BTS | CLOSED TERRARIUM (KOOKGA)

ตอนที่ 4 : PROCESS 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,729
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 131 ครั้ง
    31 พ.ค. 59





PROCESS 3






 

 






 

“ยุนกิมึงเห็นคะแนนเทสต์ย่อยคราวก่อนยัง?” จองโฮซอกวิ่งมานั่งลงข้างๆเขาที่กำลังรอเรียนคลาสต่อไป


“ยัง”


“มึงได้สิบเก้าเต็มยี่สิบ เกือบเต็มเลยนะเว้ย!” อีกฝ่ายเปิดคะแนนสอบย่อยที่อาจารย์ประกาศผ่านเว็บของมหาวิทยาลัยให้เขาดูอย่างกระตือรือร้น


“อือ ดีๆ” มือเล็กเลื่อนหน้าฟีดเฟซบุ้คไปมาอย่างคนไม่มีอะไรจะทำ มินยุนกิกำลังอยู่ในโหมดเซ็งอย่างที่สุด


“อะไรของมึงวะ ปกตินี่มีข้ออ้างกินเหล้าละนะ วันนี้ทำไมเงียบเฉย”


“ก็ดีใจ แต่กูเซ็ง” เขากดล็อคโทรศัพท์ก่อนจะฟุบนอนไปกับโต๊ะ


“เซ็งไรวะเพื่อน บอกมาเลย เดี๋ยวโฮซอกจัดการให้” คนข้างๆว่า ยุนกิพลิกหน้ามาทางเพื่อนสนิทก่อนจะเริ่มเปิดปาก


“ทำไมพอ Lucky in game ทีไรต้อง Unlucky in love ด้วยวะ?”


“เรื่องน้องแปดรูปคนนั้น?”


“เออ เมื่อวานจองกุกดักทางกูซะไปต่อไม่ถูกเลย เขาบอกไม่ต้องมาจีบเขา เสียเวลาเปล่าๆ คือแบบเฮ้ย กูยังไม่ได้ลองเลยป่ะวะ”


“อ้าวไอ้น้องนี่ ทำไมรีบเล่นตัวจังอ่ะ แล้วยังไง มึงตอบไปว่าอะไร?”


“กูก็บอกว่ากูไม่สน กูจะจีบเขาให้ได้”


“ออกตัวแรงสมเป็นมึงจริงๆ ป่านนี้บล็อกไลน์มึงไปแล้วมั้ง” โฮซอกขำ แต่ยุนกิไม่ขำด้วย รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คทันที


“เชี่ย ยังไม่บล็อกมั้ยล่ะ” โฮซอกหลบมือที่เหวี่ยงมาทางเขาได้ทันท่วงที


“ทำไมมาเร็วกันจังวะ?” ขายาวๆของใครบางคนก้าวมานั่งที่ว่างข้างๆยุนกิ “ละนี่เป็นไร ได้ข่าวว่าท็อปเทสต์ย่อยไมหงอยเป็นหมางี้”


“ก็นกตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มอ่ะดิ”


“นกพ่อมึงดิ” สุดท้ายมือขาวๆนั่นก็ฟาดลงบนหัวโฮซอกจนได้


“จองกุกเหรอ?” ร่างเล็กพยักหน้า “เออเมื่อเช้าจินบอกว่าเย็นนี้จะไปหาจองกุกที่โรงเรียน เลยฝากมาชวนมึงว่าอยากไปด้วยกันมั้ย”


“อ้าวไปดิ รอไรล่ะ” ดวงตาเรียวรีเริ่มมีประกายวิบวับอย่างคนมีความหวัง

 

 






ไม่รู้ล่ะ ยังไงวันนี้เขาก็จะต้องคุยกับจองกุกให้ได้

 

 

 

 








03.36 P.M.

 



ตอนนี้ร่างเล็กกำลังถอยรถเข้าจอดยังลานจอดรถของโรงเรียนเก่าสมัยมอต้น เขาดับเครื่องและจัดการล็อครถเสร็จสรรพ ก่อนจะไลน์ไปหาซอกจินว่าถึงแล้วพร้อมกับเดินไปตามทางอันคุ้นเคย แม้ว่ายุนกิจะย้ายไปตั้งแต่ทันทีที่ขึ้นมอห้า แต่ก็ยังจำรายละเอียดต่างๆของที่นี่ได้เป็นอย่างดี เขาเดินไปแถวๆห้องน้ำหลังอาคาร ตรงนั้นจะมีโซนสูบบุหรี่ที่นักเรียนชอบแอบมาสูบกัน แม้ว่ายุนกิจะไม่ได้อยู่ที่นี่นานแล้วแต่เขาก็ยังเกรงใจสถาบันอยู่ มือเล็กหยิบกล่องสี่เหลี่ยมออกมาจากกระเป๋าเสื้อนักศึกษา ระหว่างที่เขานั่งลงตรงที่นั่งแถวนั้นพลางก้มจุดบุหรี่ก็มีรองเท้านักเรียนผ่านเข้ามาในกรอบสายตาและเดินเลยไป เสียงเปิดก๊อกน้ำดังขึ้นตามมา ยุนกิเงยหน้ามองคนที่ก้มหน้าล้างมือแล้วรู้สึกประหลาด มันคลับคล้ายคลับคลาแต่ก็บอกไม่ถูกว่ายังไง จนกระทั่งอีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาให้เขาได้เห็นผ่านกระจกนั่นแหล่ะ



“จอง..กุก?”

 


คนสูงกว่าชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใครคือคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง ดวงตาที่อยู่หลังแว่นมองยุนกิผ่านกระจกนิ่งๆ เหมือนไม่แปลกใจสักนิดที่เห็นร่างเล็กที่นี่ ก่อนที่จะขยับมือไปปิดน้ำและหันมาโค้งให้เขาเล็กน้อยแล้วเดินผ่านเลยไปโดยที่ไม่หันมามองแม้สักนิด ยุนกิขยี้ผมตัวเองอย่างหงุดหงิดที่ปล่อยจองกุกเดินผ่านไปโดยที่ไม่ทันได้ทำอะไรสักอย่าง เขาอัดควันเข้าปอดด้วยความโมโหก่อนจะตั้งใจอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าถ้าเจอเด็กนั่นอีกครั้งจะต้องเริ่มทำคะแนนให้ได้

 

 

 







“จิน” ร่างเล็กเดินกลับมาที่ข้างสนามบอลตามที่ซอกจินไลน์มาบอก เขายังคงหัวเสียกับเรื่องเมื่อกี้ไม่หาย


“เป็นไรอ่ะ ทำไมดูเซ็งๆ”


“อือ ไม่มีไรหรอก” บอกไปว่าอย่างนั้นพลางเดินไปนั่งข้างๆอีกฝ่ายบนอัฒจันทร์ชั้นแรก ยุนกิยิ้มให้เพื่อนร่วมคณะของซอกจินที่กำลังอ่านอะไรบางอย่างจากกระดาษในมือ


“โทษทีนะไม่น่าบอกให้มาก่อนเลยอ่ะ ต้องมารอเลย”


“ไม่เป็นไรอ่ะ ยังไงก็ว่างอยู่แล้ว” เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายสแนปแชทบรรยากาศรอบๆของโรงเรียนชายล้วนด้วยความคิดถึง นานมากแล้วที่เขาไม่ได้กลับมาที่นี่ ก่อนจะกดสลับเป็นกล้องหน้าแล้วสะกิดซอกจินให้เข้ามาในเฟรมด้วย


“รอแป๊บนะ น้องเตะบอลอยู่อ่ะ อีกสิบนาทีคงเลิกแล้ว”


“เตะบอล? จองกุกเนี่ยนะ?”


“อื้อ นั่นไง” ยุนกิมองตามนิ้วของเพื่อนที่ชี้ไปยังกลางสนาม ตั้งเขาเดินมาก็แทบไมได้สังเกตด้วยซ้ำว่าใครเตะบอลอยู่บ้าง คิดว่าคงเป็นเด็กในโรงเรียนทั่วไป


 


ร่างโปร่งของเด็กมอปลายที่มินยุนกิหลงนักหลงหนากำลังวิ่งรอลูกกลมๆจากเพื่อน ก่อนจะรับมาแล้วยิงมันเข้าประตูด้วยเท้าของตัวเอง นั่นทำให้เขายิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ร่างเล็กไม่คิดว่าจองกุกจะเล่นกีฬา ลุคของอีกคนไม่ได้มาทางนี้เลย แต่จากที่เห็นเมื่อกี้แล้วจองกุกเล่นกีฬาเก่งซะด้วยสิ

 



“จิน น้องไม่ใส่แว่นแล้วเตะบอลได้ไงอ่ะ”


“ไม่รู้อ่ะ ยุนกิรอถามน้องเองสิ” ซอกจินว่ายิ้มๆ ก่อนจะโบกมือให้เด็กหนุ่มอีกคนที่โบกไม้โบกมือมาจากกลางสนาม


“คนนั้นใครเหรอ?”


“ชื่อปาร์คจีมินน่ะ”


“อ่า” เขาพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้


“เพื่อนสนิทจองกุกเลยนะ”


“จริงดิ” ก่อนจะหันขวับมาหาคนพูดด้วยท่าทางจริงจังจนซอกจินอดหัวเราะออกมาไม่ได้ ปฏิกิริยาของยุนกิที่มีต่อเรื่องของจองกุกมันน่ารักจริงๆ


“อื้ม ตีสนิทไว้ล่ะ คนนี้น่ะช่วยได้มากเลยแหล่ะ”


“ปาร์คจีมินนะ ปาร์คจีมิน ปาร์คจีมิน” ร่างเล็กท่องชื่อเด็กคนนั้นซ้ำไปซ้ำมา ใจก็เอาแต่ภาวนาว่าน้องปาร์คจีมินจะช่วยเขาเรื่องจองกุกได้จริงๆ

 

 

 








“ขอโทษที่ให้รอนะครับ”

 


ร่างเล็กนั่งตัวตรงทันทีที่จองกุกเดินเข้ามาหาพวกเขา เหมือนว่าอีกฝ่ายจะไปล้างหน้ามาล่ะมั้ง เพราะเสื้อนักเรียนเปียกไปหมด แถมผมก็ดูชื้นๆอีกด้วย เด็กที่ชื่อปาร์คจีมินเดินตามมาทีหลัง น้องมันชะงักนิดๆเมื่อหันมาเจอเขาก่อนจะโค้งและส่งยิ้มมาให้ ซึ่งยุนกิก็ยิ้มตอบกลับไปแบบอัตโนมัติ

 


“ไม่เป็นไร ก็ตรงเวลานี่ พี่มาเร็วเองแหล่ะ” ซอกจินบอกก่อนจะปรายสายตาหายุนกิเล็กน้อย “อ่า นี่จอนจองกุกนะ น้องที่จะเอามาถ่ายงาน ส่วนนี่มินยุนกินะ เพื่อนพี่เอง”

 



จองกุกหันมามองเขาเต็มตาเป็นครั้งแรกอย่างเสียไม่ได้ หลังที่จากดูก็รู้ว่าเลี่ยงมาโดยตลอด น้องไม่ได้พูดสวัสดีหรือทักทายอะไร เจ้าตัวแค่โค้งให้เขาก่อนจะเสยผมชื้นๆที่ตกลงมาปรกหน้าขึ้นไปเท่านั้น ระหว่างที่จองกุกคุยกับเพื่อนของซอกจิน (ซึ่งดูจะเป็นเรื่องถ่ายหนังสั้นอะไรสักอย่าง) ยุนกิก็เอาแต่มองแว่นของจองกุกที่เป็นรอยนิ้วมือ เขาหงุดหงิดอยากจะดึงมาเช็ดให้ด้วยซ้ำ แต่ก็ทำแบบนั้นไม่ได้

 



“เดี๋ยวจองกุกลองอ่านบทคร่าวๆดูนะ คาแรคเตอร์ก็แบบที่พี่เคยบรีฟไปให้ อันนี้เป็นบทที่ต้องพูด”


“ครับ” มือหนารับกระดาษเอสี่ประมาณสามสี่แผ่นมาจากเพื่อนของจิน “จีมิน ขอยืมผ้าเช็ดหน้าหน่อยดิ”


“จะเช็ดแว่นเหรอ? วันนี้ไม่ได้เอามาอ่ะ”


“เอ่อ เรามีนะ ผ้าเช็ดแว่นน่ะ” ร่างสูงหันมามองเขาก่อนจะเม้มปากเหมือนกำลังชั่งใจอะไรสักอย่าง


“ไม่เป็นไรครับ”


“แล้วจองกุกจะอ่านเห็นเหรอ?” จินถาม


“ก็พอเห็นอยู่ครับ ผมอ่านได้”


“ยืมยุนกิมันได้น่า มันไม่กัดหรอก”


“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่อยากรบกวนพี่เขา”

 




ในที่สุดความอดทนของมินยุนกิก็หมดลง เขาลงจากอัฒจันทร์เดินตรงไปหาคนสูงกว่าก่อนจะถอดแว่นเจ้าปัญหานั่นออกมาด้วยมือตัวเอง มือขาวหยิบผ้าเช็ดแว่นจากกระเป๋าเสื้อออกมาจัดการเช็ดรอยนิ้วมือบนเลนส์ให้เสร็จเรียบร้อยโดยที่ไม่พูดอะไร จองกุกได้แต่ยืนนิ่ง ส่วนคนอื่นๆก็พูดคุยกันอย่างไม่สนใจเหตุการณ์ตรงหน้า ทำราวกับไม่มีพวกเขาสองคนอยู่ตรงนั้น

 




“ไม่อยากรบกวนก็ไม่เป็นไร”

 




ยุนกิเป่าฝุ่นออกจากเลนส์แล้วเช็ดมันเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเอื้อมมือสวมแว่นให้จองกุกที่ยังคงยืนมองเขานิ่งๆอยู่อย่างนั้น เขายัดผ้าเช็ดแว่นใส่กระเป๋าเสื้อของเด็กตรงหน้า

 







“แต่เราอยากให้รบกวนนะ รู้ยัง?”

 

 

 

 

 

 







ตอนนี้จองกุกและจีมินกำลังยืนอยู่ตรงหน้ารถ Mini Cooper S Hatchback แบบสามประตูของยุนกิ หลังจากที่โดนซอกจินไล่ให้มากับร่างเล็กด้วยเหตุผลที่ว่ารถของเขาเต็มแล้วเพราะเพิ่งไปขนชุดกับอุปกรณ์ถ่ายหนังสั้นมาจากคอนโดเพื่อนอีกคน พวกเขากำลังจะไปกินมื้อเย็นที่ซอกจินกับเพื่อนตั้งใจจะเลี้ยงจองกุกเพราะมาช่วยถ่าย Fashion Film ให้คราวก่อน โดยมีข้อแม้ว่าห้ามปฏิเสธอย่างเด็ดขาด ทำให้คนอายุน้อยกว่าได้แต่ยอมมเออออตามไปพร้อมกับขอให้จีมินไปด้วยอีกคน ยังไงวันนี้เขาก็ไม่ต้องไปเรียนพิเศษอยู่แล้ว กลับค่ำหน่อยก็คงไม่เป็นไร

 

 


“ไม่ขึ้นรถเหรอ?” เจ้าของรถโผล่หน้าจากกระจกมาถามเมื่อเห็นว่าเด็กๆเอาแต่ยืนนิ่งไม่ยอมขึ้นรถเสียที


“เรานั่งหลังแล้วกัน” จีมินพูดขึ้น ก่อนจะรีบพูดต่อเมื่อเห็นท่าว่าเพื่อนตัวเองกำลังจะขัด “จองกุกตัวใหญ่อ่ะ เราตัวเล็กกว่า ขึ้นไปนั่งข้างหลังง่ายกว่า”


“อืม แล้วแต่ละกัน”

 



จีมินยิ้มกว้างก่อนจะเปิดประตูข้างคนขับ ปรับเบาะที่นั่งด้านหน้าลงแล้วปีนขึ้นไปนั่งเบาะหลัง ร่างสูงปรับเบาะให้เข้าที่อย่างเดิมก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งเงียบๆ ยุนกิเปลี่ยนเกียร์ก่อนจะถอยรถออกจากซองจอด เขาเท้าแขนกับเบาะก่อนจะหันไปมองข้างหลัง เขาไม่ถนัดมองกระจกหลังเลยต้องคอยหันหน้าหันหลังอยู่แบบนี้ ตาเรียวสบเขากับเพื่อนของจองกุกที่มองอยู่ก่อนแล้ว ร่างเล็กส่งยิ้มให้ก่อนจะหันมามองถนนข้างหน้าอีกครั้ง เขาขับตามรถของซอกจินออกจากโรงเรียน และเป็นอีกครั้งที่เห็นผ่านกระจกมองหลังว่าจีมินกำลังมองอยู่



“น้อง ร้อนรึเปล่า?”


“คะครับ?”


“ร้อนมั้ย?” เขาถามย้ำอีกครั้ง “จองกุกปรับแอร์ให้เพื่อนหน่อยสิ”


“ไม่เป็นไรครับพี่ๆๆ” เจ้าตัวส่ายหน้าโบกมือเป็นพัลวัน


“เป็นอะไรรึเปล่า?” จองกุกหันมาถามเพื่อนสนิทที่ดูเกร็งๆเมื่อปรับช่องแอร์ให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว


“เปล่าๆ แค่หิวน้ำน่ะ”


“น้ำอยู่ช่องข้างหลังอ่ะ เอื้อมหยิบถึงป่าว?” เป็นอีกครั้งที่ยุนกิเอ่ยถาม


“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวไว้ไปถึงที่ร้านก็ได้” และก็เป็นอีกครั้งที่จีมินกล่าวปฏิเสธ


“อ่า โอเคๆ”

 

 



จีมินรู้มาจากพี่ซอกจินว่าพี่เจ้าของมินิคูเปอร์คนนี้กำลังจะจีบเพื่อนเขาเลยอยากให้เขาช่วยหน่อย นั่นเป็นสิ่งที่ยากที่สุดในชีวิตจีมินเลยล่ะกับการจับคู่ให้คนอย่างจองกุกเนี่ย เพราะช่วยมาหลายคนแล้ว ก็ไม่เห็นว่าจะมีใครได้ใจเพื่อนเขาไปเสียที แต่ดูจากท่าทางของพี่ยุนกิแล้วไม่ค่อยอึดอัดกับความเงียบของจองกุกเลยแฮะ เจ้าตัวยังคงพูดนั่นพูดนี่ไปเรื่อย แม้ว่าจะเป็นการถามคำตอบคำก็ตามเถอะ ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะเสียเซลฟ์กับความนิ่งของจองกุกไปแล้วก็ได้

 

 



“ฮัลโหล” ร่างเล็กคว้าโทรศัพท์มากรอกเสียงลงไประหว่างที่ติดไฟแดง “อื้อ กำลังพาน้องไปกินข้าว ไม่ดิ จินกับเพื่อนจินด้วย อะไรของมึง วางไปเลยไป”


 “พี่


“พี่ครับ ระวังข้างหน้า!” จีมินที่กำลังจะบอกยุนกิเหมือนกันต้องรีบเงียบเสียงลง เมื่อได้ยินเพื่อนของตัวเองไวกว่า


“ห๊ะ” เจ้าของรถที่มัวแต่วางสายโทรศัพท์เงยหน้าขึ้นมาเห็นอย่างพอดิบพอดีว่ารถคันข้างหน้าเกิดเบรกกะทันหัน เท้าที่สวมรองเท้าผ้าใบเหยียบเบรกเต็มแรง จองกุกเอื้อมไปกดปุ่มไฟฉุกเฉินเมื่อรถนิ่งแล้ว


“ระวังหน่อยสิครับ”


“อ่า ขอบใจนะ” ยุนกิชะเง้อมองรถข้างหน้าก่อนจะพบว่ามีอุบัติเหตุรถชนกันก่อนถึงคันเขาแค่สี่ห้าคันเท่านั้น “รถชนน่ะ จินก็ไปไหนแล้วไม่รู้”


“เดี๋ยวผมโทรให้ดีกว่า พี่ดูรถเถอะครับ” เด็กข้างๆเอ่ยขัดเมื่อเห็นว่าเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง


“เอางั้นเหรอ?”


“ครับ”


“โอเค้”

 

 


ยุนกิพยักหน้าแล้วยื่นโทรศัพท์ของตัวเองที่กดเบอร์ซอกจินเอาไว้เตรียมจะโทรออกส่งให้จองกุกที่ยื่นมือขออยู่ก่อนแล้ว ก่อนจะแอบสะบัดหน้าเบาๆเรียกสติเมื่อเห็นว่าน้องกำลังคุยกับคนปลายสายถึงสิ่งที่เกิดขึ้น เขามองหาช่องทางก่อนจะเปิดไฟเลี้ยวขอทางเมื่อเห็นว่ารถเลนส์ข้างๆกำลังออกตัวและเคลื่อนไปได้อย่างช้าๆ เขาเหลือบมองจองกุกที่กดวางสายและวางโทรศัพท์เขาไว้ตรงช่องด้านหน้า อีกฝ่ายยังนั่งนิ่งๆเหมือนเดิม

 


ยุนกิไม่อยากออกหน้าไปมากกว่านี้แล้ว (หลังจากที่ใจกล้าหน้าด้านพูดหยอดไปเรียบร้อย) เขาขี้เกียจมาจัดฉากสร้างสถานการณ์ให้เหมือนเรื่องบังเอิญอะไรเทือกนี้ เพราะรู้ว่าน้องฉลาดพอที่จะรับรู้ได้ว่าอันไหนเกิดขึ้นจริงอันไหนสร้างขึ้น และถ้าเป็นอย่างนั้นจองกุกจะต้องรู้สึกอึดอัดกว่าเดิมแน่ๆ เขาก็เลยปล่อยมันไปตามธรรมชาติ อยากทำอะไรก็ทำไปตามใจนั่นแหล่ะ ถามว่าตอนที่เดินมาสตาร์ทรถอยากให้จองกุกนั่งข้างๆแบบตอนนี้ไหม ตอบเลยว่าอยาก แต่เขาก็เผื่อใจไว้ครึ่งหนึ่งแล้วล่ะว่ายังไงน้องก็ต้องนั่งข้างหลังแน่ๆ แต่ไม่รู้ว่าไปคุยกับเพื่อนยังไงถึงมานั่งหน้าแบบนี้ได้ ยุนกิชอบเด็กที่ชื่อปาร์คจีมินนี่นะ น้องมันรู้งานดี อย่างตอนนี้ก็หยิบหูฟังขึ้นมาเสียบฟังเพลงเข้าโลกส่วนตัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คงอยากให้เขารู้สึกเป็นส่วนตัวกับจองกุกมากกว่านี้ล่ะมั้ง

 


นิ้วยาวๆของคนข้างๆเอื้อมมากดปุ่มปิดไฟฉุกเฉินให้อีกครั้งเมื่อรถเคลื่อนไปปกติ พร้อมกับบอกว่า อย่าลืมสิครับยุนกิก็ได้พยักหน้าเออออไปนั่นแหล่ะ สีหน้าอาจจะดูปกติแต่ในใจนี่พร้อมจะระเบิดได้ตลอดเวลา มันอาจจะเป็นแค่วินาทีเดียวก่อนที่จองกุกจะละมือออกไป แต่ยุนกิที่กำลังสติแตกกลับจำความรู้สึกตอนที่มือใหญ่ๆของน้องคว้าไหล่ของเขาเอาไว้ขณะเหยียบเบรกสุดกำลังได้เป็นอย่างดี ก่อนที่เจ้าตัวจะละมือไปกดเปิดไฟฉุกเฉินให้เขา มินยุนกิสาบานได้เลยว่าไม่เคยใจเต้นแรงขนาดนี้มาก่อน แฟนเก่าทุกคนที่ผ่านมาไม่เคยทำให้เขารู้สึกแบบนี้ได้สักคน ยุนกิเป็นคนชัดเจนในความรู้สึกของตัวเองเสมอ ถ้าอะไรที่เขาคิดว่ามันไม่ใช่เขาก็จะไม่เสียเวลาให้กับมัน ดังนั้นความสัมพันธ์ที่ร่างเล็กเคยเจอก็มีแค่ว่าลองคุยกัน ถูกใจก็ตกลงคบเป็นแฟน แล้วก็เลิกเมื่อถึงจุดอิ่มตัว นั่นเป็นข้อเสียของเขา ทุกอย่างถูกตัดสินใจอย่างรวดเร็วไปหมดจนลืมนึกถึงความรู้สึกที่เคยเกิดขึ้น แน่นอนว่าเขาก็เคยจีบคนอื่นๆก่อนเหมือนกัน แต่สุดท้ายก็วนลูปอยู่กับความสัมพันธ์แบบเดิม จอนจองกุกคือกรณีพิเศษ น้องเป็นคนที่ทำให้เขากระวนกระวายได้แทบทุกๆระยะห่างระหว่างนาที ตรงนี้แหล่ะที่น่าสนใจและทำให้ยุนกิไม่อยากหยุดอยู่แค่นี้

 

 

 














ตอนนี้พวกเขานั่งอยู่ในร้านเนื้อย่างของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง อาหารที่สั่งเริ่มทยอยถูกนำมาเสิร์ฟ ซอกจินเป็นคนจัดแจงวางเนื้อลงบนเตา จีมินกับเพื่อนของจิน (ที่ตอนนี้รู้แล้วว่าชื่อฮงจีซู) กำลังคุยกันอย่างออกรสออกชาติ คงจะเจอกันมาหลายครั้งแล้ว ยุนกิที่ไม่รู้จะทำอะไรเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายสแนปแชทรอเนื้อสุก ส่วนจองกุกที่นั่งอยู่ตรงข้ามเขาก็นั่งกดโทรศัพท์เงียบๆ มีหันไปคุยกับจีมินและจีซูบ้าง ส่วนใหญ่ก็พูดถึงมิวสิควิดีโอที่กำลังจะถ่าย (ซึ่งเขาเข้าใจผิดคิดว่าเป็นหนังสั้นไปเสียตั้งนาน) เหมือนว่าเป็นการบ้านช่วงปิดเทอมวิชากล้องอะไรสักอย่างของพวกเด็กนิเทศฯนั่นแหล่ะ จากที่ฟังๆบทที่จองกุกได้รับคือผู้ชายคนนึงที่เลิกกับแฟนแต่ยังลืมไม่ได้อะไรประมาณนั้น

 




“สุกแล้ว” จินว่าก่อนจะเริ่มคีบเนื้อแจกคนนั้นคนนี้ “ยุนกิสังคมฯนี่สอบวันไหนเหรอ? เดือนหน้าป่ะเห็นนัมจุนพูดๆอยู่”


“คงงั้นมั้ง คณะเราสอบช้าอ่ะ” เจ้าตัวตอบพลางอ้าปากงับเนื้อจากตะเกือบของจินที่ยื่นมาให้ ยุนกิชอบแฟนนัมจุนคนนี้ที่สุดเท่าที่มันเคยคบมาเลย ดูแลเขาดียิ่งกว่าเพื่อนสนิทอย่างไอ้โฮซอกเสียอีก สงสัยคงเพราะเคยเรียนด้วยกันตอนเด็กๆเลยไม่ต้องมานับหนึ่งใหม่


“พี่ซอกจิน” จู่ๆคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามก็เอ่ยขึ้น “สวนขวดเป็นไงบ้างครับ?”


“เฮ้ย รู้ได้ไงอ่ะว่าพี่มีสวนขวด”


“พี่ยุนกิบอก” เขาหันขวับไปมองหน้าของจองกุกที่ยังคงมีสีหน้าเรียบนิ่งเหมือนปกติ เดี๋ยวนะ เขาบอกน้องมันตอนไหนวะว่าจินมีสวนขวด ตอนซื้อก็ไม่ได้บอกนะ


“อ๋อ ก็ดีนะ พี่ก็ลองเลี้ยงตามที่ร้านบอกมาอ่ะ มันก็โอเคนะ ยังอยู่ดี” จินตอบเพลงเทน้ำเติมลงในแก้วของจีซู “เราก็เลี้ยงพวกนี้ใช่ป่ะ? พี่เห็นในไอจี”


“อ่า ใช่ครับ ถ้ามันมีอาการแปลกๆพี่โทรหาเบอร์ร้านได้เลยนะ ร้านนั้นร้านพี่ที่รู้จักผมเอง”


“แปลกๆยังไงอ่ะ?”


“ก็ที่พี่ยุนกิ“ ร่างเล็กที่ตั้งใจฟังถึงกับเบิกตากว้างก่อนจะตะโกนขัดจังหวะจองกุกที่กำลังจะพูดประโยคอันตรายออกมา ถ้าจินรู้ว่าเขาเกือบทำของขวัญที่นัมจุนฝากซื้อพังล่ะก็ต้องโดนดุแน่ๆ


“จินนนนนนนน ปวดฉี่อ่ะ”


“ห๊ะ?”


“พาเราไปห้องน้ำหน่อยดิ ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนอ่ะ” ไม่พูดเปล่าขยับมือกอดแขนพลางเอาหน้าถูไปมา ก่อนจะส่งสายตาและพูดไม่มีเสียงใส่จองกุกว่าห้ามพูดเรื่องนั้นเด็ดขาด


“อ่ะๆๆ โอเคๆ ไปแล้วๆ ไม่ต้องอ้อนขนาดนี้ก็ได้”

 

 


จีซูลุกให้ซอกจินที่นั่งตรงกลางและยุนกิที่นั่งในสุดลุกออกไป ก่อนจะออกจากร้านร่างเล็กไม่วายหันมามองหน้าเด็กที่นั่งฝั่งตรงข้ามด้วยสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ เบะปากพลางยกมือไขว้เป็นกากบาทลับหลังจินที่เดินนำหน้าไป จองกุกยิ้มน้อยๆก่อนจะยกแก้วโคล่าขึ้นดื่ม จีมินที่นั่งดูมาตั้งแต่ต้นถึงกับหันมามองเพื่อนสนิทด้วยความสงสัยระดับสิบ เขาไม่รู้ว่าจองกุกสนิทกับพี่ยุนกิแค่ไหน เห็นแค่ผ่านๆช่วงกลางวันตอนอยู่ที่โรงเรียนว่าคุยไลน์กัน และที่เห็นวันนี้ก็ดูจะเลี่ยงๆมาตลอด แต่ไหงตอนนี้กลับไปแกล้งพี่เขาซะอย่างนั้น จีมินไม่เคยเห็นอีกคนเป็นแบบนี้มาก่อน จองกุกไม่ชอบคนที่มาจีบตัวเองก่อน แต่ก็ไม่ชอบไปจีบใครก่อนเหมือนกัน วันๆสนใจแต่เรียน ทำสวนขวด แล้วก็เตะบอลแค่นั้นแหล่ะ เวลามีคนเข้าหาเพื่อนเขาจะเลี่ยงแบบสุดตัว ไม่สนใจ ไม่ยุ่ง คุยบ้างตอบบ้างตามมารยาท แต่ไม่เคยให้ความหวังแล้วก็มาแกล้งใครเป็นเด็กๆแบบนี้




 

“จองกุก”


“หือ?” อีกฝ่ายตอบรับในลำคอ มือหนากดดูแชทไลน์ที่พี่ยุนกิส่งมาโวยวายเรื่องเมื่อสักครู่


“สนใจพี่ยุนกิเหรอ?”


“เปล่านี่” ว่าพลางกดล็อคโทรศัพท์โดยที่ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปแม้ว่าจะกดอ่านไปแล้วก็ตาม


“แล้วทำไมถึงแกล้งพี่เขาแบบนั้นล่ะ?”


“ก็แค่อยากแกล้งเฉยๆน่ะจีมิน”

 

 






แบบนี้ก็ได้เหรอ? แค่อยากแกล้งเฉยๆเนี่ยนะ?



ถ้าเราอยากแกล้งไม่ได้แปลว่าเราเอ็นดูเขาหรอกเหรอ?


 

จีมินงงอ่ะ ไม่เข้าใจจองกุกเลย

 

 

 







ตอนนี้ยุนกิกลับมานั่งที่โต๊ะเหมือนเดิมแล้ว จองกุกก็เงียบเป็นปกติและไม่ได้พูดอะไรเป็นการแกล้งเขาอีก ส่วนจินก็เหมือนลืมๆไปแล้วว่าคุยอะไรค้างเอาไว้ ตาเรียวเหลือบมองคนฝั่งตรงข้ามที่กำลังถอดแว่นเก็บเข้ากระเป๋าเพราะเลนส์ขึ้นฝ้าจากไอร้อนของเตา


 


แล้วจะคีบถูกมั้ยน่ะ


 


ยุนกิคีบเนื้อไปวางในจานของอีกฝ่ายเงียบๆก่อนจะคีบเข้าปากตัวหนึ่งชิ้น คนที่คุยกันส่วนใหญ่จะมีแค่จิน จีซู แล้วก็จีมิน เขากับจองกุกที่เงียบๆอยู่แล้วเลยไม่ค่อยผิดสังเกตเท่าไหร่ น้องเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างจริงจังเมื่อเขาทำแบบนั้นเป็นครั้งที่สอง อาจจะเพราะมองไม่ชัดจนเพ่งหรืออะไรก็ตาม ยุนกิสะบัดมือเป็นเชิงให้กินๆไปเถอะ แม้ว่าใบหน้าจะไร้อารมณ์แต่ในใจนี่สั่นจนแทบระเบิดเป็นรอบที่สอง จองกุกตอนไม่ใส่แว่นนี่ดูดีกว่าเดิมอีกสิบเท่าได้ ยิ่งมองเขาด้วยดวงตาคมๆคู่นั้นอีก

 

 




ตอนนี้ยุนกิอยากจะคีบตัวเองไปไว้บนเตาแล้วให้ความร้อนหลอมละลายหายไปซะจริงๆ

 

 

 

 

 









“นี่”


 

เขาเอ่ยขึ่นในขณะที่กำลังเดินไปลานจอดรถกับจองกุกสองคน เออจะมากันสองคนได้ยังไงถ้าไม่ใช่เพราะซอกจินตัวดีบอกว่าบ้านน้องกับบ้านเขาไปทางเดียวกัน ยังไงก็กลับด้วยกันเลยสิ เขาก็ไม่เข้าใจว่าจอนจองกุกที่คอยหลีกเลี่ยงและพูดว่า ไม่เป็นไรครับ ใส่หน้าเขาอยู่เสมอกลับปฏิเสธอะไรซอกจินไม่ได้เลย


 


ไม่เข้าใจอย่างแรง!



 

“ถ้าไม่อยากกลับด้วยกันก็ไม่เป็นไรนะ ไม่ต้องไปฟังจินมากนักหรอก มันก็ชงๆไปงั้นแหล่ะ”


” อีกฝ่ายหยุดเดินและฟังเขาพูด แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไร


“ไม่อยากให้อึดอัดน่ะเข้าใจมั้ย?” ร่างสูงกระชับสายกระเป๋าเป้แล้วพยักหน้ารับ


“งั้นผมขอกลับเองแล้วกันครับ”


“อื้อ พวกนั้นขับรถออกไปแล้วคงไม่เห็นแล้วล่ะ” ยุนกิกดปลดล็อคและเปิดประตูก้าวขึ้นไปนั่งในรถ ก่อนจะโบกมือให้เด็กม.ปลายที่ยืนอยู่ข้างนอก “บายย กลับดีๆล่ะ”

 


จองกุกโค้งให้เขาเล็กน้อยแล้วหันหลังเดินกลับเข้าไปในห้างสรรพสินค้าเพื่อที่จะไปขึ้นรถไฟฟ้า ยุนกิปิดประตูรถ มองผ่านกระจกมองข้างเมื่อเห็นว่าน้องเดินลับสายตาไปแล้วจึงสตาร์ทรถ ยุนกินั่งคิดทบทวนเรื่องราววันนี้อยู่สักพัก ในขณะที่กำลังจะเปลี่ยนเกียร์เพื่อถอยรถออก โทรศัพท์มือถือกลับมีสายเข้าจากแม่ที่โทรเข้ามาพอดี

 


“ครับม๊า” มือซ้ายถือโทรศัพท์ ส่วนมือขวาที่ว่างอยู่ก็พยายามดึงสายเข็มขัดนิรภัยออกมาอย่างทุลักทุเล “ไปกินข้าวมาครับกำลังจะกลับ ม๊าจะเอาไรป่าว ให้ผมซื้อเข้าไปให้มั้ย”

 





เสียงเปิดประตูฝั่งคนขับทำให้ยุนกิรีบหันไปมอง กลัวว่าจะเป็นโจรมาจี้เอาน่ะสิ เขาสะเพร่าเองที่ไม่ยอมล็อครถให้เรียบร้อยก่อน

 




“จอง..กุก?”

 




แต่ถ้าเป็นโจรคนนี้ก็โอเคอยู่นะ ._.

 




“ครับม๊า ครับ” คนที่ไม่ควรจะอยู่บนรถเวลานี้เอื้อมมือมาดึงสายเข็มขัดนิรภัยออกจากมือของเขา ก่อนจะเสียบมันลงล็อคให้ “ม๊าๆ เดี๋ยวไว้เราคุยกันที่บ้านนะครับ”

 


ยุนกิกดวางโทรศัพท์ ก่อนจะหันมามองหน้าจองกุกอย่างไม่เข้าใจ น้องควรขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้านไปแล้วสิ ไม่ใช่มานั่งอยู่ข้างๆเขาในรถแบบนี้ เสียงเครื่องปรับอากาศคือเสียงเดียวที่ดังอยู่ ร่างเล็กไม่รู้จะถามอะไร ส่วนจองกุกก็เงียบอยู่แบบนั้น พวกเขาเล่นเกมจ้องตากันอยู่ประมาณห้านาทีได้ ก่อนที่ยุนกิจะทนไม่ไหวแล้วชิงถามขึ้นมาก่อน


 


“ทำไม..มาอยู่ตรงนี้ล่ะ?”

 




นี่เขาถามอะไรออกไปวะ โคตรตลกอ่ะ

 

 




“ผมเปลี่ยนใจแล้ว ขอกลับด้วย”


“ห๊ะ?”


“ครับ” อีกฝ่ายว่าด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก่อนจะดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดบ้าง


“เออๆ ยังไงก็ได้ๆ” ยุนกิเกาหัวแกรกๆอย่างไม่เข้าใจก่อนจะเปลี่ยนเกียร์และถอยรถออก

 

 

 


อะไรของน้องมันวะ พี่งงอ่ะ

 

 

 

 

 



“เออแล้วรู้ได้ไงอ่ะว่าสวนขวดที่เราซื้อไปเป็นของจิน”


“ก็พี่เรียนสังคมฯ”


“ห๊ะ แล้วยังไงอ่ะ?”


“ก็แฟนพี่ซอกจินเขาชื่อนัมจุน เรียนสังคมศาสตร์เหมือนกันใช่มั้ยล่ะครับ”


“อื้อ”


“วันนั้นที่พี่มาซื้อ พี่บอกว่าซื้อไปให้แฟนเพื่อนที่เป็นคนชอบดูแลคนอื่น แล้ววันนี้ผมเห็นพี่ซอกจินเขาดูแลพี่ดี แล้วพี่ก็เรียนคณะเดียวกับพี่นัมจุนด้วย ก็เลยเดาเอาน่ะครับ”


“อ่อ อย่างนั้นเหรอ” น้องจอนจองกุกนี่แม่งไม่ใช่เล่นๆแล้วล่ะครับ คิดถูกจริงๆที่ไม่พยายามจัดฉากอะไร “เออแล้วจองกุกแกล้งเราทำไมอ่ะ”


“แกล้งตอนไหนครับ?”


“ก็ตอนที่จะพูดเรื่องสวนขวดของจินไง ที่เราเกือบทำมันตายอ่ะ”


“แบบนั้นเรียกว่าแกล้งเหรอครับ ผมแค่พูดเฉยๆ”

 

 



ไอ้เด็กนี่

 

 



“เออๆ ช่างมันเหอะ” ยุนกิกลอกตาก่อนจะหมุนพวงมาลัยเลี้ยวเข้าหมู่บ้านตามที่อีกคนบอก หมู่บ้านของน้องอยู่ไม่ไกลจากเขาจริงๆด้วย ห่างกันแค่ไม่เท่าไหร่เอง “จองกุกเล่นสแนปแชทมั้ยอ่ะ”


“ไม่ค่อยเล่นครับ”


“งั้นเราขอสแนปได้ป่ะ?”


“ผมไม่ค่อยเล่นอ่ะ พี่เอาไปก็ไม่มีอะไรให้ดูหรอก”


“โอ้ยขี้หวงอ่ะ เดี๋ยวเราหาเองก็ได้” ร่างเล็กเบ้ปากก่อนจะจอดรถเมื่อถึงหน้าบ้านเดี่ยวสองชั้นของน้อง แล้วพูดประโยคแบบที่ชอบบอกจองกุกในไลน์บ่อยๆ “ถึงบ้านแล้วอย่าลืมบอกเราด้วยนะ”


“ผมก็ถึงแล้วนี่ไง” มือหนากดปลดล็อคเข็มขัดนิรภัย แล้วเอี้ยวตัวไปหยิบกระเป๋าเป้ที่วางอยู่เบาะหลังก่อนจะเปิดประตูลงจากรถ


“งั้นถึงห้องนอนแล้วอย่าลืมไลน์บอกเราด้วยนะ”


“อะไรของพี่เนี่ย” คนตัวขาวหัวเราะเสียงดังให้กับคิ้วขมวดๆบนใบหน้าของจองกุก


“เดี๋ยวเราถึงบ้านแล้วจะบอกนะ”

 


ยุนกิส่งยิ้มกว้างให้ร่างสูงที่ยืนอยู่ด้านนอก คนน้องไม่ได้ตอบอะไรแต่แค่ปิดประตูรถให้เขาเท่านั้น เขากดเปิดกระจกอีกครั้งก่อนจะตะโกนบ๊ายบายอีกฝ่ายที่กำลังเปิดประตูรั้วสีดำนั่น จองกุกหันมามองเขา สงสัยคงเอือมระอาเต็มทนแล้วล่ะมั้ง ยุนกิกดปิดกระจก หัวเราะอยู่ในรถคนเดียว เขาก็ไม่รู้ว่าตัวเองขำอะไรหนักหนา รู้แค่ว่าอยากยิ้มออกมากว้างๆเท่านั้นเอง มือซ้ายดึงเบรกมือลงก่อนจะวนรถหาทางออกจากหมู่บ้าน

 

 





วันนี้ก็ไม่แย่มั้ง :)

 

 

 

 









จองกุกที่มือถือผ้าเช็ดตัวและจะเดินเข้าห้องน้ำต้องชะงักเท้าเมื่อเห็นโปรแกรมแชทสีเขียวเด้งขึ้นมาแจ้งเตือน มือหนาหยิบขึ้นมาดูก่อนจะพบว่าเป็นข้อความจากคนที่เพิ่งมาส่งเขาที่บ้านเมื่อสิบห้านาทีที่แล้วนี่เอง

 

 

 


Yooongi_ : เราถึงบ้านแล้วนะ


Yooongi_ : อยากรู้รึเปล่าไม่รู้ รู้แต่อยากบอก


Yoongi_ : ฝันดีนะ


Yooongi_: บ๊ายยยยยยย

 

 

 

 

 

 

 

 







#สวนขวดกุกก้า

 

 

 

 

 

 




TALK

 

ครบร้อยแล้วนะคะ เราว่าพาร์ทหลังมันไม่ใช่แค่ 55% แล้วอ่ะ มันเยอะกว่านั้นอ่ะ55555555 คือง่อยกับการแบ่งเปอร์เซนต์มากจริงๆ ความจริงเราไม่ค่อยเขียนเคะที่สดใสๆอะไรแบบนี้เท่าไหร่อ่ะนะคะ ไม่ใช่ทางเลย55555 คืออย่างพี่ก้าในเรื่องนี่ก็มีความก๊าวอยู่ระดับนึง แต่ตอนอยู่กับเพื่อนก็จะต่างกันไป อยู่กับโฮซอกก็อีกแบบ กับพี่จินที่เขาอ้อนได้เขาก็จะเป็นอีกแบบ พออยู่กับตัวเองเขาก็จะมีมุมความคิดของเขา อยู่กับพ่อแม่ก็จะเป็นแบบลูกชายคนเดียวของบ้าน แล้วพอมาอยู่กับน้องกุกก็จะอีกอย่าง อารมณ์เหมือนตอนเราอยู่กับคนที่ชอบเราก็จะมีด้านที่ซอฟต์ลง มีความน่ารัก ความเสียงสองอะไรแบบนี้อ่ะค่ะ5555 ยังไงก็เอนจอยนะคะ คอมเม้นจะติจะชมได้หมดเลยค่า






*ฮงจีซู  (เพื่อนคณะนิเทศฯของซอกจิน)

เรารู้สึกว่าเด็กนิเทศฯในความคิดเราน่าจะมีลักษณะภายนอกประมาณนี้น่ะค่ะ



















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 131 ครั้ง

3,568 ความคิดเห็น

  1. #3565 Yoongi my love (@0850930613) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 21:25
    ฮือออเขินน
    #3565
    0
  2. #3527 moonchild_kim (@moonchild_kim) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 02:22
    ยังไงน้องกุก ที่ว่าเปลี่ยนใจ อิ้อิ้

    น้องน่ารักมากเลย ซึนๆ คนพี่ก็นะรุกเยอะ ระวังน้องรุกบ้างจะไปไม่เป็นนะจ้ะะะ
    #3527
    0
  3. #3427 crescent_moon2 (@Crescent_Moon) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:34
    จองกุกกกก ที่เดินกลับมาคือไงคะ มีใจ หรือประหยัดค่ารถ 555
    #3427
    0
  4. #3354 aqua11 (@aqua11) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 01:11
    โอ้ยยยย ยุนกิน่ารักมากเลยค่ะ แต่ว่าน่าจะมาถูกทางแล้วจริง ๆ ปล่อยไปตามธรรมชาติไม่ต้องจัดฉากใส่น้อง แต่น้องจองกุกนี่ยังไงคะ ปากบอกพี่เขาว่าไม่ได้แกล้ง แต่ยอมรับกับจีมินนะว่าอยากแกล้ง แน่ะะะ
    #3354
    0
  5. #3332 lookpangg (@lookpangg) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 13:10
    พี่ยุนกิน่ารักกๆๆๆๆๆๆๆ
    #3332
    0
  6. #3294 Mint S (@siri-ch36) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 19:13
    ยังไงกันน้าาาา
    #3294
    0
  7. #3250 Nulaw (@Nulaw) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 03:17
    ยุนกิ๊ นรมาก
    #3250
    0
  8. #2944 eunpink (@eunpink) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 23:01
    ชอบตอนยุนกิเช็ดแว่นให้น้องอ่ะ
    #2944
    0
  9. #2388 KONYBANG (@runrara) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 21:27
    ทำไมยุนกิน่ารักชิบหายวายวอดขน่ดนี้ จองกุกใจแข็งลงได้ไง
    #2388
    0
  10. #2165 fumio101 (@fumio101) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 10:04
    กุกเปลี่ยนใจกลับด้วยเพราะเป็นห่วงยุนกิสินะ -///-
    #2165
    0
  11. #2102 ceixx (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 01:32
    กุกมีใจแน่ๆ แพ้ความน่ารักพี่กิสินะดูก็รู้ว่าคนนี้ว่าที่แฟน 55555555 ยุนกิน่ารักจะมีตอนนั้นที่จะไม่ชมมั่ยนะแต่เอ็นดูอ่ะ เชียร์ให้จีบน้องให้ติดนะะ
    #2102
    0
  12. #2081 kookga-kookmin (@kookga-kookmin) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 21:53
    โอ๊ยยยย ชอบเคะ10คาแรคเตอร์แบบเน้555555555
    #2081
    0
  13. #2001 pinwaris (@pinwaris) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 16:10
    จองกุกเป็นห่วงคุณยุนกิใช่มั๊ยเนี่ย แหมๆ
    #2001
    0
  14. #1948 ppjppcllyy_penpi (@ppjppcllyy_penpi) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 10:18
    ที่กุกกลับบ้านด้วยเพราะเป็นห่วงยุนกิจะไม่ระวังตัวเองแน่เลยอะ น่ารักก
    #1948
    0
  15. #1947 ppjppcllyy_penpi (@ppjppcllyy_penpi) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 10:18
    อยากกินพี่ก้ามากค่ะ หลงรักด้านน่ารักก มีการถึงห้องนอนแล้วไลน์มาบอกด้วยนะะ
    #1947
    0
  16. #1787 ARDS; (@babyshorttyrd) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 04:01
    แงงงงงงง้ อยากเอาพี่ก้าจะใส่ขวดเขย่าๆกลืน น่ารักเหลอเกินทูลหัว
    #1787
    0
  17. #1760 MITA ALIZE (@pop1916041) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 11:53
    โอ๊ยยยยยย อยากจะซื้อเอ็มร้อย ซื้อเรดบูลไปเติมพลังให้พี่ยุนกิ
    แบบตอนจองกุกบอกไม่อยากรบกวนนี่เราใจเสียละอ่ะ แบบถ้าเป็นเรานี่เราน่าจะหน้าเจื่อนละแต่พี่กิมีความหยอดต่อ เราว่าละว่าพี่เป็นคนใจเด็ด5555 จริงๆพี่ก็คือเป็นคนชัดเจนกับความรู้สึกอ่ะเนอะ เราชอบตอนที่พี่ยุนกิบอกว่าขี้เกียจมาสร้างสถานการณ์เพราะจองกุกก็รู้แน่ๆ อีกอย่างน้องจะอึดอัดเปล่าๆ เออ คือเราชอบความคิดนี้ของพี่เขามากเลยอ่ะ จริงๆคือพี่รุกหนักประมาณนึงเลยแต่สิ่งที่พี่คิดตลอดก็คือจะเข้าหาแบบไม่ให้คนน้องอึดอัด เราว่าพี่เขาเป็นคนที่เคารพสเปซของคนที่ตัวเองจีบดีอ่ะ
    ในส่วนของจองกุก เราเก็ทฟีลความรู้สึกพี่ยุนกิตอนอยู่บนรถเลย คือคนมันชอบอ่ะ แค่เล็กๆน้อยๆเราก็หวั่นไหวละ เราว่าจากนี้พี่คงจะชอบน้องมากกว่าเดิมอีก ฮือออ พูดแบบนี้ก็แอบหวั่นใจแฮะ ไม่อยากให้พี่เฮิร์ทเลย
    ส่วนจอนของกุกอิแกล้งเฉยๆนี่คือไรอ่ะ แบบนี้ก็ได้หรอคนเรา 555555 ชิๆๆๆๆ หมั่นไส้จริงๆ เราว่าน้องก็ดูเปิดใจให้พี่นิดหนึ่งละ นิดแบบนิดจริงๆ 5555 แต่น้องก็ดูไม่หวั่นไหวเลย กลัวใจน้องแฮะ 55555
    #1760
    0
  18. #1690 ifai___ (@ifai___) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 22:35
    เขินอะไรก็ไม่รู้ ._.
    #1690
    0
  19. #1622 SVTJH (@SVTJH) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 11:14
    กุกไม่คิดจะชอบความน่ารักของพี่กิบ้างเลยหราาาา
    #1622
    0
  20. #1592 dewjjk (@dewjjk) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:43
    โอ๋ย น่ารักเหลือเกิลครับสังคม จกุกนี่คืออะไรอ่ะ ปากแข็งถูกมั้ย เอาจริงเรื่องนี้เราชอบนิสัยของทั้งคุณยุนกิทั้งจกุกเลยนะ ดูมีมิติมีด้านมากๆ ชอบ โอย
    #1592
    0
  21. #1533 Mo_mo (@12343234) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:32
    กรี้ดดดด ยัยอ้วยยุนกิมีหวังแล้ว โอ้ยยยจินลูกมาจุ๊บเหม่งทีชงได้น่ารัก ยัยจีมด้วย
    #1533
    0
  22. #1428 ONlYMIN (@Tameen_D) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 11:29
    ทำมั้ยน้องเปลี่ยนใจกลับด้วยละเนี้ยเป็นห่วงพี่เค้าอะดิ
    #1428
    0
  23. #1393 rapperx10 (@choleebow) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 01:18
    จองกุกนี่เริ่มสนใจแล้วถูกมะ ทำมาเปนแล้วคือไรอยู่ๆก็กลับขึ้นรถมาอะแงๆๆๆๆวๆวๆวๆๆววหวหวหวๆ เขินฮือ
    #1393
    0
  24. #1254 Nantashi (@hellbutterfly) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2559 / 21:10
    พี่กิน่ารักอะ โอ้ยยย น่าจับฟัด อยากมีเพื่อนแบบพี่จินบ้างจัง
    #1254
    0
  25. #1209 เซ็นสึยะ (@aor1987) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 02:03
    ไม่ได้สนใจแค่อยากแกล้งเฉยๆ แบบนี้ก็ได้หรอกุกกก เริ่มสนใจก็พูดมาเถอะแหมมม แล้วไรอะมีเปลี่ยนใจขอกลับด้วยด้วยอะ เกลียดความขี้เต๊าะของยุนกินิดๆหน่อยๆก็เอา55555555
    #1209
    0