[Pre-Order] The Choice (A)I Can Choose [1 ธ.ค. - 31 ม.ค.}

ตอนที่ 51 : บทที่ 37 : การเอาตัวรอดจากหมีคือการแกล้งตาย แต่ทฤษฎีนี้คงเอามาใช้ไม่ได้กับลูกหมีที่อยากรอดชีวิตจากพ่อหมี ! 100 %

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,051
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    30 พ.ย. 60


บทที่ 37 

การเอาตัวรอดจากหมีคือการแกล้งตาย แต่ทฤษฎีนี้คงเอามาใช้ไม่ได้กับลูกหมีที่อยากรอดชีวิตจากพ่อหมี !

 

                หลังจากเหตุการณ์การต่อสู้กันอย่างรุนแรงระหว่างราชาภูติ และราชาทองคำ เด็กสาวห้องสามัญที่ชื่อ แอบบี้ก็ถูกสภาเจเนซิสคุมตัว เพื่อสืบหาความจริงของเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยวิธีการบางอย่างเพียงผ่านไปคืนเดียว ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ทั้งหมดก็ถูกเรียกตัวมา

 

                ทั้งสมาชิกในกลุ่มผมทั้งหมด  อาจารย์ลิซ่าที่เป็นผู้ดูแลวิชา และอันย่าที่เป็นผู้เสียหายที่สุด เมื่อพวกเราเข้าไปในห้องสภาที่แอบบี้นั่งรออยู่ภายในพร้อมเหล่าสมาชิกสภาทั้งหลายที่คุมตัวแอบบี้เสมือนนักโทษคดีร้ายแรงจริง ๆ เมื่อเธอเห็นผมก็พุ่งเข้ามาร้องสะอื้นไห้ออกมาทันที

 

                “ฮึก ๆ ท่านไอรีนค่ะ ให้อภัยฉันด้วยเถอะค่ะ ฉันไม่ได้อยากทำแบบนี้เลย แต่ฉันไม่มีทางเลือกจริง ๆ นะคะ !

 

                แอบบี้เล่าให้ผมฟังว่าเธอถูกบังคับจากคน ๆ หนึ่งให้เปลี่ยนกระดาษคำถาม เพราะหากเธอไม่ทำพ่อเธอจะต้องมีปัญหาแน่นอน...

 

                ตอนแรกแอบบี้ไม่เชื่อ และเมินเฉยต่อคำขู่น จนแม่ของแอบบี้ส่งจดหมายมาว่าพ่อของเธอถูกปลดออกจากตำแหน่งขุนนางเล็ก ๆ ของตนลง แอบบี้ก็เริ่มรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทีละน้อย เมื่อพ่อเธอเริ่มมีปัญหามากขึ้นจนดูยังไงก็ไม่ใช่แค่เรื่องของโชคร้ายแล้ว เมื่อคน ๆ นั้นกลับมาอีกครั้งพร้อมบอกว่าครั้งต่อไปจะเอาชีวิตของคนในครอบครัวไปทีละคน เด็กสาวจึงรีบตกปากรับคำของอีกฝ่ายเพื่อรักษาชีวิตครอบครัวตัวเองไว้ทันที

 

                “ฉันไม่คิดว่าแค่เปลี่ยนกระดาษแผ่นนั้น จะทำให้เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะให้ใครตายเลยจริง ๆ นะคะ !” แอบบี้ร้องไห้โฮออกมาเมื่อได้รู้ว่าตนเกือบกลายเป็นต้นเหตุให้คนเกือบครึ่งโรงเรียนตาย เด็กสาวก็ถึงกับสติกระเจิดกระเจิง ร้องห่มร้องไห้ด้วยความกลัวมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว

 

                “แล้วใครเป็นคนสั่งให้เธอทำแบบนี้ รู้จักคน ๆ นั้นไหม”

 

                ผมถามเธอเสียงอ่อนลง รู้สึกสงสารเด็กสาวไม่น้อย แต่คำตอบที่ได้รับก็น่าผิดหวังไม่น้อยเมื่อเธอส่ายหัวส่งกลับมาให้ สะอื้นตอบออกมา

 

                “ไม่รู้จักค่ะ ฉันไม่เคยเห็นเธอมาก่อนเลย...”

 

                “เรื่องก็เป็นแบบนี้แหละ” ลูเซียสถอนหายใจออกมา

 

                “เวทมนตร์ลับที่ภารโรงวางไว้ก็ถูกดักได้เหมือนคนร้ายรู้มาก่อน ทำให้เราไม่เห็นหน้าคนร้ายตัวจริง จากคำบอกเล่าของเจ้าตัวก็รู้แค่ว่าเป็นผู้หญิงเท่านั้น”

 

                “ผู้หญิงงั้นเหรอ ?” ผมเลิกคิ้วพึมพำออกมา

 

                “พอจะเอะใจใครบ้างไหม”

 

                “ยังไม่มีค่ะ” ผมตอบกลับไปไปสั้น ๆ ถูกลูเซียสมองอย่างจับผิดผมก็ยังคงทำหน้านิ่งเฉยไม่แสดงปฏิกิริยาใด ๆ ออกไป ทำให้ลูเซียสเป็นฝ่ายยอมแพ้โบกมือให้สมาชิกสภาพาตัวแอบบี้ออกไปเพื่อรับโทษตามสมควร

 

                “ท่านไอรีนค่ะขอความกรุณาด้วยเถอะค่ะ... ได้โปรดอย่างน้อยอย่าทำอะไรกับครอบครัวของฉันเลยนะคะ !” แอบบี้ทรุดตัวลงคุกเข่า แทบจะก้มหัวลงแทบเท้าผม แต่ผมจับตัวเด็กสาวเอาไว้ก่อนแล้วส่ายหัว ทำให้เด็กสาวที่เข้าใจผิดคิดว่าผมไม่ให้อภัยใจเสีย

 

                “ประธานเธอแอบบี้จะโดนลงโทษอะไรเหรอคะ”

 

                “การมีส่วนร่วมเกือบทำให้ผู้อื่นสูญเสียชีวิต ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมก็ตาม... จะไล่ออกจากโรงเรียนสถานเดียว”

 

                “ฮึก...” แอบบี้สะอื้นจนตัวสั่น เธอคงพอรู้เรื่องนี้มาบ้างแล้วเธอจึงหมดหวังกับชีวิตตัวเองไปแล้ว

 

                “ท่านไอรีน... ฉันรู้ความผิดของฉันดีค่ะ และจะยอมรับมันโดยไม่บ่นอะไรเลย แต่ขอร้อง...ขอเพียงอย่างเดียวช่วยปกป้องครอบครัวของฉันด้วยเถอะค่ะ !” แอบบี้อ้อนวอน ใบหน้าธรรมดาของเด็กสาวเลอะเทอะด้วยน้ำตาไปหมดจนอยู่ในสภาพไม่ค่อยจะโสภานัก ผมจึงล้วงหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นส่งให้แอบบี้ที่มองมือของผมนิ่งไม่หยิบผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นไปในทันทีจนผมต้องเป็นฝ่ายยัดยเยียดให้แทน

 

                อย่าได้กลัวไปเลยสาวน้อย ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ ถึงผมจะได้รับมาจากเอลฟ์ไร้ยางอายตนหนึ่งมาอีกที แต่ผมได้ส่งให้เฟย์เอากลับไปซักจนสะอาดหมดจด พร้อมอบฆ่าเชื้อเรียบร้อย รับรองใช้ไปไม่ติดเชื้อบ้า ๆ บวม ๆ ของไอ้ภารโรงแน่  !

 

                “ไม่ต้องร้องไห้ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรครอบครัวเธอ รวมทั้งเธอด้วย” ผมส่งยิ้มปลอบใจให้เด็กสาวที่มองผมตาค้างด้วยความไม่เข้าใจ

 

                “ประธานฉันคิดว่าการลงโทษแอบบี้โดยการไล่ออกไม่ค่อยจะถูกต้องเท่าไหร่นะ” ผมหันไปหาลูเซียสที่ยิ้มสบาย ๆ ส่งมาให้ผม

 

                “อยากจะพูดอะไรล่ะ ?” ลูเซียสไม่ได้ดูต่อต้านที่ผมเอ่ยทักท้วงช่วยแอบบี้ เขากอดอกรอผมพูดอย่างไม่รีบร้อน เขากำลังรอดูว่าผมจะช่วยคนผิดให้ดิ้นหลุดออกไปได้ยังไง

 

                “ในเมื่อตอนนี้เราพิสูจน์ได้แล้วว่ามีคนร้ายคอยบังคับแอบบี้อยู่ การจะลงโทษว่าเธอเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ก็ไม่ถูกต้องเท่าไหร่นะคะ...” ผมเอ่ยขึ้นด้วยเสียงนิ่งไม่มีความประหม่าแม้แต่น้อยแม้จะถูกคนทั้งห้องจ้องด้วยสายตาแปลก ๆ ก็ตาม

 

                “จากกฎหมายปัจจุบันของราชอาณาจักร มาตราที่ 43 วรรคที่ 2 ว่าด้วยเรื่องของผู้ที่กลายเป็นเหยื่อ ต้องเป็นคนที่ถูกคุกคาม ข่มขู่ ด้วยคำพูด และการกระทำ อาจจะเกิดกับตัวเองหรือกับคนรอบข้างก็ได้ ซึ่งจากที่ฉันพูดไปถือว่าแอบบี้เข้าข่ายในข้อนี้จึงใช้การลงโทษไล่ออกไม่ได้หรอกนะคะ ”

 

                “คุณหนูเก่งมากเลยนะครับ สมกับที่เป็นลูกสาวของท่านดยุคมากเลยครับ” ซีเรนเอ่ยชมผมอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ภายในดวงตาแฝงความชื่นชมบูชาสูงสุดเอาไว้ให้ผมรู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ นิดหน่อย แต่ก็พอจะมองข้ามไปได้

 

                หากจะถามว่าทำไมผมถึงรู้เรื่องกฎหมายแล้วล่ะก็ คงต้องขอกราบขอบคุณหนังสือในห้องของท่านพ่อ และความจริงจังของท่านในตอนที่ผมเดินไปถามว่าไม่เข้าใจความหมายของกฎหมายข้อหนึ่ง ท่านพ่อจึงทำการสอนมันทั้งเล่ม ! เนื้อหาการสอนนั้นเข้มข้น ลงลึกรายละเอียดของกฎหมายแต่ละข้อเสียจนผมเกือบอ้วกออกมาเป็นตัวอักษรเป็นครั้งแรก แต่เพราะการเขี้ยวเข็นในตอนนั้นเลยทำให้ผมได้เอามาใช้ประโยชน์ได้ในเวลาแบบนี้นี่แหละ

 

                “อืม...” ลูเซียสยกมือขึ้นลูบคาง ท่าทางครุ่นคิดกับคำพูดของผมไม่น้อย ก่อนที่เจ้าตัวจะขยับยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

 

                “แอบบี้เธอจะต้องถูกพักการเรียนแบบไม่มีกำหนด”

 

                คำประกาศิตของลูเซียสเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดเข้าใส่กลางหัวแอบบี้เต็ม ๆ จนเกือบจะทำให้เด็กสาวล้มทั้งยืน หากไม่ใช่คำอธิบายต่อมาของลูเซียสที่ทำให้เด็กสาวน้ำตาไหลซึมอีกครั้งด้วยความ

 

                 “เรื่องนี้ค่อนข้างเป็นปัญหาใหญ่ หากเป็นไปได้ฉันอยากให้กลับไปอยู่ที่บ้านจะปลอดภัยจะดีกว่า จนกว่าทางโรงเรียนจะหาตัวคนร้ายตัวจริงเจอ เธอค่อยกลับมาเถอะนะ”

 

                “ฉัน...ไม่ถูกไล่ออกแล้วเหรอคะ”

 

                “ใช่แล้วเธอไม่ถูกไล่ออกแล้ว ยินดีด้วยนะ”

 

                “ฮึก ๆ !ขอบคุณมากนะคะ... ขอบคุณมากจริง ๆ นะคะ ท่านไอรีน! เด็กสาวหันมาขอบคุณผมเป็นการใหญ่

 

                “ฉันจะตามหาคนร้ายตัวจริงอีกคน และจะให้เขาได้รับบทลงโทษที่สาสมให้ได้”  ผมบีบมือเป็นคำมั่นให้กับสมาชิกกลุ่มของผม

 

                “ถึงตอนนั้นเราค่อยกลับมากินขนมของสโนว์ฉลองกันอีกครั้งเถอะนะ !

 

                เมื่อได้ยินดังนั้น มือเล็กบีบมือผมกลับด้วยความซาบซึ้งใจ พร้อมกับเหล่าสมาชิกที่เหลือที่ต่างมาเอ่ยให้กำลังใจเด็กสาว จากตอนแรกที่เคยขุ่นเคืองใจแอบบี้ไม่น้อยที่ก่อปัญหา แต่เมื่อรู้ความจริงทุกคนก็ต่างมาขอโทษ พร้อมให้กำลังใจจนเด็กสาวสามารถกลับมายิ้มได้อย่างปลอดโปร่งอีกครั้ง

 

                “สโนว์ขอโทษที่ตอนนั้นฉันผลักนายจนทำให้นายสลบ แถมยังหนีไปไม่ดูดำดูดีนายอีก” แอบบี้หันไปขอโทษสโนว์ สีหน้าของเด็กสาวสำนึกผิดเป็นอย่างมาก ผิดจากคนได้รับคำขอโทษที่มองด้วยสีหน้าเฉยชา

 

                “ที่สลบไป ไม่ใช่เพราะเธอหรอก” สโนว์ตอบหน้าตาย ดูไม่หยี่ระเท่าไหร่นักต่างจากผมที่เป็นห่วงเขามาก แต่ก่อนที่จะเอ่ยถามหน้าที่นี้ก็ตกเป็นของนางเอกไปเสียก่อน

 

                “สโนว์เป็นลมเหรอ ! ทำไมไม่เห็นบอกเลย แล้วเป็นอะไรไปน่ะ !”อันย่ายิงคำถามรัว ดูจะกังวลเป็นอย่างมาก

 

                “โลหิตจาง” สโนว์ตอบ

 

                “คนที่จู้จี้เรื่องการกินอาหารให้ครบห้าหมู่ตลอดอย่างสโนว์เนี่ยนะเป็นโลหิตจาง ? ได้ยังไงกัน ! อันย่าทำหน้าไม่เชื่ออย่างแรง ซึ่งทำให้สโนว์ส่งเสียงจึ๊กจั๊กในลำคอ ไม่ได้ทำไปเพราะรำคาญแต่เพียงแกล้งทำเป็นไม่พอใจเท่านั้น

 

                “จู่ ๆ มันก็เป็นไปเองน่ะ แต่ไม่ได้เป็นบ่อยหรอก”  สโนว์ส่งยิ้มให้อันย่า พอเป็นอันย่าถามน้ำเสียงกับสีหน้าที่ใช้ก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด มองแค่นี้ขอแค่ไม่ใช่คนตาบอดก็ต่างดูออกว่าสำหรับสโนว์แล้วอันย่าสำคัญมากแค่ไหน

 

                ผมเหม่อมองความอ่อนโยนที่ฉายชัดว่ามีไว้เพื่อคนสำคัญเท่านั้นของสโนว์ แล้วก็พลันรู้สึกปวดใจเล็ก ๆ  หันหน้าไปทางอื่นเพื่อหนีภาพบาดตาบาดใจ

 

                ถึงในชาติก่อนผมจะเคยมีแฟนสาวมาก่อน ผมก็รู้ตัวว่าตนเองไม่ได้รักชอบแฟนเก่ามากมายนักเพราะในตอนนั้นเลิฟยังเป็นที่ 1 ในใจของผม ทำให้ผมที่ไม่มีเวลาให้สาวเจ้าจำต้องเลิกรากันไป

               

                ด้วยเพราะผมคบกับเธอเพียงเพราะเป็นอารมณ์ของวัยรุ่นที่อยากลองมีความรัก ทำให้ตอนจบความสัมพันธ์มันไม่ได้มีอะไรให้เสียใจ หรือเสียดายมากนัก ซึ่งแตกต่างจากตอนนี้โดยสิ้นเชิง...

 

                แม้ผมจะรู้ว่าสโนว์มีใครที่สำคัญกับเขาที่สุดอยู่แล้วแท้ ๆ แต่พอมาเจอกับตัวจริง ๆ  ตรงหน้าก็อดที่จะรู้สึกไม่ได้อยู่ดี... นี่ล่ะนะการแอบชอบเขาข้างเดียว ได้แต่ยืนมองห่าง ๆ และเจ็บเงียบ ๆ อยู่คนเดียวแบบนี้

 

                จีบคนในชีวิตจริงนี่มันยากกว่าในเกมอย่างเทียบไม่ติดเลย เฮ้อ...

 

                “แล้วก็...ขอบคุณมากนะ เพราะนายไปค้นเอากระดาษนั่นกลับมาจากถังขยะได้สำเร็จเรื่องถึงได้จบได้ด้วยดีแบบนี้”

 

                ...ถังขยะ ?...

 

                คนในห้องที่เหลือต่างพากันยืนอึ้งไปชั่วขณะ แต่เมื่อตั้งสติได้ว่าสโนว์ได้สร้างวีรกรรมยิ่งใหญ่ทุ่มสุดตัวขนาดนี้ ต่างก็พากัตบหลังชื่นชมสโนวืกันยกใหญ่ ให้คนถูกตบหลัง ตบไหล่ขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย

 

                ส่วนผมกำลังยิ่งค้างย้อนรำลึกไปถึงเมื่อวาน  ภาพของสโนว์ที่เลื่อนกระดาษที่มีสภาพสกปรกถอยห่างจากผมอย่างรังเกียจ แท้จริงแล้วมันไม่ได้เป็นอย่างนั้นสินะ... ที่เขาถอยหนีเพื่อไม่ให้ผมเลอะไปด้วยต่างหาก !

 

                ...คะ..โคตรน่ารักอ่ะ !...

 

                มุมปากผมยกขึ้นสูงด้วยความดีใจกับสิ่งที่สโนว์ทำลงไป... ผมไม่รู้ว่าเมานสุดที่รักนั้นตั้งใจหรือไม่ แต่สิ่งที่เขาทำก็ทำให้ผมรู้สึกดีเป็นอย่างมาก จนลืมเลือนความรู้สึกหดหู่ของการแอบรักข้างเดียวไปจนหมดสิ้น

 

                เอาล่ะ ! ลองพยายามต่อไปอีกซักหน่อยจะเป็นอะไรไป ! จนกว่าสโนว์จะแต่งงานผมจะยังถือว่าตัวเองยังมีสิทธิ์จีบสโนว์ได้เรื่อย ๆ ก็แล้วกัน !

 

                แต่ก่อนที่จะคิดแผนจีบสโนว์ขั้นต่อไปผมตงต้องจัดการเรื่องบางเรื่องเสียก่อน...

 

                “ประธานค่ะ นอกจากกักบริเวณแล้ว หลังจากแอบบี้กลับมาเพิ่มงานให้แอบบี้ไปล้างห้องน้ำเพิ่มอีก 1 เดือนด้วยค่ะ !

 

                ...เรื่องที่มายเมียทำตัวน่ารักน่ากอดเป็นอีกเรื่อง แต่การที่สุดที่รักของผมต้องลงไปคุ้ยถังขยะยังไงก็รับไม่ได้เฟ้ย !...

 

                “ห๊า !

 

                แอบบี้หน้าซีดเผือดลงไม่กล้าพูดทักท้วงอะไรเมื่อผมส่งสายตาคาดโทษไปให้ ทำให้เด็กสาวจำต้องก้มหน้ายอมรับโทษที่ประธานสั่งเพิ่มอย่างง่ายดาย เรียกได้ว่าตามใจน้องบุญธรรมกันสุด ๆ !

 

                 เด็กสาวได้แต่คิดในทางที่ดีว่าถูกกักบริเวณและทำความสะอาดส้วมก็ยังดีกว่าถูกไล่ออกล่ะนะ !

 

 

                “เอาล่ะ ตอนนี้ก็หมดเรื่องของแอบบี้แล้ว ขอเญคนอื่นสามารถกลับไปได้ เหลือไซรน์ อย่าเพิ่งออกไปจากห้องนี้ล่ะเพราะพ่อนาย... ดยุคซารัส ลาเคซิสกำลังมาถึงแล้ว เตรียมรอพบผู้ปกครองต่อได้เลย”

 

                “! ! !

 

                ไซรน์สะดุ้งเมื่อโดนเรียกตัว จากที่กำลังเคลิ้ม ๆ จะหลับเจ้าหมีก็ถึงกับเงยหน้าขึ้นมองลูเซียสเลิกลั่ก  ในดวงตาปรือปรอยเบิกโตขึ้นเล็กน้อยทำให้เห็นว่าภายในเจือความหวาดกลัวที่มากกว่าตอนที่ถูกวาเลนดูอย่างเทียบไม่ติด

 

                “มา...ได้ไง...”

 

                “ทำเรื่องใหญ่โตขนาดนั้นเอาไว้โรงเรียนก็ต้องแจ้งให้ผู้ปกครองทราบอยู่แล้วสิ” ลูเซียสตอบธรรมดาเหมือนเรื่องนี้เป็นเรื่องพื้นฐานที่ใคร ๆ ก็รู้กันทั้งนั้น แต่นี่คือใคร ? ไซรน์ ลาเคซิส ที่มีความรู้ขั้นพื้นฐานต่ำเตี้ยเชียวนะ !  

 

                “...”

 

                ปึง !

 

                “ไซรน์อยู่ที่ไหน ?”

 

                เสียงประตูห้องที่ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของคนที่ไซรน์รู้จักดีปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างรวดเร็วจนไม่มีใครทำความเคารพได้ทัน เพราะมัวแต่ตะลึงกับสูงใหญ่ที่เต็มไปด้วยแผลเป็นขนาดใหญ่ตามผิวกายที่โผล่พ้นร่มผ้าเต็มไปหมด จนทำให้คนมองอกสั่นขวัญแขวน หวาดกลัวกันจนตัวสั่นงักงก

 

                ...นะ...นี่เหรอดยุค ซารัส ลาเคซิส... นึกว่าหมียักษ์หลุดออกมาจากป่าซะอีก !...

 

                ตึง !

 

                ในขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงกับดยุคลาเคซิสผู้เป็นหมีคนพ่อ... เจ้าหมีคนลูกก็ได้ตัดช่องน้อยแต่พอตัว ทิ้งตัวนอนแผ่หราลงกับพื้น แกล้งตายทันที

                หากจะถามว่าใน 4 ดยุคผู้ยิ่งใหญ่ใครมีอำนาจมากสุดคงไม่พ้นคำตอบคือ ดยุคบาสวิส แห่งตระกูลสเวน ผู้ที่เจ้าเล่ห์เพทุบายที่สุดย่อมเป็น ดยุควาสตี้ แห่งตระกูลสกาเล็ต  ใครที่มีผู้ที่ได้รับความเคารพนับถือที่สุดย่อมเป็นดยุคเฒ่าชิเอเต้ แห่งตระกูลโอดีเลียผู้ดำรงตำแหน่งเนิ่นนานที่สุด

                แต่ทว่า... หากจะมีดยุคคนไหนที่มีความจงรักภักดีกับราชวงศ์ที่สุด ตำแหน่งนี้ย่อมไม่พ้นตกเป็นของดยุคซารัส แห่งตระกูลลาเคซิสอย่างแน่นอน

                “ไซรน์ อย่าคิดว่าแกล้งหลับแล้วพ่อจะไม่รู้ !”

                เสียงทุ้มต่ำที่ฟังเหมือนเป็นการคำรามของดยุคซารัสเอ่ยขึ้น ดวงคาเฉียงคมที่แสนดุดันจ้องไซรน์ที่ไม่สามารถใช้การนอนหลบหนีได้ เมื่อถูกคนเป็นพ่อหิ้วคอเสื้อขึ้นแล้วจับเขวี้ยงทิ้งลงพื้นอย่างไม่ไยดี จนเจ้าหมีจำต้องลืมตาตื่นพลิกตัวก่อนกระแทกพื้น หลุดสภาพแกล้งตายอย่างรวดเร็ว

                “ไปนั่งเก้าอี้ซะ

                “...” ไซรน์คอตกเดินไปนั่งเก้าอี้ พร้อมกับดยุคซารัสที่ทิ้งร่างใหญ่ของตัวเองลงเก้าอี้ตรงข้าม กลายเป็นภาพประหลาดที่ได้เห็นไซรน์ก้มหน้างุด ท่าทางลุกลี้ลุกลนเป็นอย่างมาก

             “เอ่อ... ฉันขอตัวก่อนดีกว่านะคะเราไม่ควรรบกวนเวลาครอบครัว ผมส่งกำลังใจไปให้ไซรน์ทางสายตา เจ้าหมีสู้ ๆ เข้าล่ะ ผมจะคอยภาวนาให้นายอยู่ครบ 32 อยู่ข้างนอกแล้วกัน !

            “ไอรีน... เธออยู่นี่ด้วยก่อน ฉันมีเรื่องจะคุยด้วยเหมือนกัน”             

                “อะ...อะไรนะคะ !

ผมตัวแข็งค้าง เผลอโพล่งออกมาแสดงความตกใจออกมาอย่างชัดเจนเมื่อถูกดยุคซารัสรั้งตัวเอาไว้ หัวผมหมุนเร็วจี๋ทั้งสับสน และไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงโดนลุงหมียักษ์คนนี้เรียกตัวกันฟะ !

 “รีบมานั่งได้แล้ว ฉันต้องรีบกลับไปทำงานต่อนะ

เมื่อโดนเสียงห้วนเรียกอีกครั้ง ผมจึงได้แต่เก็บงำอาการหวาดกลัวเอาไว้เดินเข้าไปหาช้า ๆ แล้วเลือกนั่งจุ้มปุ้กข้าง ๆ ไซรน์ที่มีสีหน้าแช่มชื่นขึ้นมาที่เห็นผม ดวงตาเจ้หมีดูคาดหวังในตัวผมเป็นอย่างมาก ผมต้องส่ายหน้ารัว ๆ ให้เจ้าหมีอยากบอกเหลือเกินว่า ผมเองก็กลัวจนจะแย่แล้วโว้ย ! ใครก็ได้เอาผมออกไปที๊ ! ! !

 “...”

ผม และไซรน์ต่างนั่งก้มหน้านิ่งกันจนตัวเกร็งกันเป็นเวลาเกือบสิบนาทีแล้ว หลังจากที่ทุกคนออกจากห้องไปเพื่อให้พ่อลูก(+ผม)ได้คุยกันเป็นการส่วนตัว ดยุคซารัสที่บอกว่ารีบนักรีบหนากลับไม่เอ่ยอะไรขึ้นมาแม้แต่ครึ่งคำ !

 

เขาเอาแต่นั่งกอดออกจ้องผมด้วยสายตาดุดันที่ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่กันแน่ เล่นเอา ๆ ผมเริ่มเครียด เหงื่อออกชุ่มทั้งหน้า และมือจนเปียกชื้นไปหมดแล้ว !

 “ไซรน์

ในที่สุดประโยคแรกที่รอคอยก็ได้ถูกเอ่ยขึ้น ช่วยคลายอาการเกร็งทั่วทั้งตัวลงได้ ให้ผมหายใจได้ทั่วท้องบ้าง... เพียงเล็กน้อยเท่านั้น 

ก่อนมาถึงที่นี่พ่อได้ยินว่าเจ้าชายถูกทำร้ายที่พระพักตร์ เรื่องนี้จริงรึเปล่า

 ชิบหาย ! ! !

 ผมกรีดร้องออกมาในใจด้วยคำเดิมอย่างบ้าคลั่ง เมื่อไอ้คุณพ่อหมีกว่าจะง้างปากพูดก็ใช้เวลานานจนคนรอตัวเกร็งเหน็บแทบกิน พอเริ่มต้นเกริ่นมาก็ดันถามเรื่องนี้ก่อนเนี่ยนะ ! ท่านดยุคหมีครับท่านโดนเรียกตัวมาเพื่อให้มาอบรมลูกชายนะครับไม่ใช่มานั่งหน้าเครียดตามหาตัวคนทำร้ายเจ้าชายแบบนี้ !

“จริง...” ไซรน์ตอบกลับไป

“ใครมันเป็นคนทำ”

ท่านไม่ต้องถามหาตัวคนร้ายว่าเป็นใครหรอกครับ เพราะคนทำร้ายเจ้าชายนั่งหัวโด่อยู่ตรงหน้าท่านนี่ไง !...

 ไซรน์เงียบไม่ตอบคำถามดยุคซารัสในทันที เจ้าหมีเลือกหันมาหาผมส่งสายตาเป็นคำถามว่าเรื่องนี้ควรพูดออกไปดีไหม ทำให้ผมรีบส่ายหัวดิก ๆ ส่งไปให้เจ้าหมีว่าอย่าปริปากออกไปโดยเด็ดขาดเชียวนะโว้ย !

            “บอก...ไม่ได้...เจ้าหมีตอบไปอย่างซื่อ ทำเอาผมอยากจะยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก เขย่าหัวคนข้าง ๆ ถามนักว่าทำไมไม่ตอบไปว่า ‘ไม่รู้’ ฟะ !

             “แสดงว่ารู้ว่าใครทำแต่ปล่อยไปสินะดยุคซารัสเข้าใจ และตีความได้ทันที เชื่อว่าคนเป็นพ่อคงพอมีความสามารถในการสื่อสารกับลูกชายจอมง่วงของตัวเองได้ในระดับหนึ่ง

             “อืมไซรน์ยังคงความซื่อได้ในระดับเดิม พยักหน้าตอบกลับไปตามตรง จนผมอยากร้องไห้ขึ้นมาจริง ๆ แล้ว

             “ไซรน์ ลืมไปแล้วเหรอว่าเคยเอ่ยคำสัตย์สาบานต่อเจ้าชายเอาไว้ยังไงบ้างดยุคซารัสเอ่ยถามเสียงเครียด ใบหน้าที่มีแผลเป็นที่ปลายคาง และแก้มเริ่มเปลี่ยนมาเป็นดุดัน สร้างความกดดันให้กับคนนอกอย่างผมเป็นอย่างมาก จนต้องจิกชายกระโปรงไว้ไม่ให้เผลอสติแตกวิ่งหนีออกไปก่อน

 

                ไซรน์เมื่อถูกคนเป็นพ่อเอ่ยถามด้วยประโยคนั้น เจ้าหมีก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับดยุคซารัสเป็นครั้งแรก แต่ดวงตาที่เคยสั่นไหวได้เปลี่ยนเป็นนิ่งเฉย และไร้อารมณ์จนเหมือนหุ่นกระบอกไม่มีผิด

                 จะจงรักภักดี และปกป้อง... ในฐานะองครักษ์ไปตลอดไป... คำตอบของไซรน์ คลายความกดดันของดยุคซารัสลงไปได้มาก แต่ดวงตาสีน้ำเงินเข้มยังเจือประกายตำหนิติเตียนอยู่

            “แล้วทำไมถึงปล่อยให้คนที่ทำร้ายเจ้าชายลอยนวลอยู่อีก ?”

                 “ไม่ได้ปล่อยไป... ลงโทษไปแล้ว...” เจ้าหมีคงหมายถึงตอนดีดมะกอกใส่ผมสินะ

                ไซรน์หันหน้าไปอีกทางตอนที่พูด ทำให้ผมไม่เห็นว่าตอนที่เจ้าหมีพูดคำนั้นออกมาอีกฝ่ายทำหน้าอย่างไร แต่ดูจากที่ดยุคซารัสขมวดคิ้วถอนหายใจออกมาคาดว่าคงจะจับได้ว่าไซรน์ไม่ได้จัดการกับคนร้ายที่ทำร้ายเจ้าชายอย่างที่เจ้าตัวหวัง

                “คนที่ทำร้ายคงเป็นคนรู้จักสินะถึงได้ใจอ่อนขนาดนี้”      

                เมื่อถูกจับได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ไซรน์ก็ไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกแต่อย่างใด ไซรน์หันหน้ากลับมา ขยับยิ้มจาง ๆ ที่มุมปากขณะเอื้อนเอ่ยคำตอบออกมาด้วยเสียงที่นุ่มนวลที่สุด

                “คนสำคัญ...ครับ...” พอพูดคำนั้นออกมาจบไซรน์ก็ดันหันหน้ามาทางผม มองผมด้วยดวงตาที่เป็นประกายอ่อนโยน ที่ทำเอาผมรู้สึกเขินอาย จนต้องเป็นฝ่ายหลบตาหนี เพราะการกระทำของไซรน์ พร้อมทั้งอยากจะร้องไห้ไปด้วย เพราะไอ้ท่าทางเมื่อกี้ของไซรน์พลังทำลายล้างโคตรรุนแรงเลย !

                 บ้าเอ๊ย ! ถ้าในเกมเอ็งทำตัวแบบนี้แต่แรก ป่านนี้คะแนนนิยมพุ่งสูงลิ่วไปแล้วเจ้าหมีโง่ !

                “พูดแบบนี้แสดงว่าพ่อกำลังจะได้ลูกสะใภ้สินะ”

                ดยุคซารัสถามขึ้นด้วยเสียงที่แม้จะฟังดูน่ากลัว แต่สายตาที่ถอดมองมามีประกายความตื่นเต้นปรากฏจาง ๆ ให้มองเห็นความแตกต่างได้อยู่ แต่คำถามนั้นกลับทำให้คนที่ถูกหาว่าเป็น ลูกสะใภ้ตัวสั่น รับไม่ได้อย่างแรง !

                “ไม่ใช่แล้วค่ะ ! ไม่ใช่อย่างแน่นอน !

                “ไอรีนรู้จักคน ๆ นั้นด้วยเหรอ ?” ท่านดยุคซารัสเลิกคิ้วขึ้นถามผมที่ลุกขึ้นโพล่งแก้ต่างให้ตัวเอง เพราะรับไม่ไหวกับการถูกยัดเยียดตำแหน่งลูกสะใภ้ให้ !

                “กะ... ก็รู้จักนิดหน่อยน่ะค่ะ แต่ความจริงแล้วเธอเป็นแค่เพื่อนไซรน์เท่านั้น ! พวกเขาสองเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้นแหละคะ !

 

                “เพื่อน ? จริงเหรอไซรน์ ?” ดยุคซารัสหันไปถามลูกชายของตนเพื่อขอคำยืนยัน

                “ตอนนี้...เป็นเพื่อน...” ไซรน์ตอบ ก่อนจะเอ่ยเสริมออกมาด้วยท่าทางไม่แน่ใจนัก “แต่ในอนาคต... ไม่แน่ใจ...”

                ...เจ้าพวกตระกูลหมี ! เลิกลากผมเข้าตระกูลไม่ทางใดก็ทางหนึ่งกันซะทีเถอะ ! เป้าหมายผมคือการแต่งคนเข้าบ้าน ไม่ได้แต่งออกนอกตระกูลอื่นนะเฟ้ย !...

                “เอาเถอะเรื่องนี้พ่อจะยอมปล่อยไปก็ได้” ดยุคซารัสยอมลามือจากผมในที่สุด ทำให้ผมถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แต่หลังจากหลุดจากสายตาท่านดยุคไปได้เมื่อไหร่ ผมคงต้องจัดการอบรมไซรน์เสียหน่อยแล้ว !

                “แต่ยังไงที่พ่อมาวันนี้นอกจากปัญหาที่เกิดจากราชาทองคำ พ่อต้องการให้ลูกย้ายคลาสเรียนซะ”  ดยุคซารัสเริ่มกลับมาจริงจังอีกครั้ง

                “แต่...”

                “การที่ลูกเรียนคนละคลาสกับเจ้าชายจะทำให้ท่านเกิดอันตรายขึ้นได้ พรุ่งนี้ย้ายไปอยู่คลาสสอนดาบซะ การต่อสู้ด้วยมือเปล่ามันไม่ได้จำเป็นซักนิด ยังไงลูกก็เป็นถึงผู้ใช้พลังของราชาทองคำ ที่สามารถใช้อาวุธได้ทุกอย่าง จะไปสู้ด้วยมือเปล่าทำไมกัน”

                ดยุคซารัสเอ่ยกล่าวขึ้นด้วยเหตุผลพร้อมสรรพที่ทำให้คนเป็นลูกเถียงไม่ออก ไซรน์มีสีหน้าอึดอัดใจเป็นอย่างมาก เพราะความเชื่องช้าของเจ้าหมีทำให้เขาหาจังหวะพูดโต้แย้งอะไรไม่ได้เลย

                “...ชอบ... คลาสนั้น...” เสียงพึมพำเบา ๆ ของไซรน์ไม่หลุดออกจากการได้ยินของผม เมื่อเห็นขอบตาแดง ๆ เหมือนกำลังจะร้องไห้ของเจ้าหมีผมจึงอดไม่อยู่ที่จะยื่นมือไปช่วยอีกจนได้

                “ท่านดยุคซารัสค่ะ ขอฉันแสดงความคิดเห็นอะไรหน่อยได้ไหมคะ” ผมเอ่ยถามด้วยเสียงสุภาพที่สุด

                “ว่ามาสิ” ดยุคซารัสบอกด้วยเสียงเรียบนิ่ง ไม่ได้โกรธขึงอะไร ผิดกับหน้าตาของท่านที่ดุดันตลอดเวลาจนทำให้เข้าใจผิดคิดว่าอีกฝ่ายอารมณ์เสียอยู่ตลอดเวลา

                “ฉันคิดว่าการให้เจ้าชายแยกคลาสกับไซรน์แบบนี้จะส่งผลดีกว่านะคะ”

                “ไลเซนไทน์ต้องมีลาเคซิสคอยปกป้องเสมอ... เธอจะบอกว่าสิ่งที่พวกเรายึดถือปฏิบัติกันมาตลอดเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องอย่างนั้นเหรอ ?” ให้ดยุคซารัสมองผมด้วยสายตาคมกริบแฝงความเย็นชาออกมาในดวงตาสีน้ำเงินดุดันคู่นั้น

                “ไม่ใช่แบบนั้นหรอกนะคะ” ผมยกมือขึ้นประสานข้างหน้า ส่งยิ้มการค้าประหนึ่งกำลังเสนอโปรเจคให้กับลูกค้ารายใหญ่ ด้วยความคุ้นชินในโลกเก่าที่ผมทำงานในตำแหน่งเป็นฝ่ายขาย ทำให้ความสามารถในการพูดหว่านล้อมอยู่ในระดับสูงพอตัว และตอนนี้ก็นับว่าถึงเวลาที่ผมจะใช้ความช่างเจรจานี้ในการเปลี่ยนใจท่านดยุคซารัสดูสักตั้ง !

                “อย่างที่รู้กันดีว่าเจ้าชายมีกำลังกายที่ค่อนข้างน้อยไปนิด จึงทำให้ท่านดยุคเกิดเป็นกังวลในเรื่องนี้ จึงอยากให้ไซรน์ช่วยตามประกบเพื่อป้องกันเรื่องไม่คาดฝัน แต่ท่านไม่คิดว่าการทำแบบนี้จะไม่ยิ่งทำให้เจ้าชายยิ่งอ่อนแอลงกว่าเดิมเหรอคะ ?”

                “หมายความว่ายังไง ?”

                “ฉันเชื่อในคำกล่าวที่ว่าความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จย่อมอยู่ที่นั่นค่ะ... คนเราจะเก่งขึ้นได้ไม่ใช่เพียงแค่รอให้ฟ้าประทาน หรือโชคชะตากำหนด ความพยายาม และมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้ด้วยตนเองต่างหากถึงจะเป็นสิ่งที่ยั่งยืน และทำให้ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง... ท่านดยุคคิดเหมือนฉันไหมคะ ?”

                “...” ดยุคซารัสไม่ได้ตอบอะไรออกมา แต่สีหน้าที่ดูจะมีความโอนอ่อนเห็นด้วยก็ทำให้ผมเห็นว่าตัวเองได้มาถูกทางแล้ว

                “ฉันเพียงอยากจะบอกว่าแทนที่จะให้ไซรน์ตามประกบวาเ...เจ้าชายตลอดเวลาสู้แบ่งเวลาให้เจ้าชายได้มีเวลาฝึกด้วยตัวเอง ให้เขาได้เรียนรู้การพยายามปกป้องตัวเอง มันจะดีกว่าการที่มีแต่คนคอยปกป้องเขาอีกนะคะ”

                “อีกอย่างที่นี่คือโรงเรียนโคเอียสเชียวนะคะ หากภายในโรงเรียนไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยได้ราชาท่านคงไม่มีทางส่งบุตรชายคนสำคัญของตัวเองมาที่นี่หรอกจริงไหมล่ะคะ ?”ผมถามกลับด้วยน้ำเสียงยียวนเล็กน้อย ทำให้ท่านดยุคซารัสใช้ดวงตาดุดันของเขาจ้องผมเพื่อกดดันผม

                ผมจ้องตาเขากลับโดยไม่กระพริบตาแม้แต่น้อย แม้ริมฝีปากจะยิ้ม แต่ความจริงผมต้องใช้สมาธิ และคุมตัวเองเป็นอย่างมากไม่ให้เผลอแสดงหวาดหวั่นให้เห็น... เพราะถ้าเผลอหลุดออกมาเพียงนิดเดียว สิ่งที่ผมพูดออกไปก่อนหน้านี้จะไร้ความหมายโดยทันที !

                 “เป็นความคิดเห็นที่น่าสนใจไม่น้อย...”  ดยุคซารัสกลายเป็นฝ่ายยอมแพ้ก่อน เขาถอนสายตากดดันคู่นั้นกลับคืน แล้วค่อย ๆ คลี่ยิ้มที่มุมปากทำให้ใบหน้าดุดูอ่อนโยนขึ้นหลายส่วน  “บาสวิสสอนลูกสาวได้ดีไม่ใช่น้อยเลย”

                “ขอบคุณค่ะ ท่านดยุคซารัส” ผมค่อมศีรษะให้อย่างนอบน้อม แอบลอบยิ้มด้วยความภูมิใจเมื่อคำชื่นชมนั้นเผื่อแผ่ไปถึงท่านพ่อด้วยอีกคนหนึ่ง

                “ฉันก็อยากรู้นักว่าความคิดของเธอจะเป็นจริงได้ยังไง”

                “...” ผมนิ่งเงียบ รอยยิ้มเริ่มหายไปจากใบหน้า เมื่อรู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากลในน้ำเสียงของท่านดยุคซารัส

                “ในการสอบของสายวิชาต่อสู้ที่จะจัดขึ้นในอีก 3 เดือนข้างหน้า ฉันหวังว่าด้วยหลักการ พยายามของเธอจะทำให้เจ้าชายได้ที่ 1 ของการสอบที่จะถึงนี้นะ”

                “อะ...เอ่อ... เรื่องนั้น...” ดูจากความกากของเจ้าชายนี่มันไม่ยากไปหน่อยเรอะ ?

                แม้จะคิดว่าต้องโดนท้าทายแน่ ๆ แต่ผมแค่คิดว่าท่านดยุคหมียักษ์จะเพียงให้ผมทำให้เจ้าชายได้ติดเป็นตัวแทนของสายคลาสดาบซึ่งนั่นก็ยากโหดหินไม่ใช่น้อยอยู่แล้ว แต่การให้ชนะทุกคลาสเลยนี่มัน... ภายในสามเดือนมันจะเป็นไปได้ยังไงวะ !

                “ท่านดยุคซารัสค่ะ ฉันว่าเรื่องนี้...”

                “หืม ? ทำไมได้เหรอ ? ถ้าเธอบอกว่าทำไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นก็ให้ไซรน์กลับไปอยู่คลาสเดียวกับเจ้าชายเสียสิ”

                “...”

                ...แย่ชะมัดประมาทไปแค่นิดเดียว ดันเสียรู้ให้ดยุคซารัสเสียแล้ว...

                ผมเหงื่อตกเมื่อตัวเองดันตกลงหลุมพรางของคนอายุมากกว่าไปเพียงนิดเดียว ก็ทำให้ผมพลาดพลั้งถูกตลบหลังจนไม่สามารถขยับไปไหนได้ เพราะหากเอ่ยปฏิเสธเจ้าหมีก็ถูกสั่งย้ายทันที อีกทั้งผมยังเสียหน้าที่พูดไปเสียดิบดี แต่มากลับคำตัวเองเครติตก็เสียหมดสิ !

                “ตกลงค่ะ ฉันจะทำให้เจ้าชายวาเลนไทน์เป็นที่ 1 ของการสอบให้ได้ !” ทางเลือกเดียวของผมคือการต้องรับคำท้าของดยุคซารัสเท่านั้น !

                “พูดด้วยปากเปล่ามันไม่ค่อยน่าเชื่อเท่าไหร่ มาลงเดิมพันกันเพื่อให้ดูจริงจังกว่านี้ดีกว่า”  ใครว่าดยุคที่จริงจังที่สุดเจ้าเล่ห์ไม่เป็นผมขอเถียงสุดใจ... เจ้าพ่อหมียักษ์นี่โคตรของโคตรร้าย !

                “หากเธอสามารถทำให้เจ้าชายชนะได้จริง ฉันจะไม่บังคับอะไรไซรน์อีกต่อไป”

                “พ่อ... ทุกเรื่องเลยรึเปล่า ?”

                “ทุกเรื่อง แม้แต่ เรื่องนั้นด้วย” สองพ่อลูกพูดคุยกันด้วยเสียงเครียด ท่าทางของไซรน์ที่ดูเปลี่ยนไป... ดูจริงจังขึ้นจนเหมือนเห็นเจ้าหมีดูมีไฟมุ่งมั่นขึ้นมาอย่างผิดหูผิดตา ทำให้ผมยอมรับข้อเสนอที่ผมไม่ได้ประโยชน์ด้วยแม้แต่น้อย

                “ถ้าอย่างนั้นหากฉันทำไม่สำเร็จฉันจะ...” ผมกำลังจะเอ่ยเดิมพันของตัวเองออกมา ดยุคซารัสก็ยกมือขึ้นห้ามเสียก่อน  ทำให้ผมอ้าปากค้างไว้เมื่อเขาแย่งพูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

                “ถ้าหากเธอทำไมได้เธอต้องแต่งงานกับไซรน์ !

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

4,382 ความคิดเห็น

  1. #4352 Sarocha_chaon (@Sarocha_chaon) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:46
    ยกไปเลยจ้า ยกไอรีนให้ไซรน์เลย จับใส่พานถวายแล้วนะ
    #4352
    0
  2. #4318 Num'm (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 11:10

    เฮ้อ!ตระกูลนี้อยากได้ไอรีนเข้าตระกูลกันขนาดนั้นเลยหรอ

    #4318
    0
  3. #4217 Naja_464 (@Kwar7777) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 21:27
    ตอนนี้ไม่มีอะ /^__^\
    #4217
    0
  4. #4150 XinRen (@nug1239900345475) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 20:58
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด จิกหมอนขาดไปหลายใบ

    #4150
    0
  5. #3239 MilkyQuartz (@MilkyQuartz) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 12:04
    นะ..นี่มันอีเวนต์ปักธง!!
    ถ้าทำให้เจ้าชายเป็นที่1 = ปักธงเจ้าชาย ถ้าเจ้าชายแพ้ = ได้รับน้องหมีเข้าฮาเร็ม
    #3239
    0
  6. #3231 Secr3t-Key (@Secr3t-Key) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 19:54
    เอา แต่ง!
    #3231
    0
  7. #2993 Asahi_san (@amire) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 14:11
    พ่อก้าวร้าวมากค่ะ! แผนรวบตัวลูกสะใภ้เรอะ!?
    #2993
    0
  8. #2965 BamCcoo (@BamCcoo) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 11:36
    พ่อหมีร้ายกาจมากค่ะ แต่ขออยู่ทีมพ่อหมีชั่วคราว แพ้เถอะนะคะ!!55555555
    #2965
    0
  9. #2946 Hummai (@15975347) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 16:31
    ม่ายยยยยย ไอเป็นของทุกๆคนนะ!!!จะมาเเย่งกันอย่างนี้ไม่ได้นะพ่อหมี!?
    #2946
    0
  10. #2940 ฟูจินางะ (@popsecret) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 17:21
    ม่ายยยยย ไอเป็นของสโนว์!!!!
    #2940
    0
  11. #2926 pinkysery (@pidichanan) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 17:04
    แพ้เถอะ 555555+
    #2926
    0
  12. #2925 นิค&NIck (@zaxswcde1150) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 14:20
    ไม่มีวันเรื่องนี้เท่านั้นที่ไม่มีวันเป็นไปได้
    #2925
    0
  13. #2924 Yo-ru-garasu (@naotokun) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 11:13
    แพ้ไปเลยเถอะค่ะ! สนงสโนว์อะไรไม่รอแล้วววววว!!!

    เกาะเรือสโนว์มานานช่างเจ็บมือยิ่ง ขอเปลี่ยนเรือล่ะนะ!? #ทีมลูกหมี
    #2924
    0
  14. #2923 Nunal (@nunal) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 10:21
    #ทีมน้ำแข็งไส #ทีมลูกหมีมึน ้ลือกไม่ถูกเลยยย
    #2923
    0
  15. #2922 fue_kee (@fue_kee) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 09:40
    พยายามเกาะเรือสโนว์ไว้ให้แน่น แล้วบอกตัวเองว่า
    "ไม่นะ ไม่ เราต้องหนักแน่นจะเปลี่ยนเรือไม่ได้นะ"
    #2922
    0
  16. #2921 benjawun708 (@benjawun708) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 09:16
    แต่งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ลืมไอ-สโนว์ไปซะ จีบยากเย็น ให้มันอยู่กับอันย่าตลอดกาลเลยไป เรื่องเริ่มน่าเบื่อละ กรุรำคาญมากดีออก แมร่งความสำพันธ์ไม่พัฒนา เปลี่ยนเรื่องเป็นแนวมิตรภาพเหอะไรท์ ออกทะเลไปไกลแล้ว มีแต่เรื่องไร้สาระ อ่านแม่งไม่ดึงดูด-ไรเหมือนตอนแรกๆแล้ว ผิดหวังว่ะ
    #2921
    2
    • #2921-1 LittleAnri (@anananri) (จากตอนที่ 51)
      1 ธันวาคม 2560 / 09:48
      เรื่องนี้มันมีอะไรมากกว่านี้นะคะ อย่าเพิ่งรำคาญกันเลย ถถถ
      #2921-1
    • #2921-2 อันจัง (จากตอนที่ 51)
      1 ธันวาคม 2560 / 19:19
      คุณมาแสดงคห.ตัดกำลังใจ ในนิยายหมวดรักแฟนตาซีหลายเรื่องแล้วนะคะ ตอนแรกๆ เราก็ไม่ติดใจอะไรเพราะถือเป็นคห.ส่วนบุคคล แต่แบบนี้มันไม่แรงเกินไปหน่อยหรอคะ นิยายพึ่งขึ้นเล่ม 2 มาไม่ถึง 10 บท คุณจะให้นิยายทุกเรื่องมันเป็นไปตามที่ต้องการที่คุณต้องการ มันไม่ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นก็แต่งนิยายเองเลยสิคะ จะได้โดนใจตัวเอง มีหลายเรื่องที่เรารู้จักกับไรท์เตอร์ที่คุณไปแสดงคห.แย่ๆ รต.หลายท่านคุยกับเราว่าเสียใจมาก คือ ไม่ชอบก็กดปิดไปสิคะ จะมาทนอ่าน แล้วบ่นทุกตอนไปเพื่ออะไร หรือมีความสุขที่ได้ด่า เสียดสีนิยาย สุดท้ายนี้ขอความกรุณาเลิกนิสัยแบบนี้ด้วยนะคะ เพื่อสังคมนิยายที่น่าอยู่ขึ้น
      #2921-2
  17. #2919 Tirisomi Serie (@Onachiri) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 08:20
    ว๊อทททททท =0=!!
    #2919
    0
  18. #2918 Daw Prdz KS (@doddydoody) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 07:10
    พ่อหมีนี่ก็ร้ายเหลือออออ
    #2918
    0
  19. #2917 Fan Danganronpa (@Natkanda) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 06:56
    แพ้เลย! แพ้เลย! จะได้แต่งเข้าตระกูลหมี! #ทีมหมีง่วง
    #2917
    0
  20. #2916 EveiI_retasia (@EveiI_retasia) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 06:18
    อยากให้คุณ little anri แต่งตอนพิเศษ "ถ้าไอรีนรักคนอื่น" จังเลยค่ะ โดยเฉพาะคู่ไซรน์นี่ คงเขินน่าดู เห็นเจ้าหมีเงียบๆ ที่จริงร้ายลึกใช่เล่นนะเนี่ย //รอตอนต่อไปปป
    #2916
    0
  21. #2915 Tenyacha1130 (@Tenyacha1130) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 06:16
    แพ้เถอะนะ ไอรีน///ยิ้มหวานตบไหล่ไอรีนอย่างให้กำลังใจในการแพ้
    #2915
    0
  22. #2914 pick-17 (@pick-17) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 05:38
    ที่แท้ก็มีแผนหาสะใภ้เข้าบ้าน 55555
    #2914
    0
  23. #2913 Velvy_PK (@poogkee) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 01:12
    แพ้ไปเลยค่ะ!ไม่รอสโนว์แล้ว!--
    #2913
    0
  24. #2912 nanar1117 (@nang23) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 00:45
    ทำให้แพ้เลยค่ะ!!!!! เข้าตระกูลหมีไปเล้ยยยย!!!!! /พวกตระกูลหมีเขาร้ายกาจเอาเรื่องนะคะ อิอิ /ขออนุญาตลืมมายเมนไปซักตอนนะคะ ไม่ใช่ไม่รักแต่ความหมีมันมาแรงจริงๆค่ะ><
    #2912
    0
  25. #2911 Teal123 (@tealt-op) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 00:16
    แต่งเลยยยยยยยย แพ้ความน่ารักไซร์ไม่ไหวแล้วค่ะ มันกู๊ดมาก//เอาหัวโขกโต๊ะคลั่ง โอ่ยยยย ถ้าลูกอกหัก แม่ยกอย่างเราคงสงสารใจสลายแน่ๆค่ะ //มองเรือสโนว์ เรืออฟช.ทิ่มตา

    แต่พอไซรน์เจ้าเล่ห์ ลูกอยากได้ หาทางให้ลูกแบบอ้อมๆเชียวนะ....ทำดีมีกค่ะท่าน!!!!
    #2911
    0