The Home.

ตอนที่ 2 : The Home - บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    20 ธ.ค. 61

บทนำ

 

               ฉันเดินงัวเงียไปเปิดประตูที่กำลังโดนรัวกดกริ่งอยู่จนจำใจต้องยอมลุกขึ้นจากที่นอนทั้งๆ ที่พึ่งกลับจากงานเลี้ยงฉลองเรียนจบได้ไม่ถึงสี่ชั่วโมง

               6.00 AM

               ถามจริง? กดกริ่งรัวๆ ตอนหกโมงเช้าเนี่ยนะ

               “มาหาใครคะ” ฉันกดสปีคเกอร์โฟนหลังจากเห็นผ่านมอนิเตอร์ว่าคนที่กำลังยืนทำหน้าเหมือนถูกด่าพ่อมานั้นเป็นใครก็ไม่รู้ ข้างตัวเขามีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ แว่นดำถูกคาดไว้บนหัวอย่างลวกๆ กับเสื้อยืดกางเกงยีนส์ธรรมดา แต่ปฏิเสธไมได้ว่าแม้มอนิเตอร์จะไม่ได้เป็นระบบ Full HD แต่ผู้ชายคนนี้ก็ดูดีทะลุกล้อง

               “เปิด” เขาสั่งด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

               ฉันยืนงงเป็นไก่ตาแตกจนหายง่วงในทันที ก่อนที่สติจะเริ่มกลับมาและจำได้ว่าผู้ชายตรงหน้าคนนี้เป็นใคร

               “พะ...พี่พล”

               พี่พลคือพี่ชายต่างสายเลือดของฉันเอง พ่อของเขาก็คือเพื่อนสนิทของปะป๊าฉัน พ่อรับฉันกับแม่เข้ามาอยู่ในบ้านหลังจากที่ป๊าของฉันฆ่าตัวตายเพราะล้มละลาย โดยพ่อตั้งใจจะให้ฉันกับแม่ย้ายไปอยู่บ้านเล็กๆ ที่ภูเก็ต แต่แม่ฉันขอร้องเอาไว้เพราะอยากให้ฉันร่ำเรียนอยู่ที่กรุงเทพฯ โดยขออาศัยอยู่ด้วยแค่สองสามเดือนจนกว่าแม่ฉันจะหางานทำได้ แต่กลายเป็นว่าแม่ของพี่พลเข้าใจผิดคิดว่าพ่อเอาเมียน้อยเข้าบ้านแล้วพาพี่พลย้ายข้าวของหนีไปอยู่ต่างประเทศ แม้พี่พลจะติดต่อกลับมาหาพ่อบ้างแต่ฉันก็รู้ดีว่าเขาเกลียดฉันมากแค่ไหน ยิ่งเมื่อห้าปีที่แล้วแม่ฉันตาย ความเกลียดชังทั้งหมดก็เลยย้ายมาลงที่ฉันแทน

               ฉันเปิดประตูให้พี่พลอย่างกล้าๆ กลัวๆ เพราะไม่แน่ใจว่าพี่เขาต้องการอะไร – เราเคยเจอกันล่าสุดก็ตอนที่ฉันสิบขวบ จนตอนนี้ฉันอายุยี่สิบเอ็ดเข้าไปแล้ว เขาตัวสูงขึ้นมาก สูงกว่าฉันสักยี่สิบเซนติเมตรเห็นจะได้ แถมยังหล่อขึ้นมากผิดกับตอนเด็กลิบลับ

               “จำได้ด้วยเหรอ”

               ฉันพยักหน้าช้าๆ “จำได้ค่ะ พ่อชอบเอารูปพี่พลให้ดูตลอด”

               “เหรอ” เขาแค่นยิ้ม “ถ้างั้นก็...”

               แล้วพี่พลก็เดินเข้าไปในห้องนอนฉัน หยิบตะกร้าใส่เสื้อผ้าใช้แล้วที่มุมห้องขึ้นมาแล้วกวาดเอาข้าวของทุกอย่างของฉันบนโต๊ะเครื่องแป้งลงไป คว้าเสื้อผ้าทั้งหมดของฉันออกจากตู้แล้วโยนไปบนเตียงไม่เว้นแม้กระทั่งกางเกงในในลิ้นชักโดยมีฉันยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่และกลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะร้องห้ามด้วยซ้ำ

               “พี่พลจะทำอะไรคะ”

               “ช่วยเก็บของไง”

               “เก็บ? เก็บไปไหนคะ”

               “จะไปไหนก็ไปสิครับ นี่มันคอนโดฯ พี่”

               “แต่พ่อซื้อให้หนูนะคะ”

               “แต่ชื่อคอนโดฯ มันเป็นชื่อแม่พี่ไง” เขายิ้มอย่างโหดร้าย “เก็บไวๆ นะ ถ้าพี่ออกมาหวังว่าจะไม่เห็นเราแล้วนะ”

               ฉันได้แต่ยืนอึ้งจนกระทั่งพี่พลเปิดกระเป๋าเดินทางของตัวเองออก หยิบเสื้อผ้าออกมาแล้วคว้าผ้าเช็ดตัวฉันเดินเข้าห้องน้ำไปเลย แต่ทันทีที่เข้าห้องน้ำไปเขาก็รีบเดินออกมา เปิดกระเป๋าตังค์แล้วหยิบแบงก์พันโยนไปไว้บนกองเสื้อผ้าฉันบนเตียง “อันนี้ค่าพวกสบู่ในห้องน้ำนะ พี่ซื้อต่อแล้วกัน ลืมซื้อขึ้นมา ยังไงถ้าเหลือก็ไว้เป็นค่ารถกลับบ้านฟ้องพ่อนะ”

               ฉันอ้าปากค้าง รอจนพี่พลหายเข้าไปในห้องน้ำแล้วจึงเดินไปหยิบแบงก์พันมากำไว้ในมือแบบงงๆ ระหว่างนี้ก็เก็บเสื้อผ้าของตัวเองไปวางไว้ที่โซฟาด้านนอกด้วย

               แต่จะบ้าเหรอ! ทำไมฉันจะต้องทำตามที่พี่พลบอกด้วยในเมื่อพ่อเป็นคนยื่นคีย์การ์ดคอนโดฯ นี้ให้กับฉันเองแถมยังกำชับนักหนาว่าให้มาอยู่ได้เลย ให้เป็นของขวัญที่ได้เกียรตินิยม แล้วพี่พลที่หายไปสิบกว่าปีอยู่ๆ จะโผล่มาไล่ฉันแบบนี้ไม่ได้

               ฉันรีบโทรหาพ่อทันทีที่ได้สติ แต่รอจนแล้วจนเล่าพ่อก็ยังไม่ยอมรับสายเลยโทรไปที่บ้าน

               “สวัสดีค่ะ บ้านไกรวัลย์ค่ะ”

               “พี่มุ้ยคะ พ่ออยู่ไหมคะ”

               “น้องน้ำตาลเหรอ”

               “ใช่ค่ะ น้ำตาลขอคุยกับพ่อหน่อย”

               “คุณพจบินไปมาเก๊าตั้งแต่เมื่อคืนแล้วนะคะ เห็นบอกว่าจะกลับอาทิตย์หน้า”

               “เออใช่ น้ำตาลลืมสนิทเลย แล้วไม่ได้เอามือถือไปเหรอคะ”

               “เอาไปค่ะ แต่เวลาคุณพจไปมาเก๊าก็ไม่ค่อยรับโทรศัพท์อยู่แล้วนะคะ”

               “ก็ใช่... แต่พี่มุ้ยคะ น้ำตาลมีเรื่องด่วนมากๆ เลย คือพี่ –“ ฉันยังพูดไม่ทันจบประโยคโทรศัพท์ก็ถูกกระชากออกไปจากมือโดยพี่พล เขากดตัดสายทิ้งแล้วโยนไปบนโซฟาอย่างไม่ใยดี

               “อยากฟ้องนักก็ไปฟ้องต่อหน้าเลยสิ จะโทรทำไม” พี่พลถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย แถมยังเปลือยท่อนบนแล้วมีแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวปิดท่อนล่าง ผมเผ้าก็ยังเปียกน้ำจนไหลลงมาตามลำตัวหมดแล้ว “บอกแล้วใช่ไหมให้รีบเก็บของให้เสร็จก่อนพี่ออกมา”

               “พี่พลคะ เราค่อยๆ คุยกันก่อนดีไหมคะ”

               “ได้ครับ ว่ามาเลย”

               “เอ่อ...” แล้วฉันจะคุยอะไรล่ะ “คือพ่อบอกว่าพ่อยกคอนโดฯ นี้ให้หนูเพราะหนูเรียนจบได้เกียรตินิยมนะคะ พ่อยื่นคีย์การ์ดให้เองกับมือเลย”

               “เหรอครับ แล้วพ่อบอกหรือเปล่าว่าคนจ่ายเงินซื้อคอนโดฯ นี้เป็นใคร”

               “มะ...ไม่ได้บอกค่ะ”

               “แม่พี่ซื้อเอาไว้ให้พี่อยู่ตอนกลับมาไทยครับ แม่พึ่งจะรูดบัตรไปเมื่อสองปีตอนมันพึ่งเปิดตัวเอง สียังไม่ทันแห้งดีพ่อก็ให้คนอื่นเข้ามาอยู่ซะแล้ว” พี่พลตอบพลางเช็ดหัวไปด้วย ทำเอาน้ำกระเด็นเข้าตาเข้าปากฉันไปหมดแต่ไม่กล้าเดินหนี

               “แต่หนูว่ามันแห้งแล้วนะคะ”

               “...”

               “?”

               พี่พลถอนหายใจอย่างรำคาญ “ไปได้แล้วครับ พี่เหนื่อย อยากนอน”

               “แต่หนูไม่รู้จะไปไหน”

               “หนูก็กลับบ้านสิครับ บ้านหลังใหญ่ออก ไม่ชอบเหรอ”

               “แต่พ่อซื้อให้หนู”

               “อย่าทำให้พี่หงุดหงิดดีกว่านะ แค่กลับบ้านแล้วเจอว่าพ่อแอบไปเล่นไพ่ที่มาเก๊าแถมยังเอาคีย์การ์ดคอนโดฯ แม่ทั้งสองใบไปให้ลูกเมียน้อยพี่ก็หัวร้อนจะแย่แล้วครับ”

               “แม่หนูไม่ได้เป็นเมียน้อย”

               “เป็น”

               “ไม่ได้เป็น!

               “อย่าดัง” พี่พลดุ คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย นิ้วชี้แทบจะทิ่มตาฉันอย่างวางอำนาจ “พ่อไม่ได้สอนเหรอว่าบ้านนี้เขาไม่พูดเสียงดังกัน”

               “หนูไม่ไปไหนทั้งนั้น”

               “จะดื้อเพื่อไรอ่ะ? หมดวัยต่อต้านแล้วนี่”

               “ที่ทำงานหนูก็อยู่ใกล้ที่นี่ ถ้าย้ายกลับไปอยู่บ้านหนูก็จะไปทำงานลำบาก”

               “ขับรถสิครับ พ่อไม่ได้ซื้อไว้ให้เหรอ”

               “พี่พลเลิกเอาพ่อมาอ้างสักทีได้ไหมคะ พ่อไม่ได้สปอยหนูขนาดนั้น”

               “แล้วทำไมไม่ขับรถไปทำงาน?” พี่พลถามย้ำ

               “หนู...” ฉันหลบตา “ขะ...ขับรถไม่เป็น”

               เขากลอกตาอย่างสุดเซ็ง พูดพลางถอนหายใจด้วยความรำคาญ “เออดี พ่อให้คอนโดฯ ตอนเรียนจบ ให้เรียนมหาลัยอินเตอร์ พาไปเที่ยวต่างประเทศทุกปี อัพแบรนด์เนมลงไอจีวันเว้นวัน แต่แค่ส่งไปเรียนขับรถนี่ไม่ทำ – คือไร?”

            แล้วมันเดือดร้อนอะไรพี่คะ?

               อยากจะถามออกไปเหลือเกินถ้าไม่ติดว่ากลัวโดนตบกบาล

               ว่าแต่พี่แกมาส่องไอจีฉันตอนไหนเนี่ย? ไหนว่าเกลียดฉันนักหนาไง

               “จะกลับบ้านมั้ย ถ้าไม่อยากนั่งแท็กซี่ก็เดี๋ยวจะไปส่ง”

               “พี่พลมีรถแล้วเหรอคะ”

               “ก็ก่อนมานี่แวะไปเอาคีย์การ์ดที่บ้าน เลยเอารถพ่อมาใช้คันนึง” เขาตอบ มือยังเช็ดผมอยู่ “จะถามอีกทีนะ – จะกลับบ้านมั้ย พี่จะไปส่ง”

               ฉันเม้มปากแน่น ทั้งเบื้องลึกและเบื้องตื้นในจิตใจคือไม่อยากอยู่บ้าน ไม่ใช่เพราะไกลที่ทำงานอะไรที่โกหกไปหรอก เพราะแม้จะจบมาเกือบสองเดือนแล้วแต่ฉันก็ยังไม่ได้ (มีความคิด) หางานจริงจังเลย เพราะงานถ่ายแบบที่รับอยู่ก็พอเลี้ยงตัวเองได้ แต่ที่ฉันอยากอยู่ที่นี่ก็เพราะฉันไปโพนทะนาทั้งในเฟสบุ๊ค ทั้งอินสตาแกรมว่าพ่อให้คอนโดฯ สุดหรูเป็นของขวัญจนเพื่อนอิจฉาตาร้อนกันเป็นแถบๆ แล้วอยู่ๆ จะให้ย้ายกลับไปซุกหัวนอนอยู่บ้านเนี่ยนะ ไม่ขายขี้หน้าแย่เลยหรือไงกัน ฉันเลยไม่อยากออกไปจากคอนโดฯ นี้ตอนนี้

               “ถ้าหนูให้พ่อซื้อคอนโดฯ ใหม่ให้ได้ไหมคะ”

               “ไม่รู้ ไปขอเอง”

               “ไม่ใช่ๆ หมายถึงซื้อให้พี่พล”

               “ทำไมพี่ต้องซื้อใหม่ ในเมื่อคอนโดฯ นี้แม่ซื้อไว้ให้พี่อยู่แล้ว”

               “ก็ถ้าหนูขอ พี่พลให้ได้ไหมคะ แล้วหนูจะขอพ่อให้ซื้อคอนโดฯ ใหม่ให้พี่พลเอง”

               “ไม่”

               “จริงๆ นะคะ – หนูจะไปขอพ่อให้จริงๆ”

               “เหอะ อ้อนพ่อแบบนี้คงได้นะ แต่อ้อนพี่ไม่ได้” พี่พลเดินหนีกลับเข้าไปในห้องนอน

               ฉันรีบเดินตามเข้าไปทันที “นะคะ เดี๋ยวหนูหาที่อยู่อื่นแถวนี้ให้พี่พลอยู่ชั่วคราวก่อนก็ได้ พอพ่อกลับจากมาเก๊าเมื่อไรหนูจะรีบไปขอเลย แต่ตอนนี้ขอหนูอยู่คอนโดฯ นี้ก่อนได้ไหมคะ หนูขอร้องจริงๆ ไม่งั้นหนูลำบากแน่ๆ”

               “อย่าตื๊อ บอกแล้วว่าเหนื่อย” พี่พลสวมเสื้อยืดตัวใหม่ระหว่างที่พูดตอบฉัน “ง่วงมากแล้ว อยากนอน”

               “นะคะ ขอร้อง” ฉันประนมมือขึ้นไหว้พยายามหรี่ตาอ้อนสุดชีวิต แต่พี่พลเพียงแค่หัวเราะหึๆ

               “จะใส่กางเกง”

               ฉันหันหลังให้ หน้าแอบแดง แต่ยังคงประนมมือแล้วอ้อนต่อไป “นะคะพี่พล หนูขอร้อง ขออยู่ก่อนแปบนึงได้ไหม อาทิตย์เดียวก็ได้ ไม่สิ เดือนนึงก็ได้”

               “...”

               “นะคะๆๆๆ เชื่อหนูสิว่าถ้าพ่อกลับมาพ่อต้องซื้อคอนโดฯ ใหม่ให้พี่พลแน่เพราะหนูไม่ได้ขออะไรพ่อมาจะครบเดือนแล้ว”

               “...”

               “นะค้าาาาาาาาาาา”

               พี่พลไม่ตอบอยู่นานจนฉันต้องหันกลับไปมอง และพบว่าพี่พลหลับไปแล้ว

               “พี่พล...” ฉันเรียกเบาๆ แต่เขาไม่ขยับตัวสักนิด “หลับหรือตายคะ?”

               แต่พี่พลก็ยังไม่ตอบ

               “เฮ้อ!” ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเดินออกจากห้องไปนั่งบนโซฟาอย่างช่วยไม่ได้ แต่เพราะเมื่อคืนฉันกลับดึกมากแล้วก็พึ่งนอนไปได้แค่ไม่กี่ชั่วโมงฉันจึงเผลอหลับไปบนโซฟาในที่สุด..

 

               02.30 PM

               แม่เจ้า! นี่ฉันหลับอะไรแบบนอนสตอปขนาดนี้เนี่ย จำได้ว่าเมื่อคืนไปปาร์ตี้เรียนจบแล้ว...

               “พี่พล!” ฉันเผลออุทานออกมาแรงๆ เมื่อนึกขึ้นว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน แต่เมื่อลุกพรวดขึ้นมานั่งกลับพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียง แอร์เย็นเฉียบจนปากแทบสั่น

               ฉันจำได้ว่าหลับไปบนโซฟานี่นา แล้วมาอยู่บนเตียงได้ไงหว่า

               หรือว่าเรื่องเมื่อเช้าอาจจะแค่ฝันไป?

               คนเราจะละเมอได้เป็นตุเป็นตะขนาดนี้เลยเหรอ?

               แต่แล้วพี่พลก็เดินเข้ามาตอกย้ำว่ามันไม่ใช่ความฝัน เขาเดินเข้ามาหน้าตาเฉยพร้อมกับโทรศัพท์ในมือ “ใครเปลี่ยนรหัสไวไฟอ่ะ บอกรหัสใหม่มาหน่อย”

               ฉันอ้าปากกำลังจะตอบ แต่แล้วก็ฉุกคิดแผนเด็ดขึ้นมาได้ “ไม่บอก!

               “อย่ากวนตีน รหัสอะไร”

               “ไม่บอกค่ะ”

               “เร็วๆ จะโทรหาแม่ ยังไม่ได้เปลี่ยนมาใช้ซิมไทย”

               “พี่พลต้องยอมให้หนูอยู่ที่นี่ไปก่อน หนูถึงจะยอมบอกรหัสไวไฟ”

               “ถามจริง?” พี่พลเลิกคิ้วขึ้นมาข้างนึง

               “ใช่”

               “ไม่เป็นไร เดี๋ยวให้มันมาติดเนตให้ใหม่ก็ได้ ยังไงคอนโดฯ ชื่อแม่พี่อยู่แล้ว” แล้วพี่พลก็หันหลังกลับไป แต่ฉันทะยานออกไปคว้าแขนของเขาเอาไว้แน่น “เฮ้ย ทำอะไรเนี่ย”

               “หนูขอร้องจริงๆ นะคะพี่พล หนูขอแค่เดือนเดียวเอง ขอหนูอยู่ที่นี่เถอะนะคะ”

               “ไม่เอา – ปล่อย”

               “นะคะ หนูยอมทุกอย่างเลย ขอแค่ให้อยู่ที่นี่ก่อน”

               “ปล่อยๆ” พี่พลพยายามแกะมือฉันออก แถมยังไม่ยอมมองฉันเลยสักนิด แต่สายตากลับมองไปที่ลูกบิดประตูแทน “ไปใส่เสื้อในก่อนไปค่อยมาคุยกัน”

               “หือ...” ฉันอ๊องไปแวบนึงก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่ได้ใส่เสื้อในตลอดเวลาที่คุยกัน “ทะลึ่ง!

               ฉันผลักพี่พลออกแล้วปิดประตูใส่หน้าเขาทันที

               บ้าเอ๊ย! เห็นไปถึงไหนต่อไหนแล้วเนี่ย เป็นแค่พี่ชายต่างพ่อต่างแม่แท้ๆ กล้าดียังไงมามองนมฉัน นมฉันมีไว้ให้แฟนตัวเองมองเท่านั้นเว้ย!!!

               เอ... เดี๋ยวนะ

ว่าแต่ที่ฉันขึ้นมานอนบนเตียงได้ก็คงเป็นเพราะพี่เขาอุ้มมาสินะ...

               โอ๊ย อยากจะใจเต้นแต่ก็ทำไม่ลง!

               ฉันเอาหมอนฟาดหัวตัวเองรัวๆ โดยไม่รู้เหตุผลว่าทำไมเหมือนกัน แต่หน้าแดงมากเลย ร้อนอีกต่างหากทั้งที่เมื่อกี้แอร์เย็นจนขนลุก – นี่สรุปฉันควรจะอยู่ที่นี่ต่อเพื่อรักษาหน้าตัวเองไว้ รอพ่อกลับมาค่อยไปอ้อนขอคอนโดฯ ใหม่ หรือจะยอมกลับบ้านดีนะ คิดไม่ออกค่า!!!

             

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น