RRPG • มหาสงครามครองมิติ

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 92,604 Views

  • 848 Comments

  • 4,213 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,203

    Overall
    92,604

ตอนที่ 100 : Third Wave - 05 - คุณแม่ บทกลาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2109
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 243 ครั้ง
    11 เม.ย. 62

ดูเหมือนว่าเด็กคนนี้จะยังหลงเหลืออาการบาดเจ็บอยู่ มันก็ไม่แปลกละนะเพราะว่าฝืนใช้ร่างกายมาตั้งขนาดนั้นการจะรักษาให้หายขาดในทีเดียวคงจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถึงอย่างนั้นผมก็เบาใจที่บาดแผลภายนอกของเธอนั้นหายไปหมดแล้ว โดยเฉพาะรอยแผลไฟไหม้ตามร่างกายก็ถึงกับให้อัลมาช่วยรักษาให้เป็นอย่างดีเลยด้วย

แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังวางใจไม่ได้ เพราะถึงแม้ภายนอกเธอจะดูปลอดภัยดีแล้วก็ตาม แต่ว่าภายในร่างกายของเธอนั้นยังอ่อนแออยู่มาก ทั้งอวัยวะภายใน ทั้งโครงสร้างร่างกาย รวมไปถึงกล้ามเนื้อที่ลีบเล็กไม่สมวัยนั้นยังคงส่งผลอยู่ การฝืนใช้ร่างกายอย่างต่อเนื่องโดยที่ไม่รักษาให้ดี ไม่เพียงเท่านั้นดูเหมือนว่าสารอาหารที่เธอจะได้รับนั้นมันยังไม่เพียงพออีกด้วย การที่เธอขาดสารอาหารมาเป็นเวลายาวนานต่อเนื่องเช่นนี้การที่ร่างกายของเธอจะทรุดโทรมลงไปอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็ไม่แปลกอะไร

ถึงแม้ว่าผมกับอัลจะทำการรักษาบาดแผลให้เธอเรียบร้อยแล้ว แต่ความอ่อนแอดั้งเดิมของร่างกายนั้นก็ยังไม่หายไป เพราะฉะนั้นหลังจากนี้จึงต้องประคับประคองไปสักพักกว่าที่เธอจะกลับมาแข็งแรงดังเดิมได้

รอก่อนนะ” ผมขยี้ศีรษะของเด็กสาวเบา ๆ ก่อนจะเดินออกไปทางประตูโดยระหว่างก็ไม่ลืมที่จะหยิบเอาบัลที่สะบัดขาพยายามกลับตัวขึ้นมายืน

ตอนนี้ผมและเหล่ากองทัพทาสกำลังพักอยู่ที่หมู่บ้านร้างแห่งหนึ่งที่อยู่นอกตัวเมือง ดูเหมือนว่ามันจะเคยเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ มาก่อน แต่ด้วยผลของสงครามหรือว่าอาจจะเป็นเพราะการล่าทาส ที่แห่งนี้จึงได้กลายมาเป็นหมู่บ้านร้าง ผมสั่งให้กองทัพทาสทุกคนจัดหาที่พักกันตามความต้องการของตัวเอง แล้วให้กองทัพเทวาคอยเฝ้ายามเพื่อป้องกันเหตุร้าย โดยไม่ลืมส่งส่วนหนึ่งไปล่าสัตว์เพื่อนำมาใช้เป็นอาหาร

ระหว่างที่ผมกำลังรักษาผู้คนในกองทัพทาสอยู่นั้นเหล่ากองทัพเทวาที่ถูกส่งไปล่าสัตว์ก็กลับมาพร้อมกับอาหารมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกระทิงเขาเหล็ก กวางกินคนหรืองูเขาเดียว จากข้อมูลของดวงตาพันลี้ทำให้รู้ว่าพวกมันเป็นสัตว์อสูรที่ค่อนข้างดุร้าย กระทิงเขาเหล็กมักจะอยู่รวมกันเป็นฝูงและเขาจู่โจมใส่ศัตรูพร้อมกัน กวางกินคนมีความปราดเปรียวและดุร้ายพอกับเสือโคร่งมักจะใช้เขาที่โค้งออกมาเหมือนกับคมมีดขวิดเข้าใส่เหยื่อของตน ส่วนงูเขาเดียวก็มีขนาดที่ใหญ่พอ ๆ กับ อนาคอนด้า ถ้ามันถอนกรามของตัวเองออกมาก็จะสามารถหม่ำลูกช้างเข้าไปได้สบาย

อืม สมกับเป็นกองทัพเทวา ช่างสรรหาอาหารที่น่าอร่อยออกมาได้ถูกใจผมยิ่งนัก

โชคดีที่ในกองทัพทาสมีคนที่ทำอาหารเป็นอยู่ ผมจึงสั่งให้เธอนำวัตถุดิบที่น่ารักทั้งหลายเหล่านี้ไปทำเป็นอาหาร ซึ่งหญิงสาววอร์บีสท์เผ่ากระต่ายก็ตอบรับด้วยความยินดีพร้อมกับสั่งการผู้คนรอบข้างที่มีแรงให้มาเป็นลูกมือของเธอ

ไม่นานนักกลิ่นหอมของอาหารก็โชยไปทั่ว ถึงแม้ว่าเธอจะไม่มีวัตถุดิบอุปกรณ์อะไรมากมาย แต่ด้วยฝีมือการทำอาหารที่เรียกได้ว่าเหนือกว่าเชฟระดับมิชลินของหญิงสาวเผ่ากระต่ายก็ได้เสกเอาของพวกนั้นออกมาเป็นสเต๊กเลิศหรูขึ้นมาได้

ความจริงแล้วถ้าเป็นมนุษย์ธรรมดาหากมากินสเต๊กในช่วงเวลาที่ร่างกายอ่อนแอเช่นนี้ คงจะไม่สามารถรับย่อยหรือรับเอาสารอาหารเข้าไปในร่างกายได้ แต่เพราะความแข็งแกร่งของเผ่าพันธุ์ที่มีมาตั้งแต่กำเนิดปัญหาที่ผมกังวลจึงไม่เกิดขึ้นกับเหล่ากองทัพทาส

อืม ถ้าเลี้ยงง่ายแบบนี้เราคงไปด้วยกันได้นานละนะ

นอกจากอาหารเหล่านั้นแล้ว ผมยังให้เธอทำอาหารเบา ๆ สำหรับคนที่ยังมีสภาพร่างกายอ่อนแอมาก รวมไปถึงผู้ที่สูญเสียฟันทั้งหมดของตนไปจนไม่สามารถเคี้ยวอาหารได้ และนั่นก็เป็นเป้าหมายที่ผมกำลังจะไปหยิบขึ้นมา

หญิงสาวหูกระต่ายสีดำเช่นเดียวกับเส้นผมที่กระเซอะกระเซิงกำลังหันหน้าก้มลงมองในหม้อซุปขนาดใหญ่ที่ผมใช้เวทมนตร์สร้างขึ้นมา

น่าเสียดาย ถ้ามีของที่ปรุงกลิ่นได้มากกว่านี้สักนิดคงจะดี” เธอบ่นพึมพำพลางยกเอาทัพพีขนาดยาวลงไปกวนในหม้อ

มิลล่า” ผมส่งเสียงเรียกหญิงสาวชาวกระต่ายที่กำลังตั้งใจทำอาหารทำเอาเธอสะดุ้งขึ้นมาจนหูทั้งสองชี้ขึ้นฟ้า

ผะ ผู้มีพระคุณ!” เธอหันมามองผมอย่างตกใจก่อนจะยกมือขึ้นลูบอก “ตกใจหมดเลย”

ขออาหารด้วย” ผมว่าธุระกับเธอไปโดยไม่อ้อมค้อม

อ๊ะ เด็กคนนั้นตื่นแล้วสินะ” เธอเข้าใจในทันทีพร้อมกับเดินไปหยิบเอาชามเก่า ๆ ที่ทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วมาจัดเตรียม ไม่นานนัก น้ำซุปที่เคี้ยวด้วยกระดูกของกระทิงเขาเหล็กผสมกับเนื้อสับของกวางกินคนชามโตก็ถูกส่งมาให้ผม “เชิญเลย ผู้มีพระคุณ!”

เธอยิ้มร่าพร้อมกับยื่นชามอาหารมาให้ผม

ขอบคุณ” เมื่อรับมาแล้วผมก็หันหลังกลับไปทันที แต่ว่ามิลล่านั้นกลับส่งเสียงเรียกผมเอาไว้เสียก่อน

ผู้มีพระคุณ...” เสียงแผ่วเบาของเธอทำเอาผมสงสัยเล็กน้อย ซึ่งพอหันกลับไปดูก็ต้องแปลกใจ

เพราะตอนนี้มิลล่ากำลังคุกเข่าลงกับพื้นโขกศีรษะตนเองมาทางผม

ข้าไม่รู้ว่าท่านต้องการอะไรถึงช่วยพวกเราเอาไว้ ข้าไม่รู้ แต่ก็ขอขอบคุณมาก ถึงมันจะเป็นเพียงความฝันช่วงสั้น ๆ ก่อนที่จะตาย ข้าก็ดีใจที่ตัวข้าได้มีโอกาสมาทำอาหารอีกครั้ง....” เธอพูดสิ่งที่ตนเองคิดออกมาอย่างไม่ปิดบัง “แต่แค่เด็กคนนั้น...แค่เด็กคนนั้นเท่านั้น.....มันอาจจะเป็นเป็นเรื่องไร้ยางอายที่มาขอร้องท่านแบบนี้ทั้งที่ท่านช่วยพวกเรามามาก...แต่ข้าขอร้อง...ได้โปรดอย่าคิดร้ายกับเด็กคนนั้นเลย.....เธอพยายามเพื่อพวกเรามามาก....เธอเจ็บปวดแทนพวกเรามามากเกินไปแล้ว”

เสียงของเธอสั่นเครือราวกับว่าอารมณ์ที่คุกรุ่นออกมามันอื้ออึงขึ้นมาในลำคอ

ข้าไม่รู้ว่าท่านต้องการอะไร.... แต่ขอร้องว่าอย่าเอาเด็กคนนั้นเข้ามาเกี่ยวข้องเลย!” ว่าแล้วเธอก็โขกศีรษะลงกับพื้นอีกครั้ง “...ได้โปรดปล่อยเด็กคนนั้นไปเถอะ!”

ผมจ้องมองมิลล่าที่โขกศีรษะกับพื้นโดยที่ไม่ขยับเขยื้อน

ทำไม่ได้...” ผมตอบกลับสั้น ๆ ก่อนจะหันหลังกลับไป

เมื่อได้ยินคำตอบของผมแล้วมือทั้งสองของมิลล่าก็กำเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดโปนออกมา

เธออ่อนแอเกินไป” ผมว่าต่อก่อนที่ร่างของผมจะหายไปจากสายตาของมิลล่า “ปล่อยไปจะอันตราย”

ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองรึเปล่า ระหว่างที่กำลังเดินขึ้นมาเพื่อนำอาหารไปให้เด็กสาวคนนั้น ผมก็เหมือนกับได้ยินเสียงสะอื้นดังตามหลังมา เสียงสะอื้นปนเสียงร้องไห้ที่บ่งบอกถึงความโล่งอกของผู้ร้องได้เป็นอย่างดี

ดูเหมือนว่าถึงจะอยู่ในนรกเด็กคนนั้นก็ยังคงจิตใจที่ดีงามเอาไว้ได้สินะ

น่าชื่นชม...แล้วก็น่าสงสารจริง ๆ

ระหว่างที่เดินขึ้นบันไดผมก็เฝ้าคิดถึงเรื่องราวของตัวเอง ในตอนที่ผมสูญเสียพ่อและแม่ไป ผมเข้มแข็งได้อย่างเธอหรือไม่ ...คำตอบคือไม่

ผมทำได้แค่หนี ผมเบนหน้าจากเรื่องราวตรงหน้าหาสิ่งอื่นมาใส่สมองพยายามทำเรื่องไร้สาระ เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ก็เพื่อบังคับให้ตัวเองลืมเลือนความเศร้า...ในขณะที่เด็กคนนั้นถึงแม้จะสูญเสียพ่อแม่ไป เธอก็ยังต่อสู้เรื่อยมาในสภาพแวดล้อมที่ตายไปเสียยังจะดีกว่า

ไม่เพียงเท่านั้นเธอยังเป็นที่รักของเหล่าทาสคนอื่นอีกด้วย

มิลล่าไม่ใช่คนแรกที่พูดกับผมอย่างนั้น แม้กระทั่งอูบิล ลิซาร์ดแมนที่ผมปลดเวทมนตร์ทาสให้เป็นคนแรกยังมาก้มศีรษะขอร้องให้ผมช่วยรักษาเด็กสาวคนนี้ จากที่อูบิลเล่าเห็นว่าเด็กสาวคนนี้มักจะเป็นหัวหอกในการรบอยู่เสมอ พุ่งเข้าใส่จุดที่อันตรายที่สุดด้วยตัวเอง ดึงเอาความเกลียดชังของศัตรูไปอยู่ที่ตนเองเพื่อลดอันตรายให้กับคนรอบข้าง บางครั้งเธอก็เข้ามาช่วยคนที่เสียท่าและกำลังจะถูกฆ่า บางครั้งเธอก็เข้ามาปกป้องเพื่อนพ้องเอาไว้จากอันตราย

เพราะฉะนั้น....ถึงจะไม่มีใครพูดอะไรออกมา แต่ตัวตนของเด็กคนนี้ก็เหมือนกับหัวหน้าของทุกคนในที่นี้

ไม่ใช่หัวหน้าที่คอยสั่งการให้เคลื่อนไหว ไม่ใช่หัวหน้าที่ต้องคอยปกป้อง

แต่เป็นหัวหน้าที่ช่วยค้ำจุนจิตใจของทุกคนให้อยู่รอดต่อไป

เป็นเด็กสาวที่มหัศจรรย์จริง ๆ

เธอเหมือนกับหอกที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจในการสังหาร เพียงแต่ตัวหอกนั้นไม่ได้ทำขึ้นมาจากเหล็ก มันเป็นเพียงแก้วบาง ๆ ที่พร้อมจะแหลกสลายได้ทุกเมื่อ ถึงอย่างนั้น...ตัวเธอก็ยังใช้อำนาจนั้นเพื่อเอาชีวิตรอดไปพร้อมกับปกป้องผู้คนรอบตัว

ยิ่งคิดเท่าไรผมก็ยิ่งอยากจะอาเจียนกับมิติเฮงซวยแห่งนี้มากขึ้นเท่านั้น

โลกที่ทำร้ายเด็กสาวคนนั้น บีบบังคับให้เธอต้องกลายเป็นเศษซากแบบนี้

บอกตามตรงถ้าไม่ติดว่าเด็กสาวและพวกทาสอาศัยอยู่ในมิติแห่งนี้ ผมคงจะจับมือกับผู้ไล่ล่าคนนั้นแล้วช่วยกันทำลายมิติเฮงซวยนี้ให้แหลกสลายไปอย่างแน่นอน

.... ไม่ใช่สิ การจะยกมารวมแบบนั้นมันอาจจะผิดไป สิ่งที่เลวร้ายก็มนุษย์ที่ทำเรื่องนั้นต่างหาก ผู้ที่ตกอยู่ในวังวนของความโลภและพร้อมที่จะเหยียบย่ำทำร้ายผู้อื่นเพื่อความสุขสบายของตนเอง ไม่ว่าจะในมิติไหนก็ล้วนแต่น่ารังเกียจทั้งนั้น

เมื่อผมเปิดประตูห้องเข้าไป เด็กสาวที่กำลังเล่นกับอัลก็หันมามองผม ในดวงตางดงามนั่นแฝงเอาไว้ด้วยความหวาดกลัวและความไม่เชื่อใจ

ไม่แปลกที่เธอจะเป็นแบบนี้

ผมเดินเข้าไปหาเธอพร้อมกับวางชามอาหารเอาไว้บนโต๊ะเล็กด้านข้าง

ทานสิ” เนื่องจากว่ามันเป็นของที่ทำเสร็จใหม่ ๆ มันจึงร้อนอยู่บ้าง และดูจากลักษณะของเธอแล้วเธอคงจะไม่มีแรงที่จะทานได้ด้วยตนเอง ผมจึงถือวิสาสะยกช้อนไม้ขึ้นมาเป่าและยื่นไปหาเด็กสาวที่ยังคงทำหน้ามึนงง

“....” ในสถานการณ์นี้ต้องอธิบายว่าอะไรมันถึงจะปัง?

เป่าให้แล้วกินได้เลยนะ? เบบี๋ ชัท ยัว เม้าส์ แอนด์ ดริงค์? หรือว่าจะจะเอาแบบเถื่อนอย่าง รีบกินซะ อย่าให้ฉันต้องเสียเวลา แล้วก็ดึงหน้าเล็กน้อยให้ดูเกรี้ยวกราด

.... ทั้งที่ค่าปัญญาผมเยอะขนาดนั้นแท้ๆ แต่ทำไมความคิดที่ออกมาแต่ละอย่างมันถึงดูพึ่งพาไม่ได้อย่างนี้นะ

ในระหว่างที่ผมกำลังกล่าวโทษแก่นสมองของตัวเองอยู่

เด็กสาวก็ค่อย ๆ อ้าปากขึ้นมาทีล่ะน้อย

เมื่อเห็นว่าเธอยอมรับฟังแล้วผมก็ยื่นช้อนไปทางเธอและเทซุปเนื้อให้เธอทานช้า ๆ

หนึ่งคำ สองคำ สามคำ จนในที่สุดซุปชามใหญ่ก็ลดลงไปจนเหลือครึ่งชาม

แต่ก่อนที่เธอจะได้ทานไปมากกว่านั้น มือของผมก็ต้องหยุดลง

ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากป้อนต่อหรือว่ารำคาญอะไรขึ้นมา

แต่เป็นเพราะตอนนี้เด็กสาวตรงหน้ากำลังร้องไห้ออกมา มันเป็นการร้องไห้ที่ไม่มีเสียง ร่างของเธอสะอึกจนตัวโยกเบา ๆ หยดน้ำสีใสไหลรินออกมาผ่านสองแก้มโดยที่เธอไม่คิดจะปิดบัง

เสียงร้องไห้อันเงียบงันนี้มันบีบหัวใจของผมเป็นที่สุด

มันทำให้ผมเห็นตัวเองที่อ่อนแอซ้อนทับอยู่ในภาพนั้น

อาจจะเป็นเพราะแบบนั้นผมจึงไม่ค่อยถูกกับเด็ก...หรือจะพูดให้ถูกก็คือผมแพ้เด็ก แพ้น้ำตาของเด็กและไม่ชอบที่จะเห็นเด็ก ๆ ต้องโศกเศร้า อย่างตอนที่ผมตัดสินใจเผยความลับของตนเองให้กับน้ำและสาเพื่อขอความร่วมมือในสงครามครั้งที่ก็เพราะเห็นเด็กคนหนึ่งกำลังเที่ยวเล่นอยู่กับครอบครัวของตนเองในห้างสรรพสินค้า

แต่ถึงจะรู้ว่าตัวเองนั้นใจอ่อนกับน้ำตาของเด็กผมก็ไม่คิดจะแก้นิสัยนั้นเลย

บางทีผมอาจจะทำไปเพราะผมไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองตอนนี้อ่อนแอในครั้งอดีตได้ จึงไม่อยากให้เด็กคนไหนต้องมาทุกข์ทรมานอย่างผมก็เป็นได้

พูดก็คือมันเป็นการสนองความต้องการส่วนลึกของตัวเองนั่นล่ะ

เพราะอย่างนั้นเอง...ผมจึงวางช้อนลงและลุกจากเก้าอี้ไปนั่งบนเตียง ดึงร่างผอมโซของเด็กสาวมากอดเอาไว้

ลูบแผ่นหลังของเธอเพื่อปลอบโยน

มือเล็ก ๆ ของเธอกุมเสื้อของผมเอาไว้จนแน่น โดยที่ร่างกายของเธอยังคงสะอื้นอยู่เรื่อย ๆ

บัลที่เห็นเด็กสาวร้องไห้ก็หูตกเดินเข้ามาเอาเท้าเกาะขอบเตียงเอาไว้ใช้ปลายจมูกเขี่ยเท้าของเธอ ส่วนอัลเองก็ลอยอยู่ด้านหลังใช้ฝ่ามือเล็ก ๆ ของเธอลูบศีรษะของเด็กสาว

ผมยกยิ้มให้กับท่าทางของทั้งสองและปล่อยให้เด็กสาวร้องไห้ต่อไป ผมไม่รู้ว่าเธอเจออะไรมาบ้างและต้องทนอยู่กับอะไร

แต่อย่างน้อย ผมก็อยากให้เธอได้พักผ่อนและปลดปล่อยสิ่งที่อัดอั้นอยู่ด้านในออกมาบ้าง

ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่ครู่เดียว....มันก็ยังดี

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 243 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #783 SuSaya (@yusay) (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 18:10
    แม่ไหน?
    #783
    0
  2. #781 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 03:59
    ใจเย็นไวอย่าเพิ่งตื่น กลับลงไปก่อนลูกพ่อ อย่าเพิ่งแหกกรงออกมา (โฮกกกกกก )
    #781
    0
  3. #780 Olaf is here Bro!! (@ZEAL3IX) (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 23:36
    ใจเย็นลูก นี่พ่อนะ ส่วนแม่รออยู่ในอีกมิติ
    #780
    0
  4. #779 ruopankay (@ruopankay) (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 22:01
    ขอบคุณค่ะ
    #779
    0
  5. #778 อ้นเองคร้าบบ (@aon6025) (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 21:09
    สนุกครับ
    #778
    0
  6. วันที่ 11 เมษายน 2562 / 21:07
    ค่าปัญญากับความคิดสวนทางกันจริงๆนั่นแหละ=..=
    #777
    0
  7. #775 TeaCloudy (@kuronekokuroneko) (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 20:21
    เกลียดวิธีป้อน555555เบบี๋ ชัท ยัวร์ เม้าท์
    #775
    0
  8. #774 Nonthakan2003 (@Nonthakan2003) (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 19:22
    สนุกมากครับ
    #774
    0