ตอนที่ 18 : First Wave - 18 บุกทะลวง บทปลาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5593
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 444 ครั้ง
    10 มี.ค. 62

            “ตาบ้านั่นคิดอะไรกันนะ” ถึงฉันจะบ่นไปแบบนั้นแต่ก็รู้ดีกว่าที่ตานั่นทำไปก็เพราะจะปกป้องฉัน

            หมอนั่นเป็นแบบนี้ตลอดเลย ตั้งแต่วันแรกที่ฉันได้เจอหมอนั่นเขาก็ปกป้องฉันมาตลอด

            วันที่เกิดเรื่องขึ้นเป็นวันแรก ฉันกำลังเดินออกมาจากมหาวิทยาลัยพร้อมกับเพื่อน ตอนนั้นเองจู่ ๆ สาที่เดินอยู่ด้านหลังก็ร้องกรี๊ดขึ้นมา ทำเอาทุกคนตกใจและหันไปมองต้นเสียงว่ามันเกิดอะไรขึ้น

            ตอนนั้นเอง ฉันก็ได้พบกับสัตว์ประหลาดเป็นครั้งแรก

            มันเป็นคนแคระตัวเล็กผอมแห้งตัวสีเขียวเข้มน่าเกลียด ดวงตาของมันปูดโปนออกมาจนน่ากลัวว่าถ้าพองมากกว่านั้นอีกนิดอาจจะระเบิดออกมาก็ได้ และที่สำคัญในมือของมันกำลังถือมีดอยู่

            มันจ้องมองพวกเราพลางส่งเสียงหัวเราะในลำคอ คล้ายกับอยากจะเล่นกับเหยื่อ

            ทั้งฉัน สา และคนอื่น ๆ ทำได้เพียงสั่นกลัวอยู่กับแรงกดดันบางอย่าง

            ฉันไม่รู้ว่ามันเป็นความกลัวหรือว่าสิ่งอื่น รู้เพียงแต่ว่าพวกเราต่างก็ขยับไม่ได้

            ตอนนั้นเองที่เขาปรากฏตัวขึ้นมา

            ปกติแล้วฉันจะเคยเห็นเขาจากที่ไกล ๆ เท่านั้น เขาเป็นคนดังในระดับหนึ่ง.....เอ่อ ในเรื่องที่ไม่ดีนักละนะ บ้างก็ว่าเขาหยิ่งบ้างล่ะ บ้างก็ว่าเชยบ้างล่ะ บางคนยังถึงขนาดบอกว่าเขาเป็นพวกติดยาเพราะรูปร่างที่ผอมแห้งของเขา แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก สิ่งเดียวที่ฉันจำได้ก็คือทุกคนเรียกเขาว่า ‘ไอ้มืดมน’

            และไอ้มืดมนคนนั้นก็เข้ามาปกป้องพวกฉันเอาไว้ในวินาทีที่ทุกคนหวาดกลัวจนขยับไม่ได้

            ถึงจะดูไม่เอาไหน ดูเทอะทะแต่บอกตามตรงว่าฉันรู้สึกอุ่นใจ

            อุ่นใจที่มีใครบางคนยอมเสี่ยงชีวิตเข้ามาปกป้องพวกเราเอาไว้

            โดยปกติแล้วพวกเราที่....เอ่อ......ค่อนข้างหน้าตาดี จะมีคนเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังตลอด และยิ่งด้วยฐานะการเงินของคุณพ่อก็ยิ่งทำให้มีผู้ชายมากหน้าหลายตาเข้ามายุ่มย่ามกับฉันเสมอ จนคุณพ่อให้ฉันไปฝึกยิงปืนกับคุณลุง แต่ถ้าไม่ใช่การเดินทางไปท่องเที่ยวต่างจังหวัดหรือไปในที่อันตราย คุณพ่อจะไม่ยอมให้ฉันพกปืนไปไหนมาไหน

            ไม่อย่างนั้นฉันคงจะพอช่วยเขาได้

            ตอนที่เขาถูกมีดของเจ้าตัวเขียวฟันเข้าที่ขา ฉันถึงกับส่งเสียงกรี๊ดออกมา แต่ดูเหมือนว่าร่างกายที่ผอมแห้งของเขาจะมีเรี่ยวแรงมากกว่าที่คิด

            เพราะหลังจากที่เขาถูกฟันเข้าที่ขา เขาก็จัดการซัดเจ้านั่นลงไปกอง ก่อนที่จะเตะซ้ำจนมันตายคาที่

บอกตามตรงว่าสิ่งที่พุ่งขึ้นมาในเวลานั้นไม่ใช่ความรู้สึกขอบคุณ แต่เป็นความกลัว

            มันไม่เหมือนมีอัศวินมาช่วยคุณเอาไว้จากสัตว์ร้าย

            แต่เป็นสัตว์ร้ายตัวหนึ่งถูกสัตว์ร้ายอีกตัวหนึ่งฆ่าตายมากกว่า

            หลังจากนั้น ฉันก็รู้ว่าฉันมันโง่เง่าเพียงใด

            เมื่อฉันเห็นเขาอาเจียรออกมา ฉันก็เข้าใจในทันที

            เขาไม่ใช่สัตว์ร้ายเลย เขาเป็นมนุษย์เหมือนกับฉัน เป็นมนุษย์ที่มีความกลัวและมีความรักชีวิตเหมือนทุกคน

            แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เข้ามาเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยพวกเราเอาไว้

            ฉันพยายามจะเข้าไปดูอาการเขา แต่มันก็เกิดเรื่องขึ้นก่อน จู่ ๆ เสียงกรีดร้องก็ดังสนั่นขึ้นมาจากทางสวนหย่อมมหาลัย ความกลัววิ่งเข้ามาในร่างกายฉันอีกครั้ง

            และก่อนที่ฉันจะได้ทำอะไรไปมากกว่านั้น เขาก็วิ่งออกไปเสียแล้ว

            พริบตาแรกฉันคิดว่าเขาจะวิ่งหนีเอาตัวรอด

            กลับกัน มันเป็นอีกครั้งที่ฉันเดาใจผู้ชายคนนี้ผิดไป ทิศทางที่เขาวิ่งไปก็คือเส้นทางที่สวนกับคนที่หนีออกมา

            หรือว่าเขาคิดจะไปช่วยคนที่กำลังลำบากอยู่เหมือนที่เขาช่วยพวกฉันเอาไว้เมื่อครู่นี้กันนะ?

            ถึงอยากจะรู้แค่ไหน ฉันก็ทำไม่ได้ เพราะว่าเพื่อน ๆ ต่างเข้ามาดึงฉันกับสาให้รีบออกไปจากที่นี่ พวกเราจึงรีบวิ่งไปทางประตูหน้าของมหาลัยในทันที

            ซึ่งดูเหมือนว่าความหวังของพวกเราจะไม่เป็นจริง เพราะประตูทางเข้ามหาวิทยาลัยนั้นมันเหมือนมีบางอย่างขวางเอาไว้ ไม่ว่าจะพยายามทุบหรือกระแทกเท่าไร มันก็ไม่มีทีท่าจะพังลงเลย

            ตอนนั้นเองที่ผู้คนก็เริ่มเข้ามารวมตัวกันมากขึ้น

            ฉันที่เคยเห็นเรื่องแบบนี้มาก่อน จึงรีบดึงทุกคนแยกตัวออกไปทันที

            เพราะฉันรู้ว่าที่นี่ไม่ปลอดภัย ถ้าหากมีเจ้าตัวสีเขียวตามเข้ามาในนี้ล่ะก็ ทุกคนจะแตกตื่นและเริ่มเหยียบกันเอง ก่อนที่จะเป็นแบบนั้นฉันจึงรีบพาทุกคนไปอีกที่หนึ่ง เป้าหมายของฉันก็คือห้องโสตที่มีประตูล็อคแน่นหนา ฉันคิดว่าอย่างน้อย การอยู่ในสถานที่ปิดก็ดีกว่าอยู่ในสถานที่เปิด

            ขณะที่พวกเรากำลังจะเข้าไปในห้องโสตนั้นก็มีคู่รักคู่หนึ่งหนีมาพอดี

            รู้สึกว่าสองคนนี้จะเป็นคนรู้จักกับสา พวกเราจึงให้ทั้งสองคนเข้ามาซ่อนในห้องโสตด้วยกัน

            เมื่อเข้ามาถึงแล้วพวกเราก็ล็อคประตูและขนทุกอย่างที่ขยับได้มากั้นประตูเอาไว้

            ในระหว่างที่พวกเราเริ่มจะตั้งสติได้ ตอนนั้นเองที่สาได้ยิน ‘เสียง’

            เสียงนั้นบอกกับเธอว่าเธอได้รับบทบาทเป็นราชินีของมนุษย์และบอกไว้อีกว่า ‘มีข้อสงสัยท่านสามารถตรวจสอบข้อมูลได้จากหน้าต่างสถานะ’

            ถึงฉันจะไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไรแต่ดูเหมือนว่าสาและเพื่อนผู้หญิงของเธอที่มากับแฟนหนุ่มจะเข้าใจ

            เธอพยายามจะอธิบายว่ามันเหมือนกับเกมที่เธอเคยเล่น แต่น่าเสียดายที่ฉันไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร

            จากคำอธิบายของสาก็ทำให้พวกเราเปิดหน้าจอสถานะได้ และหลังจากทดลองใช้งานดูจนไปเจอสาส์นจากผู้ดูแลแล้วพวกเราก็เข้าใจเรื่องทั้งหมด

            หลังจากพูดคุยปรึกษากันแล้ว พวกเราก็ตัดสินใจว่าจะปกป้องสาให้ปลอดภัยให้ได้ เพราะถ้าสาเป็นอะไรไปก็หมายความว่าพวกเราทุกคนจะตาย

            แต่ความตั้งใจของพวกเราก็อยู่ได้ไม่นานนัก พอถึงช่วงเย็นเราก็เริ่มได้ยินเสียงกึกกักหน้าประตู และไม่นานมันก็กลายเป็นเสียงกระแทก ของที่เราเอามากั้นเอาไว้เริ่มที่จะพังลงมาทีละอย่างสองอย่าง และในที่สุดประตูก็พังลงพร้อมกับมีสัตว์ประหลาดตัวใหญ่สีน้ำตาลเข้ามาในห้อง

            พวกเราทุกคนไม่รู้จะทำอย่างไร สติของฉันสั่งการอย่างเดียวก็คือปกป้องสาเอาไว้ ไม่ใช่เพราะว่าเธอคือราชินี ตอนนั้นฉันไม่มีสติพอที่จะมารับรู้ว่าใครคือราชินี เป็นราชินีแล้วทำไม ฉันแค่อยากจะปกป้องเพื่อนของฉันเอาไว้และการกระทำของฉันก็ทำให้ทุก ๆ คิดแบบเดียวกันจนเข้ามาเกาะเป็นก้อนอยู่ที่สา

            แต่ว่าโชคดี ที่ ‘เขา’ คนนั้นเข้ามาช่วยพวกเราเอาไว้ได้ทัน

            ตอนแรกที่เห็นเขาฉันก็มั่นใจเลยว่าหมอนี่ต้องบ้าแน่ ๆ

            ก็แน่ล่ะ คนปกติที่ไหนที่จะเอาเสื้อนักศึกษามาคลุมหน้าแล้วใส่เกราะไม้เหมือนพวกตัวเขียวนั่นกัน แต่ถึงเขาจะสติไม่ดี แต่ฉันก็ต้องยอมรับว่าผู้ชายคนนี้เก่งมาก

            เพียงแค่พริบตาเขาก็ฆ่าเจ้าตัวเขียวไปได้สองตัว และเข้าปะทะกับตัวสีน้ำตาลที่เหมือนจะเป็นหัวหน้าของพวกมัน

            ในที่สุดเขาก็สามารถเอาชนะมันได้ แต่หลังจากที่เขาล้มลงไปแล้วก็ไม่ลุกขึ้นมาอีกเลย

            ฉันจึงตัดสินใจที่จะเข้าไปดูใกล้ ๆ

            และเมื่อเข้าไปใกล้ ฉันก็ได้เห็น ‘ใบหน้า’ ของเขาที่หลุดออกมาจากเสื้อนักศึกษาที่พันเอาไว้

            ‘ใบหน้า’ ของเขามันค่อนข้างแปลก มันเหมือนกับว่าเห็นชัดแต่ก็เหมือนเห็นไม่ชัด พอพยายามจะจ้องมองมันก็มีความรู้สึกเหมือนจะจับโฟกัสไม่ได้ ตอนแรกฉันคิดว่าเป็นเพราะฉันกลัวจนเกินไปจนเกิดอาการทางจิต แต่พอเล่าเรื่องนี้ให้สาฟังในภายหลัง ก็ปรากฏว่าสาเองก็เป็นเหมือนกัน

            หลังจากนั้นเขาก็พาพวกเรามาที่ดาดฟ้าของตึกแห่งหนึ่ง เป็นเพราะพวกเรายืนกรานเด็ดขาดว่าจะไม่ยอมให้เขาแบกพวกเราขึ้นไปบนดาดฟ้าตึกผู้อำนวยการ เขาจึงยอมพาพวกเรามาที่นี่แทน และหลังจากที่พูดคุยกันสักพักเขาก็ทิ้งอาวุธให้ฉันและจากไปเพียงลำพังเพื่อที่จะจัดการกับราชาของพวกมัน

            จะว่าอย่างไรดีล่ะ ฉันนึกว่าเขาจะเหมือนพวกผู้ชายคนอื่น ๆ ที่จะพยายามทำตัวเหมือนวีรบุรุษ ใช้โอกาสนี้ทำคะแนนเพื่อสร้างความประทับใจให้ฉันหรือพวกเพื่อนคนอื่นที่หน้าตาดี

            แต่คน ๆ นี้ไม่เหมือนกับผู้ชายปกติ เขาไม่ได้สนใจพวกฉันเลย และจากสายตาที่เขามองแฟนหนุ่มของเพื่อนสา ก็ทำให้ฉันรู้ว่าเขาไม่น่าจะใช้ชายเหนือชายหรือชายสายทอง

            เขามองผู้ชายคนนั้นด้วยความผิดหวังและเอือมระอา คล้ายกับจะดุด่าว่าเป็นผู้ชายทำไมถึงทำตัวอ่อนแอแบบนั้น

            ถึงเขาจะไม่ได้พูดออกมา แต่ท่าทีของเขาก็บอกมาแบบนั้น

            ฉันจึงตัดสินใจที่จะรับหน้าที่ปกป้องทุกคนที่นี่เอง

            เขาได้มอบอาวุธชุดเกราะและยารักษาแผลให้ฉันติดตัวเอาไว้ และตอนที่เขาเดินลงไปจากดาดฟ้าเขาก็กระซิบบอกว่าถ้าจบเรื่องแล้วจะมารับพวกฉันกลับไป

            มันหมายความว่าอย่างไร?

            พอเขาออกไปได้ไม่นานก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นมา

            ฉันจึงรีบวิ่งไปทางประตูและเปิดออกไปดูทันที

            สิ่งที่ฉันเห็นก็คือบันไดทางขึ้นลงนั้นได้ถูกทำลายไปเรียบร้อยแล้ว ถ้าเป็นปกติแล้วฉันอาจจะโกรธหมอนั่นที่ทำให้พวกเราลงไปไม่ได้ แต่สำหรับตอนนี้ฉันมีเพียงคำขอบคุณที่อย่างน้อย เขาก็ยังคิดถึงความปลอดภัยของพวกเรา

            และทั้งที่เขาคิดจะทำลายทางขึ้น-ลงเอาไว้ แล้วทำไมเขาถึงยังเอาอาวุธและชุดเกราะมาให้ฉันอีก คนที่จำเป็นที่สุดคือเขาที่ต้องออกไปต่อสู้แท้ ๆ

            พอฉันลองคิดดูก็รู้ว่า เขาแค่อยากจะให้พวกฉันสบายใจ จึงได้ทิ้งหลักประกันเอาไว้ให้สำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉินนั่นเอง

            “....ทำเป็นเท่เกินไปแล้ว....” ฉันพึมพำกับตัวเองก่อนจะปิดประตูและไปอธิบายให้ทุกคนฟังว่าเกิดอะไรขึ้น

            ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง หลังจากที่พวกเราได้ยินเสียงระเบิดดังติดต่อกัน รวมไปถึงเสียงกรีดร้องของพวกมันก้องขึ้นหลายต่อหลายครั้ง สงครามก็จบลง

            จบลงโดยที่มนุษย์เป็นฝ่ายชนะ

            เขาทำสำเร็จ...........แต่ว่าเขาไม่ได้กลับมาหาพวกเรา

            ฉันไม่ใช่คนใจแคบที่จะโมโหกับการที่เขาไม่รักษาคำพูด ฉันเพียงแต่เป็นห่วงว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขาคนนั้น

            หลายวันต่อมา เรื่องที่เกิดขึ้นกับพวกเราได้กลายเป็นข่าวใหญ่ขึ้นมาทันที ทั้งตำรวจนักข่าว นักจิตวิทยามากมายเข้ามาหาพวกเรา สื่อพากันประโคมข่าวมากมายโดยไม่มีใครเลยที่ยอมเชื่อคำพูดของพวกเรา

            จนกระทั่งมีข่าวจากต่างประเทศว่าพื้นที่ตัวเมืองหลายแห่งกลายเป็นป่าดงดิบหรือไม่ก็ทะเลสาบโดยหาสาเหตุไม่ได้ นอกจากนั้นในพื้นที่ที่เปลี่ยนแปลงไปยังมีสัตว์ประหลาดมากมายอาศัยอยู่อีกด้วย หากว่าโชคดีสถานที่รอบข้างจะไม่ได้รับผลกระทบอะไรมาก แต่ถ้าโชคร้ายสัตว์ประหลาดพวกนั้นก็จะเข้าจู่โจมสถานที่รอบข้าง

            โลกตกอยู่ในความโกลาหลทันที

            แต่ไม่ใช่สำหรับพวกเรา ไม่รู้ว่าทำไมแต่นอกจากสงครามครั้งแรกแล้ว ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกเลยที่ประเทศของพวกเรา

            นักวิชาการและสื่อเริ่มมาประโคมข่าวนี้กันอีกครั้ง และพวกเราก็กลายมาเป็นเป้าของสื่อในอีกฐานะหนึ่ง

            จาก ‘คนบ้า’ มาเป็น ‘ผู้รอดชีวิต’ โชคดีที่คุณพ่อค่อนข้างมีอำนาจฉันและเพื่อน ๆ จึงไม่ได้รับผลกระทบมากนัก

            แต่ถึงอย่างนั้นสิ่งที่กวนใจฉันมาตลอดหลายวันนี้ก็ยังไม่ยอมจางหายไป

            เพราะไม่ว่าจะสืบหาอย่างไร ก็ตามหาผู้ชายคนนั้นไม่พบเลย ไม่เพียงเขาเท่านั้น คนที่ถูกเรียกว่า ‘ตัวมืดมน’ เองก็เช่นกัน

            หรือว่าพวกเขาทั้งสองคนจะถูกฆ่า?

            เป็นไปไม่ได้ จริงอยู่ที่เวลาสัตว์ประหลาดพวกนั้นตายไปแล้วจะกลายเป็นฝุ่นสีดำ แต่สำหรับมนุษย์แล้วถึงจะตายในพื้นที่นั้นศพก็จะยังคงอยู่

            แล้วมันเกิดอะไรขึ้น? พวกเขาหายไปไหนกัน?

            หลังจากกลุ้มใจอยู่หลายวัน ฉันก็ตัดสินใจชวนสาไปหาคุณลุงเพื่อขอคำปรึกษา พวกเราจึงมายังห้างสรรพสินค้าที่คุณพ่อเป็นเจ้าของ

            และตอนนั้นเองสายตาของฉันก็เหลือบไปเห็นชายคนหนึ่ง

            ชายคนที่มีผมกระเซอะกระเซิง แต่งตัวจืดไร้การตกแต่ง แต่เรื่องเหล่านั้นล้วนไม่สำคัญเลย

            ฉันทิ้งสาเอาไว้ด้านหลังและรีบวิ่งดิ่งเข้าไปจับไหล่เขาเอาไว้

            “นั่นนายใช่ไหม?” พอฉันถามไป เขาคนนั้นก็สะดุ้งเฮือก แล้วค่อย ๆ หันหน้ามา

            ใช่จริง ๆ เป็นนายจริง ๆ ด้วย

            ไอ้เจ้าคนบ้าที่ทำให้ฉันเป็นห่วงตั้งหลายวัน!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 444 ครั้ง

858 ความคิดเห็น

  1. #824 overmiss2234 (@overmiss2234) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 16:39
    หวังว่านางๆทั้งหลายจะไม่ถ่วงนะ
    #824
    0
  2. #749 shiro sora no kuhaku (@jackkomhatasen) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 01:19

    เเอะ ออโรร่านางเอกว้อยยยยย
    #749
    0
  3. #745 tnnw (@tnnw) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 17:35
    น้ำเป็นนางเหรอ
    #745
    1
    • #745-1 tnnw (@tnnw) (จากตอนที่ 18)
      6 เมษายน 2562 / 17:35

      เอาจริงเหรอ
      #745-1
  4. #615 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 23:21
    ไปต่อยัง\
    #615
    0
  5. #235 ~Peace_Maker~ (@armclub104) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 14:45
    ขอบคุณครับ
    #235
    0
  6. #128 negiharem (@negiharem) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 01:15
    แหมๆ พระเอกก็นะสนใจแต่รักแรก แต่เอ็งดันไปปักธงสาวไว้แล้วนะสิ  
    #128
    0
  7. #13 นักอ่านเงา (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 20:06
    ค้างอ่ะ = =
    #13
    1
  8. #12 CrowsZ0047 (@CrowsZ0047) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 18:56
    สนุกดี
    #12
    0