปลินที่อยู่ข้างๆ

            ....จะว่าอย่างไรดีล่ะ  รู้สึกเหมือนกับเตะวุ้นก้อนโต ๆ ไม่มีผิด มันนุ่มมันไม่มีแรงด้าน จะรู้สึกก็เพียงสัมผัสหยุ่น ๆ นิดหน่อยเท่านั้น แต่ไอ้สัมผัสที่ว่านั้นน่ะ คือการที่ก๊อปลินสองตัวในระยะขาของผมกระจุยเป็นสองท่อนในทันที

            น่ากลัว น่ากลัวเกินไปแล้ว

            แต่ก็เพราะอย่างนั้นผมถึงสามารถต่อสู้ได้อย่างประหยัดพลังงานที่สุด

            คำนวณการเคลื่อนไหวจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่งและสังหารทุกอย่างในระยะแขนขา

            การใช้เพียงแค่ร่างกายของตนเองนั้นสามารถประหยัดพลังงานไปได้มากเลย ยิ่งตอนนี้ผมยังเรียกเกราะเข้ามาเก็บในแหวนเงินนักสะสมแล้วด้วย มันก็ยิ่งทำให้ร่างกายของผมแบกรับภาระน้อยลงไปอีก ถึงมันจะเสี่ยงกว่าเดิม แต่ก็สามารถประหยัดพลังกายได้มากยิ่งขึ้น

            เพียงแค่ครู่เดียวก๊อปลินกว่าร้อยตัวก็หลงเหลือเพียงแค่ยี่สิบกว่าตัวเท่านั้น

            ผมรีบเรียกหน้าต่างสถานะขึ้นมาดูอีกครั้งเพื่อตรวจสอบพลังกายที่เหลืออยู่

 

พลังชีวิต 1787/2460 พลังเวท 1301/4081 พลังกาย 240/2980

 

            พลังชีวิตกับพลังเวทฟื้นฟูขึ้นมาเล็กน้อยแต่พลังกายเข้าใกล้จุดย่ำแย่แล้ว

            ในขณะที่ผมจะเข้าไปปลิดชีพพวกมันที่เหลือ ในที่สุดไอ้ตัวที่อยู่ด้านล่างก็ขึ้นมาด้านบนได้สำเร็จ และดูเหมือนว่าพวกที่อยู่ข้างล่างจะไม่มีตัวใดเหลือรอดนอกจากราชาของพวกมันที่พยายามจะปีนป่ายขึ้นมาด้านบน

            “บอลเพลิง”

            ผมยิงลูกไฟก้อนโตเข้าใส่ฝูงลูกน้องของมันและพุ่งเข้าไปหาเจ้าตัวราชา

            เพื่อที่จะสังหารมันให้ได้อย่างแน่นอน ผมจึงเรียกดาบออกมาจากแหวนเงินนักสะสมเหวี่ยงเข้าใส่คอของมัน ซึ่งคออ้วน ๆ สีน้ำเงินของมันก็ขาดสะบั้นศีรษะหมุนเคว้งขึ้นกลางอากาศตามแรงตัดทันที

            ผมชนะแล้ว!

            วินาทีที่คิดขึ้นมาเช่นนั้น ผมก็รู้ตัวว่าผมได้ติดกับมันแล้ว

            ร่างไร้ศีรษะของพ่อมดก๊อปลินครามนั้นชักกระตุกครั้งหนึ่ง ก่อนจะระเบิดออกมา

            ใช่แล้ว ระเบิดออกมาเป็นหมอกพิษที่ผมเคยเห็นด้านล่างนั่น

            มันหมายความว่าอย่างไร!?

            ในวินาทีแรกนั้นผมยังไม่เข้าใจ แต่พอผมมองเห็นใบหน้าของก๊อปลินตัวหนึ่งที่แสยะยิ้มอยู่ด้านล่าง ผมก็เข้าใจทุกอย่างในทันที

            พ่อมดก๊อปลินตัวนี้มันใช้ทักษะสิงสู่กับพรรคพวกของมัน แล้วจากนั้นก็ใช้ทักษะหมอกพิษกับร่างเดิมให้กลายเป็นร่างเนื้ออันบ้าคลั่งเพื่อล่อให้ผมเข้าไปติดกับ

            และถ้าหากผมถูกหมอกพิษนี้ก็จะทำให้ตัวผมไร้ซึ่งสติและจะง่ายต่อการยึดครองมากยิ่งขึ้น

            ถ้าอย่างนั้น ก็มีแต่ต้องฆ่ามันก่อนที่มันจะเข้าสิงผมได้ หรือไม่ก็....

            “บอลเพลิง” “บอลเพลิง” “บอลเพลิง” “บอลเพลิง” “บอลเพลิง”

            ผมใช้พลังเวทเท่าที่เหลือสาดบอลเพลิงเข้าใส่ทุกอย่างที่มองเห็นหยิบยาแกพิษที่เตรียมเอาไว้เทใส่ปาก

            แต่ก่อนที่ยาแก้พิษจะได้ไหลลงไปในลำคอ อะไรบางอย่างก็เข้ามาจู่โจมผม

            พริบตาที่ผมรู้สึกตัว ดาบในมือก็แกว่งออกไปเพื่อสกัดมันเอาไว้ทันที

            แต่ว่ามันไร้ประโยชน์

            สิ่งที่เข้ามาจู่โจมไม่สามารถหยุดเอาไว้ได้ด้วยดาบ และบางทีการจู่โจมทั้งหมดที่ผมมีในเวลานี้อาจจะไม่สามารถหยุดมันได้เลย

            สิ่งที่จู่โจมเข้าใส่ผม คือสิ่งที่เต็มไปด้วยจิตสังหารและความมุ่งร้าย

            มันไม่ใช่ร่างเนื้อ

            ผมคิดว่านี่คงจะเป็นทักษะสิงสู่ของมัน ที่ใช้งานก่อนที่มันจะตายไป

            และแน่นอนว่าเป้าหมายของทักษะก็คือตัวผม

            ไม่เพียงแค่เงาดำเท่านั้นที่เข้ามาจู่โจมตัวผม หมอกพิษที่ผมสูดไปเมื่อครู่เองก็เริ่มที่จะแสดงตัวตนของมันขึ้นมาแล้ว ผมรู้สึกเลยว่าที่จมูกมันร้อนผ่านเหมือนสูดเอาเปลวเพลิงเข้าไป ร้อนไปจนถึงปอด ที่ใบหน้าเกร็งขึ้นมาจนรู้สึกได้เลยว่ามีเส้นเลือดผุดขึ้นผมรีบตั้งสติเพื่อกลืนยาแก้พิษในปากลงไป

            แต่ก่อนที่จะได้กลืนยาแก้พิษ

            มือซ้ายของผมก็ยกขึ้นมาบีบคอตัวเองเอาไว้

            ไอ้ควันสีดำทะมึนนั่นเอง ตอนนี้เงาสีดำนั่นเข้ามาเกาะติดที่หลังผมแล้วใช้สองมือของมันบังคับแขนซ้ายของผมขึ้นมาบีบคอตัวผมเอง

            แรงบีบและความร้อนที่พวยพุ่งขึ้นมาทำเอาน้ำยาในปากของผมเริ่มที่จะสำลักออกมาทางจมูก แต่ผมก็ยังพยายามกลั้นมันเอาไว้

            จะทำอย่างไรดี!?

            ตัวผมในตอนนี้ทำอะไรได้บ้าง คิดสิ คิดสิ!!

            ทักษะสิงสู่ เงา ควบคุมร่างกาย จิตใจ!

            ใช่แล้ว ทักษะความหวังของเพื่อนมนุษย์จะช่วยป้องกันสถานะผิดปกติทางจิตใจโดยสมบูรณ์และเพิ่มค่าสถานะจิตใจอีก 30 แต้ม

            แต่ว่าจะทำอย่างไรล่ะ!?

            ตอนนี้ไม่มีมนุษย์คนอื่นอยู่ในอันตรายเลย ทางนี้จะวิ่งไปหาหรือจะให้ทางนั้นวิ่งมาดี?

            ไม่ว่าอย่างไหนก็ไม่มีทีท่าว่าจะทันเลย ความทรมานในตอนนี้ถ้าสมาธิหลุดไปแม้แต่แวบเดียวจะต้องเสียร่างให้กับมันอย่างแน่นอน ถ้าอย่างนั้นจะทำอย่างไร

            วินาทีนั้นเอง วินาทีที่ตัวผมกำลังจะแพ้

            เคยได้ยินคำบอกเล่าว่ายามที่มนุษย์จะตายสมองจะเรียกความทรงจำที่เราโหยหามาที่สุดขึ้นมา

            ภาพในวัยเด็ก ภาพของพ่อแม่ ภาพที่เสียพวกเขาไป ภาพวันคืนที่โดดเดี่ยว และปลายทางของภาพเหล่านั้นก็คือหญิงสาวคนหนึ่ง

            ที่เหมือนกับแสงสว่าง

            ถึงจะเพิ่งเคยเจอแค่ครั้งเดียวผมก็บอกได้เต็มปากเลยว่าผมตกหลุมรักเธอเข้าเต็มเปา จะบอกว่ามันเป็นรักแรกพบเลยก็ว่าได้

            พริบตาแรกที่ถูกปลุกขึ้นมาด้วยคำขู่นั้นในสมองยังเบลออยู่เล็กน้อยจนจับภาพอะไรมากไม่ได้ แต่พอได้เห็นตัวเธอก็เหมือนกับมีไฟฟ้าช็อตไปทั่วร่าง

            ความรู้สึกประหม่าพุ่งขึ้นสูงจนสมองโอเวอร์ฮีททำให้ท่าทีและคำพูดดูนิ่งไปหมด

            ขอสารภาพตามตรงเลยว่าตอนที่เธออธิบายเรื่องต่าง ๆ ให้ผมฟังน่ะ ผมแทบจะไม่ได้ใส่ใจเลย

            เพราะว่าตัวผมเอาแต่มองดูเส้นผม โครงหน้า ดวงตา คิ้ว จมูก ริมฝีปาก ลำคอ หัวไหล่ ผิวที่ขาวเนียนของเธอ จนแทบไม่มีสติไปจดจำอย่างอื่นเลย

            สาเหตุที่ผมหลงรักเธอในแรกพบนั้นไม่ใช่เพราะว่าเธอสวย....

            โอเค ความสวยก็มีส่วน....มากเหมือนกัน

            แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือความเหงาในดวงตาของเธอ

            มันเป็นความเหงาที่ผมเคยเห็นอยู่ทุกวันใน

            ทุกครั้งที่ผมส่องกระจกผมจะได้เห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความเหงาและความเดียวดาย เพราะไม่อยากจะเห็นความเหงาที่อยู่ในดวงตานั้นผมจึงไว้ผมปรกหน้าปิดดวงตาเอาไว้

            ผมหนีมัน หนีความโดดเดี่ยว เอาเวลาทั้งหมดทำร้ายร่างกายตนเองด้วยการออกกำลังกายเพื่อให้ลืมความโดดเดี่ยว เคลื่อนไหวร่างกายให้เหนื่อยเพื่อจะได้ไม่ต้องคิดอะไร

            แต่ว่าเธอได้อ่อนแอเหมือนผม

            ในดวงตาของผมนั้นมีแต่ความอ่อนแอและเดียวดาย

            แต่ในดวงตาของเธอมันมีประกายของความเด็ดเดี่ยวและเข้มแข็ง

            เข้มแข็งจนผมหลงใหลอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

            และเมื่อภาพของเธอเวียนมาถึง น้ำเสียงอันไพเราะก็สะท้อนเข้ามาในหูของผมเช่นเดียวกัน

            “สิ่งนี้จะทำให้ผู้ครอบครองหลบหนีหรือแทรกเข้าไปในมิติที่ซ้อนทับกันได้ ไม่เพียงเท่านั้น มันยังสามารถใช้แทนประตูมิติได้อีกด้วยค่ะ ที่ดิฉันยกขึ้นมาพูดเพราะคุณเพิ่งจะได้รับมันไปหลังจากที่เอาชนะเผ่าพันธุ์ก๊อปลินไปได้ และเกรงว่าคุณจะไม่รู้ถึงคุณค่าของมันจึงหยิบขึ้นมาอธิบายให้ฟังก่อน”

            วินาทีนั้นเองผมก็รู้สึกเหมือนกับถูกสาดด้วยน้ำเย็น

            ในหัวสมองที่เคยตื้อตันเพราะความเจ็บปวดโล่งขึ้นมาในพริบตา

            “เศษเสี้ยวของมิติ” ผมกัดฟันเฮือกสุดท้ายเรียกอุปกรณ์ที่จะช่วยชีวิตผมได้ออกมาในมือขวา กำมันเอาไว้แน่นและนึกถึงคนที่จะช่วยผมได้ในเวลานี้

            ‘น้ำ สา มาสเตอร์!!’

            วินาทีผมตั้งสมาธิถึงพวกเขา คริสทัลใสในมือขวาก็สั่นสะท้านส่องประกายสว่างจ้าจนมองไม่เห็นอะไรนอกจากสีขาว ในหูเหมือนกับมีลมวูบใหญ่พัดผ่านไป ทิวทัศน์เบื้องหน้าก็พลันเปลี่ยนแปลง

            จากทิวทัศน์สีเทาของปูนเปลือยของลานจอดรถมาเป็นห้องที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ทันสมัยและหน้าจอจากกล้องวงจรปิดมากมาย

            ในหูของผมได้ยินเสียงเอะอะโวยวายของน้ำและสา

            แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการได้ยิน

            เพราะฉะนั้นผมจึงเลิกที่จะต่อต้านเงาดำด้านหลังและปล่อยให้มันเริ่มควบคุมร่างกายของผม

            ทันทีที่ผมผ่อนแรงออก ร่างกายของผมก็รู้สึกเหมือนกับถูกอะไรบางอย่างเสียดแทงเข้ามาอย่างรุนแรงจากแขนซ้ายเข้ามายังหน้าอกขึ้นมาที่ศีรษะก่อนจะไล่ไปทั่วร่างกาย

            ก่อนที่จะไล่ไปจนทั่วร่างกายนั่นเอง

            ผมก็ได้ยินเสียงที่ผมรอคอย

 

/ฉายาความหวังของเพื่อนมนุษย์เริ่มแสดงผล/

 

            แล้วผมก็ปล่อยให้สติของผมหลุดลอยไปได้อย่างสบายใจ

            โดยที่ได้ยินเสียงมากมายก้องเบา ๆ อยู่ในหู

            ทั้งเสียงร้องไห้ของหญิงสาวที่มักจะทำเป็นเก่ง เสียงสะอื้นของหญิงสาวแสนฉลาดที่ยิ้มได้น่ากลัวมาก

            และสุดท้ายก็คือ

 

/ขอแสดงความยินดีคุณได้เลื่อนเป็นระดับ 30/

//คุณได้แต้มสถานะ 5 แต้ม//คุณมีแต้มสะสม 10 แต้ม//

/อาชีพผู้กล้าฝึกหัดเลื่อนเป็นระดับ 18/

//คุณได้รับแต้มทักษะ 6 แต้ม//คุณมีแต้มทักษะสะสม 19 แต้ม//

/อาชีพจอมมารฝึกหัดเลื่อนเป็นระดับ 12/

//คุณได้รับแต้มทักษะ 9 แต้ม//คุณมีแต้มทักษะสะสม 30 แต้ม//

/ขอแสดงความยินดีคุณได้สำเร็จภารกิจระดับทอง2 ได้รับชัยชนะจากสงครามเป็นครั้งที่สอง/

//คุณได้รับค่าประสบการณ์//

 

/ขอแสดงความยินดีคุณได้สำเร็จภารกิจระดับทอง4 สังหารสัตว์อสูรครบห้าร้อยตัวเป็นคนแรก/

//คุณได้รับค่าประสบการณ์//

/ขอแสดงความยินดีคุณได้สำเร็จภารกิจระดับทอง5 เป็นเจ้าของไอเทมครบหนึ่งร้อยชิ้นเป็นคนแรก/

//คุณได้รับค่าประสบการณ์//

/ขอแสดงความยินดีคุณได้เลื่อนเป็นระดับ 31/

/คุณได้แต้มสถานะ 1 แต้ม//คุณมีแต้มสะสม 11 แต้ม/

/อาชีพผู้กล้าฝึกหัดเลื่อนเป็นระดับ 20/

//คุณได้รับแต้มทักษะ 2 แต้ม//คุณมีแต้มทักษะสะสม 32 แต้ม//

/อาชีพจอมมารฝึกหัดเลื่อนเป็นระดับ 15/

//คุณได้รับแต้มทักษะ3 แต้ม//คุณมีแต้มทักษะสะสม 35 แต้ม//

//คุณได้รับคันศรมายา//

//คุณได้รับตั๋วทักษะโบยบิน//

//แหวนเงินนักสะสม3 พัฒนาเป็น แหวนทองนักสะสม4//

//คุณได้รับตั๋วทักษะหมอกพิษ//

//คุณได้รับกระถางพิษกลืนจิต//

//ฉายาความหวังของเพื่อนมนุษย์พัฒนาเป็นผู้พิทักษ์//

/ขอแสดงความยินดีคุณได้สำเร็จภารกิจระดับทอง5 ชนะสงคราม/

//คุณได้รับเศษเสี้ยวของมิติ//

//เศษเสี้ยวของมิติ ได้หลอมรวมกับเศษเสี้ยวของมิติ//

/มีสิ่งของที่คุณเป็นเจ้าของอยู่ในระยะทำการ/

/แหวนทองนักสะสมทำการรวบรวมสิ่งของของคุณ/

/สิ่งของของคุณถูกเก็บรวบรวมเข้ามาในแหวนเรียบร้อย/


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 490 ครั้ง

858 ความคิดเห็น

  1. #797 psek33 (@psek33) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 14:43
    มันส์อ่าาา บิ้วอารมณ์ดีมากตอนนี้
    #797
    0
  2. #618 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 04:57
    เทพได้อีก
    #618
    0
  3. #399 5021K04 (@duckpachi) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 11:02
    ชอบเวลารายงานสกิลสุดละ5555 รู้สึกเทพดีจังค่ะ
    #399
    0
  4. #297 ปฐพีเร้นลับ (@ttoo1515) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 17:26
    รอดได้เพราะสาวแท้ๆ
    #297
    0
  5. วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 18:33
    มันมากไรต์พระเอกมันเก่งจิง
    #269
    0
  6. #238 ~Peace_Maker~ (@armclub104) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 14:58
    ขอบคุณครับ
    #238
    0
  7. #174 ปลาน้อยลอยน้ำ (@nicener) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 01:45
    มันนน ไม่นอนเลยทีเดียว
    #174
    0
  8. #22 นักอ่านเงา (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 09:06
    ผมชอบเรื่องนี้ครับ
    #22
    0
  9. #21 slaya (@slaya) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 / 22:16
    สนุกมากครับ ชอบๆ ขออีกๆ
    #21
    0
  10. #20 113IG (@thanakorn30933) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 / 20:48
    เข้มข้นๆ..สนุกมากครับ
    #20
    0