BTS | CLOSED TERRARIUM (KOOKGA)

ตอนที่ 8 : PROCESS 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,325
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 125 ครั้ง
    24 ก.ค. 59





PROCESS 7







 

 




 







กลางเดือนสิงหาคม, 2016

 

 




เสียงแปะๆจากปลายนิ้วที่กระทบแป้นพิมพ์เงียบลง ยุนกิกดบันทึกแล้วพับหน้าจอแลปทอป เหลือบไปเห็นสวนขวดแก้วแบบปิดที่มีต้นกระบองเพชรอยู่ด้านในแล้วพลันนึกคนที่ขายมันให้กับเขา ร่างเล็กหยิบฟ็อกกี้ที่วางอยู่แถวนั้น ก่อนจะเปิดฝากโหลแก้วและฉีดน้ำลงไปปริมาณเท่าคำแนะนำอย่างที่เคยทำมาโดยตลอด เขาเก็บฟ็อกกี้ นั่งเท้าคางมองหยดน้ำที่สะท้อนกับแสงของดวงอาทิตย์ยามบ่ายที่ลอดผ่านผ้าม่านที่เปิดเอาไว้เพื่อให้มันได้รับแสงอย่างพอดี

 



จากวันนั้นจนถึงตอนนี้เขาก็ไม่ได้เจอจองกุกมาเกือบสองเดือนได้แล้ว ตอนสัปดาห์แรกๆมันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับเขาที่สุด ยุนกิจำได้ว่าตัวเองไปมิวส์ทุกวัน เมาเป็นหมาอยู่เกือบครึ่งเดือน โชคดีเหลือเกินที่กำลังอยู่ในระหว่างปิดเทอมไม่อย่างนั้นเรื่องเรียนเขาคงจะพังไปตามๆกัน เขาไม่ได้ร้องไห้ ไม่มีน้ำตาสักหยดที่ไหลออกมา แต่มันแค่เจ็บในใจเอามากๆจนต้องเมาหลับให้ลืมๆไป จนกระทั่งที่เขาเริ่มคิดได้ว่าทำแบบนี้ไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร แล้วอีกอย่างเปอร์เซ็นต์เรื่องของจองกุกจากที่เคยคาดเดาไว้เกินครึ่ง ตอนนี้เหลือแค่ไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์ มันน้อยเกินไป ดังนั้นเขาก็ไม่ควรเอาเวลาอันมีค่าของตัวเองมาทำอะไรไร้สาระด้วยการใช้เงินละลายไปกับค่าเหล้า (แม้ว่าจะต้องเสียเป็นปกติอยู่แล้วก็เถอะ แต่นี่มันเหมือนว่าจะมากเกินไปหน่อย)

 



ยุนกิหันมาสนใจแต่เรื่องหุ้นที่เล่นเป็นงานอดิเรกอยู่สักพัก ก่อนจะปรึกษากับพ่อเรื่องที่จะเอาเงินเก็บของตัวเองมาเป็นทุนเซ้งร้านอาหารร้านหนึ่งเพื่อที่จะเอาไปปรับปรุงใหม่เป็นคาเฟ่ยี่สิบสี่ชั่วโมง เมื่อลองคำนวณในหลายๆปัจจัยแล้วมันมีเปอร์เซนต์ความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง เขาก็ลงมือทันที ยุนกิเข้าไปจัดการด้วยตัวเองทั้งหมด ตั้งแต่ช่วงที่ปรับปรุงร้านจนถึงปัจจุบันที่เปิดให้บริการเรียบร้อย เป็นโชคดีของเขาที่ร้านนี้มันมีสภาพที่ดีมาก่อนแล้ว เขาแค่ตกแต่งใหม่ให้ได้ตามแบบที่วางเอาไว้เท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ได้ปาร์คชานยอล นักศึกษาคณะสถาปัตยกรรม ภาควิชาสถาปัตยกรรมภายในมาช่วยแนะนำให้มันออกมาเป็นรูปเป็นร่างได้ชัดเจนมากขึ้น ปาร์คชานยอลผู้ที่อายุเท่ากันกับเขาแต่เก่งและขยันจนขึ้นปีสี่ก่อนเขาแล้ว ส่วนเรื่องบัญชี เรื่องการขาย การตลาด ยุนกิดูแลด้วยตัวเองทั้งหมด ด้วยที่เขาเรียนมาทางด้านนี้ และแม้เพิ่งจะจบปีสองแต่ครอบครัวของเขาก็เป็นครอบครัวนักธุรกิจ แน่นอนว่าร่างเล็กเคยช่วยงานของที่บ้านมาบ้างแล้ว และป๊าก็ได้ให้คำแนะนำและพร้อมจะช่วยอย่างเต็มที่ในทุกเรื่อง ยุนกิพยายามทำตัวให้ยุ่งอยู่ตลอดเวลาเพื่อที่จะได้ไม่ต้องไปคิดเรื่องของจองกุก ถ้าเขายังใช้เวลาอยู่บ้านเฉยๆ แน่นอนว่าสมองคงคิดฟุ้งซ่านไม่หยุดแน่ และสุดท้ายคงไปจบที่มิวส์ก่อนจะกลับมานอนตายที่บ้านโดยมีสภาพไม่ต่างจากศพ เด็กนั่นคงไม่รู้หรอก ว่าตัวเองเป็นคนแรกที่ทำให้เขารู้สึกแย่ที่สุดเท่าที่เคยโดนหักอกมา

 

 





เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเรียกให้เขาหลุดจากภวังค์ ตาเรียวละจากสวนขวดแก้วมามองหน้าจอที่กำลังโชว์เบอร์ของใครบางคนที่ช่วงนี้เข้ามามีบทบาทในชีวิตเขาเหลือเกิน

 

 

 

“ว่าไงชานยอล”


((อยู่ไหนเหรอ))


“อยู่บ้าน มันยังไม่ถึงเวลาเลยยังไม่ออกอ่ะ”


((งั้นรออยู่บ้านนะ เดี๋ยวไปรับ))


“เฮ้ยไม่เป็นไร เราไปเองได้”


((อย่าเถียงน่า ไปรับคือไปรับ โอเค้))


“เฮ้อ ดื้อชะมัด ตามใจละกัน”


((รอนะ))

 

 



คนปลายสายหัวเราะเบาๆก่อนจะวางไป ยุนกิเหมือนเห็นภาพตัวเองทับซ้อนกับปาร์คชานยอลขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้น ตอนที่เขาตื๊อจองกุกก็คงอารมณ์นี้เลยสินะ ขนาดเขารู้จักกับชานยอลอยู่แล้วยังรู้สึกอึดอัดหน่อยๆ แล้วน้องที่จะต้องรับมือกับคนแปลกหน้าอย่างเขาล่ะ จะขนาดไหน?

 





ร่างเล็กถอนหายใจ วางแขนลงบนโต๊ะก่อนนอนทับลงไป เขาเอื้อมมือไปหมุนโหลแก้วเล่น หลังจากวันนั้นเขาคุยกับซอกจินเรื่องคืนที่พวกเขาไปฉลองกันหลังสอบว่า ทำไมแฟนของพยอนแบคฮยอนถึงไปส่งเขาแทนที่จะเป็นแฟนของคิมนัมจุนไปได้ เจ้าตัวบอกมาว่าตัวเองต้องขับรถของนัมจุนไปส่งเจ้าของรถกับโฮซอกที่ห้องก่อนแล้วตั้งใจจะกลับมาขับรถเขาไปส่งที่บ้านให้เพราะไม่อยากทิ้งรถไว้ร้าน แต่จังหวะที่จะออกมามิวส์อีกครั้งชานยอลกลับโทรไปบอกว่าไปส่งเขาที่บ้านเรียบร้อยแล้ว ซอกจินเลยโทรมาหาเขาเพราะรู้สึกสงสัย แต่คนรับกลับเป็นจองกุกก็เลยไม่อยากถามอะไรน้องมันมาก พอไปคุยกับชานยอล อีกฝ่ายก็บอกแค่ว่าเห็นตั้งเบอร์โทรด่วนไว้ว่าเป็นน้องชายเลยโทรไปถาม เพราะไม่อยากรบกวนพ่อแม่ของเขาตอนดึกๆ แล้วเพิ่งมารู้จากแบคฮยอนว่าจองกุกไม่ใช่น้องชายของเขาก็สองวันถัดมานั่นแหล่ะ

 



เขาหยิบโทรศัพท์มากดเล่นนั่นนี่ตามปกติ ความเคยชินทำให้เขากดเข้าไปดูอินสตาแกรมและสแนปแชทของจองกุกโดยไม่รู้ตัว น้องไม่ได้อัพเดตอะไรอีก รูปในอินสตาแกรมล่าสุดก็เป็นรูปเบื้องหลังตอนที่ไปถ่ายงานให้ซอกจินเมื่อสองเดือนก่อน ช่วงที่ผ่านมาชีวิตของยุนกิหรรษาอย่าบอกใคร นอกจากเรื่องที่เขาเปิดคาเฟ่ยี่สิบสี่ชั่วโมงแล้วก็คงเป็นเรื่องที่เขาอกหัก แต่เพียงไม่ถึงสองสัปดาห์ก็มีคนใหม่เข้ามาดามใจซะแล้ว ก็มีอยู่คนเดียวนั่นแหล่ะ ปาร์คชานยอลแฟนหนุ่มของพยอนแบคฮยอน แต่ที่น่าตลกที่สุดก็คือเขาเพิ่งมารู้ว่าสองคนนั้นเป็นแค่เพื่อนกัน (หลังจากที่เคยลองคุยกันแล้วแต่ดันไม่คลิ้ก) แต่กลับปล่อยให้คนอื่นเข้าใจผิดไปเฉยๆก็เพราะชานยอลยังไม่อยากมีใคร ส่วนแบคฮยอนไม่ได้สนใจอะไร จนกระทั้งวันที่ชานยอลเจอกับเขาที่ร้านขนม นับตั้งแต่นั้นมาเจ้าตัวก็ปรึกษาไอ้ตัวแสบพยอนเรื่องเขามาตลอด ว่าแล้วเชียวว่าทำไมถึงได้ชอบจับคู่เขากับอีกคนนัก ยุนกิไม่ชอบถูกปิดโอกาส ดังนั้นเขาจึงไม่เคยปิดโอกาสตัวเองในการที่จะรับคนใหม่ๆเข้ามา ก็ใครจะไปรู้ว่าต่อไปในอนาคตคนคนนั้นอาจจะได้ใช้เวลาร่วมกับเขาไปตลอดชีวิตเลยก็ได้

 

 






เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้งด้วยเบอร์เดิม ยุนกิเปิดม่านดูก่อนจะพบรถยนต์สีดำที่จอดนิ่งอยู่หน้าบ้าน เขากดตัดสายและหยิบสิ่งของจำเป็นลงไปข้างล่างทันที ร่างเล็กเลื่อนประตูรั้วก่อนจะเอ่ยทักใครคนนั้น

 



“ไง ไปเลยป่ะ?”


“เดี๋ยวดิ ป๊าม๊าอยู่มั้ย?”


“อ๋ออยู่ๆ เข้ามาดิ”

 



ร่างสูงพยักหน้ารับก่อนจะเดินตามเจ้าของบ้านเข้าไปด้านใน ยุนกินำเข้าไปในห้องนั่งเล่นที่ป๊ากับม๊านั่งดูรายการข่าวช่วงเย็นอยู่ เขานั่งลงข้างๆผู้เป็นแม่บนโซฟาหน้าโทรทัศน์

 




“ป๊า ม๊า ชานยอลมา”


“ป๊าม๊าสวัสดีครับ” ปาร์คชานยอลยกมือไหว้ก่อนพูดอ้อนทันที “คิดถึงม๊าจังเลยครับ”


“ปากหวานนะเรา จะออกไปข้างนอกกันเหรอ?”


“ครับ จะพายุนกิไปกินข้าวแล้วก็พาไปที่ร้านน่ะครับ”


“ลำบากเราแย่เลยสิขับรถอ้อมไปอ้อมมาน่ะ บ้านก็ไม่ได้อยู่ทางนี้ด้วย” ม๊าเอื้อมมือผ่านหน้ามาเขาแตะแขนของชานยอล

 





แหมม๊า เอ็นดูจังเล้ยยยยย -__-


 




“ไม่เป็นไรครับ เรื่องแค่นี้เอง” รอยยิ้มพิมพ์ใจถูกส่งให้ผู้หญิงวัยสี่สิบปลายๆ


“ก็ผมบอกแล้วว่าให้ไปเจอกันที่ร้านชานยอลก็ไม่ยอมอ่ะ”

 

 




ไม่ได้แล้วครับจุดนี้ ต้องทวงสิทธิ์ความเป็นลูกชายที่ดีก่อน

 

 




“เอาน่า คนเขาอยากดูแลให้เขาทำไปเถอะ” ป๊าว่ายิ้มๆก่อนจะหันไปทางคนตัวสูงที่นั่งอยู่ข้างๆเขา “บ้านขายน้ำมันนี่เรา แค่นี้สบายมากใช่มั้ยล่ะ”


“ป๊าพูดถูกครับ” ชานยอลหัวเราะร่าจนเขาอดที่จะเบ้ปากให้กับความเข้าขากันของสองคนนี้ไม่ได้


“ไปดีกว่า เดี๋ยวป๊าม๊าจะรักชานยอลมากกว่าผม”


“แล้ววันนี้จะกลับบ้านมั้ยลูก หรือจะอยู่ที่ร้าน” ม๊าถามพลางลุกมาส่งชานยอลกับเขา อีกคนยกมือไหว้ป๊าก่อนจะเดินตามออกมา


“คงกลับอ่ะม๊า เดี๋ยวชานยอลขับรถดึกๆอันตรายอ่ะ” ยุนกิถองศอกใส่คนข้างๆทันทีเมื่อเหลือบไปเห็นว่ามีรอยยิ้มประหลาดๆแปะอยู่บนหน้าหล่อๆนั่น “ยิ้มไร”


“อะไรเธอ นี่ยิ้มให้ม๊า”


“หยุด หยุดเลย อย่ามาหว่านเสน่ห์ใส่แม่เรานะ” อีกฝ่ายไม่ได้ว่าอะไร แค่หัวเราะเบาๆแล้วเอามือมายีผมเขาเท่านั้น ซึ่งยุนกิก็ไม่เข้าใจว่าชานยอลจะอารมณ์ดีอะไรหนักหนา ตั้งแต่มานี่ก็หัวเราะอยู่นั่นแหล่ะ


“ไปเถอะลูก เดี๋ยวรถจะติด” ร่างเล็กพยักหน้ารับก่อนจะเปิดประตูขึ้นไปนั่งก่อน ปล่อยให้เจ้าของรถได้อ้อนม๊าของเขาอย่างเต็มที่


“ผมไปนะครับม๊า ไว้วันหลังจะมาทานข้าวที่บ้านด้วยนะครับ”


“จ้ะ ว่างๆก็มานะชานยอล ขับรถดีๆลูก”


“ครับม๊า สวัสดีครับ”

 

 

















“เปิดเทอมวันไหนนะ”

 


ชานยอลถามขึ้นขณะที่เดินดูเสื้อผ้าในช็อปแบรนด์เนมช็อปหนึ่งในชั้นสามของห้างสรรพสินค้าที่ยุนกิมาประจำ (เพราะมันใกล้บ้านและมหาวิทยาลัยของเขา) ตอนนี้พวกเขาทั้งคู่เพิ่งรับประทานมื้อเย็นกันเสร็จเลยแวะมาเดินเล่นก่อนที่จะพามินยุนกิไปส่งที่คาเฟ่ของเจ้าตัวเพื่อเช็คความเรียบร้อยและจัดการเรื่องบัญชีเพราะไม่อยากคั่งค้างเอาไว้

 


“วันพุธหน้าไง”

 


ยุนกิตอบพลางหยิบเสื้อที่แขวนอยู่บนราวมาทาบตัว ก่อนจะพบว่ามันใหญ่เกินไปสำหรับเขา มือเล็กแขวนมันเก็บไว้ที่เดิม ตาเรียวเหลือบมองร้านสวนขวดที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้องไปขวาเล็กน้อย ภายในร้านมีแค่พี่เจ้าของร้านที่จองกุกรู้จักอยู่แค่เพียงคนเดียว ปราศจากเด็กม.ปลายที่ชอบนั่งจัดสวนขวดอยู่ที่โต๊ะกลางร้าน ยุนกิสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกได้ถึงแรงที่วางบนไหล่ ชานยอลที่ถือถุงเสื้อผ้าติดมาด้วยทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายได้รูดบัตรจ่ายมันเรียบร้อยแล้ว ร่างสูงพาเขาเดินออกจากไหล่ทั้งๆที่แขนยังคล้องคอเขาเอาไว้หลวมๆ

 



“สนใจเหรอ? อยากไปดูรึเปล่า” อีกคนว่าพลางพยักพเยิดไปทางร้านสวนขวดที่เขาจดๆจ้องๆอยู่เมื่อกี้


“เปล่า แค่มองเฉยๆน่ะ”


“นั่นสิ อย่างยุนกิไม่น่าจะชอบธรรมชาติเท่าไหร่นะ งั้นไปร้านเลยละกันเนอะ”


“อื้อ”

 

 







ประโยคธรรมดาๆของชานยอลที่ดูเหมือนว่าผู้พูดไม่ได้คิดจะแฝงนัยยะอะไรเลยด้วยซ้ำ กลับทำให้เขารู้สึกกระตุกเบาๆในใจ พลางหวนคิดว่าตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เขาหันมาสนใจเจ้าต้นไม้เล็กๆพวกนี้ จากที่ไม่เคยคิดใส่ใจจะชายตามองยามเดินผ่านด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้กลับตั้งใจมองมันอย่างจริงจัง เขาเคยได้ยินประโยคที่ว่า คนคนหนึ่งมีอิทธิพลมากพอที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของใครอีกคนให้เปลี่ยนไปตลอดกาล และแม้ว่าจะเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย แต่ตอนนี้ยุนกิเริ่มจะรู้สึกได้ถึงมันแล้วจริงๆ

 

 

 

 

 

 

 
























จองกุกละสายตาจากกระจกหน้าต่างที่มองอยู่นาน เมื่อได้ยินเพลงจากวิทยุหน้ารถที่พ่อเปิดตั้งแต่ออกจากร้านอาหาร เขาจำได้ทันทีว่ามันคือเพลงอะไรทั้งๆที่ไม่ได้ฟังบ่อยนัก เสียงของใครบางคนดังขึ้นในหัวโดยอัตโนมัติ

 



เคยฟังเพลงนี้รึเปล่า?

 



จองกุกจำได้ว่าตัวเองไม่ได้ตอบอะไร เขาทำแค่เพียงส่ายหน้า

 



เพราะนะ ความหมายก็ดีด้วย เราชอบมากเลย ลองฟังๆ

 



เจ้าตัวว่าพลางเปิดเสียงให้ดังขึ้นอีกนิด ริมฝีปากบางฮัมเพลงเบาๆพลางกดโทรศัพท์ตอบแชทเพื่อนไปด้วย เขาลองตั้งใจฟังเพลง แล้วก็พบว่าควาหมายดีตามอีกคนบอกจริงๆ อาจจะเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ก็ตาม แต่รสนิยมการฟังเพลงของเขากับอีกฝ่ายมีบางส่วนที่คล้ายกัน นั่นอาจจะเป็นเพราะเจ้าของรถเป็นคนฟังเพลงหลายแนวด้วยล่ะมั้ง

 




พี่ยุนกิ ไฟเขียวแล้ว


อ้าวเหรอ

 


มือขาวยื่นโทรศัพท์เครื่องบางที่ไม่เคยใส่เคสให้เขา กระวีกระวาดเปลี่ยนเกียร์ ก่อนจะรีบออกรถเพราะเป็นคันหน้าสุดเลยโดนบีบแตรไล่เล็กน้อย

 


พิมพ์บอกม๊าให้ทีว่ากำลังกลับเขาทำตามที่อีกคนบอก มันเป็นเรื่องปกติไปแล้วที่เขาจะพิมพ์แชทแทนยุนกิแบบนี้


แม่พี่ถามว่าเอารถไปต่อพ...รึยัง


เออว่ะเฮ้ย ลืมเลยอ่ะ วันนี้แบบโคตรยุ่ง จองกุกกดโทรหาม๊าให้เราหน่อ—’

 

 

 





“จองกุก ไม่ลงเหรอลูก ถึงแล้วนะ”

 


เสียงของแม่ดึงให้เขาหลุดจากภวังค์ จองกุกรีบเปิดประตูรถ พลางหยิบมือถือที่สั่นเบาๆออกมาดู ก่อนจะพบว่าเป็นเพื่อนสนิทตัวเล็กนั่นเองที่เป็นคนส่งข้อความมาในโปรแกรมแชท

 




อย่าลืมนะ ทุ่มนึงที่เดย์เบด

 

 

 





“แม่ครับ เดี๋ยวคืนนี้ผมไปติวหนังสือกับพวกจีมินนะ คงไม่ได้กลับบ้าน”

 

 

 
















ร่างสูงปั่นจักรยานเข้ามาในบริเวณหน้าร้าน เดย์เบด เป็นกึ่ง Café กึ่ง Co-Working Space ที่เปิดให้บริการตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง และยังมีห้องสำหรับนอนพักในระยะเวลาสั้นๆอีกด้วย เดย์เบดเพิ่งเปิดไม่นานและอยู่ใจกลางเมือง จึงสะดวกต่อเพื่อนเขาทุกคนที่บ้านอยู่กันคนละฟากจังหวัดจะนัดเจอกันได้โดยไม่ลำบาก จองกุกเอาจักรยานไปจอดไว้พร้อมกับคล้องโซ่และล็อกกุญแจเรียบร้อย มองผ่านกระจกใสเข้าไปพบกับจีมินที่โบกมือเรียก เขาผลักประตูก่อนจะก้าวยาวๆไปหยุดที่โต๊ะที่เพื่อนนั่งรอกันอยู่ และนั่งลงบนเก้าอี้ตัวที่ว่างข้างคิมมินกยูเพื่อนกลุ่มเดียวกัน บนโต๊ะมีกาแฟบ้าง น้ำผลไม้บ้าง แต่ที่กินพื้นที่โต๊ะที่สุดคงเป็นหนังสือและแบบฝึกหัด

 


“จองกุกอยากสั่งอะไรก่อนมั้ย?”

 


จีมินส่งเมนูมาให้เมื่อเขาพยักหน้า เปิดดูอยู่ไม่นานก็เลือกได้ พนักงานที่ยืนอยู่แถวนั้นเดินมารับออเดอร์ทันทีเมื่อเห็นเขาเงยหน้าขึ้นจากเมนู จองกุกสั่งน้ำแอปเปิลปั่น เป็นอันรู้กันว่าเขาไม่สามารถดื่มกาแฟตอนอ่านหนังสือได้ไม่อย่างนั้นจะปวดหัว แม้ว่าใจจริงอยากสั่งอเมริกาโน่เพิ่มช็อตเลยก็ตามเถอะ

 



“มึงสองคนอ่ะมาไม่ทัน ตอนพวกกูมาอ่ะพี่เจ้าของร้านเขาเป็นคนมารับออเดอร์เว้ย โคตรน่ารักเลยเนอะซูนยอง”


“ผู้ชายเหรอ?”


“ใช่ จีมินมึงรู้ได้ไง?”


“กูเดาเอา” ร่างเล็กตอบยิ้มๆพลางยกแก้วช็อกโกแลตคาราเมลปั่นขึ้นมาดูด


“เป็นผู้ชายที่น่ารักสัดๆ ตัวเล็กๆ ขาวๆ ละยิ้มทีนะ โลกกูสว่างเลย สดใสโคตรๆ”


“เวอร์ไอ้เหี้ย” มินกยูเอื้อมข้ามโต๊ะมาตบหัวเพื่อนสนิทที่หัวเราะเอิ๊กอ๊ากก่อนจะพูดต่อ “ตอนแรกกูนี่โคตรอยากจีบ แต่เหมือนพี่เขาจะมีแฟนแล้วว่ะ เห็นอยู่กับพี่ผู้ชายคนนึงตลอดเลยอ่ะ ละแบบหล่อฉิบหาย สูง หุ่นดี ละขับออดี้ กูนี่แบบ ครับๆ เหมาะสมกันดีแล้วครับพี่”


“สมน้ำหน้า” เสียงที่ดังขึ้นจากด้านหลังเรียกให้คนที่เอาแต่พูดจ้อต้องรีบหันไปมอง คนมาใหม่นั่งลงบนเก้าอี้ว่างข้างๆมินกยูอีกฝั่งหนึ่ง มือบางผลักหัวเพื่อนตัวดีจนหน้าเกือบทิ่มลงแบบฝึกหัด


“หึงกูเหรอ จอนวอนอู” แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้มีความสะทกสะท้านแต่อย่างใด แถมยังส่งยิ้มขี้เล่นพลางยื่นหน้าเข้าไปล่อไม้ล่อมือเสียด้วย


“ตลกละ”


“โอ๊ยยย กูล่ะรำคาญพวกมึง คบๆกันสักที


“เงียบปากไปควอนซูนยอง ตอนสอบสัมภาษณ์พูดให้เก่งแบบนี้ล่ะ”

 




จองกุกสบตากับจีมินที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามข้างๆซูนยองที่กำลังหางลู่หูตกหลังจากโดนด่า ก่อนจะยิ้มขำๆให้กับความสัมพันธ์อันซับซ้อนของกลุ่มเพื่อนสนิท มือหนาหยิบหนังสือของตัวเองออกมาวาง ก่อนจะเริ่มติวกันอย่างจริงจังตามคำชวนของวอนอู วันนี้พวกเขาตั้งใจจะอ่านหนังสือกันยาวยันเช้า (ถ้าไม่มีใครหลับไปเสียก่อน) เพราะอีกไม่กี่วันข้างหน้าก็จะเริ่มสัปดาห์แห่งการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของเด็กม.หกแล้ว ตาคมเหลือบมองไปยังชั้นสองที่เป็นโซนของห้องที่ใช้สำหรับนอนพักชั่วคราว ซึ่งใครจะใช้บริการจะต้องจ่ายเงินเพิ่มตามอัตราค่าบริการที่คิดเป็นรายชั่วโมง ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังห้องริมสุดที่ล้อมรอบด้วยกระจกฝ้าและขนาดใหญ่กว่าห้องอื่นๆ ดูเหมือนจะเป็นออฟฟิศสำหรับฝ่ายจัดการอะไรประมาณนั้น เขาเห็นเงารางๆของคนสองคนนั่งอยู่ด้านใน คนหนึ่งมีผมสีบลอนด์สว่าง ส่วนอีกคนผมสีเข้ม จองกุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าเรียบนิ่งแล้วหันมาตั้งใจฟังสูตรการคำนวณที่วอนอูกำลังทวนให้

 

 

 









จองกุกเหลือบดูเวลาบนนาฬิกาข้อมือก่อนจะพบมันสี่ทุ่มกว่าแล้ว เป็นจังหวะเดียวกับที่ใครบางคนเดินลงมาจากชั้นสอง กลุ่มผมสีเข้มที่เขาไม่แน่ใจในทีแรกตอนนี้ปรากฏชัดแล้วว่ามันคือสีไวน์แดง แถมยังถูกเซตเปิดหน้าผากส่งให้เจ้าตัวดูมีบุคลิกที่จริงจังมากขึ้น เขาเลือกที่จะก้มหน้าทำแบบฝึกหัดต่อแทนการสบตา ปล่อยให้คนคนนั้นเดินผ่านไปอย่างไม่ได้สนใจอะไรนัก มินกยูหันหน้าหันหลังก่อนจะเอ่ยเรียกเพื่อนเบาๆเมื่อเห็นว่าคนที่กำลังมองเดินห่างออกไปมากแล้ว

 


“พวกมึงๆๆ นี่แหล่ะ คนนี้แหล่ะที่กูคิดว่าเขาเป็นแฟนพี่เจ้าของร้านอ่ะ” มือเอื้อมมาสะกิดเขายิกๆให้หันไปมองตาม “เนี่ยๆๆ พวกมึงดูดิ หล่อสัด ใส่แค่เสื้อแขนยาว กางเกงขาสั้น รองเท้าผ้าใบธรรมดา ทำไมดูดีขนาดนี้วะ”


“มึงว่าเขาอายุเท่าไหร่วะ?” สายตาสองคู่จ้องตามแผ่นหลังของผู้ชายคนนั้นพลางครุ่นคิด


“น่าจะประมาณยี่สิบห้ายี่สิบหกได้ป่ะวะ เชี่ยเดาไม่ออกว่ะ”


“อาจจะแค่ยี่สิบยี่สิบเอ็ดก็ได้นะ” จีมินว่าอย่างไม่จริงจังนัก แต่ก็ทำให้จองกุกละสายตาจากโจทย์และเงยหน้าขึ้นมามองได้ เพื่อนตัวเล็กส่งยิ้มให้เขาอย่างรู้กัน


“มึงว่าพี่เขาจะเด็กขนาดนั้นเลยเหรอวะ น่ะๆๆๆ มึงดู ขับออดี้ออกไปละ โอ้ยกูอยากมีรถขับมั่งแล้วอ่ะ”


“เมื่อไหร่พวกมึงจะเลิกยุ่งเรื่องชาวบ้านแล้วทำหน้านี้ให้เสร็จสักทีห๊ะ” ฝ่ามือของวอนอูโบกลงบนศีรษะของมินกยูและซูนยองคนละทีสองทีอย่างไม่ออมแรง


“โหไรวะ ไม่เห็นตีจีมินมั่งอ่ะ จีมินก็คุยอ่ะ”


“ก็จีมินมันทำไปสิบหน้าแล้ว พวกมึงยังอยู่หน้าสามกันอยู่เลย มันสมควรโดนมั้ยล่ะ”


“ก็กูโง่นี่หว่า” ซูนยองบ่นอุบอิบก่อนจะเลื่อนหนังสือมาให้จีมินช่วยอธิบายให้ ส่วนมินกยูก็ยังวอแววอนอูอยู่แบบนั้นไม่เลิก


“จองกุกง่วงเหรอ อยากขึ้นไปนอนรึเปล่า?”

 



เขาเลื่อนสายตาจากชั้นสองมาสบกับจีมินที่มองอยู่ก่อนแล้ว ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆและก้มหน้าทำแบบฝึกหัดข้อต่อไป ถ้าอยู่บ้านปกติเขาอาจจะกำลังเตรียมตัวเข้านอน แต่พอยิ่งใกล้วันสอบเขายิ่งนอนไม่หลับ จองกุกไม่รู้ว่าตัวเองคิดถูกหรือคิดผิดที่มาติวหนังสือกับเพื่อนที่นี่ เขาพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองมีสมาธิและจดจ่อกับการอ่านหนังสือมาตลอดสองเดือน แต่ในวันนี้เขากลับพาตัวเองมาอยู่ใกล้กับสิ่งที่ทำให้เขาเสียสมาธิได้มากที่สุด ทั้งๆที่รู้อยู่ก่อนแล้วว่าถ้ามาก็อาจจะต้องเจอแน่ๆ จองกุกมีเหตุผลทุกการกระทำเสมอ รวมถึงเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน เขารู้เหตุผลดีว่าทำไมตัวเองถึงมาที่นี่ แต่แค่ยังไม่อยากจะยอมรับมันก็เท่านั้น

 

 

 

 










ยุนกิแอบชะเง้อมองผ่านขอบกระจกส่วนที่ไม่เป็นฝ้า เขามองลงไปเห็นจองกุกกำลังนั่งติวหนังสืออยู่กับเพื่อนที่ชั้นล่าง นับตั้งแต่มานี่ก็เกือบหกชั่วโมงได้แล้ว ลูกค้าแวะเวียนเข้าออกจนเหลือแค่โต๊ะของกลุ่มเด็กม.ปลาย กับโต๊ะของหญิงสาววัยกลางคนแค่สองโต๊ะเท่านั้น จองกุกยังคงนั่งทำแบบฝึกหัดสลับกับคุยกับเพื่อนบ้าง เขาค่อนข้างแปลกใจเล็กน้อยที่น้องยังไม่ง่วง เพราะปกติสี่ห้าทุ่มเจ้าตัวก็เตรียมนอนแล้ว อาจเป็นเพราะใกล้วันสอบเข้ามาเต็มทีละมั้ง ยุนกิเห็นว่าเพื่อนบางคนของจองกุกเริ่มฟุบลงไปกับโต๊ะ เขาตัดสินใจโทรลงไปหาพนักงานกะดึกของตัวเองให้เดินไปบอกโต๊ะของน้องว่าถ้าใครง่วงสามารถขึ้นมานอนห้องข้างบนได้และจะไม่เก็บค่าบริการ โดยให้เหตุผลไปว่าเป็นโปรโมชั่นเพราะเพิ่งเปิดร้านได้ไม่นาน เขาแอบดูปฏิกิริยาตอบรับก็พบว่าไม่มีใครกล้าที่จะขึ้นมานอนสบายๆเพราะกลัวหลับยาว

 



ร่างเล็กถอนหายใจเบาๆพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น เขาไม่ชอบที่เห็นจองกุกไม่พักผ่อนแบบนี้เลย อ่านหนังสือโต้รุ่งแล้วมันจะเข้าใจได้ยังไง สมองล้าไปหมดแบบนั้น ยุนกิเข้าอินสตาแกรมของน้องเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ของวัน ทั้งๆที่รู้ว่าเจ้าของเขาก็ไม่ได้อัพรูปอะไร แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา จองกุกกลับอัพรูปแฮปปี้เบิร์ธเดย์คิมแทฮยองหลังจากที่ไม่ได้ลงรูปมาเป็นเดือนๆ เขาอยากรู้ว่าสองคนนั้นรู้จักกันได้ยังไง แต่แทฮยองสนิทกับซอกจิน แล้วจองกุกก็สนิทกับซอกจินเหมือนกัน อาจจะรู้จักกันผ่านแฟนเพื่อนเขาก็ได้ละมั้ง แต่ยุนกิก็ยังรู้สึกแปลกๆอยู่ดีนั่นแหล่ะ จะว่าไงดีล่ะ มันเป็นเซนส์น่ะ แล้วอีกเรื่องที่เขาสงสัยก็คือจองกุกกับจีมินรู้แน่นอนว่าเดย์เบดคือร้านของเขา เพราะน้องมากดไลค์รูปที่เขาโปรโมทร้านลงอินสตาแกรม จอนจองกุกที่เลี่ยงเขามาตลอดจู่ๆมาโผล่ที่ร้านเขาด้วยตัวเองเนี่ยนะ อาจเป็นเพราะร้านเขามันตั้งอยู่ใจกลางเมืองเลยสะดวกกับการเดินทางของพวกเด็กๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เขาก็ยังแปลกใจอยู่ดีนั่นแหล่ะ แถมรูปที่น้องมากดไลค์เป็นรูปที่เขาแท็กชานยอลเสียด้วยสิ ร้อยวันพันปีไม่เคยจะไลค์ แต่กลับมากดไลค์รูปนี้อ่ะนะ ยุนกิปวดประสาท เขาไม่เข้าใจจองกุกจริงๆนั่นแหล่ะ

 

 





เขาเหลือบมองนาฬิกาแอลซีดีที่ตั้งอยู่บนชั้น ตอนนี้เป็นเวลาตีสองครึ่งแล้ว เขาก็เริ่มง่วงเหมือนกันแต่ก็ยังอยากที่จะอยู่ดูน้องก่อน ร่างเล็กชะเง้อมองโต๊ะของจองกุกอีกครั้ง เด็กคนที่แก้มเยอะๆ ตาตี่ๆ ที่นั่งข้างจีมินกำลังฟุบหน้าหลับลงกับโต๊ะ ส่วนเด็กตัวสูงๆ ผิวเข้มๆ นั่นก็หลับซบไหล่เด็กข้างๆไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งโต๊ะเหลือแค่จองกุก จีมิน แล้วก็เด็กหนุ่มตัวผอม (ที่ไหล่ข้างหนึ่งกำลังรับภาระอย่างหนักอยู่) แค่สามคนเท่านั้น ตาเรียวเบิกกว้างเมื่อจองกุกลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไปคุยกับพนักงานของเขา ดูจากการชี้ไม้ชี้มือแล้วน้องต้องขึ้นมานอนบนห้องพักอย่างแน่นอน ยุนกิเดินวนเป็นหนูติดจั่น เขาอยากเจอจองกุกก็จริงแต่กลับไม่กล้าสู้หน้าเสียอย่างนั้น อาจเพราะคำที่อีกฝ่ายพูดไว้ว่าขอห่างกันก่อนทำให้เขาไม่กล้าที่จะเผชิญหน้ากับความผิดหวังอีก เขาอยากจะออกไปดูแลน้องให้ดีแต่ทำได้แค่ยั้งตัวเองเอาไว้ ขาเรียวเขย่งแอบมองเห็นว่าร่างสูงกำลังเดินขึ้นบันไดมา และเลี้ยวมาทางฝั่งซ้ายซึ่งเป็นฝั่งเดียวกับออฟฟิศที่เขาอยู่ ยุนกิรู้ว่าอีกฝ่ายไม่เห็นเขาแน่นอนแต่เขาก็ยังกลัวอยู่ดี จนกระทั่งจองกุกเปิดประตูห้องที่สามเข้าไปแล้วนั่นแหล่ะเขาถึงนั่งลงบนเก้าอี้ได้อย่างโล่งอก ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

 



ยุนกิพยายามอย่างยิ่งที่จะควบคุมตัวเองไม่ให้แสดงอาการอะไรมากเกินไป แม้ว่าใจอยากทำยิ่งกว่าที่เคย แต่เพราะน้องขอไว้และเขากำลังคุยอยู่กับปาร์คชานยอล เขาจึงไม่สามารถทำอะไรได้ตามใจอีก ด้วยความสัตย์จริงเขาก็แค่ชอบจองกุกเอามากๆ เขาอยากรักน้องให้ดี ดูแลน้องให้ดี ทำเท่าที่เขาจะสามารถทำให้ได้ แต่ทุกอย่างมันกลับยากไปเสียหมด คนหนึ่งเข้าหา แต่อีกคนกลับเดินหนี ตบมือข้างเดียวไม่ดังข้อเท็จจริงนี้ยุนกิรู้ดี ช่วงที่ผ่านมาเขาคิดว่าตัวเองหายดีแล้ว โอเคแล้วกับสิ่งที่เป็นอยู่ แต่พอได้เห็นหน้าจองกุกเขาก็รู้ทันทีว่ามันไม่ใช่เลย เขายังคงอาการหนัก ไอ้ความโอเคที่เขารู้สึกมันก็แค่สภาวะเยียวยาตัวเองของจิตใต้สำนึกที่สร้างมโนภาพหลอกๆขึ้นมาว่าเขาสามารถมีความสุขได้โดยปราศจากจอนจองกุก เอาเป็นว่าตอนนี้มินยุนกิยังเฮิร์ต เฮิร์ตหนักด้วย ปาร์คชานยอลที่ดูแลเขาดียิ่งยิ่งกว่าพ่อก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้แล้วจริงๆ เขาคงต้องคุยเรื่องนี้กับอีกฝ่ายให้รู้เรื่องก่อนที่ทุกอย่างมันจะแย่ลง

 



ตาเรียวเหลือบมองนาฬิกาอีกครั้ง นี่ก็สี่สิบห้านาทีแล้วที่จองกุกเข้าไปในนอนในห้องพัก ป่านนี้ก็คงหลับสนิทไปแล้วล่ะ ยุนกิลุกขึ้นยืน เขาตัดสินใจแล้วว่าจะขอมองหน้าน้องใกล้ๆแล้วจะรีบออกมาทันที แม้ว่าจะแน่วแน่แล้วก็เถอะ แต่ขากลับก้าวไม่ออก ความปอดแหกมันหล่นทับอยู่บนเท้าเขาจนไม่สามารถเดินดีๆได้ ร่างเล็กสูดหายใจก่อนจะหลับหูหลับตาเดินออกจากห้อง เขามองห้องที่สามด้วยสายตาเป็นกังวล ค่อยๆก้าวเข้าไปส่องดูก่อนจะพบว่าอีกฝ่ายนอนหลับสนิทแล้วจริงๆ หน้าอกที่ขยับขึ้นลงเป็นจังหวะคือสิ่งที่ทำให้ยุนกิค่อนข้างมั่นใจ

 



มือขาวพยายามเปิดปิดประตูให้เบาที่สุด แม้แต่การก้าวเท้าแต่ละก้าวก็ช่างยากลำบาก เขายืนมองอยู่สักพักก่อนจะขยับมานั่งคุกเข่าข้างๆเดย์เบดที่น้องนอนอยู่ ใต้ตาคล้ำขึ้นอย่างชัดเจนทำให้เขารู้ว่าช่วงที่ผ่านมาจองกุกคงไม่ได้นอนสักเท่าไหร่ แต่จู่ๆร่างสูงที่เคยนอนหงายก็พลิกตัวนอนตะแคงหันมาหาทำเอาเขาสะดุ้งลงไปนั่งบนพื้น ความรู้สึกเหมือนเกือบจะช็อคตาย ยุนกิค่อยๆขยับเข้ามาใกล้อีกครั้งเมื่อเห็นจังหวะหายใจที่สงบนิ่งของอีกฝ่าย ก่อนจะยื่นมือออกไป ตั้งใจจะวางลงบนกลุ่มผมสีเข้มนั่น แต่เขากลับไม่กล้าที่จะทำมันในทันที เขาชักมือกลับมาวางไว้ตรงตำแหน่งหัวใจของตัวเองที่กำลังเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมานอกอก พลางตบเบาๆให้มันสงบลง แค่เห็นหน้าน้องเขาก็ใจสั่นจะตายอยู่แล้ว ความคิดถึงมันดูจะมีอิทธิพลเสียเหลือเกินในช่วงนี้ มือขาวเอื้อมออกไปอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆวางบนศีรษะของจองกุก

 

 



“เหนื่อยใช่มั้ย?”

 



เขาพูดด้วยเสียงแผ่วเบายิ่งกว่ากระซิบ มือลูบผมน้องเบาๆราวกับจะกล่อมให้อีกฝ่ายหลับฝันดีเหมือนที่ม๊าชอบทำให้เขาตอนยังอยู่ชั้นประถม

 



“อดทนนะ เดี๋ยวก็ผ่านไปแล้ว”

 



ยุนกิละมือมาแตะตรงข้างแก้มของจองกุก เขาเผลอกลั้นหายใจอย่างไม่รู้ตัวเพราะกลัวว่าคนตรงหน้าจะตื่น

 



“เราถอยให้ขนาดนี้แล้ว หวังว่ามันจะทำให้จองกุกสอบติดที่ที่อยากเข้านะ”

 





เขาถอนหายใจ รับรู้ว่ามันถึงเวลาที่ตัวเองจะต้องออกจากห้องนี้และปล่อยให้ร่างสูงได้พักผ่อนไปเงียบๆ ยุนกิไล้นิ้วโป้งเบาๆบริเวณหน้าแก้มของอีกฝ่าย แล้วตัดสินใจละมือออกมา แต่ไม่ทันที่จะได้ทำดวงตาคมของคนเด็กกว่ากลับเปิดขึ้นโดยปราศจากความง่วงงุน แววตาใสจนเหมือนกับว่าเมื่อกี้ไม่ได้หลับเลยด้วยซ้ำ ตาเรียวเบิกกว้างด้วยความตกใจ เขาค่อยๆถอยหลังลงไปนั่งบนพื้นอีกครั้ง ตัวชาวาบทำอะไรไม่ถูก มือใหญ่ของน้องเลื่อนมาทาบทับมือของเขาที่ยังค้างอยู่ที่เดิมก่อนจะจับไปกุมเอาไว้หลวมๆ จองกุกค่อยๆลุกขึ้นนั่งก่อนจะโน้มตัวลงมาใกล้เขา พร้อมกับใช้มือข้างที่ว่างวางทาบใบหน้าของเขา และใช้นิ้วโป้งค่อยๆปาดลงบนแก้มเบาๆ

 




พี่ยุนกิ ร้องไห้ทำไม”

 

 






ร่างเล็กได้สติทันทีที่ได้ยินเสียงของจองกุก เขาดึงมือของตัวเองออกมา ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วสาวเท้าไวๆออกจากห้องไปทันที ยุนกิกลับเข้ามานั่งในออฟฟิศของตัวเองด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย พวกมันต่างถาโถมเข้ามาในเวลาเดียวกัน พร้อมกับคำถามมากมายผุดขึ้นมาในสมองจนเริ่มรู้สึกปวดหัว เขาเหมือนเห็นคำว่าทำไมลอยอยู่เต็มห้องไปหมด และได้แต่ภาวนาให้ฟ้ารีบสว่างเสียที แม้จะรู้ว่ามันผิด แม้จะรู้ว่ามันไม่ดี แต่ในเวลาที่สาหัสแบบนี้ มินยุนกิต้องการปาร์คชานยอลที่สุด

 

 

 

 

 

 

 

 









#สวนขวดกุกก้า

 

 

 

 

 

 

 










TALK.

 

ความจริงแล้วนี่คือฟิคชานก้าค่ะ55555555 จองกุกอยู่ไหนอ่ะเออ ไม่จำเป็นแล้วมั้ง คือพี่ชานดีมาก อยากได้พี่ชานมาเป็นของตัวเองเลยค่ะตอนนี้ แต่งเองชอบเองฮื้ออ55555 เผื่อใครสงสัย ชานยอลเข้ามหาลัยไวนะคะ สอบเทียบได้เลยเรียนเร็วกว่าพี่ก้าค่ะ แต่อายุเท่ากัน คือตอนนี้กำลังปิดเทอม แต่ถ้าเปิดเทอมมาพี่ยุนกิเขาก็จะขึ้นปีสาม ชานยอลขึ้นปีสี่ และจองกุกกำลังจะเข้าปีหนึ่งค่ะ ไม่งงไทม์ไลน์เวลาเนอะ เราก็พยายามจะอธิบายให้เคลียร์ที่สุด สงสัยตรงไหนถามได้เสมอนะคะ

 

แล้วก็ช่วงนี้เรายุ่งจริงๆแล้วค่ะ ปัญหาถาโถมมาก ;-; ความจริงจะอัพหลายวันแล้วแต่ไม่มีแรงเลย กลับมาบ้านก็สลบ แต่จะพยายามอัพให้ไวที่สุดนะค้า เราก็อยากอัพเหมือนกัน5555 คอมเม้นติชมได้เลยนะคะ สงสัยหรือมีคำถามหรืออยากเม้าท์มอยเชิญทวิตเตอร์และอาค; sollyclntp เลยค่า

 

 




TALK. (2)


ความจริงสวนขวดไม่ใช้ฟิคบังทันค่ะ มันคือฟิคเอ็กโซ ฟิคเซบทีน ต่อไปอาจจะมีไอค่อน วินเนอร์ มอนสตาเอ็กซ์ ฯลฯ ขอโทษในความมัลติแฟนด้อมของเราจริงๆค่ะ55555555555 คือตอนเลือกคาแรคเตอร์เสริมนี่รู้สึกว่าแก๊งเด็กผู้ชายม.ปลายมันต้องเซเว่นทีนจริงๆค่ะ วงอื่นคงไม่เหมาะเท่านี้ ส่วนใครรอแทแทก็ช่วยรอหน่อยนะค้า มาช้า แต่มาแน่ๆค่ะ มาแบบโบ้มมมแน่ๆ5555555555


ส่วนเดย์เบด เราสร้างขึ้นมาจากความต้องการของตัวเองค่ะ555 คือเวลาออกไปข้างนอกแล้วยังกลับไม่ได้ ละก็ไม่อยากทำอะไร เลยเคยคิดเล่นๆว่ามันไม่มีที่ให้นอนบ้างเหรอ ที่ให้พักแค่สั้นๆ ไม่ต้องถึงขนาดไปนอนโรงแรมอะไรแบบนี้ เราเคยเจอสถานที่แบบนี้ด้วยแต่เป็นฟิตเนส ซึ่งยากลำบากมากค่ะถ้าจะเข้าไปนอน สรุปคือช่างมันเถอะค่ะ เราอยากได้เองเฉยๆ55555 นี่เราแอบเห็นคนย้ายไปทีมพิชานเพียบเลย แต่พระรองเรื่องนี้ไม่เหมือนเรื่องอื่นแน่นอนเราสัญญา เรื่องยากเราจะทำให้ง่าย เรื่องง่ายเราจะทำให้ยาก นั่นแหล่ะค่ะ จบการสปอยล์5555555 คอมเม้นติชมได้เลยนะคะ เราจะปรับปรุงตัวเองอยู่เสมอค่ะ <3

 




แปะเมจนะก้ะ นี่ไม่เคยแปะพิชานเลยเพราะยังไงทุกคนก็รู้จักแน่ๆ แต่วันนี้จะแปะเพราะชอบฟีลลิ่งของเขาในเรื่อง555555




- พิชานยอล






- คิมมินกยู 






- จอนวอนอู






#MINWON






- ควอนซูนยอง









T

B
 




































ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 125 ครั้ง

3,568 ความคิดเห็น

  1. #3547 kookga-kookmin (@kookga-kookmin) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 19:25
    น้ำตาไหล&#128557;&#128557;&#128557;
    #3547
    0
  2. #3531 moonchild_kim (@moonchild_kim) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 13:37
    แงงงงงง อะไรเนี่ยยยย สับสนแทนยุนกิ น้องวววววว รู้ใจตัวเองหรือยังคับบ รีบหน่อยๆๆ พี่ชานเค้ามาแรงมาก ฮรืออ ตอนที่น้องกุมมือพี่ น้ำตาไหลอ่ะ อินเว่อร์ //ไรท์คะ ซารางเฮฮฮ
    #3531
    0
  3. #3483 Kwankwan100338 (@Kwankwan100338) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 13:14
    ห้ามเปลี่ยนจัยนะไรท์
    #3483
    0
  4. #3481 Jiminpiggy (@Jiminpiggy) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 17:13
    จองกุกเป็นใคร

    พระเราชื่อชานยอล
    #3481
    0
  5. #3431 crescent_moon2 (@Crescent_Moon) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:53
    ถ้าเราเป็นพี่กิ เราก็ร้องอะ โหหห
    #3431
    0
  6. #3417 Minmingi93_ (@NamwanJB_) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:12
    สารภาพว่าตอนนี้ทำน้ำตาเราไหลเลยค่ะ สงสารยุนกิมากๆ เป็นความหวังดีที่เจ็บปวดจริงๆ
    #3417
    0
  7. #3335 lookpangg (@lookpangg) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 14:17
    อยากวิ่งไปโอ๋ๆพี่ยุนกิจริงๆ
    #3335
    0
  8. #3298 Mint S (@siri-ch36) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 22:08
    พี่ชานก็ดีไปอีกกกก
    #3298
    0
  9. #2518 Design (@sakolvan) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 02:36
    ทำไมมันหน่วงหยั่งงี้!!!! &#12640;&#12640;
    #2518
    0
  10. #2237 52hz_sweet (@52hz_sweet) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 00:06
    พิชานรุกหนักเข้าทางพ่อแม่ขนาดนี้ กุกจะยังทำตัวเฉยๆแบบนี้ไม่ได้นะ ฮือออ
    #2237
    0
  11. #2148 ceixx (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 03:52
    หน่วงเลย น้องก็ดูคิดถึงอยู่นะถึงจะไม่ชัดเจนก็เถอะ อยากให้สองคนนี้เข้าใจกันนนน
    #2148
    0
  12. #2093 [CHaAiM810] (@chaaimm) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 21:51
    เจ็บปวดดดดดTT
    #2093
    0
  13. #2006 pinwaris (@pinwaris) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 16:34
    ชานแบคนี่เพื่อนกันนี่เอง ถึงว่าล่ะ
    ชีวิตคุณยุนกิช่วงสองเดือนนี่เหมือนกำลังตัดใจจากแฟนเก่าอ่ะ อารมณ์เหงาๆ โหวงๆ คิดแต่เรื่องของเขา
    แต่จองกุกกับจีมินนี่อย่างกับรู้กันงี้แหละ ชอบอารมณ์ตอนคุณยุนกินั่งมองน้องนอน แล้วเหนื่อยใช่มั๊ย มันแบบเหมือนรู้สึกไปกับเขาด้วย เราก็คิดไว้ละว่าจองกุกไม่ได้หลับแน่ๆ แต่ตอนที่น้องลืมตานี่เก็บสะดุ้งตามเลย แล้วก็ไปทำเหมือนมีใจให้พี่เขาอีก
    สุดท้ายนี้ พี่ชานสามีแห่งชาติมากค่ะ
    #2006
    0
  14. #1791 ARDS; (@babyshorttyrd) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 06:23
    กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด มินวอนมา!!!! มินวอน ฮืออออออ มีความดีงามจนลืมความสามีแห่งชาติของอีพี่ชานเลยค่า!!
    #1791
    0
  15. #1771 MITA ALIZE (@pop1916041) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 16:30
    โอโห ความสามีแห่งชาติของอพช.นี่มันคืออะไรคะ 55555555 บ้าไปแล้ว ฮือออออออออ 
    ชอบอ่านรายละเอียดชีวิตพี่ยุนกินะคะ ชอบอ่านว่าวันๆตัวละครทำอะไรบ้าง รู้สึกเพลินดีเหมือนเราได้รู้จักเขามากขึ้นด้วย
    ในส่วนของตอนนี้เราไม่รู้จะเม้นอะไรนอกจากความหล่อและความหลัวแห่งชาติของพี่ชาน และความหน่วงแบบเอ็กซ์ตรีมของตอน
    ไม่รู้จะพิมพิ์อะไรเลย เพราะเราว่าทุกอย่างมันไม่ได้มีแอคชั่นเยอะระหว่งพี่ยุนกิกับน้องแต่ความหน่วงมนมาตามบริบทของมันจริงๆค่ะ ฮือ
    พอห่างไปก็เหมือนจะดีพอเห็นหน้าทุกอย่างมันก็ประเดประดังกลับมาเหมือนเดิม ไม่โอเคแรง เราว่าหลายคนต้องมีโมเม้นแบบนี้บ้างแหละ TT 
    แอบดีใจที่น้องยังมีความรีคอลถึงพี่เวลาเจอเหตุการณ์ต่างๆ เหย พี่ยุนกิเข้มแข็งไว้พี่ พี่ยังมีลุ้นอยู่นะคะ T_____T
    #1771
    0
  16. #1669 K.Katze (@tiagodg2) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 21:13
    ทำไมแอบเชียร์พิชัน????????????????
    #1669
    0
  17. #1626 SVTJH (@SVTJH) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 13:09
    ชานมาเเรงมากกุกเอาไงดีๆๆๆๆ5555
    #1626
    0
  18. #1597 dewjjk (@dewjjk) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:34
    ชานก้าหรือกุกก้าดีครับเรื่องนี้ อีกนิดจะเปลี่ยนใจแล้วนะจกุก รีบๆรู้ตัวซักที
    #1597
    0
  19. #1537 Mo_mo (@12343234) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:32
    จองกุกกก พลาดแล้วลูกพลาดแล้ววววว5555
    #1537
    0
  20. #1464 ONlYMIN (@Tameen_D) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 01:41
    ชานยอลคือดีงามอ่า ชานก้าเลยได้มั้ย555 จองกุกแล้วเทอจะเสียดาย
    #1464
    0
  21. #1458 gotjila (@gotjila) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 13:34
    เราก็เป็นกะรัตเหมือนกันแหล่ะตอนอ่านนี่สัมผัสได้ถึงความเด๋อและง้องแง้งของอิมิงสุด55555 ปวดใจค่ะต้องการคนมาฮีลT?T
    #1458
    0
  22. #1258 Nantashi (@hellbutterfly) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2559 / 22:47
    เข้าใจพี่กิเลยอะ แบบว่ามันไม่กล้า T.T
    #1258
    0
  23. #820 Supikakan99 (@sonelittsw99) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 01:10
    แก๊งค์เซบมีความหรรษาและบันเทิงมากมายจริงๆ โอ้ยยย พิชันยอลมีความดี พ่อพระะะ เทคแคร์ดีจริงจัง แงงงงงงงง ได้พี่เสียดายน้อง(?) ไม่เกี่ยวค่ะ ยังไม่ได้น้องเลย แล้วน้องก็แหมมม คิดไรอยู่วววว พโถ่วววว ยุนกิจะขาดใจแล้วมั้งเนี่ย แงงงง น่าเอ็นดู สงสาร
    #820
    0
  24. #681 nidaiki (@e-nongnid) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 02:37
    เฮ่ยห่างกันสองเดือนเลยนานมาก แต่ได้ชานยอลมาดูแลอะดีๆๆๆ ชานยอลก็ดูจะโอเคดูแลดีอยู่นะ
    แล้วไงสุดท้ายมาเจอจองกุกที่ร้านของตัวเองอะแล้วเข้าไปหา เหมือนยุนกิคิดถึงโหยหาจองกุกงี้ สงสารมากๆๆๆๆ แค่อยากจะสัมผัสแต่ก็ต้องมาคิดว่าควรทำมั้ยมันจะดีหรือเปล่าสุดท้ายก็เหมือนห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ได้ แล้วคำพูดที่ใช้กับจองกุกคือแบบ เหนื่อยใช่มั้ย อดทนนะ เดี๋ยวก็ผ่านไปแล้ว เราถอยให้แล้วไรงี้ หน่วงไปอีก แต่จองกุกเหมือนไม่ได้หลับนี่แกล้งหลับหรือรุ้สึกตัวตั้งแต่โดนจับ แล้วคุณยุนกิน้ำตาไหลอะะ อยากปลอบใจจะเข้าไปเช็ดน้ำตาให้ เพราะยุนกิกดดันอึดอัดใช่มะ ระยะเวลาสองเดือนเหมือนจะเยียวยาไม่สิเหมือนจะทำให้ชินหรือเข้มแข็งขึ้นแต่มันไม่เลย พอมาเจอคนที่เราเคยรู้สึกดีด้วย แล้วตอนนี้ก้ยังรุ้สึกดีด้วยอยุ่มันก็อดที่จะคิดถึงไม่ได้สินะ เอาใจช่วยนะยุนกิ
    #681
    0
  25. #649 myOwπ (@aOnw) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 17:19
    กัดปากแรงมากอะ
    คือทำไมอะ
    คือจองกุกบอกให้พี่เค้าถอย
    แต่พอห่างจากกันแล้วเหมือนต่างฝ่ายต่างหาคนดามใจทั้งคู่อะ คือเพื่ออัลลัยยยยยจจ โอ้ยยยยย อยากจะจับตีให้หมดทุกคนเลย ฮืออออ
    #649
    0