RRPG • มหาสงครามครองมิติ

ตอนที่ 19 : First Wave - 19 - ดิ้นรน บทต้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5537
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 454 ครั้ง
    10 มี.ค. 62

            ฉันไม่สนใจอีกแล้วว่าพวกมันจะรู้ตำแหน่งของฉันหรือไม่

            เพราะฉะนั้นฉันจึงตัดสินใจยิงออกไปต่อเนื่องโดยไม่เคลื่อนไหวไปไหน

            หลังจากที่สาระเบิดปิดทางไปแล้ว พวกตัวอัปลักษณ์สีฟ้าที่ยังอยู่ทางนี้ก็หลงเหลือเพียงแค่ 30-40 กว่าตัวเท่านั้นและระยะห่างของฉันกับพวกมันก็มากพอสมควร

            ถึงการจะกำจัดมันทั้งหมดก่อนที่พวกมันจะเข้าถึงตัวเป็นไปได้ยาก แต่มันก็เป็นสิ่งที่น่าเสี่ยง เพราะค่าตอบแทนของมันนั้นเรียกได้ว่าคุ้มค่า

            หลังจากที่กำจัดพวกมันในชั้น B1 ไปเป็นจำนวนมากฉันก็ได้เลื่อนระดับมาเป็น 15

            ในช่วงที่เก็บของลงมาจาก B1 มายังชั้น B2 ก็มีเสียงของผู้หญิงบอกว่าฉันเลื่อนระดับพร้อมกับได้ฉายาว่า ‘มือสังหาร’

            หากฉันสามารถจู่โจมโดยที่ศัตรูมองไม่เห็นตัวความเสียหายที่เกิดขึ้นจะเป็นสองเท่าในทันที

            ด้วยผลของฉายานี้ ถึงแม้จะไม่ยิงถูกจุดสำคัญก็ยังสามารถจัดการพวกมันได้ในครั้งเดียว

            และจากระห่างกับเสียงที่ดังก้องในพื้นที่ปิด ทำให้ฉันสามารถลอบยิงพวกมันได้อย่างง่ายดาย

            แต่เมื่อผ่านไปครู่หนึ่งแล้วพวกมันก็รู้ตำแหน่งของฉันและกรูกันเข้ามา

            “สาปิดทางเลย!” ฉันตะโกนบอกสาผ่านเครื่องมือสื่อสารโดยที่ยังคงตั้งสมาธิเอาไว้กับศัตรูเบื้องหน้า

            เมื่อกระสุนอีกลัดลั่นออกไปส่งให้ร่างของพวกมันล้มลงอีกหนึ่งตัว

            แต่ตอนนั้นเองคำตอบของสาที่ประเมินทุกอย่างเรียบร้อยก็ทำให้ฉันต้องตื่นตระหนก

            “ไม่ได้ ถ้าระเบิดทางตรงนั้นพื้นที่ของคุณนิลจะโดนผลกระทบไปด้วย” เสียงของน้ำทำให้ฉันต้องรีบพุ่งตัวหนีออกมาจากจุดนั้นทันที

            พวกมันที่ตามมาด้านหลัง ยังเหลืออยู่ประมาณ 10 กว่าตัวแต่เพราะพวกมันทั้งหมดรู้ตัวแล้วว่าฉันอยู่ที่ไหนฉายามือสังหารจึงไม่แสดงผล เพราะฉะนั้นการที่จะกำจัดพวกมันจึงยากขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ใช่ว่าฉันจะไม่ได้เตรียมทางหนีเอาไว้จุดที่ฉันใช้ซุ่มยิงนั้นไม่ห่างจากบันไดมากนัก ฉันจึงรีบวิ่งไปยังบันไดพลางใช้ปืนพกสาดกระสุนไปทางพวกมัน

            ฉันไม่มีฝีมือเหมือนกับคุณลุง ที่ยิงได้แม่นเหมือนจับวาง ไม่ได้สมองดีเหมือนน้ำที่จะวางแผนดี ๆ หรือคำนวณอะไรยาก ๆ ได้ สิ่งที่ฉันมีก็เพียงแค่ความดึงดันที่จะไม่ยอมแพ้เท่านั้น

            กระสุนที่ฉันสาดไปนั้นทำได้แค่ประวิงเวลาครู่หนึ่งเท่านั้น

            แต่นั้นก็พอแล้ว

            ฉันรีบพุ่งตัวเข้าไปในประตูพร้อมกับพุ่งขึ้นไปยังบันไดคว้าระเบิดมือมือสองลูกที่เอวดึงสลักและเหวี่ยงลงไปทันที

            โชคร้ายที่เสียงเอะอะจากด้านล่างเรียกเอาความสนใจของพวกมันที่อยู่ชั้น B1 มาที่ทางนี้เช่นกัน ถึงแม้พวกที่อยู่ชั้น B1 จะดูอ่อนแอกว่าพวกที่อยู่ชั้นล่าง แต่พลังของมันย่อมต้องเหนือกว่าผู้หญิงอย่างฉันแน่นอน

            ฉันจึงรีบวิ่งหนีขึ้นไปบนพื้นดินพลางคำนวณกระสุนที่เหลืออยู่ในตอนนี้

            ระเบิดมือเหลืออีก 1 ลูก ปืนพกกระบอกหนึ่งกระสุนหมดเหลือใช้ได้อีกเพียงกระบอกเดียวกับมีดพกหนึ่งเล่ม

            ด้วยอาวุธแค่นี้คงไม่สามารถจัดการกับพวกมันทั้งหมดในชั้น B1 ได้แน่ แต่จะปล่อยให้พวกมันตามขึ้นมาก็ไม่ได้เหมือนกัน

            ฉันจึงใช้ระเบิดมืออีกลูกทำลายประตูเข้าออกของชั้น B1

            แต่น่าเสียดายที่พวกมันหลายตัวได้หลุดเข้ามาก่อนแล้ว

            ปืนพกอีกกระบอกบนเอวถูกชักออกมายิงเข้าใส่พวกมันที่พุ่งขึ้นบันไดมาทางนี้ เนื่องจากเป็นมุมอับฉันจึงไม่รู้เลยว่ามีพวกมันเล็ดลอดเข้ามาได้เท่าไร แต่ไม่ว่าจะมากน้อยแค่ไหนฉันก็ต้องหยุดมันเอาไว้ที่นี่ให้ได้

            ฉันพยายามประคองสติให้สงบที่สุด ยิงกระสุนเข้าใส่พวกมันโดยที่นับจำนวนกระสุนไปด้วย

            นัดที่หนึ่ง ทำให้พวกมันที่วิ่งเข้ามาตัวแรกชะงักไปได้และฉันก็ส่งนัดที่สองเข้าศีรษะของมันได้พอดี

            นัดที่สามเบี้ยวไปโดนขาของตัวที่ตามหลังมา นัดที่สี่เข้าเบ้าตาของอีกตัวจนสลายไปกลายเป็นฝุ่น

            ฉันยิงออกไปต่อเนื่องพร้อมกับนับกระสุนที่เหลืออยู่ในรังเพลิง

            และนัดสุดท้ายก็ส่งพวกมันอีกตัวกลายเป็นฝุ่นไปได้สำเร็จ

            แต่น่าเสียดายที่พวกมันยังเหลืออยู่อีกสองตัว

            และเนื่องจากพวกพ้องมันที่เหลือกลายเป็นฝุ่นไปหมดแล้วเส้นทางบนบันไดจึงเปิดโล่งให้พวกมันสองตัววิ่งเข้ามาหาฉันได้ง่ายๆ

            ตัวหนึ่งในนั้นถือดาบเหล็กยาวเกือบเท่าแขน ส่วนอีกตัวถือกระบอกไม้อันใหญ่

            ฉันชักมีดออกมาตั้งท่าเตรียมพร้อมรับมือกับพวกมัน และเมื่อมันทั้งสองวิ่งมาถึงฉันก็ถลาสวนเข้าไปหาตัวที่ถือดาบใช้แรงและน้ำหนักทั้งหมดของตัวเองลากมันตกลงไปตามบันได

            ฉันไม่รู้ว่าตกลงมาอีท่าไหน จำได้อย่างเดียวก็คือต้องกำมีดในมือแน่นไม่ปล่อย ซึ่งเมื่อแรงกระแทกหยุดลงและลืมตาขึ้น ในสายตาก็มีฝุ่นสีดำกำลังสลายไป

            “ยังเหลืออีกตัว....” ฉันพยายามฝืนความเจ็บปวดมองกลับขึ้นไปด้านบนบันไดที่ร่วงลงมา แต่ตอนที่พยายามจะพลิกตัวความเจ็บปวดจากข้อเท้าก็แล่นปราดเข้ามาจนต้องร้องโอ้ย ดูเหมือนว่าข้อเท้าของฉันมันพลิกไปตอนที่ตกบันไดลงมา

            ถึงจะเป็นอย่างนั้นฉันก็ต้องขยับ เพราะเจ้าตัวฟ้าข้างบนนั้นมันกำลังวิ่งลงมาหาแล้ว

            มีดล่ะ มีดไปตกอยู่ที่ไหน?

            ฉันพยายามมองหามีดที่ใช้สังหารพวกมันเมื่อครู่ไป และในที่สุดก็พบว่ามีดเล่มนั้นของฉันตกไปอยู่ทางด้านล่างที่ไกลออกไป

            ไม่ทันแล้ว!

            ฉันยกสองแขนขึ้นมาป้องกันไม้กระบองอันใหญ่ที่กำลังหวดเข้ามาด้วยมือของเจ้าตัวอัปลักษณ์สีฟ้าตัวนั้น

            แต่ก่อนที่ไม้กระบองที่ถูกง้างขึ้นจะได้หวดลงมา

            เสียงปืนก็ดังขึ้น

            พร้อมกับเสียงก้อนเนื้อตกลงบนพื้น

            พอฉันลืมตาขึ้นมามอง ก็เห็นคุณลุงที่กำลังหอบโดยที่ในมือยังถือปืนที่ยังมีควันหลงเหลือเอาไว้แล้วเร่งลงบันไดมาหาฉัน

            “คุณหนูปลอดภัยดีนะครับ” คุณลุงพุ่งเข้ามาดูอาการ และเมื่อฉันบอกไปว่าข้อเท้าพลิก คุณลุงจึงแบกฉันขึ้นหลังกลับมายังร้านกาแฟซึ่งเป็นจุดปลอดภัยของพวกเรา

            ในระหว่างที่เดินทางมายังร้านกาแฟฉันก็พยายามถามสาว่าทางด้านนิลเป็นอย่างไรบ้าง แต่ไม่ว่าจะถามไปเท่าไรก็ไม่มีเสียงตอบกลับมา พอฉันอธิบายสถานการณ์ให้ฟัง คุณลุงก็เร่งฝีเท้าขึ้น

            ในที่สุด พอพวกเรามาถึงร้านกาแฟที่ทำเป็นบังเกอร์เอาไว้ คุณลุงก็พุ่งไปห้องควบคุมด้านหลังที่สากำลังดูแลอยู่

            พอเห็นประตูยังปิดดีฉันอยู่ก็โล่งอก อย่างน้อยมันก็บอกให้รู้ว่าไม่มีอะไรบุกเข้าไปทำร้ายสาที่อยู่ด้านใน

            “สา ปลอดภัยรึเปล่า!?” พอฉันมาถึงห้องควบคุมก็ลงมาจากหลังคุณลุงทันที สาที่อยู่ในห้องก็ปลอดภัยดี แต่เธอไม่มีปฏิกิริยาตอบรับเสียงเรียกของฉันเลย เธอเพียงแค่จ้องมองไปหน้าจอเบื้องหน้าที่ฉายภาพจากกล้องวงจรปิดอยู่เท่านั้น

            และเมื่อฉันแหงนหน้ามองขึ้นไปดูว่าเธอกำลังจ้องมองอะไรอยู่ ฉันก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกับเธอ

            นั่นก็คือไม่สามารถละสายตาไปจาก ‘เขา’ ได้

            เขาที่อยู่ในหน้าจอนั้นเคลื่อนไหวลื่นไหลราวกับสายลมพัดผ่านแมกไม้ แต่ทุกครั้งที่เขาผ่านไป ที่ตรงนั้นจะหลงเหลือเพียงเศษฝุ่นสีดำพัดปลิวออกมาเท่านั้น

            นายกฤษณะ ที่กำลัง ‘เต้นระบำ’ อยู่ท่ามกลางฝูงตัวอัปลักษณ์สีฟ้านั้น มันช่างงดงามเกินกว่าจะละสายตาไปได้

            สุดท้ายพวกเราทั้งสามคน ก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เลย

            ทำได้เพียงจ้องมองร่างบนหน้าจอที่งดงาม ทั้งองอาจ ทั้งดุดันและเข้มแข็ง ต่อสู้อยู่เพียงลำพังโดยไร้ซึ่งความเกรงกลัว


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 454 ครั้ง

859 ความคิดเห็น

  1. #796 psek33 (@psek33) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 14:26
    สนุกครับ ดีงามจริงๆ
    #796
    0
  2. #616 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 04:47
    หลงเข้าเเล้วละสิ
    #616
    0
  3. #372 นักอ่านเงา (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 12:57
    อ่านมาถึงตอนนี้บอกเลยว่าชอบมากกกคุณสุดยอดจริงๆ
    #372
    0
  4. #371 •นิลกาฬ• (@junkskidz) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 12:32
    ชื่อสากับน้ำ ยังมีที่สลับกันอยู่เยอะนะครับ
    #371
    2
    • #371-1 preawa_kamla0955 (@preawa_kamla0955) (จากตอนที่ 19)
      2 เมษายน 2562 / 21:25
      ใช่สลับกันเยอะเลย
      #371-1
    • #371-2 (@anawach2003200) (จากตอนที่ 19)
      3 เมษายน 2562 / 21:51
      รีไรท์จนเบลอ เดี๋ยวถ้ามีเวลาจะกลับไปแก้ ขอบคุณที่เตือนนะครับ
      #371-2
  5. #356 -YangZZ- (@acidokay) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 11:32
    ขอบคุณครัชชชช
    #356
    0
  6. #236 ~Peace_Maker~ (@armclub104) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 14:50
    ขอบคุณครับ
    #236
    0
  7. #16 VFX25s (@VFX25s) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 / 07:53
    พระเอกมัน มึดมน จริงๆ บทพูดน้อยมาก
    #16
    0
  8. #14 113IG (@thanakorn30933) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 / 14:41
    ว๊ากกกกค้างงงงอยากให้ลงวันละ10ตอน+++
    สนุกครับ
    #14
    0