ตอนที่ 104 : Third Wave - 09 - ความมืด บทปลาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1928
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 278 ครั้ง
    29 เม.ย. 62

เมื่อร่างของเด็กสาวสัมผัสกับพื้นดิน จิตสังหารอันหนาวเย็นก็แผ่พุ่งออกมาจากร่างกายของเธอทันที ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นเพียงเด็กตัวเล็ก ๆ แต่ก็ไม่สามารถใช้มาตรฐานทั่วไปมาตัดสินความสามารถของเธอได้

เด็กสาวในเผ่าหายากที่มีพลังเวทอยู่ในร่างกาย ผู้ผ่านการฝึกฝนและหล่อหลอมด้วยสนามรบที่เต็มไปด้วยความตาย ต้องทุกข์ทนทรมานอยู่ในนรกที่ตายไปเสียยังสบายกว่า

ด้วยสิ่งที่ว่ามาแล้วการจะบอกว่าเด็กสาวคนนี้เป็นเด็กสาวธรรมดาคงจะเป็นไปไม่ได้

เพราะฉะนั้น...เพราะฉะนั้นผมจึง...

ใช้อาวุธไหม?”

คำตอบของเด็กสาวคือการส่ายหน้า

จะใช้มือเปล่างั้นเหรอ?”

เด็กสาวก็ยังคงส่ายหน้า

“...เวทมนตร์ล่ะ?”

เด็กสาวก็ยังคงส่ายหน้าต่อไป

ทั้งที่จิตสังหารของเธอแผ่พุ่งออกมาถึงขนาดนี้ แต่เธอกลับไม่ยอมเคลื่อนไหว เพราะฉะนั้นผมจึงพูดต่อไป

ถ้างั้นจะฆ่าเจ้าหมอนี่อย่างไรล่ะ?” ผมว่าพร้อมกับเดินเข้าไปข้างกายเธอ “ไม่แค้นมันอย่างนั้นเหรอ”

เด็กสาวก็ส่ายหน้าอีกครั้ง

แค้น?” ผมยกยิ้มขึ้นมาและคุกเข่าลงนั่งข้างเธอ ด้วยความสูงของเธอนั้นทำให้ตัวผมที่คุกเข่าลงไปมีความสูงพอดีกัน ใบหน้าของผมจึงเท่ากับใบหน้าของเด็กสาวพอดี “ถ้าอย่างนั้นก็ลงมือสิ”

เด็กสาวยังคงส่ายหน้า แต่ครั้งนี้บนใบหน้าของเธอเริ่มมีหยาดน้ำตาปรากฏออกมาแล้ว

ไม่อยากลงมืองั้นเหรอ?” ผมถามออกไปพร้อมกับใช้มือเวทมนตร์บีบคอของเจ้าเมืองให้ลอยขึ้นกลางอากาศ “ถ้าอย่างนั้นจะให้ผมจัดการให้ไหม?”

น้ำตาของเด็กสาวหลั่งไหลลงมามากขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับว่าความรู้สึกที่เธอเก็บกดเอาไว้กำลังพังทลายลงมา

ถ้าให้ผมจัดการรับรองเลยนะว่ามันจะทรมานมากกว่าทุกสิ่งที่มันทำมารวมกันเสียอีก รับรองได้เลยว่าเธอจะต้องพอใจแน่นอน” ผมกระซิบไปที่ข้างหูของเธอ

สำหรับเธอแล้วมันคงเป็นเหมือนกับเสียงของปีศาจร้ายที่กำลังโหมกระพือไฟแห่งความแค้นในใจของเธอให้ลุกโชนออกมา

ไม่ต้องห่วงเลยว่ามือเธอจะต้องเปื้อนเลือด ขอเพียงแค่เธอพยักหน้าหรือบอกมา ผมรับรองเลยว่าเจ้าหมูโสโครกนี้จะต้องตายอย่างทรมานแน่นอน ไม่สิ มันจะไม่ตาย ผมจะปล่อยให้มันมีชีวิตรอด แต่ในสภาพที่มันอยากจะตายเสียมากกว่า มันจะโอดครวญขอร้องให้ผู้คนที่อยู่รอบข้างปลิดชีพมันไป มันจะต้องทนหิวโหยและเจ็บปวดไปจนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายของมันเลย”

เด็กสาวส่ายหน้าอย่างรุนแรงพร้อมกับเอาสองมือขึ้นมาปิดหูของตัวเองเอาไว้ ราวกับว่าไม่อยากได้ยินเสียงของผม

แต่มันก็ไร้ความหมาย เพราะผมสามารถเคลื่อนย้ายเสียงของผมส่งตรงไปยังสมองของเธอได้ ไม่ว่าเธอจะพยายามหนีอย่างไรก็ไม่มีหนีรอดไปจากเสียงของผมได้

ไม่เอาน่า อย่าทำแบบนี้สิ แค่เธอพยักหน้าความแค้นของเธอจะได้รับการชำระในทันทีเลยนะ มันไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย”

ตอนนั้นเองที่อูบิลเหมือนจะทนกับการกระทำของผมไม่ได้และจะขอจัดการหมูโสโครกที่กำลังดิ้นทุรนทุรายอยู่กลางอากาศแทน

แต่ทันทีที่เขาเคลื่อนไหว ผมก็ใช้มือเวทมนตร์กดเขาเอาไว้กับพื้นพร้อมกับใช้สายตาเย็นชาจ้องมองไปยังลิซาร์ดแมนที่กำลังดิ้นรนให้หลุดออกมาจากเวทมนตร์ของผม

อย่าขยับ” พร้อมกับคำพูดของผมพื้นห้องก็กลายเป็นใบมีดขึ้นมาพาดที่คอของอูบิลเอาไว้ “เวลานี้ไม่ใช่เรื่องของคุณ”

อูบิลถึงกับนิ่งเงียบไปทันที ราวกับว่าร่างทั้งร่างของเขาถูกดูดวิญญาณออกไป แม้แต่เสียงของลมหายใจก็ไม่มีออกมาให้ได้ยิน

ทางด้านมิลล่าที่อยู่นอกห้องก็ดูเหมือนจะสัมผัสกับพลังเวทของผมได้ จึงนั่งเข่าอ่อนหมดแรงอยู่หน้าประตูด้วยสายตาเลื่อนลอยพร้อมกับน้ำตานองใบหน้า

เอาล่ะ เมื่อตัวกวนยอมหยุดแล้วมันก็ถึงเวลาที่ตัวเอกต่อ

เอาล่ะ ในเมื่อเธอทำไม่ได้...” ผมพูดพร้อมกับยิ้มเย็น “มันคงต้องมีอะไรมาบังคับกันแล้วสินะ”

สิ้นเสียงของผมมีดเหล็กเล่มหนึ่งที่ผมเก็บได้ในสงครามก็ออกมาจากแหวนทับทิมนักสะสมปักลงบนพื้นเบื้องหน้าของเธอ

หยิบมันขึ้นมา”

เด็กสาวยังคงส่ายหน้าด้วยน้ำตาสองมือของเธอยังคงปิดหูเอาไว้แน่น ราวกับว่าถ้าหากปล่อยมันออกมาแล้ว เธอจะไม่สามารถควบคุมความต้องการส่วนลึกในจิตใจของเธอได้

ถ้าเธอไม่หยิบมันขึ้นมาแล้วฆ่าหมูโสโครกนั่น ผมจะจัดการอูบิลกับมิลล่า”

ราวกับว่าเสียงของผมเป็นฟ้าผ่าลงไปที่ร่างของเธอ

ไหล่บอบบางที่ยังคงมีกลิ่นอายของความอ่อนล้าสะดุ้งเฮือกขึ้นมาและหันกลับไปมองพรรคพวกทั้งสองของเธอที่อยู่ในอุ้งมือของผม

ตอนนี้ไม่เพียงแค่อูบิลเท่านั้นที่ถูกคมมีดจากพื้นดินจ่ออยู่ที่คอ มิลล่าที่เข่าอ่อนอยู่ที่ประตูเองก็ถูกคมมีดที่ยื่นออกมาจากกำแพงจ่อเอาไว้ที่คอเช่นกัน

หยิบมันขึ้นมา”

ผมสั่งเสียงแข็ง

“....ม..”

ในที่สุดเด็กสาวก็มีอาการโต้ตอบออกมา

อยากให้พรรคพวกของเธอตายอย่างนั้นเหรอ?”

เธอส่ายหน้าอีกครั้งจนน้ำตาที่ไหลนองออกมากระเซ็นมาถึงผม

ถ้าอย่างนั้นก็ฆ่ามัน” ผมชี้ไปทางเจ้าเมืองที่ทำท่าจะหมดลมหายใจอยู่รอมร่อเบื้องหน้า

“...ไม่...ค”

ผมบอกให้ฆ่ามัน!”

ไม่ค่ะ...”

ไม่แค้นมันรึไง! ไม่อยากช่วยเพื่อนรึไง! ถ้าฆ่ามันแล้วทุกอย่างจะจบลง เธอและเพื่อนจะปลอดภัย ความแค้นของเธอก็จะได้รับการชำระ มีอะไรไม่ดีตรงไหน ทำไมถึงไม่ฆ่ามัน!? ”

“.... ไม่” เด็กสาวพยายามปฏิเสธคำสั่งของผมอย่างสุดกำลัง สองมือที่กำชายเสื้อสั่นระริกไปด้วยความโกรธและความกลัว

ถ้าเธอทำไม่ได้งั้นทั้งสองคนนั้นก็คงไม่จำเป็นแล้วสินะ” ผมยกมือขึ้นทำท่าจะใช้เวทมนตร์บั่นคอของทั้งสอง

และตอนนั้นเองสิ่งที่ผมรอคอยและเฝ้าหวังก็เกิดขึ้น

กำปั้นของเด็กสาวพุ่งตรงมาทางผม มันเป็นกำปั้นที่เต็มไปด้วยความกลัว แต่ถึงอย่างนั้นก็เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น

ความมุ่งมั่นที่จะไม่ยอมแพ้ต่อสิ่งที่ตนเองคิดว่าเลวร้าย ความมุ่งมั่นที่ยึดถือในสิ่งสำคัญของตัวเองและไม่ทิ้งมันไปถึงแม้ว่าเบื้องหน้าจะเลวร้ายและโสมมถึงเพียงใด ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์เช่นไร

จิตวิญญาณที่ส่องประกายงดงามก็จะยังคงความงดงามของมันเอาไว้ได้

แม้ว่าร่างกายจะเจ็บปวด จิตใจจะถูกพอกเอาไว้ด้วยความแค้น แต่ถึงอย่างนั้น ถึงอย่างนั้นดวงวิญญาณของเธอก็ยังส่องแสงงดงาม

ถึงแม้จะเผชิญหน้ากับศัตรูที่ไม่มีวันชนะก็ยินยอมที่จะต่อสู้ ถึงแม้จะถูกบังคับด้วยความไร้เหตุผลที่กระตุ้นให้ความแค้นของเธอเอ่อล้นออกมา

กำปั้นของเธอแฝงเอาไว้ด้วยจิตวิญญาณที่จะไม่ยอมแพ้ต่อความเลวร้าย

เป็นกำปั้นที่เล็ก บอบบางและยอดเยี่ยมเป็นที่สุด

ถึงแม้ว่าผมจะไม่ป้องกันและปล่อยให้กำปั้นเล็กของเธอกระแทกเข้ามาที่ใบหน้า แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บเลย ถึงแม้ว่าหลังจากกำปั้นนั้นจะมีเท้า ศอกและเข่ารวมไปถึงฟันเล็ก ๆ ที่พยายามจะหยุดยั้งผมด้วยทุกอย่างที่มี

ทั้งที่ตัวของเธอกลัวจนร้องไห้ออกมา กลัวจนไม่สามารถจู่โจมได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังเลือกที่จะสู้และต่อต้านสิ่งที่เธอคิดว่าไม่ถูกต้อง

แน่นอนว่าในใจของเธอนั้นมีความแค้น มันเป็นความแค้นที่หยั่งรากลึกผ่านกาลเวลาอันยาวนาน แต่เธอก็เอาชนะมันได้ เธอ...ผู้เป็นเด็กตัวน้อยสามารถทำในสิ่งที่ทาสทั้งหลายคนอื่นทำไม่ได้

เธอก้าวข้ามความแค้นและยืนหยัดต่อสู้กับความอยุติธรรมด้วยกำปั้นเล็ก ๆ ของเธอ

ถึงแม้ผมจะเป็นผู้มีพระคุณ ถึงแม้ว่าผมจะเป็นคนจัดเตรียมการล้างแค้นทั้งหมดเอาไว้ให้เธอ ถึงแม้ว่าผมจะเป็นคนช่วยพรรคพวกของเธอให้รอดพ้นจากความตาย

แต่เมื่อเธอรับรู้ได้ว่าสิ่งที่ผมทำนั้นเป็นสิ่งที่เธอคิดว่าชั่วร้าย เธอก็ต่อต้านออกมา...ถึงแม้ว่ามันจะต้องผ่านการกวดขันอยู่บ้างก็ตาม

กำปั้นเล็ก ๆ ของเธอยังคงทุบตีผมไม่หยุด เขี้ยวน่ารักทั้งสองกัดเข้าที่แขนของผม สองเท้าก็เตะป่ายมั่วซั่วชวนให้หัวเราะ

ทั้งอย่างนั้น....ผมกลับดีใจ

ที่เธอทำได้สำเร็จ เธอที่น่าจะเป็นคนที่จมดิ่งอยู่ในความมืดมิดมากกว่าใคร กลับเกลียดชังความมืดมิดนั้นและพร้อมที่จะต่อสู้อย่างสุดกำลัง

...เพราะอย่างนี้ไง ผมถึงเกลียดเด็ก

เด็กที่ไม่รู้ประสีประสา เด็กที่ทำตามความต้องการของจิตวิญญาณตัวเองออกมาได้อย่างที่ผู้ใหญ่ทำไม่ได้

เด็กที่ร้องไห้งอแงเมื่อไม่สามารถทำอะไรได้อย่างใจเพราะความอ่อนแอและด้อยประสบการณ์ของตัวเอง...แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่หยุดเดิน

เด็กที่อ่อนแอ...และน่าทะนุถนอม

เพราะเด็กแบบนี้แหละ ผมถึงต้องเหนื่อยอยู่ตลอด ต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ ต้องพยายามทั้งที่เหนื่อย ต้องเสี่ยงชีวิตทั้งที่ไม่สมควร

ก็เพื่อปกป้องจิตวิญญาณอันใสสะอาดแบบนี้นี่แหละ

อา ให้ตายเถอะ

แค่คิดก็ง่วงขึ้นมาแล้ว

เพราะเธอเลยนะ ที่ทำให้ผมง่วงจนน้ำตาคลอขึ้นมาแบบนี้ ยัยเด็กตัวแสบ

เตรียมใจไว้ให้ดีเลยนะ หลังจากนี้ไปเธอจะได้กินของอร่อย ๆ นอนในเตียงอุ่นและต้องหัวเราะออกมาอย่างร่าเริง วิ่งเล่นกับเพื่อนจนหมดแรง ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ในส่วนที่ทำไม่ได้

และเมื่อเธอโตขึ้น เธอก็จะต้องมาเหนื่อยกับเด็กอีกรุ่นหนึ่งที่จะเอาแต่ใจไม่แพ้เธอ เธอจะต้องมีชีวิตที่เหนื่อยยากในการเลี้ยงดูเจ้าพวกตัวแสบอย่างนั้น

และในวาระสุดท้ายของชีวิต

ผมก็ขอให้เธอได้นอนหลับโดยที่มีผู้คนอันเป็นที่รักรายล้อมส่งเธอด้วยความอาวรณ์อย่างสงบสุข

เตรียมใจไว้ได้เลยยัยเด็กน้อย

ถึงแม้ว่าเธอไม่ต้อง ผมก็จะยัดเยียดให้เธอเอง จะลากเธอออกมาจากความมืดมิดอันเน่าเหม็น โยนเธอลงไปในน้ำชะล้างความสกปรก เอาสมุนไพรป้ายตามร่างกายให้แสบจนร้องไห้ และเมื่อแผลหายเธอจะต้องกินอาหารอร่อย ๆ จนต้องร้องขอชีวิต

แต่นั่นก็เป็นเรื่องของอนาคต

ตอนนี้ผมจะยอมให้เธอเตะต่อย...แล้วก็กัดผมไปจนกว่าจะเหนื่อยก็แล้วกัน

เธอทุกข์ทรมานมามากพอแล้ว ได้เวลาที่เธอจะต้องปล่อยวางมันลงแล้ว

ที่เหลือให้เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ (?) ที่โง่เง่าและสารเลวอย่างพวกผมจัดการสานต่อให้เอง

ผมคิดไปพลางเฝ้าจ้องมองเด็กน้อยที่ยังคงอาละวาดพยายามหยุดยั้งผมอย่างสุดกำลัง...ด้วยรอยยิ้มที่แทบจะเก็บความยินดีเอาไว้ไม่อยู่

...

...

...

อ๊ะ ไอ้เจ้าหมูโสโครกนั่นขาดอากาศหายใจจนตายไปแล้วแฮะ

.........ช่างมันเถอะ ถึงปล่อยทิ้งไว้ก็คงไม่มีคนสนใจละนะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 278 ครั้ง

858 ความคิดเห็น

  1. #858 oomironhorse (@oomironhorse) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 20:34
    กลับมาเถิดดดดด ไรต์จ๋าาาา
    #858
    0
  2. #857 suyakadewa (@suyakadewa) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 18:29
    หายนานจังครับ
    #857
    0
  3. วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 17:09
    เลิกเขียนแล้วหรอครับ
    #856
    0
  4. #852 bbgamer2 (@BBGAMER) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 23:38
    บรรยายได้สุดยอด +1 เลยดีๆๆๆๆ
    #852
    0
  5. #845 Chaos I (@model05052547) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 18:22
    เป็นฉากที่ชอบมากในนิยายเรื้องนี้เลยแฮะ! ขอโหวตฉากนี้เป็นThe best!
    #845
    0
  6. #844 oomironhorse (@oomironhorse) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 18:28
    โลลิบันไซ!!!! (?)
    #844
    1
  7. วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 06:30
    ตัดภาพมาที่ออโรร่า จากตอนนี้คุณรู้สึกอย่างไรคะ//จ่อไมค์
    #843
    0
  8. #841 Olaf is here Bro!! (@ZEAL3IX) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 13:42
    มีความเป็นพ่อสูงมาก
    #841
    0
  9. #840 Saishiro (@saishiro) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 20:52

    หนุกหนาน

    #840
    0
  10. #839 Unknown_EIEI (@Unknown_EIEI) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 19:55
    อีกตอนได้บ่เจ้าคะ
    #839
    0
  11. #838 noddyboyapon (@noddyboyapon) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 19:53

    นุกค่ด
    #838
    0