ตอนที่ 1 : First Wave - 1 - คลื่นลูกแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15079
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 729 ครั้ง
    26 ธ.ค. 61

          วันนั้น โลกได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

            เคยคิดไหมครับว่า ถ้าเราเข้าไปอยู่ในเกมได้ก็คงจะดี เคยคิดไหมครับว่าอยากจะเปิดหน้าจอสถานะของตัวเองขึ้นมาได้ อยากจะออกล่าเพื่อเพิ่มระดับให้ตัวเองเก่งกาจขึ้น ตามหาอุปกรณ์หรือวัตถุดิบหายากเพื่อนำมาทำเป็นเครื่องสวมใส่ชั้นยอด อยากจะเพิ่มค่า ‘พลัง’ เพื่อเอาไปซัดหน้าคนที่เราไม่ชอบใจ อยากจะเพิ่มค่า ‘ความเร็ว’ เพื่อที่เคลื่อนไหวได้ว่องไวกว่าใคร อยากจะเพิ่มค่า ‘ความฉลาด’ เพื่อที่จะสามารถจดจำสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว อยากจะเพิ่ม ‘ค่าโชค’ ที่จะทำให้พบเจอเรื่องดี ๆ

            แต่เรื่องเหล่านั้นเป็นไปไม่ได้

            ใช่แล้ว เป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นหลายคนจึงหมกมุ่นในเกม หลงใหลในสิ่งที่ชีวิตจริงทำไม่ได้

            แต่....มันก็ถึงแค่วันนั้นเท่านั้น

            วันที่.....

            โลกได้เปลี่ยนไป

            มนุษย์สามารถมองเห็นสิ่งที่มองไม่เห็น รับรู้สิ่งที่ไม่เคยรู้สึก และพบเจอกับสิ่งที่ไม่คาดฝัน

            หลายคนเรียกมันว่า ‘วันแห่งการเริ่มต้น’ และอีกหลายคนก็เรียกมันว่า ‘วันแห่งจุดจบ’

            อะไรนะ? เกริ่นยาวเกินไปแล้ว

            โอเค โอเค ก็ได้ เอาเป็นว่าผมจะเล่าให้ฟังตั้งแต่วันนั้นก็แล้วกันนะ

 

******************************

 

            มันเป็นวันปกติอย่างเช่นทุกวัน ท้องฟ้าคราม แดดส่องประกายราวกับจะประหารก้อนเนื้อทั้งหลายที่กำลังเดินขวักไขว่ให้ละลายตายเหมือนไอติมแท่งที่แกะห่อแล้วเอาออกมาวางกลางแดด

            แต่ก็เอาเถอะ มันเป็นเรื่องปกติของที่นี่อยู่แล้ว

            ผมซึ่งเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยปกติสามัญธรรมดา จะแปลกกว่าคนอื่นก็ตรงที่ไม่ค่อยมีเพื่อน ใช่แล้ว ไม่ค่อยมีเพื่อน หรือที่เรียกกันว่าไม่มีคนคบนั่นแหละ

            ก็....ก็ไม่เชิงว่าไม่มีคนคบหรอกนะ เพียงแค่ว่าคนที่จะมาทักทายหรือพูดคุยด้วยมีน้อยกว่าคนทั่วไปมากหน่อยเท่านั้นเอง

            มันก็คงไม่แปลกล่ะนะ ในช่วงวัย 19 ซึ่งเป็นจุดพีคของวัยรุ่น คงไม่มีใครให้ความสนใจคนที่หัวกระเซอะกระเซิงใส่แว่นหนาเตอะแต่งตัวเชย ๆ อย่างผมแน่นอน แล้วถ้าหากคุณคิดว่าแค่รูปลักษณ์ภายนอกแค่นั้นมันยังไม่พอ ผมก็ขอเสนอให้คนที่ถามเข้ามาสิบสายแรกได้ฟังว่า นอกจากการแต่งกายที่เมินโลกของผมแล้ว ผมยังเป็นคนที่พูดน้อยเอามาก ๆ และส่วนใหญ่ที่พูดออกไปก็มักจะทำให้คนอื่นเข้าใจผิดอยู่เสมอ

            ไม่ใช่เพราะผมกลัวคนหรือว่าตื่นเต้นเวลาคุยกับคนอื่นหรอกนะ

            ผมแค่คิดมากเกินไป

            ใช่ คิดมากเกินไป ถ้าสงสัยว่าคิดมากขนาดไหนก็ลองย้อนกลับขึ้นไปดูสิว่าจนถึงตอนนี้มีเครื่องหมายช่องคำพูดสักตัวรึเปล่า?

            ไม่มีเลยใช่ไหมล่ะ

            นั่นล่ะคือระดับการพูดกับตัวเองของผม

            แต่เราจะละเรื่องนั้นไว้ก่อน ย้อนกลับไปในจุดที่ว่าผมยังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมดา นอกจากเพื่อนน้อยแล้วผมก็ยังมีอีกเรื่องที่พิเศษกว่าชาวบ้าน นั่นก็คือผมค่อนข้างที่จะแข็งแรงและหัวดี หัวดีขนาดที่ว่าสามารถสอบผ่านระบบการศึกษาแสนเฮงซวยของประเทศโลกที่สาม มาเข้ามหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งได้ ถึงมันจะไม่ใช่คณะที่ยากอะไรมากมาย แต่ว่าการอ่านหนังสือก่อนสอบสามวันทำความเข้าใจกับเนื้อหาแล้วทำข้อสอบกะโหลกกะลาพวกนั้นให้ผลออกมาดีได้เนี่ย ผมก็คิดว่าคุณสมควรที่จะยอมรับว่าผมหัวดีแล้วล่ะ

            ส่วนเรื่องแข็งแรงนั้น ถึงจะเห็นรูปร่างค่อนข้างผอมแห้ง ซึ่งก็เพราะผมนั้นเป็นพวกออกกำลังกายหนักมาก เพียงแต่การทานอาหารเข้าไปไม่เพียงพอต่อการเผาผลาญและทำลายตนเองของกล้ามเนื้อจากการออกกำลัง ทำให้ร่างกายดูดซึมกล้ามเนื้อและไขมันเข้าไปจนดูผอมกว่าปกติ แต่ถึงจะดูซูบมันก็เปี่ยมไปด้วยพลังเพราะมันคือมันกล้ามเนื้อที่ถูกฝึกมาสำหรับการใช้งานหนักนั่นเอง

            เหตุผลที่ผมออกกำลังกายหนักขนาดนั้น?

            ทายาทตระกูลโบราณ? นักฆ่าในโลกมืด?

            อย่าเพ้อเจ้อสิ ผมแค่ว่างเท่านั้นเอง ผมที่ไม่ได้ออกไปเที่ยวกับเพื่อน ไม่ได้มีงานอดิเรกอย่างเล่นเกมและอ่านนิยายแบบตัวเอกโลกอื่น เวลาว่างที่เหลืออยู่ก็คือออกกำลังกายเพื่อสร้างความแข็งแกร่งเผื่อไว้สำหรับวันเดบิวต์เท่านั้นเอง

            เดบิวต์อะไร?

            เดบิวต์เวลาที่จะมีคนมาหาเรื่องไถเงินผมหรืออะไรทำนองนั้นไง ถ้าถึงตอนนั้นผมจะได้ซัดพวกมันให้หงายได้

            นั่นน่ะคือความฝันของผมเลย

            น่าเสียดาย ที่ความ ‘จืดจาง’ ของผมนั้นมันทำงานได้ดีจนไม่มีพวกอันธพาลที่ไหนมาหาเรื่องผมเลย

            แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังออกกำลังกายเรื่อยมา

            เฝ้ารอวันที่จะได้ตะบันหน้าพวกที่จะเข้ามาหาเรื่องผม

            แต่ไม่นึกเลยว่า สิ่งแรกที่ผมจะได้ตะบันหน้ามันนั้นกลับไม่ใช่มนุษย์

            ระหว่างที่ผมกำลังเดินเข้าไปในมหาวิทยาลัยจู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงเหมือนทีวีที่สัญญาณไม่ชัด สองสามวินาที แล้วหลังจากนั้นก็รู้สึกเหมือนตัวเองได้ก้าวเข้าไปยังอีกดินแดนหนึ่ง

            ผมพยายามหวนนึกถึงความรู้สึกแปลกประหลาดนั่น แต่ก็ทำได้ไม่นานนัก

            เหตุก็เพราะว่า....

            กรี๊ด!!!”

            มีเสียงของหญิงสาวนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลดังขึ้นมา

            พอผมหันไปมอง ก็พบต้นเหตุของเสียงร้องนั่น

            ผมเห็นหญิงสาวสี่คนอยู่ในภาวะตื่นตระหนกราวกับเผชิญกับคนบ้าถือมีดออกมาไล่ฟัน

            ทำไมผมถึงยกตัวอย่างแบบนั้น?

            ก็เพราะว่ามันใกล้เคียงกับความเป็นจริงที่สุดไงล่ะ

            สิ่งที่อยู่ต่อหน้าหญิงสาวสี่คนคือคนแคระตัวเขียวดวงตาปูดโปนหูแหลมยาว จมูกโค้งงอใส่เศษผ้ารุ่งริ่ง ซึ่งนับว่าโชคดีที่เศษผ้านั้นยาวพอที่จะปิดอาห้อยใต้สะดือของมันเอาไว้ได้ ตรงจุดนี้ต้องขอขอบคุณคนออกแบบคอสตูมที่ยังปราณีรักษาพรหมจรรย์ทางสายตาของผมเอาไว้

            ขอโทษครับ ที่บ่นเสียยืดยาว ใจความสำคัญที่สุดที่ผมอยากจะบอกก็คือมันถือมีดยาวเกือบฝ่ามือที่เปรอะเปื้อนไปด้วยรอยเลือดแห้งกรังเอาไว้

            มองจากตรงนี้หญิงสาวเหล่านั้นไม่มีร่องรอยของอาการบาดเจ็บ แต่ก็คิดว่าคงไม่นาน เพราะเจ้าตัวเขียวนั่นกำลังเยื้องย่างเข้าไปหาพวกเธอพลางฉีกยิ้มหัวเราะยินดีที่ได้เห็นเหยื่อหวาดกลัว

            ผมไม่รู้ว่ามันจะเข้ามาไถเงินหรือว่าจะมาถามทางพวกเธอ ไม่รู้ด้วยว่ามันเป็นตัวอะไรมีสติปัญญาหรือไม่ ผมรู้เพียงแค่ว่าเจ้านี่มันอันตราย

            และถ้ามันอันตรายสำหรับผม มันก็ย่อมต้องอันตรายสำหรับพวกเธอด้วยแน่นอน

            จิตวิญญาณพระเอกที่ซ่อนอยู่ลึกในจิตใจของผมมันลุกโชนขึ้นมาทันทีราวกับคอสโมของเหล่านักรบที่ทำท่าจะตายหลายครั้งแต่ก็ไม่ยอมตายสักที

            โอกาสนี้แหละ ที่ผมเฝ้ารอมานาน โอกาสที่ผมทุ่มเทแรงกายแรงใจมาตลอด

            ทันทีที่จิตวิญญาณนั้นพวยพุ่งขึ้นมา

            ผมก็จับไอ้จิตวิญญาณเฮงซวยนั้นโยนทิ้งมั้งขยะรีไซเคิลไม่ได้ไปทันที

            ทำไมน่ะเหรอ?

            เพราะมันถือมีดไง และมีดบ้านั่นก็ใหญ่ด้วย ขืนวิ่งเข้าไปโต้ง ๆ สาบานได้เลยว่ามีดนั้นจะต้องเข้ามาไฮไฟว์กับเรือนร่างของผมอย่างแน่นอน

            มีแต่พวกไร้สติเท่านั้นที่พุ่งเข้าไปหาคนบ้าถือมีดโดยไม่เตรียมตัวอะไร

            ผมไม่มีทางจะทำแบบนั้นเด็ดขาด

            ใช่ ไม่มีทางทำแบบนั้นเด็ดขาด

            ..........

            ………

 

            แต่…ทำไมผมถึงมายืนจังก้าขวางทางมันกับหญิงสาวสี่คนนี้เอาไว้ล่ะ?

            โอ๊ย!!!!

            ผมนี่มันโคตรโง่เลย.... ทั้งที่คิดว่าตัวเองมีสติมาตลอด แต่พอเห็นคนไม่มีทางสู้กำลังจะถูกทำร้ายก็วิ่งแจ้นเข้ามาขวางเอาไว้โดยไม่ดูตาม้าตาเรือ

            ทีนี้ไอ้เปี๊ยกตรงหน้าส่งเสียงครางในลำคอขึ้นขู่เมื่อเห็นผมยืนเฉยไม่กลัวมัน

            หึ อย่าหาว่าคุย

            ถ้ามีการแข่งเก็บสีหน้า ก็เชื่อว่าใต้หล้าไม่มีใครเหนือผมเลยล่ะ

            เก็บสีหน้า? มันหมายความว่าอะไร? แหงอยู่แล้ว! ผมกำลังกลัวไงล่ะ โคตรกลัวเลย ใครที่คิดว่าไม่น่ากลัว ถ้าไม่บ้ามันก็โง่ การมายืนต่อหน้าตัวอะไรไม่รู้ที่ถือมีดและพร้อมที่จะเข้ามาไฮไฟว์ใส่คุณได้ทุกเมื่อโดยไม่รู้สึกกลัวนั้น บอกตามตรงว่าไม่ใช่สิ่งที่คนปกติจะทำกัน ...ถ้าไม่จำเป็น

            แต่ถึงอย่างนั้นสวรรค์ก็ยังไม่ทิ้งผม

            เมื่อผมตั้งสติควานหาอาวุธจากกระเป๋ากางเกงก็พบกับบางสิ่งบางอย่าง

            มันก็คือปากกาที่ผมพกติดตัวเอาไว้เสมอ ถ้าจะมีคนบอกว่าปากกามันจะไปทำอะไรได้ แสดงว่าไอ้คนคนนั้นไม่เคยได้ยินคำที่ว่าปากกามีอำนาจมากกว่าปืน แล้วนี่แค่มีดเองนะ ถ้าคิดตามสมการที่ว่า

            ปากกา>ปืน, ปืน>มีด ก็แสดงว่า ปากกา>มีด

            เหนือกว่าเห็น ๆ

            ......

            .... ล้อเล่นน่า ผมไม่ได้โง่ขนาดที่จะไม่รู้ว่าปากกามันสู้มีดไม่ได้หรอก แต่ในเวลาแบบนี้แค่มีของที่กำเอาไว้ในมือได้มันก็ช่วยให้อุ่นใจขึ้นมาได้บ้าง

            ตอนนั้นเองไอ้เปี๊ยกตรงหน้าก็กระโดดเข้ามาพร้อมกับฟาดมีดใส่ผม

            แน่นอนว่าถ้าผมกระชากเสื้อเชิ้ตเปิดอกรับอย่างลูกผู้ชาย ผมก็จะตายตรงนั้น

            ผมจึงกระโดดถอยออกมาเอากระเป๋าที่สะพายอยู่เขวี้ยงใส่มัน

            แล้วตอนนั้นเองสิ่งที่เหมือนกับภาพหลอนก็เกิดขึ้น

            2

            มันมีตัวเลขสีแดงปรากฏขึ้นบนจุดที่ผมเขวี้ยงกระเป๋าใส่ไอ้เปี๊ยกนั่นครู่หนึ่งก่อนที่จะหายไป

            นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! ? โฮโลแกรม มายากล รายการล้อกันเล่น ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ช่าง แต่ในพริบตาต่อมาผมก็รู้ว่าผมทำพลาดไป วินาทีที่ผมตกตะลึงกับตัวเลขบ้า ๆ นั่น ไอ้เปี๊ยกตรงหน้าก็แผดเสียงร้องเงื้อมีดแทงเข้าใส่ผม ถึงผมจะทิ้งตัวหลบลงมาได้ แต่ปลายมีดของมันก็เฉี่ยวเข้ากับต้นขาของผม ซึ่งพริบตาที่ความเจ็บปวดแล่นขึ้นมาในสมองบอกให้ผมรู้ว่าเรื่องตรงหน้าคือความจริง

            14

            ตัวเลขสีแดงก็ปรากฏขึ้นมาบนต้นขาของผมที่ถูกฟัน

            ตอนนั้นเอง ผมก็พอจะจับต้นชนปลายได้ว่าไอ้ตัวเลขบ้า ๆ บอ ๆ นี่อาจจะเป็นสิ่งที่บ่งบอกความเสียหายก็ได้

            แต่ผมก็ไม่ได้สนใจนัก เพราะพอความกลัวพุ่งถึงขีดสุด ร่างกายของผมก็ตัดความรู้สึกบางอย่างออกและพุ่งเข้าไปหามัน แทงปากกาในมือเข้าใส่ดวงตาปูดโปนของมัน และเมื่อมันเซไปด้วยความเจ็บปวดผมเตะเข้าที่ท้องมันเต็มรัก ด้วยน้ำหนักและขนาดตัวที่แตกต่างกันทำให้มันลอยเคว้งไปกลางอากาศทันที

            ความโกรธที่เอ่อล้นขึ้นมาพร้อมกับความกลัวนั้นมันทำให้ผมไม่สนใจอะไรนอกจากอัดไอ้เปี๊ยกตรงหน้าให้ตายคาเท้า

            และทันทีที่มันร่วงลงสู่พื้น

            ขาซ้ายของผมก็เหยียบลงบนพื้นข้างหัวมันในตำแหน่งที่เหมาะที่สุดในการส่งปลายเท้าขวาของผมเข้าใส่คางของมัน

            เมื่อดอกแรกซัดเข้าเป้าไปแล้ว ผมก็บรรเลงเท้าใส่มันอย่างไม่คิดชีวิต

            ในหูของผมได้ยินเสียงร้องของมันผสมกับเสียงกรีดร้องของหญิงสาวทั้งสี่ด้านหลัง แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ได้ใส่ใจ

            ตอนนั้นเลือดมันเข้าตาขนาดที่ว่าไม่รู้ว่ามีเลขบ้าบออะไรปรากฏขึ้นมาบ้าง

            กว่าผมจะตั้งสติขึ้นมาได้ ร่างสีเขียวนั่นก็แน่นิ่งไปแล้ว

            มันเป็นการต่อสู้ที่กินเวลาไม่ถึง 30 วินาที แต่ด้วยปัจจัยอะไรหลายอย่างมันจึงทำให้ผมเหนื่อยมาก อารมณ์ทั้งหลายทั้งมวลหล่นวูบเมื่อเห็นร่างสีเขียวไม่ขยับอีกต่อไป

            พริบตานั้นบางอย่างในท้องมันก็ตีกลับขึ้นมา

            อ้อก”

            ...........

            คงจะไม่นึกสินะว่าผมจะเสียซิงช่องคำพูดแรกให้เสียงอ้วก....แต่ก็ช่างมันเถอะ ถ้าคุณเผลอฆ่าสิ่งมีชีวิตด้วยอารมณ์โกรธหรือกลัว พอรู้สึกตัวขึ้นมาคุณก็จะเป็นแบบผมนี่แหละ ยิ่งสิ่งมีชีวิตที่ว่านี่มันมีรูปร่างเหมือนมนุษย์ละก็ ความรู้สึกที่ตีกลับมามันก็ยิ่งรุนแรง

            แต่ไม่ทันที่ผมจะทำใจหรือรู้สึกอะไรได้มากกว่านั้นเสียงนั้น’ ก็ดังขึ้นมา

 

/ขอแสดงความยินดีคุณได้เลื่อนเป็นระดับ 2/

//คุณได้แต้มสถานะ 1 แต้ม//คุณมีแต้มสะสม 2 แต้ม//

/ขอแสดงความยินดีคุณได้สำเร็จภารกิจระดับทองแดง สังหารสัตว์อสูรตัวแรก/

//คุณได้รับค่าประสบการณ์//

/ขอแสดงความยินดีคุณได้สำเร็จภารกิจระดับทอง สังหารสัตว์อสูรเป็นคนแรก/

//คุณได้รับค่าประสบการณ์//

/ขอแสดงความยินดีคุณได้เลื่อนเป็นระดับ 5/

/คุณได้แต้มสถานะ 3 แต้ม//คุณมีแต้มสะสม 5 แต้ม/

//คุณได้รับอาชีพผู้กล้าฝึกหัด//

//คุณได้รับฉายาความหวังของเพื่อนมนุษย์//

//คุณได้รับแต้มทักษะ 1 แต้ม//คุณมีแต้มทักษะสะสม 1 แต้ม//

//คุณได้รับมีดขึ้นสนิม//

//คุณได้รับสมุนไพรระดับต่ำ//

**หากมีข้อสงสัยท่านสามารถตรวจสอบข้อมูลได้จากหน้าต่างสถานะ**

 

            หา?”

            มันบ้าอะไร ใครมาพล่ามอะไรในหัวของผมกัน อะไรคือแสดงความยินดี ยินดีที่อ้วกงั้นเหรอ หรือยินดีที่รอดมาได้ ผมไม่รู้ว่าเสียงเมื่อครู่มันคืออะไร แต่รู้สึกว่าไอ้คำที่ว่า ‘แต้มสถานะ’ หรือ ‘แต้มทักษะ’ มันคล้ายกับเกมที่เพื่อนในห้องฮิตกันสมัยก่อน

            ในขณะที่กำลังสับสน ร่างสีเขียวที่แน่นิ่งก็ค่อย ๆ กลายเป็นสีดำและลุกไหม้จนสลายเป็นฝุ่นหายไปในอากาศ ทิ้งไว้เพียงมีดขึ้นสนิม หญ้าสีเขียวกำหนึ่งและปากกาแลนเซอร์สีน้ำเงินของผมเท่านั้น

            หรือว่านี่คือมีดขึ้นสนิมกับสมุนไพรที่เสียงเมื่อครู่บอก

            ตอนที่ผมเอื้อมมือไปหยิบของทั้งสองอย่างขึ้นมา เสียงอ่อนหวานก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

            นะ นายเป็นอะไรรึเปล่า” มันเป็นน้ำเสียงหวานที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

            พอหันไปมอง ก็เห็นหนึ่งในสี่ตัวซวยกำลังจ้องมองผมอย่างหวาดกลัว มันก็แน่ละนะ ถึงจะบอกว่าผมช่วยปกป้องพวกเธอเอาไว้ แต่เล่นเลือดขึ้นหน้าเตะไอ้เปี๊ยกสีเขียวจนตายแล้วยังอ้วกทิ้งท้ายไว้ลายชายชาตรีแบบนี้ จะให้มีหญิงสาววิ่งเข้ามากอดแล้วบอกว่าฉันรักคุณ! แต่งงานกับฉันเถอะ! มันคงเป็นไปไม่ได้หรอก

            ผมส่ายหน้าตอบพวกเธอ หยิบหญ้าใส่กระเป๋ากางเกงพร้อมกับเอามืออีกข้างจับมีดขึ้น

            พอหยิบมีดขึ้นมาตัวซวยทั้งสี่ก็ส่งเสียงร้องเบา ๆ และถอยฉากออกไป

            มันทำเอาผมรู้สึกเฟลนิด ๆ แฮะ แต่เอาเถอะ มันยังอยู่ในขอบเขตที่ยอมรับได้

            ถ้าในตอนนี้ มีคนถามว่าหยิบมีดขึ้นมาทำอะไร ผมคงจะชี้หน้าด่ามัน (ในใจ) ให้สำนึกผิด ผมไม่รู้ว่ามันจะมีไอ้ตัวสีเขียวแบบนี้อีกไหม เพราะจำได้คลับคล้ายคลับคลาเหมือนมีคนเคยบอกตอนสมัยผมยังเป็นเด็กว่า ถ้ามีสีเขียวจะต้องมีอีกสี่สี จากทฤษฎีนั้นก็มีความเป็นไปได้ว่านอกจากไอ้ตัวเขียวนี่มันยังมีตัวอื่นอีกสี่สี แล้วถ้าไอ้สี่สีที่เหลือทะลึ่งโผล่ออกมาละก็ ผมคงไม่บ้าจี้ที่จะสู้กับมือเปล่าแน่นอน

            เอาล่ะ ต่อไปคือต้องคิดว่าจะทำอะไรต่อสิน.....

            ยังไม่ทันที่สระอะจะได้จบลง ก็มีเสียงร้องดังขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับฝูงคนจำนวนมากแตกตื่นวิ่งออกมาจากสวนโรงเรียน สังหรณ์ร้ายของผมก็วิ่งปราดขึ้นมาทันที ผมวิ่งไปเก็บกระเป๋าที่ตกอยู่บนพื้นแล้วใส่มีดขึ้นสนิมลงไปนั้น พร้อมกับวิ่งฝ่าฝูงชนที่กำลังหนีตายเข้าไปหาต้นตอของเสียงร้องเมื่อครู่

            ถึงปกติผมจะแข็งแรงและปราดเปรียวอยู่แล้วก็เถอะ แต่รู้สึกขึ้นมาอย่างชัดเจนเลยว่าร่างกายของผมในตอนนี้มันแข็งแรงขึ้นมากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด สัมผัสของกล้ามเนื้อเท้าเหยียบบนพื้นดินส่งร่างกายต้านฝูงชนที่วิ่งสวนมาอย่างไม่หวั่นไหว แขนทั้งสองที่แหวกคนที่พุ่งเข้ามาออกไปได้อย่างสบาย ถึงจะไม่รู้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ก็พอจะเดาได้ว่ามันต้องเกี่ยวข้องกับเสียงเมื่อครู่อย่างแน่นอน

            และเมื่อผมมาถึงสถานที่เกิดเหตุ ก็ต้องผงะด้วยความตกใจ

            ภาพตรงหน้ามันช่างสยดสยองและน่ากลัว ไอ้เปี๊ยกตัวเขียวเมื่อครู่นั้นดูเหมือนว่ามันไม่ได้มาตัวคนเดียว แต่ยังมาพร้อมกับเพื่อนเป็นโขยง และตอนนี้เพื่อนของมันก็กำลังอาละวาดอย่างเต็มที่อยู่ในสวนโรงเรียนแห่งนี้

            ร่างเล็กสีเขียวส่งเสียงกี้ ๆ ร่าเริงพลางใช้มีดแทงลงไปบนศพของนักศึกษาหนุ่มแล้วยกมีดขึ้นมาเลีย อีกตัวก็ดึงเส้นผมหญิงสาวที่พยายามจะวิ่งหนีและเหวี่ยงเธอลงบนพื้น หลายคนที่ทำท่าจะสู้แต่ก็ล้วนตกเป็นเหยื่อมีดหรือไม้กระบองในมือของพวกมันทั้งสิ้น

 

/ฉายาความหวังของเพื่อนมนุษย์เริ่มแสดงผล/

 

            เมื่อสิ้นเสียงนั้น ความหวาดกลัว ความขยะแขยง ความโกรธ อารมณ์หลายสิ่งหลายอย่างมันที่พวยพุ่งขึ้นมาพลันสงบลงไปอย่างน่าใจหาย

            และโดยที่ไม่รู้สึกตัว ร่างกายของผมก็ขยับออกไปอีกครั้ง

            ผมล้วงมือลงไปหยิบมีดในกระเป๋าก่อนจะเหวี่ยงมันออกไป พร้อมกับวิ่งไปยังไอ้เปี๊ยกตัวเขียวที่ใกล้ที่สุด

            เจ้าตัวเขียวตัวนั้นบีบคอนักศึกษาสาวตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งเอาไว้แล้วกำลังจะใช้มีดในมือแทงลงมา

            ผมใช้เท้าของผมถีบตรงไปยังลำตัวของมันโดยที่กำลังไม่ใส่ใจกับความเจ็บปวดที่ต้นขา จนร่างเล็กลอยไปติดกำแพงส่งเสียงร้องกี้เบา ๆ แล้วสิ้นใจไป

            ลุกขึ้น!” ผมตะโกนใส่นักศึกษาคนนั้นก่อนจะใช้เท้าถีบให้กระเด็นออกไปอีกคน

            ขอแก้ตัวก่อน ผมไม่ได้ถีบเพราะหมั่นไส้หรือใจร้ายอะไร แต่ถีบเพราะมันมีไอ้เปี๊ยกอีกตัวถือไม้กระบองพุ่งเข้ามาหวดเข้ามาต่างหาก

            เพราะเสียเวลาถีบนักศึกษาคนนั้นออกไป จึงทำให้ผมไม่มีเวลาจะหลบกระบองที่หวดเข้ามา ทำได้แค่เพียงใช้มือซ้ายรับกระบองหยาบกร้าน ก่อนจะใช้มีดในมือขวาแทงเข้าไปที่คอของมัน

            ไอ้เปี๊ยกสีเขียวเบอร์สามก็ส่งเสียงร้องกี้เบา ๆ ก่อนจะร่วงลงบนพื้น

            น่าแปลก เมื่อครู่ผมยังหวาดกลัวและเต็มไปด้วยอารมณ์มากมาย แต่พอมาถึงตอนนี้ ผมกลับลงมือสังหารพวกมันได้อย่างใจเย็นราวกับว่าเป็นเรื่องปกติ

            ความเจ็บปวดเองก็เช่นกัน ถึงมือซ้ายจะปวดแปลบและมีเลือดไหลออกมา แต่เพียงชั่วครู่มันก็ชาจนไม่รู้สึกอะไร

            เกิดอะไรขึ้นกับตัวผมกันแน่?

            ในขณะที่ยังไม่เข้าใจ ร่างกายของผมก็ขยับเข้าไปหาไอ้ตัวเขียวตัวต่อไปพร้อมกับเหวี่ยงมีดในมือ

            ผมไม่รู้ว่าฆ่าพวกมันไปกี่ตัว ช่วยคนอื่นไปได้กี่คน ในหัวผมมีเพียงความคิดที่ว่าสมควรจะหลบอย่างไร สมควรจะโจมตีอย่างไร อะไรคือเป้าหมายต่อไป และก็ยังสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

            เมื่อในสายตาของผมไม่มีตัวสีเขียวที่เคลื่อนไหวได้อีกแล้ว สติที่เคยพร่าเลือนก็ชัดเจนขึ้นมาอีกครั้งและเริ่มได้ยินเสียงคุ้นหู

 

/ขอแสดงความยินดีคุณได้เลื่อนเป็นระดับ 6/

//คุณได้แต้มสถานะ 1 แต้ม//คุณมีแต้มสะสม 6 แต้ม//

/อาชีพผู้กล้าฝึกหัดเลื่อนเป็นระดับ 2/

//คุณได้รับแต้มทักษะ 1 แต้ม//คุณมีแต้มทักษะสะสม 2 แต้ม//

/ขอแสดงความยินดีคุณได้สำเร็จภารกิจระดับทอง สังหารสัตว์อสูรครบสิบตัวเป็นคนแรก/

//คุณได้รับค่าประสบการณ์//

/ขอแสดงความยินดีคุณได้เลื่อนเป็นระดับ 9/

//คุณได้แต้มสถานะ 3 แต้ม//คุณมีแต้มสะสม 9 แต้ม//

/อาชีพผู้กล้าฝึกหัดเลื่อนเป็นระดับ 4/

//คุณได้รับแต้มทักษะ 2 แต้ม//คุณมีแต้มทักษะสะสม 4 แต้ม//

//คุณได้รับแหวนเงินนักสะสม//

 

            พอเสียงเหล่านั้นจบแหวนสีเงินเกลี้ยงเกลาก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าตรงหน้า มันลอยอยู่กลางอากาศโดยส่องประกายสีทองออกมา และพอผมเอื้อมมือไปคว้ามันเอาไว้ เสียง ‘ประกาศ’ ก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง

 

/มีสิ่งของที่คุณเป็นเจ้าของอยู่ในระยะทำการ/

/แหวนเงินนักสะสมทำการรวบรวมสิ่งของของคุณ/

 

            สิ้นเสียงบรรยาย แสงเล็กใหญ่หลายดวงก็วิ่งเข้ามาในแหวนเงินบนมือผมและพอแสงสุดท้ายหายเข้าไปในแหวนก็มีเสียงดังขึ้นอีกว่า

 

/สิ่งของของคุณถูกเก็บรวบรวมเข้ามาในแหวนเรียบร้อย/

/ฉายาความหวังของเพื่อนมนุษย์ปิดการแสดงผล/

 

            ไม่เข้าใจเลยแม้แต่นิดเดียว ว่ามันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น แต่ที่รู้ตอนนี้มีอย่างเดียวก็คือ

            ผมมันโคตรเด่นเลย

            นักศึกษามากมายรอบข้างที่หนีไม่พ้น คนที่ผมช่วยเอาไว้ และอื่น ๆ อีกมากมายกำลังจ้องมองผมเป็นตาเดียวซ้ำบางคนยังยกมือถือขึ้นมาถ่ายเอาไว้ด้วย

            ถ้าเป็นพวกนักการเมืองคงจะพลิกวิกฤตเป็นโอกาสด้วยความสามารถในการตอแหลได้ แต่เสียดายที่ความสามารถในการสื่อสารของผมนั้นติดลบ

            เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมเลือกก็คือ

            การวิ่งหนี

            ตอนนี้ผมต้องการความสงบ ต้องการทำความเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นและที่สำคัญคือต้องการหนีไปจากสายตาที่หวาดกลัวและขยะแขยงพวกนั้น

 

******************************

 

            พอวิ่งออกไปมาในจุดที่ลับตาคนด้วยฝีเท้าที่เหนือกว่าคนปกติแล้ว ผมก็นั่งลงเพื่อรวบรวบรวมความคิด ถึงจะรู้สึกไม่ดีกับสายตาที่ถูกจ้องมองมาเมื่อครู่ แต่ผมก็เชื่อว่าความจืดจางของผมจะทำให้ทุกคนจำผมไม่ได้

            พอคิดได้เช่นนั้น ก็ถอนหายใจโล่งอก

            เอาล่ะ เมื่อทิ้งเรื่องที่จะมีคนจำผมได้ลงไปแล้ว เรื่องต่อไปคือเกิดอะไรขึ้นกับที่นี่? เกิดอะไรขึ้นกับตัวผม?

            และผมก็นึกคำพูดหนึ่งขึ้นมาได้

            มันคือคำที่ว่าหากมีข้อสงสัยท่านสามารถตรวจสอบข้อมูลได้จากหน้าต่างสถานะ

            หน้าต่างสถานะ? มันคือบ้าอะไร?

            พริบตาที่คิดถึงคำพูดนั้น ตรงหน้าของผมก็ปรากฏหน้าจอสี่เหลี่ยมคล้ายหน้าจอคอมพิวเตอร์ขึ้น

 

___________________________

กฤษณะ อนันตกาล (19)

ระดับ 9

อาชีพ ผู้กล้าฝึกหัด - ระดับ 4

พลังชีวิต 821/1000 •พลังเวท 2100/2100 •พลังกาย 805/1250

-พละกำลัง 15

-ความรวดเร็ว 12

-ความทนทาน 10

-ปัญญา 21

-จิตใจ 22

-โชค 6

แต้มสะสม 9 แต้ม

ทักษะ

-ผู้กล้าฝึกหัด* ไร้ระดับ

/ได้รับแต้มพละกำลัง, ปัญญา 1 แต้ม ความรวดเร็ว, ความทนทาน 0.5 แต้ม ตามระดับอาชีพ/

-เสริมแกร่งขั้นกลาง* ระดับ 1/10

/เพิ่มสถานะทุกอย่างยกเว้นโชคระดับละ 3 แต้ม/

-โชคดี* ระดับ 1/10

/เพิ่มโชคระดับละ 5 แต้ม/

แต้มสะสม 7 แต้ม

หมายเหตุ *ทักษะสายอาชีพ

ฉายา

-ความหวังของเพื่อนมนุษย์

(เปิดใช้อัตโนมัติเมื่อเพื่อนมนุษย์ตกอยู่ในอันตราย)

/เมื่อเปิดใช้จะป้องกันสถานะผิดปกติทางจิตใจโดยสมบูรณ์และเพิ่มแต้มสถานะจิตใจ 30 แต้ม/

___________________________

 

            นั่นคือหน้าจออันยาวเหยียดที่ปรากฏขึ้น

            และสิ่งแรกที่ประดังเข้ามาใจจิตใจของผมก็คือ จะเอามันออกอย่างไร

            ซึ่งทันทีที่คิดจะลบมันออก หน้าจอก็หายไปจากสายตาทันที

            แบบนี้ก็หมายความว่า.....

            หน้าต่างสถานะ” ผมเอ่ยขึ้นเบา ๆ

            เมื่อพูดคำนั้นออกมา หน้าจอเมื่อครู่ก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง และหลังจากรวบรวมสติประมวลผลจากข้อมูลทุกอย่างที่มีก็คิดได้ว่า

            สิ่งนี้คือหน้าจอที่แสดงสถานะร่างกายของผม ที่ผมรู้สึกว่ามีพละกำลังผิดปกติ ความเร็วในการประมวลความคิดต่าง ๆ เร็วกว่าเดิม ความว่องไวที่เพิ่มขึ้นเป็นเพราะสิ่งเหล่านี้ เนื่องจากผมไม่รู้ว่าดั้งเดิมนั้นค่าพวกนี้มันอยู่ที่เท่าไรจึงคาดคะเนไม่ได้ว่าผมแข็งแกร่งขึ้นมากน้อยแค่ไหน แต่เพื่อเป็นการทดสอบผมจึงเอาผ้าเช็ดหน้าพันกำปั้นเอาไว้และทดลองชกต้นไม้ที่อยู่ใกล้ ๆ สุดแรงดู

            ตูม!

            ผลก็คือต้นไม้ขนาดสองมือกำแตกออกจนหมัดของผมจมลึกลงไปในลำต้น แม้จะมีเศษไม้กระเด็นเข้าใส่ตัวผม แต่มันก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกเจ็บอะไรมากมาย นอกเสียจากคันเล็กน้อยเท่านั้น กำปั้นของผมเองก็อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ดี

            เมื่อหันไปตรวจสอบหน้าต่างสถานะก็พบว่าพลังชีวิตและพลังกายลดลงไปเล็กน้อย

            เพียงเท่านั้นเองข้อมูลต่าง ๆ ก็เริ่มประสานกัน ตัวเลขที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ความแข็งแกร่งที่ผิดปกติของตนเอง

            ถ้าอย่างนั้น สิ่งที่เหลือก็คือต้องหาคำตอบว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

            พอลองสังเกตดูดีแล้ว ผมก็เห็นสัญลักษณ์ลูกศรข้างหน้าต่างสถานะ

            เมื่อลองเลื่อนดูก็พบว่าหน้าจอถูกเปลี่ยนไปเป็นอีกแบบ

            มันเป็นหน้าจออุปกรณ์ ซึ่งในนั้นมีสิ่งของอยู่หลากหลายชนิด ยกตัวอย่างเช่นสมุนไพรระดับต่ำ มีดขึ้นสนิม กระบองไม้ เกราะอก

            รวมไปถึงของที่ดูมีค่าแตกต่างจากสิ่งอื่นอยู่สองอัน

            ชิ้นแรกคือแหวนเงินนักสะสมที่ปรากฏเบื้องหน้าผมหลังจากลงทัณฑ์พวกกี้ ๆ เหล่านั้น

            พอลองกดบนช่องของแหวนดูก็มีหน้าต่างอีกบานปรากฏขึ้น

 

___________________________

แหวนเงินนักสะสม

แหวนเงินที่สามารถรวบรวมไอเทมที่คุณเป็นเจ้าของโดยอัตโนมัติในระยะ 30 เมตร

สามารถสะสมไอเทมที่แตกต่างกันได้ 30 ชิ้น (ขนาดเล็ก-กลาง)

___________________________

 

            พออ่านจบผมก็ลองปิดหน้าต่างลง และทดสอบความสามารถของมัน

            ก่อนอื่น ผมก็พยายามกำผ้าเช็ดหน้าเป็นก้อนและยัดเข้าไปในแหวน......แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            ถ้าอย่างนั้น.....

            เก็บ” ผมมองไปที่ผ้าเช็ดหน้าและพูดออกมา

            ทันใดนั้นเองผ้าเช็ดหน้าก็กลายเป็นแสงเล็ก ๆ พุ่งเข้าไปในแหวน

            แน่นอนว่าเรื่องเหลือเชื่อนี้สมควรจะทำให้ผมตกใจจนตาโต ถ้าผมเจอเรื่องแบบนี้ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ในปัจจุบันละก็ ผมคงจะตบตัวเองให้ตื่นไปแล้ว

            แต่ว่าหลังจากสังหารไอ้ตัวเขียวไปหลายตัวด้วยพละกำลังเหนือมนุษย์แล้ว กับอีแค่มายากลเก็บของเข้าแหวนก็ไม่ได้ทำให้ผมตกใจสักเท่าไร

            ถ้าเก็บต้องทำแบบนั้น แล้วการจะเอาออกมาก็คงจะ.....

            พอนึกเช่นนั้นผมก็ลองเรียกมันขึ้นมา “ผ้าเช็ดหน้า”

            สิ้นเสียงของผม แหวนสีเงินก็เรืองแสงออก ปล่อยลำแสงเล็ก ๆ ออกมาบนมือ

            พอแสงนั้นจางหายไป บนมือซ้ายของผมก็ปรากฏผ้าเช็ดที่หายไปเมื่อครู่

            ..........

            เยี่ยม! แบบนี้ถึงเรียนไม่จบก็มีอาชีพหากินได้แล้ว

            เดวิด กฤษณะ....ปังเห็น ๆ

            ..........

            .................

            ...เลิกหนีความจริงเถอะ

            หลังจากปัดความคิดบ้า ๆ บอ ๆ ออกไปแล้ว สายตาของผมก็จ้องไปยังหน้าต่างอุปกรณ์อีกครั้ง

            สายตาของผมจ้องมองไปยังวัตถุชิ้นล่างสุดในหน้าจออุปกรณ์

            พอจิ้มไปบนหนังแกะสีดำขลิบทองที่อยู่ในหน้าจอ

            กระดาษหนังแกะสีดำนั้นก็ปรากฏออกมาตรงหน้า มันลอยอยู่กลางอากาศแล้วค่อย ๆ คลายออกจนเผยให้เห็นอักษรที่ไม่รู้จักด้านใน

            และทันทีที่เพ่งมองลงไปยังตัวหนังสือเหล่านั้น เสียงในหัวก็ดังขึ้นอีกครั้ง

 

******************************

/ขอแสดงความยินดีแก่เหล่าผู้ถูกเลือก/

/พวกท่านคือผู้ถูกที่ได้รับเลือกเป็นตัวแทนกลุ่มแรกของเหล่ามนุษย์/

/สถานการณ์ที่พวกท่านกำลังเผชิญคือการเคลื่อนตัวซ้อนทับของมิติ/

/มันคือสงครามของสองฝ่าย/

/กฎของสงครามคือ หากท่านสามารถสังหารราชาของอีกฝ่ายได้ มิติของท่านจะเป็นผู้ชนะ ซึ่งมิติของผู้ชนะจะคงอยู่ต่อไป ส่วนมิติของผู้ที่พ่ายแพ้จะสูญหายไปตลอดกาล/

/สิ่งที่ท่านกำลังประสบในปัจจุบันเป็นจุดเริ่มของสงครามที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้/

/หากท่านสามารถกำจัดราชาของเหล่าก๊อปลินได้มิติของท่านจะเป็นผู้ชนะ/

/แต่ถ้าหากเหล่าก๊อปลินสามารถสังหารราชาของพวกท่านได้/

/ทุกชีวิตมิติของท่านในเขตแดนนี้จะสูญสลาย/

/จนกว่าสงครามจะรู้ผลจะไม่มีผู้ใดสามารถหนีออกจากเขตแดนได้/

/สุดท้ายนี้ขออวยพรให้มิติของพวกท่านได้รับชัยชนะ/

/สาส์นจากผู้ดูแลหมายเลขหนึ่ง/

******************************

 

            เมื่อฟังจบแล้วผมก็อยากจะเอาเท้าขึ้นมาก่ายบนใบหน้า

            สงครามระหว่างมิติ? สังหารราชาของอีกฝ่าย? ทุกชีวิตในเขตแดน? ผู้ดูแลหมายเลขหนึ่ง?

            ขอร้องล่ะ ถ้านี่เป็นฝันก็ตื่นทีเถอะ ใครก็ได้ช่วยบอกผมทีว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง

            ผมอยากจะตะโกนออกมาดัง ๆ แต่หลังจากหายใจเข้าออกหลายครั้งเพื่อตั้งสติแล้ว สมองมันก็เริ่มปลอดโปร่งขึ้นและเริ่มระงับอารมณ์ได้

            โอเค ก็ได้....เอาแบบนั้นก็ได้

            ก่อนอื่นต้องหาข้อมูลเพื่อยืนยันก่อนว่านี่ไม่ใช่ภาพลวงตาหรือเหตุการณ์ที่เรียกว่าอุปาทานหมู่

            และสมมติว่าเรื่องเฮงซวยพวกนี้เป็นเรื่องจริง มันก็หมายความว่าผมหรือใครสักคนจะต้องสังหารราชาของอีกฝ่ายเพื่อเอาชนะสงครามบ้าบอนี้ให้ได้

            ......

            ...ได้เลย ก็ได้ ถ้าพวกแกต้องการอย่างนั้น ทางนี้ก็จะสนองให้

            ผมไม่สนว่ามันจะเป็นสงครามหรือการละเล่น แต่ถ้าถูกขังรวมไว้กับพวกตัวเขียวถืออาวุธที่พยายามจะล้างบางมนุษย์โดยที่ไม่มีใครสามารถหนีออกไปได้ละก็ ผมยินดีจะขยี้พวกมันอย่างเต็มใจเลย

            กล้ามาหาเรื่องผมใช่ไหม ได้เลย รู้รึเปล่าว่าผมรอวันนี้มานานแค่ไหน วันที่จะได้มีเรื่องกับคนอื่นเนี่ย

            เอาเถอะ ถึงอีกฝ่ายจะไม่ใช่คนก็ตาม แต่ถ้ามาหาเรื่องล่ะก็ ผมยินดีจะสนองให้ถึงกึ๋นเลย

            ผมไม่รู้ว่าตอนนี้ผมยังมีสติดีอยู่รึเปล่า หรือว่าผมเองก็เพี้ยนไปแล้วเช่นเดียวโลกในตอนนี้ สิ่งที่ผมรู้เพียงอย่างเดียวก็คือ

            ถ้ามีไอ้ตัวเขียวโผล่มาหน้าผม

            ผมจะตะบันหน้ามันให้เละแล้วเตะตูดพวกมันกลับบ้านไปให้หมด

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 729 ครั้ง

858 ความคิดเห็น

  1. #785 BlackSkies (@BlackSkies) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 20:24
    ชอบสำนวนมากครับ
    #785
    0
  2. #755 Unibas (@icekiller3) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 18:24
    นิสัยตัวเอกแปลกๆครับ555 ตัวเอกคล้ายนิยายเรื่องนึงในเด็กดีเนี่ยละ แต่อันนั้นแนวเกิดใหม่สโลว์ไลท์
    #755
    1
    • #755-1 (@anawach2003200) (จากตอนที่ 1)
      9 เมษายน 2562 / 18:46
      แสดงว่านิสัยกลิ้งหนีโลกแบบตานิลต้องได้รับความนิยมสูงแน่นอนเลยครับ
      #755-1
  3. #711 kcwindy (@kcwindy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 19:47
    เรื่องนี้จะเน้นแนวพระเอกเล่าเรื่องหรือมีบทสนทนาของตัวละครไหม
    #711
    0
  4. วันที่ 4 เมษายน 2562 / 13:52
    อ่านแนวนี้มาหลายเรื่อง แต่ชอบเรื่องนี้ที่สุดครับ ไรท์แต่งดีมาก
    #706
    0
  5. #679 Leyette (@poppodza) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 22:14
    ม่วนๆแท้
    #679
    0
  6. #593 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 20:54
    อย่างโหด
    #593
    1
  7. #376 0881980779 (@0881980779) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 17:29
    พระเอก..ของขึ้น
    #376
    0
  8. #369 •นิลกาฬ• (@junkskidz) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 09:44
    เปิดได้ดีอ่ะ เกริ่นเรื่องนี่คิดว่าดูหนัง
    #369
    0
  9. #363 ปบา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 18:34
    ยาวมากครับน่าออก แต่ตัวเอก แปลกๆไปหน่อยครับ
    #363
    0
  10. #362 SSสู้ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 17:49
    ถ้าออกกำลังหนักแต่กินไม่หนัก มันก็จะดูผอมแต่ไม่แห้งครับ กล้ามจะเล็กแต่เห็นลายชัดมาก แค่อยากแก้ข่าว (sixpackชัดมากแต่ตัวเล็ก)
    #362
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • 15 ธันวาคม 2559 / 18:24
      นิลกินไม่พอแล้วออกหนักมากจนเบิร์นกล้ามเนื้อไปด้วยครับ

      ถ้ามองจากภายนอกจะดูผอมแห้ง

      ยกตัวอย่างกรณีพี่ตูนซึ่งออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอไม่ได้เวทน่ะครับ
      #362-2
  11. #337 pravit tepjunda (@top72532) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 21:41
    สนุกมากครับ
    #337
    0
  12. #318 •shinya• (@ichigi) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 23:37
    โอเครเลยสนุกดี ถึงพระเอกมันจะบ่นคนเดียวทั้งเรื่องก็เหอะ ยังรับได้ถ้าไม่เพ้อเจ้อกว่านี้ 55
    #318
    0
  13. #313 mirror image (@abnormality) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 21:47
    น่าสนใจครับ

    คำว่ามหาลัยใช้ผิดเป็นโรงเรียนหลายคำอยู่นะครับ
    #313
    0
  14. #277 lilimu_kiss_ (@lilimu_kiss_) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 01:35
    ภาษาสวยอะชอบคร้ายๆพวกนิยายแปลญี่ปุ่นเลย
    #277
    0
  15. #276 pag1 (@pag1) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 00:41
    ขอบคุงคับ
    #276
    0
  16. #257 zero (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 16:06
    ถ้าในนี้ มันกด like ได้ ก็จะกดให้เลยน่ะครับ อิอิ ชอบๆ
    #257
    0
  17. #245 Waiwit (@Waiwit) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 15:26
    น่าสนใจครับ
    #245
    0
  18. #195 T-e-r-n-G (@068797033) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 20:23
    อยากได้ความหมายแล้วก็ขอบเขตของค่าโชคหน่อยครับ 
    #195
    1
    • 12 ธันวาคม 2559 / 17:25
      โชคในที่นี้คือครอบคลุมอัตราการดรอบของดีจากสัตว์อสูร เพิ่มอัตราการได้รับของดีจากเควสและ"SSR+แรร์ที่ต้องการตลอดการกาฉะครับ"
      #195-1
  19. #176 Witthawat Saelim (@sekdevil7) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 04:17
    เชื่อแล้วล่ะว่ามันเป็นคนคิดเยอะ 555
    #176
    0
  20. #121 negiharem (@negiharem) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 23:52
    ถ้ายาวแบบนี้ทุกตอนจะแหล่มมากเลยครับ 555+
    #121
    0
  21. #97 canonZ (@noel555) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 15:39
    เรื่องนี้โคตรจี้ 55555555555555
    #97
    0
  22. #41 MP13 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 10:43
    หนุกมากหวังว่าตอยหลังๆจะไม่สั้นนะ
    #41
    0
  23. #17 จอมมาร (@chriooth) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 / 19:01
    ตอนแรกมาก็สนุกแล้วครับ ความหวังของมนุษย์ สกิลนี้สายพระเอกทึ่มๆหน่อย(ไม่เหมาะกับสายโหด)
    #17
    0
  24. #8 113IG (@thanakorn30933) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 / 19:28
    เปิดมาได้หน้าสนใจครับ
    #8
    0