[ Fic The Prince of tennis ] ♀ Ex-Freundin ♂

ตอนที่ 7 : ♀ Ex-Freundin ♂ Chapter Four (Second Half 1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,729
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 294 ครั้ง
    25 ม.ค. 64


Chapter Four

                                           ( Second Half 1 ) 



Image result for pastel pink gif aesthetic


- Reflection from Whole River didn’t see anything clearly.

As far as the truth from the mouth who knows all stories -

เงาสะท้อนจากแม่น้ำทั้งสาย ก็มองไม่เห็นอะไรชัด

เท่ากับการได้ยินความจริงจาก ปากผู้ที่รู้เรื่องราวทั้งหมด







เพี๊ยะ!!

 


สิ้นเสียงตบอันรุนแรง บรรยากาศ ณ ตรงนั้นก็พลันเงียบสงบลงไปด้วยความประหลาดใจ จนไม่มีใครกล้าเอื้อนเอ่ยอะไรออกมาเลยแม้แต่คนเดียว

 


นี่เธอ!”

 


การขึ้นเสียงท่ามกลางความเงียบงันของผู้เป็นกัปตันทำเอาหลายคนสะดุ้งเฮือกไปตามๆ กัน พร้อมกับรีบชักฝ่ามือซ้ายที่แดงก่ำจากการตบเมื่อครู่ของผู้หญิงตรงหน้ามาดูด้วยความเป็นห่วงในทันที     

 


ทำไม...ถึงไม่ตบที่หน้าล่ะ โคโทริ

 


น้ำเสียงนิ่งเฉยเป็นปกติเว้นระยะห่างในการถามคำถาม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองโคโทริด้วยความไม่เข้าใจ

 


ใช่..เธอไม่ได้ตบที่หน้าเขาหรอก

 


แต่ระบายความโกรธด้วยการตบฝ่ามืออีกข้างของตัวเองเต็มแรงเลยต่างหาก

 


ทะ...ทำได้ที่ไหนกันล่ะเสียงหวานอันสั่นเทาเอ่ยออกมาพลางชักมือกลับมาเบาๆ ก่อนจะหยิบกระป๋องสเปรย์เย็นมาถือไว้ในมืออีกครั้ง แล้วนั่งลงข้างๆ เด็กหนุ่มที่เจ็บไหล่ซ้ายอยู่

 


ฉันไม่อยากเป็นต้นเหตุที่ทำให้นายบาดเจ็บอีกแล้วนะ คุนิมิตสึ

 


โคโทริส่งรอยยิ้มให้คนข้างกายทั้งน้ำตา เมื่อเทะสึกะเห็นท่าทีแบบนั้นจึงใช้นิ้วชี้ขวาเกลี่ยหยาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มอย่างเบามือ พร้อมกับใช้เสียงทุ้มอันอ่อนโยนเอ่ยสิ่งที่ทำให้นัยน์ตาสีอำพันของเด็กสาวเบิกกว้างด้วยความรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก

 


ทั้งที่ฉันเป็นบอกเองแท้ๆ ว่าจะพยายามไม่ให้เธอเสียใจอีก…”

 


ต้องขอโทษจริงๆ นะ

 


จำได้งั้นเหรอ...สัญญาของเรา

 


ถ้าจำไม่ได้ฉันคงไม่พูดอย่างนี้หรอก เทะสึกะรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยที่เธอคิดว่าเขาจะลืมสิ่งที่ตัวเองพูดได้ลงคอ

 


มันก็ใช่ แต่ตอนแข่งนายไม่ตอบคำถามของเก็นอิจิโร่ไป ฉันเลยนึกว่านายไม่ได้ใส่ใจซะอีก

 


ที่ไม่ตอบไปเพราะหมอนั่นตั้งใจจะปั่นประสาทฉัน ทั้งๆ ที่รู้คำตอบอยู่แล้วต่างหาก

 


งั้นเหรอเนี่ยเมื่อเธอได้ยินคำตอบก็รู้สึกผิดที่เข้าใจไปคนละอย่างแบบนี้

 


นี่ ช่วยทำให้เหมือนเดิมได้ไหม?”

 


คำร้องขอนั้นโคโทริสามารถรับรู้ในสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อในทันที แต่มันยากจะเชื่อได้ว่าประโยคดังกล่าวจะถูกเอ่ยออกมาจากปากของชายมากทิฐิคนนี้

 


ราวกับภาพในอดีตเกิดซ้อนทับกัน...ภาพที่เธอคอยปฐมพยาบาลให้กับอดีตแฟนยามเขาบาดเจ็บจากการเล่นเทนนิสที่ม้านั่งใต้ต้นซากุระบานสะพรั่งนั้นยังคงเด่นชัดในความทรงจำ

 


จู่ๆ รอยยิ้มกว้างก็ถูกเผยออกมาบนใบหน้าหวานอย่างไม่มีการเสแสร้งและฝืนใจแต่อย่างใด

 


ได้สิ แต่ถ้าแสบแล้วบอกนะ :) ”

 


ขณะที่โคโทริกำลังปฐมพยาบาลให้กับเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างอ่อนโยน ก็เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่การแข่งขันเทนนิสรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศรอบที่สอง ซึ่งเป็นดับเบิ้ลทูระหว่างคู่ อินูอิ ซาดาฮารุ และ ไคโด คาโอรุ แห่งเซงาคุ ต้องมาเผชิญกับคู่ ยานางิ เร็นจิ และ คิริฮาระ อากายะ แห่งสาธิตริคไค

 


...ก็ได้เริ่มต้นขึ้น

 


เมื่อกี้ซานาดะฝากมาขอบคุณเธอนะ ที่ทำให้คำปรารถนาของหมอนั่นเป็นจริง แล้วก็..ขอบคุณที่ร้องเพลงให้จนกลายเป็นการแข่งที่สมบูรณ์นะ

 


ไม่เป็นไรๆ แต่ก็โล่งอกนะที่พวกนายไม่ได้เป็นอะไรมากจนถึงกับต้องเข้าโรงพยาบาล

 


โคโทริเอ่ยออกมาอย่างโล่งใจ ก่อนจะละสายตาจากแขนข้างซ้ายไปมองเก็นอิจิโร่ที่ตอนนี้มีสมาชิกในชมรมกำลังปฐมพยาบาลให้กับขาทั้งสองข้างของเขาอยู่อัฒจันทร์ฝั่งตรงข้าม เมื่อชายผู้เป็นจักรพรรดิสังเกตเห็นว่าเธอกำลังมองเขาอยู่ก็ยกยิ้มให้ในทันที โดยที่เด็กสาวก็ยิ้มตอบกลับไปพร้อมกับยกนิ้วโป้งซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะให้กับเขา

 


เทะสึกะไม่ได้สนใจการกระทำของผู้หญิงข้างกายที่พยายามสื่อสารกับซานาดะเลยแม้แต่น้อย แต่กลับเพ่งความสนใจไปยังหลังมือขวาที่ถือสเปรย์เย็นอย่างไม่ลดละสายตา

 


จู่ๆ ภาพเหตุการณ์ที่โอชิทาริแห่งโรงเรียนเฮียวเท ได้จุมพิตลงไปยังหลังมือนี้ก็ผุดเข้ามาในหัวสมองทันที ในตอนนั้นเขายอมรับว่ารู้สึกไม่สบอารมณ์กับการกระทำนั้นเป็นอย่างมาก

 


มันมากซะจน...อยากจะบดขยี้ด้วยการทาบทับรอยจูบของเขาลงไปแทน

 


สิ้นความคิด เทะสึกะก็เอากระป๋องสเปรย์เย็นออกจากมือของโคโทริแล้วถือไว้ที่มือซ้าย ก่อนจะยกมือบางขึ้นในระดับสายตาด้วยมือข้างขวา ซึ่งนั่นทำให้เด็กสาวหันขวับมามองและเรียกชื่อของเขาด้วยความตกใจปนไม่เข้าใจในทันที

 


คุนิมิตสึ!”

 


ขอโทษนะ แต่เห็นแล้วมันหงุดหงิดน่ะ

 


น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอารมณ์คุกกรุ่นในคำพูดเอ่ยออกมาเพียงแค่นั้น ก่อนจะจรดริมฝีปากหนาของตนทาบทับรอยจูบของชายอีกคนไว้บนหลังมือของเธออย่างหนักหน่วง

 


หัวใจของโคโทริสั่นไหวรุนแรงไปกับการกระทำไม่คาดคิดของเด็กหนุ่มตรงหน้า และยิ่งสายตาที่เขาใช้มองเธอตอนนี้นั้นราวกับหมาป่าที่หวงแหนลูกแกะตัวโปรดจะโดนหมาป่าตัวอื่นแย่งไปกินเสียก่อน

 


มันช่างดุดันและร้อนแรงในเวลาเดียวกัน

 


การทาบทับริมฝีปากหนาหลายครั้งติดต่อกันของเทะสึกะ ทำให้เธอรู้สึกเหมือนโดนหลอมละลายอย่างช้าๆ ใบหน้าหวานเห่อร้อนยิ่งกว่าตอนที่โดนลูกพี่ลูกน้องของเคนยะจุมพิตลงบนฝ่ามือซะอีก

 


ความเป็นจริงตอนที่ยูชิทำแบบนั้นลงไป เด็กสาวก็แอบคิดในใจนะว่าเขาจะแสดงอาการหึงหวงออกมาให้เธอเห็นหรือเปล่า

 


...แต่เธอนึกไม่ถึงเลยว่าผู้ชายนิ่งเฉยอย่างเขาจะแสดงอาการหึงโหดได้มากขนาดนี้

 


คะ...คุนิมิตสึ

 

 

ทันทีที่น้ำเสียงอันสั่นไหวเรียกชื่อของเด็กหนุ่มตรงหน้าอีกครั้ง ก็ทำให้ชายผู้ถูกลุ่มหลงด้วยแรงอารมณ์ได้สติกลับมาเป็นดังเดิม เทะสึกะถอนริมฝีปากออกจากหลังมือเนียนนุ่มแทบจะทันที ก่อนจะลูบรอยจูบที่ตนทาบทับลงไปอย่างเบามือ ซึ่งต่างจากความหนักหน่วงที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ลิบลับ แล้วปล่อยให้มือข้างนั้นเป็นอิสระในที่สุด

 

 

ทั้งที่ภาพลักษณ์ของเด็กหนุ่มที่ใครหลายคนเห็นจะเป็นกัปตันที่เย็นชาและไร้อารมณ์แม้จะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม แต่นึกไม่ถึงเลยว่าตัวเองจะมาแพ้พ่ายให้กับความหึงหวงอันรุนแรงที่ปล่อยให้เข้ามาครอบงำจิตใจ จนทำให้เด็กสาวข้างกายเกิดเสียขวัญกับการกระทำของเขาแบบนี้

 

 

นัยน์ตาสีน้ำตาลภายใต้กรอบแว่นถูกปิดลง พร้อมกับคำขอโทษที่เอ่ยออกมาอย่างรู้สึกผิด

 

 

ขอโทษ

 

 

ไม่ปะ...ไม่เป็นไร แต่ก่อนที่โคโทริจะเอ่ยจบ ก็ถูกเสียงหวานคุ้นหูพูดแทรกขึ้นมาจากที่นั่งด้านบนเสียก่อน

 

 

น่าจะตบหน้าไปจริงๆ นะ โคโทริจัง

 

 

นั่นสิ รู้สึกเสียดายยังไงก็ไม่รู้นะ

 

 

เมื่อโคโทริเงยหน้าขึ้นมองต้นเสียงก็พบกับเพื่อนสาวทั้งสองที่วาดรอยยิ้มหวานอาบยาพิษให้กับคนที่เพิ่งฉวยโอกาสเธอไปหยกๆ

 

 

โฮโนกะจัง...อุมิจัง

 

 

...ตอนแรกใครบอกว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระกันนะ เทะสึกะ

 

 

นั่นสิ เนี้ยว

 

 

ไม่วายจากสองสาวที่มีศักดิ์เป็นถึงประธานและรองประธานนักเรียน ก็ถูกตัวจริงทั้งสองอย่างฟูจิและคิคุมารุร่วมด้วยช่วยกันแซวผู้เป็นกัปตันทีมอย่างไม่เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย แม้โออิชิที่นั่งขนาบข้างทั้งสองจะไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา แต่กลับมีรอยยิ้มกรุ้มกริ่มแทนคำพูดประดับไว้บนใบหน้าทั้งหมดแล้ว

 

 

‘…ไอเจ้าพวกนี้!!’

 


กัปตันหนุ่มได้แต่ก่นด่าอยู่ภายในใจ ลมหายใจถูกผ่อนออกมาอย่างเหนื่อยอ่อนกับเพื่อนร่วมทีม ก่อนจะส่งสเปรย์เย็นคืนให้กับคนข้างกาย ราวกับกำลังจะสื่อว่าให้ทำต่อโดยไม่ต้องสนใจคำพูดของคนข้างบน ดังนั้นโคโทริเลยทำการฉีดสเปรย์เย็นลงบนไหล่ซ้ายของร่างสูงเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดเหมือนเดิม

 


โกรธหรือเปล่า

 


เทะสึกะถามออกไปเมื่อเห็นรอยแดงที่เกิดจากการกระทำของตนยังคงหลงเหลืออยู่บนหลังมือของเธอ ซึ่งโคโทริส่ายหัวเบาๆ พร้อมกับเผยรอยยิ้มบางออกมาแทนคำตอบ

 


แค่แปลกใจน่ะ นึกว่าคนอย่างนายจะเป็นประเภทหึงแบบไม่แสดงออกซะอีก

 


งั้นควรรู้ไว้นะ... เด็กหนุ่มว่าพลางลดใบหน้าลงข้างหูของเด็กสาว เพื่อจะกระซิบประโยคหนึ่งออกไปโดยหวังให้เธอได้รับรู้ถึงความรู้สึกที่แท้จริงของเขาแต่เพียงผู้เดียว

 


ว่าเธอเป็นผู้หญิงคนเดียว...ที่ทำให้ฉันรู้สึกหึงหวงได้มากขนาดนี้

 


ฟืด!

 


อั่ก! มันแสบนะ เทะสึกะผละออกจากร่างบางแทบจะทันทีที่โดนเธอฉีดสเปรย์เย็นใส่ไหล่ซ้ายมากเกินไป

 


กะ...ก็นายพูดอะไรแปลกๆ ออกมาได้หน้าตาเฉยนี่นา

 


แค่ใบหน้าหล่อคมคายใกล้เข้ามา หัวใจของเด็กสาวก็สั่นระรัวมากพอแล้ว แถมยิ่งได้ยินประโยคที่ไม่คาดคิดว่าจะออกมาจากปากของผู้ชายคนนี้ ทำให้เธอทำตัวไม่ถูกว่าจะทำอย่างไรในสถานการณ์นี้ดี ก็ขนาดตอนคบกันเขายังไม่เคยพูดอะไรแบบนี้ออกมาเลยแม้แต่ครั้งเดียว

 


แล้วจะเป็นไปได้หรือ...ที่ตอนนี้เธอจะไม่รู้สึกหวั่นไหว

 


โคโทริสะบัดหัวทิ้งความคิดดังกล่าวไป เพื่อให้ตนมีสมาธิกับการปฐมพยาบาลของคนตรงหน้า ไม่ไปทำให้เขาต้องรู้สึกแสบแผลไปมากกว่านี้ แม้เธอพยายามก้มหน้างุดเพื่อซ่อนพวงแก้มขาวที่แดงขึ้นด้วยความเขินอายพร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่ยากจะปิดบังความรู้สึกดีใจนี้เอาไว้ แน่นอนว่าไม่มีทางรอดพ้นสายตาของผู้มีศักดิ์เป็นกัปตันได้หรอก

 


และนั่นทำให้รอยยิ้มของเสือยิ้มยากถูกกระตุกตามด้วยเช่นกัน :)

 


แต่คำพูดที่อยากจะให้โคโทริรับรู้แต่เพียงผู้เดียว คงจะไม่มีทางเป็นจริงได้แล้วแหละ

 


ขณะที่ทั้งสองกำลังจมไปกับความสุข ไม่ได้สังเกตเลยว่าเพื่อนของทั้งคู่ที่นั่งอยู่ข้างบนห่างกันเพียงขั้นเดียวกำลังรู้สึกทรมาณกับการซ่อนความรู้สึกอยากแซวอีกครั้งไว้มากมายขนาดไหน ถึงกับต้องช่วยกันปิดปาก กลั้นหัวเราะ ขบริมฝีปาก หรือแม้กระทั่งหยิกที่ต้นขาอีกคนเพื่อไม่ให้เสียงเล็ดลอดออกมา

 


สาเหตุที่มีปฏิกิริยากันอย่างนี้ เพราะความอยากเผื*กของคิคุมารุ แมวน้อยประจำชมรมที่อยากรู้ว่าเทะสึกะจะกระซิบบอกอะไรกับโคโทริเลยใช้โสตประสาทการฟังแบบแมวมาเงี่ยหูฟัง แต่พอได้ยินประโยคไม่ชินหูจนเกิดความรู้สึกขนลุกขึ้นมาแทนที่ คิคุมารุเลยแทบจะตะโกนออกมาทันที หากไม่ถูกโออิชิปิดปากเสียก่อน

 


เกิดอะไรขึ้นเหรอ เอจิ?” ฟูจิชะเง้อหน้าถามเสียงเบาอย่างสงสัยในท่าทางดังกล่าว ด้วยความที่คนผมแดงไม่สามารถพูดได้เลยหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาพิมพ์ข้อความที่ตนได้ยินลงไป ก่อนจะหันหน้าจอไปทางโออิชิและฟูจิได้เห็น ส่วนทั้งสองสาวที่นั่งติดกับฟูจิก็พลอยให้ความสนใจไปด้วย

 


แล้วพอเห็นเท่านั้นแหละ...โออิชิก็แทบจะหลุดอุทานออกมาไม่ต่างกับคู่หูของตนเท่าไหร่ ถ้าไม่มีเอจิมาช่วยปิดปากไว้ให้เสียก่อน

 


สมกับคู่แร็กทองแห่งเซงาคุ ช่วยกันคนละไม้คนละมือจริงๆ

 


ส่วนฟูจิก็เบิกนัยน์ตาสีฟ้าที่นานๆ เห็นทีขึ้นด้วยความตกใจในสิ่งที่ตนเห็น ก่อนจะกลับไปยิ้มตาหยีตามปกติ แต่สิ่งที่ไม่ปกติคือการพยายามกลั้นหัวเราะของอัจฉริยะเนี่ยสิ

 


ใครจะไปคิดล่ะว่าเพื่อนร่วมทีมที่ปากบอกเป็นเรื่องไร้สาระ จะมาพูดประโยคไม่สมกับเป็นกัปตันที่ได้รับสมญานามจอมเย็นชาและตายด้านแบบนี้กันล่ะ

 


เรื่องนี้ต้องถึงหูอินูอิซะแล้ว

 


นั่นเป็นความคิดสุดท้ายของฟูจิ ที่มาพร้อมรอยยิ้มที่บ่งบอกได้ว่าตนกำลังรู้สึกสนุกกับเรื่องนี้แบบสุดๆ

 


ทางด้านเพื่อนสาวทั้งสองนี่เรียกได้ว่าใช้ความเจ็บปวดเข้าแลกอยู่ฝ่ายเดียวจริงๆ อุมินั้นมีเพียงแค่ความเขินอายสมเป็นกุลสตรี แต่มืออีกข้างนี่ต้องหยิกต้นขาขาวของโฮโนกะไว้เพื่อให้เจ้าตัวขบริมฝีปากทนความเจ็บปวดไว้ก่อน ไม่อย่างงั้นคนมีศักดิ์เป็นประธานนักเรียนคงได้ร้องตะโกนแหกปากโวยวายไปแล้ว

 


ถ้าพวกเธอจะแซวกันเองอีกรอบก็ไม่เป็นไรหรอก น่ากลัวสุดก็มีเพียงแค่สายตาคมกริบของคนเจ็บจับจ้องมองเลนส์ผ่านแว่นเท่านั้น แต่นั่นไม่ใช่กับสมาชิกชมรมเทนนิสเซงาคุที่มีศูนย์กลางเป็นเทะสึกะ ขืนเผลอแซวออกไปอีกครั้ง จากที่ได้อยู่สงบๆ มีหวังได้โดนสั่งวิ่งรอบสนามเป็นร้อยรอบข้อหาแอบฟังแหงๆ

 


บรึ๋ย...แค่คิดก็สยองแทนแล้ว

 


เสร็จแล้ว

 


เฮ้อ~” ทุกคนถอนหายใจพร้อมกันทันทีที่เสียงหวานเอ่ยขึ้น ราวกับเป็นสรวงสวรรค์ให้รอดพ้นจากการกักเก็บความรู้สึกที่ใกล้จะล้นออกมาเต็มที

 


ทุกคน เป็นอะไรหรือเปล่าโคโทริเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกับถามออกไปอย่างไม่เข้าใจ เมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อนๆ เหมือนกำลังรู้สึกโล่งใจกับอะไรบางอย่าง

 


เปล่าๆ ไม่ได้เป็นอะไรหรอก โคโทริ เด็กสาวเรือนผมสีน้ำเงินตอบออกไปพลางส่ายหัวเป็นการปฏิเสธอย่างใจเย็น แต่คนข้างกายนี่สิ...กังวลจนเหงื่อแตกพลั่กๆ เต็มหน้าแล้ว  

 


งั้นเหรอ ว่าแต่ทำไมต้นขาโฮโนกะจังถึงแดงแบบนี้ล่ะ

 


ซวยแล้วไง!!

 


อะ...อ๋อ พอดีฉันตื่นเต้นการเล่นคู่ของเจ้าสี่ตากับเจ้าอสรพิษมากไปน่ะ เลยเผลอหยิกขาตัวเองซะได้

 


โฮโนกะเอ่ยคำโกหกสุดบรรเจิดของตนออกมาด้วยน้ำเสียงกระตุกกระตักราวกับกำลังตื่นเต้นจริงๆ พร้อมกับชี้ไปยังสนามแข่งตรงหน้า แต่ก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อสถานการณ์ตอนนี้ปกคลุมไปด้วยแรงกดดันมหาศาลที่เธอเข้าไม่สามารถเข้าถึงได้

 


เนื่องจากการแสยะยิ้มเหยียดอันชวนสยองขวัญ บวกกับนัยน์ตาสีเลือดที่แปรเปลี่ยนของฝ่ายตรงข้าม เป็นสัญญาณให้อีกตัวตนหนึ่งได้ก้าวออกมาสู่โลกภายนอก

 


เดวิลอากายะ...ใกล้จะแผลงฤทธิ์เต็มทีแล้ว        

 


แล้วพวกนายล่ะ?” เทะสึกะถามคำถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยปกติ โดยไม่สนสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในสนามเลยแม้แต่น้อย  

 


เนี้ยว!” แมวน้อยคิคุมารุสะดุ้งเฮือกทันทีที่ได้ยินคำถาม พยายามใช้สมองอันน้อยนิดเค้นข้ออ้างออกมา แต่ก็ได้คู่หูของตนมาช่วยตอบคำถามนี้ให้พ้นวิกฤตซะก่อน

 


มะ...ไม่มีอะไรหรอก เทะสึกะ พวกเราก็แค่โล่งอกที่นายไม่ได้เป็นอะไรมากต่างหากล่ะ

 


สิ้นเสียงโออิชิ ทั้งคิคุมารุและฟูจิต่างก็พยักหน้าเห็นด้วยกับคำตอบ เพราะถึงแม้ไหล่ซ้ายของผู้เป็นกัปตันจะยังคงแดงอยู่ แต่ก็ไม่ได้ห้อเลือดอย่างรุนแรงเหมือนกับตอนที่เพิ่งแข่งกับซานาดะเสร็จ

 


ถึงอาการจะเริ่มดีขึ้น แต่ช่วงนี้ก็ไม่ควรจับไม้นะ เสียงหวานของโคโทริเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกเป็นห่วง

 


ไม่ต้องกังวลนะ โคโทริจัง ถ้าช่วงนี้ฉันเห็นหมอนี่เล่นเทนนิสเมื่อไหร่ ฉันจะซัดให้หมอบเลย แล้วเดี๋ยวให้อุมิจังเอาลูกธนูในชมรมมาแทงด้วยอีกคน  

 


อุ๊บ...ฮ่าๆ โคโทริหัวเราะร่าออกมาทันทีที่ได้ยินเพื่อนสาวพูดออกมาแบบนั้น

 


ลูกธนูมันไม่ได้มีไว้ให้ทำอย่างนั้นสักหน่อย ผู้มีศักดิ์เป็นรองประธานนักเรียบควบกับกัปตันชมรมยิงธนูแห่งเซงาคุเอ่ยออกมาอย่างเอือมระอากับความคิดของเด็กสาวข้างกาย

 


ขอบคุณนะ โฮโนกะจัง แต่ว่าคงจะไม่ใช่แค่ช่วงนี้หรอก ถ้าจะให้แน่ใจจริงๆ ก็...

 


เดือนนึง...อดทนไหวหรือเปล่า

 


อืม

 


แม้จะเป็นการตอบรับสั้นๆ แต่เมื่อโคโทริได้ยินคำตอบก็ยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกสบายใจ ก่อนจะจับมือหนาอย่างอ่อนโยนราวกับกำลังปลอบประโลมอีกฝ่าย เธอรู้ดีว่าช่วงเวลาดังกล่าวมันนานเกินไปสำหรับชายตรงหน้าที่เล่นเทนนิสมาเกือบทั้งชีวิต

 


นายเสียสละเพื่อทุกคนมามากพอแล้วนะ คุนิมิตสึ

 


รวมถึง การเสียสละครั้งยิ่งใหญ่ที่เขายอมเดิมพันทุกสิ่ง



...เพื่อเข้าปกป้องเธอเพียงลำพัง


 



ยามที่ความอบอุ่นอันแสนคุ้นเคยถูกส่งมายังฝ่ามือหนาอย่างไม่ทันตั้งตัว เทะสึกะก็รู้สึกแปลกใจในการกระทำของเด็กสาวตรงหน้าอยู่เล็กน้อย แต่เมื่อโคโทริเอ่ยประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงจริงใจก็ทำให้เขาเข้าใจในสิ่งที่เธอตั้งใจจะสื่อถึง เด็กหนุ่มบีบมือเธอเบาๆ เป็นการตอบกลับความต้องการของผู้หญิงคนสำคัญตรงหน้า

 


เธอไม่ต้องการให้เขาจมปลักทุกสิ่งไปกับตำแหน่ง กัปตันชมรมเทนนิสโรงเรียนเซงาคุ มากไปกว่านี้แล้ว รวมทั้งเรื่องไหล่ซ้ายของเขาที่เป็นต้นเหตุให้โคโทริรู้สึกผิดในใจมาตลอด หากเขาเป็นเธอก็คงเอ่ยปากขอร้องให้เลิกทำสิ่งที่ตัวเองรักไปช่วงหนึ่ง เพื่อให้ฟื้นตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบเหมือนกัน  

 


สิ่งที่เทะสึกะคิดได้ต่อคำพูดดังกล่าวมีเพียงแค่นั้น แต่เมื่อเห็นนัยน์ตาสีอำพันฉายแววเหม่อลอยขณะมองมือของสองเราที่กำลังกุมกันด้วยรอยยิ้มบางแฝงอีกหนึ่งความรู้สึกไว้ ร่างสูงกลับรู้สึกว่ามีอีกเรื่องราวหนึ่งหลบซ่อนอยู่ภายในใจไม่สามารถให้เขาล่วงรู้มันได้ในตอนนี้

 


งั้นฉันไปก่อนนะ โคโทริว่าพลางวาดรอยยิ้มกว้างให้คนตรงหน้าเป็นปกติ พร้อมกับปล่อยมือลงอย่างนึกเสียดาย

 


แม้จะไม่อยากปล่อยมือออกจากกันมากเพียงใด

 


...แต่หน้าที่ของเธอก็ได้สิ้นสุดลงแล้ว

 


เดี๋ยวก่อน!!”

 


มือบางที่กำลังจะหยิบสเปรย์เย็นที่วางอยู่บนพื้นหยุดชะงัก คำพูดนั้นเทะสึกะอยากจะเอ่ยห้ามออกมาด้วยตัวเอง แต่กลับถูกเสียงแหลมของโอซาคาดะดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน โคโทริเงยหน้ามองสาวน้อยผมแกละที่ตนไม่รู้จักวิ่งมายกมือห้ามไม่ให้เธอลุกไปไหนด้วยความเร็วแสง

 


มีอะไรกับฉันหรือเปล่าจ้ะโคโทริถามอย่างเป็นมิตร รอยยิ้มหวานที่ส่งให้ทำเอาโทโมกะขัดเขินกับความสวยอันอ่อนโยนของคนตรงหน้าจนไม่รู้จะวางมือหรือแสดงท่าทางอย่างไรดี

 


เป็นผู้หญิงที่ต่างจากผู้อำนวยการมินามิจริงๆ แฮะ

 


เมื่อนึกถึงใบหน้านิ่งหยิ่งทะนงแผ่รัศมีความมีอำนาจของผู้มีศักดิ์เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนเซงาคุ คนผมแกละก็ส่ายหัวเรียกสติกลับคืนมาแทบจะทันที ก่อนจะใช้เสียงแหลมเป็นเอกลักษณ์กระแอมไอเป็นพิธีเล็กน้อย

 


อะแฮ่ม

 


พอดีเพื่อนซี้ของฉันอยากจะปรึกษาเรื่องความรักหน่อยค่ะโทโมกะยกยิ้มขี้เล่นพลางโอบไหล่ซากุโนะลากให้มาร่วมเฟรมด้วยกัน

 


ดะ...เดี๋ยวสิ โทโมะจัง

 


ถึงซากุโนะจะพยายามขัดขืนไม่ยอมถูกลากไปด้วย แต่สุดท้ายก็สู้แรงของเพื่อนสนิทไม่ไหวจริงๆ  รู้ตัวอีกทีก็มายืนอยู่ต่อหน้าอดีตแฟนของรุ่นพี่เทะสึกะซะแล้ว เธอสังเกตเห็นว่ารอยยิ้มหวานที่อยู่บนใบหน้ารุ่นพี่โคโทริจางหายไปเมื่อโทโมะจังพูดว่าจะปรึกษาเรื่องความรัก ทำให้ตอนนี้เด็กหญิงผมเปียได้แต่ยืนหลุบมองมือที่ประสานกันอย่างเกร็งๆ

 


ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ไปได้นะ?’

 


ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน---

 


ซะ...ซากุโนะ! นี่มันเรื่องจริงเหรอเนี่ยโทโมกะได้แต่กระพริบตาปริบๆ ถามเพื่อนสนิทของตนทั้งที่รู้คำตอบดีอยู่แล้วด้วยน้ำเสียงกระตุกกระตักปนตกใจอย่างเห็นได้ชัด

 


ใครจะคิดล่ะว่ารุ่นพี่เทะสึกะผู้ที่แสนเย็นชาและดูไม่สนใจเรื่องผู้หญิงมากที่สุดในโรงเรียนจะกำลังจุมพิตริมฝีปากลงบนหลังมือของลูกสาวผู้อำนวยการมินามิอยู่ต่อหน้า

 


...มันยากที่จะทำใจเชื่อได้จริงๆ

 


สองคนนั้นเป็นแฟนกันงั้นเหรอ?”  

 


แฟนเก่าต่างหากล่ะ

 


ซวยแล้ว...เผลอปากไวไปหน่อย

 


ซากุโนะรับรู้ถึงปฏิกิริยาต่อไปของโทโมะจังได้เป็นอย่างดี เลยต้องเอานิ้วชี้มาจรดที่ริมฝีปากตนไว้เพื่อเตือนให้คนผมแกละไม่ตกใจจนตะโกนโหวกเหวกมากไป เธอไม่อยากทำให้บรรยากาศดีๆ ของทั้งคู่ต้องถูกพังทลายเพราะพวกเราเป็นต้นเหตุหรอกนะ

 


ห๊า?! แต่การกระทำนี่ไม่ใช่เลยนะ

 


โทโมกะพยายามพูดเสียงแผ่วลงแต่ก็ยังแฝงไปด้วยความตกใจและไม่เข้าใจถึงทฤษฎีแฟนเก่าที่ไหนเขามาจูบหลังมือกันแบบนี้บ้างล่ะ  

 


ก็นั่นสินะ

 


อย่าว่าแต่โทโมะจังเลย ซากุโนะเองก็สับสนถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองไม่แพ้กัน ตั้งแต่ตอนที่รุ่นพี่โคโทริมาคืนเสื้อนอกตัวจริงให้รุ่นพี่เทะสึกะข้างคอร์ดเทนนิส สายตาของทั้งสองที่จ้องมองกันนั้น...

 


ราวกับแฟนเก่าที่ยังคงรักกันอยู่อย่างไรอย่างนั้น

 


แต่ยังไงก็เป็นผู้หญิงที่สุดยอดจริงๆ นะ ถึงขนาดเคยได้คบกับรุ่นพี่เทะสึกะด้วย

 


โทโมกะกอดอกเอ่ยออกมาอย่างชื่นชม ซึ่งซากุโนะก็พยักหน้าให้กับคำพูดนั้นในเชิงเห็นด้วย แต่ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา คนผมแกละเลยหันข้างมองซากุโนะที่เหม่อมองไปยังเด็กชายตัวจริงปีหนึ่งนั่งดื่มน้ำปอนตะรสโปรดของเขาอยู่

 


ถึงแม้โทโมกะจะชอบท่านเรียวมะเหมือนกับซากุโนะ แต่สำหรับเธอก็ชอบในฐานะแฟนคลับเท่านั้น ไม่เหมือนกับยัยเพื่อนตัวดีที่ชอบในฐานะคนแอบชอบ ใครมองก็สามารถดูออกได้ทันที แต่เจ้าตัวกลับไม่มีความกล้ามากพอที่จะสารภาพออกไปตรงๆ

 


เข้าใจว่ากลัวโดนปฏิเสธ...แต่ถ้าในทุกๆ ครั้งซากุโนะกล้าสบตากับท่านเรียวมะให้นานกว่านี้ ไม่มีการเบือนหน้าหลบสายตามองไปทางอื่น ก็จะเห็นได้ชัดเลยว่านัยน์ตาสีฮาเชลที่มองมาทางเพื่อนของตนนั้นมันพิเศษกว่าคนอื่นมากมายขนาดไหน

 


รอยยิ้มกรุ้มกริ่มอันมีเลศนัยถูกเผยขึ้นทันทีที่นึกอะไรดีๆ ออก โทโมกะสะกิดซากุโนะให้รู้สึกตัวก่อนจะกระซิบบอกถึงแผนการที่ตนคิดขึ้นมาอย่างดีเยี่ยม

 


นี่ซากุโนะ ลองไปถามกันไหมว่าพวกเขาคบกันได้ยังไง

 


แต่ว่าพวกเขาเลิกกันไปแล้วนะ ถามแบบนั้นจะดีเหรอ

 


ไม่เป็นไรหรอกหน่า บอกว่ามาปรึกษาเรื่องความรักก็ได้ เธอไม่อยากรู้แล้วเอาไว้ใช้กับท่านเรียวมะหรือไง โทโมกะว่าพลางขยิบตาข้างหนึ่งอย่างรู้ทันในความคิดของอีกฝ่าย

 


กะ...ก็อยากรู้จ้ะ

 


สุดท้ายซากุโนะก็ยอมจำนนต่อเพื่อนสนิทของตน ก็เล่นจี้จุดซะขนาดนั้นยังไงก็ต้องยอมล่ะนะ 

 


เห็นไหมล่ะ อ๊ะ เดี๋ยวก่อน!!

 


และผลก็เป็นอย่างที่เห็นในปัจจุบันนี่แหละ

 


มือเล็กที่ประสานกันไว้ตั้งแต่มายืนอยู่ต่อหน้ารุ่นพี่ทั้งสอง เริ่มจะชื้นเหงื่อมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากความกังวลที่ก่อตัวขึ้นในจิตใจ ยามเงยหน้าขึ้นมองก็จะเห็นรุ่นพี่เทะสึกะมองมาทางเธอด้วยสายตาเรียบเฉยเหมือนทุกครั้ง แต่สำหรับซากุโนะที่เป็นฝ่ายถูกจ้องนั้นรู้สึกหวาดกลัวและหวาดระแวงได้อย่างง่ายดาย

 


ไม่ต้องกลัว

 


โคโทริว่าพลางเผยยิ้มบางออกมา เธอไม่อยากให้ซากุโนะรู้สึกว่าตัวเองกำลังโดนกดดันจากคนข้างกายเธออยู่ ซึ่งคนที่ควรโดนกดดันจริงๆ คือร่างบางเองต่างหากล่ะ เพราะไม่รู้ว่าจะโดนยิงคำถามแบบไหนมาเลยเป็นสาเหตุที่ทำให้ก่อนหน้านี้รอยยิ้มหายไปจากใบหน้า

 


งั้นตอนที่เคยคบกัน...

 


ซากุโนะเอ่ยออกมาเบาๆ ก่อนจะเหลือบมองเรียวมะที่นั่งไกลจากตรงนี้อยู่พอสมควร แถมยิ่งเห็นเขาไม่ได้สนใจมองมาทางนี้ ทำให้เด็กหญิงผมเปียสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อเรียกความกล้าขึ้นมา

 


ใครเป็นคนสารภาพรักก่อนเหรอคะ?!?”

 

 

ฉันเอง

 


สิ้นคำถาม โคโทริก็ตอบกลับไปโดยไม่ชะงักหรือลังเลเลยแม้แต่น้อย

 


นึกว่าจะถามอะไรที่ซับซ้อนกว่านี้ซะอีก

 


แน่นอนว่าในเมื่ออีกฝ่ายยอมตอบคำถามแรก ความกังวลใจที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ก็ย่อมถูกแทรกแซงด้วยความอยากล่วงรู้เรื่องนี้ในเชิงลึกมากขึ้น

 


แล้วสารภาพด้วยวิธีไหนไปเหรอคะ?”

 


ซากุโนะถามต่อด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น แววตาเปล่งประกายเต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังในคำตอบ เมื่อโคโทริเห็นปฏิกิริยาน่ารักน่าชังจึงประสานมือเกยไว้ปลายคางพลางเอ่ยกลับไปด้วยน้ำเสียงหยอกล้อแหย่เด็กหญิงผมเปีย

 


อืม...วิธีไหนกันน้า~”

 


โธ่ รุ่นพี่โคโทริคะ

 


ซากุโนะหน้ามุ่ยลงทันทีที่รู้ตัวว่าถูกรุ่นพี่สาวแกล้งใส่จนได้ เด็กสาวฉีกยิ้มให้กับสีหน้าน่าเอ็นดูของคนตรงหน้า ก่อนจะตัดสินใจยอมบอกคำตอบออกไปแต่โดยดี

 


ไม่งั้นซากุโนะจังคงได้ทำสีหน้าแบบนั้นใส่เธอไปอีกสักพักใหญ่เลยล่ะ

 


ฉันก็แค่...

 


เด็กสาวปรายตามองอดีตแฟนหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างกายเล็กน้อย แต่ดูเหมือนตอนนี้ผู้เป็นดั่งรักแรกของเธอจะเพ่งความสนใจไปยังการแข่งขันมากกว่า

 


ถึงจะเป็นเรื่องของเราก็ไม่สนใจงั้นสินะ โคโทริส่ายหัวกับความคิดเด็กน้อยหวังเรียกร้องให้เขาสนใจให้พ้นจากสมอง พร้อมกับเอ่ยคำตอบให้กับผู้หญิงตรงหน้าที่เฝ้ารอเสียที

 


แค่ใส่จดหมายไว้ในล็อกเกอร์เขาน่ะ  

 


ธรรมดากว่าที่คิดนะคะ โทโมกะเอ่ยขึ้นอย่างนึกเสียดายที่ได้ยินคำตอบไม่ตรงกับที่ตัวเองคิดสักเท่าไหร่ ถ้าเป็นเธอจะเขียนสารภาพรักลงบนกระดาษขนาดใหญ่ให้คนทั้งโรงเรียนจำได้เลยล่ะ

 


ใช่ไหมล่ะ แต่ถ้าอลังการเกินไป เรียวมะคุงก็อาจจะไม่ชอบได้นะ

 


นั่นสินะคะ อ๊ะ--- ซากุโนะรีบเอามือปิดปากทันทีที่เผลอตอบรับคำพูดของรุ่นพี่สาวไป ยิ่งเห็นแววตาสีสวยมองเธออย่างขี้เล่น ทำให้เด็กหญิงจึงลนลานพูดคำแก้ตัวด้วยท่าทีร้อนรนออกไป

 


มะ...ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ รุ่นพี่โคโทริ

 


ไม่ต้องโกหกหรอก เธอดูออกง่ายจะตาย

 


ดูออกง่ายเหมือนกับเธอเมื่อมีความรักก่อตัวขึ้น...ทั้งในอดีตและปัจจุบัน

                       

                    

ค่ะ ซากุโนะยอมรับเสียงแผ่วโดยก้มหน้างุดซ่อนใบหน้าเห่อร้อนไว้

 


โคโทริได้แต่ยิ้มเอ็นดู ก่อนจะทักเด็กหญิงอีกคนที่ยืนอยู่ข้างกาย เธอชื่อโทโมะงั้นเหรอ?”

 


โทโมกะค่ะ โอซาคาดะ โทโมกะ

 


เธอคงรู้จักฉันอยู่แล้วสินะ ยินดีที่ได้รู้จักจ้ะ

 


ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันนะคะ รุ่นพี่โคโทริ โทโมกะโค้งหัวลงเล็กน้อยเป็นการทักทาย ไม่คิดเลยว่ารุ่นพี่ตรงหน้าจะเป็นฝ่ายทักเธอก่อน รู้สึกดีใจจนอดยิ้มไม่ได้เลยแฮะ

 


โทโมกะจัง คงเป็นกำลังสำคัญให้กับสาวน้อยขี้อายอย่างซากุโนะจังสินะ

 


โคโทรินึกภาพไม่ออกเลยว่าหากไม่มีเพื่อนสาวที่พกความมั่นใจคนนี้คอยอยู่เคียงข้าง ซากุโนะจังคงไม่มีความกล้ามากพอที่จะเข้าไปทักทายเจ้าตัวที่กำลังแอบมองเธออยู่ห่างๆ อย่างแน่นอน

 


แน่นอนค่ะ ถ้าไม่ใช่ซากุโนะฉันก็ไม่ยอมรับใครแล้วค่ะ!!”

 


นั่นมันก็เกินไปนะ โทโมะจัง เพราะเสียงยืนยันอันหนักแน่นของเพื่อนสาว ทำให้ซากุโนะรีบแย้งออกไปทันที                                                                                        

 


มันจะเกินไปได้ยังไงล่ะ เห็นกันอยู่ว่าท่านเรียวมะก็แอบมองเธอทุกครั้งที่มีโอกาสนั่นแหละ

                            

                                                                                                  

ขะ...เขาอาจจะแค่มองเฉยๆ ก็ได้หนิ ซากุโนะพยายามหาข้ออ้างเพื่อไม่ให้ตนคิดไปเองว่าอีกฝ่ายคิดเหมือนกัน

 


“…”

 


“…”

 


หลังจากที่โคโทริมองและฟังทั้งสองที่คอยแย้งกันไปมาไม่รู้จบ เธอจึงตัดสินใจลุกขึ้นยืนและจับไหล่ซากุโนะเบาๆ พร้อมกับเอ่ยออกไปด้วยรอยยิ้มว่า

 


งั้นก็รวบรวมความกล้าเข้าไว้ แล้วสารภาพเลยสิ

 


แต่ว่า... ซากุโนะหลุบตามองต่ำโดยมีความลังเลฉายเข้าแทนที่

 


มีโอกาสตอนนี้ควรบอกไปก่อนที่เขาจะมีใครเข้ามานะ ถ้าถึงเวลานั้นซากุโนะจังคงรู้สึกเสียดายมากแน่ๆ จริงมั้ย?”

 


เด็กสาวเห็นว่าซากุโนะยืนนิ่งกับคำพูดของตัวเองอยู่พักหนึ่ง จึงเลือกปล่อยมือจากไหล่เล็กและหันไปหยิบสเปรย์กระป๋องที่วางอยู่บนพื้นขึ้นมา ก่อนกล่าวคำลาออกไป งั้นฉันไปก่อนดีกว่า

 


โดยไม่ลืมส่งคำพูดให้กำลังใจกับเด็กหญิงผู้กล้าหาญในอนาคต

 


ขอให้สมหวังล่ะ ซากุโนะจัง

 


พวกนายก็ด้วย…”

 


โคโทริเอ่ยค้างไว้เพียงแค่นั้น ทำให้ตัวจริงปีสามที่ดูการแข่งอยู่หันมามองด้วยความสงสัยในสิ่งที่เธอต้องการจะสื่อต่อจากนี้

 


จุดมุ่งหมายสูงสุดของชมรมนี้ ทำให้มันเป็นจริงให้ได้ล่ะ :)”

 


พวกเขาชะงักแทบจะทันทีเมื่อได้ยินคำพูดนั้น รอยยิ้มกว้างอันอ่อนโยนที่ถูกทิ้งไว้เป็นของดูต่างหน้า ทำให้ตัวจริงปีสามหวนนึกถึงความทรงจำในฤดูใบไม้ผลิที่ศาลเจ้าเมื่อสองปีก่อน

 


นี่จุดมุ่งหมายของพวกนายในชมรมเทนนิสคืออะไรอย่างนั้นเหรอ?’

 


ชมรมเทนนิสโรงเรียนเซงาคุต้องชนะเลิศระดับประเทศยังไงล่ะ

 


คำถามและคำตอบที่เกือบจะถูกเลือนหายไปตามกาลเวลา ตอนนี้มันกลับกลายเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจให้พวกเขาพร้อมก้าวเดินต่อไปสู่ชัยชนะอีกครั้ง

                                      

          

คนชนะต้องเป็นพวกเราเซงาคุใช่ไหม?!!” คาวามูระแผดเสียงตะโกนพลางโบกธงโรงเรียนที่ใครหลายคนต่างก็ว่าหนักอึ้งได้อย่างง่ายดายด้วยความมุ่งมั่นหมายจะคว้าชัย

 


ดูท่าคำพูดของโคโทริจะสามารถจุดชนวนเปลวไฟเบิร์นนิ่งในตัวได้โดยไม่ต้องใช้แร็กเก็ตเป็นตัวกลางเลยสักนิด

 


ใช่แล้วครับ! เซงาคุไฟต์โตะ!!”   

 


ผู้ชนะคือเซงาคุ!!”

 


เสียงตะโกนเชียร์ดังกึกก้องไปทั่วสนาม ทำให้อินูอิและไคโดที่กำลังเสียเปรียบมีไฟลุกขึ้นสู้อีกครั้ง แน่นอนสาธิตริคไคก็ตะโกนเสียงดังขึ้นไปอีกเช่นกัน ไม่ยอมให้อีกฝ่ายมากลบเสียงของตนหรอกหน่า

 


ผู้ชนะคือราชัน! ผู้ชนะคือราชัน!”

 


กลายเป็นการแข่งอีกรูปแบบไปแล้วสินะ คนเป็นรองประธานสภาอย่างอุมิเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงเชียร์ โฮโนกะที่นั่งข้างๆ ก็พยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วย

 


แต่นึกไม่ถึงเลยว่าโคโทริจะยังจำได้อยู่

 


นั่นสิ ขนาดฉันยังลืมๆ ไปเลย โฮโนกะพูดด้วยน้ำเสียงประหลาดใจในตัวเพื่อนสาวอีกคน ก่อนจะหันไปพูดให้กำลังใจ(?) กับคนในชมรมที่กำลังตะโกนเชียร์กันอยู่

 


นี่ ถ้าพวกนายไม่ชนะฉันให้มาช่วยงานสภาแน่

 


คำพูดแกมบังคับของผู้เป็นประธานสภาทำให้เสียงเชียร์แตกกระจายสองฝั่งเป็นเสียงค้านทันที และสิ่งที่สามารถหยุดพวกเขาที่กลับเป็นเสียงเล็กของซากุโนะตะโกนเรียกชื่อคนที่เพิ่งเดินจากไป

 


รุ่นพี่โคโทริ!!” แม้เจ้าของชื่อจะไม่ได้หันหลังกลับไปยังต้นเสียง แต่ก็รอฟังในสิ่งที่เด็กหญิงกำลังจะพูดต่อ

 


ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ!!”

 


ซากุโนะโค้งตัวลง 90 องศาเพื่อแสดงถึงความจริงใจที่ทำให้เธอมีความกล้ากับเรื่องนี้ได้เสียที แต่เด็กหญิงเกิดใจแป้วที่ไม่ได้ยินรุ่นพี่สาวพูดอะไรตอบกลับมา เลยเงยหน้าขึ้นมาไม่ได้หวังอะไร แต่แล้วสัญลักษณ์ V (วี) ที่รุ่นพี่โคโทริส่งมาให้ขณะเดินอยู่ ทำให้รอยยิ้มผุดขึ้นมาบนใบหน้าหวานอีกครั้ง

 


ได้รับกำลังใจอีกแล้วสินะเรา

 


เพียงครู่เดียวเสียงเชียร์ที่เงียบไปนั้นก็กลับมาดังโหวกเหวกแข่งกันอีกครั้ง โทโมกะกับซากุโนะเห็นว่าไม่มีเหตุผลที่ตัวเองจะต้องมายืนอยู่ตรงนี้ต่อแล้ว เลยกะจะเดินกลับไปสมทบกับพวกโฮริโอะคุงที่นั่งเชียร์อยู่ไม่ไกลมาก

 


ริวซากิ

 


ถ้าไม่ถูกน้ำเสียงเรียบเฉยของชายผู้เย็นชาที่สุดของชมรมเรียกไว้ซะก่อนอ่ะนะ

 


ทะ...ทำไมรุ่นพี่เทะสึกะถึงเรียกเราล่ะ? ฉันทำอะไรผิดไปเหรอ?’   

 


แม้จะเป็นเสียงเรียบดูไม่มีอะไร แต่สำหรับเธอซึ่งไม่เคยถูกเขาเรียกชื่อมาก่อนเลยยากที่จะควบคุมร่างกายไม่ให้สั่นยามหันไปมองใบหน้าอันเฉยชาเหมือนทุกที

 


ขะ...ขอโทษด้วยค่ะ หนูคงเสียงดังเกินไป นั่นเป็นเหตุผลที่ร่างเล็กคิดว่าร่างสูงจะไม่พอใจได้มากที่สุดในเวลานี้แล้ว ทั้งที่คิดว่าจะได้รับคำต่อว่าหรือคำพูดเยือกเย็นเป็นคำตอบ

 


จู่ๆ สิ่งที่ไม่คาดคิดอย่างจดหมายสีขาวฉบับหนึ่งก็ถูกยื่นมาตรงหน้า สาวเจ้าหน้าเหวอเล็กน้อยก่อนจะรับมันมาด้วยความประหลาดใจ

 


ถือเป็นแนวทางแล้วกัน

 


คำพูดของรุ่นพี่เทะสึกะยิ่งทำให้เธอไม่เข้าใจมากกว่าเดิมเสียอีก

 


...ไม่มีการจ่าหน้าคนส่ง สีขาวที่เห็นในคราแรกนั้นไม่ใช่ทั้งหมดที่เห็น มีทั้งรอยเปื้อนน้ำจนบางส่วนเกิดยุ่ยและกลายเป็นสีฟ้าอ่อน รวมถึงรอยคล้ำจางๆ ตรงผนึกจดหมายรูปวงกลมด้านหลัง บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าจดหมายฉบับนี้คงมีอายุพอสมควร

 


นี่มัน…”

                           

                                                                            

โทโมกะเห็นเพื่อนสาวยืนชะงักอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะอมยิ้มกว้างให้กับข้อความบนกระดาษสีเขียวอ่อน ด้วยความสงสัยในท่าทีจึงขยับตัวเข้าไปใกล้ ถือวิสาสะแอบอ่านเนื้อหาในกระดาษสักหน่อย

 


ทันทีที่นัยน์ตาสีนิลกวาดสายตาอ่าน โทโมกะก็เอามือปิดปากกลั้นเสียงด้วยความตกใจ

 


- ตัวอักษรบรรจงเปี่ยมด้วยความประทับใจตั้งแต่แรกพบ ทั้งที่ในตอนแรกคิดว่าคุณเป็นคนเข้าถึงยาก แต่พอได้พูดคุยก็เข้าใจความเป็นตัวคุณมากขึ้น จนเวลาผ่านไปฉันกลับเฝ้ามองคุณทั้งในระยะใกล้และไกล มันทำให้ฉันรู้ตัวแล้วว่าทำยังไงก็ไม่สามารถละสายตาจากคุณได้

 


สุดท้ายความชอบอันเด่นชัดนั้นก็ไม่สามารถอดกลั้นไหวอีกต่อไป

 


หลังเลิกเรียนวันนี้ ฉันจะรอคุณใต้ต้นซากุระหลังอาคารเรียนนะคะ

 


แม้สุดท้ายคุณจะไม่มา ฉันก็จะคอยส่งใจช่วยในทุกเรื่องที่คุณกำลังเผชิญแบบนี้ต่อไป ถึงใครหลายคนจะบอกว่าคุณเป็นคนเก่ง แต่คุณก็ต้องพยายามอย่างหนักกว่าจะเก่งได้ขนาดนี้ ดังนั้นอย่าหักโหมมากเกินไปล่ะ เพราะฉันชอบคุณตอนทำสิ่งที่รักด้วยความสุขมากที่สุดเลยนะ :)

 


นี่มัน...จดหมายสารภาพรักของรุ่นพี่โคโทริ

 


ฉับพลันความทรงจำเมื่อสัปดาห์ก่อนก็ฉายชัดในโสตประสาทของโทโมกะ

 


วันนั้น ซากุโนะกลับไปก่อนเพราะมีธุระทางบ้าน เธอจึงทำเวรเสร็จช้ากว่าปกติกว่าจะลงจากอาคารได้ท้องฟ้าก็เปลี่ยนเป็นสีส้มเสียแล้ว ทั้งที่คิดว่าจะตรงดิ่งกลับบ้านเลยกลับหยุดชะงักลงเมื่อพบรุ่นพี่เทะสึกะกำลังนั่งอ่านกระดาษแผ่นหนึ่งบนม้านั่งข้างคอร์ดเทนนิสเพียงลำพัง

 


ดูท่าคนอื่นจะกลับกันหมดแล้วสินะสิ้นความคิด สิ่งที่เธอไม่คาดฝันว่าจะได้เห็นจากชายคนนี้ถูกเผยออกมาอย่างน่าประหลาดใจ ใบหน้านิ่งเฉยที่คุ้นชินกลับมีรอยยิ้มบางอันแสนอบอุ่นราวกับแสงอาทิตย์อัสดงที่สาดส่อง ณ ขณะนั้น

 


เมื่อเธอขยี้ตาเพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้านั้นเป็นจริง

 


ภาพนั้นก็หายไปเสียแล้ว...เป็นภาพลวงตาหรือไงกันนะ?

 


ดูเหมือนเรื่องที่โทโมะจังพูดจะไม่ใช่ภาพลวงตานะ

 


เพื่อนสาวข้างกายพึมพำออกมาเบาๆ พลางเก็บกระดาษไว้ข้างในเหมือนเดิม ซากุโนะก็คงเดาออกแล้วเหมือนกันว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้รุ่นพี่จอมตายด้านยิ้มออกมาได้ขนาดนั้นกัน

 


ขอบคุณนะคะ รุ่นพี่เทะสึกะ ซากุโนะโค้งหัวเล็กน้อยพร้อมกับยื่นจดหมายคืนให้กับเจ้าของ ซึ่งเขาเพียงแค่รับมาและเอาใส่ในกระเป๋าแร็กเก็ตดังเดิม

 


แต่โทโมกะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าในจดหมายมันขาดสิ่งสำคัญไป เลยเผลอเอ่ยออกไปอย่างไม่ได้ตั้งใจ

 


ทั้งที่ไม่ได้ระบุชื่อไว้ แต่รุ่นพี่ก็ยังไปหาตามจดหมายนะคะ

 


เพราะรู้อยู่แล้ว ฉันถึงไปหาต่างหาก

 


เอ๊ะ! / เอ๊ะ!”

 




อั่ก!”                                    

 


เสียงสองสาวประสานกันด้วยความประหลาดใจ เป็นเวลาเดียวกับที่คิริฮายะส่งเสียงเจ็บปวด เลือดไหลกระเซ็นไปทั่ว เพราะถูกลูกทอร์นาโดสเน็คของไคโดอัดใส่หน้าเข้าจังๆ จนถึงกับล้มกลิ้งหลายตลบบนพื้นสนาม

 


ทุกคนต่างนิ่งสงัด แต่คนถูกกระทำกลับหัวเราะสยดสยองได้หน้าตาเฉย บัดนี้ทั่วทั้งร่างของคิริฮายะแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานด้วยความโกรธแค้น

 


แกน่ะมาถูกย้อมเป็นสีแดงหน่อยมั้ย!?”

 


ประโยคเชิญชวนอันน่าขนลุกไม่ได้ต้องการคำตอบจากฝ่ายตรงข้ามเลยแม้แต่น้อย

 


อั่ก!”

 


คนที่ถูกคิริฮายะย้อมไม่ใช่ไคโดที่ทำร้ายตน แต่กลับเป็นอินูอิที่ถูกย้อมสีเลือดแทน และไม่ใช่เพียงครั้งเดียว มันมากพอที่เสนาธิการอย่างยานางิทนเห็นเพื่อนสมัยเด็กของตนต้องอาบเลือดจากปีศาจรุ่นน้องที่ไม่มีสติอีกต่อไปไม่ไหว

 


สละสิทธ์ซะเถอะ ซาดาฮารุ ฉันไม่อยากเห็นนายต้องบาดเจ็บอีก

 


มะ...ไม่มีทางรอยยิ้มมีเลศนัยถูกประดับไว้บนใบหน้าเปื้อนเลือด เป็นสัญลักษณ์ว่าเทนนิสข้อมูลอย่างอินูอิคนนี้ยังไม่คิดจะพ่ายแพ้ไปจากเกมส์นี้หรอก

 


หรือว่าในสภาพนั้นนายยังเก็บข้อมูลได้อีกเหรอ!?” ยานางิถามขึ้นด้วยความตกใจ

 


เอาเลย มาเล่นคู่ในแบบของพวกเรากันเถอะ อินูอิพูดกับไคโดที่ประคองตนอยู่ด้วยเสียงเข้มแข็ง คำพูดนั้นทำให้ไคโดนับถือใจรุ่นพี่ตนมากขึ้น แต่เมื่ออินูอิพยายามเดินด้วยตนเองกลับล้มลงในทันที

 


รุ่นพี่อินูอิ รุ่นพี่อินูอิ!!!” เสียงตะโกนเรียกชื่อเขาดังก้องอยู่ในหัวชัดเจน แต่ไม่มีแรงจะลืมตาเลยแม้แต่น้อย

 


แม้ร่างกายจะยังยืนหยัดไหว แต่คงจะประคองสติไม่อยู่แล้วจริงๆ สินะ

 


...เจ็บใจชะมัด

 


คู่อินูอิ-ไคโด จากโรงเรียนเซงาคุ รีไทร์

 


ผู้ชนะคือ คู่ยานางิ-คิริฮายะ จากโรงเรียนสาธิตริคไค

 


สิ้นเสียงประกาศ ตัวจริงทุกคนรีบลงมาดูอาการของคนเจ็บด้วยความเป็นห่วงในทันที ขนาดคนเป็นกัปตันยังแสดงสีหน้าเป็นห่วงอยู่ไม่น้อยที่เห็นลูกทีมบาดเจ็บมากขนาดนี้ ก่อนจะถูกเปลหามเคลื่อนย้ายไปรักษาตัวที่ห้องพยาบาลต่อ

 


นายทำดีที่สุดแล้ว อินูอิ

 


ต่อมาการแข่งขันเดี่ยวมือสอง ระหว่าง อัจฉริยะแห่งเซงาคุ ฟูจิ ชูสึเกะ กับ จอมเลียนแบบเจ้าเล่ห์ นิโอ มาซาฮารุ ในตอนแรกฟูจิสามารถนำเกมส์ไปได้โดยใช้ทริปเปิ้ลเคาท์เตอร์ลำดับที่ห้า แต่ก็ถูกสกัดกั้นด้วยการเลียนแบบท่าไม้ตายของเทะสึกะ

 


คู่แข่งคนแรกที่เขาพ่ายแพ้และได้รู้จักความอ่อนแอของตัวเอง ทั้งน้ำเสียง พละกำลัง และความแม่นยำ เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบไม่มีข้อบกพร่องเลยสักนิด

 


แต่การทำนายลูกจากท่าระเบิดปัญญาของนิโอนั้นเกิดบิดเบี้ยว เนื่องจากฟูจิใช้การหลับตาทั้งสองข้าง (Close Eye) มาทำลายท่าระเบิดปัญญา ซึ่งการลับประสาททั้งหมดให้แหลมคมและพยายามตีลูกกลับไป คือสิ่งที่ท่าระเบิดปัญญาไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้

 


สุดท้ายนิโอก็ผันสไตล์การเล่นเป็นแบบไบเบิ้ลเทนนิสที่ฟูจิเคยแพ้ทางให้อีกครั้ง แต่คนอย่างอัจฉริยะน่ะหรือจะแพ้ผู้เล่นคนเดิมเป็นครั้งที่สอง ทันทีที่ดวงดาวส่องประกายท่ามกลางแสงอาทิตย์จ้าตอนกลางวัน...เกมส์ก็จบลงได้อย่างง่ายดาย

 


เกมส์แอนด์แมตช์ เซงาคุ 7-5 เกมส์

 


เสียงเชียร์ดังกระหึ่มไปทั่วทั้งสนามให้กับชัยชนะแรกในศึกรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศนี้

 


พัฒนาอีกขั้นภายในไม่กี่วัน นายนี่มันสุดยอดจริงๆ ฟูจิ ชูสึเกะ ชิราอิชิพูดชื่มชมศักยภาพที่เพิ่มขึ้นจนน่าตกใจของคู่แข่งที่เคยประมือกันเมื่อรอบรองชนะเลิศ

 


ถ้าได้แข่งอีกรอบด้วยกันก็ดีสิ

 


การแข่งขันรอบที่ 4 เป็นการแข่งขันคู่ดับเบิ้ลวัน (Double One) ระหว่าง คู่มารุอิ บุนตะ และ แจ็กกัล คุวาฮาระ จากโรงเรียนสาธิตริคไค  กับ คู่โออิชิ ชูอิจิโร่ และ คิคุมารุ เอจิ จากโรงเรียนเซงาคุ

 


การเล่นคู่ครั้งสุดท้ายของคู่หูแร็กทองสามารถทำให้เข้าสู่การซิงโครอิสระ โดยไม่ใช่เพียงแค่การใช้ใจสื่อกันโดยไม่บอกเป็นคำพูด แต่อย่างอื่นพวกเขาก็สามารถซิงโครกันได้โดยอีกฝ่ายขัดขวางไม่ได้แม้เลยแม้แต่น้อย

 


สุดท้ายก็จบลงที่ 7-5 เกมส์เหมือนเช่นเคย

 


ชัยชนะรอบที่สองของเซงาคุได้พัดพาความหวังสู่การแข่งขันทั่วประเทศรอบสุดท้ายที่ทุกโรงเรียนต่างเฝ้ารอคอย การแข่งขันซิงเกิ้ลวัน (Single One) ระหว่าง บุตรแห่งพระเจ้า ยูคิมูระ เซย์อิจิ จากโรงเรียนสาธิตริคไค และ เจ้าชายจอมอวดดีแห่งวงการเทนนิส เอจิเซ็น เรียวมะ

 


การแข่งขันที่เดิมพันด้วยศักดิ์ศรีและเกียรติยศครั้งสุดท้าย...ได้เริ่มขึ้นแล้ว

 


เพียงแค่เริ่มเกมส์ การตีโต้ลูกโดยใช้ไหวพริบและกลยุทธ์ของเรียวมะ ทำให้เสื้อวอร์มตัวจริงของฝั่งตรงข้ามหลุดออกจากบ่าได้อย่างง่ายดาย

 


ยังอ่อนหัดอยู่นะ คุณกัปตันฝ่ายตรงข้าม

 


ดูท่ารอยยิ้มและคำพูดอวดดีทำให้ยูคิมูระหัวเสียจนถึงกับต้องโยนเสื้อวอร์มตัวจริงให้คิริฮายะบนอัฒจันทร์ด้วยความไม่พอใจ

 


การทักทายก่อนแข่งมันจบลงแล้วล่ะนะ เจ้าหนู

 


คำพูดนั้นเป็นการทักทายครั้งสุดท้ายจริงๆ เพราะหลังจากนั้นเรียวมะเป็นฝ่ายเสียเปรียบและเสียพลังกายลงอย่างรวดเร็ว ขนาดใช้ท่าไม้ตายของคนที่เคยสู้ทุกคน รวมถึงสภาวะไร้ตัวตน แต่ยูคิมูระก็ยังสามารถมองทางของลูกออกและตีโต้คืนกลับไปได้ทั้งหมด

 


สุดท้ายการใช้ท่าฝึกตนนับร้อยและท่าระเบิดปัญญาจนเลยขีดจำกัดร่างกาย ผลกระทบจึงบานปลายมากยิ่งขึ้น 

 


ดวงตาพร่ามัว ร่างกายไม่สามารถขยับได้ดั่งใจนึกจนล้มลงไปกับพื้นสนาม เลือดกำเดาไหลจากจมูกก็ไม่มีความรู้สึกเจ็บ

 


ไม่มีความรู้สึกอย่างนั้นเหรอ?’

 


สัญชาตญาณความหวาดกลัวเริ่มเข้าแทนที่ 

 


เท่าที่เห็น นายเริ่มจะสูญเสียประสาทสัมผัสแล้วสินะ น้ำเสียงนิ่งเฉยเอ่ยออกมาราวกับรู้อยู่แล้วว่าเขาจะเป็นแบบนี้


 

ความหวาดหวั่นและความกดดันถูกแทรกซึมเข้าไปในการแข่งขันต่อไปเรื่อยๆ ประสาทสัมผัสของเรียวมะนอกจากจะไม่รับรู้ความรู้สึก ไม่รับรู้ถึงกำลังกาย ดวงตาพร่ามัวในตอนแรกตอนนี้กลับดำมืดมองไม่เห็นข้างหน้า

 


เสียงลูกเทนนิสกระทบพื้น เสียงผู้คนรอบข้างที่คอยส่งเสียงเชียร์

 


...ก็ไม่ได้ยินเช่นเดียวกัน

 


อั่ก!

 


เรียวมะล้มลงไปทันทีที่ถูกลูกเทนนิสอัดเข้าหน้าอย่างจัง

 


นี่เขาเสียประสาทสัมผัสหมดแล้วงั้นหรือ

 


เทนนิสของหมอนั่น...ช่างน่ากลัวเสียจริง

 


สติสัมปชัญญะที่แทบจะประคองไม่อยู่ หวนนึกถึงความทรงจำวัยเยาว์ ความสนุกของการเล่นเทนนิสกับ เอจิเซ็น นันจิโร่ถูกฉายชัดเข้ามา ใบหน้ามีความสุขแม้จะตีโต้ลูกง่ายๆ กลับไปไม่ได้ แต่ความพยายามอยากเอาชนะยังคงชัดเจนผ่านแววตา

 


ความสนุกที่ได้เล่นเทนนิส ความสนุกที่ได้แข่งขัน ความสนุกที่ได้รับชัยชนะจากคู่แข่งมากหน้าหลายตา ทำให้ประตูบานสุดท้ายที่ไม่มีใครเคยเปิดได้ ท่าสภาวะไร้ที่ติ ถือกำเนิดขึ้น

 


ประสาทสัมผัสของเรียวมะกลับมาสมบูรณ์ ลูกเทนนิสถูกเสิร์ฟอย่างรวดเร็วซึ่งความเร็วมากกว่าสายฟ้าฟาดของซานาดะเสียอีก แม้ยูคิมูระจะสู้สุดความสามารถแต่ก็เสียท่ามากจนเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในที่สุด

 


เกมส์แอนด์แมตช์ เอจิเซ็น เรียวมะ 6-4 เกมส์!!”

 


เสียงแห่งความยินดีดังสนั่นขึ้นทันที ผู้ชนะในรอบสุดท้ายอย่างเรียวมะถูกโยนขึ้นฟ้าท่ามกลางสมาชิกทุกคนในชมรม ก็ไม่ใช่แค่คนของเซงาคุเท่านั้นที่รู้สึกยินดีกันเอง สมาชิกโรงเรียนอื่นก็พลอยดีใจไปกับชัยชนะอันยิ่งใหญ่นี้ด้วย

 


บันไซ! บันไซ! เซงาคุ!!”

 


โคชิมาเอะ ทำได้แล้วนะ ฮืออคินทาโร่ภูมิใจกับชัยชนะของคนตรงหน้ามากซะจนร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างไม่ปิดบัง ซึ่งผู้จัดการรวมถึงคนอื่นๆ ก็ช่วยกันปลอบประโลมเด็กปีหนึ่งจอมแสบคนนี้  

 


โคโทริยินดีในชัยชนะของพวกเขาไม่แพ้กัน รอยยิ้มของเธอในตอนนี้บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเด็กสาวมีความสุขมากเพียงไหน

 


จุดมุ่งหมายสูงสุดของพวกนาย...เป็นจริงแล้วนะ

 


รอยยิ้มของเธอเผยกว้างขึ้นกว่าเดิม เมื่อเห็นเขายิ้มเปี่ยมสุขแบบที่ไม่มีใครเคยพบเห็น

 


ยินดีด้วยนะ คุนิมิตสึ

 


นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายที่เอ่ยทิ้งไว้...ก่อนที่เธอจะหายไปโดยไม่มีแม้แต่คำร่ำลา


 





-       100% -

 


คัมปาย

 


แก๊ง! แก๊ง!

 


สิ้นเสียงผู้มีศักดิ์เป็นรองกัปตันอย่างโออิชิ ทุกคนต่างยกแก้วน้ำขึ้นชนกับผู้ร่วมโต๊ะ รวมถึงคนอื่นในบริเวณใกล้เคียง

 

 

หลังจากชมรมเทนนิสโรงเรียนเซงาคุได้รับชัยชนะอันดับ 1 ของประเทศ พวกเขาก็ตัดสินใจมาเฉลิมฉลองความสำเร็จกันต่อที่ร้าน คาวามูระซูชิเจ้าประจำตั้งแต่ฟ้ายังไม่เปลี่ยนสี แน่นอนว่าวันนี้คุณพ่อของคาวามูระกระตือรือร้นในการทำซูชิมากเป็นพิเศษ ขนาดสั่งไปตั้งหลายชุดเพียงไม่กี่นาทีก็ยกมาเสิร์ฟถึงโต๊ะแล้ว

 


จะว่าไปพวกหนูสองคนสนิทกับคนในชมรมเทนนิสด้วยเหรอ?” เถ้าแก่ถามสองสาวที่ตนคุ้นหน้า แต่ไม่คุ้นตาเมื่อมาด้วยกันกับเพื่อนลูกชายรวมถึงรุ่นน้องคนอื่นๆ

 


ไม่ได้สนิทกันมากหรอกค่ะ พอดีพวกหนูไปเชียร์ แล้วตอนจะกลับพวกเขาก็ชวนมากินฉลองด้วยกันก่อนค่ะ โฮโนกะตอบกลับไปพลางใช้ตะเกียบคีบซูชิหน้าปลามากุโร่ของโปรดเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย

 


คุณพ่อของคาวามูระคุงจะสงสัยก็ไม่แปลกหรอก เพราะส่วนมากเธอและอุมิจะมากินซูชิที่นี่กับคนในสภานักเรียนไม่ก็เพื่อนร่วมห้องเสียมากกว่า

 


อร่อยเหมือนเดิมเลยนะคะ อุมิเอ่ยชมให้กับความสดของแซลมอนและความอร่อยที่ยังคงแผ่ซ่านทั่วลิ้น

 


เถ้าแก่ฉีกยิ้มกว้างทันทีเมื่อได้รับคำชม รวมถึงคาวามูระที่นั่งตรงข้ามเธอก็พลอยยิ้มดีใจด้วยเช่นกัน

 


วันนี้ฉันเลี้ยงเอง เพราะงั้นกินกันเยอะๆ เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ

 


 ค่ะ/ครับ

 


 


ความหิวเริ่มถูกบรรเทาลงด้วยซูชิในถาดขนาดใหญ่ที่ตอนนี้เหลือไม่ถึงครึ่ง ทั้งคาวามูระ ฟูจิ และโออิชิที่นั่งร่วมโต๊ะด้วยไม่ใช่คนพูดเยอะอย่างคิคุมารุหรือโมโมชิโระ บรรยากาศโต๊ะนี้จึงสงบกว่าทุกโต๊ะ แต่ทุกครั้งที่เปิดปากสนทนากันเรื่องเล็กๆ หรือแม้ตอนกำลังกิน สีหน้าของทั้งสามต่างมีความเคลือบแคลงใจในอะไรบางอย่างอยู่ตลอด

 


ซึ่ง อะไรบางอย่าง คงไม่ต้องถามว่าเป็นเรื่องของใคร

 


อุมิตัดสินใจวางตะเกียบลง เพื่อเปิดบทสนทนาถึงอีกหนึ่งเจตนาที่พวกเขาต้องการให้พวกเธอมาด้วย

 


ฉันกับโฮโนกะช่วยกันโทรหาแล้ว แต่โคโทริไม่ยอมรับสายเลย คงต้องรอเจ้าตัวโทรกลับมาล่ะนะ

 


ตอนนี้พวกเราทำได้แค่รอนี้สินะ

 


อุมิทำได้เพียงพยักหน้าให้กับน้ำเสียงอันผิดหวังของฟูจิ

 


จะบอกว่าโคโทริหายตัวแบบน่าเป็นห่วงก็ไม่เชิงหรอก เพราะคนในชมรมเทนนิสชิเท็นโฮจิก็ไม่อยู่เหมือนกัน สามารถเดาได้อยู่แล้วว่าอาจมีธุระอื่นหรือเรื่องเร่งด่วนเกิดขึ้นจนต้องออกจากสนามแข่งก่อนจะบอกลากัน

 


ดังนั้น สิ่งที่ทุกคนต่างกังวลคงจะเป็นความรู้สึกของเทะสึกะซะมากกว่า เขาคงไม่รู้ตัวหรอก ว่าตัวเองช็อกมากแค่ไหนตอนรู้ว่าโคโทริหายไปจากสนามแข่ง เวลานั้นในฐานะกัปตันทีมเขามีความสุขกับชัยชนะที่คว้าพร้อมทุกคนมากแท้ๆ แต่กลับถูกอารมณ์เหวี่ยงจนไม่รู้ว่าควรจะแสดงสีหน้าแบบใดออกไป

 


เพราะคำสัญญาที่ว่าเมื่อจบการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ เขาจะบอกความจริงทั้งหมดกับโคโทริ มันยังคงรบกวนอยู่ภายในจิตใจที่ไม่สามารถทำให้สำเร็จตามที่หวัง ทำให้เขาไม่ค่อยมีอารมณ์ร่วมกับงานเลี้ยงครั้งนี้เท่าไหร่

 


ถ้าหมอนั่นทิฐิมากไม่เข้ามาถาม ฉันจะไปกระชากคอเสื้อให้ถามเอง

 


เสียงวางตะเกียบดังปึงข้างกาย ทำให้อุมิหลุดจากภวังค์ พอจะห้ามเพื่อนสาวก็ดูไม่ทันการเสียแล้ว เทะสึกะนั่งตรงหน้าเคาน์เตอร์ด้านนอกสุด โดยมีอินูอิและอาจารย์ริวซากินั่งถัดมา และดูเหมือนจะมีเพียงอาจารย์ริวซากิเท่านั้นที่รู้ตัวว่าคนเป็นประธานสภาเดินมาทางข้างหลัง

 


โฮโนกะว่าจะหาเรื่องเมื่อเดินไปถึงตัว ถ้าไม่ได้ยินอินูอิถามอย่างนั้นกับเทะสึกะซะก่อน

 


ตัดใจที่จะบอกความจริงแล้วหรือไง?”

 


เปล่า แต่แบบนี้มันอาจจะดีกว่าก็ได้--

 


มือบางพุ่งเข้ากระชากคอเสื้อเทะสึกะเต็มแรงทันทีที่ได้ยินคำตอบน่าหงุดหงิด ทุกคนที่กำลังฉลองเสียงดังต่างหยุดนิ่งเพ่งความสนใจมายังทั้งสองเป็นตาเดียว นัยน์ตาสีฟ้าครามฉายแววไม่พอใจ จนไม่มีใครกล้าเข้าไปแยกตัวออกเลยแม้แต่คนเดียว

 


โคซากะ

 


นายพูดบ้าอะไรออกมา!”

 


น้ำเสียงอัดอั้นถึงขีดสุดของโฮโนกะถูกเอ่ยออกมา พยายามข่มมืออีกข้างไม่ให้เปลี่ยนเป็นหมัดซัดเบ้าหน้าอีกฝ่ายตอนนี้

 


ถ้ารู้ว่านายจะมีความคิดงี่เง่าแบบนี้ ฉันคงบอกโคโทริจังตั้งแต่เจอหน้าแล้ว ไม่จำเป็นต้องฟังคำพูดใครบางคนบอกรอให้จบการแข่งครั้งนี้ด้วยซ้ำ

 


หรือนายกลัว...ว่าถึงบอกความจริงไป โคโทริจังจะไม่กลับมาหาตัวเองล่ะ

 


ถึงเพียงครู่เดียวแต่เธอก็เห็น นัยน์ตาสีน้ำตาลที่เบิกกว้างด้วยความตกใจและสั่นไหวกับสิ่งที่เธอพูด

 


ขี้ขลาดจังวะ

 


กลัวโดนปฏิเสธเนี่ยนะ

 


นี่เหรอกัปตันชมรมเทนนิส เทะสึกะ คุนิมิตสึ ที่ใครหลายคนต่างบอกสุขุมเยือกเย็น ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากเพียงใด

 


ตอนนี้นายก็เป็นได้พวกขี้แพ้เท่านั้นแหละ

 


พูดแทงใจตั้งขนาดนั้น แต่คนตรงหน้ากลับปิดปากเงียบราวกับไม่สะทกสะท้านใดๆ

 


ไอ้ท่าทางน่าสมเพชไม่สมกับเป็นเทะสึกะยามปกติ ทำเอาความอดทนของโฮโนกะเดือดพุ่งพล่านจนระเบิดลงใส่อีกฝ่ายโดยไม่แคร์อะไรแล้ว

 


เออ! ไม่บอกก็ดี ยังไงผู้ชายที่ดีกว่านายก็มีอีกตั้งเยอะ แล้วให้โคโทริจังคิดว่านายเป็นแฟนเก่าเฮงซวยที่คบซ้อนยัยอันจูต่อไปแล้วกัน!!"



สิ้นคำพูดเดือดดาล หมัดอีกข้างที่ข่มความโกรธไม่อยู่พุ่งเข้าชาร์จหวังเสยใบหน้าหล่อคมคายให้เสียโฉมซะตอนนี้เลย

 


RRRRRR

 


หมัดหยุดชะงักกลางอากาศทันทีที่เสียงเรียกเข้ามือถือของใครบางคนดังขัดขึ้น โฮโนกะลดหมัดลงข้างกายก่อนหันหลังไปมองต้นเสียงอย่างไม่สบอารมณ์...อีกแค่นิดเดียวจะเสยคางได้แล้วแท้ๆ

 


อุมิซึ่งเป็นเจ้าของมือถือดูตื่นตระหนกไม่น้อยที่จู่ๆ มีคนโทรมาในจังหวะสำคัญแบบนี้ พอเห็นชื่อปลายสายก็รู้สึกประหลาดใจขึ้นอีกขั้น

 


โทรมาได้ถูกจังหวะ ราวกับรู้ว่าอดีตแฟนจะเจออะไรในเวลาอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า

 


มือบางกดรับสายแนบเข้าที่หูพร้อมกรอกเสียงลงไปให้อีกฝ่ายได้ยิน

 


ฮัลโหล โคโทริ--  

 


ก่อนจะได้ถามอะไรก็ถูกเสียงหวานปนเหนื่อยหอบแทรกขึ้นมาเสียก่อน...คงกำลังวิ่งอยู่สินะ

 


[ขอโทษนะอุมิจัง ที่ออกมาโดยไม่ได้บอกก่อน พอดีพวกเราดูการแข่งเพลินจนลืมดูเวลารถไฟขากลับน่ะ ตอนนั้นเหลือแค่ชั่วโมงเดียวเอง ฉันกับคนอื่นเลยแยกย้ายกันกลับไปเอาของที่บ้านกับโรงแรม แล้วเจอกันที่สถานีทีเดียวเลย]

 


เป็นเหตุผลที่คิดไว้ตอนแรกจริงๆ ด้วย

 


เข้าใจแล้วค่ะ แค่ไม่เกิดอะไรร้ายแรงก็ดีแล้ว อุมิว่าพลางเผยยิ้มอย่างโล่งใจ

 


พอรู้ว่าปลายสายคือใคร โฮโนกะก็ปล่อยคอเสื้อเทะสึกะให้เป็นอิสระดังเดิม เพื่อตั้งใจฟังเพื่อนสาวของตนพูดออกมา

 


อีก 15 นาทีรถไฟจะออกงั้นเหรอ ปากขยับถามให้แน่ใจ แต่ก็ไม่ได้สนใจฟังคำยืนยันของปลายสาย หัวสมองของเธอกำลังคำนวณความเสี่ยงกับอะไรบางอย่างอยู่

 


สายตาของอุมิจ้องมองไปยังเทะสึกะเมื่อการคำนวณเสร็จสิ้น

 


ขบวนรถไฟสายไหนเหรอคะ?”

 


เธอถาม ทั้งที่ยังเล่นเกมจ้องตากับอีกฝ่าย

 


สายโทไคโด ชานชาลาหมายเลข 5 สินะ

 


การทวนคำพูดนั้นไม่ใช่เพื่อให้ตัวเองจำได้ แต่จงใจพูดให้ใครอีกคนได้ยินและให้ถึงรู้เจตนาที่ซ่อนอยู่ผ่านสายตา

 


ถ้านายยังรักโคโทริจัง และมีสมองเหลือสักหน่อยคงจะรู้--...นะว่าต้องทำยังไง

 


ครืด

 


เสียงเปิดประตูร้านจากด้านหลัง ทำให้คำพูดของโฮโนกะถูกกลืนหายไปก่อนจะพูดจบ พอเด็กสาวหันไปก็พบว่าคู่สนทนาไม่ได้นั่งอยู่บนเก้าอี้เสียแล้ว

 


เจ้าบ้านั่น เธออดที่จะสบถไม่ได้ คนเขายังพูดไม่จบแท้ๆ โฮโนกะรีบสาวเท้าไปเกาะประตูร้านที่เปิดอยู่แล้วตะโกนสุดเสียงให้คนที่กำลังวิ่งกุลีกุจออยู่ได้ยิน

 


สายโทไคโด ชานชาลาหมายเลข 5 อย่าไปผิดนะเฟ้ย!!”

 


เทะสึกะไม่ได้หันมาสนใจแต่อย่างใด แต่น่าจะได้ยินเสียงดังสนั่นของเธอแหละ ก็ผู้คนข้างหน้าเขายังมองเธอด้วยความประหลาดใจอยู่เลย

 


กลับมาต้องซัดสักหมัดให้ได้เลย เด็กสาวกัดฟันพึมพำพลางปิดประตูร้าน แล้วโค้งหัวขอโทษเถ้าแก่ อาจารย์ริวซากิและคนอื่นๆ ที่ทำให้บรรยากาศฉลองวุ่นวายขึ้นมา แต่ท่าทางทุกคนจะรู้สึกสนุกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากกว่า

 


ไม่เคยมีใครต่อว่าเทะสึกะจนจมมุมได้ขนาดนี้

 


...มันเลยน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับพวกเขาสุดๆ

 


นัยน์ตาสีฟ้าครามให้ความสนใจกับกระเป๋าแร็กเก็ตของคนที่เพิ่งวิ่งออกจากร้านไป เธอหยิบจดหมายสารภาพรักของเพื่อนสาวออกจากกระเป๋า ก่อนจะเปิดซองจดหมายอ่านข้อความในกระดาษสีเขียวอ่อนผ่านๆ

 


ทำเป็นไม่สนใจ แต่ก็ฟังทุกอย่างเลยนะหมอนั่น

 


โฮโนกะยิ้มเยาะให้คำพูดของตน พลางนึกถึงเรื่องที่สองสาวปีหนึ่งมาถามเรื่องวิธีการสารภาพรักของโคโทริ เจ้าของเรื่องไม่รู้ตัวเลยว่าเทะสึกะนั้นรอจังหวะจะให้จดหมายกับเด็กหญิงตั้งแต่ก่อนโคโทริจะลุกจากที่นั่งไปสมทบกับคนในชิเท็นโฮจิซะอีก

 


เอ่อ...รุ่นพี่โฮโนกะคะ ในฐานะแฟน รุ่นพี่เทะสึกะแย่ขนาดนั้นเลยเหรอคะ?” ซากุโนะถามขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่กลับมาเป็นปกติ

 


เปล่า อันนั้นฉันประชด

 


คนเป็นประธานสภาพูดตอบ ขณะเดินถือจดหมายกลับมานั่งที่ของตนตามเดิม

 


สำหรับฉัน หมอนั่นเป็นแฟนที่ดีสำหรับโคโทริจังมาก

 


"มากซะจน...ไม่ยอมคิดหน้าคิดหลังเลยล่ะ

 


ประโยคสุดท้ายนั้นแผ่วเบาจนเกือบไม่ได้ยิน แต่เพื่อนร่วมโต๊ะได้ยินชัดเจนและเข้าใจในความหมายแฝงเป็นอย่างดี    

 


จะว่าไปพวกเธอสงสัยใช่ไหมว่า ทำไมเทะสึกะถึงรู้เจ้าของจดหมายทั้งที่ยังไม่ไปหา

 


สองสาวรวมถึงคนอื่นที่ยังไม่รู้เรื่องราวพยักหน้าอย่างสนอกสนใจในหัวข้อดังกล่าว

 


ตอนเรารู้เหตุผลมันน่าเหลือเชื่อมากเลยเนาะอุมิพูดกับตัวจริงปีสามทุกคนยามนึกถึงความเก่า ซึ่งพวกเขาต่างก็เห็นด้วยกับสิ่งที่เธอพูดเหมือนกัน

 


ถ้าบอกเป็นเพราะหมอนั่นรู้ว่าโคโทริจังชอบสีนี้ทั้งที่ไม่เคยบอก...โฮโนกะว่าพลางชูกระดาษสีเขียวอ่อนให้ทุกคนเห็น

 


จำลายมือได้ทั้งที่เคยเห็นผ่านตาไม่กี่ครั้ง พวกเธอจะเชื่อไหมล่ะ?”

 


เหตุผลที่เหมือนสตอล์กเกอร์แบบนั้นก็ได้เหรอครับ?” เรียวมะถามรุ่นพี่คิคุมารุที่นั่งสวาปามซูชิซูชิอย่างไม่เข้าใจ

 


อย่าพูดถึงกัปตันของพวกเราแบบนั้นสิ เอจิเซ็น โมโมะเอ็ดรุ่นน้องของตน เมื่อได้ยินคำพูดสื่อไปในทางที่ไม่ดี

 


ได้สิ เจ้าเปี๊ยก นั่นน่ะเป็นหลักฐานเลยนะว่าเทะสึกะก็ชอบโคโทริจังก่อนจะคบมากเหมือนกัน เอจิพูดทั้งที่ยังเคี้ยวซูชิไม่หมดปาก ก่อนจะชวนให้อีกฝ่ายกินต่อให้อิ่มท้องสมกับที่เสียพลังงานในการแข่งวันนี้

 


แชะ! แชะ!

 


โฮโนกะถ่ายรูปซองจดหมายและข้อความในกระดาษเก็บไว้ในมือถือ แล้วส่งต่อให้โออิชิซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

 


อ่ะ เผื่อไว้แกล้งกัปตันของพวกนายได้

 


สิ้นคำพูดของเด็กสาว ตัวจริงทุกคนต่างยิ้มเลศนัยอย่างรู้กัน

 


ถ้าครั้งหน้าเจ้านั่นไม่บอกให้จบๆ ฉันจะส่งรูปนี้ให้โคโทริจังระวังเจ้าบ้าที่พกจดหมายของเธอไปไหนด้วยตลอดหน่อยละกัน

 


ครั้งหน้าเหรอครับ?” คาจิโร่ถามขึ้นอย่างความสงสัยในคำพูดของประธานสภา

 


นายคิดจริงเหรอว่าเวลาแค่ 15 นาทีจะบอกทัน

 


แค่วิ่งไปถึงสถานีก็หมดเวลาแล้วมั้ง

 

 


 


 


 

[อย่างน้อยก็ช่วยรอหน่อยนะคะ]

 


โคโทรินึกถึงคำพูดสุดท้ายที่คุยกับอุมิผ่านทางโทรศัพท์ ถึงใจอยากจะบอกกลับไปว่า "ไม่ต้องมาก็ได้"



แต่สายก็ถูกตัดลงอย่างไร้เยื่อใย เพราะแบตโทรศัพท์ของเธอดันหมดเสียก่อน

 


ก็ไม่แปลกล่ะนะ เธอเล่นเริ่มต้นวันด้วยการตื่นสายจนลืมชาร์จแบตก่อนออกจากบ้านเลยนี่นา

 


โคโทรินั่งอยู่ในสถานีหน้าขบวนรถไฟสายโทไคโดที่จอดรอรับผู้โดยสารอยู่ ซึ่งเด็กสาวเก็บกระเป๋าและสัมภาระอื่นๆ ไว้ในรถไฟเรียบร้อยแล้ว สมาชิกชมรมบางคนก็ลงมาซื้อของฝากหรือของกินตุนไว้เผื่อหิวกลางคัน

 


พวกเขาต่างแสดงสีหน้าดีใจและมีความสุขที่สักครั้งหนึ่งในชีวิตได้มาเยือนโตเกียว

 


...ช่างต่างจากเธอในตอนนี้ยิ่งนัก

 


ภายในใจเธอยังรู้สึกผิดไม่น้อย ที่คำสัญญาระหว่างเราถูกทำลายลงเพราะเธอเองแบบนี้

 


เฮ้อ แต่มันก็ช่วยไม่ได้นี่นะเด็กสาวพยายามปลอบใจตัวเองอย่างสลด

 


ตือรึง! รือรึง!

 


เรียนผู้โดยสารทุกท่าน ขณะนี้ถึงเวลารถไฟสายโทไคโดพร้อมจะออกจากชานชาลาแล้วครับ

 


โคโทริลุกจากที่นั่งเพื่อเดินไปขึ้นรถไฟตามคำประกาศของนายสถานี เก็บโทรศัพท์มือถือหน้าจอดับไว้ในกระเป๋ากระโปรง มืออีกข้างถือตั๋วรถไฟไว้เป็นหลักฐานแสดงให้กับเจ้าหน้าที่

 


โคโทริ!!”

 


ที่บอกว่าไม่ต้องมาก็ได้น่ะ...



เจ้าของชื่อที่เพิ่งเดินขึ้นรถไฟหัวใจหล่นวูบเมื่อได้ยินเสียงทุ้มอันคุ้นเคยตะโกนเรียกชื่อตนจากด้านหลัง นัยน์ตาสีอำพันเริ่มน้ำตาคลอเบ้าแต่ก็ต้องสะกดกลั้นไว้ก่อนจะหันไปตามเสียง ประหลาดใจไม่น้อยที่เห็นเขาแสดงท่าทีหอบเหนื่อย รวมถึงเสื้อนักเรียนที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ...คาดว่าน่าจะรีบวิ่งมาพอสมควร

 


เพราะประตูรถไฟกำลังจะปิดลง ทำให้โคโทริส่งรอยยิ้มบางให้ผู้ชายตรงหน้าเป็นครั้งสุดท้ายอย่างหวนคิดถึงความทรงจำครั้งใหม่ที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน พร้อมขยับปากเป็นภาษาญี่ปุ่นสี่พยางค์ 



ไม่ใช่ ซาโยนาระที่แปลว่าลาก่อน



แต่เป็นคำว่า...

 


อะริงาโตะ (ขอบคุณค่ะ)

 


...เพราะเธอรู้ความจริงที่เขาต้องการบอกมาตลอดแล้วนี่นา





To Be Continued...




C R E D I T Tennis on JoyPixels 5.0

   PRINCE OF TENNIS OVA ศึกชิงแชมป์ระดับชาติ ตอนที่ 22-26







Talk

14/01/2021

อ้าว อะไรกัน จะบอกความจริงแต่เจ้าตัวดันรู้แล้วเฉย รู้จากใครกัน??? ถ้าอยากรู้เรื่องราวติดตามต่อในพาร์ทหน้านะคะ 

ขอโทษที่มาอัพช้านะคะ อาจจะหลุดคาร์ไปสักหน่อย T-T สำหรับตอนหน้าจะเป็นพาร์ทสุดท้ายของตอนที่ 4 นะคะ ซึ่งไรท์จะลงรวดเดียวเลยนะคะ เพราะดูแล้วน่าจะตัดลงทีละส่วนไม่ได้เลย ต้องทำให้ผู้อ่านรอนานแน่ๆ ค่ะ ขออภัยล่วงหน้าก่อนเลยค่ะ TT แต่ก็ยังไงก็จะมาอัพแน่นอน ยังไงก็ต้องขอบคุณผู้อ่านมากเลยนะคะที่มาให้กำลังใจไรต์อยู่เสมอ ไรต์ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนในทุกๆ เรื่องเหมือนกันนะคะ รักค่ะ

31/12/2020

        สุขสันต์วันปีใหม่ล่วงหน้าค่ะ ขอโทษที่มาอัพช้าขนาดนี้นะคะ เล่นอัพตอนสิ้นปีพอดีเลย ตอนแรกไรต์ว่าจะอัพตั้งแต่วันคริสต์มาส แต่      เขียนไม่ทัน แง้ T0T ขอให้ผู้อ่านทุกคนพบเจอแต่ความสุขในปีหน้า และช่วงนี้รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ ตัวไรต์เองก็จะพยายามเขียน        ให้จบ 100% ก่อนวันที่ 3 ขอบคุณผู้อ่านเสมอที่ยังคงรอไรต์อยู่นะคะ รักและคิดถึงทุกคนมากเลยค่ะ 

13/06/2020

19/05/2020

01/01/2020





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 294 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

192 ความคิดเห็น

  1. #187 Loveatb (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 00:19
    ขอบคุณที่กลับมาแต่งต่อน้าา ลุ้นอีกแล้ว555555 เมื่อไรจะดีกันน อิอิ
    #187
    1
    • #187-1 KotoriTh@i(จากตอนที่ 7)
      12 มิถุนายน 2564 / 02:07
      ไรต์กลับมาอัพให้ต่อแล้วนะคะ ถามว่าคืนดีกันเมื่อไหร่ ตอนนี้ไรต์บอกเลยว่าต้องรออีกนานเลยค่ะ แงง
      #187-1
  2. #186 nottokanty (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 16:30
    ดีใจที่กลับมาต่อให้นะ ไรท์เตอร์สู้ๆ
    #186
    1
    • #186-1 KotoriTh@i(จากตอนที่ 7)
      12 มิถุนายน 2564 / 02:06
      ไรต์กลับมาต่ออีกแล้วนะคะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจมากๆ เลยค่ะ
      #186-1
  3. #183 cream16984 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มกราคม 2564 / 20:39
    ไปวนอ่านมาใหม่รอบนึง

    อ่านทุกตัวอักษร

    สงสัยไรท์ลืมวัน

    แต่ก็รอเสมอ
    #183
    1
    • #183-1 KotoriTh@i(จากตอนที่ 7)
      14 มกราคม 2564 / 15:35
      ขอโทษที่ผิดกำหนดจริงๆ ค่ะ แล้วก็ขอบคุณที่ยังรอไรต์เสมอนะคะ
      #183-1
  4. #182 Loveatb (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มกราคม 2564 / 00:44
    สนุกมากกกเลย 🥺❤️ รอตอนต่อไปน้า ไรท์เตอร์สู้ๆๆ
    #182
    1
    • #182-1 KotoriTh@i(จากตอนที่ 7)
      14 มกราคม 2564 / 15:34
      ขแบคุณสำหรับกกำลังใจนะคะ มาอัพต่อแล้วค่ะ
      #182-1
  5. #181 RAPMONYA (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2563 / 19:51
    ไรท์...ไรท์รู้ไหมว่า...เค้ารอไรท์จนคือรากงอกยันปีหน้าแล้วน้า!!!! แต่ก็กลับมาแล้วดีใจฮือออออออ
    #181
    1
    • #181-1 KotoriTh@i(จากตอนที่ 7)
      14 มกราคม 2564 / 15:33
      ขอโทษที่ทำให้รอนานขนาดนี้นะคะแงง ดีใจเหมือนกันที่ผู้อ่านยังอยู่กับไรต์
      #181-1
  6. #180 nottokanty (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2563 / 17:11
    ในที่สุดก็กลับมาแต่งต่อสักทีนะไรท์ คิดถึงนะ รออ่านตอนต่อไปอยู่นะจ๊ะ
    #180
    1
    • #180-1 KotoriTh@i(จากตอนที่ 7)
      14 มกราคม 2564 / 15:32
      คิดถึงผู้อ่านเหมือนกันค่ะ มาอัพแล้วนะคะ
      #180-1
  7. #179 Ruel (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2563 / 16:34
    แต่งได้ดีมากเลยค้าบ เค้าจะรออ่านตอนต่อไปนะ
    #179
    1
    • #179-1 KotoriTh@i(จากตอนที่ 7)
      14 มกราคม 2564 / 15:31
      ขอบคุณนะคะ ไรต์มาอัพแล้วค่ะ
      #179-1
  8. #178 cream16984 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2563 / 16:33
    หมอนหนูขาดเพราะข้อความในจดหมาย
    #178
    1
    • #178-1 KotoriTh@i(จากตอนที่ 7)
      14 มกราคม 2564 / 15:30
      เขินมากเลยใช่ไหมคะเนี่ย
      #178-1
  9. #176 cream16984 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 กันยายน 2563 / 05:12
    คิดถึงไรท์

    สบายดีไหมคะ
    #176
    1
    • #176-1 KotoriTh@i(จากตอนที่ 7)
      31 ธันวาคม 2563 / 16:31
      สบายดีค่ะ คิดถึงผู้อ่านเหมือนกันนะคะ
      #176-1
  10. #173 cream16984 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 23:19
    ยังคงวนอ่าน
    #173
    1
    • #173-1 KotoriTh@i(จากตอนที่ 7)
      31 ธันวาคม 2563 / 16:27
      ขอบคุณนะคะ กลับมาอัพแล้วค่ะ
      #173-1
  11. #172 Ting0616563257 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 11:01

    โทโมกะก็ถามตรงเหลือเกินเนี่ยแหละคนจริง
    #172
    1
    • #172-1 KotoriTh@i(จากตอนที่ 7)
      31 ธันวาคม 2563 / 16:26
      มั่นใจและกล้าแสดงออกต้องยกให้โทโมกะจริงๆ ค่ะ
      #172-1
  12. #171 RAPMONYA (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 20:29
    ค่อยๆลงก็ได้ค้าบรอได้เสมอ 😁
    #171
    1
    • #171-1 KotoriTh@i(จากตอนที่ 7)
      31 ธันวาคม 2563 / 16:20
      กลับมาอัพแล้วนะคะ ขอบคุณที่ยังรออยู่เสมอค่ะ
      #171-1
  13. #170 ALICE47 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 20:09

    รีบกลับมาต่อเร็วๆนะไรต์ รออยู่

    #170
    1
    • #170-1 KotoriTh@i(จากตอนที่ 7)
      31 ธันวาคม 2563 / 16:08
      กลับมาอัพแล้วนะคะ
      #170-1
  14. #169 nottokanty (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 17:21
    โอ้ยกัปตันเทะคะ ถ้าจะหึงหวงขนาดนี้ก็ขอเขาคืนดีซะสิ บอความจริงไปเถอะ เป็นผู้ชายซะเปล่าจะปากแข็งอะไรนักหนาคะ อ้อนสาวที่รักมากมันไม่ผิดค่ะคุณ รักไรท์นะจ๊ะ ขอบคุณมากที่มาอัพให้ อย่าลืมดูแลตัวเองด้วยนะ ช่วงนี้ยิ่งเอาแน่เอานอนกับสถานการณ์ไม่ค่อยจะได้อยู่ด้วย
    #169
    5
    • #169-4 KotoriTh@i(จากตอนที่ 7)
      13 มิถุนายน 2563 / 21:57
      ต้องขออภัยอย่างสูงจริงๆ ค่ะ ที่เหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ไรต์ลืมสลับแอคเคาท์แล้วไปเมนต์ทั้งๆ อย่างนั้นเลย ผู้อ่านคงจะเห็นข้อความก่อนหน้านั้นแล้วใช่ไหมคะ (ถ้าอ่านในโทรศัพท์) ขอโทษที่ต้องทำให้ผิดหวังนะคะ อันนี้ไรต์ผิดเต็มๆ เลยที่ไรต์ไม่ยอมดูให้ดีก่อน 😭😭
      #169-4
    • #169-5 KotoriTh@i(จากตอนที่ 7)
      13 มิถุนายน 2563 / 22:12
      ข้อความที่ไรต์พิมพ์ก่อนหน้านี้จริงๆ จะเป็น "ฉากคืนดีมีแน่นอนค่ะ แต่ต้องรอหน่อยนะคะ นี่ก็อยากเขียนให้ถึงฉากนั้นแล้วเหมือนกัน ใจไรต์ก็จะได้แฮปปี้ไปด้วย แล้วก็ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่มีให้ตลอด รักษาสุขภาพด้วยเช่นกันนะคะ" ❤️
      #169-5
  15. #166 ALICE47 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 17:15


    ขายขำจริงค่ะไรต์ ขำไม่หยุดแล้ว ตอนแรกคือฟินคำพูดเทะที่บอกหวงนะ แต่มาขำตรงที่อยากจะแซวกันนี่แหละ ชอบคาแรกเตอร์แต่ละคน ตรงจนเห็นภาพเลย ถ้ามีในอนิเมะจริงๆคงจะฮามากเลยค่ะ แต่ตอนท้ายนี่มันยังไง นึกว่าพูดถึงเรื่องไหล่ แต่ไรต์บอกไม่ใช่เรื่องที่รู้อยู่แล้ว เนี่ยไรต์ชอบทำให้ค้างคาอยู่เลย แต่ก็จะติดตามไปตลอดนะ ขอให้ไรต์ได้เกรดดีๆ เรียนซัมเมอร์ก็สู้ๆ อย่าหายไปไปนานน้า เราคิดถึงมากๆเลย https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-10.png

    #166
    3
    • #166-2 KotoriTh@i(จากตอนที่ 7)
      13 มิถุนายน 2563 / 20:47
      @ALICE47 ดีใจที่ทำให้คนขำได้ กลัวอ่านแล้วไม่ขำมากค่ะ5555 ส่วนที่ไม่ใช่เรื่องไหล่ต้องรอดูกันต่อไปนะคะ ต้องตกใจมากแน่ๆ แล้วก็ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่มีให้ตลอดนะคะ ❤️
      #166-2
    • #166-3 KotoriTh@i(จากตอนที่ 7)
      13 มิถุนายน 2563 / 20:48
      @nottokanty อุแง้ พยายามเขียนไม่ให้มาดหลุดแล้วจริงๆ แต่มันยากมากๆเลยค่ะ5555
      #166-3
  16. #165 cream16984 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 14:25
    มาอัพช่วงพายุเข้าพอดีเลย(อยู่ภาคอีสาน)

    เกือบได้กรี๊ดแข่งฟ้าแข่งฝนยามเห็นแจ้งเตือน
    #165
    1
    • #165-1 KotoriTh@i(จากตอนที่ 7)
      13 มิถุนายน 2563 / 20:44
      มาอัพต่อให้แล้วนะคะ (แต่มันนิดเดียวมากๆเลย) ❤️
      #165-1
  17. #164 -tataza- (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 07:22

    งุ้ยยย
    #164
    1
    • #164-1 KotoriTh@i(จากตอนที่ 7)
      13 มิถุนายน 2563 / 20:43
      งื้ออ ไรต์มาต่อให้แล้วนะคะ (นิดเดียวมากๆ TT) ❤️
      #164-1
  18. #151 cream16984 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มีนาคม 2563 / 20:21
    ยังคงวนๆอ่านและรอต่อไป
    #151
    4
  19. #150 Kanty (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 20:09

    ต่อตอนต่อไปให้หน่อยนะคะ​ Please.

    #150
    1
  20. #149 ALICE47 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 16:37

    เพิ่งมาเห็นตรง Talk ว่าพูดถึงอันจูด้วย เราเกือบลืมนางไปเลยนะเนี่ย งั้นแสดงว่าใกล้จะบอกเรื่องที่นางเจอกับโคโทริต่อแล้วใช่มั้ยอ่ะไรต์

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 3 มกราคม 2563 / 18:43
    #149
    1
  21. #148 ALICE47 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 มกราคม 2563 / 20:43

    เสียดายที่นางเอกไม่ได้ตบหน้านะเนี่ย แต่ก็เข้าใจเหตุผลอยู่ ดีใจที่เทะยังจำสัญญาได้อยู่ ถ้าจำไม่ได้นี่จะตุ้บตั้บให้แทนโคโทริเลยอ่ะ แต่ที่ฟินสุดก็พี่แกหึงนี่แหละ แถมหึงได้โหดมาก อ่านไปแล้วเขินจิกหมอนมากแม่ จูบมือยังรุนแรงได้ขนาดนี้ จูบปากนี่ดิฉันไม่นิพพานตายไปก่อนเลยเหรอ //คิด ภาพแล้วเขิงหนักมาก อุแง้

    #148
    1
  22. #147 cream16984 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 มกราคม 2563 / 03:17

    ฟิน~ มาก~
    Happy New Year ค่ะ พี่สาวคนเก่ง

    ขอให้สุขภาพแข็งแรง มีแรงใจที่มั่นคงที่จะทำสิ่งต่างๆ คิดถึงเสมอ

    ปล.กลับกูซูก่อน
    #147
    1