เจ้าสาวขัดตาทัพ : The Pretend Bride

ตอนที่ 1 : The Mother's Command : ประกาศิตอันเลี่ยงไม่ได้ (ภาครามิล)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1401
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    7 ก.ย. 56



         

 

ตอนที่ 1   The Mother’s Command : ประกาศิตอันเลี่ยงไม่ได้ (ภาครามิล)

            “แต่งงาน!

            ชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่า หน้าตาหล่อเหลาชนิดฮิวจ์ แจ็คแมนหลบซ้าย จัสติน ทิมเบอร์เลคยังม้วนอายหลายตลบแล้วหลีกทางให้ ร้องตะโกนลั่นห้องรับแขกสไตล์หลุยส์สุดหรูอย่างไม่ยอมถนอมเสียง แถมในตอนนี้ใบหน้าอันหล่อเหลาเริ่มบิดเบี้ยวถมึงทึงราวกับไม่ชอบใจในสิ่งที่เพิ่งฟังไป

            หญิงวัยกลางคนผู้มีเค้าความงามในอดีตอยู่มากนั่งบนโซฟารับแขกราคาแพงตรงหน้าหนุ่มรูปหล่อที่ตอนนี้เพิ่งแปลงกายเป็นยักษ์วัดแจ้ง เธอพยักหน้าหงึกหงักด้วยใบหน้าเรียบเฉย พลางย้ำในสิ่งที่ตัวเองเพิ่งบอกลูกชายไป

            “ใช่ แต่งงาน ฉันอยากให้แกเป็นฝั่งเป็นฝากับเขาสักที อายุแกก็ปาเข้าไปตั้งสามสิบปีแล้ว สมควรที่จะมีเหย้ามีเรือนเหมือนชาวบ้านชาวช่องคนอื่น ไม่ใช่ทำตัวลอยชายไปมาเป็นพ่อพวงมาลัยแบบนี้”

            คุณรินลดา ศุภลักษณ์ขจร ม่ายสาวไฮโซแห่งฟากฟ้าเมืองไทย ย้ำถึงจุดประสงค์ที่เธอต้องการจนถึงขนาดลงทุนเรียกตัวบุตรชายมาพูดคุยกันที่ บ้านใหญ่ซึ่งเธอครอบครองแต่เพียงผู้เดียวหลังจากสามีเสียชีวิตลงไปด้วยโรคมะเร็ง ส่วนรามิลหรือรอน ผู้เป็นบุตรชาย หลังบิดาเสียชีวิตลงก็ขอแยกตัวไปอยู่ตามลำพังที่คอนโดสุดหรูใจกลางเมืองด้วยเหตุผลว่าเพื่อประหยัดเวลาในการเดินทางและทำให้ทำงานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น แต่คุณรินลดารู้ดีว่าเหตุผลที่แท้จริงนั้นคือ เจ้าลูกชายตัวแสบจะได้ใช้คอนโดดังกล่าวมั่วสาวได้ตามสะดวกเสียมากกว่า

            “แต่ผมยังไม่พร้อมที่จะแต่งงานนี่ครับคุณแม่” ชายหนุ่มโอดครวญด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดขัดใจ เขาไม่ชอบใจสักนิดที่จะถูกมารดาบีบบังคับเช่นนี้ สำหรับเขาแล้วการแต่งงานเปรียบเสมือนการถูกจับใส่ปลอกคอแล้วเตะโด่งเข้ากรงขัง จะไปไหนมาไหนแต่ละทีก็แสนจะลำบาก ต้องคอยมานั่งรายงานตัวให้เมียรู้ไปซะทุกเรื่อง ไร้อิสระเป็นที่สุด

            “ไม่พร้อมยังไง ไหนแกลองแจงมาซิ ฉันก็เห็นหน้าที่การงานแกออกจะมั่นคงเป็นถึงเจ้าของบริษัทใหญ่โต เรื่องเงินทองยิ่งไม่ต้องพูดถึง ลำพังสมบัติฉันเพียงคนเดียวก็เลี้ยงดูลูกสะใภ้และหลาน ๆ ได้สบายอยู่แล้ว แต่นี่แกยังมีมรดกพกห่อของพ่อแกพ่วงเข้ามาด้วย แล้วยังกำไรจากบริษัทที่แกบริหารอีกตั้งไม่รู้เท่าไหร่ ฉันไม่เห็นว่าแกจะไม่พร้อมตรงไหนเลย เจ้ารอน” คุณรินลดาเสียงเขียวใส่ลูกชายเมื่อเห็นว่าเจ้าลูกตัวแสบเริ่มไม่ได้ดังใจ

            “ก็...ก็คุณแม่เล่นจับผมคลุมถุงชน จะให้แต่งงานกับใครก็ไม่รู้ แล้วอย่างนี้จะให้ผมพร้อมได้ยังไง นิสัยใจคอ หน้าตาผู้หญิงคนนั้น ผมไม่รู้สักอย่าง เกิดนิสัยแย่หน้าตาเหลาเหย่ขึ้นมา ผมก็ซวยสิ” เถียงพลางยกเหตุผลขึ้นมาอ้างข้าง ๆ คู ๆ เป็นตายร้ายดียังไงเขาก็ไม่ยอมให้มารดาบังคับเขาแต่งงานเด็ดขาด

            “เอาน่า...คนนี้แม่รับรอง หนูกีกี้น่ารักนะ ทั้งสวยทั้งนิสัยดี หน้าที่การงานรึก็ใช้ได้ เขาเป็นถึงลูกสาวอดีตรัฐมนตรี แถมยังมีห้องเสื้อเป็นของตัวเองอีก รู้จักใช่ไหมห้องเสื้อ กรรวี น่ะ ได้ข่าวว่าแกพาบรรดาแม่คู่ควงทั้งหลายไปตัดเสื้อที่ร้านนั้นบ่อย ๆ นี่” จาระไนคุณสมบัติว่าที่สะใภ้ในฝันเสร็จ คุณแม่ไฮโซไม่วายเหน็บถึงพฤติกรรมเจ้าบุญทุ่มของผู้เป็นบุตรชาย

            ห้องเสื้อกรรวี รามิลนึกทบทวนถึงสถานที่ที่มารดาเอ่ยถึงก่อนจำได้ว่าห้องเสื้อดังกล่าวเขาเคยตามเหล่าคู่ควง คู่ขาไปช้อปปิ้งที่นั่นอยู่หลายครั้ง

            ห้องเสื้อกรรวีถือเป็นห้องเสื้อชั้นนำแห่งหนึ่งของเมืองไทยเลยทีเดียว ด้วยสไตล์การออกแบบชุดที่เรียบหรูดูคลาสสิก แฝงไว้ด้วยความเซ็กซี่ท้าทายภายในตัว ประกอบกับเจ้าของร้านเป็นถึงลูกสาวอดีตรัฐมนตรีชื่อดัง จึงทำให้เสื้อผ้าจากที่นั่นเป็นที่นิยมของบรรดาลูกท่านหลานเธอ รวมไปถึงเหล่าดารา นางแบบชื่อดังที่ต้องการยกระดับตัวเองในสังคมอีกด้วย

            ถึงแม้ว่าเขาจะเคยตามบรรดาคู่ควงไปที่นั่นหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็จำไม่ได้สักทีว่าเจ้าของห้องเสื้อหน้าตาเป็นเช่นไร สวยหรือไม่ ด้วยเพราะเป็นผู้ชายจึงไม่เคยใส่ใจรายละเอียดยิบย่อยดังกล่าว เขารู้แต่เพียงว่าตัวเองมีหน้าที่อย่างเดียวคือ เป็นเจ้ามือกระเป๋าหนักคอยจ่ายเงินค่าเสื้อผ้าตามที่บรรดาคู่ควงต้องการก็เท่านั้น

            “ไม่รู้ล่ะ...ถ้าแกไม่มีเหตุผลดี ๆ มาให้ฉัน แกก็เตรียมตัวแต่งงานกับหนูกีกี้ได้เลย” คุณแม่จอมเผด็จการยื่นคำขาด ขืนปล่อยตามใจเจ้าลูกชายตัวแสบ ชาตินี้มีหวังไม่มีหลานให้อุ้มกันพอดี

            “คุณแม่ทำอย่างนี้ไม่ได้นะครับ ยังไงผมก็ไม่ยอม ผมแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นไม่ได้”

            รามิลปฏิเสธความต้องการของมารดาลั่น เป็นตายยังไงเขาก็ไม่ยอมเอาชีวิตที่เหลืออยู่ไปล่ามไว้กับผู้หญิงแปลกหน้าที่ไหนไม่รู้โดยเด็ดขาด เขาเพิ่งจะสามสิบเท่านั้น เวลาแห่งความสุขยังรอเขาอยู่อีกยาวไกล เรื่องอะไรจะคิดสั้นชิงแต่งงานดับอนาคตตัวเอง

            “ทำไม? ทำไมแกถึงแต่งงานกับหนูกีกี้ไม่ได้ มีเหตุผลอะไรห๊ะ!” คราวนี้เลเวลเสียงมารดาเพิ่มเป็นเท่าตัว เริ่มมีวี่แววของการใช้เสียงเข้าข่มขู่เล็กน้อย

            อาจเป็นเพราะเข้าตาจนและไม่อยากแต่งงานสุดชีวิต รามิลจึงตัดสินใจโกหกมารดาเพื่อเอาตัวรอด

            “ผม...ผมแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ เพราะว่า...เอ่อ...ผมมีเมียแล้ว!

            ทันทีที่หลุดปากออกไป รามิลแทบตบปากสุนัขของตัวเอง อ้างอะไรไม่อ้างดันมาอ้างเหตุผลที่ยิ่งจะทำให้เขาซวยหนักเข้าไปอีก และดูเหมือนว่าจะเป็นอย่างที่คาดจริง ๆ ด้วย

            หลังฟังเหตุผลของลูกชายจอมกะล่อน คุณรินลดาก็เริ่มหรี่ตาอย่างจับผิดเต็มที่

            รามิลเห็นสายตาที่ราวกับเครื่องจับเท็จของมารดาก็เริ่มสยอง เขารีบทำสีหน้าขึงขัง สบตากับมารดาเพื่อกลบพิรุธในใจ นึกภาวนาให้มารดาหลงเชื่อคำโกหกนั่นและปล่อยให้เขาเป็นอิสระจากการคลุมถุงชน

            แต่ดูเหมือนพระเจ้าเบื้องบนจะอยากแกล้งชายหนุ่มต่อไป ดังนั้นคำพูดของคุณรินลดาที่เอ่ยขึ้นจึงไม่ใช่อย่างที่เขาคาดเดา

            “แกบอกว่าแกมีเมียแล้ว”

            ชายหนุ่มพยักหน้าหงึกหงักอย่างแรงเสียจนกระดูกต้นคอแทบหัก เพื่อยืนยันคำพูดโกหกนั่นอย่างเต็มที่ ก่อนเอ่ยรับ “ครับ”

            “งั้นเมียแกเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ชื่ออะไร ทำงานอยู่ที่ไหน อายุเท่าไหร่ แล้ว...” ยังไม่ทันที่คำถามต่อไปจะได้เอ่ยจากปากคุณรินลดา ลูกชายสุดที่รักก็ต้องร้องเบรกเสียก่อน

            “หยู๊ด หยุดก่อนครับคุณแม่ ผมฟังไม่ทัน คุณแม่เล่นถามผมเป็นชุดอย่างนี้แล้วผมจะตอบยังไง”

            “ถ้างั้นเอาคำถามแรก เมียแกชื่ออะไร” ถามเสร็จก็จ้องลูกชายไม่ให้คลาดสายตาเพื่อดูปฏิกิริยาว่ามีการโกหกเกิดขึ้นหรือไม่

            ตายละหว่า รามิลนึกในใจ ตอนหลุดปากโกหกไปนั่นเขาไม่ได้คิดอะไรเลย นึกเพียงแต่ให้มารดายุติความคิดเรื่องจะจับเขาแต่งงานเท่านั้นเอง แล้วตอนนี้เขาควรทำอย่างไร เดินหน้าโกหกต่อหรือถอยหลังยอมรับกับมารดาแต่โดยดีว่าที่พูดออกไป สตรอเบอรี่ล้วน ๆ

            ไม่ทันตัดสินใจว่าจะเลือกแบบไหน เสียงมารดาที่เคารพก็เร่งยิก ๆ เอาคำตอบ

            “ว่าไงเจ้ารอน ตกลงเมียแกชื่ออะไร” มองลูกชายที่ทำหน้าอ้ำอึ้ง คุณรินลดาก็สรุปได้ทันที จึงชี้นิ้วใส่หน้าเจ้าลูกจอมกะล่อน “งั้นที่แกว่ามีเมียเนี่ย แกโกหกฉันใช่ไหม ห๊ะ!

            ฟังเสียงพระมารดาที่เริ่มโมโหหนัก รามิลก็ตัดสินใจได้ทันที งานนี้ สู้โว๊ย!’

            “เปล่านะครับคุณแม่ ผมไม่ได้โกหกเลยสักนี๊ด” เออแหนะ...มีทำเสียงสูงประกอบอีกต่างหาก “ก็ผมมัวแต่ตกใจที่คุณแม่ถามถึงเขาปุบปับก็เลยนึกชื่อเมียไม่ได้ในทันทีก็เท่านั้น” เสียงตอนท้ายอ่อย ๆ ก่อนตรงรี่เข้าไปกอดมารดาอย่างออดอ้อน

            คุณรินลดาโดนลูกชายสุดที่รักลงทุนกอด (แบบหวังผล) ก็เริ่มคลายโมโห ก่อนจะถามคำถามเดิมอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ดีขึ้น

            “งั้นบอกมาสิว่าเมียแกชื่ออะไร อายุเท่าไหร่”

            คราวนี้รามิลตอบคำถามได้ถนัดปาก เนื่องจากใช้เวลาที่ออดอ้อนมารดาคิดหาคำตอบอย่างรวดเร็วตามประสาคนหัวไว

            “แก้วครับ เมียผมชื่อ แก้ว ชื่อจริงว่า แก้วกานดา อายุตอนนี้ก็สัก...ยี่สิบสี่ยี่สิบห้าปีได้มั้งครับ”

            “ตกลงเมียแกยี่สิบสี่หรือยี่สิบห้า ฮึ...เจ้ารอน เอาให้มันแน่” เค้าเสียงมารดามีจับผิดนิด ๆ

            “เอ่อ...คือ แก้วเขายี่สิบสี่ครับ กำลังจะย่างยี่สิบห้า” กะล่อนตอบไปได้แล้วค่อยโล่งใจ

            “แล้วเมียแกทำงานอะไร ลูกเต้าเหล่าใคร” คุณแม่ดีเด่นซักประวัติว่าที่ลูกสะใภ้ต่อเสียละเอียดยิบ

            นั่นดิ...ทำงานอะไร แล้วลูกใครดีวะ รามิลเริ่มหัวหมุนอีกรอบ เมมโมรี่ความกะล่อนโดนใช้งานอย่างหนักเสียแทบจนมุม แต่แล้วก่อนที่จะจนแต้มกับคำถามเหล่านั้น สายตาก็พลันปะทะกับนิตยสารแต่งบ้านที่วางอยู่บนโต๊ะรับแขก เขาจึงนึกถึงอะไรขึ้นมาได้

            “มัณฑนากรครับคุณแม่ เมียผมเป็นมัณฑนากร” ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม จู่ ๆ เขาก็นึกถึงอาชีพนี้ขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วนจนถึงขนาดโพล่งออกไปอย่างนั้น มีอาชีพตั้งเยอะแยะที่เกี่ยวกับหนังสือแต่งบ้าน ดันเลือกเอามัณฑนากรมาเป็นอาชีพของเมียอุปโลกน์ซะได้  งงกับตัวเองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มปฏิบัติการ แหล ต่อไปเพื่อไม่ให้ขาดตอน

             “แต่แก้วเขาไม่มีพ่อแม่ที่ไหนแล้วนะครับคุณแม่ เขาเป็นเด็กกำพร้า” เอามุกนี้ล่ะวะง่ายดี ไม่ต้องมีพ่อตาแม่ยายเข้ามาเอี่ยวให้ปวดหัว

            คุณรินลดานิ่งไปพักหนึ่งอย่างตริตรองก่อนจะประกาศิตด้วยน้ำเสียงอันฟังชัด “งั้นแกไปพาเมียแกมาให้แม่ดูตัว”

            “หา! คุณแม่ว่าอะไรนะครับ ดูตัว!” คราวนี้เจ้าของ ไร่สตรอเบอรี่ ตกใจจนเริ่มมึนตึ๊บ ตกลงนี่หูเขาไม่ได้ฝาดไปใช่ไหม มารดาของเขาจะให้เขาพา เมียมาให้ดูตัว

            แล้วตรูจะไปหาที่ไหนเนี่ย รามิลนึกกลุ้มในใจ

            “ก็ใช่น่ะสิ ในเมื่อแกบอกว่าแกมีเมียอยู่แล้ว แม่...ในฐานะว่าที่แม่สามีก็อยากจะดูหน้าว่าที่ลูกสะใภ้เสียหน่อยว่าหน้าตาและนิสัยใจคอเป็นอย่างไร จะสู้หนูกีกี้ของแม่ได้หรือเปล่า” คุณรินลดาเอ่ยตอบเสียงเข้ม แถมไม่วายถือหางสาวคนโปรดอยู่หน่อย ๆ

            รามิลทำสีหน้าปั้นยากจะบึ้งก็ไม่ใช่จะบูดก็ไม่เชิง ภายในใจกำลังอึ้งสุด ๆ ไปกับคำประกาศิต เขาพยายามหาทางออกให้กับตัวเองสุดฤทธิ์ และแล้วก็นึกขึ้นมาได้อย่างปัจจุบันทันด่วน

            “เอ่อ...เห็นทีช่วงนี้จะไม่ได้ครับคุณแม่” ชายหนุ่มเอ่ย

            “ทำไม...เมียแกเป็นอะไรขึ้นมา ถึงจะมาหาผู้หลักผู้ใหญ่แค่นี้ไม่ได้” น้ำเสียงที่แสนจะหาเรื่องจับผิดเต็มที่ ทำให้รามิลต้องคิดหาเหตุผลเหมาะ ๆ เพื่อไม่ให้มารดาเกิดความสงสัยขึ้นมาได้

            “คือ...แก้วเขางานยุ่งมากเลยครับช่วงนี้” หลุดคำโกหกนั่นไปได้ เขาก็แทบโล่งอก

            “ยุ่งอะไรนักหนา กะอีแค่หาเวลามากราบผู้ใหญ่แค่นี้ทำไม่ได้ หรือเมียแกมันจองหองถึงเห็นผู้ใหญ่เป็นหัวหลักหัวตอ ฮึ...เจ้ารอน” รอบนี้คำกล่าวหาเริ่มดุเดือดเสียจนรามิลต้องหาวิธีแก้เกม เขารู้ดีว่าหากให้มารดาหาข้อตำหนิ เมียอุปโลกน์ ของเขาได้ ไม่แคล้วตัวเองต้องกลายเป็นเจ้าบ่าวที่ซวยสุดในรอบปีเพราะโดนจับแต่งเป็นแน่

            “ไม่ใช่อย่างนั้นครับคุณแม่ ไม่ใช่แก้วเขาหยิ่งหรือไม่เห็นหัวผู้ใหญ่นะครับ แต่เพราะ...”

            เพราะอะไรดีวะ คิดสิคิด ไอ้รอน คิดหนักอยู่ชั่วแวบก่อนชายหนุ่มจะได้คำตอบ

            “คือ...พอดีช่วงนี้แก้วเขารับงานแต่งบ้านที่ต่างจังหวัดไว้ครับคุณแม่” พอได้เริ่มชายหนุ่มก็ปฏิบัติการ แหลรายวันคล่องขึ้น

            “กว่าจะกลับคงเป็นอาทิตย์...ที่จริงแก้วเขาอยากมากราบคุณแม่ตั้งนานแล้วนะครับ แต่ผมเองที่ห้ามไว้เพราะกลัวคุณแม่จะตกใจที่จู่ ๆ มีลูกสะใภ้โผล่ขึ้นมา” คราวนี้หน้าเริ่มเศร้าเล่าความเท็จแบบอินสุด ๆ “ผมกลัวว่าพอคุณแม่ตกใจแล้วจะพาลเกลียดจนรับแก้วเขาไม่ได้ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ผมคงเสียใจที่แม่และเมียไม่ถูกกัน” รอบนี้หน้าไม่เศร้าเปล่า เสียงหนุ่มจอมกะล่อนเริ่มเครือสะอื้นประกอบท่าทาง

            อาจเป็นเพราะคุณรินลดาเริ่มระอากับท่าทีของลูกชายจอมแสบ ที่มองยังไง๊ ยังไงก็ดูรู้ว่ามัน แกล้งทำ คุณแม่ดีเด่นจึงรีบเบรกลูกชายก่อนที่จะพล่ามประกอบท่าทางมากไปกว่านั้น

            “พอเลย ๆ เจ้ารอน จะแก้ตัวแทนเมียก็ไม่ต้องแสดงเว่อร์ขนาดนั้นก็ได้ ฉันรำคาญ”

            สิ้นเสียงมารดา หน้าเศร้าของหนุ่มกะล่อนก็เปลี่ยนปุบปับแทนที่ด้วยใบหน้ายิ้มระรื่น ก่อนที่ชายหนุ่มจะตรงเข้ากอดเพื่อประจบมารดาอีกรอบ

            “ตกลงคุณแม่ไม่อยากพบแก้วแล้วใช่ไหมครับ” เอ่ยพลางสายตาทอประกายความหวังเรืองรอง แต่แล้วก็พลันวูบดับด้วยประโยคพิฆาตจากปากผู้เป็นบุพการี

            “ใครว่าล่ะยะ...ฉันยังไม่ได้พูดสักคำว่าจะไม่พบหน้าเมียแก ใครริจะมาเป็นสะใภ้ตระกูลศุภลักษณ์ขจรก็ต้องฝ่าด่านฉันไปก่อน เมียแกก็เหมือนกัน” คุณรินลดามองหน้าลูกชายก่อนลงประกาศิต

            “ฉันให้เวลาแกสองอาทิตย์พาเมียแกมาให้ฉันดูตัว ถ้าหากแม่นั่นไม่ยอมมาพบหรือฉันจับได้ว่าแกโกหก เตรียมตัวเป็นเจ้าบ่าวภายในเดือนหน้าได้เลย เจ้ารอน!

            สิ้นคำประกาศิต คุณรินลดาก็ปลดแขนล่ำสันนั้นออกจากตัว ก่อนเดินออกจากห้องรับแขกไปด้วยมาดนางพญา ละทิ้งปัญหาไว้ให้ลูกชายจอมแสบนั่งปวดหัวเพียงเดียวดาย

 


     
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

29 ความคิดเห็น

  1. #18 koong-Gyu Hyun (@koong-kimbom) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มีนาคม 2555 / 15:23

    น่าติดตามมากๆค่ะ สู้ๆนะคะ

    #18
    0
  2. #17 วาวา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2554 / 23:54
    สนุกนะ
    #17
    0
  3. #12 เดือน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 กันยายน 2553 / 17:06
    โห ไรเนี่ยมาทำให้อยากแล้วก้อจากไปอ่ะ มาอัพๆเร็วๆๆน่ะจ้า เป็นกำลังใจให้จ้า
    #12
    0
  4. #10 Pem (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กันยายน 2553 / 13:18
    ทำไมมาทำนิสัยอย่างนี้ล่ะคะ มายั่วให้น้ำลายหยดติ๋ง ติ๋ง แล้วทิ้งไป จะให้กราบงามๆ สัก 3 หน ก็ยอม ได้โปรดกลับมาอัพแอนด์อัพเถอะ อยากอ่านใจจะขาดแล้ว
    #10
    0
  5. #9 SN piercensean (@piercensean) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2553 / 00:11
    I like this novel too ka
    #9
    0
  6. #8 NooMayMay (@runtimai) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2553 / 18:51
    ตอนแรกก็สนุกแล้วค่ะ

    มาต่ออีกเร็ว ๆ น้า
    #8
    0
  7. #4 ramaengmoo (@ramaengmoo) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2553 / 18:10
    บทที่หนึ่งยังสนุกเลยแล้วบทต่อไปเกิดอารายข้ึน
    #4
    0
  8. #3 rn_reina (@rn_reina) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2553 / 15:50
    กรรม... สนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกเลยอ้ะพี่เกษ ไม่รู้จะบอกไงแล้ว
    แล้วหนูจะทำยังไงคะเนี่ย!!!!!!!!! ฆ่ากันตายเลยดีกว่า เอาตอนต่อไปมาเลย ด่วนค่ะด่วน!
    #3
    0