BTS | CLOSED TERRARIUM (KOOKGA)

ตอนที่ 7 : PROCESS 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,432
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 104 ครั้ง
    6 ก.ค. 59






PROCESS 6






 

 







ยุนกิกำลังนั่งอยู่ในร้านประจำ วันเสาร์ที่ปกติคนเยอะอยู่แล้วกลับเยอะยิ่งกว่าเดิม เพราะในตอนนี้มิวส์กำลังเต็มไปด้วยเด็กมหาวิทยาลัยเขาที่นัดกันมาฉลองหลังสอบ โต๊ะที่เขานั่งอยู่เป็นโต๊ะที่มีคนเยอะมากที่สุด แน่นอนล่ะ เพราะตัวท็อปวงเหล้าอย่างโฮซอกและแบคฮยอนนั่งโต๊ะนี้ รวมไปถึงพวกเด็กคณะอื่นที่มาร่วมวงด้วย รับประกันได้ว่าสนุกและบ้าบอที่สุดในร้าน

 



มินยุนกิที่ตั้งใจว่าจะไม่เมาอย่างเด็ดขาดเพราะจะรอเก็บศพเพื่อนๆกลับต้องกลืนน้ำลายตัวเอง เมื่อคิมแทฮยอง (เพื่อนของใครสักคนในโต๊ะ) ดันเสนอเกมวงเหล้าแบบที่ยุนกิจะพลาดไม่เล่นไม่ได้ ร่างเล็กฝากฝังตัวกับแฟนเพื่อนทันทีเมื่อเห็นท่าว่าตัวเองคงจะต้องได้เมาแน่ๆแล้ว ซอกจินได้แต่หัวเราะและสัญญาว่าจะคอยดูแลเขาเอง ยุนกิจำไม่ได้หรอกว่าตัวเองซัดวอดก้าไปทั้งหมดกี่ช็อตเพราะโดนทำโทษ แต่มันก็คงเยอะเอาเรื่องอยู่เหมือนกันที่ทำคนคอแข็งกินเหล้าเป็นน้ำอย่างเขาหัวหมุนได้ ครั้งล่าสุดที่เขาเมาเป็นหมาก็คงเป็นตอนที่ได้ไลน์จองกุกมานั่นแหล่ะมั้ง ปกติเขารู้ลิมิตตัวเองเสมอว่าดื่มเท่าไหร่ถึงจะขับรถกลับบ้านเองได้อย่างปลอดภัยและตื่นมาเรียนในวันถัดไปได้โดยไม่แฮงค์ นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ยุนกิสามารถออกไปแฮงค์เอาท์วันไหนก็ได้ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นวันธรรมดาช่วงกลางสัปดาห์ที่ต้องไปเรียนก็ตาม

 




“ไอ้ยุนกิ! มึงแดกเลย” วอดก้าอีกสองช็อตถูกยื่นมาตรงหน้าโดยมือสวยๆของพยอนแบคฮยอนตัวแสบ


“พวกมึงงงง หัวกูตั้งตรงๆไม่ได้แล้วนะเว้ย” ร่างเล็กพิงหัวกับไหล่ของโฮซอกก่อนจะโดนผลักออก แบคฮยอนหันมาส่งยิ้มให้เขาอย่างเลือดเย็น ไม่ได้มีความสงสารให้แก่เพื่อนร่วมคณะแต่อย่างใด


“ไม่ได้ ต้องแดก อย่ามาทำตัวเมาแล้วนู้บ*ว่ะ”


“ศัพท์อะไรของมึงแบคฮยอน ไม่ค่อยรู้เลยว่าติดเกม” นัมจุนว่าพลางปาก้านอะไรสักอย่างใส่ร่างเพรียว


“เออน่า อย่าเพิ่งสนใจกู” ดวงตาสองชั้นหลบในหันมาทางยุนกิอีกครั้ง “ยังไงมึง จะยอมเบิ้ลสองช็อตนี้ หรือจะจูบชานยอล”


“มึงพูดออกมาง่ายๆได้ไงวะ ชานยอลแฟนมึงนะเว้ย” ยุนกิพึมพำ ตาเริ่มจะลืมไม่ขึ้น


“แฟนแล้วไง เกมก็คือเกมดิวะ” เจ้าตัวยักไหล่อย่างไม่สนใจอะไรนัก เขาล่ะนับถือใจจริงๆ ถ้าตัวเองมีแฟนคงจะทำแบบแบคฮยอนไมได้แน่ๆ มินยุนกิเป็นมนุษย์ที่ขี้หวงที่สุดในโลกครับขอบอก


“โอ้ยไอ้เชี่ย แบคฮยอนมึงนี่มันจริงๆเลย เอาเหล้ามาเลยมา วอแวกูจัง”

 




พยอนแบคฮยอนยิ้มกว้างจนปากเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเมื่อเห็นว่าเขาคว้าเหล้าในมือไปกระดกรวดเดียว ก่อนจะเริ่มเกมรอบใหม่อีกครั้ง สภาพเพื่อนๆเขาตอนนี้ก็เริ่มหัวทิ่มไปตามๆกันแล้ว โดยเฉพาะจองโฮซอกที่หน้าทิ่มลงกับโต๊ะเรียบร้อย คนที่ยังมีสติอยู่ได้คงเป็นซอกจินที่ไม่ค่อยดื่มนั่นแหล่ะ ยุนกิเบ้ปากเมื่อเห็นนัมจุนพิงหัวลงบนไหล่ของแฟน จะว่าไปก็คิดถึงจองกุกเหมือนกัน แต่พอยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาพบว่าเที่ยงคืนกว่าแล้ว ซึ่งน้องคงหลับไปแล้วแน่นอน จองกุกน่ะนอนเร็วจะตาย สี่ห้าทุ่มก็เริ่มไม่ตอบไลน์เขาแล้ว ยุนกิเก็บโทรศัพท์ที่หยิบมาเข้าโปรแกรมแชทในทีแรกเข้ากระเป๋ากางเกงยีนส์ ก่อนจะตะโกนขอเล่นเกมรอบใหม่ด้วยอีกคน ไหนๆตั้งใจจะเมาแล้วก็เอาให้สุด

 

 





“มึงงงง ตานี้กูเล่นด้วยย”

 

 

 

 
















จองกุกเหลือบดูนาฬิกาแอลซีดีบนหัวนอนและพบว่ามันเกือบตีสองได้แล้ว เขาลุกมาเข้าห้องน้ำด้วยความรู้สึกที่ไม่ปกติ มือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็ไม่พบข้อความจากร่างเล็กเหมือนทุกวัน มันค่อนข้างประหลาดนิดหน่อยที่ยุนกิเงียบหายไปแบบนี้ เขากดเข้าสแนปแชทก่อนจะกดดูสแนปของเจ้าของแอคเคานต์ Yooong_ จองกุกกดออกก่อนล็อคโทรศัพท์เมื่อพบว่าชั่วโมงที่แล้วเจ้าตัวกำลังแฮงค์เอาท์กับเพื่อน เป็นเหมือนกิจวัตรไปแล้วที่เขาจะเห็นจากสแนปแชทว่ายุนกิออกไปเที่ยวกับเพื่อน แต่ไม่ทันจะหลับตาได้ถึงสิบนาที เสียงโทรศัพท์ก็ดังปลุกเขาเสียก่อน เบอร์ของคนที่เขาเพิ่งดูสแนปเมื่อกี้โชว์หราอยู่บนหน้าจอ

 



“ฮัลโหล”


((นั่นจองกุกใช่มั้ย))

 




เสียงทุ้มต่ำที่ไม่ใช่เสียงของเจ้าของเครื่องทำให้จองกุกขมวดคิ้ว


 



“ครับ นั่นใคร?”


((ชานยอล เพื่อนยุนกิ))


“อ่อครับ แล้ว


((บอกทางกลับบ้านหน่อยสิ จะพายุนกิไปส่ง))

 




พาพี่ยุนกิมาส่งเขาเนี่ยนะ?

 




“ผมไม่รู้หรอกครับ”


((อ้าว ก็เป็นน้องชายยุนกิไม่ใช่ไง))

 





จองกุกไม่ได้ตอบอะไรอีกฝ่ายกลับไปอีก เขากำลังทำความเข้าใจอยู่ว่าทำไมเพื่อนของร่างเล็กถึงคิดว่าเขาเป็นน้องชายของเจ้าตัว แถมจากที่ฟังดูยังเหมือนอยู่บ้านเดียวกันอีก ปลายสายตะโกนฮัลโหลมาเป็นสิบๆรอบก่อนจะตัดสายทิ้งไปเมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบกลับ จองกุกล้มตัวลงนอนอีกครั้ง พยายามข่มตาให้หลับ ทว่าความคิดในหัวกลับตีกันวุ่นวายไปหมด ในที่สุดเข้าก็ลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง ปากสบถพึมพำแบบที่ไม่ค่อยทำบ่อยนัก ก่อนจะโทรกลับไปยังเบอร์ที่เพิ่งตัดสายไปเมื่อห้านาทีก่อน

 

 











ขายาววิ่งลงบันไดไปเปิดประตูรั้วเมื่อเห็นว่ารถมินิคูเปอร์คันคุ้นตาเคลื่อนมาจอดหน้าบ้าน ผมสีไวน์ของผู้ชายคนนั้นทำให้เขาจำได้ทันทีว่าเคยเจอกันที่ร้านขนมที่เคยไปกับยุนกิเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน ชานยอลก้าวลงมาจากฝั่งคนขับเดินอ้อมมาหาเขา จองกุกเปิดประตูที่นั่งข้างคนขับก่อนจะสะกิดร่างเล็กที่กำลังขดตัวหลับอยู่บนเบาะเบาๆ

 



“พี่ยุนกิ”


“ไม่ตื่นหรอก หลับสนิทเลยมั้ง” จองกุกหันไปมองเจ้าของเสียงทุ้มจากด้านหลัง เขาชะงักมือที่จะสอดเข้าใต้ข้อพับของคนหลับ


“งั้นพี่ช่วยผมอุ้มพี่ยุนกิหน่อย”


“อุ้มไม่ไหวเหรอน้อง ตัวก็ใหญ่”


“หรือพี่จะไปคอยเปิดประตูล่ะครับ? ว่าแต่พี่รู้รึเปล่าล่ะว่าห้องนอนอยู่ตรงไหน” เขาหลีกให้อีกฝ่ายเข้ามาอุ้มเมื่อถอดรองเท้าออกจากเท้าของร่างเล็กเสร็จแล้ว


“กวนตีนว่ะ”

 



ชานยอลบ่นพึมพำแต่ก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย จองกุกวางรองเท้าของยุนกิไว้บนชั้นวางรองเท้าหน้าประตูบ้าน ก่อนจะเดินนำขึ้นชั้นสองไปยังห้องนอนของเขา ความจริงที่บ้านมีห้องของพี่ชายเขาที่ไปทำงานอยู่ต่างประเทศอีกห้องหนึ่งที่ว่างอยู่ แต่ว่ามันไม่สามารถใช้ได้เพราะไม่ได้ทำความสะอาดมาสักพักแล้ว เขาเลยตัดสินใจที่จะให้พี่ยุนกินอนห้องเดียวกันไปเลย

 



“นอนห้องเดียวกัน?” ร่างสูงเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าเขาเปิดประตูห้องนอนของตัวเอง เครื่องปรับอากาศที่เปิดอยู่และเตียงที่เห็นก็รู้ได้ว่าเพิ่งถูกใช้งานคงทำให้ชานยอลสงสัย


“ครับ”


“โตแล้วยังนอนห้องเดียวกันอีกเหรอวะ?” อีกคนถามพร้อมกับค่อยๆวางมินยุนกิลงบนเตียง


“เรื่องของพี่น้องครับ”


“นี่มึงกวนตีนกูอีกละนะ” ชานยอลหันมามองหน้าเขาเล็กน้อย แต่ไม่ได้มีทีท่าว่าจะโกรธอะไร จองกุกไม่ได้ตั้งใจกวนเพื่อนพี่ยุนกิคนนี้จริงๆนะ เขาแค่อยากตอบไปแบบนั้นเพื่อเว้นระยะห่างระหว่างชานยอลกับเขาและร่างเล็ก (ที่ตอนนี้เป็นพี่น้องร่วมบ้านกันไปแล้ว) เพื่อที่อีกฝ่ายจะได้เลิกถามอะไรมากมายเสียที


“เบาๆหน่อยสิครับ เดี๋ยวพี่เขาจะตื่น”

 





เขาเดินอ้อมเตียงไปหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองมากดโทรออก นิ้วดันกรอบแว่นให้เข้าที่ ก่อนจะเปิดประตูระเบียงเพื่อออกไปโทรศัพท์หาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านเพื่อขอให้ช่วยเรียกแท็กซี่ให้ เขาเหลือบมองชานยอลที่นั่งอยู่บนเก้าอี้โต๊ะเขียนหนังสือเล็กน้อย อีกฝ่ายยังคงวางสายตาอยู่ที่คนตัวขาวบนเตียงที่กำลังพลิกตัวไปมา จองกุกวางสายเมื่อคุยเสร็จเรียบร้อย และกลับเข้ามาทันเห็นร่างสูงที่กำลังห่มผ้าให้มินยุนกิพอดี

 



“ผมเรียกแท็กซี่ให้แล้วนะครับ คงกำลังขับเข้ามาแล้ว”

 



ชานยอลหันมามองหน้าเขาก่อนจะพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ จองกุกเดินตามอีกฝ่ายออกจากห้องเพื่อไปปิดประตูบ้าน เจ้าตัวไม่ได้พูดอะไรต่ออีก ชานยอลทำเพียงแค่เดินขึ้นรถแท็กซี่เท่านั้น จองกุกกลับขึ้นมาบนห้องอีกครั้ง ก่อนจะพบแม่ที่ยืนอยู่ด้านในก่อนแล้ว

 




“เพื่อนเหรอลูก?”


“รุ่นพี่น่ะครับ คืนนี้เขาขอมาค้างด้วย พรุ่งนี้จะไปถ่ายงานด้วยกันน่ะครับ” จองกุกก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองจะต้องรีบพูดอะไรขนาดนั้น ทั้งๆที่ปกติเวลาจีมินมาค้างด้วยดึกๆก็แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร


“คนที่ชอบมาส่งน่ะเหรอ?”


“ครับ”


“งั้นก็ดูแลพี่เขาด้วยนะลูก” แม่ไม่ได้ถามอะไรมากกว่านั้น มือบางถูกวางบนศีรษะของเขาก่อนจะลูบเบาๆ “แม่ไปนอนก่อนละ จองกุกก็รีบนอนล่ะ พี่เขาหลับก่อนแล้วนั่น”


“ครับแม่”

 



จองกุกพยักหน้ารับยิ้มๆ ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งตรงพื้นที่ว่างบนเตียง เขามองยุนกิที่กำลังนอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่สักพัก ไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องทำอะไรก่อน โทรศัพท์ที่สั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกงยีนส์เรียกให้เขาต้องเอ่ยขออนุญาตในใจแล้วหยิบมันออกมา เบอร์ที่โชว์อยู่บนหน้าจอคือเบอร์ของคิมซอกจิน จองกุกลังเล ไม่รู้ว่าจะกดรับดีหรือไม่

 



“ครับ”

 




แต่ในที่สุดเขาก็กดรับสาย

 




((ฮัลโหล นั่นยุนกิเหรอ))


“พี่ยุนกิหลับครับ”


((เดี๋ยวนะ จองกุกเหรอ))


“ครับ ผมเอง”


((เฮ้ย ได้ไงอ่ะ))


“อ่า นั่นสิครับ”


((เอาเป็นว่ายุนกิปลอดภัยดีนะ ไว้เราค่อยคุยกันพรุ่งนี้แล้วกัน จองกุกนอนเถอะ พี่ไม่กวนแล้ว))


“ครับพี่ซอกจิน”


((ฝากยุนกิหน่อยนะ))


“ครับ”

 

 



เขาวางโทรศัพท์ของพี่ยุนกิเอาไว้ข้างๆกับของตัวเอง การที่อีกคนนอนตะแคงข้างแบบนี้มันทำให้ง่ายต่อการเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าสตางค์ที่สอดอยู่กระเป๋าหลังกางเกงยีนส์ออกมา ก่อนที่เขาจะเลื่อนมือไปหยิบกล่องบุหรี่และไฟแช็กที่กระเป๋าอีกข้างแล้ววางรวมๆไว้กับโทรศัพท์และกุญแจรถ จองกุกไม่รู้จะทำอะไรต่อจากนี้แล้ว เขาไม่เคยดูแลคนเมา และคงไม่กล้าละลาบละล้วงเปลี่ยนเสื้อผ้าให้อีกคนแน่นอน เขาได้แต่คิดว่าปล่อยให้ร่างเล็กหลับไปแบบไม่ต้องรบกวนคงจะดีกว่า

 


ร่างสูงลุกไปปิดไฟก่อนจะเดินกลับมานอนบนเตียงฝั่งที่ว่างอยู่ ซึ่งอาจจะเป็นตลกร้ายอะไรบางอย่างที่มันเป็นฝั่งที่มินยุนกิหันหน้ามาทางนี้อยู่ก่อนแล้ว เขาค่อยๆเลื่อนผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวของอีกคนให้ดีๆ และตัดสินใจว่าตัวเองจะไม่ห่มผ้านอนในคืนนี้ แต่ในความตลกร้ายนั่นก็มีโชคดีอยู่เหมือนกัน คือการที่พี่ยุนกิเป็นคนไม่นอนดิ้นและนอนได้เงียบมากๆ พิสูจน์ได้จากการที่นอนข้างกันมาเป็นชั่วโมงแล้วพี่เขาก็ยังไม่ขยับตัวเลยสักครั้ง จองกุกที่กำลังนอนหงายถอนหายใจเบาๆพลางหันไปมองคนตัวขาว ก่อนที่เขาจะพลิกตัวนอนตะแคงหันหลังให้ แต่ไม่ถึงนาทีถัดมาเจ้าของห้องก็ต้องลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง มือคว้าหมอนลงไปนอนที่พื้นอย่างหงุดหงิด ซึ่งจองกุกก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองกำลังหงุดหงิดอะไรอยู่ เขาแค่คิดว่าตัวเองคงไม่สามารถหลับลงได้ถ้ายังรับรู้ถึงสัมผัสของลมหายใจร้อนๆจากคนข้างๆอยู่แบบนี้

 





จองกุกไม่ชอบที่ตัวเองเป็นแบบนี้ เขารู้สึกว่าสิ่งที่เป็นอยู่ในช่วงที่ผ่านมามันยากต่อการควบคุม แม้ว่าเหตุการณ์ที่เคยเจอจะคล้ายกันมากก็ตาม แต่เขาก็สามารถจัดการมันให้จบลงได้อย่างง่ายๆ ทว่าในกรณีของมินยุนกิกลับต่างออกไป เขาไม่สามารถรับมือกับความดื้อดึงของอีกฝ่ายได้อย่างเต็มที่เหมือนก่อนๆ รวมไปถึงความรู้สึกนึกคิดของตัวเองด้วยเช่นกัน เหตุการณ์หนึ่งสามารถเปลี่ยนความสัมพันธ์ของคนสองคนไปได้ตลอด มันคืออุบัติการณ์ที่เขากลัว ซึ่งแม้ว่าจะเล็กน้อยแต่เขาก็ไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้น จองกุกกลัวว่าตัวเองในวันนี้จะเปลี่ยนไป และเขาไม่รู้ว่าตัวเองจะรับมือกับสิ่งเหล่านั้นได้ดีแค่ไหน





























มินยุนกิลืมตามาพร้อมกับความรู้สึกที่เหมือนมีใครสักคนใส่ก้อนหินไว้ในศีรษะของเขา ร่างเล็กลุกขึ้นนั่ง ใช้มือทุบขมับเบาๆ ก่อนจะหงายหลังนอนลงบนเตียงอีกครั้ง เขาคิดว่าตัวเองคงจะอยู่ที่บ้านของเพื่อนคนไหนสักคนที่ไม่ใช่นัมจุนหรือโฮซอกแน่ๆ ยุนกิพยายามลุกขึ้นนั่งอีกครั้งพร้อมสะบัดหัวไล่ความมึนงง ตาเรียวหยีเล็กน้อยเพราะยังไม่ชินกับแสง เขาค่อยๆไล่สายตาไปยังเฟอร์นิเจอร์ต่างๆรอบห้อง ก่อนจะชะงักเมื่อสบเข้ากับดวงตาของใครบางคนนั่งมองเขาอยู่ที่เก้าอี้เซ็ตเดียวกับโต๊ะเขียนหนังสือ จองกุกในชุดกางเกงขาสั้นเสื้อยืดธรรมดาๆนั่งกอดเข่าเอนหลังพิงพนัก ดวงตาที่ไม่ได้สื่ออารมณ์ใดๆยังคงจับจ้องอยู่ที่เขา

 



“ขอโทษที่ต้องถามอะไรโง่ๆนะ แต่ว่านี่บ้านจองกุกเหรอ?” น้องไม่ได้ตอบอะไร ทำแค่พยักหน้าเล็กน้อยแทนคำว่า ใช่ “เราจำอะไรไม่ได้เลย ขอโทษนะที่มารบกวน”


“ไม่เป็นไรครับ”

 



จองกุกลุกขึ้นยืน และยังไม่ได้ละสายตาไปจากเขาแม้แต่วินาทีเดียว ยุนกิไม่เคยโดนจ้องนานๆขนาดนี้มาก่อน เขารู้สึกอึดอัดเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เจ้าของบ้านเดินออกไปจากห้องไปทำให้เขาได้หายใจหายคอบ้าง แต่ไม่ถึงสองนาทีเจ้าตัวก็กลับเข้ามาพร้อมกับชาร้อนในมือ อีกคนส่งมันให้เขาก่อนจะนั่งลงตรงปลายเตียง ยุนกิมองด้านหลังของน้องด้วยความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายได้ เขาอยากถาม แต่กลับไม่กล้าแม้แต่จะพูด เพราะท่าทีของจองกุกในวันนี้ทำให้เขารู้สึกไม่ค่อยสบายใจ แม้ว่ามันจะไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากเดิม แต่มันกลับให้ความรู้สึกของที่ต่างออกไป

 



“ชานยอล”

 



คำแรกที่จองกุกพูดทำให้เขาเกือบสำลัก เขาไม่รู้ว่าทำไมน้องถึงพูดชื่อปาร์คชานยอลออกมา ไม่รู้ว่าทั้งสองคนนี้ไปรู้จักกันได้ยังไง เขาทำได้แต่เงียบและรอฟังสิ่งที่อีกฝ่ายจะพูดต่อไป

 



“เขาใช้เบอร์พี่โทรมาหาผม ถามทางมาบ้าน เขาคิดว่าผมเป็นน้องชายของพี่ ผมจะไม่ถามก็ได้ว่าเพราะอะไร แต่ผมอยากจะบอกว่า” ร่างสูงหันมามองหน้าเขานิ่งๆ “โชคดีนะครับ ที่เป็นพี่เขา”


“ชานยอลพาเรามาส่งที่นี่เหรอ?”


“ครับ เมื่อคืนนี้ ตอนตีสอง”


“ฟังเราอธิบายก่อน โอเคนะ?” สองมือถือแก้วเซรามิกเอาไว้หลวมๆ เขาเม้มปาก เลี่ยงที่สบตากับคนตรงหน้า “สงสัยว่าชานยอลคงจะกดเบอร์โทรด่วนน่ะ เราตั้งเบอร์จองกุกเอาไว้ ขี้เกียจปลดล็อคหน้าจอตอนโทรหาอ่ะ ขอโทษด้วยนะ ไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวนจริงๆ”

 




แม้ว่ามันจะเบามาก แต่ยุนกิก็ยังได้ยินว่าอีกฝ่ายถอนหายใจ เขารู้สึกแย่ที่ทำให้จองกุกต้องลำบาก ทั้งๆที่เขาก็ไม่ได้สนิทอะไรกับน้องด้วยซ้ำ ถึงเขาจะมาส่งจองกุกที่บ้านบ่อยๆ แต่ก็ไม่เคยขอเข้าไปข้างในเลยสักครั้ง เขาคิดว่ามันค่อนข้างส่วนตัว เป็นพื้นที่ครอบครัวของจอนจองกุก ถ้าเจ้าตัวไม่ชวนเขาคงไม่กล้าเข้าแน่ๆ แต่นี่เขากลับทำอะไรที่ยิ่งกว่าด้วยการมารบกวนดึกๆดื่นๆแถมยังเมาเละไม่รู้เรื่อง ยุนกิไม่อยากจะนึกภาพตอนที่น้องต้องตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่อที่จะต้องมารับภาระ ซึ่งภาระที่ว่านั่นก็คือเขา

 



ร่างสูงลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ส่งมือมาขอแก้วชาร้อนที่หมดแล้วกลับคืนไป ก่อนจะยื่นผ้าขนหนูสีขาวผืนใหม่ที่ดูก็รู้ว่ายังไม่เคยใช้มาก่อนให้กับเขา เสียงถอนหายใจเบาๆตามด้วยประโยคที่ร่างเล็กต้องเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ

 







“พี่ช่วยดูแลตัวเองให้ดีๆหน่อยสิครับ”

 

 

 

 









ยุนกิรีบเดินขึ้นมาบนห้องของจองกุกอีกครั้ง หลังจากที่ลงไปเอาเสื้อผ้าที่มักจะมีติดรถไว้เสมอ เขาเจอกับคุณพ่อคุณแม่ของน้องที่กำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่ที่ห้องรับแขกพอดี ร่างเล็กได้แต่โค้งเก้าสิบองศาพร้อมส่งยิ้มแห้งๆไปให้ ก็แหงล่ะ เขาเล่นตื่นซะสายโด่งขนาดนี้ แถมสภาพยังดูไม่เป็นผู้เป็นคนอีกต่างหาก ยุนกิเดินเข้าไปหาอีกคนที่กำลังนั่งแก้โจทย์คณิตศาสตร์อยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสือ เขาเห็นว่ามีสวนขวดวางเรียงกันอยู่สองสามขวด ซึ่งเขาก็ไม่รู้หรอกว่ามันมีต้นอะไรบ้าง แต่เห็นว่ามีต้นกระบองเพชรที่เหมือนของเขาเป็นหนึ่งในนั้นด้วย เขาเม้มปาก ร่างกายอยู่ไม่สุขเหมือนคนไม่มีสมาธิ และไม่ทันที่จะอ้าปากเรียกชื่อ อีกฝ่ายก็หมุนเก้าอี้หันมาเสียก่อน

 



“มีอะไรเหรอครับ?”


“เอ่อ” ยุนกิยกมือขึ้นเกาสัรษะ เรื่องที่เขาต้องการจะพูดมันไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร แต่มันกลับยากที่จะเอ่ยออกมาเพราะความเกรงใจ “เรา..ขอยืมเสื้อหน่อยได้มั้ยอ่ะ? คือแบบเสื้อยืดในรถเรามันไม่มีแล้วอ่ะ”


“อยู่ในตู้ตรงนั้นน่ะครับ พี่ไปเลือกเอาเลย” อีกฝ่ายชี้ไปทางตู้เสื้อผ้าสีดำที่ตั้งชิดมุมห้อง


“เราเกรงใจอ่ะ ไม่อยากค้นตู้เสื้อผ้าจองกุก”


“พี่จะค้นตู้เสื้อผ้าผมเหรอ?” เจ้าตัววางศอกบนโต๊ะเขียนหนังสือ เอียงศีรษะพิงหลังมือแล้วเงยมองหน้าเขานิ่งๆ ยุนกิรู้สึกว่าตัวเองหน้าเห่อร้อนขึ้นมาทันที แม้ว่าการกระทำของน้องจะไม่มีอะไรที่ดูผิดปกติเลยก็ตามเถอะ


“ฮเฮ้ย! ไม่ใช่ดิ เราหมายถึงว่าถ้าจะหาเสื้อก็ต้องเลือกใช่ป่ะล่ะ แบบไม่กล้าค้นไง” เขาเห็นว่ามุมปากของคนที่นั่งอยู่ยกขึ้นเล็กน้อย อีกแล้ว จองกุกชอบยิ้มแบบนี้ใส่เขาอีกแล้ว มันทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังจะแพ้


“ไม่เป็นไรครับ พี่ไปเลือกเถอะ”


“โอเค้”

 


เขาพยักหน้าก่อนจะรีบหันหลังเดินไปยังมุมห้อง สูดหายใจเข้าออกพยายามควบคุมสติ ยุนกิไม่กล้าคิดเลยว่าถ้าต้องตื่นมาเจอจองกุกในลักษณะแบบนี้ทุกวันเขาจะเป็นบ้าตายไปก่อนรึเปล่า มือเอื้อมไปเปิดประตูตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบเสื้อยืดสีดำออกมาตัวหนึ่ง ก่อนจะพบว่ามันใหญ่เกินไป เขาเห็นผ่านกระจกที่ติดอยู่ด้านในว่าจองกุกยังคงนั่งท่าเดิมมองเขาจากด้านหลังอยู่แบบนั้น ยุนกิรีบหันกลับมาจดจ่อกับเสื้อผ้าตรงหน้าทันทีเมื่อเผลอไปสบตากับอีกคนเข้า ตู้เสื้อผ้าของจองกุกค่อนข้างเป็นระเบียบและเป็นสัดเป็นส่วน แต่ไม่ถึงกับขนาดเรียงสีเสื้อผ้าอะไรเบอร์นั้นหรอก เขาเปลี่ยนไปหยิบเสื้อยืดสีขาวออกมาทาบตัว ก่อนจะพบความกับความเป็นไปได้ในขนาดของมัน ถึงแม้ว่ายังไงมันก็ยังดูใหญ่อยู่ดีก็เถอะ

 


“งั้นขอยืมตัวนี้นะ”


“ครับ”

 



เจ้าของเสื้อตอบกลับมานิ่งๆ ยุนกิรีบเดินเข้าไปในห้องน้ำที่ตั้งอยู่ภายในห้องทันที เขายืนพิงประตูก่อนจะสูดหายใจเข้าออกอีกครั้ง มือข้างที่ไม่ได้หอบเสื้อผ้าตบหน้าตัวเองเรียกสติ จอนจองกุกชักจะมีอิทธิพลกับเขามากไปแล้ว ร่างเล็กสะบัดหน้าเบาๆก่อนจะเริ่มถอดเสื้อผ้าชุดเก่าเพื่ออาบน้ำ ใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาทีเขาก็มีกลิ่นของครีมอาบน้ำและแชมพูของจองกุกอยู่บนร่างกายเรียบร้อย ยุนกิเช็ดตัวก่อนจะหยิบเสื้อผ้าชุดใหม่มาใส่ เสื้อยืดสีขาวของน้องที่เขายืมมามันใหญ่กว่าตัวเขาประมาณสองเบอร์และคอเสื้อค่อนข้างกว้าง เขายัดชายเสื้อด้านหน้าเข้าไปในกางเกงยีนส์ ก่อนจะถือเสื้อแจ็กเก็ตออกไปข้างนอกเพื่อสวมหลังจากผมแห้งแล้ว

 




เสียงแกร๊กของประตูเรียกให้คนที่นั่งยังอยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสือหันมาหา เขาเลี่ยงที่จะสบตาแล้วเดินไปนั่งปลายเตียงเช็ดผมไปเงียบๆ เป็นอีกครั้งที่จองกุกเดินออกไปจากห้อง และครั้งนี้กลับมาไวกว่าครั้งแรกเสียอีก ในมือหนามีไดร์เป่าผมขนาดกลางๆ น้องก้มเสียบปลั๊กแถวๆนั้นแล้วยื่นมันมาให้เขา ยุนกิกล่าวขอบคุณและกดปุ่มเปิดมัน มือข้างหนึ่งถือไดร์ อีกข้างใช้ผ้าเช็ดไปด้วยทำให้เขาไม่ค่อยจะถนัดนัก อีกคนที่ยืนพิงกำแพงในทีแรกเดินเข้ามาหาเขาก่อนจะดึงไดร์เป่าผมออกจากมือของเขาและถือให้เอง

 



“เราทำได้ ไม่เป็นไรหรอก” มือขาวเอื้อมไปแย่ง แต่จองกุกกลับหลบได้ไว้กว่า


“ผมถือให้ครับ”


“ไม่เป็นไรจริงๆ


“เลือกมาว่าจะผมถือไดร์ให้ หรือจะให้ผมเช็ดผมให้พี่


“งั้นจองกุกก็เช็ดผมให้เราดิ”

 



ร่างสูงนิ่งไปเมื่อเขาพูดสวนขึ้นมา มินยุนกิไม่อยากจะตบปากตัวเองขนาดนี้มาก่อน ถ้าเป็นในสถานการณ์ปกติเขาคงหยอดจองกุกไปได้แบบไม่รู้สึกรู้สาอะไร แต่ช่วงนี้มันไม่ได้จริงๆ เขาไม่รู้ว่าตัวเองเงยหน้ามองดวงตาคมผ่านเลนส์แว่นนี่นานเท่าไหร่แล้ว แต่รู้ตัวอีกทีมือข้างที่ว่างของอีกฝ่ายก็ขยับมาดึงผ้าขนหนูไปจากเขาเรียบร้อย

 



“เฮ้ยเราล้อเล่น ไม่ต้องทำก็ได้ เราแค่จะแกล้ง”

 



เจ้าตัวไม่ได้ตอบอะไรแต่กลับยื่นไดร์เป่าผมมาให้ ก่อนที่จะขยับมือวางผ้าลงบนกลุ่มผมของเขา ยุนกิกลั้นหายใจเมื่อรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นของมือคู่นั้น เขารีบคว้าข้อมืออีกคนเอาไว้ได้ทัน ก่อนที่จองกุกจะเริ่มทำมัน

 



“จองกุก”

 



ทั้งห้องในตอนนี้มันเงียบขนาดที่ได้ยินเสียงหายใจของพวกเขาทั้งสองคนเลยด้วยซ้ำ ร่างเล็กเม้มปากแน่น ก่อนจะค่อยๆพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังแบบที่จองกุกไม่เคยได้ยิน

 



“อย่า”

 

 


ขายาวก้าวออกจากห้องไปเงียบๆพร้อมกับผ้าขนหนูในมือ ซึ่งยุนกิก็ไม่มีอารมณ์จะมาเป่าผมเช็ดผมอะไรทั้งนั้นแล้วเช่นกัน เขาเชื่อว่าจองกุกฉลาดมากพอที่จะเข้าใจได้ว่าสิ่งที่เขาพูดหมายถึงอะไร เขาไม่ต้องการที่จะรู้สึกว่าน้องกำลังให้ความหวังหรืออะไรทั้งนั้น ถ้าเป็นเวลาปกติการที่เขาแกล้งหยอดแกล้งอ้อนใส่อีกคนแบบนั้นมันคงจะไม่เป็นอะไร แต่หลังจากวันนั้นที่ร้านขนม วันที่จองกุกปิดกั้นความหวังเขา บวกกับที่เขาติดสอบไฟนอลในสัปดาห์ถัดมาทำให้ไม่ค่อยไม่มีเวลามาหาเหมือนเมื่อก่อน บรรยากาศมันก็เริ่มเปลี่ยนไปนิดหน่อย ยุนกิเล่นน้อยลงเพราะกลัวว่าน้องจะรำคาญจนทนไม่ไหวในสักวัน และแน่นอนว่าเขายังหวัง แต่เขาก็ไม่กล้าทำอะไรผลีผลามอยู่ดี เขายังอยากเจอ อยากคุยกับจองกุกไปแบบนี้เรื่อยๆ เขาไม่ต้องการให้มันจบเร็วเกินไป

 

 

 







ยุนกิลงมาทานข้าวที่คุณแม่ของจองกุกทำเผื่อเอาไว้ให้ เขาไม่ได้คุยอะไรท่านมากนัก รวมถึงคุณพ่อที่ใช้เวลาอยู่แต่กับต้นไม้หลังบ้านด้วย เพราะวันนี้จองกุกต้องไปออกกองของซอกจินเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อถ่ายฉากที่เหลือ ทำให้พวกเขาต้องรีบออกจากบ้านเพราะเผื่อเวลารถติด ยุนกิเก็บเสื้อผ้าชุดเมื่อคืนไว้ที่หลังรถแล้วเดินมานั่งฝั่งคนขับ มือนวดขมับพร้อมกับสะบัดศีรษะเล็กน้อย เขายังรู้สึกหนักหัวอยู่นิดหน่อย อาการแฮงค์ยังไม่หายไปง่ายๆ

 



“พี่ครับ เดี๋ยวผมขับเองดีกว่า”


“ไม่เป็นไร


“พี่นับบ้างรึเปล่าว่าวันๆนึงตัวเองพูดคำว่าไม่เป็นไรกี่รอบแล้ว” ยุนกิได้แต่กระพริบตาปริบๆให้กับโหมดโหดของเด็กม.ปลายตรงหน้า “ลงมาครับ”

 



ร่างเล็กมองอีกคนที่ปลดเบลท์และเปิดประตูออกไปแล้ว เขาทำตามอย่างงุนงง ไม่ยักรู้มาก่อนว่าจองกุกขับรถเป็นด้วย มือหนาเปิดประตูให้ เขาไม่รู้สึกเขินหรอกเพราะว่ามันคล้ายๆการเร่งมากกว่า ยุนกิเดินอ้อมมานั่งข้างคนขับ โดยไม่ลืมรัดเข็มขัดนิรภัยเพราะไม่อยากโดนดุอีก (ถึงแม้ว่าบางทีเขาจะชอบมันก็ตามเถอะ) จองกุกปลดเบรกมือ แล้วเคลื่อนรถออกจากบริเวณหน้าบ้าน เจ้าของรถหัวเราะเบาๆก่อนจะปรับเบาะให้เอนลง ไหนๆก็อาสาจะขับให้แล้วเขาก็จะขอนอนล่ะนะ

 



“ขับรถเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่?” ยุนกิใช้เสื้อแจ็กเก็ตคลุมตัว ขยับนอนเอียงมาทางคนขับ


“มอสี่มอห้ามั้งครับ”


“เก่งจัง”

 




เขายิ้ม ตัดสินใจหลับตาลงเพราะอาการเวียนหัวเริ่มกลับมาอีกครั้ง ทั้งๆที่ในความเป็นจริงเขาไม่ควรปล่อยให้เด็กสิบเจ็ดย่างสิบแปดคนนี้ขับรถคนเดียวก็ตาม แต่เขารู้สึกว่าตัวเองเชื่อใจน้องได้ และถ้าเป็นจอนจองกุกแล้วล่ะก็ มันคงไม่มีทางเกิดอุบัติเหตุแน่นอน

 


 

 

 

 










พวกเขามาถึงคอนโดมิเนียมที่ใช้ถ่ายทำได้สองชั่วโมงแล้ว ยุนกินั่งมองซอกจินที่กำลังเซ็ตฉากใหม่ให้พร้อม ส่วนฮงจีซูที่เคยเจอกันมาก่อนก็กำลังเช็คกล้องอยู่ที่มุมหนึ่ง เขาเอนตัวนอนลงบนโซฟา พยายามข่มตาให้หลับๆไปเพราะไม่อยากเห็นอะไรแบบเมื่อกี้อีก เสียงของจองกุกและเพื่อนผู้หญิงของเจ้าตัวที่มาช่วยถ่ายให้ยังคงเล็ดลอดเข้ามาในโสตประสาทเป็นระยะในขณะที่กำลังแต่งหน้า ยุนกิเคยเจอกับลีฮันรามาก่อนหน้านี้แล้ว วันที่เขาแวบไปหาจองกุกที่กองของจินเมื่ออาทิตย์ก่อนตอนสอบวิชามหาลัยเสร็จนั่นแหล่ะ เขาพยายามไม่หึงอะไรไร้สาระ แต่ความรู้สึกมันกลับบอกว่าจองกุกกับฮันรามันพิเศษกว่าใครๆ แม้ว่าเจ้าตัวจะบอกว่าเป็นแค่เพื่อนสนิทกันก็ตาม ร่างเล็กอดสงสัยไม่ได้ว่าน้องไปเจอกับอีกคนตอนไหน ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นตอนที่เรียนพิเศษ โรงเรียนชายล้วนไม่ได้มีผลอะไรต่อเรื่องผู้หญิงเลยสินะ

 

 


“ยุนกิแฮงค์เหรอ?” เสียงของซอกจินดังขึ้นเหนือหัว เขาพยักหน้าแทนคำตอบ “นอนพักนะ เดี๋ยวนัมจุนก็มา”


“อื้อ”

 



ตาเรียวปิดลงอีกครั้ง เพราะเขาเริ่มรู้สึกง่วงขึ้นมาจริงๆแล้ว ยุนกิรู้สึกขอบคุณตัวเองที่ดันมาแฮงค์เอาวันนี้ เพราะเขาจะได้ไม่ต้องทนดูคู่รักหน้าเซ็ตที่แสดงได้ดียิ่งกว่าพวกเด็กนิเทศฯ เขากำลังพาล เขายอมรับ แต่เขาก็ทำได้แค่พาลอยู่ในใจคนเดียว จองกุกคงไม่รู้หรอกเนอะ

 

 

 

 







แรงเขย่าบริเวณแขนทำให้เขาต้องลืมตาขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ คนที่มาสะกิดก็ไม่ใช่ใคร คิมนัมจุนเพื่อนรักนั่นแหล่ะ เจ้าตัวในตอนนี้ก็มีสภาพไม่ต่างจากเขาเท่าไหร่ แต่อาจจะดีกว่าเขานิดหน่อย นัมจุนบอกแค่ว่าจะเลิกกองแล้วก่อนจะเดินไปออเซาะแฟนที่กำลังเช็คงานอยู่หน้าคอมกับเพื่อนๆ ยุนกิกวาดสายตาหาคนบางคนที่ควรจะอยู่แถวนี้ จองกุกหายไปไหน ไม่ใช่ว่าน้องหนีกลับไปแล้วนะ

 



“จิน จองกุกล่


“มีอะไรเหรอครับ?” เขาชะงักเมื่อเกือบปะทะกับร่างสูงที่เดินเลี้ยวออกมาจากห้องน้ำ


“เปล่า จะถามว่าอยู่ไหนน่ะ”


“จองกุก สรุปวันนี้ไปด้วยกันมั้ย?” ยุนกิรู้สึกผิดเล็กน้อยที่แอบกลอกตาให้กับเด็กสาวที่เดินมาหาร่างสูง ทั้งๆที่ลีฮันราก็ไม่เคยมาทำอะไรให้เขาเลยด้วยซ้ำ “ว่าไง?”


“โทษทีนะ ต้องอ่านหนังสืออ่ะ” ยุนกิรู้สึกผิดมากกว่าเดิมนิดหน่อยที่แอบสะใจกับคำตอบของจองกุก เขานี่มันนิสัยไม่ดีจริงๆ


“อ่า ไม่เป็นไร งั้นไว้คราวหน้าก็ได้” มือบางตบไหล่กว้างเบาๆ ก่อนจะหันมาโค้งให้เขาที่ยืนอยู่ข้างๆ “ไปก่อนนะคะพี่”


“ครับ” เขายิ้มให้เธอ นี่เป็นยิ้มจากใจจริงๆนะสาบานได้ โชคดีชะมัดที่ฮันราไม่ใช่เด็กผู้หญิงงอแงเอาแต่ใจ ไม่งั้นเขาคงได้รู้สึกบาปแทนรู้สึกผิด เขาหันไปหาจองกุกเมื่อร่างบางเดินออกไปแล้ว “เราไปส่งที่บ้านนะ”

 



จองกุกที่กำลังจะเดินไปหยิบกระเป๋าหันมาหาเขาเมื่อได้ยินประโยคบอกเล่ากึ่งคำถามนั้น อีกฝ่ายพยักหน้ารับ ยุนกิยิ้มกว้างก่อนจะรีบเดินตามไปหยิบกระเป๋าและบอกลาเพื่อนทันที ไม่วายโดนแขวะมานิดหน่อย แต่เขาอารมณ์ดี จะยอมให้สักวันแล้วกัน

 










ยุนกิกดลิฟต์ลง เขาได้ยินเสียงคนข้างๆถอนหายใจอีกแล้ว จองกุกอาจจะเครียดเรื่องสอบมหาวิทยาลัยล่ะมั้ง ถ้าไม่อย่างนั้นก็คงรำคาญเขาเองนี่แหล่ะ เขาเดินนำเข้ามาในลิฟต์ อีกฝ่ายเดินเข้ามาเงียบๆ ก่อนจะเอ่ยปากพูดขึ้นมาก่อนเมื่อลิฟต์ลงไปได้สองชั้น

 



“พี่ครับ”


“หือ?” เขาตอบรับในลำคอ มือพิมพ์ตอบแชทเพื่อนที่ค้างไว้ตั้งแต่เมื่อคืนก่อนไปเที่ยว


“ผมจะสอบแล้ว ต้องอ่านหนังสือ” ยุนกิเงยหน้ามองเมื่อประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้นสิบสอง แต่ก็ไม่มีใครที่เดินเข้ามา “การที่มีพี่อยู่ มันทำให้ผมไม่มีสมาธิเลย”

 

 



เขากดล็อคหน้าจอโทรศัพท์ เก็บมันเข้ากระเป๋าหลังกางเกงยีนส์ เริ่มรับรู้ได้ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

 

 



“จองกุก” เขาหันไปมองอีกคนที่ยังคงมีแววตาเรียบนิ่งอยู่เสมอ “ไม่พูดมันได้มั้ย?”


“ไม่ได้ครับ”


“อ่า นั่นสินะ” ร่างเล็กพยักหน้าช้าๆเป็นเชิงเข้าใจ ก็แน่สิ เขาเป็นใครล่ะ มีสิทธิ์อะไรไปห้ามใจน้อง


“เราพี่กับผม ช่วงนี้

 




ยุนกิกำชายเสื้อยืดสีขาวที่กำลังสวมแน่น ใจภาวนาให้ทุกอย่างเป็นไปในทางที่ดี แม้ว่าจะรู้อยู่แล้วว่าไม่ใช่ก็ตาม

 

 



“ห่างกันก่อนเถอะนะครับ”

 

 

 







ติ๊ง

 

 

 




ประตูลิฟต์เปิดออกแล้ว แต่กลับไม่มีใครขยับเขยื้อน พวกเขาทั้งคู่ยังคงยืนอยู่ด้านในแบบนั้น จนประตูลิฟต์ปิดลงอีกรอบจองกุกถืงกดเปิดให้มันเปิดออกอีกครั้ง และเป็นคนเดินนำออกไปก่อน มินยุนกิไม่เคยรู้มาก่อนว่าการลงลิฟต์ยี่สิบสองชั้นมันจะทำให้เขารู้สึกแย่ได้ขนาดนี้ ครั้งนี้จองกุกขอเขาอย่างชัดเจนว่าอยากให้ห่างกัน เขาไม่รู้ตัวเองควรจะดีใจหรือเสียใจที่สามารถเข้าไปปั่นป่วนความคิดของน้องได้ มันอาจจะทั้งคู่ แต่แน่นอนว่าเปอร์เซนต์ของอย่างหลังคงมีมากกว่า สิ่งที่เขาต้องทำตอนนี้คือไปส่งจองกุกที่บ้านแม้ว่าอีกฝ่ายอาจจะเปลี่ยนใจไม่อยากให้เขาไปส่งแล้วก็ตาม แต่อย่างน้อยเขาก็ยังได้ใช้เวลาอยู่กับจองกุกจนกระทั่งวินาทีสุดท้ายของวันนี้ก่อนที่น้องจะก้าวลงจากรถและเดินเข้าบ้านไป

 

 

 

  

 

 

 

 

 

 







  

 

 

 

 


#สวนขวดกุกก้า

 

 

 









TALK.

 

แฮชแท็กฟิคคือ สวนขวดกุกก้า นะคะ ไม่ใช่ก้ากุกเน้อ คือไปส่องมาเห็นมีคนใช้ผิดด้วย ขอความกรุณาตรงนี้ด้วยค่า คือไม่ใช่อะไร คุณมาสกรีมแท็กแต่เราไม่เห็นเราก็เสียดายอ่ะ ;w; แล้วก็จะสกรีมเยอะแค่ไหนก็มาเลยค่ะ ไม่ต้องกลัวเรารำคาญนะ เราชอบอ่าน ;w; อยากถามอยากคุยอะไรก็ทักเราได้นะ เราใจดี (จริงๆ 5555) แล้วช่วงนี้เราเริ่มยุ่งกิจกรรมแล้ว อาจจะมาอัพได้ช้าแล้วนะคะ และบางครั้งก็คงช้ามากแบบมากๆ มากแบบไม่น่าให้อภัย555555 ก็จะพยายามอัพให้เร็วที่สุดค่ะ ก็คอมเมนต์ติชมดุด่าว่ากล่าวได้ที่คอมเมนต์เว็บเด็กดีด้านล่าง/ทวิตเตอร์/และอาคเอฟเอ็ม @sollyclntp นะก้ะ

 

 


*นู้บ (Noob) เป็นสแลงที่เพียนมาจากคำว่า Newbie ซึ่งแปลว่า มือใหม่หรือผู้เล่นใหม่ แต่ Noob มักจะหมายถึงผู้เล่นที่ไม่ดีในเกมหรือคนที่ไม่รู้กฏในชุมชนเกมนั้นๆ เกิดมาจากเกม DotA ค่ะ







16/07/06: คือเราอัพไปตอนตีสี่ละสลบเลยค่ะ ขอแวะมาทอล์คกับแปะรูปลีฮันราหน่อยเนาะ มาจาก The Ark นะคะคนนี้ เป็นเกิร์ลกรุ้ปที่ชอบเต้น/ร้องเพลงบังทัน เก่งมากๆ แต่ยุบวงไปแล้ว เสียดายมากค่ะ555555555 เขาน่ารักนะคะ ปกติเราก็ไม่นิยมการมีผู้หญิงในฟิคเหมือนกัน แต่ชอบคาแรคเตอร์บอยๆของคนนี้ ถ้าใครเคยอ่าน SF Nothing Like Us ก็อาจจะคุ้นๆฮันรานะคะ5555555


ตอนเลือกตัวละครเสริมมาใส่ในฟิคเราคิดเยอะมากกว่าตัวละครหลักอีกค่ะ คือเมนคาแรคเตอร์เราเหมือนล็อคมาแล้วกลายๆ แต่ถ้าเลือกตัวเสริมมาผิดคน อารมณ์บรรยากาศในฟิคเราว่ามันจะเปลี่ยนไปคนละเรื่องเลยนะ อย่างพยอนแบคฮยอนเราชอบคาแรคเตอร์เขามากค่ะ คือรู้สึกว่าเพื่อนพี่ก้าคนนี้เขาจะต้องก๊าวมาก มากขนาดที่ว่าล่อมเด็กเพื่อนได้แบบโปรสุดๆ หรือ Don't give a x ทุกสิ่งอย่างแม้แต่แฟนตัวเอง ต้องเป็นคนที่เจอได้ที่มิวส์บ่อยๆ เป็นตัวท็อปวงเหล้า ซึ่งถ้าเป็นคนอื่นแรงส่งจากบุคลิกอาจจะไม่แรงเท่าแบคฮยอนก็ได้ แต่คนนี้เขาสุดๆจริงๆ5555555


พอละค่ะ ทอล์คยาวกว่าฟิคอีก55555555 แต่เราอยากบอกวิธีคิดของเราทุกอย่างเลย เพราะเราคิดรายละเอียดเยอะมากๆแต่เวลาแต่งจริงก็ต้องตัดออก แล้วคนอ่านก็อาจจะไม่เข้าใจ แต่เราเข้าใจอยู่คนเดียวงี้5555555 สุดท้ายนี้ก็อย่าเกลียดคุณน้องฮันรากับไรท์เลยนะคะ /กราบ สิ่งที่จองกุกทำทุกอย่าง น้องมีเหตุผลของตัวเองเสมอค่ะ เรารอวันที่จองกุกไม่มีเหตุผลไปด้วยกันเนอะ แวะมาคุยเล่นกับเราในทวิตได้นะคะ ไม่อยากเปิดตัวก็อาคมาได้ค่ะ ถ้าสงสัยฟิคเราตรงไหนเราอยากให้ถามน้า จะได้เข้าใจเรื่องเนอะ ขอบคุณทุกเสียงตอบรับค่ะ เห็นคนอ่านอินเลาก็มีความสุข5555555 กุกก้าโมเม้นดีมากเมื่อวาน เราทนไม่ได้ขอแวะมาอัพก่อน รักทุกคนก้ะเลิ้บๆ <3

 



 





























 

 





T
B
 



















































ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 104 ครั้ง

3,568 ความคิดเห็น

  1. #3543 Monstarx093 (@Monstarx093) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 11:37
    มาอ่านอีกรอบนี้ว่าเข้าใจน้องมากขึ้นพี่ยุนกิคงปั่นป่วนน้องได้มากพอสมควร55555
    #3543
    0
  2. #3530 moonchild_kim (@moonchild_kim) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 13:17
    เห้ออออ ยิ่งได้ใกล้กันมากเท่าไร เหมือนจองกุกจะยิ่งผลักพี่ให้ไกลมากขึ้นไปอีก ทำไมล่ะน้อง เพราะเส้นความสัมพันธ์ที่จองกุกเป็นคนขีดไว้ตอนแรกหรือป่าว พี่มินสู้ๆนะ อย่างน้อยพี่ก็เริ่มมีอิทธิพลต่อน้องบ้างแล้วเหมือนกัน /// รักไรท์นะคะ
    #3530
    0
  3. #3430 crescent_moon2 (@Crescent_Moon) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:30
    ใจร้ายอะ แต่คิดอีกแง่นึงก็คือพี่กิก็มีผลกับใจจองกุกงายยย คึคึ
    #3430
    0
  4. #3357 aqua11 (@aqua11) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:07

    แง พอเหมือนจะได้เข้าใกล้เพิ่มมากขึ้น กลับมีระยะห่างเพิ่มขึ้นไปอีกด้วยการที่จองกุกออกปากชัดเจนว่าขอห่างกันสักพัก แต่คิดว่านอกจากอ่านหนังสือสอบแล้ว น้องอาจจะพยายามจัดการความคิดบางอย่างของตัวเองเกี่ยวกับยุนกิด้วยรึป่าวนะ เพราะยุนกิก็เหมือนจะมีอิทธิพลทางความคิดกับน้องอยู่พอตัว ไม่งั้นน้องคงไม่พูดออกมาเองว่าไม่มีสมาธิเพราะมียุนกิอยู่ด้วย แต่เป็นการลงลิฟต์ที่หน่วงใจมากจริง ๆ ค่ะ เหมือนอารมณ์ที่ดิ่งลงไปเรื่อย ๆ ตามการลงของลิฟต์งี้

    #3357
    0
  5. #3334 lookpangg (@lookpangg) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 13:56
    อ่านกี่ครั้งก็ยังคงปวดใจกับฉากนี้อยู่ ฮืออ
    #3334
    0
  6. #3297 Mint S (@siri-ch36) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 21:48
    แอบสงสารยุนกิง่าาาา
    #3297
    0
  7. #3282 Whale.Girl.91 (@Prince_B) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 20:04
    อ่านไปอ่านมา จะร้องไห้เฉยเลย ฮือออ
    #3282
    0
  8. #3101 Milk-Chocolate (@mashi-maro) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 10:52
    แสดงว่าพี่เขาก็ต้องมีอิทธิพลพอสมควรเน้อะ
    #3101
    0
  9. #2236 52hz_sweet (@52hz_sweet) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 กันยายน 2560 / 22:43
    จุกแทนยุนกิเลย เฮ้ออ หน่วงอะ ;~;
    #2236
    0
  10. #2142 ceixx (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 02:44
    เราก็จะรอวันที่กุกไม่มีเหตผลบ้างงง ไม่เส้านะกิช่วงที่ห่างกับน้องก็ทำให้น้องคิดถึงมากๆนะ
    #2142
    0
  11. #2082 kookga-kookmin (@kookga-kookmin) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 23:14
    เป็นฟิคที่ตอนนึงๆคือยาวมากกกก แล้วก็ชอบมากกกกกก และแต่ละตอนคือหน่วงมากอะไรท์ ฮือออ วงวารยุนกิอ่าาา กุกหวั่นล่ะสิเลารู้ววววว
    #2082
    0
  12. #2004 pinwaris (@pinwaris) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 16:23
    ตอนแรกๆนี่จองกุกดูอบอุ่น แต่ตอนนี้ เจ็บแทนคุณยุนกิอ่ะ โหวงๆ
    น้องต้องมีเหตุผลสิคะ อาจจะแบบหวั่นไหนกับพี่ไรงี้เปล่า เราต้องมองในแง่ดีไว้ก่อน เดี๋ยวอินมากน้ำตาแตก
    น้องดูเป็นคนคิดเยอะแยะนะคะ เหมือนมีไรในใจให้คิดอยู่ตลอด แต่เพราะงั้น ถ้าห่างไปสักพักแล้วกลับมาเจอกัน คุณยุนกิอาจจะรู้สึกรักน้องมากขึ้น จองกุกเองก็อาจจะรู้สึกอะไรมากขึ้น
    ไม่ว่าจะในทางบวกหรือลบก็ตาม สู้ๆนะทุกคน
    #2004
    0
  13. #1951 ppjppcllyy_penpi (@ppjppcllyy_penpi) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 10:55
    ห่างกันสักพัก ช้วงสอบไงง ฮืออ มองโลกในแง่ดีสุดๆตอนนี้
    #1951
    0
  14. #1790 ARDS; (@babyshorttyrd) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 05:34
    หน้าชาไปสิคะ....โหหห แล้วงี้ควรตอบไรหรอยอกจากยอมรับที่น้องพูดอ่ะเนอะ โถ่พี่ก้าของบ่าวมาซบอกเรานะ
    #1790
    0
  15. #1783 pair135 (@pair135) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 10:26
    เจ็บแทน นับถือยุนกิเลยอ่ะ โคตรสู้ ถ้าเป็นเราถอยตั้งแต่รอบแรกแล้วแน่ๆเลย ??
    #1783
    0
  16. #1770 MITA ALIZE (@pop1916041) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 16:15
    พี่ขา.... น้องจะตายแล้ววววว /ฮือ ได้แต่ร้องเพลงท่อนไอสติลบรีธติ้งในใจ ต้องสตรองเป็นเพื่อนพี่ยุนกิก่อน
    โอเค เราจะบอกว่าใช้เวลาฮึบนานมากกว่าจะกลั่นกรองเม้นได้ ไอเฮฟสติแล้วตอนนี้
    แอบโหวงๆใจ(จริงๆก็ไม่แอบ หนึบๆในอกไปหมดเลยตอนนี้)ตอนที่ได้อ่านความคิดจองกุกบ้างตอนคนพี่เขาเมา ความคิดน้องมันเข้าไปถึงยากจริงๆแฮะ เราไม่กล้าคิดเลยว่าจริงๆที่น้องยอมพี่หลายๆตอนที่ผ่านมาส่วนหนึ่งก็คือน้องทนลูกตื๊อพี่เขาไม่ไหว อีกส่วนก็คงรู้สึกดีด้วยบ้างจากความที่เห้นกันทุกวันๆแต่เราคิดว่ามันก็ยังไม่ใช่ในแบบที่ะพี่เขารู้สึกอยู่ดีอ่ะ พิมแล้วก็ปวดใจ แต่เราว่าน้องก็เริ่มหน่อยๆแล้วล่ะ คือเราว่าถ้าน้องไม่เริ่มมีต้นตอที่คิดว่าต่อไปมันจะรู้สึกน้องจะไม่กังวลขนาดนี้ น้องก็น่าจะปล่อยๆผ่านได้เหมือนเวลาที่โดนใครจีบ -- มันค่อนข้างน่าคิดนิดหน่อยว่าอะไรทำให้น้องเลือกใช้คำว่า กลัว กับความเปลี่ยนแปลงหรือการขยับความสัมพันธ์ กลัวการจะรับมือไม่ได้ หรือเป็นไปได้มั้ยว่าน้องกลัวตัวเองจะเปลี่ยนไปแบบเสียการควบคุมถ้ามีความรัก 
    เอ่อ แต่ช่างมันเถอะ เพราะนั่นคือจองกุกสวนขวดเราจึงไม่ขอวิเคราะห์อะไรต่อค่ะ 5555555 ความคิดน้องยิ่งลึกกว่าสะดือทะเลอีก เราวิเคราะห์แล้วเหนื่อย เราจะอ่านไปเรื่อยๆไม่คิดฮาร์เฮวอะไรทั้งนั้น 555555 
    ตัดภาพมาที่คนพี่ โอ้ละหนอใจน้องอะเกน ฮือออออ น้องรู้สึกความรู้สึกร้าวตาม T T คือตอนพี่บอกว่าอย่าตอนน้องจะเช็ดผมนี่เราแบบหน่วงไปหมด โอ๊ย เพราะชอบมากอ่ะเนอะถึงเป็นแบบนี้ พี่ดูเหมือนคนที่กำลังระวัง กำลังประคองทุกอย่างไว้ ไม่อยากอยู่ไกลแต่ก็ไม่อยากใกล้เขาเพราะกลัวทุกอย่างจะแตกสลาย (โอย รู้สึกเม้นไม่ค่อยรุ้เรื่อง ขอโทษด้วยค่ะ ฮือ555)
    คือตอนที่แล้วมันแอคแทคมากแล้ว ตอนนี้มันแอคแทกมากๆๆๆๆๆเลย คือน้องชัดเจนแล้วจริงๆ โอย ใจพี่ยุนกิยังอยู่ดีมั้ยคะ(คิดว่าไม่) มาๆ หนูจะแปะพลาสเตอร์ให้พี่เอง ไม่เจ็บเนอะๆ ;_____; มาค่ะพี่เราไปมิวส์ด้วยกันดีกว่า ตอนนี้จะไม่เลี้ยงเรดบูลพี่ตอนนี้มันต้องแอลกฮฮอล์โอนลี่ค่ะ --- เอามาล้างแผลใจ ฮืออออออออออออออออออ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 20 มีนาคม 2560 / 16:17
    #1770
    0
  17. #1625 SVTJH (@SVTJH) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 13:08
    อือหือห่างเจอคำนี้มันปวดใจตะไมพูดเเบบนี้ๆๆๆ
    #1625
    0
  18. #1596 dewjjk (@dewjjk) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:24
    โห เจ็บเลยอ่ะ เจ็บแทน ห่างกันสักพักนี่ โห
    #1596
    0
  19. #1536 Mo_mo (@12343234) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:17
    โอ้ยย ปวดใจแทนยัยน้อง กุกใจร้ายอ่ะ
    #1536
    0
  20. #1463 ONlYMIN (@Tameen_D) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 01:04
    เอาน่ายุนกิช่วงนี้น้องสอบห่างๆกันสักพักก้อได้ น้องเค้าปั่นป่วน คิคิ
    #1463
    0
  21. #1257 Nantashi (@hellbutterfly) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2559 / 22:25
    โอ๋ๆ ไม่ร้องนะนุ้ง ;-; ฮือ
    #1257
    0
  22. #1212 เซ็นสึยะ (@aor1987) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 03:11
    คือกุกใช้คำว่าห่างอะคือก็โอเคนะดีกว่าคำอื่นที่เราคิดอีก5555555
    #1212
    0
  23. #1151 xdipperx (@xdipperx) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 23:28
    อย่างน้อยน้องก็ใช้คำว่าห่างนะ.. ;___;
    #1151
    0
  24. #1031 Louboutin (@jooooopz) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 19:54
    อ่านจบตอนนี้ละน้ำตาซึมเลยอ่ะ แงงงงง สงสารยุนกิจัง
    #1031
    0
  25. #819 Supikakan99 (@sonelittsw99) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 00:58
    ตั้งใจเรียนดีจริงๆพ่อคุณ ถาปัตย์ก็ต้องฝึกเรียรความถนัดด้วยสินะ เออ จริงๆก็หนักพอสมควรเลย แต่ที่ไม่มีสมาธิ เพราะมัวแต่คิดถึงพี่เขารึเปล่านะ จองกุกอา? สงสารยุนกิสุดใจ 55555 เฮ้ออออออ สู้ต่อไปค่ะซิสสส
    #819
    0