[ Fic The Prince of tennis ] ♀ Ex-Freundin ♂

ตอนที่ 2 : ♀ Ex-Freundin ♂ Chapter One

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,275
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 89 ครั้ง
    22 ม.ค. 64



Chapter One






    

เวลา ไม่มีวันหยุดเดินอยู่กับที่

เวลา เป็นสิ่งที่ทำให้ตัวเราเติบโตมากยิ่งขึ้น

และ เวลา เป็นสิ่งที่ทำให้เราเปลี่ยนแปลงตัวเอง

...ตามกาลเวลาที่หมุนเวียน

 

 

 

 

 

               "ตั้งใจให้ดี อย่าประมาทเด็ดขาด"

 

           น้ำเสียงเรียบเฉยแต่ก็แฝงไปด้วยความหนักแน่นของผู้ที่มีศักดิ์เป็นถึงกัปตันชมรมเทนนิสชายโรงเรียนเซงาคุ นามว่า เทะสึกะ คุนิมิตสึ  เอ่ยประโยคติดปากของตนออกมาพลางวางมือข้างหนึ่งของตนไว้บนมือของลูกทีมอีกทีและตะโกนเป็นเสียงเดียวกันว่า

 

              "ครับ กัปตัน!!"

 

              เสียงเชียร์จากคนในชมรมของทั้งสองโรงเรียนดังขึ้นทันทีที่ตัวจริงของทั้งสองโรงเรียนเดินออกมาประชันหน้ากัน ถึงแม้จะมีตาข่ายคอร์ดเป็นเส้นแบ่งกั้น แต่ทั้งสองฝ่ายต่างก็ประชันกันด้วยสายตาที่จ้องมองไปยังอีกฝายอย่างไม่มีใครยอมใคร

 

              "ต่อไปนี้ จะเป็นการแข่งขันเทนนิสทั่วประเทศรอบรองชนะเลิศระหว่างตัวแทนโตเกียว โรงเรียนเซงาคุกับ ตัวแทนโอซาก้า โรงเรียนชิเทนโฮจิ ครับ"

 

              การแข่งขันเพื่อไปสู่รอบชิงชนะเลิศ...ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

 

              ศึกการแข่งขันเทนนิสเดี่ยวมือ 3 ในรอบแรก ระหว่าง อัจฉริยะแห่งเซงาคุ ฟูจิ ชูสึเกะ กับ กัปตันไบเบิ้ลเทนนิส ชิราอิชิ คุราโนะสุเกะ

 

              ทั้งสองฝ่ายต่างก็ตอบโต้ลูกกันไปมา ในตอนแรกท่าทริปเปิ้ลเคาน์เตอร์ของฟูจิถูกทำลายลงโดยชิราอิชิได้อย่างง่ายดาย แต่ถึงแม้จอมอัจฉริยะอย่างฟูจิจะกำเนิดท่าไฟว์นอลเคาน์เตอร์ซึ่งเป็นท่าไม้ตายใหม่ขึ้นมาจนสามารถตีเสมอกับชิราอิชิได้ก็ตาม..แต่สุดท้าย กัปตันไบเบิ้ลเทนนิส ก็เป็นฝ่ายชนะด้วยคะแนน 7-6 ทำให้โรงเรียนชิเท็นโฮจิชนะไปในรอบแรก

 

              "Ecstasy (เอสตาสซี่)" ชิราอิชิเอ่ยประโยคติดปากของตนออกมาราวกับบอกว่าตนเป็นผู้ชนะอย่างสมใจแล้ว

 

              ในรอบถัดมาเป็นการแข่งขันเทนนิสคู่มือ 2 ระหว่าง คู่กัดตลอดกาลแห่งเซงาคุอย่าง โมโมชิโระ ทาเคชิ และ ไคโด คาโอรุ ต้องมาแข่งกับ คู่รักโฮโมแห่งชิเทนโฮจิอย่าง คอนจิกิ โคฮารุ และ อิโตอุจิ ยูจิ   ถึงในตอนแรกโมโมชิโระและไคโดดันติดกับดักการแสดงความรักชวนหวานเลี่ยนของฝ่ายตรงข้ามก็ตามที แต่ท้ายที่สุดคู่กัดทั้งสองแห่งเซงาคุก็สามารถพลิกล็อคชนะขึ้นมาได้ด้วยคะแนน 7-6 ที่เหมือนในรอบที่ผ่านมา

 

              นั่นหมายความว่า เซงาคุกำลังไล่ต้อนชิเทนโฮจิด้วยคะแนนชนะ 1 แพ้ 1

 

              ต่อมาเป็นการแข่งขันเทนนิสเดี่ยวมือ 2 ในรอบถัดมา ระหว่าง คาวามูระ ทาคาชิ กับ อิชิดะ งิน คู่นี้นับได้ว่าเป็นคู่ที่ประชันฝีมือด้วยพลังอันล้นหลามของทั้งสองฝ่าย จึงไม่สามารถคาดเดาได้ล่วงหน้าเลยว่าฝ่ายใดจะเป็นฝ่ายชนะกันแน่

 

              ...แต่ในท้ายที่สุด อิชิดะ งิน ก็ต้องถูก สละสิทธิ์ โดยผู้เป็นโค้ช วาตานาเบะ โอซามุ ซึ่งสาเหตุเกิดจากการที่งินตีลูกถล่มปฐพีร้อยแปดท่ามากเกินขีดจำกัดของตนจึงทำให้แขนของเขาหักจึงไม่สามารถแข่งขันต่อได้

             

              "เคนจิโร่คุง~" โค้ชโอซามุส่งเสียงลากยาวเรียกรองกัปตัน โคอิชิคาวะ เคนจิโร่ เมื่อคนที่ถูกเรียกหันมาก็บอกความต้องการของตนทันที

 

              "ช่วยพางินไปส่งโรงพยาบาลที" โค้ชโอซามุพูดพลางชี้ไปทางคนแขนหักที่กำลังนั่งกุมแขนของตนอยู่บนเก้าอี้โค้ช รองกัปตันชิเท็นโฮจิพยักหน้ารับเป็นคำตอบก่อนจะลงจากอัฒจันทร์เพื่อประคองตัวงินไปโรงพยาบาล แต่ก่อนที่เคนจิโร่จะประคองตัวงินไปนั้นก็มีเสียงขัดจากตรงหน้าขึ้นมาซะก่อน

 

              "ฉันขอเป็นคนพาตัวอิชิดะไปโรงพยาบาลแทนได้ไหม" เจ้าของคำถามนั้นคือ คาวามูระ ทาเคชิ ที่มีสภาพสะบักสะบอมไม่ต่างจากงินซักเท่าไหร่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาทั้งสอง "เพราะฉันเป็นต้นเหตุที่ทำให้อิชิดะต้องแขนหัก" น้ำเสียงที่จริงจังถูกเอ่ยออกมามันทำให้เคนจิโร่ยอมให้คาวามูระพาคนเจ็บไปโรงพยาบาลแทน  

 

              "ถ้า ผู้จัดการ มาถึงแล้ว อย่าพึ่งบอกอะไรออกไป...ไว้ฉันจะเป็นคนบอกเอง"

 

              นั่นคือคำพูดทิ้งท้ายของงินที่บอกกับสมาชิกชมรมของชิเท็นโฮจิ ทุกคนก็พยักหน้ารับความต้องการของคนเจ็บ เมื่อคาวามูระเดินประคองตัวงินจนพ้นจากสนามแข่งขัน เสียงของผู้ประกาศหนุ่มก็ดังขึ้นทันที

 

"ต่อไปนี้ จะเป็นการแข่งขันเทนนิสคู่มือ 1 ระหว่าง ตัวแทนโตเกียวโรงเรียนเซงาคุ..."

 

ก่อนที่ผู้ประกาศหนุ่มจะประกาศชื่อผู้แข่งออกมา สายตาของ จิโทเสะ เซนริ หนุ่มสีผิวแทนผู้เคยเป็นตัวจริงชมรมเทนนิสของชิเท็นโฮจิกำลังมอง เทะสึกะ คุนิมิตสึ  กัปตันเทนนิสโรงเรียนเซงาคุ ด้วยสีหน้าที่ประหลาดใจเป็นอย่างมาก

 

"คู่ เทะสึกะ คุนิมิตสึ  อินูอิ ซาดาฮารุ"เมื่อเสียงของผู้ประกาศหนุ่มสิ้นสุดลง ก็มีเสียงฮือฮาขึ้นจากฝั่งตรงข้ามทันที

 

..เพราะนี่เป็นคงครั้งแรกที่เขาได้เห็นเทะสึกะลงเล่นคู่

 

"เซงาคุ ส่งเทะสึกะมาลงเล่นคู่อย่างนั้นเหรอ กะจะตัดสินแพ้ชนะเลยล่ะสิ" ไซเซ็น ฮิคารุ ตัวจริง ปีสองพูดออกมาอย่างนั้นเพราะถ้าเซงาคุชนะในรอบนี้ก็จะเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศทันที

 

"เฮ้ พี่ชายหัวขโมย"

 

เสียงตะโกนนั้นจากบนอัฒจันทร์ทำให้เทะสึกะหันขึ้นไปมองทันที เพราะคนที่เรียกเขาแบบนั้นมีอยู่คนเดียว จิโทเสะ มิยูกิ น้องสาวของ จิโทเสะ เซ็นริ ที่มีผิวสีแทนเหมือนกับผู้เป็นพี่ชาย กำลังยืนโบกมือไปมาเรียกกัปตันหนุ่มและมีจิโทเสะคนพี่ยืนจับไหล่ของมิยูกิอย่างแนบแน่น พร้อมกับถามคำถามที่ปั่นประสาทฝ่ายตรงข้าม

 

"เทะสึกะ คุนิมิตสึ มาเล่นคู่แบบนี้จะแสดงฝีมือได้เต็มที่หรือไงกัน"

 

เทะสึกะไม่ตอบคำถามของจิโทเสะที่กำลังปั่นประสาทเขา แต่กลับมองจิโทเสะด้วยสายตาที่เรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความขุ่นเคืองภายใต้กรอบแว่นนั้น

 

แต่เพราะคำถามดูถูกเหยียดหยามของจิโทเสะ มันเลยทำให้เทะสึกะนึกถึงตัวเองในอดีตเมื่อตอนปีหนึ่ง

 

'เด็กอวดดีอย่างแกจะมีความสามารถขนาดไหนกันเชียว'

 

'เด็กอย่างแกมันก็เก่งแค่ในสนามเท่านั้นแหละ'

 

'ไหล่ของแกมันใช้การไม่ได้แล้วหนิ ออกจากชมรมไปเลยดีกว่ามั้ย?'

 

สารพัดคำดูถูกเหยียดหยามที่เทะสึกะเคยโดนจากพวกรุ่นพี่ มันเลยทำให้เขามีเรื่องกับรุ่นพี่อยู่บ่อยครั้ง มีแผลบ้างเป็นครั้งคราวแต่ก็ไม่ถึงกับปางตาย

 

ถึงแม้ในตอนนี้แผลนั้นจะจางหายไป..ตามกาลเวลาที่เด็กหญิงคนนั้นจากไป

 

...แต่สัมผัสอ่อนโยนของเธอที่คอยดูแลรักษาแผลให้เขาอย่างทะนุทะนอมตลอดมา

 

...มันยังคงตราตรึงอยู่ในใจเขา...จนถึงตอนนี้

 

ความคิดของเทะสึกะหยุดลงเมื่อได้ยินเสียงผู้ประกาศหนุ่มประกาศชื่อของผู้แข่งฝ่ายตรงข้ามออกมา

 

"ตัวแทนโอซาก้าโรงเรียนชิเท็นโฮจิ คู่ ไซเซ็น ฮิคารุ จิโทเสะ เซ็นริ"

 

เมื่อคำประกาศสิ้นสุดลง จิโทเสะก็มีสีหน้าตกใจอย่างมากเพราะตัวเขาพึ่งยื่นใบลาออกให้กับโค้ชโอซามุเมื่อไม่กี่ชั่วโมงนี่เอง...แล้วทำไมชื่อของเขาถึงไปปรากฏอยู่บนหน้าจอล่ะ ก่อนที่หนุ่มผิวสีแทนจะแสดงอาการงุนงงไปมากกว่านี้ เสียงจากที่นั่งโค้ชทำให้เขาได้สติกลับคืนมา

 

"จิโทเสะ~ รีบๆ มาได้แล้ว ได้เวลาแข่งแล้วล่ะ" โค้ชโอซามุพูดด้วยน้ำเสียงลากยาวติดอ้อน

 

"แต่ผม.."..ไม่ได้เป็นตัวจริงอีกแล้ว

 

"ฉันไม่อนุมัติเรื่องที่ออกจากชมรม เอาไว้ประกาศหลังจากแข่งกับเทะสึกะเสร็จก็ได้ไม่ใช่หรือไง แล้วอีกอย่างเสื้อที่นายใส่อยู่ก็เป็นเสื้อของตัวจริง นั่นความหมายว่า นายยังคงเป็นตัวจริงของชมรมเทนนิสโรงเรียนชิเท็นโฮจิไม่ใช่หรือไง จิโทเสะ เซนริ"

 

..น้อยครั้งที่โค้ชโอซามุจะพูดน้ำเสียงที่จริงจังและมันก็ได้ผล แววตาที่ฉายความลังเลของจิโทเสะเมื่อสักครู่แปรเปลี่ยนเป็นแววตาที่แน่วแน่ หนุ่มผิวสีแทนโค้งตัวขอบคุณโค้ชโอซามุที่ยังให้โอกาสเขาแข่งขัน แถมคู่แข่งในรอบนี้เป็นถึงเทะสึกะที่ได้รับฉายาว่ากัปตันตายด้านแห่งเซงาคุ นับได้ว่าเป็นโอกาสที่หาได้ยากมาก

 

"จิโทเสะ" เสียงเรียกดังมาจากด้านข้างของเขา เมื่อหันไปทางต้นเสียงก็พบกับเคนยะที่ยืนพิงกำแพงกั้นพร้อมกับล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่

 

"ไปซะ เพื่อ ผู้จัดการ ที่กำลังรอคอยชัยชนะของพวกเราอยู่"

 

จิโทเสะพยักหน้าตอบกลับหนุ่มสปีดสตาร์แห่งนานิวะ พลางถอดเสื้อคลุมของตนออกพร้อมกับพาดแร็กเก็ตไว้บนบ่าของตนและเดินลงไปยังสนามแข่งขันด้วยความมุ่งมั่นหมายจะคว้าชัย

 

ถึงแม้ในรอบนี้จะประกาศว่าเป็นการแข่งคู่ก็จริง แต่มันกลับกลายเป็นการแข่งเดี่ยวระหว่างเทะสึกะกับจิโทเสะไปซะงั้น สาเหตุเป็นเพราะ ท่าระเบิดปัญญาของจิโทเสะนั้นใช้ไม่ได้ผลกับการเล่นคู่ทำให้ไซเซ็นต้องจำใจเดินออกนอกคอร์ด ส่วนอินูอิที่เล่นคู่กับเทะสึกะเป็นคนหลีกทางออกมาเอง

 

เหมือนจะเป็นผู้เสียสละที่ดีนะ ถ้าอินูอิไม่ทิ้งท้ายคำพูดกับเทะสึกะไว้ว่า

 

"แค่ให้ฉันได้เก็บข้อมูลของนายในระยะใกล้ก็เพียงพอแล้ว"

 

...ในชีวิตของผู้ชายคนนี้เคยต้องการอะไรนอกจากข้อมูลบ้างมั้ยเนี่ย

 

ในที่สุด การแข่งขันที่เป็นตัวตัดสินชัยชนะที่จะไปสู่รอบชิงชนะเลิศ

 

...ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว


 

    

    

 

   


ท้องฟ้าที่กำลังแปรเปลี่ยนเป็นสีส้มในยามเย็น สองข้างทางที่ถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ตลอดทางเดิน คาวามูระที่กำลังเดินประคองงินไปตามทางอย่างยากลำบากเพราะว่าตัวของคนเจ็บนั้นสูงกว่าเขาอยู่หลายเซน แต่ประเด็นที่มันลำบากจริงๆ คือ ร่างกายบิ๊กไซต์ที่ใหญ่กว่าคนปกติเกือบสองเท่านั้นทำให้ประคองตัวคนเจ็บได้ยากลำบากยิ่งนัก

 

'กินคว*ยเป็นอาหารเหรอ (วะ) ครับ'

 

คาวามูระก่นด่าคนข้างกายอยู่ในใจ แต่เขาก็เป็นคนอาสาที่จะพางินไปโรงพยาบาลแทนเพื่อนร่วมทีมของเจ้าตัวเอง จะหงุดหงิดก็ไม่ได้จึงได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนที่จะตั้งสติเดินหน้าต่อไป แต่นัยน์ตาสีน้ำตาลของคาวามูระเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจทันทีที่เห็น ผู้หญิงคนนั้น กำลังยืนมองพวกเขาทั้งสองด้วยสีหน้าที่ตกใจเช่นเดียวกับเขา

 

'ไม่จริง...ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงมาอยู่ที่นี่ได้'

 

"ผู้จัดการ..."

 

เสียงเข้มของงินเอ่ยออกมาทำให้คาวามูระหลุดจากภวังค์แต่ก็ต้องตกใจอีกคราเมื่อรู้ว่าเธอเป็นคนของชิเท็นโฮจิ แววตาที่ตื่นตกใจในตอนแรกของผู้หญิงตรงหน้านั้นแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนและเดินตรงมาหาพวกเขาทั้งสอง

 

"ไม่ต้องขอโทษหรอกนะงิน นายทำดีที่สุดแล้ว"

 

"ฝากดูแลงินด้วยนะ...ทาคาชิคุง"

 

เสียงหวานใสของคนตรงหน้าเอ่ยออกมาพลางตบบ่าของงิน ก่อนที่เธอจะกระซิบข้างหูของคาวามูระ พร้อมกับเผยยิ้มบางๆ ออกมาและเดินสวนพวกเขาทั้งสองไป

 

ชื่อจริงของคาวามูระที่ไม่ได้ยินมาเนิ่นนานนับตั้งแต่ผู้หญิงคนนี้จากไปและนั่นทำให้เขายิ้มออกมาด้วยความดีใจ

 

...ดีใจที่ผู้หญิงคนนี้ยังคงเหมือนเดิม

 

"อืม ฉันจะดูแลเขาเป็นอย่างดีแน่นอน"

 

 

"...โคโทริจัง"

 

 

    


 

 


เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการแข่งขันระหว่าง โดยคะแนนของพวกเขาทั้งสองในตอนนี้คือ 5-1 เกมส์นั่นหมายความว่า เทะสึกะสามารถนำจิโทเสะได้ถึงสี่เกมส์เซต ถ้ากัปตันหนุ่มสามารถทำคะแนนได้อีกเพียงหนึ่งเกมส์เซต

 

...เซงาคุก็จะเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปโดยปริยาย

 

เพราะฉะนั้น ในเกมส์สุดท้ายนี้ เขาเทะสึกะ คุนิมิตสึ จะขอเป็นฝ่ายปิดฉากด้วยตัวเอง

 

"สิบลูก!" จิโทเสะเสริฟลูกเทนนิสทันทีที่น้ำเสียงหนักแน่นถูกเอ่ยออกมา

 

ผู้ชายคนนี้ทั้งๆ ที่รู้แก่ใจดีว่าท่าระเบิดปัญญาของตนที่ต้องใช้การคาดเดาว่าจะสามารถชนะอีกฝ่ายตามจำนวนลูกที่ตัวเองพูดออกไปนั้นได้ถูกเทะสึกะทำลายลงไปแล้ว แต่จิโทเสะก็ยังดื้อดึงที่จะใช้ท่านี้ต่อไป

 

เทะสึกะยอมรับว่าจิโทเสะเป็นคนที่ไม่ท้อแท้ต่อสิ่งใดและพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อที่จะโค่นเขาแต่มันก็เกินขีดจำกัดของฝ่ายตรงข้ามแล้วเช่นกัน เข่าของจิโทเสะทรุดลงกับพื้นสนามท่ามกลางเสียงฮือฮาของผู้ชมในสนาม

 

"15 - 0!!" เสียงประกาศของกรรมการตะโกนกึกก้องในเวลาเดียวกันกับลูกเทนนิสที่ตกลงบนฝั่งของเจ้าตัว

 

นั่นหมายความว่า...จิโทเสะเหลือโอกาสอีกเพียงแค่สองครั้งที่จะสามารถได้แข่งกับเทะสึกะบนสนามแห่งนี้ คนเข่าทรุดกำมือทั้งสองข้างเข้าไว้ด้วยกันอย่างแนบแน่น สายตาเอาแต่ก้มมองพื้นสนาม ไม่เงยหน้าขึ้นมองอะไรทั้งสิ้น

 

ความรู้สึกมั่นใจ...ที่คิดเอาไว้ว่าจะต้องโค่นเขาลงอย่างแน่นอน

 

แต่สุดท้ายความรู้สึกเจ็บใจ...ที่ไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งอย่างเขาก็แทรกเข้ามา

 

เทะสึกะเข้าใจความรู้สึกแบบนี้ดี เพราะเขาก็เคยมีอดีตในลักษณะนี้อยู่เหมือนกัน

 

อดีต อีกแล้วงั้นเหรอ? วันนี้เขานึกถึงคำๆ นี้ไปถึงสองครั้งก็จริงแต่ทำไมเรื่องราวทั้งหมดถึงต้องอยู่ในช่วงเวลาที่เด็กหญิงคนนั้นอยู่ร่วมกับเขา

 

เมื่อคิดถึงใบหน้าหวานที่มีรอยยิ้มอันอ่อนโยนดั่งดอกไม้แย้มบานนั้นพลอยทำให้ตัวเขาแอบยิ้มบางๆ ออกมาได้และมันทำให้เทะสึกะเคยสัญญากับตัวเองในอดีตว่าจะปกป้องรอยยิ้มของเด็กหญิงคนนี้ไม่ให้เธอต้องเสียน้ำตาออกมาเด็ดขาด

 

เขาสัญญากับตัวเองในใจเอาไว้อย่างนั้น

 

...แต่สุดท้ายกลับเป็นเขาเองที่ทำให้ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเศร้าและความเจ็บปวด หลังจากวันนั้น เด็กหญิงคนนั้นก็จากไปจนเวลาล่วงเลยมาถึงสองปีและเป็นเวลาอีกสองปีที่เทะสึกะพยายามตามหาตัวเด็กหญิงแทบพลิกแผ่นดิน แต่สุดท้ายก็ไม่พบเจอ

 

ในตอนนี้...เธออยู่ที่ไหนกัน โคโทริ

 

-Catch the moment - Lisa-

 

僕の声が響いたときに始まる

Boku no koe ga hibiita toki ni hajimaru

(นับตั้งแต่วินาทีที่เสียงของฉันดั่งก้องขึ้น)

 

命のリミット心臓がカウントしてる

 Inochi no rimitto shinzoga kaunto xeru

(จังหวะหัวใจที่บอกถึงขีดจำกัดของชีวิตก็เริ่มต้นนับ)


 

                เสียงหวานละมุนของใครบางคนที่กำลังขับขานบทเพลง ทำให้เทะสึกะหลุดออกจากภวังค์ เสียงฮือฮารอบข้างก็พลันหยุดลง สายตาทั้งหมดจับจ้องไปทางต้นเสียงบนอัฒจันทร์ฝั่งโรงเรียนชิเท็นโฮจิ  

    

               แววตาคมคายภายใต้กรอบแว่นแสดงความตระหนกตกใจอย่างปิดไม่อยู่ เมื่อพบคำตอบของคำถามในใจ    


               ...คำตอบที่เขาเฝ้ารอคอยมานานนับถึงสองปี

   


  叶えても叶えても 

kanae te mo kanae te mo

(แม้มันจะจริง แม้มันจะสมหวัง)


 終わらない願い

owara nai negai

      (คำอธิษฐานก็ไม่มีวันจบ)    





ภาพตรงหน้าที่สะท้อนเข้าไปในนัยน์ตาสีน้ำตาลของเทะสึกะนั้นทำเอาลมหายใจขาดห้วงไปชั่วครู่อย่างไม่รู้ตัว

 

เด็กสาวร่างบางตรงหน้าที่คุ้นเคยกำลังขับขานบทเพลงด้วยน้ำเสียงหวานละมุนพลางก้าวขาเรียวยาวลงขั้นบันไดอัฒจันทร์ทีละขั้นอย่างไม่รีบร้อน

 

ทั้งเรือนผมสีเทาขลับน้ำตาลอ่อนที่ยาวสลวยถึงกลางหลัง นัยน์ตาสีอำพันที่สะท้อนความอ่อนโยนออกมา และชุดกระโปรงสีเขียวมินต์ที่สวมใส่ ลักษณะภายนอกทั้งหมดของผู้หญิงคนนี้ยังคงเหมือนเดิมไม่แตกต่างกับเมื่อสองปีก่อนมากนัก ยกเว้นเพียงแค่ความสูงที่แตกต่าง

 

 

ยิ่งมีเสียงฮือฮาเรียกชื่อของเด็กสาวดังมาจากอัฒจันทร์ทางฝั่งชิเท็นโฮจิก็ทำให้ เทะสึกะมั่นใจได้ในทันทีว่าผู้หญิงคนนี้คือเด็กสาวผู้เป็นรักแรกและแฟนเก่าของเขา

 

มินามิ โคโทริ...เธอกลับมายืนตรงหน้าเขาอีกครั้งจริงๆ

 

   


           汗をかいて走った

ase o kaite haxta 

(แม้จะเหนื่อยเท่าไหร่ จะฝืนไป)


世界の秒針は

sekai no byoshin wa

)(ต่อให้มือมันอ่อนล้า)


いつか止まった僕を置いていく

 itsuka tomatta boku o oi te iku

(และสักวันหากล้มลงหมดเรี่ยวแรงก็ยังลุกยืน)





"พอได้แล้ว...โคโทริ"

           

เสียงทุ้มของจิโทเสะดังมาจากฝั่งตรงข้าม ทำให้เทะสึกะหลุดจากภวังค์พร้อมกับเสียงหวานละมุนที่ขับขานบทเพลงเมื่อครู่ก็หยุดลงตามคำสั่งพอดีกับขาเรียวยาวทั้งสองข้างก้าวลงไปที่บันไดขั้นสุดท้าย

 

"ถึงเธอจะร้องเพลงนี้ก็เถอะ แต่เธอรู้ดีไม่ใช่เหรอว่ายังไงฉันก็เป็นฝ่ายแพ้อยู่ดี"

 

จิโทเสะพูดพลางใช้แร็กเก็ตยันกายที่เกินขีดจำกัดให้ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง นัยน์ตาสีนิลมองขึ้นไปสบกับนัยน์ตาสีอำพันพอดี ทั้งสองไม่มีใครหลบตากันและกัน เป็นเวลาเพียงไม่นานโคโทริก็เป็นฝ่ายยอมแพ้กับเกมส์จ้องตาในครั้งนี้ เธอยกยิ้มเบาๆ และเอ่ยประโยคที่ทำให้นัยน์ตาของ  จิโทเสะเบิกกว้างขึ้นทันทีที่ได้ยิน         

 

"ใช่ นายเป็นฝ่ายแพ้แน่นอน เซนริ แต่อย่าลืมสิว่าการแข่งครั้งนี้เป็นการแข่งคู่"

 

เมื่อโคโทริเห็นว่าจิโทเสะไม่ตอบโต้อะไรกลับมานอกจากนัยน์ตาที่เบิกกว้างขึ้น เธอจึงเอ่ยต่อ

 

"ถ้านายแพ้ ฮิคารุก็แพ้ไปด้วย ที่เขายอมเสียสละอยู่นอกคอร์ด ก็เพราะรู้ดีว่านายเป็นคนเดียวที่สามารถต่อกรกับผู้ชายคนนี้ได้"

 

เสียงในสนามก็เงียบลงทันทีที่โคโทริพูดจบประโยค มีเพียงแต่เสียงหอบเหนื่อยของคนทั้งสองในสนาม       จิโทเสะหันไปหาไซเซ็นที่ยืนอยู่นอกคอร์ดด้วยความรู้สึกผิดในใจ ถึงแม้สีหน้าของรุ่นน้องตรงหน้าจะเรียบนิ่งแต่ภายในใจคงจะโกรธและเสียใจอยู่ไม่น้อย

 

จิโทเสะรู้ดี ว่าไซเซ็นอยากแข่งกับเทะสึกะมากขนาดไหน มันอาจจะเป็นโอกาสเพียงครั้งเดียวในชีวิตที่ได้ลงสนามร่วมกัน แต่รุ่นน้องคนนี้กลับเสียสละให้เขาแข่งแทนคงเพราะเชื่อมั่นในตัวเขามาก ว่าจะสามารถได้รับชัยชนะในรอบนี้

 

แต่แต่เขากลับทำให้ความเชื่อใจของไซเซ็นที่ให้กับตัวเขานั้นเสียเปล่า เพราะอีกเพียงสองลูกเขาก็จะพ่ายแพ้อย่างเต็มรูปแบบและรุ่นน้องคนนี้ก็อาจจะไม่เชื่อใจในตัวเขาอีกต่อไป

 

ฉันขอโทษนะ ฮิคารุ"


จิโทเสะกล่าวคำขอโทษออกไปพลางก้มหัวให้กับไซเซ็น ถึงแม้จะไม่ยกโทษให้เขาก็ไม่เป็นไร เพราะเป็นความผิดของเขาเองที่ไม่สามารถชนะเทะสึกะได้

  

"ไม่เป็นไรหรอกครับ รุ่นพี่จิโทเสะ"

 

น้ำเสียงทุ้มของไซเซ็นเอ่ยออกมาปกติ ไม่มีความโกรธและความเสียใจแฝงอยู่เลยแม้แต่นิดเดียว ทำให้จิโทเสะก็เงยหน้าขึ้นมองไซเซ็นด้วยความไม่เข้าใจ

 

"มันก็เป็นความผิดผมด้วยส่วนหนึ่ง ที่ไม่สามารถช่วยอะไรรุ่นพี่ได้เลย จนรุ่นพี่ทนขีดจำกัดของตัวเองไม่ไ-" ไซเซ็นเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกผิดไม่แพ้กับจิโทเสะ แต่คำสุดท้ายที่กำลังจะพูดว่า ไม่ไหว ก็ถูกขัดลงด้วยเสียงหวานของโคโทริบนอัฒจันทร์

 

"เพราะฉะนั้นนะ เซ็นริ ถึงจะแพ้ก็ไม่เป็นไร แต่อย่าถอยออกมาจนกว่าลูกสุดท้ายจะตกลงบนคอร์ดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนะ"

 

เมื่อโคโทริพูดให้กำลังใจจิโทเสะเสร็จสิ้น ก็มีสัมผัสจากฝ่ามืออุ่นแตะลงบนไหล่ของเธอก่อนที่คนคนนั้นจะเดินมายืนอยู่ข้างกายเธอ และเมื่อร่างบางกำลังจะเงยหน้ามองว่าเป็นใครก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เสียงทุ้มข้างกายพูดออกมา



"ถูกอย่างที่โคโทริพูดนั่นแหละ จิโทเสะ ถึงจะไม่สามารถเอาชนะเทะสึกะได้ก็ตาม แต่อย่ายอมแพ้จนกว่าจะจบเกมส์เด็ดขาด"


 

ชิราอิชิผู้เป็นศูนย์กลางของทีมพูดให้กำลังใจด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นสมกับเป็นกัปตันทีมโรงเรียนชิเท็นโฮจิ  

  

"ถ้าจะแพ้ก็แพ้ให้มีศักดิ์ศรีหน่อยละกันนะ จิโทเสะ"

 

เสียงทุ้มของโค้ชโอซามุเอ่ยออกพลางยิ้มยกให้กับลูกศิษย์ของตนบนสนาม และนั่นทำให้คนอื่นๆ ในทีมส่งเสียงตะโกนเชียร์ออกมาด้วยเช่นกัน จิโทเสะไม่พูดอะไรออกมา แต่กลับยกยิ้มบางๆ และพลางใช้แร็กเก็ตชี้ไปทางทุกคนในทีมเพื่อเป็นการให้หยุดเสียงเชียร์ เมื่อทุกคนเงียบเสียงลงก็เปลี่ยนทิศทางของแร็กเก็ตให้ชี้ไปทางคู่แข่งตรงหน้า

 

"ยังไงฉันก็ไม่สามารถเอาชนะนายได้อยู่แล้วนี่นา เพราะฉะนั้น เรามาแข่งกันให้สนุกแทนดีกว่าไหม เทะสึกะ"

 

เทะสึกะไม่พูดอะไรออกมา แต่กลับยกยิ้มบางๆ แทนคำตอบของตน จิโทเสะพอรู้ถึงความหมายของรอยยิ้มนั้น จึงลดแร็กเก็ตลงข้างตัวและหยิบลูกเทนนิสที่อยู่บนพื้นสนามขึ้นมาและเสิร์ฟลูกเทนนิสลูกนั้นออกไป



...สุดท้ายแล้ว ลูกเทนนิสก็หล่นลงบนเส้นฝั่งชิเท็นโฮจิตามที่ทุกคนคาดการณ์เอาไว้ แต่แววตาและท่าทางของคนที่พึ่งพ่ายแพ้มาหมาดๆ กลับไม่มีความเศร้าหมองเลยแม้แต่นิดเดียว แต่แววตานั้นแสดงถึงความเป็นห่วงใครคนหนึ่งบนอัฒจันทร์ เมื่อเทะสึกะจะหันไปมองว่าเป็นใคร ก็ถูกเสียงทุ้มของคนตรงหน้าขัดขึ้นเสียก่อน

 

"ถ้ามีโอกาสได้แข่งกับนายอีกครั้ง ฉันจะชนะนายให้ได้เลยคอยดู เทะสึกะ"

 

รู้สึกตัวอีกทีเจ้าของเสียงทุ้มที่ประกาศกร้าวว่าครั้งหน้าจะเอาชนะเขาพร้อมรอยยิ้ม ก็มาหยุดยืนตรงหน้าเน็ตพร้อมกับยื่นมือออกมาเสียแล้ว

 

"ไว้ถึงตอนนั้น ฉันจะรอนะ"

 

เสียงทุ้มเย็นชาเอ่ยพลางจับมือเป็นการตอบกลับ ก่อนจะปล่อยมือและหันหลังเดินไปหาทีมของตน

 

เมื่อเทะสึกะนั่งเช็ดเหงื่อและดื่มน้ำดับกระหายอยู่บนเก้าอี้โค้ช สมาชิกในชมรมก็ต่างลงมาจากอัฒจันทร์เพื่อแสดงความยินดีกับชัยชนะของเขาด้วยถ้อยคำมากมาย

 

"ชนะจนได้นะ เทะสึกะ"

 

"สุดยอดจริงๆ เลยนะนายเนี่ย"

 

"สมกับเป็นกัปตันเลยครับ"

 

ถ้อยคำมากมายที่แสดงความยินดีกับชัยชนะของกัปตันทีม มันกลับไม่เข้าหูเจ้าตัวเลยแม้แต่น้อย เพราะตอนนี้สิ่งที่เทะสึกะสนใจเพียงอย่างเดียวคือโคโทริที่กำลังนั่งเหม่อลอยบนที่นั่งอัฒจันทร์ฝั่งตรงข้าม สีหน้าของเด็กสาวมีความเศร้าหมองต่างจากเมื่อครู่ที่มีแต่ความสดใสโดยสิ้นเชิง

 

แม้กาลเวลาจะผ่านมาถึงสองปีแล้วก็ตาม แต่โคโทริก็ยังคงเป็นผู้หญิงคนเดียวจริงๆ ที่สามารถทำให้เขาหัวใจว้าวุ้นได้ ในยามที่เธอมีสีหน้าเศร้าหมอง

 

...ทำไมต้องเป็นเธอเพียงคนเดียวด้วย โคโทริ

 




"โคโทริ"


  

"โคโทริ"

 

 

"นี่..โคโทริ"

 

 

เสียงทุ้มของเคนยะเรียกเจ้าของชื่อที่นั่งหน้าเศร้าหมองอยู่เป็นครั้งที่สามกว่าเธอจะได้สติและหันมามองหน้าก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างบนใบหน้า ทุกคนเห็นดังนั้นจึงไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกไป เพราะทุกคนรู้ดีว่านั่นเป็นรอยยิ้มที่ฝืนยิ้มออกมา

 

 

"โคโทระ.."

 

 

เคนยะที่กำลังจะเรียกชื่อเด็กสาวอีกครั้งนั้นกลับหยุดชะงักลง เมื่อมือของใครบางคนสัมผัสลงบนไหล่หนาของตน พร้อมกับเสียงที่ดังแทรกขึ้นมาจากทางด้านหลัง

 

 

"นี่ คุณผู้จัดการ วันนี้เธอลืมร้องเพลงให้พวกเราฟังหรือเปล่า" คำถามของจิโทเสะ ทำให้ทุกคนรอบๆ ต่างก็เชียร์ให้โคโทริไปร้องเพลงหลังจากแข่งเสร็จเหมือนที่ผ่านมา      



"ถ้าได้ฟังเสียงอันอ่อนโยนของโคโทริจัง พวกเราคงจะไม่เศร้าเรื่องที่แพ้ไปเลยล่ะ"

 

 

"นั่นสินะ ถือว่าเป็นเพลงปลอบใจพวกเราละกันนะ โคโทริ"

 

 

"รุ่นพี่โคโทริครับ!"

 

 

เสียงเชียร์ของพวกตัวจริงและรุ่นน้อง ทำให้โคโทริเผลอยิ้มกว้างออกมาโดยไม่รู้ตัว ก่อนที่จะลุกจากที่นั่งและก้าวลงบันไดอัฒจันทร์ทีละก้าว เธอแอบเห็นว่าตอนที่ลุกขึ้นเมื่อครู่   ทุกคนต่างก็ยิ้มออกมาในทันที แต่จู่ๆ ขาเรียวยาวทั้งสองข้างกลับหยุดเดินลงที่บันไดขั้นสุดท้าย เมื่อได้ยินสิ่งที่จิโทเสะพูดจากทางด้านหลัง

 

 

"ถึงแม้พวกเราจะแพ้แล้วก็เถอะ แต่ฉันก็อยากให้เธอร้องเพลงนั้น...เพลงที่เธอแต่งเพื่อที่จะร้องในวันที่พวกเราชนะเลิศการแข่งขันทั่วประเทศได้หรือเปล่า โคโทริ?"                          

 


สิ้นคำถามของจิโทเสะ เด็กสาวก็หันหลังมาหาเขาพร้อมกับนัยน์ตาสีอำพันที่เบิกกว้างด้วยความตกใจเป็นอย่างมาก ริมฝีปากบางสั่นเทาพูดอะไรไม่ออก เพราะไม่คิดว่าเขาจะรู้เรื่องเพลงที่แต่งขึ้นมาอย่างลับๆ จนได้    ...เพลงที่เธอคิดจะเก็บไว้ร้องอย่างมีความสุขในวันที่ชิเท็นโฮจิชนะเลิศทั่วประเทศ

 

 

"ฉันขอโทษที่แอบอ่านเนื้อเพลงของเธอ แต่ฉันไม่อยากให้ความตั้งใจที่เธอแต่งเพลงนี้เพื่อพวกเราทุกคนต้องสูญเปล่า เพียงเพราะพวกเราแข่งแพ้หรอกนะ"

 

 

"ไม่เป็นอะไรหรอก โคโทริ ร้องออกมาเถอะ" ชิราอิชิเอ่ยออกมาพลางตบบ่าให้กำลังใจโคโทริ

 

 

"ใช่แล้วล่ะ โควจัง ยังไงก็เป็นเพลงที่แต่งเพื่อพวกเราใช่มั้ยล่ะ ถ้าไม่ได้ฟังฉันคงเสียดายแย่เลย" คินทาโร่เอ่ยออกมาพลางกระโดดกอดคอหยอกล้อกับร่างบาง

 

 

"ถือว่าเป็นการแข่งขันระดับประเทศครั้งสุดท้ายที่เธอจะร้องเพลงให้พวกเราทุกคนฟัง ในฐานะผู้จัดการชมรมเทนนิสโรงเรียนชิเท็นโฮจิละกันนะ"

 

 

โค้ชโอซามุเอ่ยออกมาพร้อมกับมองเด็กสาวที่พึ่งหลุดจากการเกาะกุมของคินทาโร่ไปด้วยสีหน้าที่จริงจัง เด็กสาวเผยยิ้มบางออกมาก่อนจะเดินสาวเท้าเข้าไปกระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหูของโค้ชโอซามุ ก่อนที่เธอจะเดินออกไปอยู่ตรงหน้าเขาเพื่อที่จะเตรียมร้องเพลง

 

 

...คำกระซิบของโคโทริเมื่อครู่เรียกรอยยิ้มจากชายหนุ่มได้ในทันที

 

 

'ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะคะ คุณโอซามุ'

 

 

ขาเรียวยาวยืนหยุดนิ่งห่างจากอัฒจันทร์ประมาณสิบก้าว เป็นตำแหน่งที่เธอชอบยืนร้องเพลงเป็นประจำหลังพวกเราแข่งขันเสร็จ ก่อนจะเงยหน้ามองดูทุกคน ตำแหน่งของผู้ฟังก็เหมือนเดิมเฉกเช่นทุกครั้ง

 

 

...พวกตัวจริงจะยืนอยู่บนอัฒจันทร์ชั้นแรก ยกเว้น คินจัง ที่จะมานั่งฟังตรงเก้าอี้โค้ชกับคุณโอซามุ ส่วนรุ่นน้องปีหนึ่งและปีสองในชมรมก็จะฟังบนชั้นอัฒจันทร์ถัดจากพวกตัวจริง

 

 

โคโทริสูดลมหายใจเข้า ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมา รอยยิ้มกว้างของเธอทำให้พวกเขารู้สึกยิ่งอยากฟังว่าเพลงที่เด็กสาวแต่งเพื่อพวกเขามันจะวิเศษเพียงไหนกัน?

 

 

Shonichi - Takeuchi Miyu

 

 

スポットライトがこんなに眩しいなん

SUPPOTORAITO ga konna ni mabushii nante

(แสงของสปอตไลท์เจิดจ้าขนาดนี้นี่เอง)

 


長い夜が明けた朝陽のよう

nagai yoru ga aketa asahi no you ne

(เหมือนพระอาทิตย์ยามรุ่งสางที่ฉายแสงหลังค่ำคืนอันยาวนาน)

 

 

 

ทันทีที่เสียงหวานละมุนขับขานบทเพลงที่แต่งด้วยใจออกมา เสียงทางอัฒจันทร์ฝั่งตรงข้ามก็เงียบลงราวกับอยากต้องการฟังเสียงหวานร้องเพลงนี้ด้วย

 

 

先輩たちには負けたくないよ 絶対

senpaitachi ni wa maketakunai yo zettai ni

(ไม่ว่าอย่างไรก็จะไม่ยอมแพ้พวกรุ่นพี่เด็ดขาด)

 

 

私たちのショーを作りたかっ

wataxachi no SHOO wo tsukuritakatta

(เราจะสร้างการแสดงที่เป็นของเราเองขึ้นมา)

 

 

ในการซ้อมที่ผ่านพ้นอย่างยากลำบากในแต่ละวันนั้น จะต้องมีคำพูดอย่างนี้อยู่เสมอ  

 

 

"ผมจะไม่ยอมแพ้พวกรุ่นพี่หรอกครับ"

 

 

"สักวัน ผมจะต้องชนะรุ่นพี่ให้ได้"

 

 

คำพูดเหล่านั้นที่คนทุกคนต้องเคยเป็นรุ่นน้องต้องพูดออกมาสักครั้ง เป็นแรงกระตุ้นให้ตัวเธอใส่ความตั้งใจของรุ่นน้องที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อรุ่นพี่ลงในบทเพลง

 

 

怪我をして休んだ

kega wo xe yasunda toki

(ช่วงเวลาที่ได้รับบาดเจ็บจนต้องหยุดพัก)

 

 

悔しくて 泣いた日もあ

kuyashikute naita hi mo aru 

(และวันที่เจ็บปวดจนหลั่งน้ำตานั้นก็มีอยู่)

 

 


'อั่ก!'

 

 

เสียงร้องของจิโทเสะดังออกมาด้วยความเจ็บปวดทันทีที่โดนลูกถล่มปฐพีร้อยแปดท่าของงินอัดเข้าที่ไหล่อย่างจัง

 

 

ส่งผลให้เด็กหนุ่มต้องหยุดพักฟื้นตัวเป็นเวลาสองอาทิตย์...โดยมีเธอที่ดูแลเขาข้างกายตลอดระยะการรักษา

 

 

...และในวันสุดท้ายของการพักฟื้นตัว โคโทริไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเองเลยว่า ผู้ชายอย่าง จิโทเสะ เซนริ จะหลั่งน้ำตาด้วยความรู้สึกที่เจ็บปวดออกมาให้เธอได้เห็น

 

 

学校とレッスン

gakkou to RESSUN no

(วันที่หมดแรง อยากจะถอดใจ)

 

両立にあきらめた日もあ

ryouritsu ni akirameta hi mo aru

(จากการที่ต้องเรียนหนังสือไปด้วยและซ้อมไปด้วยก็เคยมี)

 

 

"ทำไมการแข่งขันระดับเขตต้องอยู่ใกล้ๆ กับวันสอบด้วย ฉันยิ่งไม่มีเวลาอ่านหนังสืออยู่นะ"

 

 

เคนยะโอดครวญพลางหยิบกล่องลูกเทนนิสเก็บให้เข้าที่ในห้องชมรม โดยมีสมาชิกในชมรมกำลังเปลี่ยนเสื้อเป็นเสื้อนักเรียน เพื่อที่จะเตรียมตัวกลับบ้านไปอ่านหนังสือ...แม้จะมีเวลาเหลืออยู่น้อยนิดก็เถอะ

 

 

"นั่นสินะ ทุกวันนี้ฉันรู้สึกเหมือนมาโรงเรียนเพื่อมานอนหลับเอาแรงซ้อมยังไงยังงั้นเลยล่ะ" ยูจิเอ่ยออกมาพลางเก็บแร็กเก็ตใส่เข้าไปในกระเป๋าของตน

 

 

"อย่าเครียดไปเลยนะ ยูจิ ฉันเชื่อว่าพวกเราจะสามารถผ่านมันไปได้นะ ฉันจะเป็นกำลังสำคัญให้นายเอง"

 

 

โคฮารุเอ่ยพลางตบบ่าให้กำลังใจ ยูจิมองหน้าโคฮารุและโอบกอดแฟนสาว(?) ของเขา และกระซิบที่ข้างหูว่า 'ขอบคุณ' ส่งผลทำให้เกิดกลิ่นอายความรักสีม่วงกระจายอยู่ทั่วบริเวณ การที่ทุกคนจะขนลุกโดยไม่ได้นัดหมายตอนนี้มันทำให้พวกเขาอยากจะออกจากห้องนี้เหลือเกิน

 

 

แอ๊ด

 

 

เสียงเปิดประตูดังขึ้นราวกับเป็นเสียงสวรรค์ที่ลงมาช่วยพวกเขาจากคู่รักโฮโม เมื่อหันไปก็ปรากฏร่างของโคโทริเดินเข้ามาภายในห้องชมรมพร้อมกับวางหนังสือเรียนกับสมุดจำนวนหกเล่มบนโต๊ะใหญ่กลางห้อง

 

 

"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หลังจากซ้อมเสร็จ ฉันจะติวหนังสือให้พวกนายวันละสามวิชาจนกว่าจะถึงวันสอบ"

 

 

...ถ้าในวันนั้น โคโทริไม่เดินไปได้ยินพวกนั้นบ่นเรื่องอ่านหนังสือออกมา เธอคงจะไม่รู้เลยว่าชีวิตในแต่ละวันของพวกเขานั้นเหนื่อยจากการซ้อมจนต้องใช้เวลาเรียนเป็นเวลานอนแทน เด็กสาวจึงตัดสินใจที่จะติวหนังสือให้หลังเลิกซ้อมแทน ในช่วงเวลานั้น ก็จะมีชิราอิชิและ จิโทเสะคอยช่วยเหลือเธอในการติว

 

 

ผลสุดท้ายคะแนนของทุกคนก็ดีขึ้นอย่างที่คาดการณ์เอาไว้ แต่คะแนนวิชาอังกฤษของคินทาโร่ที่คะแนนไม่เคยเกิน 10 เต็ม 100 ในตอนนี้กลายเป็น 60 เต็ม 100 นั่นเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อสำหรับใครหลายๆ คน รวมทั้งครูผู้สอนด้วย 

 

 

...ความทรงจำในวันนั้น นับเป็นความทรงจำที่ดีอีกวัน เมื่อโคโทริได้เห็นรอยยิ้มของพวกเขาทุกคนเมื่อรับรู้ว่าตัวเองคะแนนดีขึ้นกว่าครั้งไหนๆ จากตัวของเธอเอง

 

 

だけどアンコール

dakedo ANKOORU ga

(แต่ว่านะ เหมือนกับได้ยินเสียงอังกอร์)

 

どこかで聞こえ

dokoka de kikoeta

(ดังแว่วมาจากที่ใดซักแห่ง)


 

 

'วันนี้ เลิกซ้อมได้'

 

 

'ครับ!'

 

 

หลังจากที่โค้ชโอซามุสั่งเลิกซ้อมเสร็จ ชายหนุ่มก็เดินขึ้นบันไดไปที่ชั้นดาดฟ้า เพื่อไปสูบบุหรี่ซึ่งมันกลายเป็นกิจวัตรประจำวันของเขาหลังปล่อยเด็กในชมรมเลิกซ้อมเสร็จแล้ว  ในระหว่างทาง เขาก็คิดอะไรเรื่อยเปื่อยเกี่ยวกับชมรม

 

 

'ทั้งๆ ที่วันนี้ก็มีคนมาสมัครชมรมมากขึ้นแล้ว ทุกคนต่างก็ขยันขันแข็งในการซ้อม มีตลกมุขแป้กกันบ้าง แต่เขาก็รู้สึกเหมือนชมรมเรายังมีอะไรบางอย่างขาดหายไป...'

 

 

-Start Dash - μ

 

うぶ毛の小鳥たちも

ubuge no kotoritachi mo

(เหล่าลูกนกตัวน้อยที่ยังมีปีกอันอ่อนเยาว์นั้น)

 


いつか空に羽ばたく

itsuka sora ni habataku

(สักวันก็จะโบยบินไปสู่ฟากฟ้า)

 

 

 

 

 

大きな強い翼で飛ぶ

 

ooki na tsuyoi tsubasa de tobu

 

(ด้วยปีกใหญ่อันแข็งกล้าเช่นกัน)

 

 

 

เมื่อโค้ชโอซามุเดินขึ้นบันไดมาจนเหลืออีกเพียงสองชั้นก็จะถึงชั้นดาดฟ้า ก็มีเสียงร้องเพลงของใครบางคนจากด้านบนดังแว่วเข้ามาผ่านโสตประสาทของชายหนุ่มทันที

 

 

...นับว่าเป็นเสียงที่เพราะมากเลยทีเดียว

 

 

เสียงเพลงงั้นเหรอ? ถ้ามีคนร้องเพลงให้ในระหว่างฝึกซ้อมคงจะเป็นเรื่องที่ดีไม่มากก็น้อย เพราะ มันอาจจะทำให้ชมรมมีสีสันมากขึ้นก็เป็นไปได้

 

 

諦めちゃダメなんだ 

akiramecha dame nanda

(ห้ามยอมแพ้เด็ดขาดเลยนะ)


その日が絶対来る

sono hi ga zettai kuru

(ไม่ว่าอย่างไร วันนั้นจะต้องมาถึง)

 

君も感じてるよね

kimi mo kanjiteru yo ne

(เธอเองก็รู้สึกได้เหมือนกันใช่ไหม)


始まりの鼓動

hajimari no kodou

(ถึงจังหวะหัวใจแห่งการเริ่มต้น)

 

 

รู้ตัวอีกที ขาของเขาก็ก้าวมาถึงชั้นบนสุดเสียแล้ว ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าของโค้ชโอซามุคือ ร่างของเด็กสาวเรือนผมสีเทาขลับสีน้ำตาลอ่อนกำลังยืนร้องเพลง โดยมีแสงอาทิตย์ยามเย็นและกลีบซากุระโปรยปราย ทำให้ร่างบางดูน่าดึงดูดขึ้นไปอีกเท่าตัว

 

 

ถึงแม้โค้ชโอซามุจะไม่เห็นหน้าก็เถอะ แต่เขาก็รู้ได้ในทันทีว่าเด็กสาวตรงหน้าคือใคร เมื่อเห็นเรือนผมสีเทาขลับสีน้ำตาลอ่อน

 

 

โคโทริ มินามิ เด็กใหม่ที่เพิ่งเข้ามาได้สองวัน โดยมีวาตานาเบะ โอซามุเป็นอาจารย์ประจำชั้นของเด็กสาวคนนี้

 

 

...ไม่คิดว่าจะร้องเพลงได้เพราะขนาดนี้

 

 

แต่ก็มีอีกหนึ่งความคิดที่ผุดขึ้นมาในหัวของโค้ชโอซามุ ความคิดนั้นทำให้ชายหนุ่มหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดไฟแช็กพร้อมกับจรดมันลงบนปลายปากของตัวเอง และปล่อยควันบุหรี่สีเทาลอยคลุ้งอยู่กลางอากาศ ก่อนจะเดินตรงเข้าหาร่างบางที่กำลังร้องเพลงอยู่

 

 

"ร้องเพลงเพราะดีหนิ" เสียงทุ้มที่ดังมาจากทางด้านหลังทำให้การร้องเพลงของโคโทรินั้นหยุดชะงักลง  ร่างบางหันหลังว่าเป็นใครก็พบกับอาจารย์ที่ปรึกษาของเธอเดินมาหยุดอยู่ข้างๆ เธอพร้อมกับวางมือไว้บนราวกั้น

 

 

...แต่สิ่งที่ทำให้โคโทริประหลาดใจมากที่สุดคงจะเป็นบุหรี่ที่เขาถืออยู่ในมือนั่นแหละ

 

 

"ขอบคุณนะคะ อาจารย์โอซามุ" เสียงหวานกล่าวคำขอบคุณออกไป โดยที่ไม่ถามเรื่องบุหรี่ออกไป...ถึงแม้จะสงสัยก็เถอะ

 

 

"เพลงที่เธอร้องฉันรู้สึกไม่คุ้นหูซักเท่าไหร่ แต่งเพลงเองหรือเปล่า"

 

 

"ใช่ค่ะ แต่มีเพื่อนฉันอีกสองคนช่วยแต่งเพลงนี้ขึ้นมาจนสำเร็จค่ะ" โคโทริเอ่ยถึงความหลังพลางเผยรอยยิ้มบางออกมา

 

 

"มินามิ"

 

 

ร่างสูงเรียกคนที่อยู่ข้างกายพลางอัดมวนบุหรี่เข้าไปอีกรอบก่อนจะหันหน้าไปอีกทางเพื่อป้องกันไม่ให้ควันบุหรี่ไปทางร่างบาง เมื่อปล่อยให้ควันบุหรี่ปล่อยคลุ้งไปอีกทางแล้ว      ชายหนุ่มก็หันหน้ามาสบกับนัยน์ตาสีอำพันที่มองมาทางเขาด้วยสีหน้าที่ตกใจผสมกับความอยากรู้ในสิ่งที่อาจารย์ที่ปรึกษากำลังจะพูดกับเธอ

 

  

"เธอสมัครเข้าชมรมไปหรือยัง" เมื่ออาจารย์โอซามุถามออกมา โคโทริก็ส่ายหน้าทันที

 

 

"ถ้าอย่างงั้น เธอสนใจมาเข้าชมรมเทนนิสที่ครูเป็นที่ปรึกษาชมรมในฐานะผู้จัดการมั้ย" ภายในนัยน์ตาสีมรกตของชายหนุ่มไม่มีคำว่าล้อเล่นอยู่ในแววตาเลยแม้แต่น้อย

 

 

"คะ?" โคโทริอุทานในสิ่งที่เขาพูดออกมาเมื่อครู่ด้วยความตกใจ

 

 

"...ฉันอยากให้เสียงร้องเพลงของเธอมาช่วยเติมเต็มให้ชมรมสมบูรณ์แบบ ฉันอยากให้เธอเป็นกำลังสำคัญกับคนในชมรมเวลาพวกเขาเหนื่อยจากการซ้อม" เสียงทุ้มแฝงไปด้วยความมุ่งมั่นไว้อย่างชัดเจน ทำให้โคโทริยิ้มกว้างออกมา

 

 

"ฉันตัดสินใจที่จะเข้าชมรมตั้งแต่ที่อาจารย์กล้าเสี่ยงสูบบุหรี่ต่อหน้าฉัน โดยที่ไม่กลัวฉันจะเอาไปฟ้องอาจารย์แล้วล่ะค่ะ" สิ่งที่เด็กสาวพูดทำให้ชายหนุ่มยิ้มออกมาได้ในทันที

 

 

"ฉันจะทำหน้าที่ผู้จัดการให้ดีที่สุดนะคะ อาจารย์โอซามุ"

 

 

"ขอบคุณนะ มินามิ...ยินดีต้อนรับเข้าสู่ชมรมเทนนิสนะ"

 

 

...นับเป็นจุดเริ่มต้นของมินามิ โคโทริ ในฐานะผู้จัดการชมรมเทนนิสโรงเรียนชิเท็นโฮจิ



-EX-FREUNDIN-


夢は涙の

yume wa namida no saki

(ที่ปลายทางแห่งน้ำตานั้นมีความฝันดำรงอยู่)


泣き止んだ微笑の

nakiyanda hohoemi no hana

(ดั่งดอกไม้แห่งรอยยิ้มที่แย้มกลีบดอกเมื่อการร้องไห้สิ้นสุดลง)


頑張った蕾がやがて咲

ganbatta tsubomi ga yagate saku

(เจ้าดอกตูมที่พยายามอย่างเต็มที่นั้นในที่สุดก็จะได้เบ่งบาน)



เมื่อนึกถึงความทรงจำทุกอย่าง ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนมาถึงตอนนี้ อุปสรรคที่ทุกคนสามารถก้าวผ่านมาได้อย่างยากลำบากมันช่างยาวนาน จนในที่สุดมันก็จบลงเสียที



หยาดน้ำตาก็ไหลรินอาบแก้มโดยไม่รู้ตัว ส่งผลทำให้เสียงหวานสั่นเครือไปด้วยสร้างความตกใจและดีใจให้กับคนในชมรมที่กำลังฟังบทเพลงเป็นอย่างมาก เพราะ นี่เป็นครั้งแรกที่โคโทริ มินามิ ร้องไห้ให้เห็นต่อหน้าจึงทำให้ทุกคนทำตัวไม่ถูกกับสถานการณ์นี้

 

 

...ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา โคโทริจะแอบร้องไห้ไม่ให้คนในชมรมเห็นแม้แต่น้อย ซึ่งทุกคนก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปถามถึงเหตุผลที่แท้จริง เพราะ หลังจากที่เด็กสาวร้องไห้เสร็จทุกครั้ง เธอก็จะแสร้งทำเป็นยิ้มออกมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

 

...ในตอนนี้ พวกเขาจึงรู้สึกดีใจที่ได้เห็นเธอร้องไห้ต่อหน้าซักที



夢は涙の

yume wa namida no saki

(ที่ปลายทางแห่งน้ำตานั้นมีความฝันดำรงอยู่)

 

雨風に負けず信じて

amekaze ni makezu shinjiteru

(แม้พายุฝนโหมกระหน่ำก็จะไม่ทิ้งความเชื่อมั่นไป)

 

晴れた空に 祈り届くま

hareta sora ni inori todoku made

(ตราบจนกระทั่งคำอธิษฐานนี้ส่งไปถึงผืนฟ้าครามสดใสเบื้องบน)




เมื่อเสียงหวานสั่นเครือร้องจนจบท่อนสุดท้าย โคโทริก็หลับตาเพื่อปล่อยให้หยาดน้ำตาไหลรินออกมาและพยายามสะกดกลั้นอารมณ์เอาไว้ไม่ให้ร้องไห้ไปมากกว่านี้

 

 

แต่จู่ๆ ก็มีสัมผัสจากนิ้วของใครบางคนเข้ามาเช็ดน้ำตาที่กำลังไหลรินให้โคโทริอย่างอ่อนโยน ทำให้เด็กสาวต้องลืมตามองว่าเป็นใครกัน แต่ยังไม่ทันจะได้เห็นใบหน้าของคนที่เช็ดน้ำตาให้ คนตรงหน้ากลับดึงตัวเธอเข้าไปกอด นัยน์ตาสีอำพันเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่เสียงทุ้มกระซิบเบาๆ ที่ข้างหู

 

 

'เป็นเพลงที่เพราะที่สุดตั้งแต่ที่ฉันเคยฟังเลยล่ะ...แต่ว่านะ โคโทริ ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว อย่าปกปิดความเศร้าโดยการแอบไปร้องไห้คนเดียวอีกเลยนะ โคโทริ'

 

 

สิ่งที่จิโทเสะเอ่ยออกมา ทำให้โคโทริสวมกอดตอบแน่นพร้อมกับเสียงสะอื้นที่เกิดจากความเศร้าที่พ่ายแพ้จากการแข่งขัน...มันเป็นเรื่องที่ยากเกินไปที่เธอจะกลั้นน้ำตาเหมือนตลอดมา

 

 

สุดท้ายแล้ว ทุกคนรวมถึงโค้ชโอซามุก็เข้ามาช่วยปลอบโคโทริให้หายเศร้า ทั้งเล่นมุขตลก พูดถึงความทรงจำสนุกๆ ที่เคยเกิดขึ้นภายในชมรม 



...ในตอนนี้ขอแค่ร่างบางยิ้มกว้างออกมาโดยไม่เสแสร้งก็เพียงพอแล้ว






"ในที่สุด ก็ได้ลงรอบชิงแล้วนะ" คาโต้ คาจิโร่ สมาชิกชมรมเทนนิสเซงาคุปีหนึ่งเอ่ยออกมาด้วยความดีใจปนโล่งใจ

 

 

"ฮือๆ" โฮริโอะ ซาโตชิ สมาชิกชมรมปีหนึ่งเช่นเดียวกับคาจิโร่ ผู้ที่มีประสบการณ์เทนนิสถึงสองปีด้วยกัน กำลังร้องไห้ออกมา

 

 

"อ้าว โฮริโอะคุง เป็นอะไรไป? ปวดท้องหรือไง?"  มิซึโนะ คาสึโอะ สมาชิกชมรมปีหนึ่งเช่นเดียวกัน  ถามเด็กหนุ่มที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายด้วยความเป็นห่วง

 

 

"จะบ้าเหรอ ฉันร้องไห้เพราะความประทับใจต่างหากล่ะ มันนานมากเลยนะกว่าจะมาถึงจุดนี้น่ะ แต่ว่า ในที่สุดเราก็ได้เห็นจุดสูงสุดแล้ว...แล้วเราจะทนอยู่เฉยโดยไม่ดีใจได้ยังไงล่ะ ฮือๆๆๆ " โฮริโอะเอ่ยเหตุผลที่ร้องไห้ออกมาด้วยความประทับใจต่อชัยชนะ ทำให้เพื่อนทั้งสองของเด็กหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความโล่งอก

 

 

"นี่จะว่าไป รุ่นพี่ที่เป็นผู้จัดการของฝั่งนั้นหน้าคุ้นๆ เหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อนนะ  คาจิโร่เอ่ยคำถามพลางมองหน้าผู้จัดการของฝ่ายตรงข้ามที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ด้วยความสงสัย

 

 

"ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกันคาสึโอะเอ่ยออกมาพลางมองหน้าคนที่พูดถึงด้วยความสงสัยเช่นเดียวกัน

 

 

แต่แล้วทั้งคู่ก็มองหน้ากันด้วยสีหน้าตกใจโดยทันทีที่นึกอะไรบางอย่างออก ทำให้โฮริโอะที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายอยู่คนเดียวถึงกับหยุดร้องไห้และถามถึงท่าทีที่เปลี่ยนไปของเพื่อนทั้งสอง

 

 

"นี่พวกนาย ทำไมอยู่ๆ ก็ทำหน้าตกใจแบบนั้นล่ะ?" โฮริโอะถามออกมาด้วยความสงสัย

 

 

"ก็ผู้จัดการของฝั่งตรงข้ามน่ะ หน้าตาคล้ายกับผู้อำนวยการมากเลย"

 

 

คาจิโร่กระซิบบอกกับโฮริโอะที่ข้างหู เมื่อโฮริโอะได้ฟังสิ่งที่เพื่อนของตนกระซิบก็ถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจพร้อมกับมองหน้าของผู้จัดการก่อนจะพูดกับเพื่อนทั้งสอง

 

 

"ถึงจะคล้ายมากก็เถอะ แต่พวกเขาอาจจะไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลยก็ได้นะ เชื่อสิ ฉันมีประสบการณ์เทนนิสถึงสองปีเลยเมื่อทั้งสองได้ยินอย่างนั้นก็เลยคิดตามแล้วพยักหน้าเพราะมันอาจจะเป็นอย่างที่โฮริโอะคุงพูดก็ได้

 

 

'แต่มันเกี่ยวอะไรกับประสบการณ์เทนนิสสองปีล่ะเนี่ย โฮริโอะคุง'

 

 

"เหนื่อยมากสินะ"

 

 

เสียงทุ้มนุ่มของชิราอิชิเอ่ยออกมาทำให้ตัวจริงเซาคุที่กำลังเก็บของกันข้างสนามเงยหน้ามองตัวจริงชิเท็นโฮจิที่กำลังเดินมาทางพวกเขาในทันที

 

 

"นายก็เหมือนกันฟูจิพูดออกมาพลางลุกขึ้นยืนหลังจากเก็บแร็กเก็ตของตนลงในกระเป๋า

 

 

"ว่าแต่ว่า...พวกนายมีกัปตันที่ร้ายกาจมากเลยนะเนี่ย"

 

 

"นั่นสินะ พึ่งได้จริงๆ  ด้วยฟูจิทิ้งคำปริศนาไว้เพียงแค่นั้น

 

 

 

"น่าเจ็บใจจริงๆ เลย ถ้าโมโมชิริไม่ใส่หน้ากากลงแข่งล่ะก็ ป่านนี้พวกเราก็คงชนะไปแล้วแท้ๆ " ยูจิพูดออกมาด้วยความเจ็บใจต่อการแข่งขันที่ต้องมาแพ้เพราะหน้ากากบ้าๆ ที่ทั้งสองคู่กัดใส่

 

 

"โมโมชิริ งั้นเหรอใครชื่อโมโมชิริกันน่ะหลังจากที่โมโมะถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ไคโดก็เผลอหลุดหัวเราะออกมา ทำให้โมโมะคว้าคอเสื้อของไคโดอย่างอารมณ์เสีย

 

 

"เมื้อกี้ แกหัวเราะสินะ"

 

 

"เฮ้ย!! ทำอะไรของแกน่ะ ห๊ะ! " ไคโดก็คว้าคอเสื้อโมโมะอย่างอารมณ์เสียและเริ่มมีปากเสียกัน

 

 

...สมกับเป็นคู่กัดแห่งชมรมเทนนิสชายเซงาคุจริงๆ

 

 

 

"แย่จริงๆ แฮะ แบบนี้ลาออกจากชมรมซะก็คงจะดีหรอกน้ำเสียงทุ้มเข้มของจิโทเสะพูดออกมาด้วยท่าทีสบายๆ ทำให้เทะสึกะมองหน้าจิโทเสะด้วยสายตาที่เย็นชาผิดปกติโดยที่ไม่พูดอะไรออกไป

 

 

"แต่ว่า ฉันก็อยากจะลองขึ้นไปอยู่ที่สูงดูเหมือนกัน" จิโทเสะเอ่ยออกมาด้วยความมุ่งมั่นพร้อมกับยื่นมือออกมาหวังให้เทะสึกะจับมือเขาตอบ

 

 

"แล้วฉันจะรอนะถึงแม้น้ำเสียงจะเฉยชาเหมือนเดิม แต่เทะสึกะก็เผยยิ้มบางที่ไม่ค่อยจะมีใครเห็นออกมาให้กับความมุ่งมั่นของคนตรงหน้าพร้อมกับจับมือจิโทเสะตอบกลับไป

 

 

"ว่าแต่ว่า..."

 

 

"คือว่า น้องสาวของฉันจะมีแข่งเทนนิสกับโรงเรียนอื่นน่ะสิ เขาก็เลยอยากจะให้พี่ชายหัวขโมยไปคอยเชียร์และแสดงความยินดีกับเขาหน่อยนะ" สิ่งที่จิโทเสะกระซิบบอกเทะสึกะออกมา ทำให้เขาตอบปฏิเสธไปในทันที เพราะโดยปกติแล้วเขาก็ไม่ชอบเรื่องที่ต้องไปเชียร์คนอื่นอยู่แล้ว

 

 

"ขอร้องล่ะ พี่ชายหัวขโมย นะๆ พี่ชายหัวขโมยถึงแม้จิโทเสะจะขอร้องมากเท่าไหร่ก็ตาม แต่คำตอบของเทะสึกะก็ยังคงตอบเหมือนเดิม

 

 

"ขอปฏิเสธ"

 

 

เมื่อโดนปฏิเสธหลายๆ ครั้งเข้าจิโทเสะจึงไม่อยากขอร้องต่อเพราะยังไงคำตอบที่ได้ก็เป็นเหมือนเดิม เด็กหนุ่มผิวเข้มจึงกระซิบถามคำถามบางอย่างกับเทะสึกะ ซึ่งคำถามนั้นทำเอา  ลมหายใจของเทะสึกะถึงกับขาดห้วงไปชั่วขณะ ถึงแม้ภายนอกจะดูเฉยชาเป็นปกติ แต่ข้างในใจของเขามันกลับสั่นระรัวไปกับความตกใจและแปลกใจในสิ่งที่จิโทเสะถามออกมา

 

 

"จะว่าไป นายรู้หรือเปล่าว่าแฟนเก่าของโคโทริที่อยู่โรงเรียนเซงาคุคือใคร?"

 

 

แต่ก่อนที่เทะสึกะจะพูดอะไรออกไป เสียงหวานใสก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน

 

 

"ถามถูกคนดีหนิ เซนริ" โคโทริเอ่ยออกมาพลางเดินมาหาพวกเขาทั้งสอง

 

 

"อ้าว โคโทริหยุดร้องไห้แล้วเหรอ แล้วที่เธอพูดเมื้อกี้นะ-" เสียงทุ้มเข้มของจิโทเสะพูดยังไม่ทันจบ เสียงหวานใสก็พูดแทรกขึ้นมาอีกครา

 

 

"ยินดีที่ชนะด้วยนะ เทะสึกะคุงโคโทริเอ่ยออกมาพร้อมกับยิ้มกว้างให้กับเทะสึกะ และยื่นมือออกมาเพื่อหวังว่าเขาจะจับมือตอบกลับ

 

 

ถึงแม้นัยน์ตาสีอำพันที่มองเขาและรอยยิ้มที่มอบให้เขาจะยังคงเหมือนเดิม...เหมือนกับเมื่อสองปีก่อนก็ตาม

 

 

แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมมากที่สุด คงจะเป็นการที่เรียกนามสกุลแทนชื่อจริงที่พวกเราเคยเรียกกันและกัน...เช่นเดียวกับตอนแรกที่พบกัน

 

 

"ขอบคุณนะ มินามิ" เทะสึกะกล่าวคำขอบคุณด้วยเสียงที่เย็นชาเหมือนเคย พร้อมกับจับมือของโคโทริ  กลับ สัมผัสจากฝ่ามืออุ่นที่ชวนคิดถึงทำให้เขาหวนกลับไปนึกถึงอดีตอีกครั้ง เขาจึงรีบปล่อยมือของเด็กสาวลงก่อนที่จะคิดถึงจนอยากสัมผัสไปมากกว่านี้

 

 

แต่ระหว่างที่ทั้งสองปล่อยมือออกจากกัน  นัยน์ตาสีน้ำตาลของเทะสึกะก็เบิกกว้างขึ้นทันทีที่โคโทริพูดในสิ่งที่เขาไม่คาดคิดว่าเธอจะล่วงรู้เรื่องนี้ได้

 

 

"แฟนใหม่ของคุณ ไม่สิ อันจู ยูกิ นี่ดีกว่าฉันจริงๆ นะคะ"

 


 



 

 

To Be Continued...




 C R E D I T  Tennis on JoyPixels 5.0

PRINCE OF TENNIS OVA ศึกชิงแชมป์ระดับชาติ ตอนที่ 15 - 19

                                     SONG                                            ARTIST

  -          SHONICHI                                            TAKEUCHI MIYU (AKB48)

  -          CATCH THE MOMENT                                 LISA




 



Hbd เฮียเทะ ย้อนหลังนะคะ  07/10/60 

*พอดีไรต์เขียนในรูปสลับกันต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ 

*เดี๋ยววันเกิดเฮียเทะปีหน้าเอาใหม่ จะทำให้สวยกว่านี้ค่ะ





Talk

 

18/05/60

ครบ 100 % แล้วจะร้องไห้ ขอโทษจริงๆ นะคะที่มันครบช้าขนาดนี้ แต่ก็ขอบคุณแฟนคลับทุกคนที่ยังคอยติดตามกันอยู่เสมอนะคะ


ถ้าอ่านจบแล้วก็มาคอมเม้นกันหน่อยนะคะ ว่าสนุกแค่ไหน ไรต์จะได้มีกำลังใจในการเขียนต่อไป หรือถ้ามีอะไรที่ไม่ชอบในงานเขียนของไรต์ตรงไหนก็บอกมาได้เลยนะคะ


 

      ปล. แค่ตอนแรกก็ปาไป 47 หน้าแล้วตอนเขียนไม่ได้คิดว่าจะเขียนอะไรมากมายขนาดนี้ ตอนต่อไปจะเป็นอย่างไร รอติดตามกันได้เลยค่ะ...



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 89 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

192 ความคิดเห็น

  1. #95 ALICE47 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 20:52

    เราชอบการเขียนของไรต์มาก ถึงบทจะเอามาจากในอนิเมะก็จริง แต่ก็สอดแทรกเรื่องราวเพิ่มเติมที่ไม่มีอยู่ในเรื่องได้อย่างไหลลื่นเลยค่ะ แต่ทำไมเนื้อเรื่องมันถึงปวดตับได้ขนาดนี้เนี่ย TT

    #95
    1
    • #95-1 KotoriTh@i(จากตอนที่ 2)
      13 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:55
      ขอบคุณมากๆ นะคะที่ชอบสไตล์การเขียนของไรต์
      ปล. จริงๆ ก็ไม่คิดว่าเนื้อเรื่องให้ปวดตับขนาดนี้
      #95-1
  2. #83 Loveatb (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 11:43

    สนุกมากๆๆๆเนี้ยย้อนกลับไปอ่านรอวันไรท์อัพอยู่น้าาา

    #83
    1
    • #83-1 KotoriTh@i(จากตอนที่ 2)
      24 ธันวาคม 2561 / 00:26
      ไรต์มาอัพแล้วนะคะ ขอบคุณที่รู้สึกสนุกกับเรื่องนี้นะคะ
      #83-1
  3. #49 นักอ่าน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 07:45
    มาต่อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    พลีสสสสสสสสสสส
    #49
    1
    • #49-1 KotoriTh@i(จากตอนที่ 2)
      22 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:39
      มาต่อแล้วนะคะ ถึงจะ 2% ก็ตาม
      #49-1
  4. #28 ซายะจินกะ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 07:42
    ข้าพเจ้าจะร้องไห้;-;แล้วนะ
    #28
    1
    • #28-1 KotoriTh@i(จากตอนที่ 2)
      16 ตุลาคม 2560 / 18:13
      ร้องออกมาเลย อย่าเก็บมันไว้คนเดียว //กอดปลอบ
      #28-1
  5. #27 cream16984 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 05:24
    ใจสิขาดแล้ว เดาไม่ถูกนะเนี่ยว่าต่อไปจะเป็นยังไง
    #27
    1
    • #27-1 KotoriTh@i(จากตอนที่ 2)
      16 ตุลาคม 2560 / 18:12
      อย่าพึ่งขาดใจนะคะ เดี๋ยวมันมีหนักกว่านี้อีกค่ะ ทุกตอนจะมีความพีคของมันไปในตัวค่ะ ต้องลุ้นเอานะคะ
      #27-1
  6. #26 Nun300 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 21:24
    โอยยไรท์กินมาม่าไม่ดีต่อสุขภาพนะคะฮือออออ
    #26
    1
    • #26-1 KotoriTh@i(จากตอนที่ 2)
      14 ตุลาคม 2560 / 20:47
      มาม่าอะไรกัน นี่ยังมาม่าไม่สุกเลยค่ะ จะสุกก็ตอนท้ายนี่แหละ

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 14 ตุลาคม 2560 / 20:47
      #26-1
  7. #24 Loveatb (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2560 / 00:09
    มาต่อเถอะน้าา สนุกมากกภาษาดีงามมากกก รออ่านต่อแล้วววพลีสส
    #24
    1
    • #24-1 KotoriTh@i(จากตอนที่ 2)
      12 ตุลาคม 2560 / 21:07
      อัพแล้วนะคะ เหลืออีก 5% เท่านั้นนะคะ

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 12 ตุลาคม 2560 / 21:07
      #24-1
  8. #22 1233456778990 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 05:23
    มาต่อๆๆๆๆ
    #22
    1
    • #22-1 KotoriTh@i(จากตอนที่ 2)
      12 ตุลาคม 2560 / 21:08
      มาต่อแล้วค่ะ เหลือ 5% อดใจรออีกหน่อยนะคะ
      #22-1
  9. #21 Nozomitan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 18:15
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    อีก 10 เปอร์มาต่อเร็วๆนะคะรออยู่คิดถึงน้องนกฟุดๆเยย


    #21
    1
    • #21-1 KotoriTh@i(จากตอนที่ 2)
      10 กรกฎาคม 2560 / 19:10
      ขอบคุณที่รอไรต์นะคะ
      #21-1
  10. #20 Peper17 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 17:37
    เยยยยยยยยยยยยย้ //ส่งเสียงให้ละนะไรต์ ค่าหน้าม้า100นึง---
    #20
    1
    • #20-1 KotoriTh@i(จากตอนที่ 2)
      10 กรกฎาคม 2560 / 17:43
      ขอบคุณนะคะ สำหรับการส่งเสียงเป็นหน้าม้าให้ แต่เรื่องเงินนี่ไรต์ยังไม่มีเลย555
      #20-1
  11. #19 cream16984 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 22:49
    รอ รอ รอ รอ   
    #19
    2
    • #19-1 KotoriTh@i(จากตอนที่ 2)
      10 กรกฎาคม 2560 / 17:41
      อัพแล้วนะคะ
      #19-1
    • #19-2 cream16984(จากตอนที่ 2)
      11 กรกฎาคม 2560 / 20:29
      ยังไงก็รอต่อไป จนกว่าเรื่องจะจบคะ
      ก็เข้าใจนะค่ะ เพราะ ไม่มีเวลาแต่งเหมือนกัน
      #19-2
  12. #18 Nun300 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 09:20
    รออยู่น้าาาา
    #18
    2
    • #18-1 1233456778990(จากตอนที่ 2)
      10 กรกฎาคม 2560 / 17:33
      รอฉันรอเธออยู่ว่าเธอจะมาอัพเมื่อไร
      #18-1
    • #18-2 KotoriTh@i(จากตอนที่ 2)
      10 กรกฎาคม 2560 / 17:41
      อัพแล้วนะคะ ถึงจะเพิ่มแค่ 20% ก็เถอะ
      ขอบคุณสำหรับการรอคอยมากๆ นะคะ
      #18-2
  13. #17 chiffon1 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 16:33
    รอค่าา
    #17
    1
    • #17-1 KotoriTh@i(จากตอนที่ 2)
      20 พฤษภาคม 2560 / 14:42
      รอไรต์หน่อยนะคะ
      #17-1
  14. #16 God SiRiuZ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 03:38
    รออ่านอยู่นะครับ~
    #16
    1
    • #16-1 KotoriTh@i(จากตอนที่ 2)
      20 พฤษภาคม 2560 / 14:42
      รอไรต์หน่อยนะค่าา
      #16-1
  15. #15 Sinsupa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 22:29
    รออ่านต่อค่าา
    #15
    1
    • #15-1 KotoriTh@i(จากตอนที่ 2)
      18 พฤษภาคม 2560 / 22:36
      รอไรต์หน่อยนะคะ
      #15-1
  16. #13 Shining Night (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 21:04
    ชอบมากเลยคร้าาาา

    #13
    1
    • #13-1 KotoriTh@i(จากตอนที่ 2)
      18 พฤษภาคม 2560 / 22:34
      ขอบคุณที่ชอบนะคะ
      #13-1
  17. #12 jingkobellko (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 20:48
    ชอบมากกกกกกกกกกกกกกรออ่านอยู่นะคะ
    #12
    1
    • #12-1 KotoriTh@i(จากตอนที่ 2)
      18 พฤษภาคม 2560 / 22:34
      แค่ชอบไรต์ก็ดีใจแล้ว รอไรต์หน่อยน้าา
      #12-1
  18. #11 tezear (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 20:26
    มาต่อไวๆรออ่านอยุ่นะคะ
    #11
    1
    • #11-1 KotoriTh@i(จากตอนที่ 2)
      18 พฤษภาคม 2560 / 22:33
      โอเคค่า รอไรต์หน่อยนะคะ
      #11-1
  19. #9 Peper17 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 19:39
    ชอบอ่ะ รีบมาต่อเร็วๆนะคะ
    รออ่านอยู่นะคะ
    #9
    1
    • #9-1 KotoriTh@i(จากตอนที่ 2)
      24 เมษายน 2560 / 15:01
      ขอบคุณค่า กำลังรีบปั่นสุดพลังอยู่ค่ะ555
      #9-1
  20. #8 Runner860 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 12:14
    ้องนกกลับมาแล้ว!!!!!!//เอออยากถามไรท์เตอร์อย่างนึงจากตอนที่แล้วแฟนคนใหม่ของหนูเทะนี่คือหนูฟูใช่มั้ยคะ
    #8
    1
    • #8-1 KotoriTh@i(จากตอนที่ 2)
      24 เมษายน 2560 / 15:03
      แฟนใหม่ของหนูเทะไม่ใช่ฟูจินะคะ555 เป็นผู้หญิงนี่แหละค่ะ ส่วนเป็นใครรอติดตามกันได้เลยนะคะ
      #8-1
  21. #7 Alone_Insatsu (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 10:00
    ชอบบบบบบบ รออยู่ค่ะ555
    #7
    1
    • #7-1 KotoriTh@i(จากตอนที่ 2)
      24 เมษายน 2560 / 15:04
      ขอบคุณที่ชอบนะคะ

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 24 เมษายน 2560 / 15:05
      #7-1
  22. #5 jingkobellko (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 02:09
    รอค่ะ จิรอวันที่ทั้งสองพบเจอกัน5555
    #5
    1
    • #5-1 KotoriTh@i(จากตอนที่ 2)
      24 เมษายน 2560 / 15:06
      ขอบคุณค่าา ใกล้จะพบเจอแล้วค่ะะ555
      #5-1