ตอนที่ 103 : Third Wave - 08 - ความมืด บทกลาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1080
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 130 ครั้ง
    28 เม.ย. 62

หลังจากที่ทั้งสองจัดการศัตรูเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็มุ่งหน้าเข้ามาในคฤหาสน์ ความจริงแล้วพวกเราควรจะเข้าไปตั้งนานแล้วละนะ แต่บังเอิญว่าการปรับอารมณ์ของสองคนนั้นค่อนข้างแย่ก็เลยต้องใช้เวลามากกว่าที่คิดเอาไว้

อูบิลที่ถึงแม้ศัตรูน่าจะตายไปตั้งแต่สามหมัดแรกแล้วก็ยังไม่หยุดชก ทั้งที่ส่วนหัวของศัตรูน่าจะถูกบดเละไปแล้วก็ตาม เขาก็ยังไม่หยุดหมัดของตัวเอง ยังคงต่อยลงไปจุดเดิมซ้ำไปซ้ำมาราวกับหุ่นยนต์ที่สูญเสียวงจรความคิดที่จะทำตามคำสั่งสุดท้ายที่ได้รับมาจนกว่าร่างกายจะสูญสลาย

ส่วนทางด้านมิลล่าก็ไม่แพ้กัน หลังจากที่จัดการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของศีรษะศัตรูเรียบร้อยแล้ว เธอก็เอาดาบขึ้นมาและย้ำลงไปที่ซากซอมบี้หมายเลขสามจนเลือดกระเซ็นเปรอะเปื้อนไปหมดทั้งตัว....อืม หลังจากนี้ต้องสั่งให้มิลล่ายกเลิกเมนูเนื้อสับไปสักพักล่ะนะ

เอาล่ะ จะปล่อยไว้อย่างนี้ก็ใช่ที่ รีบ ๆ ปลุกขึ้นมาให้ทำงานต่อดีกว่า

ถ้าเป็นตามปกติ การจะเรียกสติของผู้ที่ตกอยู่ในความคลุ้มคลั่งมีอยู่สองวิธีก็คือใช้อาการช็อกกับปลอบโยนด้วยความอบอุ่น

น่าเสียดายที่ความอบอุ่นอ่อนโยนของผมนั้นมีไว้ให้คนที่ผมรักเท่านั้นเพราะฉะนั้นตัวเลือกมันจึงไม่มีตั้งแต่แรกอยู่แล้วสำหรับสองคนนี้

ผมสะบัดมือข้างขวาออกไป ใช้มือเวทมนตร์ยกร่างของอูบิลขึ้นฟาดลงกับพื้นสองสามครั้งก่อนจะยกข้างขึ้นมากลางอากาศและปาก้อนน้ำใส่เพื่อชะล้างคราบเลือดที่ติดอยู่ตามร่างกายสลับกับเขย่าแทนการขยี้เพื่อไม่ให้คราบสกปรกติดเนื้อผ้า

ส่วนทางด้านมิลล่านั้น ผมก็โอบกอดเธอให้เธอให้อยู่นิ่ง ๆ ....ด้วยเวทมนตร์ดินซึ่งบีบร่างกายเธอเอาจนเหลือให้โผล่ออกมาแค่ใบหน้า เมื่อเธอหยุดต่อต้านแล้วก็โยนเธอลงไปในบอลน้ำขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นมาแล้วเขย่าสองสามทีเรียกสติให้ตื่น

หลังจากที่ทั้งสองคนสลบไปเรียบร้อยแล้วก็ใช้มือเวทมนตร์เอามาวางเรียงกันเอาไว้

แน่นอนว่าผมไม่มีความอ่อนโยนให้กับคนนอกเท่าไร แต่สำหรับสองคนนี้ก็ต้องเรียกว่าอยู่ในฐานะที่พิเศษกว่าคนอื่นเล็กน้อย ก็เลยได้รับสิทธิพิเศษในการเป่าแห้งหลังจากชะล้างคราบสกปรกแถมให้นิดหน่อยเพื่อที่จะได้ไม่ต้องทนสวมใส่เสื้อผ้าเปียก ๆ กัน

เอาล่ะ เท่านี้ก็คงไม่ต้องห่วงว่าจะเป็นหวัดแล้ว

แต่ไม่รู้ทำไมเด็กสาวที่ผมกำลังอุ้มอยู่ถึงได้สั่นขึ้นมา สองมือที่กำเสื้อของผมแน่นตอนนี้มันกำลังสั่นอย่างรุนแรงจนไม่ต่างไปกับการกระชากเลยแม้แต่น้อย แต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก กระชับร่างของเธอให้เข้าที่แล้วหันไปมองเล็กน้อย

ดูเหมือนภาษาสายตาที่ผมส่งไปหาเธอว่าอย่าดิ้นสิ เดี๋ยวก็หล่นลงไปหรอก’ จะสื่อถึงเธอ ร่างของเด็กสาวถึงได้หยุดสั่นดังกึกแล้วก็แข็งค้างไปอย่างนั้น

และหลังจากที่ทั้งสองคนได้สติขึ้นมาก็ถลาพุ่งเข้ามาขอโทษขอโพยผมทันทีที่ตัวเองสติหลุดไประหว่างการทำงาน ความจริงแล้วผมก็ไม่ได้โกรธหรือว่าอะไรหรอกนะ ผมรู้อยู่แต่แรกแล้วว่ามันจะเป็นอย่างนี้ก็เลยไม่ได้ไปไล่เรียงอะไรและสั่งให้ทั้งสองเดินตามเข้ามาในคฤหาสน์

ภายในคฤหาสน์นั้นเรียกได้ว่าไม่ต่างอะไรไปกับบ้านผีสิงเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่ผมปิดสถานที่แห่งนี้ไปเพียงแค่สิบวันเท่านั้น แต่สภาพภายในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับคฤหาสน์ที่ถูกปล่อยทิ้งเอาไว้หลายปีเลย ถึงแม้จะมีร่องรอยของการอยู่อาศัยหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่แล้วมันก็ถูกบดบังไปด้วยทัศนียภาพที่เลวร้าย

ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะหรือเก้าอี้ที่ระเกะระกะ ข้าวของที่กระจัดกระจายไปทั่ว ที่มุมห้องมีซากศพของคนเหม็นเน่าบ้าง ตามกำแพงมีรอยเลือดและร่องรอยของการต่อสู้เอาชีวิตรอด

ถ้าให้เดาก็คือถึงแม้จะแย่งชิงอาหารมาจากผู้คนในเมืองแล้วก็ตาม ดูเหมือนว่ามันก็ยังไม่เพียงพอที่จะให้ผู้คนในคฤหาสน์สบายใจสินะ มันถึงเกิดการแย่งชิงขึ้นมาอีกทอดหนึ่ง เพราะอย่างนั้นเองสภาพด้านในคฤหาสน์ถึงได้ดูเลวร้ายยิ่งกว่าภายนอกหลายเท่า

และยิ่งเข้าไปลึกมากเท่าไร ร่องรอยของการต่อสู้ก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ศพที่ระเกะระกะตามข้างทางยิ่งมากขึ้น แน่นอนถ้าหากว่ามีศพที่ถูกปล่อยทิ้งเอาไว้มันก็ย่อมต้องส่งกลิ่นเหม็น ดูเหมือนว่าทั้งสามเองจะคุ้นเคยกับกลิ่นแบบนี้อยู่แล้วเลยไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมา

ส่วนผม?

ตอนที่ผมไปติดอยู่ในมิติมืดนั้นมีกลิ่นแรงกว่านี้หลายเท่า เพราะฉะนั้นของแค่นี้มันย่อมทำอะไรผมไม่ได้แน่นอน

สำหรับเป้าหมายที่ผมกำลังมุ่งไปก็คือโถงห้องนอนของเจ้าเมือง ถึงแม้ว่าในคฤหาสน์จะกว้างใหญ่แต่ผมก็สามารถเดินมุ่งหน้าตรงไปยังเป้าหมายได้โดยไม่หลงทาง

ส่วนหนึ่งก็เพราะผมตรวจสอบเอาไว้ก่อนด้วยตาพันลี้ ส่วนอีกส่วนหนึ่งก็...

เพราะศพที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับเป็นป้ายบอกทาง

ศพบางศพมีร่องรอยของการถูกฟันด้วยของมีคม บ้างก็ถูกทุบด้วยของหนัก ๆ แต่สิ่งเดียวที่เหมือนกันก็คือศพเหล่านั้นกำลังมุ่งหน้าไปในทิศทางเดียวกัน

และเมื่อมาถึงเป้าหมายแล้วผมก็เห็นสิ่งที่เรียกได้ว่าคล้ายกับประตูนรก

ถึงจะไม่เคยเห็นของจริงก็เถอะ แต่เดาว่ามันก็คงให้อารมณ์มาประมาณนี้ละนะ

ประตูไม้บานใหญ่ที่เต็มไปด้วยคราบเลือด ศพหลายศพเรียงรายเกาะเกี่ยวกับประตูเอาไว้ จากรอยเลือดบนประตูก็ทำให้พอรู้ว่าพวกเขาและเธอพยายามที่พังเข้าไปด้านใน แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่สำเร็จและถูกสังหารอยู่ตรงนี้

จากจุดที่ผมยืนสามารถได้ยินเสียงกัดฟันของอูบิลและมิลล่าได้อย่างชัดเจน

ดูเหมือนว่าภาพตรงหน้ามันจะแสดงความมืดมิดในสัญชาตญาณสิ่งมีชีวิตออกมาได้เป็นอย่างดี

พร้อมที่จะสังหารผู้อื่นเพื่อให้ตนเองมีชีวิตรอด

กลับกันผมไม่ได้รู้สึกอะไรเลย

อาจจะเป็นเพราะผมเข้าใจมนุษย์ถึงจุดหนึ่งและยอมรับความอัปลักษณ์สิ่งนั้นได้ละมั้ง

ไม่สิ ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือเผ่าพันธุ์ใดก็ตาม ล้วนแต่สังหารสิ่งอื่นเพื่อมีชีวิตรอดต่อไปอยู่แล้ว

ในตัวของสิ่งมีชีวิตนั้นถ้าจะให้พูดอีกแบบหนึ่งก็คือร่างกายที่อัดแน่นไปด้วยซากศพของสิ่งอื่นจำนวนนับไม่ถ้วน

ถ้ามองไปถึงจุดนั้นแล้ว การสังหารคนอื่นเพื่อความอยู่รอดของตัวเองก็นับเป็นทางเลือกถูกต้องหากมองในมุมของสัญชาตญาณ

การปกป้องชีวิตตนเองเป็นเรื่องที่สิ่งมีชีวิตทุกอย่างพึงกระทำอยู่แล้ว

เพราะฉะนั้นผมจึงไม่ได้สนใจอะไรมากนัก แล้วอีกอย่าง สิ่งที่ผมกำลังจะกระทำต่อไปนี้ ก็เพื่อให้กองทัพทาสมีแรงก้าวเดินต่อไป พูดอีกมุมหนึ่งผลลัพธ์มันก็ไม่ได้ต่างไปกับคนพวกนี้มากนัก สิ่งที่แตกต่างก็แค่จุดยืนและวิธีการเท่านั้นเอง

เข้ามาใกล้ ๆ” ผมกระซิบบอกให้ทั้งสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังได้ยิน

ดูเหมือนว่าตอนนี้ทั้งสองจะไม่มีความลังเลสงสัยอะไรในคำสั่งของผมอีกแล้ว ทันทีที่ผมบอกก็รีบถลาเข้ามายืนปรี่อยู่ด้านหลังทันที

สงสัยจะสำนึกบุญคุณที่ปลุกให้ได้สติสินะ

ช่างเป็นคนที่รู้บุญคุณดีอะไรอย่างนี้นะ

ผมเรียกพลังเวทเข้ามาที่มือขวาและดีดนิ้วส่งเปลวเพลิงออกไปยังซากศพที่อยู่รอบข้าง

เปลวไฟสีแดงฉานก็พลันลุกลามออกไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อซากศพที่กองเรียงรายอยู่หน้าประตูมอดไหม้ลงไปแล้วผมก็ใช้มือเวทมนตร์แหวกเศษซากออกแล้วพังประตูเข้าไปด้านใน

ทันทีที่ประตูเปิดออก กลิ่นเหม็นเน่าของซากศพก็โชยออกมาทันที ทำเอาทั้งสามปิดจมูก เบนหน้าหนีไปวูบหนึ่งเลยทีเดียว

อย่างที่ผมพูดเอาไว้

ถ้าประตูนี้มันเหมือนกับนรก ก็แสดงว่าสิ่งที่อยู่ด้านในนั้นคือนรกของแท้นั่นเอง

เมื่อก้าวเท้าเข้ามาด้านในมันก็ยิ่งทำให้ผมเห็นทุกอย่างในนี้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ความจริงแล้วผมเห็นทั้งหมดจากตาพันลี้แล้วน่ะนะ ก็เลยไม่ตกใจอะไรมาก แต่ดูเหมือนว่าทั้งสามจะไม่ใช่อย่างนั้น

ภาพที่เห็นทำเอาดวงตาของทั้งสามเบิกโพลงขึ้นมาในทันที

ถึงแม้มันจะเป็นห้องที่มืดทึบ มีเพียงแสงสว่างจาง ๆ ลอดออกมาจากม่านที่หนาทึบ แต่มันก็เพียงพอที่จะให้ทั้งสามซึ่งมีสายตายอดเยี่ยมเห็นถึงนรก’ ที่อยู่ภายในได้

โถงห้องนอนของเจ้าเมืองนั้นเป็นห้องขนาดใหญ่ที่กินเนื้อที่สองชั้นของคฤหาสน์ เนื้อที่ของห้องนอนนั้นเป็นลักษณะครึ่งวงกลมที่มีเพดานสูง หน้าต่างบานใหญ่เรียงรายอยู่ตามกำแพง แขวนกั้นเอาไว้ด้วยม่านสีดำทึบที่มองจากด้านนอกไม่เห็น กลางห้องมีเตียงขนาดใหญ่ที่มีม่านผ้าไหมสีขาวปกปิดด้านในเอาไว้

นั่นคือส่วนของห้อง

แต่ส่วนที่สำคัญกว่านั้นก็คือสิ่งที่ประดับอยู่ตามห้อง

บนเพดานสูงนั้นเต็มไปด้วยร่างของอมนุษย์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นวอร์บีสท์ ลิซาร์ดแมน มิโนทอรัส ถูกห้อยลงมา ดูจากสภาพแล้วน่าจะถูกแขวนลงมาแล้วปล่อยให้อดตายอยู่อย่างนั้น สาเหตุที่แขวนเอาไว้ด้านบนก็เพราะจะได้ดูภาพความทุกข์ทรมานจากบนเตียงนอนอย่างชัดเจน

แต่ที่เลวร้ายกว่านั้นก็คือสิ่งที่ประดับอยู่บนฝาผนัง

ร่างของอมนุษย์ครึ่งสัตว์หลายร่างถูกตรึงเอาไว้บนกำแพง บ้างก็ยึดเอาไว้ด้วยหมุด บ้างใช้โซ่ล่ามเอาไว้ ทุกร่างล้วนแต่เป็นหญิงสาวที่อยู่ในสภาพเปลือย ตามร่างกายที่ผอมซูบนั้นเต็มไปด้วยร่องรอยของการถูกทรมาน

และที่เลวร้ายที่สุดก็คือบนพื้นห้อง

มันเป็นภาพที่น่าทุเรศเป็นที่สุด สิ่งที่ผมบอกว่าทุเรศนั้นไม่ใช่ภาพที่เกิดขึ้นแต่เป็นผู้ที่ทำให้ภาพนี้เกิดขึ้น

ซากศพทั้งหลายที่กองเรียงรายกันแทนพื้นอย่างน่าสังเวชนั้นชวนให้อาเจียนเป็นที่สุด และพอผมคิดถึงจุดนี้ขึ้นมามิลล่าก็ทนความอัปลักษณ์ของสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ไหววิ่งหนีออกไปอาเจียนที่นอกห้อง

อูบิลนั้นกำหอกในมือของตัวเองแน่นจนเกิดเป็นเสียงเกล็ดบดกับด้ามหอก

ส่วนเด็กสาวในแขนของผมก็สั่นขึ้นมาเป็นระยะ

ผมรู้ว่ามันไม่ใช่อาการสั่นจากความกลัว

กลับกัน

มันเป็นการสั่นเทิ้มด้วยความโกรธแค้น

ราวกับว่าในร่างเล็ก ๆ นั้นกำลังมีภูเขาไฟระเบิดออกมา พลังเวททั่วร่างของเธอที่ผมสะกดเอาไว้ก็ปั่นป่วนราวกับจะระเบิด ถ้าผมไม่ควบคุมเอาไว้ดี ๆ มีหวังเธอได้คลั่งขึ้นมาจนร่างกายทรุดลงไปอีกรอบอย่างแน่นอน

แต่ถ้าอยู่ในมือผมแล้วละก็ ต่อให้เธอจะคลั่งมากกว่านี้สักเท่าไรก็ไม่มีปัญหา

ดูเหมือนว่าเจ้าเมืองที่นอนอยู่บนเตียงจะสัมผัสได้ถึงตัวตนของพวกผมแล้ว

ม่านผ้าไหมสีขาวข้างเตียงจึงสั่นไหวออกมาเล็กน้อย

“...ใคร” เสียงแหบแห้งนั้นไม่ต่างไปจากเสียงร้องครวญครางของซากศพดังลอดออกมา

อูบิลที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นทำท่าจะพุ่งออกไปจัดการแต่ผมก็ยกมือขึ้นมาห้ามเอาไว้เสียก่อน

ข้าถามว่า...พวกแก...เป็นใคร” เสียงแหบแห้งนั้นดังขึ้นอีกครั้ง

ผมปัดมือขวาออกเหวี่ยงเอาเตียงกระเด็นไปทางหน้าต่างที่ไม่มีซากศพแขวนเอาไว้แล้วดึงร่างของคนที่อยู่ด้านในห้อยค้างเอาไว้กลางอากาศ ก่อนจะทิ้งมันลงมาในจุดเดิมที่เคยมีเตียงวางเอาไว้

ร่างที่ปรากฏออกมาจากม่านผ้าไหมก็คือเจ้าเมืองที่ผมเคยตีมือไปครั้งหนึ่งตอนนั้น

มือของมันที่ขาดหายไปตอนนี้ยังคงมีเลือดซึมออกมาทำเอาชุดนอนสีขาวเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด ไม่สิ คราบเลือดพวกนั้นมันเลอะมาแต่เดิมอยู่แล้ว พอลองมองดูดี ๆ บนชุดนอนสีขาวนั้นก็มีคราบเลือดแห้งกรังติดอยู่มากมาย จะมีรอยเลือดสีสดก็ช่วงเอวที่สัมผัสกับมือข้างที่ถูกตัดไปเท่านั้น

...หุบปาก” ผมว่าพลางเดินเข้าไปหยุดตรงหน้า ดูเหมือนว่าเจ้าเมืองนั้นจะเบลอจากสถานะจิตหลอนจึงทำให้ต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะจำหน้าของผมได้

ผมหยุดเท้าลงเมื่อเข้ามาในระยะหนึ่งและวางเด็กสาวในอ้อมแขนลง

และดูเหมือนว่าเด็กสาวเองก็รู้ว่าผมจะทำอะไร เธอจึงลงออกจากแขนของผมอย่างไม่ลังเลและจ้องเขม็งไปยังชายเบื้องหน้าที่พยายามดันตัวเองขึ้นมาจากพื้น

ผมเอื้อมมือยังวางบนศีรษะของเด็กสาวร่ายพรแห่งทวยเทพและเวทมนตร์เสริมพลังอื่น ๆ เพื่อไม่ให้ร่างกายเธอรับภาระหนักจากเรื่องที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้

และเมื่อเวทมนตร์ของผมแสดงผลออกมา มันก็เปรียบเสมือนเป็นสัญญาณให้สัตว์ร้ายที่กำลังโกรธถึงขีดสุดหลุดออกจากโซ่ที่ล่ามมันเอาไว้พุ่งเข้าใส่ศัตรูที่ไร้เรี่ยวแรง

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 130 ครั้ง

859 ความคิดเห็น

  1. #837 Chaos I (@model05052547) (จากตอนที่ 103)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 23:31
    ดูเหมือนพระเอกจะเข้าใจผิดระหว่าง'ซาบซึ้งน้ำใจ' กับ'กลัวในการกระทำ' หน่ะนะ ส่วนที่นิ่งและแข็งค้างคงไม่ใช่เพราะสายตาธรรมดาที่ส่งไป คงจะเป็นสายตาประมาณว่า"ถ้าไม่หยุดสั่นเดี๋ยวเชือดซะนี่"
    #837
    0
  2. #836 oomironhorse (@oomironhorse) (จากตอนที่ 103)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 19:25
    เด็ดหัวแม่มเลย อิหนูนนนน (อิน)
    #836
    0
  3. #835 Saishiro (@saishiro) (จากตอนที่ 103)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 18:35

    หนุกหนาน

    #835
    0
  4. #834 Popy13 (@wannachart2015) (จากตอนที่ 103)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 18:29
    วิธีการเรียกสตินี้มันช่างน่ากลัว ฮ่าๆๆๆ
    #834
    0