BTS | CLOSED TERRARIUM (KOOKGA)

ตอนที่ 9 : PROCESS 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,586
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 122 ครั้ง
    14 ก.ย. 62






PROCESS 8













 

 

 




นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่เท้าของมินยุนกิก้าวมาเหยียบพื้นที่บริเวณโรงอาหารของมหาลัย ปกติเขากับกลุ่มเพื่อนไม่ค่อยมากินข้าวที่นี่กันสักเท่าไหร่ ด้วยข้อเท็จจริงอันน่าปวดหัวสองข้อ ข้อหนึ่ง คนเยอะ นักศึกษาทุกคณะจะต้องมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ในเวลาพักเที่ยง ซึ่งมันวุ่นวายยิ่งกว่ามิวส์ตอนตีหนึ่งซะอีก ข้อสอง ด้วยความที่คนเยอะมากและรสชาติมันก็ไม่ได้อร่อยอะไรนัก ส่งผลให้พวกเขาตัดสินใจที่จะตัดมันออกจากตัวเลือกของมื้อกลางวันไปอย่างสิ้นเชิง

 

 






แต่ทำไมวันนี้เขาถึงต้องมากินข้าวที่นี่น่ะเหรอ

 

 






“เอาน่ามึง ไม่ได้มานานแล้ว” จองโฮซอกยกแขนกอดคอเขาที่กำลังหน้าหงิกระดับสิบ คิ้วขมวดยิ่งกว่าตอนพี่จูเอายีนส์ลูกรักไปซักเสียอีก


“ไป ไปซื้อข้าวให้กูเลย หงุดหงิดนะเนี่ยเห็นป่ะ”

 

 



ยุนกิยกเท้าถีบอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนจะนั่งกดโทรศัพท์รอที่โต๊ะ มันก็รู้ดีว่าเขาไม่ชอบมาโรงอาหารแต่ก็ยังคะยั้นคะยอกึ่งดึงกึ่งลากเขามาถึงนี่จนได้ ถึงแม้ว่าจะก้มหน้าอยู่กับหน้าจอแต่ร่างเล็กก็รับรู้ได้ถึงสายตาหลายคู่ที่มองมาทางเขา ทั้งตั้งใจจ้อง ทั้งแอบมอง ที่จริงเขาก็เป็นคนธรรมดานั่นแหล่ะ เป็นนักศึกษาคณะสังคมฯ ปีสามที่วันๆเอาแต่เรียนกับเที่ยว (ซึ่งตอนนี้เพิ่มเดย์เบดเข้ามาในวงจรชีวิตด้วยอีกหนึ่งอย่าง) เพิ่งจะมารู้ว่าตัวเองเป็นที่รู้จักในระดับหนึ่งก็ตอนประกวดเดือนคณะนั่นแหล่ะ แต่มันก็ผ่านมาสองปีแล้วเลยไม่คิดว่าจะยังมีคนมองอยู่อีก

 

 



“มาแล้วครับเพื่อนนน” โฮซอกวางจานข้าวตรงหน้าเขา แล้วนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม “แหม มินยุนกิคิวท์บอยยังฮอตเหมือนเดิมนะครับ”


“คิวท์บอยพ่อง เดี๋ยวถีบ”


“เชื่อป่ะเดี๋ยววันนี้ก็มีรูปมึงไปลงเพจอีก นานๆทีพี่ยุนกิจะปรากฏตัวในที่สาธารณะ”


“เพราะใครล่ะครับ เพราะมึงเลย” เขาเอาช้อนชี้หน้าเพื่อนสนิทก่อนจะกินข้าวต่อ เหมือนว่ารสชาติมันจะดีขึ้นแฮะ “กูถามจริง ทำไมวันนี้มากินนี่วะ”


“ก็แค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศอ่ะ ไม่ได้มานานแล้


“ตอแหล ขอความจริง”


“เนี่ยอ่ะจริงสุดๆ” ยุนกิกลอกตาให้กับท่าทางโอเวอร์ของคนตรงข้าม พูดเสียงดัง ตาโตเป็นไข่ห่านขนาดนั้นนี่ไม่รู้เล้ยยย ว่ากำลังแถสีข้างถลอก


“อ่ะๆ เชื่อๆ เออแล้วทำไมวันนี้มึงไม่ไปกินข้าวกับวีวะ? ปกตินี่แทบจะเฟสไทม์หาเช้าเย็น”

 

 




วี ที่เขาพูดถึงคือชื่อเล่นของ คิมแทฮยอง น้องปีสอง เดือนนิเทศฯ คนที่จอนจองกุกอัพรูปในไอจีแฮปปี้เบิร์ธเดย์ยังไงล่ะ แถมยังเป็นรุ่นน้องคนสนิทของซอกจินอีกต่างหาก วีเป็นชื่อเล่นที่คนอื่นๆชอบเรียกกัน มันมาจากชื่ออินสตาแกรมของเจ้าตัวนั่นแหล่ะ หลายคนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตาแทฮยองผ่านทีวีบ่อยๆเพราะน้องมันถ่ายงานเยอะมากๆ ทั้งลงเล่มนิตยสาร ถ่ายแบบเสื้อผ้าตามเว็บ โฆษณา มิวสิควิดีโอ หนังสั้น หรือซีรี่ส์วัยรุ่นอะไรพวกนั้นวีมันก็ทำมาหมดแล้ว เหมือนว่าจะรับงานเองไม่ผ่านโมเดลลิ่งเลยไม่มีกฎอะไรวุ่นวายเท่าดาราเด็กคนอื่นๆที่มีสังกัด ส่วนไอ้เพื่อนเขามันไปเจอน้องตอนที่แวะเอาของไปให้นัมจุนที่กองถ่าย (รายนี้ก็ไปเฝ้าซอกจินอีกตามเคยนั่นแหล่ะ) แล้ววันนั้นวีมาถ่ายงานให้พอดี เห็นว่าคุยกันอยู่เดือนสองเดือนได้ก่อนจะตกลงคบกัน กับแฟนคนนี้นะจองโฮซอกอย่างเห่อเลย ไปหาแทบทุกครั้งที่มีเวลาว่าง แต่ก็นะ มีแฟนหน้าตาดี แถมยังเป็นคนดังอีก ทั้งหวงทั้งเห่อทั้งหลง มินยุนกิล่ะเบื่อ

 

 




“น้องมันไปกับเพื่อน” มือเขี่ยข้าวไปมาแถมยังก้มหน้าก้มตาพูดแบบนี้นี่มันน่าสงสัย เขาหรี่ตาอย่างจับผิด ก่อนจะเอ่ยถามต่อ


“ปกติมึงก็ไปกับเพื่อนน้องเขานี่ วันนี้เกิดผีบ้าอะไรแยกตัวออกมาล่ะ”


“เออๆๆ กูเลิกกับแทฮยองแล้ว โอเคยัง?”


“เห้ย!” ยุนกิอ้าปากค้างก่อนจะกระพริบตารัวๆอย่างไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน เขารวบช้อนส้อมให้เรียบร้อยก่อนจะตั้งใจคุยกับโฮซอกอย่างจริงจัง ไม่กินมันละข้าวเนี่ย “เดี๋ยวนะ มึงเพิ่งคบกับวีไปเมื่อสองอาทิตย์ก่อนเองไม่ใช่เหรอวะ? เมื่อวันก่อนก็ยังเห็นว่าไปเฝ้าน้องที่กองอยู่เลย”


“ก็เออไง แต่ตอนนี้เลิกแล้ว”


“เชี่ย เร็วสัด เกิดอะไรขึ้นวะ ละมึงดูไม่เฮิร์ตห่าไรเลย กูงงนะเนี่ย”


“ใครมันจะขี้เพ้อแบบมึงล่ะ” โฮซอกเอื้อมมาผลักหัวเขาก่อนจะถอนหายใจเบาๆ “เพิ่งเลิกเมื่อวานนี่แหล่ะ ทะเลาะกัน แทแม่งท้าเลิก เลยเลิกแม่ง”


“โอ้ย มึงเป็นบ้าเหรอไอ้เวรนี่ แล้วทะเลาะอะไรกันไหนบอกมาซิ”


“ก็จอ” คำพูดที่ชะงักไปของอีกคนทำให้ยุนกิยิ่งรู้สึกสงสัย


“ก็อะไร?”


“ช่างแม่งเหอะมึง เรื่องไร้สาระว่ะ มึงไม่ต้องรู้หรอก”


“เอ้าไอ้นี่ เออๆๆ แล้วแต่มึง แต่กลับไปคุยกันให้ดีๆไป อย่าใช้แต่อารมณ์” ร่างเล็กยกข้อมือขึ้นดูเวลาก่อนจะลุกนำ “แต่ตอนนี้ไปเหอะมึง อีกสิบห้านาทีต้องเข้าคลาสละ”

 

 





จองโฮซอกพยักหน้าก่อนจะหยิบกระเป๋าและลุกตามเขา ยุนกิเหลือบมองเพื่อนสนิทเงียบไปเสียเฉยๆ แต่เขาก็เข้าใจว่ามันคงอยากคิดอะไรเงียบๆบ้างนั้นแหล่ะ เอาจริงเขาเสียดายแทนเพื่อนเอามากๆ วีเป็นเด็กน่ารัก นิสัยดี มีดื้อบ้างตามนิสัยที่ไม่ชอบยอมใคร แต่ก็ยังคงเชื่อฟังอยู่เสมอ โฮซอกปกติมันก็เป็นคนใจเย็น และไม่ได้ใช้อารมณ์เป็นที่ตั้งอยู่แล้ว แสดงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นอาจจะร้ายแรงพอที่จะให้เพื่อนเขามันฟิวส์ขาดได้ โฮซอกเป็นคนโมโหยาก แต่ถ้าโมโหทีนี่น่าโคตรน่ากลัวเลย น่ากลัวขนาดที่ว่าเขายังไม่อยากจะเข้าไปยุ่งด้วย


 

 





“มึง”


“หือ?” เขาตอบรับในลำคอ มือก็พิมพ์ตอบแชทไปด้วย


“ชานยอลก็ดีนะเว้ย”


“อะไรของมึง อยู่ๆก็มาเชียร์ชานยอลซะงั้น ไหนตอนแรกว่าชอบจองกุกมากกว่าไง”


“จองกุกอาจจะไม่ใช่เด็กดีอะไรขนาดนั้นก็ได้นะมึง” ขาเรียวชะงัก เขาหยุดเดินและหันมาเผชิญหน้ากับเพื่อนสนิทที่ยืนอยู่ข้างๆโดยตรง


“โฮซอก มึงรู้อะไรมา?”


“เปล่า กูหมายถึงว่ามึงยังไม่รู้จักจองกุกดีเลย แต่ชานยอลเราสนิทกันมานานแล้วนะเว้ย กูไว้ใจให้ชานยอลมาดูแลมึงมากกว่า”


“อ่อ งั้นก็ขอบใจนะมึงที่เป็นห่วง” มือขาวเอื้อมไปตบไหล่เพื่อนเบาๆ “กูก็อยากจะรีบๆตัดสินใจแต่แม่งยากว่ะ แล้วคนที่ดีกับคนที่ใช่มันคนละคนกันอ่ะมึงเข้าใจใช่ป่ะวะ?”


“เออกูเข้าใจ แต่ถ้ามันใช่จริงๆ เราก็ไม่จำเป็นต้องพยายามอะไรมากมายไม่ใช่เหรอวะ?”


ไม่รู้ว่ะ อาจจะเป็นเพราะว่ากูอยากให้เขาเป็นคนใช่ของกูมั้ง กูเลยต้องพยายาม” โฮซอกยกยิ้มนิดๆก่อนจะยกแขนมาคล้องคอยุนกิแล้วพาเดินต่อ


“แบบนี้ก็ชัดแล้วมั้ง ว่ามึงจะเลือกใคร”

 

 

 

 

 





















เวลาสิบเก้านาฬิกายี่สิบนาที มินยุนกิสแกนบัตรนักศึกษาหน้าประตูห้องสมุดเพื่อที่จะเข้ามาด้านใน เขาไม่ต้องชะเง้อหาก็สามารถเห็นคนที่นัดกันไว้ได้ทันที ปาร์คชานยอลที่นั่งอยู่โต๊ะตรงกลางดูโดดเด่นมากทีเดียว แถมยิ่งอยู่ในเสื้อช็อปประจำคณะแบบนี้ยิ่งดึงดูดสายตาคนให้มอง เขาเดินตรงไปยังโต๊ะที่อีกฝ่ายนั่ง พลางเอื้อมมือไปเลื่อนเก้าอี้ออกก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้าม ชานยอลเงยหน้าจากหนังสือขึ้นมามองเขาแล้วส่งยิ้มน้อยๆมาให้

 



“รอนานป่ะ โทษทีนะ จารย์ปล่อยเลทอ่ะ”


“ไม่เป็นไร แค่สามชั่วโมงเอง”


“โหย บอกไม่เป็นไรละก็พูดเงี้ย” ร่างสูงหัวเราะก่อนจะส่งมือมาขยี้ผมเขาเบาๆ “วันนี้ว่างเหรอถึงไปส่งได้อ่ะ ไม่ต้องไปทำงานเหรอ?”


“นี่ไง ไปเข้าช็อปมาแล้ว” อีกคนว่าพลางชี้ไปที่เสื้อช็อปของตัวเองที่สวมอยู่


“เออเชื่อ” ยุนกิส่ายหน้าช้าๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปปัดเศษไม้ที่ติดอยู่ตามเสื้อออกให้


“เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องไปทำงานคอนโดเพื่อน ได้โต้รุ่งแน่ๆ แล้วไม่ว่างยาวถึงวันจันทร์เลยอ่ะ วันนี้เลยมาหาเธอก่อนไง”


“น่ารักนะเราเนี่ย”


“ก็รักซักทีดิ” ร่างเล็กชะงักทันทีที่ได้ยินประโยคนั้นของคนตรงหน้า มือหนาทั้งสองข้างเอื้อมมาดึงแก้มเขาออก “เป็นอะไร ยิ้มหน่อยดิ”


“เออๆ ยิ้มแล้วเนี่ย” เขาจับมืออีกฝ่ายออกก่อนจะฉีกยิ้มกว้างไปให้ ยุนกิเชื่อว่ามันคงจะดูตลกมาก และชานยอลคงฉลาดพอที่จะสังเกตเห็นได้ว่าเขากำลังฝืน


“ดีมาก ขออ่านนี่แป๊บนะ ไม่อยากยืมออกอ่ะ ขี้เกียจแวะมาคืน”


“อื้อ” เขาพยักหน้ารัวๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาเล่นรอ

 


 




ยุนกิเข้าแอพสแนปแชท กดถ่ายรูปชานยอลที่กำลังก้มหน้าอ่านหนังสือเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมตะวันตกแล้วอัพลง My Story เขาเหลือบไปเห็นชื่อแอคเคานต์ของเด็กม.ปลายตรง Recent Updates ชั่งใจเล็กน้อยก่อนจะกดเข้าไปดูอย่างห้ามไม่ได้ สแนปแรกเป็นรูปหนังสือกับดินสอกดและยางลบ เขาลองสังเกตดูแล้วเหมือนจะเป็นข้อสอบติวเข้าสถาปัตฯ จองกุกคงจะเข้าคณะนี้จริงๆตามที่เคยพูดเอาไว้ สแนปต่อมาเป็นรูปสวนขวดสามอันที่วางอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือที่ยุนกิเคยเห็นมาก่อน แต่สแนปอันสุดท้ายนี่แหล่ะทำเขาใจสั่นไม่หยุด มันเป็นวีดีโอที่จองกุกถ่ายหน้าตัวเอง น้องไม่ได้ทำอะไรเลยตลอดสิบวินาทีนั้น มีแค่ดวงตาหลังเลนส์แว่นที่กระพริบสองสามครั้งเท่านั้นที่ทำให้รู้ว่ามันเป็นวิดีโอไม่ใช่รูปถ่าย ยุนกิค่อนข้างจะตื่นเต้นกับมันเพราะเขาไม่เคยเห็นรูปเซลฟี่ของจองกุกเลย (ยกเว้นที่จีมินแท็กมาในไอจี) ความคิดถึงกำลังตีตื้นขึ้นในอกโดยอัตโนมัติ

 






“เชี่ย”

 



ยุนกิสบถเบาๆเมื่อตั้งสติรับรู้ได้ว่าตัวเองเผลอไปกดแคปเจอร์เข้าให้แล้ว แบบนี้มันก็ต้องไปขึ้นในสแนปแชทของจองกุกแน่ๆว่าเขากดแคปเอาไว้ ร่างเล็กอยากจะเอาหัวโขกโต๊ะให้สลบๆไปซะเพื่อหลบหนีความเด๋อของตัวเอง ชานยอลเงยหน้าขึ้นเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม ส่วนเขาก็ได้แต่หัวเราะแห้งๆก่อนจะส่ายหน้าแทนคำว่าไม่มีอะไร นิ้วเรียวกดออกสแนปแชท พยายามทำเป็นไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งๆที่ความจริงอยากกรีดร้องออกมาให้รู้แล้วรู้รอดไป เขาเปลี่ยนไปเล่นอินสตาแกรมแทน ก่อนจะชะงักมือเมื่อเห็นรูปของชานยอลที่ตัวเองเพิ่งอัพลงไอจีไปเมื่อไม่กี่วันที่แล้ว ตาเรียวหลุบขึ้นมองคนตรงข้ามสลับกับมองรูปในโทรศัพท์ ถัดลงไปไม่กี่รูปเป็นรูปของจองกุกที่เขาอัพไว้เมื่อสองเดือนก่อนตอนที่เฮิร์ตใหม่ๆ

 





“เสร็จแล้ว กลับบ้านกัน”


“อื้อ”

 


เขาพยักหน้า ก่อนจะมองตามร่างสูงที่เดินไปเก็บหนังสือบนชั้น ยุนกิตัดสินใจกดลบรูปปาร์คชานยอลออกจากอินสตาแกรมของตัวเอง ป๊อปอัพเด้งขึ้นมาให้กดอีกครั้งเพื่อเป็นการยืนยันในสิ่งที่เขาเลือก นิ้วเรียววางค้างอยู่บนคำว่า ไม่ต้องลบเขามองชานยอลที่ยืนอยู่ไกลๆสลับกับหน้าจอ ก่อนจะกลั้นใจเลื่อนไปกดคำว่า ลบ ทันทีที่อีกคนเดินกลับมาหา ร่างเล็กเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงก่อนจะลุกเดินตามชานยอลออกไปเงียบๆ และได้แต่เอ่ยคำขอโทษอยู่ในใจเป็นร้อยๆพันๆครั้ง

 

 

 

 

 

















เวลายี่สิบสองนาฬิกาตรง ร่างเล็กที่อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้ามาอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นเรียบร้อยแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาหาคนที่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ตรงเก้าอี้ริมสระก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ตัวข้างๆ พวกเขากินมื้อเย็นที่ร้านอาหารใกล้บ้านของยุนกิ แล้วแวะมินิมาร์ทแถวๆนั้นเพื่อซื้อเบียร์และขนมขบเคี้ยว ชานยอลกับเขาชอบนั่งคุยอะไรกันเรื่อยเปื่อยตรงนี้ อาจจะเพราะอายุเท่ากันและอยู่ในสังคมเดียวกันเลยทำให้มีเรื่องคุยกันตลอด ยุนกิหยิบมวนสีขาวออกจากซองก่อนจะยื่นให้คนข้างๆ เขาหยิบไฟแช็กมาจุดให้ชานยอลก่อนจะเลื่อนมาจุดของตัวเองตามลำดับ

 

 


“ไม่อาบน้ำจริงๆเหรอ?”


“ไม่เป็นไรอ่ะ วันนี้คงไม่ได้ค้าง” อีกฝ่ายว่ายิ้มๆก่อนจะเปิดกระป๋องเบียร์ส่งให้เขา

 



ชานยอลถอดเสื้อช็อปออกเหลือแต่เสื้อยืด และพาดมันไว้แถวๆนั้น พวกเขานั่งคุยทุกเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียนที่เขายังลงวิชาโทได้ไม่ครบ เรื่องแผนการตลาดของเดย์เบด เรื่องที่เพื่อนของชานยอลเสียพนันบอลจนหมดตัว เรื่องร้านอาบน้ำสุนัขเปิดใหม่แถวมหาลัยที่เขาตั้งใจจะพาเจ้าบีเกิลที่บ้านไปใช้บริการ หรือแม้กระทั่งเรื่องของจอนจองกุก เขาก็เล่าให้อีกคนฟังจนหมด ยุนกิสาบานได้เลยว่าเขาชอบชานยอล เพื่อนคนนี้นิสัยดีและพึ่งพาได้ แต่กลับไม่สามารถทำให้ใจสั่นได้อย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งแตกต่างกับเวลาที่เขาอยู่กับใครคนนั้น

 

 


“ชานยอล” เขาเอ่ยเรียกคนข้างๆพลางยกขานั่งชั่นเขาแล้วกอดเอาไว้หลวมๆ หลังเอนพิงพนัก ส่วนตาเรียวมองตรงไปไกลๆอย่างหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้า


“หืม ว่าไง?”


” ยุนกิดับบุหรี่ลงบนที่เขี่ย ก่อนจะเลื่อนมือยกกระป๋องขึ้นกระดกหลายอึก เขาต้องการความกล้า เพราะสิ่งที่จะพูดตอนนี้มันยากเย็นเหลือเกิน


“มีอะไรจะบอกรึเปล่า?”


“อืม” เขาหันมาสบตาชานยอลที่มองอยู่ก่อนแล้ว “ขอโทษนะ แต่เราว่าเรารู้คำตอบแล้วว่ะ”


“นี่เราแพ้เด็กม.หกจริงดิ?” ร่างสูงพูดติดตลกพลางหัวเราะเบาๆในลำคอ


“ไม่ดิ เธอไม่ได้แพ้เว้ย คือเธอดีกับเรามากซะจนเราโคตรรู้สึกผิดอ่ะถ้าเราจะยังเห็นแก่ตัวต่อไปแบบนี้”


“เอาจริงๆเราก็คงไม่โกรธหรอกถ้ายุนกิจะเห็นแก่ตัว เพราะตอนนี้เราก็เห็นแก่ตัวอยู่เหมือนกัน คิดว่าเราไม่รู้เหรอว่ายุนกิคิดอะไร พวกเราคุยกันทุกเรื่องถูกมั้ย? แน่นอนว่าเรารู้เว้ย เราจะไปจากเธอตั้งแต่รู้เรื่องเด็กนั่นเลยก็ได้ แต่เราเลือกเองที่จะอยู่ตรงนี้ เพราะเราก็เห็นแก่ตัวไง อยากยืดเวลาอยู่ข้างยุนกิไปนานๆ อยากฉวยโอกาสนี้เผื่อจะทำอะไรให้เธอเปลี่ยนใจได้ แต่ก็อย่างที่เห็นอ่ะนะ มันไม่สำเร็จ”


“ชานยอล.. เราทนต่อไปไม่ไหวแล้วว่ะ เอาจริงๆเราก็แฮปปี้กับตรงนี้นะ แต่มันขัดอยู่ในใจตลอดเวลาเลยว่ะไม่รู้ทำไม เราพยายามที่จะเปิดใจให้เธอแล้ว แต่แม่งแม่งไม่ได้จริงๆว่ะ ขอโทษนะ”


“เฮ้ยไม่ต้องขอโทษ เราไม่ได้เป็นไรเลย ตอนแรกก็นึกว่าคงจะเจ็บมาก แต่พอเอาเข้าจริงก็ไม่ถึงขนาดนั้นนะ สงสัยเตรียมตัวเตรียมใจมาแล้วมั้ง ยุนกินั่นแหล่ะเตรียมรับมือกับจองกุกให้ดีเถอะ เด็กเดี๋ยวนี้มันร้ายนะ ระวังใจให้ดี”


“เนี่ย เห็นป่ะ ก็เธอเป็นแบบนี้อ่ะ เธอแม่งดีจนแบบเราไม่อยากเสียไปเลยว่ะ เพื่อนแบบนี้จะหาจากไหนอีกวะ?”


“ก็ไม่ต้องหาไง ก็ไม่ได้จะไปไหนป่ะวะ ยังอยู่ตรงนี้แหล่ะ” มือใหญ่เอื้อมมาวางบนศีรษะของเขาก่อนจะลูบเบาๆและผละออกไป “วันนี้ไม่ได้ค้างจริงๆด้วยสินะ ลางสังหรณ์อย่างแม่นเลยว่ะ”


“ไม่เป็นไรแน่นะ? เธอรู้สึกยังไงต้องบอกเรานะโอเคมั้ย”


“เออไม่เป็นไรจริงๆ เราก็โตๆกันแล้วน่า เรื่องแค่นี้เล็กน้อยมาก เป็นเพื่อนกันก็โอเค”

 






จนถึงตอนนี้ชานยอลก็ยังคงยิ้ม เขาโล่งอกที่ทุกอย่างมันไม่ได้แย่ แต่ก็ยังอดเป็นห่วงความรู้สึกของอีกคนไม่ได้อยู่ดี ถึงใบหน้าจะเปื้อนยิ้มแบบนั้น แต่ภายในจะเป็นยังไงบ้างเขาไม่สามารถคาดเดาอะไรได้เลย ยุนกิจับมือทั้งสองข้างของร่างสูงเอาไว้ก่อนจะซบใบหน้าของตัวเองลงไป ริมฝีปากบางเอ่ยเสียงเบา แต่ปาร์คชานยอลกลับได้ยินมันอย่างชัดเจน

 









“ชานยอล ขอบคุณนะ”

 

 

 

 

 

 












































ยุนกิเข้าไปนั่งที่นั่งฝั่งข้างคนขับก่อนจะโยนกระเป๋าเป้ของตัวเองไปไว้ที่เบาะหลัง จองโฮซอกตามเข้ามานั่งฝั่งคนขับ มือถอดแว่นกันแดดที่ใส่จนติดออกเก็บไว้ในช่องหน้ารถ ตอนนี้เป็นเวลายี่สิบเอ็ดนาฬิกา พวกเขาอยู่ที่สนามบินและเพิ่งกลับมาจากเชียงใหม่สดๆร้อนๆ หลังจากวันนั้นที่โฮซอกมันเฮิร์ตเรื่องแทฮยองยุนกิเลยตัดสินใจว่าจะพามันบินไปบ้านเพื่อนที่นั่น หวังว่าอากาศดีๆและไวน์องุ่นจากไร่ของเพื่อนจะช่วยมันให้ดีขึ้นบ้าง ซึ่งก็ช่วยได้จริงๆ แต่แค่ในระดับหนึ่ง มือขาวหยิบโทรศัพท์ออกมากดปิดแอร์เพลนโหมด พิมพ์ตอบหม่าม๊าว่ากำลังจะกลับบ้าน ก่อนจะกดเข้าอินสตาแกรมอย่างเคยชิน



 

“จองกุกอัพรูปอะไรวะเนี่ย เข้าใจยากชะมัด”

 



เขาบ่นพึมพำ เพื่อนสนิทที่คาดเข็มขัดเสร็จชะโงกหน้ามาดูก่อนจะนิ่งไปสักพัก เจ้าของรถหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมากดเข้าอินสตาแกรมของคิมแทฮยองทันที ยุนกิที่เห็นแบบนั้นหันไปมองหน้าโฮซอกที่ไม่แสดงอาการใดๆ แล้วเอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่ายที่ดูไม่ปกติเอามากๆในตอนนี้

 



“โฮซอก” มือเอื้อมไปแตะบ่ากว้างเบาๆ “มึงเป็นอะไรวะ?”


“ตอนแรกกูก็ว่าจะไม่บอกมึง เพราะคิดว่ายังไงกูก็คงต้องคืนดีกับแทได้แน่ๆ” อีกคนสตาร์ทรถก่อนจะเข้าเกียร์ถอยหลัง เขาเห็นว่าเพื่อนตัวเองจับพวงมาลัยแน่นจนเส้นเลือดขึ้น


“แล้วเรื่องของมึงกับวีเกี่ยวอะไรกับกู?”


“จอนจองกุก”

 



ร่างเล็กแทบกลั้นหายใจทันทีที่ได้ยินชื่อนั้น เขาเชื่อมั่นในความรู้สึกของตัวเองมาโดยตลอด แต่เรื่องของวีกับจองกุกนับเป็นครั้งแรกที่เขาอยากให้เซนส์ตัวเองมันผิด

 



“ไอ้เด็กนั่นมันจีบแทอยู่ ที่กูทะเลาะกันก็เพราะเรื่องมัน แล้วตอนนี้น้องก็พามันไปคอนโดอีก กูขอแวะไปหาแทก่อนนะ กูทนไม่ได้จริงๆ”

 





ยุนกิพยักหน้า ก่อนจะก้มมองรูปล่าสุดในอินสตาแกรมของจองกุกที่ยังเปิดค้างเอาไว้ ก่อนจะเลื่อนไปมองหน้าจอโทรศัพท์ของโฮซอกที่เปิดค้างที่รูปล่าสุดของวี เขารู้สึกว่าหัวใจของตัวเองมันหนักอึ้งไปหมด เขาช็อกทั้งๆที่คิดและเตรียมใจเอาไว้ น้ำตาไม่ไหล ร้องไห้ไม่ออก เขาเข้าใจว่าทำไมโฮซอกถึงโกรธนักโกรธหนาที่วีพาจองกุกไปคอนโด วีเป็นคนที่ไม่เคยให้ใครเหยียบห้องเลยแม้แต่เพื่อนของตัวเอง กว่าที่เพื่อนเขาจะได้เข้าห้องน้องมันก็ตอนคบกันนี่แหล่ะ แล้วจอนจองกุกเป็นใคร มีความสัมพันธ์กับวีในระดับไหนถึงเข้าห้องของอีกฝ่ายได้ ด้วยความสัตย์จริงเขาไม่อยากรู้อะไรทั้งนั้น มินยุนกิไม่ได้โง่ เขารู้ทุกอย่างนั่นแหล่ะ แต่เขาเลือกที่จะแกล้งโง่เพื่อปกป้องความรู้สึกของตัวเองก็เท่านั้น เขาแค่ยังอยากรู้สึกดีกับจองกุกไปแบบนี้ ทำไมทุกอย่างมันถึงได้ยากนักนะ

 

 

 

 

 
















“โฮซอก หยุดก่อน” เขาคว้าแขนเพื่อนสนิทที่ก้าวฉับๆลงจากรถ เพื่อนเขามันขับรถจากสนามบินมาถึงนี่โดยใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมง โกรธแค่ไหนคิดดูเอาแล้วกัน “สัญญากับกูก่อนว่ามึงจะไม่ทำร้ายใคร โดยเฉพาะวี”


“กูจะทำแทฮยองลงได้ไงวะ มึงก็บ้า แต่กับจอนจองกุกกูไม่สัญญานะ กูจะพยายามยั้งตัวเอง แต่ถ้ามันกวนตีนกูก็ไม่ทนนะ”


“เออๆ กูเข้าใจมึง แต่มึงอย่าทำน้องที่หน้านะ น้องต้องไปโรงเรียน ต้องไปสอบ”


“เฮ้อ กูดูเป็นคนเหี้ยเลยอ่ะ” โฮซอกถอนหายใจเสียงดัง ก่อนจะเอื้อมมือมาวางบนศีรษะของเขา “ยุนกิมึงเป็นคนฉลาดนะ แต่เวลาชอบใครทำไมมึงทำตัวโง่ทุกที”


“ถ้าฉลาดแล้วไม่มีความสุข กูโง่ดีกว่า”

 




โฮซอกขยี้ผมเขาก่อนจะยกยิ้ม เขาโล่งอกที่เพื่อนสนิทเริ่มจะใจเย็นลงแล้วแม้จะรู้ว่าความโกรธในใจมันยังคงมีอยู่เต็มอกก็ตาม มันก็แค่ยิ้มให้เขาสบายใจเท่านั้น ยุนกิรู้ดีว่าถ้าเขาทำตัวน่าสงสารเมื่อไหร่ทุกคนก็พร้อมจะเข้ามาโอ๋เขาแน่นอน กับจองโฮซอกก็เหมือนกัน มันน่ะรักเขาเอ็นดูเขายิ่งกว่าเพื่อนคนไหนๆทั้งหมด ยิ่งกว่าซอกจินเสียด้วยซ้ำ แต่แค่ไม่ได้แสดงออกหน้าออกตา แล้วถ้าวันนี้ถึงจองกุกจะโดนต่อยจริงก็คงไม่เป็นอะไรมาก เพราะโฮซอกมันต้องนึกถึงคำพูดของเขาอย่างแน่นอน

 

 









“แท อยู่ไหน”

 



ร่างเล็กก้าวไวๆตามเพื่อนสนิทที่กดโทรศัพท์โทรหาวีเข้ามายังล็อบบี้ของคอนโด สีหน้าเคร่งเครียดบวกกับคำพูดห้วนสั้นของโฮซอกทำเอายุนกิเริ่มกลัวใจอีกคน เขาไม่เคยเห็นมันโกรธขนาดนี้มาก่อนเลย ยกเว้นตอนที่มีปัญหากับเด็กเอกอื่นสมัยเข้าปีหนึ่งมาใหม่ๆ ตาเรียวเหลือบไปเห็นลูกศรสีขาวบนพื้น ถัดไปเป็นเส้นสีแดงๆ แบบเดียวกับรูปที่จองกุกอัพอินสตาแกรมเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ความรู้สึกเจ็บแปลบในอกทำเอายุนกิรู้สึกแย่ แต่ตอนนี้เขาต้องมีสติก่อน เพราะโฮซอกดูท่าจะไม่โอเคแล้ว

 



“ลงมา”


“มึง พูดกับน้องดีๆ” เขากระซิบเบาๆก่อนจะแตะมือที่ต้นแขนของคนข้างๆเป็นการเรียกสติ โฮซอกหันมาพยักหน้ารับรู้แต่ก็ยังพูดแบบเดิม


“แทฮยอง ลงมา อย่าให้กูต้องขึ้นไปเอง แล้วใครที่มึงพาขึ้นไปอ่ะ พามันลงมาด้วย”

 

 


มินยุนกิอ้าปากค้างให้กับสรรพนามที่เพื่อนเขาใช้คุยคิมแทฮยอง เขาไม่เคยเห็นจองโฮซอกโหมดนี้จริงๆสาบานได้ แฟนกี่คนที่เพื่อนเขาคบมามันไม่เคยพูดจาหยาบคายด้วยเลย เอาจริงๆกลุ่มเขาก็นิสัยแบบนี้กันหมด รวมไปถึงนัมจุนด้วย ถึงพวกเขาคุยกันเองหยาบคายมากแค่ไหน แต่กับแฟนเราจะไม่พูดหยาบด้วยเด็ดขาดเพราะถือเป็นการให้เกียรติอีกฝ่าย แต่ที่โฮซอกเป็นอยู่ตอนนี้เขาตกใจมากจริงๆ ไม่รู้ว่ามันโกรธหรือลืมตัวหรืออะไร ยุนกิกระชากเสื้อเพื่อนสนิทให้หันมาหาหลังที่จากมันคุยกับวีเสร็จแล้ว

 



“มมึง ทำไมมึงพูดกูมึงกับวีวะ มึงลืมตัวหรืออะไรวะโฮซอก?”


“ยุนกิ กูไม่ได้ลืมตัว” มือใหญ่ดึงมือเขาออกจากชายเสื้อ “ถ้ามึงได้ยินเสียงไอ้เวรที่ไหนไม่รู้ผ่านสายโทรศัพท์ของแฟนมึงมึงจะเข้าใจเอง”

 

 


สายตาของเพื่อนเขามันนิ่ง นิ่งมากจนยุนกิกลัวไปหมด เขาไม่ชอบตอนมันโกรธจัดจนหน้ามืดแบบนี้เลย เขาเหมือนไม่รู้จักเพื่อนตัวเองเลยด้วยซ้ำ ราวกับว่าที่สนิทกันมาตลอดสามปีเป็นแค่เสี้ยวเดียวของจองโฮซอกเท่านั้นที่เจ้าตัวเผยให้ได้เห็น เสียงลิฟต์ดังเรียกให้เขาหลุดจากภวังค์ คนที่ก้าวออกมาคือวีอย่างที่คาดเอาไว้ ยุนกิภาวนาขอให้อย่าคนที่ตามออกมาเป็นคนที่เขาคิด ทั้งๆที่ความจริงมันก็ปรากฏชัดอยู่ต่อหน้าต่อหน้า

 

 



“จะคุยตรงนี้หรือไปคุยกันที่อื่น” ร่างโปร่งกำมือแน่น พยายามยับยั้งอารมณ์ ทั้งๆที่ความจริงอยากจะพุ่งเข้าไปกระทืบจอนจองกุกให้รู้แล้วรู้รอดไป


“พี่โฮซอก” ดวงตาแดงก่ำของวีทำเอาโฮซอกใจเขวไปหมด แต่เขาไม่สามารถหยุดอารมณ์โกรธนี้ได้จริงๆจนกว่าจะเคลียร์กันรู้เรื่อง


“ถามก็ตอบมาดิวะ!


“เฮ้ยจะตะคอกวีทำไมวะ”


“มึงอย่าเสือก!” มือใหญ่ผลักอกเด็กม.ปลายที่ยืนอยู่ข้างวีอย่างแรง “ทำเพื่อนกูเสียใจแล้วยังเสนอหน้ามายุ่งกับแฟนกูอีก มึงจะเอายังไงจองกุก”


“ก็พี่ดูแลวีไม่ดีเอง จะมาโทษผมได้ไง”


“พูดจาหมาจังวะน้อง เรื่องทุกอย่างก็เพราะมึงทั้งนั้นไอ้เหี้ย!


“มึงอย่า!!” ยุนกิดึงแขนเพื่อสนิทที่จะพุ่งเข้าไปหาร่างสูงไว้อย่างแรง ส่วนฝั่งจองกุกก็ถูกวีดึงเอาไว้เช่นกัน โฮซอกในตอนนี้แรงเยอะมากๆจนเขารู้สึกตัวว่าเริ่มจะรั้งเพื่อนไว้ไม่อยู่แล้ว “เฮ้ยวีจะเอาไง คิดไวๆหน่อยดิวะ!


“พี่โฮซอกหยุด! ไปกับผมเดี๋ยวนี้เลย!

 




ร่างเพรียวรุดมาดึงเพื่อนเขาให้เดินไปที่ลิฟต์ด้วยกันก่อนจะกดขึ้นไปข้างบนทันที  ยุนกิถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาโค้งขอโทษพนักงานต้อนรับตรงนั้นที่มีท่าทีตกใจกับเหตุการณ์ที่เกินขึ้น ก่อนจะนั่งลงบนโซฟาหน้าล็อบบี้อย่างเหนื่อยอ่อน เขาดึงจองกุกให้นั่งลงข้างๆและหลับตาอยู่สักพัก เสียงหายใจแรงๆจากคนข้างๆทำให้เขารับรู้ถึงการมีอยู่ จองกุกยังไม่ได้ลุกหนีไปไหน ยุนกิลืมตาขึ้นยกสองมือลูบหน้าเรียกสติก่อนจะหันไปมองเด็กม.ปลายที่เอาแต่มองตรงไปข้างหน้า ร่างเล็กลุกขึ้นยืนก่อนจะยื่นมือไปหาคนที่นั่งอยู่

 




“ไปจากตรงนี้กัน”

 




จองกุกมองมือที่ยื่นมาก่อนจะหลุบสายตาขึ้นไปมองหน้าของรุ่นพี่ที่ตาแดงๆ เหมือนกับพร้อมจะร้องไห้ได้ในทันที ยุนกิรีบดึงมืออีกคนให้ลุกขึ้นยืน เขาไม่ชอบอยู่ในภาวะการตัดสินใจอะไรแบบนี้ เขากลัวโดนปฏิเสธอีก ถึงแม้ว่าจะทำเหมือนไม่เป็นอะไร แต่ในใจเขาเจ็บแค่ไหนไม่มีใครรู้

 

 

 

 








“เราไม่ได้เอารถมานะ เรียกแท็กซี่ละกัน” เขาหันหลังตั้งใจจะเดินกลับไปข้างในคอนโดเพื่อจะขอให้พนักงานช่วยเรียกแท็กซี่ให้ แต่กลับโดนมือใหญ่ดึงแขนเอาไว้ก่อน


“ผมเอารถมา”

 



ยุนกิพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ก่อนจะเดินตามไปอีกฝ่ายไปยังลานจอดรถ เขามองแผ่นหลังกว้างๆของน้องที่เดินนำอยู่ข้างหน้าแล้วรู้สึกโหวงในใจไปหมด จองกุกหยุดเดินเมื่อถึงรถของตัวเอง ก่อนจะหันมามองเขา อีกฝ่ายไม่ได้พูดอะไร น้องแค่เอื้อมมือมาปาดบนแก้มของเขาเบาๆแล้วเดินอ้อมไปขึ้นรถฝั่งคนขับ ทำให้ยุนกิรับรู้ได้ว่าตัวเองกำลังร้องไห้ น้ำตามันไมได้บางเบามากขนาดที่ว่าเขาไม่รู้สึกอะไร แต่ร่างกายกับใจที่ชาไปหมดต่างหากที่ทำให้เขาไม่รู้สึก

 



ตลอดเวลาที่อยู่บนรถพวกเขาไม่ได้พูดอะไรกันแม้สักคำ นี่เป็นครั้งแรกที่ยุนกิได้ขึ้นรถของจองกุกเอง ภายในรถเรียบร้อยและสะอาดสมกับนิสัยของเจ้าของ มีชุดนักเรียนหนึ่งชุดแขวนเอาไว้ ไม่มีน้ำหอมปรับอากาศ แต่กลับมีกลิ่นน้ำหอมประจำตัวของน้องอวลอยู่แทน และไม่ต้องบอกก็พอที่จะเดาได้ว่าจองกุกขับไปรถวีที่กองถ่ายมา เพราะก่อนหน้านั้นเขาเห็นวีอัพสเตตัสเฟสบุ้คว่าไปออกกอง พอเอาหลายๆอย่างมารวมกันก็พอจะปะติดปะต่อมันเข้าด้วยกันได้ เขากำผ้าเช็ดหน้าสีกรมแน่น คนข้างๆเลื่อนเปิดไฟเลี้ยวก่อนจะชิดซ้ายเพื่อไปยังที่ที่หนึ่ง

 

 

 
















ยุนกิเปิดประตูรถก่อนจะเดินนำไปก่อน ตอนนี้เป็นเวลายี่สิบสามนาฬิกาตรงและพวกเขายังไม่พร้อมที่จะกลับบ้านในตอนนี้ เขาโทรบอกหม่าม๊าเรียบร้อยว่าวันนี้จะไม่กลับ โดยให้เหตุผลไปว่าจะค้างที่บ้านของโฮซอก ส่วนจองกุกจากที่ถามๆก็พอจะรู้ว่าวันนี้น้องจะค้างที่คอนโดของวี แต่ในเมื่อทุกอย่างมันผิดแผนไปเสียหมดแล้วก็ช่วยไม่ได้ที่พวกเขาจะต้องมาอยู่ด้วยกันแทน ยุนกิไม่รู้ว่าตัวเองควรจะรู้สึกยังไงดี เขาควรจะดีใจหรือเสียใจที่ได้ใช้เวลาไปกับจองกุก ทุกอย่างมันถาโถมมากจริงๆ แต่เขาก็ยังต้องควบคุมตัวเองให้ได้ จองกุกนั่งลงข้างๆ ตรงหน้าของพวกเขาทั้งคู่เป็นแม่น้ำสายใหญ่ที่ไหลผ่านเมือง ลมเย็นที่พัดมาอ่อนๆช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและไม่อึดอัด ยุนกิหยิบซองสี่เหลี่ยมจากกระเป๋าหลังกางเกงยีนส์พร้อมไฟแช็ก เทมวนบุหรี่สี่ขาวออกมาจุดสูบอย่างเคยชิน ก่อนจะนึกขึ้นได้และลุกขึ้นตั้งใจจะเดินไปสูบที่อื่น

 



“พี่ ผมไม่เป็นไร นั่งตรงนี้แหล่ะ”


“อ่าเหรอ โอเค” ร่างเล็กนั่งลงที่เดิม เขาไม่อยากให้คนรอบข้างต้องมาสูดไอ้ความอันตรายนี่ไปกับเขานักหรอก ยุนกิตั้งใจว่าจะค่อยๆลดมันแล้ว เขายังอยากใช้ชีวิตอีกนานๆเหมือนกัน


“พี่ยุนกิ”


“หือ ว่าไง?”


“ผมขอตัวนึงดิ” เขาเลิกคิ้วอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ก่อนจะส่งซองบุหรี่สีขาวแดงใส่มืออีกคนด้วยความประหลาดใจ


“สูบด้วยเหรอ?”


“เอาไว้แค่เข้าสังคมเฉยๆครับ แต่ตอนนี้เครียด”


“อ่อเอ้อนี่แบบร้อนนะลืมบอก สูบได้ใช่ป่าว?”


“ได้ครับ”

 




มินยุนกิมองภาพเด็กม.ปลายคาบแท่งสีขาวไว้ที่ริมฝีปาก มือหนายกขึ้นป้องลมก่อนจะจุดไฟแช็กอย่างคล่องแคล่ว จองกุกยื่นของคืนให้เขา แต่เขาก็ยังไม่สามารถหยุดมองอีกฝ่ายได้จริงๆ น้องใช้มือขวาคีบบุหรี่และใช้นิ้วกลางข้างซ้ายดันแว่นที่ตกลงมาปลายจมูกให้เข้าที่ เสื้อยืดไม่มีลายสีขาวกับกางเกงชิโนสีกรมแบบที่อีกคนชอบใส่ รองเท้าผ้าใบอดิดาสสแตนสมิทธ์สีเนวี่บลูที่ยุนกิจำได้ว่าจองกุกหวงยิ่งกว่าอะไร ทุกสิ่งทุกอย่างบนตัวของจองกุกในวันนี้มันสมบูรณ์แบบ บรรยากาศริมแม่น้ำนี่ก็ดียิ่งกว่าอะไร มีแค่ยุนกิเท่านั้นที่รู้สึกว่าตัวเองไม่ควรอยู่ตรงนี้ บางทีถ้าคนที่นั่งข้างๆจองกุกในตอนนี้เป็นวีมันอาจจะดีกว่ารึเปล่า?

 

 



“อ่านหนังสือเป็นไงบ้าง?” เขาถามทำลายความเงียบ แม้ว่าจะไม่รู้สึกอึดอัดเลยก็ตามเถอะ และที่จริงสิ่งที่เขาอยากรู้ไม่ใช่เรื่องนี้เสียหน่อย คนอย่างจองกุกคงอ่านหนังสือจบไปเป็นร้อยๆรอบแล้วล่ะ


“ก็ดีครับ มะรืนนี้ผมไปสอบแล้ว”


“เฮ้ยจริงดิ แล้วนี่อ่านทวนบ้างรึยัง จำได้รึเปล่า มั่นใจมั้ย?”


“ร้อยรอบแล้วครับ มั่นใจมากด้วย” ยุนกิชะงักมือที่จะยกบุหรี่ขึ้นมาสูบเพราะรอยยิ้มบางๆของคนข้างๆที่หันมายิ้มให้ เขารีบหันไปทางอื่น ปากก็พูดอึกๆอักๆ น่าตลกสิ้นดี


“ออะไร อยู่ๆก็ยิ้ม สมองไปหมดแล้วมั้ง” เขารีบอัดควันเข้าปอดทันทีที่ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของน้อง ถึงแม้ว่าจะโดนทำร้ายความรู้สึกมากก็ตามเถอะ แต่กับจองกุกเขาก็ห้ามใจไม่ให้สั่นไมได้อยู่ดี


“เหมือนพี่มีอะไรอยากถามผมเลยนะ”


“ใช่ รู้ได้ไง?” ยุนกิหันมามองอีกฝ่ายด้วยความสงสัย จองกุกชักน่ากลัวไปแล้วนะ


“เดาน่ะครับ เรื่องวีเหรอ?”


“ก็อือ เล่าได้รึเปล่าล่ะ ถ้าไม่ได้ก็ไม่ต้องนะ ไม่ซีเรียส”

 



ร่างสูงเปลี่ยนไปถือบุหรี่ที่มือข้างซ้ายก่อนจะดีดขี้บุหรี่ลงกับพื้นแล้วค่อยเปลี่ยนมาถือข้างขวา มันอาจจะดูผิวเผินและเหมือนไม่มีอะไร แต่ถ้าเขาไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองเกินไปนัก น้องคงกลัวว่าขี้บุหรี่จะกระเด็นใส่ขาเขาที่ใส่กางเกงยีนส์ขาสั้นมา ใครจะว่าจองกุกแย่ยังไงเขาไม่รู้หรอกนะ แต่ยุนกิได้เห็นอีกมุมหนึ่งที่คนอื่นไม่ได้เห็น และเขายังเชื่อมั่นในตรงนี้ของน้อง




“ผมกับวีรู้จักกันนานแล้วล่ะ ถ่ายงานด้วยกันบ่อยๆ เจอกันครั้งแรกเพราะไปถ่ายแบบให้พี่ซอกจิน เขามาจีบผมเหมือนพี่นั่นแหล่ะ ผมก็เลยลองคุยดู เราคุยกันอยู่สามสี่เดือนได้แล้วก็เลิกคุยเพราะวีไม่ได้ชอบผมแล้ว แต่ผมกลับชอบเขามากขึ้นซะเอง เขาน่ารัก มีคนคุยเยอะแต่ไม่คบกับใครเป็นตัวเป็นตนสักทีเพราะไม่ชอบผูกมัด ตอนที่ผมรู้ว่าเขาตกลงคบกับพี่โฮซอกผมก็แปลกใจนะ แต่คิดว่าพี่โฮซอกคงจะมีอะไรที่วีไม่อยากเสียไปล่ะมั้ง”


“อ่า” ประโยคที่ยาวที่สุดของจองกุกกลับเป็นตอนที่พูดถึงคนอื่นเสียได้ แต่เขาก็โอเคนะ อยากฟังเสียงน้องไปเรื่อยๆมากกว่า “แล้วที่บอกว่าเลิกคุยแล้ว แล้วทำไมตอนนี้ยัง


“ก็เลิกคุยแบบนั้นแล้วครับ แต่ก็ยังคุยกันแบบพี่น้อง วีมีอะไรก็ชอบเล่าให้ผมฟังตลอด ตอนที่วีเลิกกับพี่โฮซอกเขาโทรหาผม ท่าทางไม่โอเคผมเลยแวะมาหาบ่อยๆ มาอยู่เป็นเพื่อนเขา เอาหนังสือมาอ่านที่คอนโดเขาเหมือนวันนี้แหล่ะครับ”


“จองกุกรู้รึเปล่าว่าวีแทบไม่ให้ใครเหยียบห้องเลย”


“ไม่รู้ครับ”


“อ่านั่นแหล่ะ โฮซอกมันเลยโกรธมาก”

 





ยุนกิทิ้งบุหรี่ลงบนพื้นก่อนจะใช้คอนเวิร์สสีแดงเหยียบให้มันดับ เขาหันไปหาจองกุกอีกครั้ง น้องยังคงมองแม่น้ำที่ไหลผ่านตรงหน้า ริมฝีปากบางเม้มแน่น ก่อนจะค่อยๆเอ่ยถามถึงคำถามที่เขาอยากรู้มากที่สุด

 





“ตอนนี้ยังชอบวีอยู่มั้ย?”

 

 





จองกุกหันมาสบตากับเขา ยุนกิไม่ได้หลบตาน้องเหมือนก่อน เขามองลึกลงไปในดวงตาคู่นั้นของคนข้างๆ อยากจะรู้ว่ามันเก็บซ่อนอะไรเอาไว้ภายในบ้าง แต่สิ่งที่เขาเจอกลับมาแต่ความสั่นไหวเล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่หลังความว่างเปล่า จองกุกหันกลับไปมองที่อื่น ยกบุหรี่ที่ระหว่างก้านนิ้วขึ้นมาอัดควันเข้าปอดหนักๆ





 

“จองกุก พูดเหอะ”


“พี่ไม่อยากฟังหรอก”


“เออเราไม่อยากฟังหรอก แต่เราอยากได้ยินกับปาก ไม่อยากคิดไปเอง”


ตอนนี้ผมยังชอบวีอยู่”

 

 

 







เป็นไงล่ะ มินยุนกิ เจ็บดีไหม?

 

 

 







“แต่ผมไม่อยากยุ่งกับเขาอีกต่อไปแล้ว”

 

 

 

 
















#สวนขวดกุกก้า

 

 

 













TALK.

 

เราบอกแล้วค่ะ อะไรที่มันง่ายเราจะทำให้ยาก แต่อะไรที่มันยากเราจะทำให้ง่าย555555 แทแทมาแล้วนะคะ ก็ไม่โบ้มเท่าไหร่เนาะ รอตัวจริงมาดีกว่าค่ะ ความจริงเราก็พูดเวอร์ไปงั้นแหล่ะ น้องวีน่ารักจะตาย ไม่มีอะไรเลยเชื่อเราสิ555555555 คอมเมนต์ติชมได้นะค้า ส่องแท็กแล้วเจอรีดเดอร์อินกับฟิคเลาก็ดีจัยยย ขอบคุณนะคะที่ทำให้แท็กไม่เงียบเหงา คอมเมนต์ก็อ่านสะใจมาก เลารักอารมณ์ร่วมของทุกคนที่มีต่อฟิคจริงๆ มีคนวาดแฟนอาร์ตให้ด้วย ดีใจมากเลยค่ะ ขอบคุณมากเลยนะคะ ;w; ทุกอย่างเป็นกำลังใจให้เราอย่างดีเลย เราจะตั้งใจเขียนงานให้ดีนะคะ <3 ว่าแต่จองกุกอยู่ไหนน้า5555555

 

 

 


TALK. (2)

 

เรามาแล้วววว โอ้โหวันนี้แท็กดุเดือดมากค่า55555555 นี่เรารีบปั่นมาอัพก่อนเพราะต้องไปค่ายอีก5วันกว่าจะกลับมา เดี๋ยวพออัพฟิคเสร็จก็อาบน้ำไปเลยค่ะ เขานัดตี5แหน่ะ5555555 ก็จะยังไม่ได้พรูฟรีดหรือเกลาคำอะไรนะคะ เจอคำผิดกรุณาบอกเราด้วยเถอะค่า ไม่ชอบมีคำผิดอ่ะหงุดหงิดดด555 เราไปงานแถลงข่าวกับหน้าคอนมา (แต่ไม่ได้ดูคอน ;w;) เจอรีดเดอร์ด้วยทุกคนพร้อมฆ่าเรามาก ใครเจอเราทักเราเหอะนะ คือแบบเม้าท์มอยกับเพื่อนหลุดสปอยล์ไปหมดแล้วแน่เลยอ่ะ55555555 เจอบังทันตัวจริงแล้วยิ่งอินฟิคเลย พี่ก้าตัวเล็กมากๆ คือในรูปจะดูสูงไล่เลี่ยกัน แต่ตัวจริงตัวเล็กมากๆแง้ กุกก็หุ่นดีมาก สันดั้งกระแทกตาไปอีก แต่คนที่แอทแทคสุดคือวี เรานี่กลับมาเพ้อเลย ไม่ได้เมนวีด้วยซ้ำ แต่ถ่ายรูปวีมาได้หล่อสุดเลยเพราะยืนใกล้เรามากๆ นี่เราอัดรูปกุกก้าวีงานสยามดิสไปแจกหน้าคอนด้วยนะ มีใครได้บ้างป่ะเนี่ย555 อย่าเกลียดนกุกเลยน้า เกลียดเราแทนเถอะ สงน้องอ่ะ เจอเราตีเราได้เลยนะคะ แต่อย่าตีแรงนะเดี๋ยวตาย555555555 ไปละค่างานเร่ง รักทุกคนเล้ยยยยย <3

 

 

 

 

 

 




























T
B
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 122 ครั้ง

3,568 ความคิดเห็น

  1. #3544 Monstarx093 (@Monstarx093) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 14:16

    ก็รู้ว่าต้องเจ็บอ่ะพี่ยุนกิ
    #3544
    0
  2. #3532 moonchild_kim (@moonchild_kim) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 14:10
    ไรท์ทำเราเหมือนคนบ้าเลยอ่ะ ปวดใจกับเหตุการณ์ต่างๆมาก ในขณะเดียวกันก็หวีดพี่โฮป ร่างเกรี้ยวกราดไปด้วย ฮือ เครียดไปหวีดไป5555 กุกจะทำให้พี่เค้าเจ็บไปถึงไหนลูก ฮรือออ
    #3532
    0
  3. #3520 kqxqq99. (@koqymimew) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 00:15
    ใครไหวไปก่อนเลย คนทางนี้คือไม่ไหวแล้ว
    #3520
    0
  4. #3517 DEARr_rr (@DEARr_rr) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 23:50
    เคยเจอแบบนี้กับตัวเองตรงๆเลยค่ะประสบการณ์จริงเพียงแค่เค้าไม่รู้ว่าเรามีใจให้เค้าเจ็บมากๆมันเจ็บมากๆเลยตอนที่อ่านฉากนั้นคือเราเปิดปิดมือถืออยู่หลายรอบเพราะรู้คำตอบอยู่ในใจแล้วมันขมขื่นสุดๆ
    #3517
    0
  5. #3509 stinkllamas (@stinkllamas) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 17:17
    ดีจังเลยค่ะ ทำไมพึ่งมาเจอะนะเนี่ย
    #3509
    0
  6. #3433 crescent_moon2 (@Crescent_Moon) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 00:52
    พี่กิไหวไหมมมม
    #3433
    0
  7. #3336 lookpangg (@lookpangg) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 14:36
    ฮื่อ พี่โฮซอกกร๊าวใจมาก...

    พี่ชวนโคตรคนดี พ่อพระมากๆ ส่วนพี่ยุนกิก็ ฮื้ออออิ พี่ค้าบอย่าร้องไห้นะ กอดนะคะ
    #3336
    0
  8. #3299 Mint S (@siri-ch36) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 22:39
    จะร้องไห้แล้วค่าาา
    #3299
    0
  9. #3283 Whale.Girl.91 (@Prince_B) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 20:48
    ชานก้าคือจดีย์อะ พี่ชานคนดีพรีเมี่ยมที่แท้ทรูกราบใจพี่จริงๆ
    แต่ซีนจะต่อยกันนี้น้ำตามา แม่งเอ้ยยย แล้วจะมาปาดน้ำตาพี่เขาทำไม -เด็กคนนี้นิสัยไม่ดี
    #3283
    0
  10. #3251 Nulaw (@Nulaw) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 13:52
    ชานกัาก็ได้ แง
    #3251
    0
  11. #2916 ilovehc (@kapokdekd) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 12:13
    จุกแทนอะ ทั้งๆที่รู้คำตอบแต่ก็แอบหวังลึกๆละมั้ง แต่พอได้ฟังจริงแล้วเฮ้อ
    #2916
    0
  12. #2623 กริ๊งง (@krinigt88) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 14:02
    เจ็บแบบเจ็บอ่ะ บีบหัวใจมากๆ จะร้องก็ไม่ร้องเหมือนมีก้อนอะไรจุกอยู่ที่อก ทรมานสุดๆไปเลย
    #2623
    0
  13. #2521 Design (@sakolvan) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 02:58
    จองกุกโว้ยยยยยนย
    ฮื่ออออออ หน่วงอ่าาา
    สงสารกิด้วย T^T ทำไมกุกทำงี้อ่ะ
    #2521
    0
  14. #2389 KONYBANG (@runrara) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 22:21
    อ่านไปก็หน่วงไป ตอนนี้แบบหน่วงในใจมาก สงสารยุนกิชิป คนทาสยุนกิแบบเราทำใจยากมากที่จะอ่าน ทรมานแทนอ่ะ จองกุกจะใจร้สยไปไหน ถ้ายุนกิหายไปจริงๆจะรู้สึก
    #2389
    0
  15. #2251 mddm_245 (@mddm_245) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 03:27
    จองกุก ใจร้ายว่ะ
    #2251
    0
  16. #2238 52hz_sweet (@52hz_sweet) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 09:01
    ;w; แล้วที่ไม่อยากให้ยุนกิมายุ่งเพราะกลัวเสียสมาธิ(ช่วงใกล้สอบ)คือไม่ได้ชอบยุนกิสักนิดเลยหรอกุก
    #2238
    0
  17. #2149 ceixx (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 04:37
    เวรี่หน่วงเลย ที่น้องปฎิเสธพี่ก่อนหน้านี้คือเพราะชอบวีสินะ? ถึงว่าไม่ยอมให้ใครจีบ เจ็บแทนยุนกิแฮะ กุกนายมันใจร้าย
    #2149
    0
  18. #2089 Ploy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 20:10
    จุกแทนเลย
    #2089
    0
  19. #2086 kookga-kookmin (@kookga-kookmin) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 07:56
    เจ็บมั้ยล่ะยัยกิ ได้ยินกับปากเลยอ่ะ ฮืออออ หน่วงไปหมดดด
    #2086
    0
  20. #2007 pinwaris (@pinwaris) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 16:44
    แยกอารมณ์ไม่ออกแล้วค่ะ หลากหลายอารมณ์มาก จุกอกไปหมด ดูซับซ้อนดูไม่มีทางออก
    ตอนโฮซอกพูดถึงกุกนี่ได้กลิ่นและ แต่ไม่คิดว่ามันจะเป็นอะไรแบบนี้
    โฮปวีนี่เหมือนมีอะไรที่ไม่ตรงกันเหมือนเค้าไม่เค้าใจกัน เรารู้สึกว่าแทแทเค้าไม่ได้เป็นคนแบบนั้นอ่ะ เค้าดูเหมือนมีความรู้สึกอะไรซักอย่างในใจ จองกุกเองก็คงไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้ ที่บอกว่าไม่อยากยุ่งแล้วก็คืออย่างนั้นแน่ๆ ดูเหนื่อยไปหมดทุกคนเลยค่ะ สู้ๆกันเนอะ
    สุดท้ายนี้ พี่ชาน พี่หล่อมากค่ะ
    #2007
    0
  21. #1906 Aewlabelle (@Aewlabelle) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 22:56
    ผมยังชิบวีอยู่ น้ำตาไหลอะ พี่กิ ฮือออออ
    #1906
    0
  22. #1855 myyada (@myyada) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 01:14
    ชอบประโยคนี้ "เขารู้ทุกอย่างนั่นแหละ แต่เขาเลือกที่จะแกล้งโง่เพื่อปกป้องความรู้สึกของตัวเองก็เท่านั้น" คือมันจริงมากนี่เคยมาแล้ว????

    ตอนที่พี่ก้าร้องไห้แล้วจองกุกหันมาเช็ดน้ำตาให้นี่แบบจองกุกใจร้ายต่อความรู้สึกพี่ก้าขนาดนี้ยังจะมาอ่อนโยนใส่อีกหรอฮรือใจช้านนนนน????????????
    #1855
    0
  23. #1792 ARDS; (@babyshorttyrd) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 07:07
    ทำไมอยากถีบหน้ากุก.... //ขอโทษค่ะ./|\.
    #1792
    0
  24. #1777 นิพาน (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 02:57
    ......... จุกมากคะที่อ่านมาโคตรหน่วงที่ใจ (ขอระบายคะไม่ไหวแล้วถึงฟิคตอนนี้จะนานมาแล้วก็เถอะ)

    คือกะว่าจะหาฟิครักใสๆอ่านก่อนนอนไงคะ ไงล่ะที่นี้ไม่ได้นอนแถมโคตรจะหน่วงรู้สึกเหมือนอกหักเองเป็นยัยกิเองนี่โกรธจองกุกตอนรู้พอๆกับโฮปเลยนะคะ นี่จะเข้าถึงทุกบทบาท

    อย่ามาทำให้กิชั้นรู้สึกนะชั้นไม่ยกให้เทอแล้วจองกุก. เราให้พิชานไปทั้งใจแล้วคะลงเรือลำใหม่หาคนมาดามใจเราด้วยคะ เราสวยกิเชิดแล้วหาใหม่

    ไรด์สู้ๆนะคะ ขอบอกไรด์อีกทีโครตหน่วงเลยค้าาาาาาา

    รักนะคะ
    #1777
    0
  25. #1772 MITA ALIZE (@pop1916041) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 17:05
    คือ เราออกตัวก่อนนะคะว่าเม้นตอนนี้มันอาจจะอ่านไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่นะ 55555

    โอเค คือแบบ  ฮัลโหล คือต้องรู้สึกอะไรยังไงหลังอ่านจบอ่ะจอนจองกุก T________T

    มาๆ ตั้งสติเล็กน้อย ก่อนอื่นเลยชอบความสัมพันธ์ชานก้ามาก ดูโตๆ คุยกันง่ายดี เป็นห่วงเป็นใยกันดีถึงจะไ่ได้คุยกันแบบนั้นแล้ว

    จริงๆเราสะดุ้งตั้งแต่พี่โฮปพูดถึงจองกุกแล้วล่ะ คือคิดละมีซัมติงวรองแน่ๆ แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาแบบนี้ ... T_____T

    ตอนเลื่อนลงมาเจอรูปนี่คือแบบ โอโห ขนาดยังไม่ได้อ่านนะ ฟีลมันแบบ พี่ยุนกิ แอนด์มี แอนด์มายโบรกเก้นฮาร์ทมาก (ขอให้มองข้ามความเพ้อนี้ไปด้วยค่ะ) แง จริงๆเราไบแอสโฮปวี โอปก้ามาก เป็นคู่ที่เราชอบรองจากนัมจินเลย 55555 แต่น้องวีจะเลิกกับพี่จริงหรอลูก ใจเย็นๆค่อยๆคุยกัน 

    ตัดภาพมาที่คนพี่คนน้อง /ถอนหายใจแล้วปาดน้ำตาเงียบๆ อยากจะคว้าทั้งพี่ทั้งน้องมากอดเลย แต่ขอกอดพี่ก่อนนะคะ อินกับคนพี่มาก -- หน่วงไปหมดเลย เอาจริงๆนะเรามีความรู้สึกว่ามนเป็นโมเม้นที่พี่เขาปะติดปะต่อทุกอย่างได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง แล้วพอมันออกมาเป็นภาพรวมชัดเจนทุกอย่างมันก็พังหมดเลย ไม่รู้สิ คือเรารู้สึกว่าสิ่งที่พี่ทำไปมันก็ไม่ได้ไร้ความหมายซะทีเดียวหรอก เราว่าน้องรับรู้และรู้สึกถึงสิ่งที่พี่ส่งไปแล้วแต่อ่านตอนนี้ก็เหมือนได้คำตอบเลยว่าเออ มันเป็นเพราะอะไรเขาถึงไม่เคยเปิดใจให้พี่แบบร้อยทั้งร้อยเลย คือแต่เราเข้าใจน้องนะ อยากกอดปลอบน้องเหมือนกัน(เฮ้อ เก็บอะไรไว้ในใจอีกลูก หนูคิดอะไรอยู่ T T) เราว่าการที่ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้มันไม่ใช่ความผิดน้องอ่ะ ไม่ใช่เลย คือถ้าเลือกได้ทุกคนก็ต้องอยากลงเอยกับคนที่ตัวชอบนั่นแหละ เราว่าน้องก็ไม่ได้ผิดอ่ะ น้องวางตัวค่อนข้างดีมาตลอดแล้วก้ไม่ได้ให้ความหวังพี่แบบน่าเกลียด และถ้าเลือกได้น้องก็คงไม่อยากให้ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้หรอก แต่คือทั้งพี่ทั้งน้องก็เลือกไม่ได้ไง การที่น้องมีใครในใจ(พิมพ์ไปก้เจ็บไป)มันก็เหมือนกันนั่นแหละขนาดเพราะพี่ยังเลิกชอบจองกุกไม่ได้เลย เรื่องมันถึงมาพันกันวุ่นวายในตอนนี้ 

    ขอให้ทุกอย่างเคลียร์กันด้วยดีนะคะ รู้สึกใจจะจขาด ฮือ
    #1772
    0