[Fic TVXQ&SJ] FirsT TimE ผับนี้เด็ด...เสร็จทุกราย !!(yaoi)

ตอนที่ 7 : FIRST PHOTO : Mission complete !

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 302
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    26 พ.ย. 54




First photo : Mission complete!


 

“เมิงๆ ไปเกะกันป่าว?” โลมาน้อยเอ่ยถามเพื่อนรักเมื่อหมดเวลาของคลาสสุดท้าย คิมแจจุงเงยหน้าจากการยัดของลงกระเป๋าก่อนจะเอ่ยตอบ

“ไม่ว่ะ พอดีมีนัด”

“ฮั่นแน่ๆ กับใครว้ะ กิ๊วๆ”

“กับพี่ยุนโฮ”

“เฮ้ย !! ไปมีซัมติงรองกันตอนไหนทำไมกูไม่เห็นรู้เรื่อง”

“ซัมติงรองเหรี้ยอะไร ไม่มีเหอะ! พี่เค้าจะให้ไปช่วยถ่ายรูปเฉยๆ”

“ถ่ายรูป ? แล้วทำไมต้องเป็นเมิงว้ะ?

“อันนี้กูไม่รู้ว่ะ โทษที ชวนคนอื่นเหอะ”

“พวกแมร่งมีเรียนยังไม่เลิกเลยเหอะ กูไปผับหาที่รักกูดีกว่า บ๊ายบายเว้ย”

“อืมบาย อย่าลืมทำโปรเจ็คด้วยล่ะเมิง” แจจุงโบกมือลาเพื่อนแล้วเดินไปยังประตูหน้ามหาลัยอันเป็นจุดนัดพบของเขากับรุ่นพี่ยุนโฮทันที



            ร่างสูงในชุดนักศึกษาธรรมดาๆกำลังนั่งอ่านหนังสือพ็อคเกตบุ๊คเล่มเล็กในมือพลางฟังไอพอทไปด้วยระหว่างรอใครบางคนอยู่แถวประตูมหาวิทยาลัยซึ่งมีผู้คนมากหน้าหลายตากำลังจับจ้องเขาเป็นตาเดียว ถึงจะไม่ได้เป็นเดือนมหาลัยแต่หน้าตาและคารมณ์ที่เหนือกว่าหลายชั้นของโฮสหนุ่มนามชองยุนโฮก็ทำให้กลายเป็นที่สนใจของบรรดาหนุ่มน้อยสาวน้อยได้ไม่ยาก ใบหน้าหล่อคมคายยิ้มมุมปากกับเรื่องตลกในมือที่อ่านอยู่ทำเอาใครหลายคนเพ้อไปกับยิ้มทรงเสน่ห์


           
คิมแจจุงมองรุ่นพี่คณะเดียวกับตัวเองพลางทำหน้ายู่กับฟีโรโมนอันมากล้นจนน่าหมั่นไส้ แก้มเล็กป่องขึ้น คิ้วเรียวสวยขมวดเป็นปมพร้อมกับปากเรียวได้รูปบ่นพึมพำอยู่กับตัวเองเบาๆก่อนจะสาวเท้าเข้าไปหา


“ไงรุ่นพี่”

“อืม เลิกแล้วเหรอ?” ร่างสูงเงยหน้าขึ้นสบตารุ่นน้อง มือหนาปลดหูฟังออกจากหู เก็บพ็อก เกตบุ๊คลงเป้แล้วลุกขึ้นยืนเดินออกไปโดยมีร่างเล็กๆเดินตามไปติดๆ

“ทำไมไม่เป็นเดือนมหาลัยให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยว้ะ!?

“พี่หล่อล่ะสิ” ร่างบางตกใจจนสะดุ้งเพราะไม่คิดว่าประโยคที่บ่นอยู่คนเดียวจะดังไปเข้าหูใครอีกคนด้วย ร่างสูงที่เดินทิ้งช่วงห่างพอประมาณหยุดฝีเท้าตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้นั้นหันหลังกลับมายิ้มหล่อๆกวนๆให้รุ่นน้องหน้าหวาน

“หล่อครับ หล่อมากกกกกก”

“ก็รู้ตัวอยู่ หึหึ” ถึงจะรู้ว่าถูกประชด แต่เขาก็ไม่ถือสาอะไร ออกจะขบขันด้วยซ้ำ

“เฮ้อไม่ไหวๆ รีบๆไปเถอะก่อนที่ผมจะสำรอกอาหารเช้าแถวนี้”

“พูดความจริงทำเป็นรับไม่ได้”

“จะถ่ายมั้ยรูปน่ะ ถ้าไม่ผมไปล่ะ”

“เฮ้ยเดี๋ยวๆ ใจร้อนจริงๆนายเนี่ย เอ้าถึงรถแล้ว ขึ้นไปสิ!

“นั่งหลังได้ป้ะ?

“พี่ไม่ใช่คนขับรถของนายนะ”

“นั่งหน้ามันเหมือนตุ๊กตาหน้ารถอ่ะ ผมไม่ชอบ !

“เกาะล้อไปมั้ย? ลมเย็นดีนะ”

“กวนตรีนล่ะๆ ผมขับล่ะกัน”

“ไม่ !!!” ยุนโฮตอบแทบไม่ทันเมื่อย้อนคิดถึงเหตุการณ์เมื่อวานที่แจจุงขับรถความเร็วท้านรก

“อะไรว้ะ งั้นก็ไม่ไปอ่ะ”

“เอาตรงๆที่นายพูดอ้างนู่นอ้างนี่คือจะขับใช่มั้ย?

“แน่นอนครับ !! นะนะนะ” สายตาอ้อนๆกับมือเรียวที่ยกขึ้นมาข่วนแขนเขาเบาๆอย่างลูกแมวน้อยทำเอาปฏิเสธไม่ลง

“ก็ได้ๆ” ยอมท้านรกสักวันคงไม่เป็นไรล่ะมั้ง

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



“เฮ้ยกูว่าเมิงใจเย็นๆก่อนดีกว่านะ” คยูฮยอนพยายามเกลี้ยกล่อมเพื่อนรักที่ทำท่าจะเข้าไปหาเรื่องรุ่นน้องหน้าสวย

“มันเตะน้องชายกูนะเว้ย ! ทำเอากูไปทำงานที่ผับไม่ได้ตั้งวันนึง เสียรายได้ !

“เมิงห่วงเสียรายได้หรือเสียหน้ากันแน่ห๊ะ”

“ก็ทั้งสองอย่างนั่นแหละ ไอเด็กเวรนั่นด่ากูไปแล้วรอบนึงไม่พอยังทำร้ายร่างกายกูอีก กูไม่ปล่อยไว้แน่ !!

“เฮ้อเมิง เรื่องมันแล้วไปแล้วปล่อยมันจบๆไปเหอะ”

“กูไม่จบเฟ้ย !! นั่นไงเหยื่อ(?)กูมานู่นแล้ว” ฮันคยองแสยะยิ้มมองร่างบางปากส้มเดินถือจานข้าวผ่านมาทางโต๊ะที่พวกเขานั่งอยู่ พลันความคิดดีๆก็ผุดขึ้นในหัว


           
พลั่ก
!!


           
ขายาวๆยื่นออกนอกโต๊ะอย่างจงใจ เป็นผลให้ร่างบางซึ่งกำลังเดินเม้าส์กับเพื่อนสนิทอยู่นั้นสะดุดล้มลง จานข้าวหล่นลงตัวแรงโน้มถ่วงของโลกกระจัดกระจายเต็มพื้น


“เป็นอะไรรึเปล่าฮยอกแจ
!!” ซองมินตาโตรีบนั่งลงช่วยพยุงเพื่อนรัก

“ไม่เป็นไรๆ” ฮยอกแจค่อยๆลุกขึ้นยืนช้าๆ ตาคู่สวยเหลือบไปเห็นรุ่นพี่คู่กรณีเก่าอย่างคาดโทษ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าไอบ้านั่นจงใจยื่นขาออกมา !

“จะหาเรื่องกันให้ได้ใช่มั้ย ? จัดเลยป้ะล่ะ!?

“เฮ้ยๆ ใจเย๊น !!” ซองมินปรามเพื่อนที่อยู่ๆก็ลุกพรวดขึ้นมาแล้วถกแขนนักศึกษาเดินกร่างๆไปหาร่างสูงของรุ่นพี่หนุ่มคณะศิลปกรรม

“เป็นอะไรของนาย ล้มแล้วมาพาลคนอื่น”

“กล้าพูดเนอะ ลูกผู้ชายกล้าทำกล้ารับดิว้ะ หรือว่าตุ๊ด ?” โอ้คยูฮยอนอยากปรบมือดังๆให้น้องหน้าสวยคนนี้จังเลยครับ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครกล้าพูดจาแบบนี้กับเพื่อนรักของเขามาก่อน ไอเด็กนี่กล้าดีจริงๆ


           
พึ่บ
!!


           
ฮันคยองลุกขึ้นมายืนประจันหน้ากับเด็กปากดีทันที ใจจริงเขาอยากจะมีเรื่องอยู่เหมือนกันแต่ไม่อยากได้ชื่อว่ารังแกหรือหาเรื่องเด็ก ในเมื่อเด็กมันเสนอมาก่อนแบบนี้ ขอสนองให้หน่อยแล้วกัน


           
ส่วนสูงที่ต่างกันลิบลับไม่ได้ทำให้ฮยอกแจหวั่นกลัวแต่อย่างใด อาจเป็นเพราะความโกรธและโมโหมันมีมากกว่า ร่างเล็กๆผลักอกร่างสูงอย่างแรงจนฮันคยองถึงกับเซถอยหลังไป


           
แต่ก็เพียงนิดเดียว


“ตัวเปี๊ยกเดียวเอาแรงมาจากไหนว้ะ
?

“พี่คยูฮยอนหุบปากเถอะครับ”

“เอ่อ” คยูถึงกับไปไม่เป็นเมื่อน้องซองมินผู้น่ารักพูดเสียงเรียบๆใส่


           
พลั่ก
!!


           
หมัดหลุ่นๆพุ่งเข้าใส่แก้มร่างสูงด้วยความรวดเร็ว หากแต่มือหนาก็คว้าข้อมือบางไว้ได้ก่อนที่มันจะพุ่งปะทะหน้าเขา ฮยอกแจยิ้มมุมปากพร้อมกับตวัดขายกขึ้นเตะสูงเป็นสเต็ปถัดมา


           
ฟึ่บ
!


           
หากแต่ฮันคยองก็เบี่ยงตัวหลบออกมาได้อีกครา


           
ฟ้าว
~ ตึ่ง !!!


           
แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อร่างเล็กพลิกตัวด้วยความเร็วสูงแล้วตวัดขาอีกข้างเอากลางลำตัวร่างสูงเข้าอย่างจังเป็นสเต็ปสุดท้าย ทำเอาร่างของหนุ่มศิลปกรรมล้มลงกับพื้นโรงอาหาร


“หึหึ เป็นไงล่ะ เห็นดาวกี่ดวงครับรุ่นพี่” ฮยอกแจนั่งยองๆพลางพูดจากวนตรีนใส่รุ่นพี่ด้วยสีหน้ากวนตรีนยิ่งกว่า

“เพื่อนนายสุดยอดเลย” คยูฮยอนถึงกับอ้าปากตาค้าง พูดจาติดๆขัดๆจนซองมินหลุดหัวเราะ

“ยังไงก็ขอโทษแทนเพื่อนพี่ด้วยนะครับ ดูแลเพื่อนพี่ดีๆล่ะ”

“ซองมินคิดว่ามันจบแล้วเหรอครับ?

“หือ ??


           
หมับ
!!


           
มือหนาคว้าข้อเท้าของร่างเล็กไว้แน่น ฮันคยองออกแรงตวัดทำให้ร่างเล็กที่ชะล่าใจอยู่ล้มตึงลงมานอนคว่ำอยู่บนอกตัวเอง


           
มันคงจะโรแมนติกมาก ถ้าพระเอกพิศวาสนายเอกหรือนายเอกอ่อนไหวกับพระเอก


           
หากแต่นี่คือ ฮันคยองและฮยอกแจ เหตุการณ์จึงกลับตาลปัตร จากฉากหวานแหว       โรแมนติก กลายเป็นบู๊เลือดสาดแทนซะนี่


“ตายซะเถอะ ย๊ากกก
!!

“ว้อยยย แกสิตายไอเด็กเวร !!” สองล่างล้มลุกคลุกคลาน กระชากกันไปกระชากกันมาพร้อมทั้งแลกหมัดและป้องกันตัวเองสุดฤทธิ์ ท่ามกลางสายตาของคนในโรงอาหารที่เริ่มมามุงดูด้วยความสนใจ

“ไม่ห้ามเหรอ?” คยูฮยอนถามซองมินซึ่งยืนดูเหตุการณ์อยู่เฉยๆไม่ทุกข์ร้อนใดๆ

“ห้ามไปก็เท่านั้น เหนื่อยเปล่าแหละ มันไม่ฟังหรอก ว่าแต่พี่เถอะ ไม่ห้ามเพื่อนพี่เหรอ?

“เหตุผลเดียวกับน้องซองมินแหละครับหิวข้าวจังเลย ไปกินข้าวด้วยกันหน่อยสิครับ”

“บนโต๊ะพี่ก็จานข้าวไม่ใช่เหรอ”

“ซื้อมายังไม่ได้กินเลย ก็เกิดเรื่องก่อนซะล่ะ ไปหาที่กินข้าวสงบๆดีกว่า ซองมินไปกับพี่นะ เดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง”

“เอางั้นก็ได้” ซองมินไม่ได้เป็นเพื่อนที่แย่นะ เพียงแต่เขารู้ว่ายังไงเพื่อนรักของเขาก็ดูแลตัวเองได้ จะอยู่ดูมันฟัดกับรุ่นพี่ฮันคยองไปก็เกะกะเปล่าๆ อีกทั้งเสียงท้องร้องประท้วงที่เริ่มจะดังขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจไปกินของฟรีกับรุ่นพี่คณะวิศวะอย่างคยูฮยอน


           
โดยทิ้งฉากบู๊ดุเดือดระหว่างสองหนุ่มสองคณะเอาไว้เบื้องหลัง


           
โดยหารู้ไม่ว่า
มันจะกลายเป็นสงครามของสองคณะในเวลาต่อมา














“พี่ยุนโฮ
เลือกสถานที่ได้รึยังอ่ะ นานแล้วนะ”

“แหม จะถ่ายรูปไปประชันกับเขาต้องพิถีพิถันหน่อยสิ” ผมพูดพร้อมกับเดินลากขายาวๆไปเรื่อยๆอย่างไม่รีบร้อนประหนึ่งเดินเล่นสวนหลังบ้าน

“ก็เข้าใจ แต่พี่ดูไม่เห็นสนใจจะหาสถานที่จริงๆจังๆเลยนะ ไหนว่าแข่งไง?” ร่างบางย้อนถามอีกครั้ง

“คิดไม่ออกนี่หว่า ช่วยคิดหน่อยสิ”

“เอ้า!? แล้วเดินบ้าอะไรอยู่ตั้งนานถ้าคิดไม่ออก ไม่บอกผมพรุ่งนี้เลยล่ะครับ”

“กะอยู่ พอดีเกรงใจ” ผมหลบกำปั้นเล็กๆที่พุ่งเข้ามาหลังจบประโยคไปได้อย่างหวุดหวิด

“หาอะไรกินกันมั้ย เขาว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง”

“หิวแล้วก็บอกมา”

“อืม หิวมาก เดินตามพี่อยู่ชั่วโมงกว่าๆแล้วเนี่ย !? เลี้ยงข้าวเลย”

“คร้าบๆ” ผมขานรับกวนๆก่อนจะเดินนำแจจุงไปยังร้านอาหารเล็กๆบรรยากาศดีๆที่ผมกับพวกบรรดาโฮสทั้งหลายมากินประจำ ทันทีที่ผลักบานประตูใสเข้าไปก็ได้พบเข้ากับเพื่อนโฮสซึ่งกำลังเดินสวนออกมาโดยบังเอิญ

“อ้าวคยูฮยอน?

“เฮ้ยยุนโฮ โลกกลมจังว่ะ”

“มาทำไรว้ะ?

“มาร้านอาหาร ซักผ้ามั้งเมิง”

“เอ่อนะ กูก็ถามตามมารยาทว่าแต่คนข้างๆเมิงนี่ใครน่ะ?

“น้องซองมิน เด็กบริหาร กู-จอง ห้ามม่อห้ามยุ่ง หวง” จบคำพูดนั้น น้องซองมินก็ตีเข้าที่แขนไอคยู ดังป้าบเลยทีเดียว ผมเห็นไอคยูซี้ดปากไปนึดนึงด้วย แรงเยอะไม่ใช่เล่น

“นายชื่อซองมินเหรอ เพื่อนเรียววุครึเปล่า?” แจจุงรีบโผล่หน้าเข้ามาในบทสนทนา หลังจากที่ผมแอบเห็นเด็กนี่ส่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้บริกรสาวแถวๆนี้

“อื้อ ทำไมเหรอ?

“เราชื่อแจจุง เพื่อนเรียววุคเหมือนกัน มันฝากให้ช่วยดูแลนายไม่ให้ “คนหน้าม่อ” แถวนี้จีบติดน่ะ”

“เฮ้ยๆ ปรามเด็กเมิงหน่อยไอยุน”

“ไม่ใช่เด็กกู นี่น้องแจจุง คนที่ปาผ้าใบใส่หัวไอฮยอนจุงวันนั้นไง”

“อ่อนึกออกล่ะ น้องรู้มั้ยไอฮยอนจุงมันยังไม่ออกจากโรงบาลเลยนะ”

“ไม่รู้ครับ รู้อย่างเดียวว่าพี่อ่ะ ตอแหล” ผมหัวเราะก๊ากแอบแทคมือด้านหลังกับไอเด็กแสบเบาๆ ส่วนไอคยูฮยอนทำหน้าเหมือนอยากต่อยคนมากครับ

“ปากดีนะครับน้อง หึหึ พี่ชื่อคยูฮยอน จะมาเป็น “ว่าที่สามีซองมิน” เร็วๆนี้”


           
ผัวะ
~ ตุ๊บ !


           
คราวนี้ไม่ใช่แค่น้องซองมินที่ต่อยแขนไอคยู เพราะแจจุงนั้นเกิดอาการทนคนกวนตรีนไม่ไหวจึงจัดเท้างามๆประเคนให้ที่สีข้างด้วยเป็นของแถม


“อะไรกันเด็กพวกนี้ ดีนะไม่อยู่วิศวะไม่งั้นโดนลงโทษตายหร่าโทษฐานลามปามรุ่นพี่”

“พอดีเด็กการตลาดถูกสอนมาน่ะครับว่าโลกคือความเท่าเทียม” ตอนไหนว้ะผมคิดในใจ

“โอ๊ย ปวดจิตว่ะคุยกับเมิง เมิงชื่อแจจุงใช่มั้ยว้ะห๊ะ!?

“ครับรุ่นพี่ ทำไมเหรอ?

“กูจะเอาชื่อขึ้นบัญชีดำ”

“ซองมินระวังตัวดีๆนะ ไอรุ่นพี่นี่มันหน้าม่อ เรียววุคฝากบอกมา” แจจุงไม่สนใจไอคยู เจ้าตัวหันมาคุยกับเพื่อนรุ่นเดียวกันแทน

“อื้อๆ ขอบใจที่เตือน ฝากความคิดถึงถึงเรียววุคด้วยนะถ้าเจอมันอ่ะ เราต้องไปแล้ว บ๊ายบาย”

“บาย ยินดีที่ได้รู้จักนะ” ไอเด็กนี่มันพี้ยามารึเปล่าผมชักไม่แน่ใจ เพราะเห็นโบกมือลาเพื่อนใหม่ยิ้มร่าอยู่หน้ากระจกนานเหลือเกิน ลำบากผมต้องลากเข้ามานั่งโต๊ะเพื่อแก้ความเข้าใจผิดของใครหลายๆคนว่ามากินข้าวกับคนบ้า

“ข้าวผัดผักรวมมิตรใส่หมูกรอบกับน้ำมะนาวครับ”

“เฮ้ยๆ เมนูมีดูก่อนก็ได้” ผมบอกไอคนมานั่งที่หลังแต่ดันสั่งอาหารก่อนผมที่นั่งดูเมนูอยู่

“ร้านไหนๆก็มีแหละเมนูนี้ ร้านพี่มีใช่มั้ย?” พูดเองเออเองแต่กลับหันไปถามบริกรสาวนี่มันหมายความว่าไงว้ะ?

“มีคะ”

“งั้นผมเอาหมี่ผัดซีอิ้วเนื้อกับน้ำส้มครับ”

“ต๊ายตาย น้ำนางเอกซะด้วย” เมื่อสาวน้อยรับออเดอร์เดินไปแล้วแจจุงก็ออกปากแซวผมทันที

“ทำไมๆพี่ชอบซะอย่างไม่แคร์ว่ะ หึหึ”

“เลิกเล่นแล้วมาคิดเรื่องสถานที่ถ่ายรูปกันดีกว่าครับ” เปลี่ยนมู้ดไวมากครับ ผมชักสงสัยจริงๆแล้วนะว่ามันเล่นยารึเปล่า เมื่อกี้ยังทำหน้าทะเล้นกวนๆอยู่เลย ตอนนี้กลับกลายเป็นนั่งจ้องหน้าผมทำหน้าตาประหนึ่งถกปัญหาการเมืองไปซะแล้ว

“พี่ไม่มีไอเดียเลยอ่ะ”

“จะถ่ายรูปประเภทไหนล่ะ?

“แพลงกิ้ง”

“หูยยยยย งั้นก็ต้องเป็นสถานที่ๆไม่ธรรมดาน่ะสิ ไม่งั้นแพ้แหงๆ”

“สถานที่ไม่ธรรมดาน่ะหาง่าย แต่สถานที่ๆคนธรรมดาๆสามารถทำได้ด้วยน่ะมันหายาก”

“ก็จริง อ๊ะ! อาหารมาล่ะกินก่อนเหอะ เดี๋ยวค่อยคิด” แล้วแจจุงก็เปลี่ยนอารมณ์อีกครั้งแต่พอนั่งกินไปได้สักครึ่งจานก็เงยหน้ามามองผมด้วยสายตามีประกายความหวัง พร้อมพูดความคิดของตัวเองโดยมีข้าวในปากร่วงลงมาเป็นภาพประกอบการฟังให้ผมดูไปพลางๆ

“ทีหลังเคี้ยวให้หมดก่อนค่อยพูด น่าเกลียด”

“เดี๋ยวลืม” แหม คนนะครับไม่ใช่ปลาทอง

“ตกลงจะเอาแบบนั้นจริงๆเหรอ?

“เอ้า? พี่เป็นคนทำนะครับ ผมแค่เสนอความคิด พี่สิต้องเป็นคนตัดสินใจ”

“อืมคืนพรุ่งนี้แล้วสินะพี่ไม่มีเวลาแล้ว เอางั้นก็ได้”


           
เอาเถอะ
ถึงจะดูเสี่ยงๆพิสดารๆไปสักหน่อย แต่มันคงไม่เป็นอะไรหรอก


           
มั้งนะ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



[เฮ้ยๆ วันนี้มีถ่ายเอมวีตอนห้าโมงนะ ไม่ลืมใช่มั้ย?]

“ครับ ไม่ลืมครับ” ร่างบางขยี้หัวฟูๆของตัวเอง ปากเล็กหาวหวอดๆ คิ้วเรียวมุ่นอย่างขัดใจที่ถูกผู้จัดการสาวโทรมารบกวนเวลานอน

[มาก่อนเวลาด้วยล่ะ บอกมาตรงเวลาทีไรช้าตลอด แกไม่ใช่ดาราใหญ่นะจะได้ทำอะไรไม่ต้องแคร์ใครก็ได้น่ะ]

“อืม คราวนี้ไปก่อนเวลาแน่ๆครับ”

[งั้นไม่กวนล่ะ โทรมาเตือนเฉยๆ แค่นี้นะ]


           
ติ๊ด


“เฮ้อ
~~ !” เรียววุคถอนหายใจแล้วเดินพาดผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำ เมื่อคืนไม่น่าไปดื่มกับพวกจียงเลยให้ตายเหอะ ดื่มแล้วควบคุมตัวเองไม่ได้ ไม่รู้ดื่มไปเยอะแค่ไหน ไอซึงฮยอนบอกว่าครึ่งลังก็ไม่รู้จะเชื่อดีมั้ยเพราะดูเว่อร์เกิน ดูสิตื่นมาซะเกือบสี่โมงเย็น


           
ย้อนคิดถึงสาเหตุที่เขาไปสายเสมอ มันมาจากไอพระเอกเอมวีนั่นแหละ คนหรือปลาหมึกกันแน่ฟ้ะ เกาะหนึบติดทนนานซะยิ่งกว่ากาวตราช้างจนคนรู้ไปทั้งกองแล้วมั้งว่าหมอนั่นมันจีบเขา


           
เอ๊ะหรือมันจะเป็นปลิง
?


           
นอกจากไปสายตลอดแล้ว เรียววุคยังรีบบึ่งกลับบ้านทุกครั้งทันทีที่เลิกกอง เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับไอหนุ่มหน้าม่อนั่น


           
ปกติเรียววุคไม่ใช่คนแบบนี้
คนอย่างเขาไม่เคยต้องหนีปัญหาอะไร


           
หากแต่ไอบ้านี่
…! มันทั้งกอดเขา หอมแก้มเขา แทบจะกดเขาทุกครั้งที่ได้เจอกันอยู่รอมร่อ คนอาจหาญไม่กลัวอะไรมันก็หวั่นๆเหมือนกันนะเว้ย !

~ Been many places  Wishing you were here too  Familiar faces  All I miss is you  ~ High in the sky  Shining stars above Tears runing dry  I wanna be in love ~



“ใครว้ะ
?” ร่างเล็กที่เดินออกจากห้องน้ำมาพอดีกดรับโทรศัพท์มือถือของตัวเอง

[รับโทรศัพท์เถื่อนจังนะครับ]

“ถามว่าใคร?

[ว้า ~ รับไม่ดูชื่อคนโทรเข้าเลยเหรอครับ ลองดูหน้าจอมือถือตัวเองหน่อยสิ] เรียววุคแทบจะปาโทรศัพท์ทิ้งเมื่อหน้าจอเมมเบอร์ไอปลิงทะเลนี่ว่า


           
My Love


“เอาโทรศัพท์กูไปตอนไหน ไอปลิงทะเล
!!

[หวา ไม่ได้จะโทรมาชวนทะเลาะสักหน่อย อย่าดุสิครับ]

“โรคจิตรึไงห๊า สาวๆสวยๆในกองเยอะแยะ จีบไปสิอย่ามายุ่งกับกู !!

[ที่รักใจร้ายมากเลยนะครับ ผมแค่จะโทรมาบอกว่าเดี๋ยวจะรับไปถ่ายเอมวีด้วยกัน]

“ไม่ต้อง รถกูมี ขับไปเองได้”

[ประหยัดน้ำมันช่วยชาตินะ เอาเถอะ รออยู่เฉยๆแถวนั้นแล้วกัน สี่โมงครึ่งจะไปรับถึงหน้าห้องเลย แล้วเจอกันครับ จุ๊บ !]


           
ติ๊ด
~ !


“โว้ยยยยยยย
!!!” ก่อนที่จะพ่นไฟอาละวาด(?) เรียววุคก็รีบจัดการแต่งตัวเสริมหล่อให้รีบร้อยอย่างรวดเร็วภายในเวลาสิบนาที มือเรียวยกนาฬิกามาดูเวลาเห็นเป็นเวลาสี่โมงเป๊ะๆ


           
ต้องรีบไปที่รถให้เร็วที่สุด
!


           
ขาเรียวกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังรถสีดำสุดรักสุดหวง หากแต่ข้างรถคันโปรดนั้นกลับมีสิ่งมีชีวิตบางอย่างนั่งกินขนมอยู่ข้างๆด้วย


“แต่งตัวเร็วจังแฮะ”

“ไอเยซอง มาได้ไงว้ะ !!!

“ชู่ว์ อย่าเสียงดังสิครับ ผมมาตั้งแต่โทรหาเรียววุคแล้วแหละ”

“เมิงรู้ได้ไงว่ากูอยู่คอนโดนี้ว้ะ เมิงโรคจิตสะกดรอยตามกูใช่มั้ย !?

“ทำไมมองผมในแง่ลบขนาดนั้นล่ะ เสียใจนะเนี่ย ผมแค่อยากรู้ทุกๆอย่างของคนที่ชอบมันผิดรึไงครับ”

“โว้ยยยย !! เมิงทำกูประสาทกินรู้ตัวมั้ย? กูไม่เคยเป็นงี้มาก่อนเลยให้ตายเหอะ”

“ว้าวๆ แสดงว่าผมมีอิทธิพลต่อเรียววุคใช่มั้ยครับ ถึงทำให้คุณเปลี่ยนตัวเองได้เนี่ย” เฮ้ย !!? อะไรในคำพูดกูมันบอกให้เมิงคิดไปได้งั้นว้ะ !?

“ถอยไป กูรีบไปกองถ่าย”

“ไปด้วยกันสิครับ” พูดพลางผายมือไปยังรถสปอร์ตสีแดงเพลิงของตัวเองที่จอดสตาร์ทเครื่องไว้ใกล้ๆกัน

“ไม่” รู้อยู่ก่อนหน้าแล้วว่าเจ้าตัวคงปฏิเสธ เยซองจึงเดินเข้ามาคว้าเอวบางรวบเข้าหาตัวแล้วจัดการยกคนตัวเล็กพาดบ่า ขายาวเดินเร็วๆไปที่รถ โยนร่างที่แบกอยู่ลงที่ข้างคนขับพร้อมปิดประตูลงกลอนอย่างเรียบร้อยโดยที่เรียววุคได้แต่อ้าปากค้างในความเร็วและด้านของอีกฝ่าย

Let’s go baby !!!


           
เรียววุคขอสาบานกับตัวเองว่าสักวันเขาต้องหาทางเอาคืนไอปลิงทะเลนี่ให้ได้


           
แค้นนี้ต้องชำระ
… !!!

 












“แจจุง ขอร้อง ช่วยพูดให้กำลังใจพี่ทีว่าพี่จะทำได้”

“พี่ยุนโฮทำได้ครับ”

“พี่ยุนโฮเก่งอยู่แล้ว หล่ออยู่แล้วต้องทำได้ครับ”

“เดินสักทีสิครับ”

“เดี๋ยวสิ ขอทำใจแป๊บ !!” ไม่รู้ว่าผมคิดถูกหรือคิดผิดกันแน่ที่เลือกเชื่อแจจุง ไอเด็กแสบมันพาผมมาบนทางด่วนครับ !! คุณอ่านไม่ผิดหรอกทางด่วนโทลเวย์ !! ให้ตายเถอะ รถวิ่งกันให้วุ่นทั้งบนนี้และด้านล่าง มันจะให้ผมไปนอนคว่ำหน้าตรงขอบรั้วกั้นไม่ให้รถตก บ้าไปแล้ว

“พี่ยุนโฮ เร็วๆสิครับ”

“พี่พลิกซ้ายคงโดนรถข้างล่างทับ ถ้าพลิกขวาก็รถข้างบนทับ เสี่ยงตายไปว่ะแจจุง”

“พี่ก็แค่อยู่นิ่งๆรอผมแชะภาพไม่ถึงห้าวิแล้วเดี๋ยวผมช่วยพี่ลงมาเองครับ”

“กลับกันเหอะว่ะ”

“พี่ยุนโฮ ครั้งเดียวในชีวิตนะครับ ขอร้อง” ไอเด็กนี่ท่าจะเป็นเอามาก มันคุกเข่ากอดขาผมประหนึ่งขอสมบัติ คนเริ่มชะลอรถบางคนถึงกับจอดมามุงกันใหญ่

“ละครช่องไหนเหรอ”

“ไหนอ่ะกล้อง” โธ่ ขับรถต่อไปเถอะครับ อย่าได้มาสนใจโฮสหน้าตาดีๆสองคนนี้เลย

“เร็วๆ คนมุงแล้วนะ” มุงเพราะนายนั่นแหละ !! ทำไมนะทำไมผมถึงมีความคิดจะจีบเด็กคนนี้ได้เนี่ย ดูไม่ปกติอย่างรุนแรงอ่ะ

“ทุกคนครับ เอาใจช่วยชองยุนโฮ ในภารกิจแพลงกิ้งข้างรั้วโทเวย์หน่อยครับ!!

“ชองยุนโฮ ชองยุนโฮ ชองยุนโฮ !!!” คราวนี้ยังกับประท้วง โฮ ผมอยากร้องไห้จริงๆครับ คนมุงกันเยอะแยะแถมยังเสียงเชียร์ที่ดังลั่นทั่วทางด่วนนี่อีก


           
เฮ้อ
~ เป็นไงเป็นกันว้ะ แค่ไปนอนคว่ำไม่ถึงห้าวิแล้วกลับผับไปเมา ดื่มหนักๆให้ลืมเรื่องราวตอนนี้ซะก็สิ้นเรื่อง


           
เมื่อคิดได้ดังนั้น ผมจึงก้าวเดินไปตามทางที่ฝูงชนจงใจแหวกให้ ก่อนจะค่อยๆลงนอนตรงรั้วกั้นอย่างหวาดเสียวจนได้ยินเสียงคนพึมพำว่าน่ากลัวๆ ซี้ดปากอย่างตื่นเต้นและอื่นๆอีกสารพัด


           
หัวใจผมเต้นแรงมากครับ หลับตาซะชองยุนโฮ ที่นายเห็นข้างล่างมันไม่ใช่รถวิ่ง มันคือลานจอดรถ ทำใจดีๆชองยุนโฮ


“หนึ่ง สอง ซั่ม
!!


           
~ แชะ ! ~


“เรียบร้อยแล้วครับพี่ยุนโฮ อยู่นิ่งๆนะเดี๋ยวผมไปช่วยประคอง” จำได้ว่าหลังจากนั้นสติผมไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว ไม่ได้ยินเสียงคนที่ส่งเสียงร้องตะโกนแสดงความยินดี ไม่เห็นมือถือหลายสิบเครื่องที่ถ่ายรูปผมแพลงกิ้งไปพร้อมๆกับตอนแจจุงถ่าย ไม่รับรู้ถึงแรงลากที่พาผมขึ้นรถยนต์แล้วขับออกไป


           
รู้สึกแต่
อะไรบางอย่างกำลังจะออกมาจากปาก


“พี่ยุนไหวรึเปล่า หน้าซีดๆนะ”

“จะแจจุงขอถุง

“หืม? ไม่มีนะ รอก่อนได้มั้ย”

“จอด !!

“อะไรนะ !!?” เพราะแจจุงขับรถเร็วฝ่าสายลม จึงไม่ได้ยินเสียงที่ผมบอกไป


           
ไม่ไหวแล้ว


“อ่อกกกกกกก
!!!


           
เอี๊ยด
!!!


“เฮ้ย
!!!!” แจจุงร้องโวยวายเพราะผัดซีอิ้วที่ได้กินมาเมื่อกลางวันไปกองอยู่เต็มเสื้อของเจ้าตัวในสภาพของเหลว

“พี่มัน …!!” ผมแอบเห็นแจจุงน้ำตาคลอหน่อยๆด้วย

“ขอโทษ

“โว้ยยยยย !! มันหายที่ไหนเล่า !!” ถึงปากจะโวยวายแบบนั้น แต่ร่างบางก็จอดข้างทางหยิบขวดน้ำส่งให้ร่างสูงดื่มพร้อมตบหลังเบาๆ

“เอาเสื้อไปซักให้นะ” ผมดึงเสื้อนักศึกษาที่แจจุงถอดมาเก็บไว้

“อือ”

“พี่ลืมบอกนายไปว่าพี่กลัวความสูง”

“ช้าไปมั้ยครับเฮ้อ ~ ช่างเถอะยังไงก็ได้รูปมาแล้ว ลงเฟชแท็คให้ผมด้วยนะ”

“อื้มเอ่อแจจุง ขับรถช้าๆหน่อยได้มั้ย?

“ก็ต้องช้าอยู่แล้วแหละ ขัดเร็วๆลมพัดจนผมปอดบวมตายพอดี” ผมมองร่างบางที่ไม่ได้ใส่อะไรเลยช่วงบนแล้วรู้สึกหน้าร้อนแปลกๆ

“ทำไมไม่ใส่เสื้อทับว้ะ”

“มันร้อน”

“แล้วตอนนี้ร้อนมั้ยล่ะ”

“หนาวเหอะ เป็นอะไรเนี่ย มองผมอยู่ได้ หน้าแดงด้วย ไม่สบายเหรอ?

“เปล่าๆไม่มีอะไร ขับรถไปส่งพี่ที่ผับที”

“ไหวเหรอ กลับบ้านพักดีกว่ามั้ย?

“บอกแล้วไงว่าไม่เป็นไรหรอก เจอเหล้าขวดสองขวดเดี๋ยวก็หาย” แจจุงพยักหน้าแล้วขับรถมุ่งตรงไปยังผับไอยูชอน โดยมีผมลอบมองเรือนร่างขาวผ่องอยู่อย่างลืมตัว


           
แจจุงผิวขาวเนียนละเอียด


           
แจจุงเอวคอด


           
แจจุงหัวนมสีชมพู


           
แจจุงมีซิกแพคสวยงาม


“พี่ยุน
…!

“แจจุงหุ่นดีจัง” เวร !! ผมคิดดังจนออกมาเป็นคำพูดเลยเหรอเนี่ย

“อ่าขอบคุณที่ชม” ร่างเล็กยิ้มมุมปากก่อนจะหันไปสนใจทางด้านหน้าต่อ เมื่อรถติดไฟแดงเขาก็สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่หล่นมาทับตรงตัก ก้มมองลงต่ำจึงเห็นโฮสหนุ่มรุ่นพี่ที่นอนหลับอยู่อย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวใดๆ


           
พี่ยุนโฮมุมนี้
ก็น่ารักดีเหมือนกันเนอะ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

YO QUIERO COMMENT … HASTA PRONTO J

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

47 ความคิดเห็น

  1. #32 LoVe_UH (@nuttynut) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2554 / 17:24
    กรี๊ดกร๊าด  ด ด  แทนหมีๆ  ๆ
    กิ๊ซๆ ๆ  ๆๆ  น่ารักอ่ะ><
    #32
    0
  2. #31 Candy_berry (@sky-line-sun) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2554 / 17:11
     น่ารักอ่า >0< 
    #31
    0
  3. #30 kana (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2554 / 17:00
    ยุนโฮ ช่างกล้าจริง ๆๆ นะ



    #30
    0
  4. #29 mild mew oiw (@mildzuza) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2554 / 13:33
     แพลงกิ้งเสร็จซะที ความคิดแจเริ่ดมาก 

    มาอัพไวๆนะคะ
    #29
    0