Letter Love รักนะ อยากบอกให้รู้

ตอนที่ 8 : Episode 7 : มาจบข่าวกัน [ 100% ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 46
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    15 ส.ค. 63



7

มาจบข่าวกัน

ห้าวันต่อมา

ข่าวฉันกับพี่ซิวเวอร์เริ่มซาลงไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่จบกันจริงๆสักที หลังจากที่เป็นข่าวมาสักพัก ก็เริ่มมีแต่คนสนใจพี่ซิวเวอร์มากขึ้น เพราะสืบกันจนรู้แล้วว่าผู้ชายปริศนาคนนั้นเป็นใคร

พอรู้ว่าเป็นพี่ซิวเวอร์ต่างก็มากรี๊ดกราดในความหล่อแล้วแชร์รูปพี่แกกันเต็มเลยจ้า

แบบนี้ก็แย่เลยนะสิ

มีแต่คนเข้าหาพี่เขาจนวุ่นวายไปหมดเลย

“ เอาไงดีวะ ” ฉันเอ่ยพึมพำกับตัวเองเบาๆ แล้วถอนหายใจพร้อมกับตักข้าวกินต่อในทันทีด้วยความหิว แต่ก็ไม่พ้นคนหูดีอย่างเปียโนจนได้

“ เอาไงอะไร ” เปียโนเอ่ยถามกลับในทันทีที่ได้ยินเสียงฉันบ่น

“ เปล่า ไม่มีอะไร ”

“ ไม่มีอะไรแปลว่าต้องมีแน่ๆ ” กีตาร์เอ่ยขึ้นอย่างรู้ทัน

“ ก็เออ มีก็มี ” จนท้ายที่สุดฉันก็จนมุมยอมรับจนได้  “ เฮ้อ สงสารพี่ซิวเวอร์วะ ”

“ ที่พี่แกโดนรุมเข้าหาอะหรอ ”

“ ก็ใช่นะสิ นี่ก็อยากจะช่วยเขาอยู่หรอกนะ แต่ไม่รู้จะช่วยยังไง ”

“ ไม่เห็นจะยาก ” เปียโนเอ่ยขึ้นพร้อมกับยกยิ้ม “ แกก็แค่ประกาศไปเลยว่าพี่ซิวเวอร์กับแกกำลังคบหาดูใจกันอยู่ หรือไม่ก็บอกไปเลยว่าเป็นแฟนกัน ”

“ บ้าหรอ!!

 “ หรือมึงจะไม่ทำครับ? ” กีตาร์เอ่ยตอบกลับพลางย่นคิ้ว

“ ทำค่ะ ” ฉันตอบกลับไปในทันทีพร้อมรอยยิ้มอย่างอารมณ์ดี

“ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เลยนะ ” เปียโนเอ่ยแซวในทันทีที่เห็นแบบนี้

แหม ก็คนมันอารมณ์ดีอะนะ

ทำไมฉันถึงคิดไม่ได้ละเนี่ย แค่ขอให้พี่เขาช่วยเป็นแฟนกลบข่าวให้หน่อย แกล้งเป็นแฟนก็ได้ ไม่ถึงกับต้องเป็นแฟนกันจริงๆหรอก ข่าวพวกนี้จะได้จบกันเสียที คร่าวหน้าคร่าวหลังเวลาไปไหนมาไหนกับพี่แกก็จะได้ไม่ต้องมีคนสงสัย ถ่ายไปทำข่าวอีก และก็...

จะได้ไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้ามายุ่งวุ่นวายกับพี่แกอีกด้วย

“ ฉลาดจริงๆเลยนะเนี่ย ขอบคุณมึงสองคนมากนะ ” ฉันเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่ยกโทรศัพท์ขึ้นมาเข้าโปรแกรมไลน์ส่งข้อความหาพี่ซิวเวอร์ทันที

Punfan : พี่ซิวเวอร์คะ

Silver : ว่าไงครับ

Punfan : พี่เลิกเรียนกี่โมงหรอ

ฉันตั้งหน้าตั้งตารอคอยข้อความตอบกลับของเขาด้วยความตื้นเต้น ไม่นานนักเขาก็ตอบกลับมา มันทำให้ฉันถึงกับยิ้มกว้างหมายจะพิมพ์ประโยคต่อไป

Silver : ประมาณ 15.00 น.

Silver : มีอะไรหรือป่าว

Punfan : หนูขอนัดเจอพี่ได้ไหมคะ

Punfan : มีเรื่องจะคุยด้วย

“ อยากเจอเขาก็ไปสิ ” กีตาร์เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มหลังจากที่แอบเหลือบตามองดูข้อความที่ฉันคุยกับเขาพร้อมกับส่งสายตาล้อเลียนมาให้

“ รู้ทันเก่ง ” ฉันเอ่ยตอบกลับไปพร้อมรอยยิ้ม

Silver : ได้สิ

Silver : งั้นหลังเลิกเรียนพี่จะไปหาที่ตึกคณะน้องนะ

Punfan : ได้เลยยยยยยย

Punfan : ขอบคุณค่ะ

Punfan : ไว้เจอกันนะคะ

“ รวดเร็วทันใจจริงๆ ” เปียโนเอ่ยแซวขึ้นหลังจากที่เห็นข้อความสุดท้ายของฉันที่ส่งไปให้เขาพร้อมกับยกยิ้มแล้วมองมาที่ฉันด้วยความหมั่นไส้

“ นิดๆหน่อยๆเอง ”

“ เขินแหละ ดูออก ”

“ เขินจริงยอมรับ ” ฉันส่งยิ้มให้เพื่อนทั้งสองอย่างอารมณ์ดีและยอมรับออกมาตามตรง ใช่ค่ะ ฉันเขิน เขินมากด้วย เขินตั้งแต่ที่คิดว่าจะพูดกับพี่เขายังไงดีแล้ว

อยากกรี๊ดออกมาดังๆ แต่ก็ทำได้แค่กรี๊ดในใจอะแหละ

 

15.00 น.

ฉันยืนรอพี่ซิวเวอร์อยู่คนเดียวที่หน้าคณะ ไม่นานนักก็มีรถคันหนึ่งขับมาจอดตรงหน้าฉัน เจ้าของรถค่อยๆเลื่อนกระจกลง ทำให้ฉันเห็นว่าเป็นพี่ซิวเวอร์ที่เพิ่งมาถึงนี่เอง

“ ปันฝัน ขึ้นรถครับ ” เสียงเรียกของพี่ซิวเวอร์เอ่ยทักฉันขึ้น พร้อมกับบอกให้ฉันขึ้นรถ ส่วนฉันก็ไม่รอช้ารีบเดินไปประตูหน้าคนขับแล้วขึ้นรถอย่างรวดเร็ว  ซิวเวอร์ที่เห็นแบบนั้นก็ออกรถในทันที ก่อนที่จะเอ่ยคุยกับฉันในเวลาต่อมา “ จะไปคุยกันที่ไหนดี ”

“ คุยกันในรถก็ได้ค่ะ ”

“ แล้วเราจะแวะไปไหนหรือเปล่า เดี๋ยวพี่ไปส่ง ”

“ ว่าจะไปแวะไปซื้อของที่ห้างใกล้ๆบ้านอะคะ ” ฉันเอ่ยตอบกลับเขา ก่อนที่จะเลื่อนสายตามามองคนตัวสูงที่กำลังตั้งใจขับรถแล้วพูดต่อ “ พี่ซิวเวอร์ไปด้วยกันไหมคะ จะได้แวะกินข้าวด้วยกันด้วย ”

“ ก็ได้ครับ กำลังหิวพอดีเลย ” ซิวเวอร์เอ่ยตอบกลับด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่จะนึกได้และเข้าเรื่องในทันที “ ว่าแต่...เราจะคุยกับพี่เรื่องอะไรหรอ ”

“ อ่อ...คือว่า... ” ฉันเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกตื่นเต้น แล้วสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ก่อนที่จะพูดออกไปด้วยความกล้าหาญมากที่สุดในชีวิตแล้ว  “ พี่เป็นแฟนหนูหน่อยได้ไหมคะ ”


30%



“ หะ!?

“ เอ่อ...คือ... ”

“ ขอฟังอีกรอบได้ไหม เมื่อกี้เราว่าไงนะ ” ซิวเวอร์ถึงกับเอ่ยขอฟังอีกรอบ เพื่อความแน่ใจ เขาเองก็คงจะตกใจไม่น้อยและเหลือเชื่อน่าดูที่ได้ยินอะไรแบบนี้จากฉัน

“ ช่วยเป็นแฟนหนูหน่อยได้ไหมคะ ”

 

 

[ Silver  Part  ]

!!

“ ว่าไงคะ ”

“ งั้นขอเหตุผลหน่อยได้ไหมครับ ” ผมเอ่ยถามกลับเธอในทันทีที่ได้สติ อยู่ๆน้องก็มาบอกช่วยเป็นแฟนน้องหน่อยแบบนี้ขึ้นมาเฉย เป็นใครก็ต้องตกใจอยู่แล้ว

ถึงใจจริงจะอยากเป็นเลยก็เถอะ แต่ขอรักษาภาพลักษณ์หน่อยก็แล้วกัน

“ คือฝันก็แค่อยากจบข่าวเรื่องของเราค่ะ ” เธอเอ่ยบอกเหตุผลที่แท้จริงของเธอพร้อมกับอธิบายต่อให้ผมเข้าใจ “ ยังไงเราก็คงอาจจะต้องเจอกันบ่อย ฝันก็เลยคิดว่างั้นปล่อยข่าวพี่เป็นแฟนหนูไปเลยดีกว่า จะได้ไม่ต้องมีคนมาสงสัย ไม่มีใครมารุมล้อมด้วย ”

“ ... ”

“ พี่คิดว่ายังไงคะ ”

ผมนั่งนิ่งคิดไปชั่วครู่ใหญ่ มันก็จริงอย่างที่น้องว่านั้นแหละ เพราะตั้งแต่เป็นข่าวกับน้องมาก็มีแต่คนสงสัยและสนใจผมเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ  ถ้าข่าวที่ผมคบกับน้องออกไป ก็คงจะไม่มีใครสงสัยหรือมายุ่งวุ่นวายกับผมและน้อง

“ ก็ได้นะครับ พี่ตกลง ”

“ ขอบคุณนะคะ ” น้องตอบกลับผมด้วยความยิ้มอย่างน่ารัก จนทำให้ผมถึงกับยิ้มตาม

“ งั้นตอนนี้เราคบกันแล้วนะ ”

“ ค่ะ ”

“ คบกับพี่แล้ว พี่ไม่อนุญาตให้เลิกง่ายๆนะ ” ผมตอบกลับพร้อมกับยกยิ้ม  ไม่ว่ายังไงผมก็ไม่ยอมเลิกกับน้องง่ายๆหรอกนะ

ผมจะทำให้น้องเปลี่ยนใจจนอยากเป็นแฟนผมขึ้นมาจริงๆให้ได้

“ แล้วถ้าพี่อยากเลิกเองละ ”

“ พี่จะอยากเลิกกับเราทำไม มีแฟนน่ารักขนาดนี้ ”

“ หยอดเก่ง ” ปันฝันเอ่ยขึ้นพร้อมกับอมยิ้ม ก่อนที่ผมจะแอบเหลือบมองใบหน้าสวยที่ตอนนี้กำลังยิ้มเขิน จากที่เห็นผมว่าน้องเองก็คงมีความรู้สึกดีๆกับผมอยู่บ้างละนะ

“ แค่กับน้องคนเดียวแหละครับ ”

“ หึ จะคอยดูแล้วกันนะคะ ”

“ งั้นเริ่มจากไปหาอะไรกินกันไหม ” ผมเอ่ยเสนอขึ้นด้วยความตื่นเต้น  “ เดทแรกของเราไง ”

“ ก็ได้ค่ะ ” น้องตอบรับผมอย่างว่าง่าย ส่วนผมที่ได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มแก้มบานแล้วครับ

ในที่สุด!!

ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงแล้วครับทุกท่าน

ผมถึงกับฉีกยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ก่อนจะเลี้ยวรถเปลี่ยนเส้นทางไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นร้านอาหารของโรงแรมครอบครัวผมนั้นเอง

“ ว่าแต่จะไปร้านไหนหรอคะ ” ปันฝันเอ่ยถามขึ้นหลังจากที่เห็นผมเลี้ยวรถเปลี่ยนเส้นทาง ไปในทิศทางที่เธอไม่คุ้นเคย

“ ไปร้านของครอบครัวพี่เองครับ ” ผมตอบออกไปในทันทีพร้อมกับหันมายิ้ม

“ แล้วอย่างนี้ฝันจะเจอครอบครัวพี่ไหมเนี่ย ” เธอตอบกลับผมอย่างขำๆ ก่อนที่ผมจะหันหน้ามาสบตากับคนตัวเล็กด้วยรอยยิ้ม

“ อยากเจอไหมละ เดี๋ยวพี่โทรบอกให้ ” ผมตอบกลับเธอพลางแกล้งหยิบโทรศัพท์มาเตรียมจะกดเบอร์โทรหาคนที่บ้าน

“ ไม่ๆ ยังไม่ใช่ตอนนี้สิค่ะ ” เธอตอบกลับผมด้วยความตกใจ ก่อนที่จะรีบคว้าโทรศัพท์ในมือผมมาไว้ที่ตัวเองทันที ส่วนผมที่เห็นแบบนั้นก็ถึงกับหลุดขำในความน่ารักของน้อง จนน้องถึงกับหันหน้าขวับมามองผมด้วยสายตาดุๆ  “ ขำอะไรคะ ”

“ ขำน้องนะสิ ทำไมครับ กลัวอะไรหรอ ”

“ ฝันไม่ได้กลัวอะไรสักหน่อย ก็แค่... ”

“ แค่อะไร ”

“ มันเร็วเกินไป ”

“ ... ”

“ เราเพิ่งตกลงคบกันวันนี้เองนะพี่ซิวเวอร์  จะคบกันได้นานแค่ไหน ยังไงอะไรก็ยังไม่รู้เลย ไม่มีอะไรเป็นหลักแน่นอนเลย ฝันอยากไปเจอพ่อแม่พี่และพาพี่ไปแนะนำพ่อแม่ฝันตอนที่ทุกอย่างมันแน่นอนแล้วจริงๆมากกว่า แบบนี้ไม่ดีกว่าหรอคะ ไม่เสียเวลาด้วย ”

“ โอเคครับๆ พี่ยอมแล้ว จริงจังไปได้นะเรา พี่แค่แกล้งเราเล่นเอง ” ผมตอบกลับไปอย่างยอมแพ้ เหตุผลของน้องมันก็ถูกทุกประการ จริงๆผมก็ไม่ได้จะทำแบบนั้นจริงหรอก ก็แค่อยากแกล้งเธอเล่นเฉยๆ แต่ดูเหมือนว่าผมจะเล่นแรงไปหน่อย เล่นทำคนข้างๆถึงกับหน้างอ

“ นี่พี่ไม่จริงจังกับหนูหรอ ” ปันฝันตอบกลับผมด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ พร้อมกับน้ำตาคลอ

“ ไม่ใช่ พี่จริงจังกับหนูอยู่แล้ว ” ผมถึงกับเลิ่กลั่กไปไม่เป็น  เอาละไง

“ แล้วพี่พูดแบบนี้กับหนูได้ไงอะ หนูเสียใจนะที่พี่คิดว่าหนูไม่จริงจังกับพี่ ”

“ พะ...พี่ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ”

“ หนูจริงจังกับพี่นะคะ ”

ผมถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนที่จะรู้สึกใจพองโตที่ได้ยินคำนี้จากปากผู้หญิงข้างกายผม คาดไม่ถึงเลยว่าเธอจะพูดออกมาต่อหน้าผมแบบนี้

“ พี่ก็จริงจังกับหนูนะคะ ”

“ ... ”

“ ง้อๆนะครับ อย่างอนนะ ใกล้จะถึงร้านแล้วพี่จะพาไปกินของอร่อยๆนะครับ ” ผมตอบกลับเธอพร้อมกับขับรถให้ถึงร้านเร็วที่สุดและปลอดภัยที่สุด เพื่อที่จะได้พาเธอไปกินของอร่อยให้อารมณ์ดี

ใช้เวลาพอสมควรกว่าจะถึง เนื่องจากร้านอาหารในโรงแรมผมอยู่ต่างจังหวัด

ในที่สุดตอนนี้ก็ถึงสักที่!!

“ นี่มัน...โรงแรมนี่คะ ” ปันฝันถึงกับหันหน้ามามองผมด้วยความตกใจ

“ ครับ เป็นร้านอาหารในโรงแรมของครอบครัวพี่เอง ”

“ ทำไมพี่ไม่เคยบอกฝันอะว่าโรงแรมนี่คือของครอบครัวพี่อะ ”

“ ก็เพิ่งบอกไปนะครับ ” ผมถึงกับหลุดยิ้มกับท่าทางตกใจของคนตรงหน้า “ เอาน่ะ ยังไงตอนนี้ก็รู้แล้วนะครับ พี่ไม่ได้บอกใครง่ายๆนะเรื่องนี้นอกจากคนในกลุ่มเพื่อน ไม่มีใครรู้เลยนะครับ ”

“ ... ”

“ แต่ตอนนี้น้องรู้แล้วนะ ”

“ ก็พี่เพิ่งจะบอกฝัน ” ปันฝันตอบกลับผมด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนจะหลบสายตาผมที่มองเธอด้วยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจแล้วถามต่อ  “ แล้วนึกยังไงถึงยอมบอกฝัน ”

 “ อ้าว ก็เราเป็นคนพิเศษพี่ พี่ก็ต้องบอกสิ ” ผมตอบกลับเธอด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่จะดับรถแล้วเปิดประตูลง แล้วเดินไปฝั่งตรงข้ามเพื่อเปิดประตูให้ปันฝันที่กำลังจะเปิดพร้อมๆกับผม แต่ผมดันชิงเปิดให้ได้เสียก่อน ผมส่งยิ้มไปให้อย่างอารมณ์ดีก่อนที่จะค่อยๆยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้ๆเธอ  “ ดังนั้นหายงอนนะคะ ”

“ ไม่หายค่ะ ”

“ ... ”

“ ฝันไม่ได้งอนอะไรพี่ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ไม่มีอะไรต้องหายงอน ” ปันฝันตอบกลับผมด้วยรอยยิ้มพร้อมยักคิ้วซ้ายขึ้นนิดนึงอย่างอารมณ์ดีที่เห็นสีหน้าเหวอของผมเมื่อรู้ความจริง

แล้วเมื่อกี้ที่เหมือนจะร้องไห้นั่น...

มันคือการแสดงค่ะ

 

 

[ Punfan  Part ]

ฉันถึงกับหลุดขำออกมาในทันที หลังจากที่เห็นสีหน้าเหวอของพี่ซิวเวอร์ คิดไม่ถึงละสิว่าจะโดนฉันแกล้งกลับ

 “ ...!!

“ แต่ที่บอกว่าจริงจัง...คือเรื่องจริงนะคะ ” ฉันตอบกลับด้วยรอยยิ้มพลางแลบลิ้นใส่เล็กน้อยอย่างล้อเลียน เล่นทำคนตัวสูงถึงกับหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อย

“ แกล้งพี่อะ ”

“ ก็พี่แกล้งหนูก่อนอะ ”

“ ร้ายจริงๆเลยนะ ”

“ นี่พี่เขินหรอ ”

“ เปล่า อากาศมันร้อน ” ซิวเวอร์ตอบกลับมาพลางเอามือพัดลมเข้าหาตัวประกอบด้วย ก่อนที่จะหันหน้ามาพูดกับฉันต่อหลังจากที่เห็นฉันขยับตัวลงจากรถเรียบร้อยแล้วก็ถอยห่างให้ ก่อนที่พี่เขาจะปิดประตูและล็อครถ  “ ไปกันเถอะ ”

“ ร้อนจริงหรอ ” ฉันตอบกลับไปพร้อมกับเลิกคิ้วด้วยความสงสัย ด้วยความที่ตอนนี้เป็นตอนเย็น อากาศมันไม่ได้ร้อนขนาดนั้นเลยสักนิด

“ ไม่รู้สิ ” คนตัวสูงตอบกลับมาพลางยักไหล่ แล้วเดินเข้าไปในร้านพร้อมกับฉัน พูดคุยกับพนักงานเสร็จสรรพ ก็พาฉันไปนั่งที่โต๊ะด้านบน

“ ร้อนหรือเขิน เอาดีๆ ” ฉันเอ่ยถามกลับอีกครั้งในทันทีที่ได้นั่งโต๊ะแล้วพลางใช้สายตามองเขาด้วยความอยากรู้อย่างจริงจัง พี่ซิวเวอร์ที่เห็นแบบนั้นก็หันหน้าจากการมองวิวทิวทัศน์มาสบตากับฉันแทนแล้วตอบกลับด้วยความจริงจังเหมือนกัน

“ เขินครับ ”

“ น่ารักชะมัด ”

“ อะไรนะ ไม่ค่อยได้ยินเลย ” พี่ซิวเวอร์เอ่ยตอบกลับฉันด้วยความรู้สึกดี แล้วขอให้ฉันพูดอีกรอบ

“ น่ารักค่ะ ได้ยินชัดแล้วนะคะ ” ฉันตอบกลับด้วยรอยยิ้มก่อนจะหันไปมองวิวริมทะเลด้านนอก ลมเย็นๆพัดมากระทบเข้าผิวกายให้ความรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายดีจัง

นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้มาทะเลสวยๆแบบนี้

“ อากาศดีเนอะ ”

“ ค่ะ ดีมากๆเลย ”

“ ชอบไหมที่ที่พี่พามาวันนี้ ” ซิวเวอร์เอ่ยถามขึ้นพร้อมกับหน้ามามองฉันที่กำลังกวาดสายตามองวิวทิศทัศน์ที่สวยงามและลมทะเลด้วยความเย็นสบาย

“ ชอบมากเลยค่ะ ” ฉันหันหน้ามาสบตากับเขาพร้อมกับการตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่กว้างกว่าเดิม ตอนนี้ฉันมีความสุขมากและดีใจมากอย่างบอกไม่ถูกเลยจริงๆ  “ ขอบคุณมากเลยนะคะ ”

“ ขอบคุณอะไรครับ ”

“ ขอบคุณที่พาหนูมาที่นี้ และก็...”

“ และก็อะไร?

“ ขอบคุณที่ยอมช่วยเป็นแฟนหนู ” รอยยิ้มฉันที่ยิ้มกว้างค่อยๆลดลงเล็กน้อย เอาจริงๆฉันเองก็เริ่มไม่แน่ใจตัวเองแล้วเหมือนกันว่าจะอยู่ในสถานะนี้กับพี่เขาได้นานขนาดไหน

ตอนนี้ใจฉันมันเริ่มหวั่นไหวกับการกระทำของเขามากขึ้นเรื่อยๆแล้วสิ

“ ไม่เป็นไรหรอก พี่ยินดี ” ซิวเวอร์ตอบกลับด้วยรอยยิ้มอย่างใจดี

ไม่นานนักอาหารก็ถูกมาวางตรงหน้า กลิ่นหอมน่าทานของอาหารทะเลลอยเตะจมูกฉัน สายตาฉันกวาดมองไปยังอาหารตรงหน้าด้วยแววตาเป็นประกาย

“ น่ากินจังค่ะ ”

“ กินเลยครับ มื้อนี้พี่เลี้ยงเอง ” รอยยิ้มของคนตรงหน้าทำให้ฉันฉีกยิ้มกว้าง ก่อนที่จะเริ่มตักอาหารมาใส่จานแล้วเอาเข้าปาก

อร่อยมากจริงๆ!!

“ ขอบคุณนะคะ อาหารอร่อยมากเลย ” ฉันตอบกลับพร้อมกับหยิบกุ้งเผาในจานมาหนึ่งตัวแล้วแกะเปลือกออกจนหมดจด ก่อนที่จะวางกุ้งตัวนั้นลงในจานของเขา

“ ขอบคุณครับ ” เขาตอบกลับด้วยรอยยิ้มอย่างน่ารักเหมือนเช่นเคย เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ใครเห็นต่างก็ต้องยิ้มตามทั้งนั้น

รวมถึงฉันก็ด้วย

เราสองคนนั่งทานอาหารเย็นรับลมทะเลด้วยกัน  บรรยากาศดีๆทำให้ทั้งฉันและเขาต่างรู้สึกผ่อนคลาย และได้พูดคุยกันมากขึ้น รู้จักกันมากขึ้น

จนกระทั่งทานกันจนอิ่มแล้ว ฉันก็ตัดสินใจที่จะชวนเขาถ่ายรูปเพื่อลงโซเชียลให้ทุกคนได้รู้ว่าตอนนี้ฉันคบกับเขาแล้วจริงๆ และอีกไม่นานข่าวพวกนี้ก็จะหายไป

“ ถ่ายรูปคู่กันหน่อยไหมคะ? ” ฉันเอ่ยขึ้นพร้อมกับยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโชว์ให้เขาดู

“ โอเคครับ ” ซิวเวอร์ตอบตกลงฉันในทันที พร้อมกับลุกขึ้นเดินย้ายมาทางฝั่งฉัน แล้วพูดต่อด้วยรอยิ้ม “ ไปถ่ายริมระเบียงตรงนั้นดีไหมครับ ” พร้อมชี้นิ้วไปทางระเบียง

“ ได้ค่ะ ” ฉันตอบรับเขาพลางยื่นมือเล็กๆส่งไปให้คนตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม

เขาที่เห็นแบบนั้นก็ถึงกับยิ้มเขินแล้วยอมจับมือดึงฉันลุกขึ้นมาจากที่นั่ง แล้วเดินจับมือกันไปถ่ายที่ระเบียงตรงหน้าในทันที หากรู้ไม่ว่า ฉันได้แอบถ่ายตอนเขาจับมือฉันไว้ด้วยความรวดเร็วเก็บไว้ด้วย

ไว้รอเซอร์ไพรส์เขาตอนลงรูปแล้วกัน

“ ขออนุญาตนะครับ ” พี่ซิวเวอร์เอ่ยขอฉันด้วยความสุภาพ ก่อนที่เขาจะค่อยๆยกแขนขึ้นมาคล้องคอฉันเอาไว้ แล้วเอาหน้าเข้ามาใกล้กันมากขึ้น

ฉันยื่นกล้องในมือถือออกไป แล้วฉีกยิ้มกว้างพร้อมๆกับคนข้างๆ ก่อนที่จะกดชัตเตอร์ถ่ายภาพเก็บไว้หลายภาพจนพอใจ เมื่อถ่ายเสร็จฉันก็หันหน้าไปมองคนตัวสูงกว่าที่กำลังกอดคอฉันด้วยรอยยิ้มและแววตาอ่อนโยนคู่นั้น  “ ขอบคุณนะคะ ”

“ ส่งให้พี่ด้วยนะคะ ” ซิวเวอร์ตอบกลับด้วยรอยยิ้มก่อนจะค่อยๆเอาแขนที่คล้องคอฉันไว้ออก แล้วขยับออกห่างเพียงเล็กน้อย ก่อนที่ยกมือขึ้นมาขยี้หัวฉันด้วยความเอ็นดู “ พี่จะรอดูรูปของเรานะ ”

เพียงแค่นั้นแหละ ฉันตัดสินใจเลือกสองสามรูปที่ดีที่สุดแล้วลงในไอจี พร้อมกับแท็กเขาไปทันที

“ เรียบร้อยแล้ว ไปดูได้เลยค่ะ ” ฉันตอบกลับพร้อมกับขยิบตาให้หนึ่งทีอย่างที่คิดว่าน่ารักที่สุดเท่าที่จะน่ารักได้ให้กับเขา



100%



#ซิวเวอร์จัดให้

------------------------------------------------------------

มาต่อแล้วนะคะ อาจจะสั้นไปหน่อย เนื่องจากเพิ่งเขียนเสร็จสดๆแล้วก็รีบนำมาลงต่อเลยค่าา เดี๋ยวจะรีบมาอัพตอนนี้ต่อให้ครบตอนนะคะ ขอภัยด้วยนะคะที่มาช้า ถึงจะมาช้าแต่เราก็มาแน่นอนนะคะ 55555 ยังไงก็อย่าเพิ่งทิ้งกันไปไหนนะคะ รออ่านกันก่อนนะ จะมาอัพต่อในเร็วๆนี้แน่นอนค่ะ

ฝากเพจ Amy07 ด้วยนะคะ

ขอบคุณค่ะ

By : Amy07

15/6/20


-----------------------------------------------------------------------

มาต่อให้แล้วค่าาาา อันดับแรกเลยต้องขอโทษด้วยจริงๆนะคะที่อัพช้ากว่าที่คิด เนื่องจากมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นกับเรา เลยทำให้มาอัพต่อให้ช้า บวกกับบางทีก็ตันบ้าง คิดไม่ออกบ้าง ว่าจะทำยังไงให้งานเขียนชิ้นนี้ออกมาดีที่สุด ยังไงก็มาอัพให้อ่านต่อครบตอนแล้วนะคะ มาอ่านกันเยอะๆนะคะ อย่าเพิ่งหายไปไหนนะคะ T^T แม้ว่าบางทีทางเราจะมาอัพช้าไปบ้างก็ตาม เพราะเปิดเรียนแล้ว เวลาเขียนมาอัพต่อก็จะน้อยลงเป็นธรรมดา แต่เราจะไม่ทิ้งนิยายเรื่องนี้แน่นอนค่ะ มาอัพช้า แต่มาอัพชัวร์ ดังนั้นทุกคนก็อย่าเพิ่งทิ้งเราไปไหนนะคะ อยู่อ่านตอนต่อไปเรื่อยๆจนจบด้วยนะคะ 

คอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้กันบ้างนะคะนักอ่านที่น่ารักทุกคน ไรท์อยากได้กำลังใจบ้างค่ะ 5555 หรือจะติชม แนะนำกันก็ได้นะคะ ยินดีรับฟังทุกคอมเม้นต์เลยค่ะ

ขอบคุณมากนะคะ

By : Amy07

15/8/20


ขอฝากนิยายอีกเรื่องของเราด้วยนะคะ ไปตามอ่านกันได้นะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น