BTS | CLOSED TERRARIUM (KOOKGA)

ตอนที่ 30 : PROCESS 27

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,520
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 710 ครั้ง
    23 พ.ค. 61














PROCESS 27

 










หลังจากวันนั้นที่ยุนกิถามคำถามนั้นออกไป เขาก็หยิบของเท่าที่จำเป็นและขับรถกลับบ้านในทันที เพราะเขารู้สึกว่าตัวเองทนอยู่ที่นั่นไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว และเย็นวันถัดมาจองกุกก็มาหาเขาที่บ้านหลังจากที่เงียบหายไปทั้งคืน ซึ่งเขาก็ได้ขอให้พี่จูบอกไปว่าเขาออกไปข้างนอกและคืนนี้น่าจะค้างบ้านเพื่อน ร่างเล็กรู้ตัวดีว่านี่มันคือการหนีปัญหาและเขาก็ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน แถมมันยังเป็นวิธีที่เขาคิดมาตลอดชีวิตว่าไร้สาระสิ้นดี แต่กับครั้งนี้ ยุนกิอยากลองกลับมาคิดทบทวนดีดูจริงๆ จังๆ สักที ว่าที่ผ่านมาระหว่างเขากับน้องมันใช่ความรักจริงๆ ไหม หรือเป็นแค่ความสงสาร หรือแม้แต่ว่าจริงๆ แล้วมันไม่เคยมีความรู้สึกอะไรเกิดขึ้นระหว่างเราเลย

 

 








ก๊อก ก๊อก ก๊อก





 

“เข้ามาเลยครับ” ทันทีที่พูดจบ ประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออก เป็นป๊านั่นเองที่เข้ามา ยุนกิละมือที่กำลังฉีดฟ็อกกี้ใส่สวนขวดพร้อมกับวางมันไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือ


“ทำอะไรอยู่?”


“รดน้ำต้นไม้อ่ะป๊า ทำไมป๊ากลับบ้านเร็วจังอ่ะวันนี้”


“ช่วงนี้ป๊าก็กลับไวทุกวัน แกไม่ค่อยอยู่บ้านจะไปรู้อะไรหืม” ร่างเล็กหัวเราะร่าก่อนจะเดินมานั่งหมุนไปหมุนมาบนเก้าอี้ ตาเรียวมองตามปะป๊าของตัวเองที่เดินมาหยิบต้นไม้ต้นเล็กขึ้นดู “ต้นนี้ใช่มั้ยที่จองกุกซื้อให้น่ะ”


“อื้อๆ ใช่แล้ว ป๊าชอบมั้ย? เอาไปเลี้ยงป่าวผมยกให้”


“ป๊าไม่เอาหรอก แฟนแกซื้อให้แกก็เลี้ยงเองสิ”


“โธ่ป๊าก็ จองกุกไม่ว่าหรอกน่า”


“แล้วทำไมช่วงนี้แกกลับมานอนบ้าน ทะเลาะกับน้องเขาเหรอ?” คนตรงหน้าว่าพลางเดินไปนั่งตรงปลายเตียงที่ถูกเก็บเรียบร้อยของเขา


“ก็นิดหน่อยอ่ะป๊า วัยรุ่นก็แบบเนี้ย ไม่มีไรหรอก เดี๋ยวก็ดีกัน” ยุนกิส่งยิ้มบางๆ ให้คนเป็นพ่อ พยายามทำให้อีกฝ่ายรู้สึกสบายใจและไม่ต้องเป็นห่วง


“จะได้ดีกันเร้อ หนีเขามาแบบนี้น่ะ” แต่เขาคงลืมไปเองว่านี่คือผู้ชายที่เลี้ยงเขามาตั้งแต่เกิด แน่นอนว่าป๊ารู้ทันเขาแทบทุกอย่าง “ไม่ใช่ว่าป๊าไม่รู้นะที่ว่าเขามาง้อถึงบ้าน ม้าเขาก็เป็นห่วงด้วย”


“รู้ได้ไงเนี้ย” ร่างเล็กพูดติดตลกอีกครั้งก่อนจะย้ายไปนั่งตรงที่ว่างข้างๆ ป๊า ยกไม้ยกมือกอดแขนราวกับต้องการจะอ้อนเป็นเด็กๆ “ก็ยังไม่พร้อมคุยอ่ะป๊า กลัวทะเลาะอีก”


“ทะเลาะกันแรงมากเลยเหรอ? ปกติจองกุกออกจะใจเย็นแล้วก็ไม่ค่อยเถียงแกนะป๊าว่า”


“ก็เพราะใจเย็นเพราะไม่พูดเนี่ยแหละป๊า!” ยุนกิมุ่ยหน้าทันที แถมยังเผลอขึ้นเสียงโดยไม่รู้ตัวอีก เสียงหัวเราะทุ้มๆ ของปะป๊ายิ่งทำให้เขาหน้างอมากกว่า “ป๊าขำไรเนี่ย คนยิ่งเครียดๆ อยู่ ลูกชายทะเลาะกับแฟนนะเนี้ยขำได้เหรอป๊า”


“เฮ้อ หมดกัน ลูกชายตัวแสบของป๊าคนที่เคยหักอกสาวๆ ตอนนี้สิ้นลายแล้ว หมดกันๆ” ป๊าจับไหล่ทั้งสองข้างก่อนจะพลิกตัวเขาไปมาเหมือนสำรวจอะไรสักอย่าง


“ก็รักอ่ะป๊าไม่งั้นไม่ยอมขนาดนี้หรอก”


“รักแล้วทำไมไม่ยอมคุยกับเขา รักแล้วหนีแบบนี้เหรอ?”


“ขอเวลาผมแป๊บเดียวป๊า ขอทบทวนสักพักนะ เดี๋ยวจะกลับมาเก่งละ”


“คิดดีๆ แล้วกัน แกจะตัดสินใจยังไงป๊าไม่ยุ่ง แต่ขออย่างเดียว อย่าทำให้ตัวเองเสียใจ รู้มั้ย?” มือใหญ่เลื่อนมาวางลงบนศีรษะของเขาพร้อมกับลูบไปมาเบาๆ ก่อนจะกดจมูกลงบนกลุ่มผมอย่างรักใคร่จนยุนกิอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา


“รู้แล้วครับ รักป๊าน้า”


“ไปๆ ไปกินข้าวกัน พี่จูเขาทำเสร็จแล้ว” ป๊าว่าจบก็ลุกขึ้นก่อน ขาก้าวไปเปิดประตูห้องนอนขณะที่ยุนกิลุกเดินไปที่โต๊ะเขียนหนังสืออีกครั้ง


“ได้เลย หิวมากเลยเนี่ย”


“หิวก็กินให้มันเยอะๆ ทองหล่อยังกินข้าวเยอะกว่าแกอีกช่วงนี้”


“โหๆ เดี๋ยววันนี้จะกินสองจานเลย” มือขาวข้างที่ไม่ได้ถือโทรศัพท์ตบพุงโชว์เป็นเชิงให้คำสัญญา “ผมชาร์จแบตโทรศัพท์แป๊บครับเดี๋ยวตามลงไป”


“รีบมา ม้ามาแล้ว”


“อื้อ”



 

เขายิ้มตาหยีให้คนเป็นพ่อที่ปิดประตูห้องนอนให้เสร็จสรรพ ร่างเล็กนั่งลงบนเก้าอี้ หยิบที่ชาร์จแบตขึ้นมาเสียบกับโทรศัพท์มือถือของตัวเองก่อนจะก้มลงไปเสียบปลั๊ก หน้าจอสว่างวาบเป็นสัญญาณให้รู้ว่าไฟเข้าแล้ว การแจ้งเตือนบนหน้าจอพร่ามัวเพราะน้ำใสๆ ที่เอ่อคลอบดบังการมองเห็น แต่ยุนกิก็ยังรับรู้ได้อยู่ดีว่าการแจ้งเตือนเยอะแยะพวกนั้นมันมาจากใคร

 

 

 



















มือขาวหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเมื่อรู้สึกว่ามันสั่น ข้อความจากจองกุกเด้งขึ้นมาในแถบแจ้งเตือน ตาเรียวเบนไปทางอื่นพร้อมกับเก็บเครื่องมือสื่อสารนั้นใส่กระเป๋ากางเกงอย่างเดิม เขาตั้งใจเมินอีกฝ่ายอย่างไม่ปิดบัง จองกุกไม่ใช่พวกรัวข้อความมาหาเมื่อเขาไม่ตอบ หรือโทรจี้เป็นสิบสายถ้าหากเขาไม่รับ แต่น้องจะโทรหรือส่งข้อความอยู่เรื่อยๆ ให้รู้สึกว่าเจ้าตัวไม่หายไปไหน ซึ่งมันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับตอนที่เรายังดีกันอยู่ ขาเรียวเดินออกจากลิฟต์พร้อมโฮซอกและนัมจุน เขาเอ่ยทักทายปาร์คชานยอลที่ยืนรออยู่ด้านหน้าตึก อีกฝ่ายมารอเขาแบบนี้เป็นวันที่สามแล้วนับจากที่รู้เรื่อง แน่นอนว่าเพื่อนสนิทเขาทุกคนรู้เรื่องที่เกิดขึ้นเพราะไม่อย่างนั้นคงไม่มาล้อมหน้าล้อมหลังเขาเป็นเด็กๆ อยู่แบบนี้หรอกน่ะนะ จองโฮซอกเกือบบุกไปหาจองกุกที่คณะด้วยความโมโห ดีที่น้องดาราห้ามไว้เสียก่อน ไม่งั้นคงได้มีเด็กปีหนึ่งปากแตกตามที่เพื่อนเขามันพูดแล้วจริงๆ ยุนกิอดขำในใจไม่ได้เมื่อเห็นอาการเป็นห่วงเกินเหตุของเพื่อนตัวเองแต่ละคน ใครๆ ก็รู้ว่าเขาโกรธยากงอนยาก ยิ่งกับคนที่รักล่ะก็นับครั้งได้เลยล่ะ พวกมันเลยคิดว่าครั้งนี้คงสาหัสมากนั่นแหละนะ

 

 


วันนี้กินอะไรดียุนกิ?” ร่างสูงเอ่ยถามเขาพร้อมกับออกเดินไปด้วยกัน ยุนกิส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนจะตอบอีกคนไปตามที่คิด


อะไรก็ได้อ่ะ ไม่ค่อยหิว


ฝากหน่อยนะไอ้ชาน วันนี้กูต้องไปรับแทว่ะ ไอ้นัมจุนก็มีนัดกับจินอีก


โฮซอกมึง กูไม่ใช่เด็กแล้วป่ะ จะมาฝากอะไรล่ะ


ก็เพราะไอ้ความไม่ใช่เด็กของมึงนี่แหละน่าเป็นห่วงสุดเลย ชีวิตนี้ไม่เคยไม่อวดเก่งมั้ยมินยุนกิ?”


“อะไรๆ กูอวดเก่งตรงไหน


“ตรงนี้แหล่ะไอ้ห่า” จองโฮซอกเอื้อมมือมาผลักหัวเขาเบาๆ ขณะที่เขาเอาแต่หัวเราะเอิ๊กอ๊ากเหมือนเด็กๆ “เชี่ย



 

มินยุนกิมองตามสายตาเพื่อนสนิทที่มองตรงไปด้านหน้า ก่อนจะต้องชะงักเท้าโดยอัตโนมัติเมื่อเห็นใครบางคนที่ยืนอยู่ไม่ไกล ทว่าอีกคนกลับไม่เดินเข้ามาหา คงเพราะเห็นว่าเขายังยืนอยู่กับเพื่อน ยุนกิรีบหันไปจับแขนโฮซอกก่อนเป็นอย่างแรก เขากลัวเพื่อนสนิทมันจะพุ่งตัวไปต่อยจองกุกจริงๆ ให้ตายเถอะ



 

“สัด กูไม่ต่อยมันหรอก” โฮซอกดึงแขนของเขาออกด้วยความหงุดหงิด แถมยังเอาแต่มองจองกุกตาขวาง แล้วอย่างนี้จะไม่ให้กลัวได้ไง


“ใครจะไปรู้วะ มึงยิ่งหัวร้อนอยู่”


“แล้วเอาไงยุนกิ มึงจะคุยกับน้องมันมั้ย?” นัมจุนพูดขัดขึ้นมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มันดูมีสติที่สุดแล้วในกลุ่มเขา มันบอกว่าจริงๆ ก็โกรธน้องที่ทำแบบนั้น แต่ก็เข้าใจเหมือนกัน


“กูไม่อยากเจอเลยว่ะ..


“แต่มึงหนีไปไม่ได้ตลอด รู้ใช่มั้ย?”


“ยุนกิ รีบไปเคลียร์เถอะ อย่าปล่อยให้ค้างคาเลย” เขาหันไปมองชานยอลที่เอ่ยน้ำเสียงเรียบๆ สนับสนุนความคิดของนัมจุน มีก็แต่โฮซอกที่บ่นพึมพำด้วยความหัวเสียสลับกับกดโทรศัพท์หาแทฮยอง


“พวกมึงรีบไปรับแฟนเหอะ กูโอเค”


“ได้ไง เดี๋ยวรอ


“ไม่เป็นไรจริงๆ มึง แต่ว่าชานยอล รอเราก่อนได้มั้ย?”


“อืม”


“งั้นจับตามองเลยนะไอ้ชาน มีไรรีบโทรหากู”


“เออน่า เดี๋ยวดูให้ มึงไปเหอะ เมียตามแล้วมั้ง” คนข้างๆ เขาดันหลังโฮซอกให้รีบเดินไป นัมจุนเดินมาตบไหล่เจ้าตัวก่อนจะพูดเบาๆ อีกครั้ง


“ฝากด้วยนะมึง” ชานยอลพลักหน้ารับ ก่อนจะหันมาหาร่างเล็กอีกครั้ง


“เราไม่จับตาดูแบบที่ไอ้โฮซอกมันบอกหรอกนะ เดี๋ยวรอที่รถ ตามสบายเลย”



 

อีกฝ่ายพูดติดตลก ซึ่งมันก็ทำให้เขาหลุดยิ้มออกมาได้นิดหน่อย ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินเลี่ยงไปทางหน้าตึกสถาปัตยกรรมซึ่งจอดรถเอาไว้ตรงนั้น เหลือเพียงแค่เขาที่ยังยืนอยู่ตรงนี้คนเดียว เด็กปีหนึ่งค่อยๆ เดินเข้ามาหา ยุนกิเผลอขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าดูโทรมลงมาก ใบหน้าซูบตอบกับดวงตาอ่อนล้าหลังเลนส์แว่นคือสิ่งที่เด่นชัดที่สุด เขาอยากจะถามออกมาว่าทันทีว่าน้องเหนื่อยมากไหม งานเยอะหรือเปล่า กินข้าวตรงเวลาไหม แต่ที่ทำได้ตอนนี้ก็เพียงแค่ยืนเงียบเท่านั้น



 

“พี่ยุนกิ” มือข้างหนึ่งของคนที่ยืนอยู่บนขั้นบันไดที่เตี้ยกว่าเอื้อมมาจับมือของเขาเอาไว้



“คิดถึง” มินยุนกิรู้สึกเหมือนตัวเองโดนทุบด้วยอะไรสักอย่างอย่างแรงทันทีที่ได้ยินคำนั้นจากปากของจองกุก เขาแทบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้วถ้าหากไม่พยายามฝืนมันเอาไว้


“ไปคุยกันบนรถเถอะ”



 

เขาค่อยๆ ดึงมือออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย จองกุกชะงักไปเมื่อเห็นท่าทีนั้นของเขา ร่างเล็กรู้สึกเจ็บแปลบในอก ริมฝีปากเม้มแน่นขณะที่เดินนำหน้าน้องไปยังลานจอดรถชั้นใต้ดิน ยุนกิรู้ดีว่าจองกุกชอบจอดรถตรงไหน ระหว่างทางมันเงียบเอามากๆ ไม่มีเสียงใดหลุดออกจากปากของพวกเขาทั้งคู่ มีเพียงแค่เสียงรองเท้าสองคู่ที่เดินตามกันมาเท่านั้น ยุนกิกำมือแน่นและเงยหน้าบ่อยครั้ง พยายามกดความรู้สึกของตัวเองเอาไว้ให้มิด เขามีสิ่งที่อยากจะลองพิสูจน์ดู แม้ว่าสุดท้ายผลลัพธ์จะออกมาไม่ดี ตัวเขาเองก็ยินดีที่จะยอมรับผลของมัน



 

ในที่สุดเขาก็เดินมาถึงรถของอีกคน แม้มันจะเป็นเวลาแค่ไม่กี่นาที แต่มันช่างดูยาวนานเหลือเกินในความรู้สึก มือขาวเปิดประตูด้านหน้าขณะจองกุกเดินขึ้นไปนั่งฝั่งคนขับ น้องสตาร์ทรถและเปิดแอร์ทันทีเหมือนทุกครั้ง คงเพราะเจ้าตัวรู้ดีว่าเขาขี้ร้อนขนาดไหน ตาเรียวเอาแต่มองไปด้านหน้า มันไม่มีอะไรที่น่าสนใจเลยสักนิด มีแค่กำแพงสีขาวที่ถูกทำให้เลอะเทอะก็เท่านั้น ยุนกิไม่กล้าหันไปมองจองกุก ต่างกับน้องที่เอาแต่จดจ้องมาที่เขา เขาอยากเคลียร์ อยากกอด อยากจับมือ อยากทำทุกอย่างที่เคยทำ แต่ความคิดบางอย่างที่กำลังตีวนอยู่ในหัวมันกลับชะงักการกระทำเหล่านั้นของเขา



 

“พี่ยุนกิผมขอโทษ”



“ขอโทษทุกอย่าง ขอโทษที่ไม่อธิบาย ขอโทษที่ใจดีกับคนอื่น ขอโทษที่ทำให้พี่ไม่ไว้ใจอีก”



“แต่วันนี้ผมพร้อมที่จะอธิบายแล้วนะครับ ทุกอย่างที่พี่อยากรู้ ทุกอย่างที่พี่อยากฟัง ผมจะพูดทุกอย่างเลย” มือหนาเอื้อมมากอบกุมมือของเขาไว้อีกครั้ง ความรู้สึกอบอุ่นที่ยุนกิคิดถึงค่อยๆ แผ่ซ่านเข้าไปในอก


“จองกุกพี่ยุนกิขอโทษ” ยุนกิบีบมือของน้องแน่น “แต่วันนี้เราไม่พร้อมที่ฟังมันจริงๆ”


“พี่ยุนกิ


“เธอรักเรามั้ย?” เขาหันไปเผชิญหน้ากับจองกุกตรงๆ มินยุนกิรู้สึกขอโทษที่เป็นสาเหตุให้ดวงตาคู่สวยที่เคยมีดวงดาวอยู่ข้างในตอนนี้กลับมีแต่ความเจ็บปวดและสั่นไหว


“รักครับ รักมากๆ” ร่างสูงใช้แขนข้างที่ว่างดึงตัวเขาเข้าไปกอด มืออีกข้างบีบแน่นขึ้นกว่าเก่า เขารู้สึกได้ว่าคนตรงหน้ากำลังตัวสั่นน้อยๆ “พี่จะยังไม่หายโกรธผมก็ได้ แต่กลับมาเถอะนะครับ นะ ขอร้อง


“จองกุก เราลองห่างกันดูมั้ย?”


” ร่างเล็กผละออกจากอ้อมกอดของอีกฝ่าย จองกุกมองหน้าเขานิ่ง น้ำตาที่ค่อยๆ ไหลออกจากดวงตาคู่นั้นมันทำให้ยุนกิเจ็บปวด แต่ว่าเขาเลือกแล้ว มือทั้งสองข้างขยับไปเช็ดน้ำตาให้น้องเบาๆ


“เผื่อจะได้รู้สักทีว่าเรารักกัน หรือว่าที่ผ่านมาจองกุกแค่สงสารพี่ และจริงๆ แล้วเธอไม่เคยรู้สึกอะไรแบบนั้นกับพี่เลย”







 


เป็นครั้งแรกที่ความไม่แน่ใจชนะความเชื่อใจ








 

ร่างเล็กดึงมืออกจากการเกาะกุมของน้องเป็นครั้งที่สอง ครั้งนี้มันค่อนข้างยาก แต่ว่าเขาก็ทำได้ เขาเปิดประตูลงจากรถ เดินกลับขึ้นไปหาชานยอลที่รออยู่พร้อมกับน้ำตาที่ไหลไม่หยุด สิบเดือนที่ผ่านมาเหมือนไม่มีความหมายอะไรทั้งๆ ที่เราก็ผ่านอะไรกันมาเยอะ แต่ครั้งนี้ยุนกิกลัว กลัวจริงๆ เขาไม่อยากเสียน้องไป ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะทำแบบนี้ ห่างกันเพื่อทบทวน ห่างกันเพื่อตอบคำถามที่ยังค้างคาในใจ เขาไม่อยากคบกับจองกุกทั้งๆ ที่ยังสงสัยในความรู้สึกของน้องอยู่ทุกครั้งที่กอดกัน ยุนกิเคยคิดว่าตัวเองคงทนได้ แต่พอได้ครอบครอง ได้มาเป็นเจ้าของ เขากลับรับรู้ได้ทันทีว่าตัวเองคงทนไม่ได้อย่างที่เคยพูด เขาเหมือนเดินหน้าอยู่ตลอด แต่ความจริงแล้วยุนกิอาจจะไม่ได้ขยับไปไหนเลยก็ได้ ถ้าสุดท้ายแล้วมันจะจบลงจริงๆ ก็คงต้องปล่อยให้มันจบ มินยุนกิคิดว่าเขาเหนี่ยวรั้งความสัมพันธ์นี้มานานเกินไปแล้ว

 



“เฮ้ย! ยุนกิ” ปาร์คชานยอลที่กำลังเล่นโทรศัพท์เงยหน้าขึ้นมาเจอสภาพของเขาที่เปิดประตูฝั่งข้างคนขับขึ้นมานั่งก็ได้แต่อุทานอย่างตกใจ เดาได้ว่ามันคงแย่ในระดับหนึ่งเลยล่ะ


“ชานยอล” ยุนกิเบะปากอย่างไม่พยายามอดทนอดกลั้นอะไรอีก เขาโถมตัวกอดชานยอลแน่นพร้อมกับร้องไห้ออกมาเสียงดังเหมือนเด็กๆ “เราเราบอกน้องไปแล้ว ขอห่างน้องไปแล้วอ่ะ”


“เอาจริงดิ?” มือใหญ่ลูบหัวลูบหลังเขาไปมาหวังว่าจะให้หยุดสะอื้น แต่ขอโทษจริงๆ ยุนกิคงเข้มแข็งให้ไม่ได้ในตอนนี้


“ชานยอล น้องร้องไห้ด้วย เราไม่เคยเห็นน้องร้องไห้มาก่อนเลย แล้วแล้ววันนี้อ่ะ น้องใส่แว่นมา เพราะอะไรรู้ป่ะ เพราะน้องตาบวมเลยใส่คอนแทคเลนส์ไม่ได้ แสดงว่าวันก่อนๆ น้องก็ร้องไห้ใช้มั้ย เราแม่งโคตรแย่เลยอ่ะ  แล้ววันนี้ก็ยังทำน้องร้องไห้ได้อีก ฮึก ทำทำไงดีอ่ะ น้องจะเสียใจมากมั้ยอ่ะ เราไม่น่าพูดแบบนั้นเลย..


“ใจเย็นๆ ยุนกิ ใจเย็นๆ ค่อยๆ พูดนะ”


“น้องจะอธิบายทุกอย่างแล้วอ่ะ แต่เราก็ยังไม่เปิดใจรับฟังน้องเอง เราแย่มากใช่มั้ย ใจร้ายใช่มั้ย? มินยุนกินิสัยไม่ดีเลย” มือขาวกำเสื้อนักศึกษาของคนตรงหน้าจนมันยับยู่ยี่ไปหมด ปากก็ไม่หยุดพูดว่าตัวเองเสียที


“ไม่เป็นไรนะ ยุนกิเก่งแล้ว เข้มแข็งมาก”


“ไม่ไม่อยากเลิกอ่ะ ไม่อยากเลิกกับจองกุก”


“ไม่เลิกหรอกเชื่อเรา ให้เวลาน้องมันคิดหน่อยนะ จองกุกมันฉลาด เดี๋ยวก็คงเข้าใจว่ายุนกิทำไปทำไม”


“จะเข้าใจแน่ๆ ใช่มั้ย?” เขาผละออกพร้อมกับเงยหน้ามองชานยอลอย่างขอความมั่นใจ ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่เคยทำให้เขาผิดหวัง ไม่เคยเลยสักครั้ง มือใหญ่เอื้อมมาปาดน้ำตาให้เขาเหมือนเขาเป็นเด็กเล็กๆ


“อื้อ เข้าใจแน่ๆ”


“ขอบคุณนะ ชานยอล”

 









 

ในบางครั้ง ยุนกิก็คิดว่าตัวเองคงรักจองกุกมากไปจริงๆ

 








































ปาร์คจีมินอดถอนหายใจไม่ได้เมื่อเห็นสภาพของเพื่อนสนิทตัวเองตรงหน้า จองกุกเอาแต่นั่งเงียบ จากที่ปกติก็ไม่ค่อยพูดอยู่แล้วตอนนี้ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ ตั้งแต่อีกฝ่ายโทรถามเขาว่าวันนี้วันเสาร์ได้กลับบ้านรึเปล่า พอจีมินให้คำตอบไป อีกชั่วโมงต่อมาจอนจองกุกก็ขับรถมาหาเขาถึงบ้าน ตั้งแต่มาร่างเล็กได้ยินจองกุกพูดอยู่แค่สองประโยค นั่นก็คือ สวัสดีครับ (ตอนไหว้คุณพ่อกับพี่สาวของเขา) กับ ซื้อมาฝาก (ตอนยื่นแก้วชานมไข่มุกมาให้) และตอนนี้เจ้าตัวก็จัดการค้นแผ่นหนังในห้องนอนของเขาพร้อมกับเปิดดูอย่างถือวิสาสะ ปาร์คจีมินถอนหายใจอีกครั้งหลังจากจ้องคนข้างๆ อยู่นานสองนาน สภาพของจอนจองกุกตอนนี้ดูไม่ได้เอาเสียเลย ดวงตาหลังเลนส์แว่นที่ดูอ่อนล้าและแดงช้ำ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคงร้องไห้มาหลายวัน กระทั่งตอนนี้บนใบหน้าเรียบนิ่งไม่แสดงอารมณ์กลับมีน้ำตาไหลออกมาอยู่เรื่อยๆ ราวกับว่ามันคือก๊อกน้ำที่ถูกใครบางคนเผลอเปิดทิ้งเอาไว้ จีมินก็ดีใจน่ะนะที่จองกุกเลือกที่จะมาร้องไห้ด้วย แต่เขาเองก็ไม่สบายใจเหมือนกันจริงๆ สาบานได้เลยว่าไม่เคยเห็นเพื่อนสนิทตัวเองเป็นหนักขนาดนี้มาก่อน



 

“เฮ้อ มานี่มา” ร่างเล็กขยับตัวเข้าไปใกล้ก่อนจะดึงตัวอีกคนเข้ามากอด “หนักเลยนะจองกุก หมดสภาพเลย รักเขามากมั้ยเนี่ย”


“อือมาก มากโคตรๆ” จองกุกพูดเสียงอู้อี้ แต่ว่าไม่ได้สะอื้นอะไร วงแขนกว้างกระชับกอดเขาแน่นขึ้น “เพิ่งรู้ว่ารักขนาดนี้ก็ตอนที่ไม่มีพี่เขา”


“น่าสงสารจริงๆ เพื่อนใครวะเนี่ย” จีมินรู้สึกรำคาญร่างกายเล็กๆ ของตัวเองเหลือเกิน จะกอดเพื่อนก็กอดไม่ถนัด จนตอนนี้กลายเป็นโดนจองกุกกอดเองไปแล้ว


“ทำไงดีอ่ะ” อีกฝ่ายถามเสียงอ่อน น้ำตายังหยดลงบนเสื้อของเขาไม่หยุด


“ง้อดิ ไปง้อเลย”


“พี่เขาบอกให้ห่างกัน ไม่กล้าไป กลัวพี่เขารำคาญ”


“พี่ยุนกิเขาขอห่างเพื่อให้คิด ไม่ได้ขอห่างเพื่อให้เลิก จองกุกปกติก็ฉลาดนะ ทำไมเรื่องแบบนี้โง่จัง”


“จีมิน เอาใหญ่นะ” ร่างสูงผละออกมามองหน้าเขาจนจีมินได้แต่หัวเราะแห้งๆ ใส่


“แหะๆ ขอโทษ” เขาสบตาอยู่กับคนตรงหน้าสักพัก ก่อนจะเอื้อมมือไปขยี้ผมจองกุกอย่างอดไม่ได้ “ไปข้างนอกกัน”


“เดี๋ยวเย็นๆ พี่เขามารับกลับหอไม่ใช่เหรอ?”


“ไม่เป็นไร เดี๋ยวบอกพี่จงอินว่าไม่ต้องมาแล้ว ให้จองกุกไปส่งแทน” เขาว่าพลางคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเข้าโปรแกรมแชท แต่เมื่อรู้สึกว่าอีกคนเงียบไปก็ต้องเงยหน้าขึ้นถามย้ำอีกครั้ง “ได้มั้ย?”


“ได้อยู่แล้วดิ แต่จะไม่ทะเลาะกันใช่ป่ะ?”


“ไม่หรอก พี่จงอินเข้าใจ แต่ถ้าทะเลาะนะก็เลิกไปเล้ย เราเลือกเพื่อนมากกว่าอยู่ละ”


“น่ารัก” มือใหญ่เอื้อมมาวางแปะบนผมของเขา ทว่าจีมินกลับย่นจมูกใส่ก่อนจะเบี่ยงศีรษะออก


“อย่าๆ นี่ไม่ใช่สาวๆ นะ ไม่ต้องมาทำตัวขี้อ่อย”


“นี่คืออ่อยเหรอ? ไม่ได้ตั้งใจอ่ะ ไม่รู้จริงๆ”


“เออออ นี่อ่ะอ่อย ไม่แปลกใจเลยทำไมถึงเป็นงี้ได้ จองกุกโง่จริงๆ ด้วยแฮะ


“ปาร์คจีมิน”


“ขอโทษๆๆ ลืมตัวอีกละอ่ะ”










พวกเขาออกจากบ้านตอนประมาณห้าโมงเย็น หลังจากที่พี่จงอินโทรมางอแงอยู่นานว่าทำไมถึงเปลี่ยนแผนกะทันหัน แต่พอพูดเรื่องจองกุกที่มีปัญหากับพี่ยุนกิอีกฝ่ายก็เข้าใจได้ทันทีว่าจีมินต้องอยู่ดูแลเพื่อนสนิท เขาขอให้จองกุกพาไปที่ห้างสรรพสินค้าก่อนเพื่อที่จะซื้อของใช้เข้าไปที่หอ ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกน้ำยาซักผ้า น้ำยาล้างจาน ทิชชู่อะไรพวกนั้น จองกุกที่ตอนนี้เหมือนหุ่นยนต์ถ่านหมดก็เออออตามเขาไปเกือบทุกอย่าง เข็นรถเข็นของห้างตามหลังเขาอย่างเอื่อยๆ จีมินไม่รู้หรอกว่าภายใต้สีหน้าเรียบเฉยของจองกุกนั้นมีอะไรซ่อนอยู่ แต่เขามั่นใจว่าเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ต้องมีพี่ยุนกิอยู่ในนั้นด้วยอย่างแน่นอน



 

“จองกุกใช้ผงซักฟอกอะไรอ่ะ? ทำไมเสื้อหอมจัง”


“ยี่ห้อนี้ สีชมพู” ร่างสูงเอื้อมไปหยิบน้ำยาซักผ้าขวดหนึ่งบนชั้นวางแล้วส่งให้เขา “เวลาส่งซักทีไรพี่ยุนกิก็เอาไปที่ร้านด้วยตลอด พี่เขาบอกว่าอันนี้หอมสุดแล้ว ไม่เป็นคราบด้วย”


“เออหอมจริง เดี๋ยวซื้อไปลองใช้เลย”


“กี่อัน? จะหยิบให้”


“ก็บอกว่าไม่ใช่สาวๆ ไง ไม่ต้องดูแลก็ได้ป่ะ? แต่ก็หยิบมาเลย สองขวด”


“ทำงี้จนชินแล้วอ่ะ ไม่รู้จะทำไง”


“แสดงว่าก็ไปทำอย่างนี้กับเอมี่ด้วยล่ะสิ”


“อ่า


“แน่เลย! ผู้หญิงเขาถึงคิดไปไกลนี่ไง” จองกุกไม่ได้ตอบอะไรกลับมา อีกฝ่ายทำเพียงแค่เข็นรถเข็นเดินข้างๆ เขาไปเงียบๆ “นี่นะ ถ้าพี่จงอินทำแบบนี้กับใครนะ เราจะไม่ยอมเงียบหรือใจกว้างอย่างพี่ยุนกิหรอก จะเหวี่ยงให้เข็ดเลย”


“วีนเก่ง”


“ไม่ได้หรอกจองกุก คนของเราก็ต้องเป็นแค่คนของเราสิ ไม่ใช่คนสาธารณะสักหน่อย ลองคิดดูดิ ถ้าพี่ยุนกิไปทำน่ารักกับคนอื่นจองกุกชอบรึเปล่าล่ะ”


 “อือ ไม่ชอบหรอก ไม่เคยชอบ”



 

จีมินแอบยิ้มเมื่อได้ยินร่างสูงพูดแบบนั้น โดยเฉพาะประโยคหลังที่เพื่อนเขามันแอบพึมพำเบาๆ กับตัวเองยิ่งทำให้สงสัยว่าพี่ยุนกิเองก็คงจะไปทำตัวน่ารักเรี่ยราดอยู่เหมือนกัน แต่จอนจองกุกก็คือจอนจองกุกล่ะนะ ไม่เคยหรอกที่จะแสดงออกว่าหึงหรือหวง แม้ว่าในใจจะแทบบ้าแล้วก็ตามเถอะ



 

“ถามไรหน่อยดิ”


“อืม”


“จองกุกเคยหึงพี่ยุนกิป่ะ?” ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้หรอกนะ แต่ว่าก็ยังเลือกที่จะถามเพราะเพียงแค่อยากให้จองกุกพูดออกมาบ้างเท่านั้นแหละ


“อือ ก็เคย”


“ตอนไหนอ่ะๆๆ พี่ยุนกิทำอะไรเหรอ?”


“ก็ไม่ทำอะไร เขาก็เหมือนเดิมนั่นแหละ พี่เขาเป็นกันแบบนั้นตั้งแต่ยังไม่คบกับเราด้วยซ้ำมั้ง”


“เป็นกันแบบนั้น?” จีมินขมวดคิ้วพลางหยิบขนมถุงใส่รถที่เพื่อนสนิทกำลังเข็น “คือไงอ่ะ จองกุกหมายถึงพี่ชานยอลเหรอ?”


“อือ ก็กลัวอยู่คนเดียวนั่นแหละ”


“ยังไงอ่ะ เล่าให้ฟังหน่อย” เขาเอื้อมมือไปเขย่าแขนร่างสูงที่เอาแต่เข็นรถแล้วก็มองไปข้างหน้า


“ก็ไม่มีอะไร พี่ยุนกิก็มีคนเข้าหาเขาตลอดอ่ะ ทั้งผู้ชายผู้หญิง แต่เข้ามาแล้วก็ออกไป”


“พี่เขาไม่เล่นด้วยเหรอ?”


“อือ แต่รู้ใช่ป่ะว่าวิธีการคุยของพี่เขาเป็นไงอ่ะ”


“เฟรนด์ลี่มาก! ปากหวาน ขี้หยอด เอาจริงดูเจ้าชู้มากอ่ะ แต่ก็พอกันทั้งกลุ่ม พี่โฮซอก พี่จงอิน พี่แทฮยอง นิสัยคล้ายกันหมด”


“อือ ก็นั่นแหละ คนที่เข้ามาคุยเขาก็คิดพี่ยุนกิเล่นด้วยไปซะทุกคนก็เพราะแบบนี้ แต่ก็พี่เขาก็บอกตลอดว่ามีแฟนแล้วเราก็เลยไม่อะไร เข้าใจว่าเป็นนิสัยเขา”


“แล้วเรื่องพี่ชานยอลนี่ยังไง”


“ก็ไม่ยังไง” นิ้วยาวเลื่อนขึ้นมาดันแว่นให้เข้าที่ จีมินไม่ได้เซ้าซี้ต่อ ด้วยความไม่ชอบพูดความรู้สึกของเจ้าตัวทำให้เขารู้สึกว่าจองกุกคงพูดออกมาลำบากเหมือนกัน “ทุกครั้งที่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ พี่ยุนกิจะเรียกหาพี่เขาตลอด แทบทุกครั้ง”


“อ่า


“เอาจริงๆ ก็ไม่พอใจหรอก แต่ก็คิดตลอดว่าเขายังเป็นเพื่อนกัน แต่มันก็ยังอดระแวงไม่ได้อยู่ดี บางทีก็มากเกิน เราเชื่อใจพี่ยุนกิ แต่อีกคนดิไม่รู้คิดยังไง”


“แล้วได้บอกพี่ยุนกิมั้ย? ไอ้ที่บอกเราเนี่ย”


“ไม่อ่ะ ไม่อยากดูงี่เง่า”


“อื้อ นั่นแหละ ต่างฝ่ายต่างคิดแบบนี้ไง แต่วันนี้พี่ยุนกิเก่งกว่าจองกุกนะ เพราะเขากล้าที่จะพูดความรู้สึกจริงๆ ออกมา จองกุกมีอะไรก็ต้องบอกพี่เขาบ้างนะ เก็บไว้แบบนี้จะยิ่งแย่รู้เปล่า?”


“อือ รู้แล้ว” 

























สุดท้ายปาร์คจีมินก็ทนคิมจงอินที่โทรมางอแงใส่อีกครั้งไม่ไหว เลยมาขอให้เขาขับรถพามาที่หอก่อนเพื่อเก็บของที่ซื้อมา แล้ววนไปส่งอีกที่คอนโดแฟนเจ้าตัวอีกรอบ จองกุกที่ไม่ได้มีธุระเป็นพิเศษก็ยอมทำตามที่เพื่อนสนิทร้องขออย่างเต็มใจ ยังไงวันนี้เขาก็ตั้งใจมาหาจีมินอยู่แล้วด้วย ขายาวก้าวตามหลังคนตัวเล็กกว่า ทีแรกจองกุกก็คิดว่ามาส่งแล้วก็จะกลับเลย แต่ตอนที่อยู่บนรถบังเอิญคุยกันถึงเรื่องหนังฝรั่งที่จองโฮซอกเคยแนะนำให้จีมินไปดูเมื่อนานมาแล้ว และเนื้อเรื่องท่าทางน่าสนใจก็ดึงดูดเขาจนได้ จองกุกเลยกะว่าจะยืมแผ่นหนังเรื่องนี้ของจีมินกลับไปดูเสียหน่อย ซึ่งอีกฝ่ายบอกว่าเอามาดูกับพี่จงอินเมื่อสัปดาห์ก่อน ขอเวลาหาสักครู่และให้ขึ้นมาบนห้องด้วยกันก่อน ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่ได้ติดอะไร



 

“ไม่รู้รหัสเหรอ?” จองกุกขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าจีมินเอื้อมมือไปกดออดหน้าห้อง เพราะดูท่าทางแล้วเจ้าตัวไม่น่าที่จะไม่รู้รหัสห้องของแฟนของตัวเอง


“รู้ แต่ว่าชอบให้พี่เขามาเปิดให้มากกว่า”


“ทำไมอ่



 

ถามยังไม่ทันจบประโยคดี รุ่นพี่ตัวสูงก็เปิดประตูห้องออกมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มแล้วดึงเพื่อนเขาเข้าไปกอดแน่นๆ หนึ่งที จองกุกยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกของวันเมื่อเห็นจีมินยิ้มกว้างแก้มแทบแตกในตอนที่โดนกอด จงอินผละออกจากจีมินพร้อมกับหันมาพยักหน้ารับไหว้เขาแล้วเดินนำเข้าไปในห้องก่อน ทิ้งจีมินให้ยืนอยู่กับเขา



 

“กอดหนึ่งครั้งก่อนเข้าห้อง” คนข้างๆ พูดเบาๆ โดยที่ไม่ยอมมองหน้าเขา จองกุกพยายามกลั้นยิ้มเมื่อเห็นหูแดงๆ ของเจ้าตัว “นี่แหละเหตุผลที่ไม่กดรหัส เลี่ยนป่ะ?”


“เอ่อ จะว่ายังไงดีอ่ะ ก็ไม่เลี่ยนหรอก แต่คงรักมากเลยเนาะ”


“ไม่ต้องย้อนเลยจองกุก” จีมินทุบแขนเขาแรงๆ หนึ่งครั้งก่อนจะดึงเขาที่เอาแต่หัวเราะให้ตามเข้ามาด้านใน



 

เขาเดินตามอีกคนเข้ามาที่ห้องนั่งเล่น จีมินบอกให้จองกุกนั่งรอที่โซฟาก่อน แล้วเจ้าตัวก็หายเข้าไปในห้องนอนเพื่อที่จะหาแผ่นหนังให้เขา ซึ่งจองกุกก็หวังว่าจะได้หาในทันทีเลยน่ะนะ แต่เดาว่าไม่ มือหนาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่นฆ่าเวลา เขาเข้าแอพแชทพร้อมกับพิมพ์ไปหาพี่ยุนกิเป็นครั้งที่สองของวัน จะให้เขาห่างไปเลยเขาทำไม่ได้หรอก แต่จะให้เซ้าซี้ตลอดเวลาเขาก็ทำไม่ได้เหมือนกัน อย่างน้อยพิมพ์ไปให้พี่เขาเห็นผ่านแจ้งเตือนบ้างก็คงไม่เป็นอะไร



 

ตาคมหันไปทางประตูระเบียงที่ถูกเลื่อนออก ก่อนจะพบร่างของใครบางคนที่กำลังเอี้ยวตัวไปดับบุหรี่บนที่เขี่ย ก่อนที่อีกฝ่ายจะนิ่งไปเมื่อหันมาพบกับเขา เหมือนเวลาหยุดหมุนไปชั่วขณะ จองกุกเห็นภาพตัวเองเดินไปกอดอีกฝ่ายเอาไว้จนแน่น ทั้งๆ ที่ความจริงเขาเพียงแค่นั่งอยู่เฉยๆ เท่านั้น มินยุนกิกระพริบตาถี่ มองไปทางนั้นทีทางนี้ทีเหมือนไม่รู้ว่าควรจะเอาตัวเองไปไว้ตรงไหนของที่นี่ จนสุดท้ายก็ยอมเดินมานั่งที่อาร์มแชร์อีกตัวที่อยู่คนละฝั่งกับเขา จองกุกเอาแต่มองหน้าร่างเล็กอยู่แบบนั้น ในหัวของเขามีชุดคำสั่งหลายชุดปะปนกันมั่วไปหมดจนเขาทำได้แค่นั่งเฉยๆ เพราะเหมือนสมองเออเรอร์ไปแล้ว  พวกเขาทั้งคู่เงียบกันอยู่แบบนั้นนานนับสิบนาที จองกุกเคยคิดว่าตัวเองใช้ชีวิตอยู่กับความเงียบได้ดีเสมอมา จนกระทั่งวันนี้


 

“พี่เป็นไงบ้างครับ?” เป็นคำถามที่โง่ที่สุดเท่าที่เขาเคยถามออกมาเลย ให้ตายเถอะ


“อื้อ ก็เรื่อยๆ”


“อ่อ” เขาพยักหน้าช้าๆ คำพูดทุกอย่างถูกกลืนลงคอไปหมดทันทีที่ได้ยินเสียงของพี่ยุนกิ เขาอยากถามว่ามาทำอะไร มาเมากันรึเปล่า แล้วขับรถมาเองมั้ย แต่สุดท้ายเขาก็ทำได้แค่เงียบ


“แล้วจองกุกล่ะ” จองกุกเงยหน้ามองอีกคนที่นั่งหลังไม่ติดพนัก มือทั้งสองข้างของเจ้าตัวเอื้อมมากอดแขนของตัวเองเอาไว้ และใบหน้าที่ดูเรียบเฉย “เป็นไงบ้าง สบายดีหรือเปล่า?”


“ไม่ครับ ไม่ดีเลย” เขาพูดมันออกมาอย่างยากลำบาก พยายามกลืนก้อนสะอื้นหรืออะไรสักอย่างลงไปเพื่อให้ตัวเองดูเป็นปกติที่สุด ทว่ามันกลับทำได้อยากเสียเหลือเกิน


“อ่า


“พี่ยุนกิคิดถึงจริงๆ นะ” ตาของจองกุกเริ่มพร่ามัว แต่เขาก็ยังคงเห็นใบหน้าของคนตรงข้ามได้อย่างชัดเจน “ต้องห่างกันแค่ไหนเหรอครับ?”


“เราออกไปสูบบุหรี่นะ ขับรถกลับดีๆ”



 

มินยุนกิพูดรัวรวดเดียว ใบหน้ามีรอยยิ้มประดับไว้ ใช่ เขารู้ว่ามันก็แค่ประดับไว้เท่านั้น เพราะดวงตาเรียวรีนั่นที่ควรจะเป็นสระอิเหมือนทุกครั้งมันกลับไม่เป็นไปแบบนั้น มันทำให้จองกุกย้อนกลับมาคิดทันทีว่าพี่ยุนกิต้องเจ็บปวดขนาดไหน หรือว่าเสียใจมากเท่าไหร เจ้าตัวคว้ากล่องบุหรี่กับไฟแช็กแล้วก้าวไวๆ ไปที่ระเบียง จองกุกรีบลุกตามอีกฝ่ายออกไป ก่อนจะโถมตัวกอดมินยุนกิแน่น ยิ่งอีกคนตัวสั่นเขายิ่งกอดแน่นขึ้น แน่นจนกลัวว่าร่างกายของอีกคนจะแตกสลาย มือขาวข้างหนึ่งกำกล่องบุหรี่เอาไว้จนมันบิดเบี้ยว ส่วนอีกข้างก็จับราวระเบียงแน่นจนข้อขึ้นสีแดง



 

“ขอโทษ พี่ยุนกิ….ผมขอโทษ แต่ไม่ไหวแล้วจริงๆ ไม่ห่างแล้วได้มั้ย จะตายอยู่แล้ว


” เขาฝังหน้าลงบนไหล่ของยุนกิที่ยังสั่นไหว น้ำตาของคนเป็นพี่หยดลงบนแขนของเขา


“ไม่มีพี่ผมจะอยู่ยังไง


“อดทนอีกหน่อยได้มั้ยจองกุก? อีกแค่ไม่กี่ชั่วโมง” ร่างเล็กปล่อยมือจากราวระเบียงแล้วเลื่อนมาจับมือเขาเอาไว้ “แล้วพรุ่งนี้เรามาคุยกัน”



“ได้มั้ยจองกุก ทำให้พี่ยุนกิได้มั้ย?”


“ได้ครับ ได้อยู่แล้ว”



 

มินยุนกิค่อยๆ แกะมือของเขาออกจากร่างกายของตัวเอง เป็นสัญญาณให้จองกุกได้รับรู้ว่าถึงเวลาที่จะต้องกลับ เขาทำใจปล่อยมือนั้นไม่ได้ จองกุกไม่เคยรู้มาก่อนว่าความรักมันจะเจ็บปวดได้ขนาดนี้ พี่ยุนกิเป็นแฟนคนแรกของเขา เป็นคนแรกที่เขามีความรู้สึกรักลึกซึ้งด้วย ไม่ใช่แค่คบกันแล้วก็เลิกเหมือนตอนมัธยม หรือว่ามีเซ็กส์กันไปเพราะเป็นแฟนกันแล้วมันต้องมี ทุกอย่างเกิดจากความรู้สึกจริงๆ จากก้นบึ้งของตัวเขา มินยุนกิเป็นคนที่จองกุกไม่เคยเห็นหรือรู้สึกว่าในอนาคตจะต้องเลิกกัน แม้จะว่าจะกำลังทะเลาะกันหนักที่สุดก็ตาม เพราะเขารักพี่ยุนกิมากๆ มากเท่าที่เด็กสิบแปดคนหนึ่งจะรู้สึกรักได้





 

“ไหวมั้ย?” ปาร์คจีมินรีบเดินมาหาเข้าที่กำลังยืนใส่รองเท้า จองกุกตอบไปในลำคอ ไม่ได้อธิบายหรือขยายอะไรเพราะคิดว่าเพื่อนสนิทก็คงจะรู้ดีอยู่แล้ว


“อือ”


“หาเจอแล้ว รักษาดีๆ นะ”






 

จีมินยัดแผ่นหนังเรื่อง Eternal Sunshine of The Spotless Mind ใส่มือเขา ดวงตาคมใต้เลนส์แว่นมองหน้าเพื่อนสนิทที่กำลังจะสื่ออะไรสักอย่างผ่านสายตาส่งมาให้เขา และเขาเองก็คิดว่ารับรู้ได้ จองกุกพยักหน้ารับเป็นเชิงว่าเข้าใจ ก่อนจะมองผ่านจีมินเลยไปยังระเบียงที่พี่ยุนกิยังคงยืนมองเขาจากตรงนั้น, ร้องไห้





























 

 













#สวนขวดกุกก้า

 





















 

TALK

 

ถ้าฉันหายไป เอิ๊ต ภัทรวี






TALK (2)


Unfriend – Helmethead



























 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 710 ครั้ง

3,568 ความคิดเห็น

  1. #3551 Immiexz (@imsrdcd) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 22:00
    หน่วงมาก อดทนหน่อยนะทั้งสองคน
    #3551
    0
  2. #3514 stinkllamas (@stinkllamas) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 10:14
    ลากตัวเอมี่มาลงทันเด๋วนี้น้า
    #3514
    0
  3. #3501 Natwara Likitwisetkul (@greenfuuuu) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 23:42
    หน่วงมาก สงสารทั้งคู่
    #3501
    0
  4. #3451 crescent_moon2 (@Crescent_Moon) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 03:34
    สงสารจองกุกเลย พออ่านตอนนี้ เริ่มเข้าใจมุมน้องบ้างเหมือนกัน ฮือออ ปวดใจจจ
    #3451
    0
  5. #3346 lookpangg (@lookpangg) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 20:47
    ตอนนี้โคตรปวดใจเลยค่ะคุณไรท์ ฮืออออ อ่าาน้ำตาคลอเลย เห็นใจทัเงสองคนจริงๆค่ะ 😭
    #3346
    0
  6. #3326 Mint S (@siri-ch36) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 20:30
    น้ำตามาค่ะ โอ้ยยยย
    #3326
    0
  7. #3315 Nulaw (@Nulaw) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 13:21
    โห TT อดทนน้า อีกนิดด
    #3315
    0
  8. #3277 Minki_G (@Minki_G) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 06:19
    กลับมาได้หรือเปล่า เพลงนี้ให้ไรท์ 555555 คิดถึงมาก อยากอ่านต่อแล้วววว TT
    #3277
    0
  9. #3247 `Youknowwho_ (@everytingforyou) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 00:59

    โอ้ยยย อินอะ มันอัดอั้น มันอึดอัด มันแบบ ฮืออ ไม่รู้จะพูดยังไงเลยอะ

    ตอนที่พี่ยุนกิขอห่างน้องนี่มันแบบ ปวดใจมากเลยอะ

    คือแบบรักนะ รักกันทั้งคู่ด้วยอะ ยิ่งอ่านตอนที่พี่ยุนกิเห็นน้องร้องไห้

    แต่ก็ต้องขอห่าง ต้องเดินออกมานี่มันแบบ โอ้ยย เศร้าอะ

    พี่ยุนกินี่ใจแข็งมากเลยอะ ต้องอดทนขนาดไหนอะตอนนั้นอะ

    แล้วตอนที่น้องกุกมาหาจีมินแล้วนั่งดูหนังร้องไห้เงียบๆนี่ก็ทำเราปวดใจอีกเหมือนกัน

    คือน้องร้องไห้อะ น้องร้องไห้คือที่สุดแล้วอะ ปกติน้องไม่งี้ไง

    ฮืออ ปวดใจอะ ไม่รู้จะพิมอะไรดีเลย ตอนนี้ทำเรานั่งร้องไห้เลยอะ TT____TT


    จีมินนี่น่ารักมากเลยนะ ชอบตอนที่น้องแบบให้คำปรึกษากุก สอนกุกไรงี้อะ

    ยิ่งตอนน้องกอดกุกนี่แบบ ฮืออ เพื่อนอะ ฮืออ ต้องร้องไห้อีกที่รอบกับตอนนี้อะ

    งงตัวเองมาก ทำไมต้องอินขนาดนี้ 555555555

    แต่จีมินกับพี่จงอินน่ารักมากเลย ชอบความเปิดประตูมาแล้วดึงไปกอดอะ

    เค้าก็รักของเค้าอะเนอะ นี่คิดว่าพี่จงอินอะไรๆน้องทีไรนี่เราก็หวงทุกที

    จีมินนี่โครตลูกรักเราเลยอะ 5555555555

    แล้วตอนแรกอะนะ เราแอบว่าพี่จงอินในใจด้วย แบบไรอะะ

    ทำไมมางอแงกับน้องจีมินบ่อยจัง น้องก็บอกว่าอยู่กับกุกแล้วไงงงง

    พอมาเห็นว่าพี่ยุนกิอยู่ห้องพี่จงอินก็แบบ ฮืออ อย่างงี้นี่เองสินะ

    กลับมาคุยได้แล้วนะ เวลาที่ห่างคงได้ทบทวนตัวเองกันแล้วแหละ

    ขนาดไม่ใช่เรื่องของเราเรายังปวดใจ ร้องไห้เป็นบ้าเป็นบอเลย

    แล้วงี้พี่ยุนกิกับน้องกุกจะขนาดไหน TT_____TT




    #3247
    0
  10. #3173 Madaddy (@NAMSOM_piyada) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 13:08
    หน่วงสุดๆเลยเรื่องนี้
    #3173
    0
  11. #3172 ZAYO_O (@ZAYO_O) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 23:36
    ไม่รู้จะสงสารใครก่อนดีเลยค่ะ เพราะทะเลาะกันครั้งนี้เลยทำให้เราเข้าใจจองกุกในหลายๆเรื่อง ถึงได้รู้ว่าเขารักพี่ยุนกิขนาดไหนTT มันสาหัสมากค่ะ จากคนไม่เคยร้องไห้ให้เห็นดันมาร้องไห้ทุกครั้งที่เจอหน้ากัน เราจะบ้าตาย อ่านจบแทบอยากไปตะโกนอัดโอ่ง ฮือ
    #3172
    0
  12. #3171 Monstarx093 (@Monstarx093) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 00:35
    ตอนนี้รอเวลาอย่างเดียวเลยสองคนนี้เหมือนกันมากๆไม่กล้าพูดความรู้สึกตัวเองเอาแต่เก็บไว้เพราะไม่อยากดูงี่เง่ากลัวเค้าจะเสียความรู้สึก น้องจะร้องไห้คืนดีกันเร็วนะฮือออ
    #3171
    0
  13. #3170 myOwπ (@aOnw) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 22:38
    หน่วง

    แต่ก็ชอบ!!!!

    ทีนี้มีอะไรจะได้คุยกันจริงๆ จังๆ สักที ต่างคนต่างอมเพราะไม่อยากให้อีกคนคิดมาก ฮรุก คายออกมาให้หมดดด
    #3170
    0
  14. #3169 Milk-Chocolate (@mashi-maro) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 08:09
    ไม่ไหวแล้ว ร้องไห้ไม่ไหวแล้ว
    #3169
    0
  15. #3167 _JINA (@whitesinofangle) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 06:07
    ทำใจนานมากกว่าจะกดเข้ามาอ่าน ไรท์เก่งมากจริงๆ ค่ะ อ่านแล้วรู้สึกเรียบมาก หน่วงมาก คือเศร้าสุด
    #3167
    0
  16. #3166 SNW ...Kya ing (@vasuntara-ink) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 19:46
    โอ้โห ไรท์เตอร์สุดยอดมากๆค่ะ เขียนฟิคได้อินสุดเรียลสุด เข้าใจในความสัมพันธ์เลยค่ะ ว่าต้องเป็นไงยังไงบ้าง ชอบเรื่องนี้ให้ได้ทุกอารมณ์จริงๆ รอต่อนะคะ สู้ๆ
    #3166
    0
  17. #3164 MinNiGi (@MiniPrincess) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 02:58
    ไม่กล้าอ่านตอนอัพแรกๆ ทำใจอยู่นานมากฮืออออ หน่วงจริงๆสงสารจองกุกดับพี่ยุนกิมากๆ รีบๆคืนดีกันได้แล้ว คนอ่านร้องไห้จนตาบวมจะแย่อยู่แล้ว
    #3164
    0
  18. #3163 ThitimaThurakid (@ThitimaThurakid) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 12:55
    เจ็บแทนจองกุกเลยแงงงงง หน่วงสุดดด
    #3163
    0
  19. #3162 ilyyy (@krinigt88) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 09:46
    หน่วงใจมากเลยแง เจอกันแล้วอย่าผ่านเลยได้มั้ย T _______________ T
    #3162
    0
  20. #3161 remind me later (@pookke1112) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 01:11
    คนอ่านก็...จะตายอยู่แล้ว คนสองคนยังรักกัน แล้วทำไมความสัมพันธ์ถึงทรมานขนาดนี้
    #3161
    0
  21. #3160 JK_Addict (@ladycoffeelatte) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 00:46
    ฮือออออออ หน่วงสุดๆๆๆๆ คนอ่านก็จะตายค่ะจองกุก ไม่ไหวแล้วจริงๆ เหมือนกันค่ะ เจ็บด้วยยยยย
    #3160
    0
  22. #3159 민민🍑 (@choimean) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 00:28
    งือออหน่วงงงง อยากให้ดีกันน
    #3159
    0
  23. #3158 ppraww (@ppraww) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 22:58
    ฮืออออออ หน่วงอะหน่วงมากๆหน่วงสุดๆ ดีกันไวเถอะคนนี้ก็จะตายเหมือนกัน
    #3158
    1
    • #3158-1 ppraww (@ppraww) (จากตอนที่ 30)
      23 พฤษภาคม 2561 / 22:59
      คนทางนี้*
      #3158-1
  24. #3157 bibiji (@B_wichuda) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 22:24

    รักจีมิน ฮื่อออคือพูดตรงใจนี่ทุกอย่าง พูดให้จองกุกได้คิด

    #3157
    0
  25. #3156 chachituan (@su-shi13) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 22:02
    เครียดดดดดดดด เครียดอะไรไม่รู้ทำไมมันบีบหัวใจขนาดนี้ เจ็บปวด ฮือ
    #3156
    0