RRPG • มหาสงครามครองมิติ

ตอนที่ 12 : First Wave - 12 - พบเจออีกครั้ง บทปลาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6073
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 482 ครั้ง
    10 มี.ค. 62

 ___________________________

ตำแหน่ง SEATB 048579

ระดับสีเขียว มิติคู่ขนานไกอา

พื้นที่ก๊อปลินคราม ความอันตรายระดับ 2

เริ่มต้นเวลา 15/7/2022 17.24 นาฬิกา

___________________________

 

            ผมสูดหายใจเข้าลึกเตรียมใจที่จะพูดประโยคที่ยาวที่สุดในรอบปี

            “สิ่งที่ผมจะใช้ยืนยันได้ว่าจะมีสงครามเกิดขึ้นมีเพียงแค่นี้ จะเชื่อหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับพวกคุณ .....ที่ผมบอกเรื่องนี้ก็เพราะต้องการให้พวกคุณอพยพผู้คนออกไป”

            สามคนที่ได้ฟังคำพูดของผมมีปฏิกิริยาแตกต่างกันออกไป

            มาสเตอร์อมยิ้มขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าของสาเต็มไปด้วยความประทับใจ ส่วนน้ำนั้นแปลกใจ

            “ผมอยากจะอยู่คนเดียวในพื้นที่นี้ตอนที่เกิดเรื่องขึ้น” หลังจากการเท้าความอันยาวนานในที่สุดผมก็ได้บอกความต้องการของผมออกไป

            “คุณหนูครับ” มาสเตอร์เบนสายตามายังน้ำ ซึ่งเธอเองก็มองกลับไปและพยักหน้าทันที

            “รีบดำเนินการโดยด่วน” เธอว่าพลางหันมามองผม “ต่อให้มันเป็นเรื่องหลอกลวง อย่างน้อยก็ถือว่าฉันได้ใช้หนี้ให้ตานี่ และถ้ามันเป็นเรื่องจริง เราก็ป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้มาก”

            “รับทราบครับ” มาสเตอร์ผงกศีรษะยอมรับและเดินเข้าไปในหลังร้านทันที

            เอาล่ะ เท่านี้ทุกอย่างก็เรียบร้อย ที่เหลือก็แค่นั่งชิลรอเวลาเกิดสงครามเท่านั้น

            “คุณนิลคิดจะสู้เหรอคะ?” สาถามหลังจากที่มาสเตอร์หายเข้าไปในหลังร้าน

            ผมเองก็พยักหน้าตอบ

            “เพราะไม่อยากเสียใจทีหลังเหรอคะ?” เธอถามอีกครั้ง

            ซึ่งผมก็พยักหน้ากลับเหมือนเดิม แน่ล่ะ ถ้าผมไม่เอาชนะสงครามครั้งนี้มีหวังผมก็ไม่ได้เจอออโรร่ากันพอดี ถ้าเป็นแบบนั้นได้มาเสียใจภายหลังทั้งชาติแน่นอน

            แต่ดูเหมือนว่าเธอจะเข้าใจผิดของเธอไปเอง เพราะตอนนี้เธอกำลังส่งสายตานับถือมาให้ผมอย่างปิดไม่มิด

            ช่างเถอะ เธอจะรู้สึกอะไรมันก็ไม่เกี่ยวกับผมอยู่แล้วล่ะนะ

            แต่ผมคิดผิด เพราะผมไม่นึกเลยว่าเธอจะพูดออกมาอย่างนั้น

            “ถ้าอย่างนั้นสาขออยู่ด้วยได้ไหมคะ?”

            “หา?” ผมสงสัยในหูตัวเองขมวดคิ้วเหล่ไปมองดูเธอ

            ใบหน้าของสานั้นจริงจัง ถึงแม้จะมีเค้าไอของความกลัวอยู่บ้างแต่ก็เป็นใบหน้าของคนที่ตัดสินใจเด็ดขาดไปแล้ว

            “ฉันเองก็ขออยู่ด้วยเหมือนกัน” และอีกเสียงที่ตามมาก็คือน้ำ

            ผมสะบัดหน้าหันไปมองทันที ใบหน้างดงามของน้ำเองก็มีความกลัวผสมอยู่ แต่สิ่งที่เด่นชัดกว่าก็คือความอยากเอาชนะ

            เอาชนะความกลัวของตนเอง

            “ผมห้ามได้รึเปล่า?” สิ่งที่ผมอยากรู้มีเพียงเท่านั้น

            และแน่นอนคำตอบที่กลับมาก็คือ

            “”ไม่ได้(ค่ะ)””

            “งั้นดูแลตัวเองด้วยนะครับ” มันก็แค่นั้นล่ะ

            เมื่อได้ฟังคำตอบของผมทั้งสองก็พยักหน้าอย่างพอใจ โดยที่น้ำและสาก็รีบยกโทรศัพท์ขึ้นมาโทรทันที

            “คุณพ่อ ใช่ค่ะ ใช่ หนูขอปืนกับกระสุนจำนวนมาก บังเกอร์ ชุดปราบจลาจล ค่ะ ทุกอย่างก่อนสี่โมงวันนี้”

            “คุณแม่คะ สาเองค่ะ ทราบเรื่องจากคุณลุงแล้วใช่ไหมคะ ใช่ค่ะ สาจะขออนุญาต ค่ะ สาจะดูแลตัวเองค่ะ ขอบคุณค่ะ”

            อา สาว ๆ สมัยนี้นี่ใจเร็วกันจริง เอาเถอะถ้าดูแลตัวเองได้ก็ไม่มีอะไรจะว่าล่ะนะ

 

* * * * * * * * * *

 

            17.10 นาฬิกา

            ทุกอย่างถูกเตรียมการไว้เรียบร้อย ทั้งสถานที่อันไร้ซึ่งผู้คน อาวุธครบมือของสองสาวและมาสเตอร์ที่อยู่เป็นผู้ดูแลทั้งสอง อาวุธปืนหลากหลายชนิด กองกระสุนเป็นตั้ง ในร้านกาแฟที่ถูกเปลี่ยนสภาพเป็นบังเกอร์หลบภัย นอกจากนั้นที่หลังร้านกาแฟยังมีห้องนิรภัยที่ถูกสร้างเอาไว้เป็นอย่างดี และที่สำคัญที่สุดที่ทำเอาผมถึงกับพูดอะไรไม่ออกก็คือระเบิดที่ถูกวางเอาไว้ทั่วห้างสรรพสินค้า เพื่อทำลายทุกอย่างนอกจากห้องนิรภัย มันเอาไว้สำหรับปิดฉากทุกชีวิตที่อยู่ในห้างแห่งนี้ ผมคิดว่ามาสเตอร์คงจะใช้เป็นไพ่ตายในการสังหารราชาของอีกฝ่าย

            ดูไปแล้วมาสเตอร์คนนี้นี่ไม่ธรรมดาจริง ๆ

            “ถามอะไรหน่อยได้ไหม?” ผมหันไปหาสองสาวที่อยู่ในชุดปราบจลาจลซึ่งพวกเธอที่กำลังเช็คอาวุธอยู่ก็หันขึ้นมาหาผม

            “ทำไมถึงต้องเสี่ยงชีวิตด้วย” ถึงอันตรายของมันจะลดลงมาก ๆ ของมาก ๆ แล้วก็เถอะ ผมก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมถึงต้องลงทุนขนาดนี้

            คนแรกที่ตอบขึ้นมาคือสาที่เก็บมีดยาวฟุตครึ่งลงไปที่ฝัก “ถ้าคิดถึงความเป็นจริงที่ว่าเรื่องแบบนี้ อาจจะเกิดขึ้นอีกที่ไหนหรือเมื่อไรก็ได้แล้ว ทางที่ดีที่สุดคือทำให้ตัวเองแข็งแกร่งและสามารถรับมือกับมันได้ค่ะ แล้วนี่ก็เป็นโอกาสดีที่สามารถเตรียมตัวล่วงหน้าได้อีกด้วย”

            สีหน้าของเธอตอนนี้แตกต่างจากตอนที่เป็นลูกนกขี้กลัวในห้องโสตเหลือเกิน ดูเหมือนว่าการเตรียมตัวเตรียมใจและอาวุธรอบตัวจะทำให้เธออุ่นใจพอที่จะต่อสู้กับศัตรูได้สินะ

            แล้วทีนี้ผมก็หันไปมองที่หญิงสาวอีกคนที่กำลังเช็คปืนพกรวมไปถึงแท่งมหัศจรรย์หลากหลายชนิดที่เรียงรายอยู่บนเคาเตอร์

            “ฉันแค่ไม่อยากจะกลัวจนตัวสั่นแบบนั้นอีกแล้ว ใครที่มันบังอาจมาทำร้ายเพื่อนฉันล่ะก็ ฉันจะขยี้มันให้เละเลย”

            ดูเหมือนว่าคุณหนูผู้สูงศักดิ์คนนี้จะเจ็บใจกับความอ่อนแอที่ไม่อาจทำอะไรได้ในตอนนั้น ถ้าให้ผมเดาเธอคงจะต้องการที่ก้าวผ่านความกลัวที่ฝังอยู่ในตัวเธอล่ะนะ

            ส่วนมาสเตอร์ที่จัดเตรียมอุปกรณ์อยู่รอบนอกและเช็คสภาพของระเบิดทั้งหลายผ่านตัวควบคุมในห้องนิรภัยด้านหลังก็ไม่ต้องพูดถึง ขานั้นคงอยู่เพื่อที่ดูแลสองสาวนี้แน่นอน

            “ว่าแต่นายเถอะ ไม่เตรียมตัวงั้นเหรอ จะเอานี่ไหม มันน่าจะดีกว่าของที่นายใส่วันนั้นนะ” น้ำว่าพลางยื่นชุดปราบจลาจลอีกตัวมาให้ผม

            เพื่อความมั่นใจผมจึงใช้ทักษะดวงตาผู้รอบรู้ตรวจสอบดู และก็พบว่ามันเป็นชุดเกราะระดับต่ำซึ่งไม่มีความสามารถพิเศษอะไรจึงบอกปฏิเสธไปอย่างสุภาพแล้วเรียกเอาอุปกรณ์ที่เตรียมเอาไว้มาจากแหวนเงินนักสะสม

            พอประกายแสงหลายดวงวิ่งออกมาจากแหวนเงินนักสะสมวิ่งเข้าไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย พริบตาต่อมาร่างกายของผมก็อยู่ในสภาพพร้อมรบ

            ดาบเหล็กกล้าสองคมชั้นดีสลักมนตร์, ชุดเกราะหนังหนูเกล็ดศิลา, ปลอกแขนจอมพลัง, สร้อยคอเทวา, ห่วงแขนสลักเพลิง, ต่างหูนิรนาม

            สภาพผมตอนนี้เรียกได้ว่าคล้ายกับพวกแต่งคอสเพลย์ที่เคยเห็นตามงานคอมิคส์ต่าง ๆ แต่ก็เรียกได้ว่าดูดีกว่าสภาพใส่เกราะไม้เหม็นโฉ่วตอนนั้นหลายปีแสงอยู่

            ทันทีที่ผมสวมใส่ต่างหูนิรนาม มันทั้งน้ำและสาไม่สามารถที่จะจับโฟกัสที่ใบหน้าของผมได้อีกต่อไป

            จากที่เห็น ดูเหมือนทั้งสองคนตกใจที่จู่ ๆ ใบหน้าของผมก็เปลี่ยนแปลงไป แต่ก็สงบลงได้ในวินาทีต่อมา

            “นายได้มาจากครั้งก่อนเหรอ” คนที่ถามขึ้นมาคือน้ำที่มองดูด้วยความแปลกใจ

            ผมพยักหน้าตอบ

            “ขายต่อไหม?”

            เป็นคำถามที่เหลือเชื่อ

            .....เหลือเชื่อเลยว่าใบหน้าของเธอจะยังมีความรู้สึกอยู่

            ยัยนี่หน้าด้านกว่าที่คิดนะเนี่ย

            แต่คำตอบของผมก็คือ

            “ถ้ารอดไปได้จะลองคิดดู”

            ........

            ทำไมผมถึงตอบไปแบบนั้นน่ะเหรอ

            หึๆ หึหึหึหึ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

            คุณลองคำนวณดูนะค่าเงินตอนนี้คือ 1 ต่อ 10 แต่คนที่เข้าไปในนั้นได้ตอนนี้ทั้งประเทศมีผมคนเดียว เพราะฉะนั้นก็คือ ผมสามารถขายของพวกนี้ให้กับเธอแพงขึ้นสิบเท่า ร้อยเท่าหรือพันเท่าก็ยังได้ เพราะมันคืออุปกรณ์ที่ผมเท่านั้นที่มีสิทธิซื้อ ผมสามารถโขกราคาได้เต็มที่อย่างไรล่ะ

            ผมจะขายให้เธอแพงโคตร ๆ แล้วก็เอาไปแลกเงินในช่วงที่อัตราการแลกเปลี่ยนยังไม่เปลี่ยนแปลง แล้วก็ไปซื้อของใหม่มาใช้

            นี่มันเป็นการเล่นแร่แปรธาตุชั้นยอดจริง ๆ

            ฮ่าๆๆๆๆๆ!!!!!!

            อุ๊บ ไม่ได้ อย่าให้ออกทางสีหน้า นิ่งเข้าไว้ นิ่งเข้าไว้เดี๋ยวไก่จะตื่น

            ในขณะที่ผมกำลังคิดอะไรเพ้อเจ้ออยู่นั่นเอง มาสเตอร์ก็ออกมาจากห้องด้านหลัง และเมื่อเขาเห็นเครื่องแต่งกายของผมก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก

            มาสเตอร์เดินออกมาพร้อมกับจ้องมองนาฬิกาดิจิตอลที่อยู่บนชั้นวางของหลังเคาเตอร์

            ไม่ใช่สิ ไม่ใช่แค่มาสเตอร์

            ทั้งผม ทั้งสา ทั้งน้ำเองก็จ้องมองไปที่สิ่งเดียวกัน

            จนกระทั่งเลขบนนาฬิกาดิจิตอลเปลี่ยนเป็น 17.24

            ความรู้สึกนั้นก็เกิดขึ้นอีกครั้ง ความรู้สึกที่เหมือนเวลาโทรทัศน์คลื่นล้ม มันเข้ามาแวบเดียวแล้วก็หายไป แต่ทุกคนก็รับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของมันได้ในทันที

            แต่ว่าครั้งนี้มันไม่เหมือนครั้งก่อน

            ทันทีที่ความรู้สึกแปลก ๆ นั่นหายไป พื้นดินที่เหยียบอยู่ก็เหมือนกับเอนเอียง ไม่ใช่พื้นดินเท่านั้น ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ กำแพง เพดาน ทุดทุกทุกอย่างบิดเบี้ยวเหมือนภาพสามมิติที่ไม่สมบูรณ์

            ตอนนั้นเอง เสียงในหัวก็เฉลยคำตอบของสิ่งที่เกิดขึ้นให้ผมได้รู้

            /ปรากฏการณ์สุ่มพื้นที่ได้เกิดขึ้นเนื่องจากการชนกันของมิติ/

            ถึงจะไม่รู้แน่ชัดว่ามันคืออะไร แต่สังหรณ์ของผมบอกว่ามันต้องเป็นเรื่องที่ไม่ดีอย่างแน่นอน ก่อนที่จะได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น พื้นเบื้องล่างก็หายไป

            ในขณะที่กำลัง ‘ร่วงหล่น’ ลงไป น้ำที่อยู่ข้าง ๆ ก็คว้าผมเอาไว้ ส่วนสาที่อยู่ใกล้น้ำก็จับขาเธอเอาไว้ได้ ทางด้านมาสเตอร์นั้นอยู่ห่างออกไปจนไม่สามารถเอื้อมมือถึงจึงหลุดออกไปคนเดียว

            อาการเสียวเหมือนตอนที่ตกจากพื้นที่ต่างระดับที่มันจะวูบขึ้นมาจากปลายเท้าขึ้นมาที่ศีรษะ

            วินาทีต่อมาผมก็กำลังยืนอยู่บนพื้นโดยที่มีน้ำเกาะแขนเอาไว้แน่น ที่ด้านล่างมีสานอนอยู่กับพื้นกอดขาของน้ำเอาไว้

            พอมองไปรอบข้าง ก็พบว่าที่นี่ไม่ใช่บังเกอร์ร้านกาแฟ แต่เป็นดาดฟ้าของห้างสรรพสินค้า และที่สำคัญก็คือมาสเตอร์ไม่ได้อยู่ในบริเวณนี้ด้วย

            อ๊ะ จริงด้วยก่อนอื่นต้องเช็คว่าใครเป็นตัวแทน

            ผมไม่ได้สนใจน้ำที่กระเด้งผละออกไปจากแขน รีบเรียกหน้าต่างสถานะขึ้นมาเช็ค และผลของมันก็คือผมไม่ได้เป็นตัวแทนของฝ่ายมนุษย์อีกเช่นเคย

            พอสองสาวเห็นผมเรียกหน้าต่างสถานะขึ้นมา ประสบการณ์ของครั้งก่อนก็ทำให้เธอรีบเรียกหน้าจอสถานะของพวกเธอขึ้นมาบ้าง

            ผ่านไปครู่หนึ่งน้ำก็มองไปยังสา หญิงสาวตัวเล็กส่ายหน้าเป็นคำตอบ จากนั้นน้ำก็มองมาทางผมซึ่งผมเองก็ส่ายหน้าตอบไป

            “....ก็หมายความว่า” น้ำเอ่ยขึ้นมาหวั่นๆ

            “มาสเตอร์เป็นราชา”

            ผมตอบกลับความจริงที่ไม่อยากยอมรับให้เธอฟัง

            เฮ้อ

            ให้ตายเถอะ เรื่องมันชักจะยุ่งยากแล้วสิ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 482 ครั้ง

859 ความคิดเห็น

  1. #609 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 22:53
    ชิบหายละราชาหาย
    #609
    0
  2. #293 ปฐพีเร้นลับ (@ttoo1515) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 15:18
    จอมมารจริงๆวุ้ย
    #293
    0
  3. #226 ~Peace_Maker~ (@armclub104) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 14:14
    ขอบคุณครับ
    #226
    0