BTS | CLOSED TERRARIUM (KOOKGA)

ตอนที่ 29 : PROCESS 26

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,834
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 162 ครั้ง
    2 มี.ค. 61











PROCESS 26

 

 



















วันนี้เป็นวันพฤหัสกลางสัปดาห์ มินยุนกิที่ไม่มีเรียนก็เลยถือโอกาสนอนตื่นสายเสียหน่อย กะว่าเดี๋ยวพอเที่ยงๆ ค่อยเข้าไปดูร้าน ทว่าเสียงของบุคคลที่มากกว่าหนึ่งที่ดังอยู่ด้านนอกทำให้ร่างเล็กที่ในทีแรกกำลังนอนหลับสบายอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาต้องขยับตัวยุกยิกไปมา เขาจำได้ว่าวันนี้จองกุกอาจารย์ยกคลาสก็เลยนัดเพื่อนมาทำงานที่ห้อง สงสัยพวกเด็กปีหนึ่งคงมากันแล้วแหละ ยุนกิเหลือบมองนาฬิกาติดผนังก็พบว่าตอนนี้สิบโมงกว่าแล้ว มันเป็นเวลาตื่นปกติของเขา ส่วนจองกุกน่ะตื่นตั้งแต่เช้าแล้วล่ะ รายนี้ไม่เคยตื่นสายกว่าเก้าโมงเลยด้วยซ้ำไม่ว่าจะเป็นหยุดหรือไม่ก็ตาม มือขาวขยี้ตาพลางบิดขี้เกียจก่อนจะเอื้อมหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างเตียงมาเช็คและเล่นอะไรไปเรื่อยเปื่อย ตอนนี้เขาปีสี่แล้ว วิชาเรียนเลยน้อยไปด้วย มีสำคัญๆ แค่ธีสิส นอกนั้นก็แค่ตามเก็บวิชาโทที่ยังไม่ครบเท่านั้น



  

เสียงเปิดประตูห้องนอนทำให้เขาต้องละสายตาจากหน้าจอไปมอง แน่นอนว่ามีคนเดียวนั่นแหละที่กล้าเข้ามาในห้องนี้ จองกุกไม่ชอบให้ใครเข้ามาในห้องนอนแม้ว่าจะเป็นเพื่อนก็ตาม ยกเว้นจีมินที่มาทีไรก็เดินเข้าออกได้ตลอดโดยที่ไม่โดนเจ้าของห้องว่า ร่างสูงในชุดลำลองอย่างเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสั้นอดิดาสสีดำ (ที่จองกุกมีเป็นสิบตัว) เดินเข้ามาในห้อง ก่อนจะชะงักเท้าแล้วเดินเบี่ยงมาทางเตียงแทนเมื่อเห็นว่าเขาตื่นแล้ว อีกฝ่ายก้มลงมาพร้อมเท้าแขนบนเตียงก่อนจะกดริมฝีปากลงมาบนริมฝีปากของเขาแล้วผละออกไป

 



เพื่อนมาแล้วเหรอ?” เขาเอ่ยถามในขณะที่น้องเดินกลับไปเปิดตู้เสื้อผ้า


ครับ


หาเสื้อไรเหรอ?” ร่างเล็กเปลี่ยนมานอนตะแคงมองอีกคนที่เลื่อนไม้แขวนเสื้อไปๆ มาๆ


เสื้อยืดสีเข้มๆ อ่ะครับ จะให้เพื่อนใส่ วันนี้มีงานที่ต้องระบายสีโปสเตอร์ กลัวเสื้อเปื้อน


ของเธอส่งซักไม่ใช่เหรอ? เราเห็นเหลือแต่สีอ่อนๆ แล้วนี่ เอาของเราก็ได้นะ สีดำตัวริมสุดอ่ะ

 



ยุนกิว่าพลางชี้นิ้วไปทางฝั่งซ้ายที่เอาไว้สำหรับแขวนเสื้อผ้าของเขาเอง พวกเขาทั้งคู่แบ่งกันใช้พื้นที่ตู้ในเสื้อผ้ากันคนละครึ่ง พอมาอยู่ด้วยกันแบบนี้ก็มีบางครั้งที่แบ่งเสื้อผ้ากันใส่ พวกชุดอยู่บ้าน หรือพวกเสื้อผ้าง่ายๆ อย่างเสื้อยืด เสื้อนักศึกษาอะไรแบบนั้น ยกเว้นกางเกงที่ต้องใส่ของใครของมันเพราะเอวไม่เท่ากัน เพราะถ้าจะให้ยุนกิขนมาทุกอย่างล่ะก็คงไม่พ้นแย่งที่ในตู้ของน้องไปหมดแน่นอน



 

ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวมันเลอะ เอาเสื้อผมดีกว่า


ใช้เสื้อเราได้ๆ ตัวนี้ไม่ค่อยได้ใส่อยู่แล้ว ใส่ก็ใส่อยู่ห้องเขาว่าพลางลุกขึ้นจากที่นอน ก้าวเท้าเอื่อยๆ มายืนกอดอกพิงตู้อยู่ข้างๆ ร่างสูงที่ยังคงหาเสื้อของตัวเองต่อไป


ไม่เป็นไรจริงๆ ครับ


เลิกเกรงใจได้แล้วน่า เราเป็นแฟนกันนะมือขาวหยิบเสื้อยืดสีดำตัวนั้นออกมาก่อนจะยื่นส่งให้จองกุก ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่รับไป


ถึงเป็นแฟนก็ต้องเกรงใจอยู่ดีแหละครับ ยิ่งสนิทก็ต้องยิ่งเกรงใจ


เรารู้เขาใช้มือข้างที่ว่างเอื้อมหยิบเส้นผมที่ติดอยู่บนเสื้อของคนตรงหน้าออกให้

แต่นี่พี่ยุนกิไง จองกุกไม่ต้องเกรงใจเลย



 

คนสูงกว่าไม่ได้ตอบอะไรกลับมา น้องทำเพียงแค่จ้องมองเขาผ่านเลนส์แว่นเท่านั้น ยุนกิยื่นเสื้อให้อีกรอบ สุดท้ายอีกฝ่ายก็ต้องรับไปพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆ มือหนายีผมเขาอย่างมันเขี้ยว ร่างเล็กส่งยิ้มบางๆ ไปให้ก่อนจะขยับเข้าไปกอดอีกคนเอาไว้ เขาไม่มีเหตุผลอะไรกับการกระทำนี้ ยุนกิก็แค่อยากทำ อยากกอดก็กอด อยากจูบก็จูบ จองกุกก็เหมือนกัน พวกเขาเลิกถามกันและกันมาสักพักแล้วว่าทำไมถึงกอด ทำไมถึงจูบ ทำไมถึงสัมผัส ยกเว้นถ้าเห็นชัดจริงๆ ว่าอีกฝ่ายกำลังรู้สึกไม่ดีหรือมีอะไรใม่สบายใจ เขารู้สึกว่าตัวเองอยู่กับน้องมานานมากๆ แม้ว่าความจริงจะรู้จักกันแค่ปีกว่าๆ ก็ตาม แต่ความรู้สึกตอนนี้มันเหมือนกับรู้จักกันมาสักสิบปีแล้วด้วยซ้ำ นอกจากรู้สึกรักแล้ว แน่นอนว่าเขากำลังรู้สึกผูกพัน

 



อาบน้ำก่อนนะ


ครับ อาบน้ำในห้องนะ ไม่ต้องออกไปร่างเล็กหลุดขำออกมาเมื่อได้ยินประโยคคล้ายๆ เดิมของจองกุก เวลาเพื่อนมาที่ห้องทีไรน้องจะบอกให้เขาใช้ห้องน้ำในห้องนอนเสมอ คงเพราะว่าเขาชอบใส่ชุดคลุมอาบน้ำออกมานั่นแหละ


อยู่แล้วน่า



 

ยุนกิใช้เวลาอาบน้ำแต่งตัวไม่นานนัก เขาเก็บไดร์เป่าผมไว้ในตู้ที่เดิม ก่อนจะส่องกระจกอีกรอบเพื่อเช็คความเรียบร้อย ตั้งใจว่าจะออกไปเดย์เบดเลยเพราะจะได้ไปกินข้าวด้วย แล้วก็กลับไวกว่าเดิมสักหน่อย ส่วนจองกุกกับเพื่อนเห็นบอกว่าจะสั่งอาหารมากินกันที่ห้อง หรือไม่ก็คงลงไปหาอะไรกินแถวๆ คอนโด ยุนกิเปิดประตูห้องออกไปพบกับเด็กปีหนึ่ง คณะสถาปัตยกรรมฯ หกเจ็ดคนนั่งรวมตัวกันอยู่ที่พื้นหน้าโซฟาและกำลังขะมักเขม้นในการทำงาน มีเสียงพูดคุยสลับกับเสียงสบถตามประสา คิมยูคยอมเป็นคนหันมาเห็นเขาก่อนเลยสะกิดเพื่อนคนอื่นให้หันมาไหว้ ร่างเล็กพยักหน้ารับยิ้มๆ รับไหว้ก่อนจะเดินเลยเข้าไปในห้องครัวเพื่อที่จะดื่มน้ำ เขาเห็นเอมี่สวมเสื้อสีดำของเขาอยู่ก็ได้แต่อ๋อในใจ

 



จะไปเลยเหรอครับ? ไหนว่าไปเที่ยงไงร่างสูงเอ่ยถามพลางส่ายหน้าปฏิเสธแก้วน้ำที่เขายื่นให้ ยุนกิปิดขวดน้ำเก็บใส่ตู้เย็นและปิดมัน มือขาวเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มือถือ กระเป๋าสตางค์ และกล่องบุหรี่ยัดใส่กระเป๋ากางเกง ส่วนมือก็ถือแล็ปท็อปกับกุญแจรถเอาไว้


อื้อ ไปเลย ก็เดี๋ยวกลับไวหน่อย


กี่โมงครับ?” มือหนาข้างหนึ่งวางลงบนไหล่ของเขา ก่อนที่เจ้าตัวจะเปลี่ยนเป็นคล้องคอแล้วเดินตามเขาออกจากห้องครัวเพื่อไปใส่รองเท้า


ค่ำๆ มั่ง ทุ่มสองทุ่ม


โอเคครับ ขับรถดีๆ


เพื่อนจะกลับกี่โมงอ่ะ?” ยุนกิเปิดตู้รองเท้าแล้วหยิบรองเท้าแตะยี่ห้อที่เขาชอบออกมาสวม วันนี้เขาสวมแค่เสื้อคอจีนกับกางเกงผ้าห้าส่วนสบายๆ ไม่ได้แต่งตัวอะไรเยอะเพราะไม่ได้ไปไหนต่อ


น่าจะอยู่ยาวถึงมืดๆ เลยครับ พี่ไม่ต้องซื้ออะไรมานะ พวกมันเกรงใจ


โอเคๆ จะไม่ซื้อนะเขาพูดติดจะขำ ก่อนจะยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูงเมื่อสวมรองเท้าเสร็จแล้ว


เดี๋ยวผมไปส่งที่รถ


ไม่เป็นไรๆ เธออยู่กับเพื่อนเถอะ


ก็อยากกอดพี่ก่อนไป ถ้าอยู่ตรงนี้พี่ก็ไม่ยอมให้กอดอีกฝ่ายก้มลงมาเล็กน้อยพร้อมกับพูดเสียงเบาลง ยุนกิพยายามกลั้นยิ้มก่อนจะเอ่ยต่อ


ก็มันเขินไง ดูเพื่อนเธอดิยังมองอยู่เลยอ่ะเขาพยักพเยิดไปทางกลุ่มเด็กปีหนึ่งที่หันไปหันมาระหว่างพวกเขากับงานตรงหน้า


พวกมันก็งี้แหละ อยากเห็นไปหมด


เธอก็ไปว่าเพื่อน – ไปแล่ว ไว้เจอกัน



 

เขาขยับเข้ามากอดร่างสูงไวๆ ก่อนจะรีบผละออกไปเพราะทนกับสายตาที่มองมาไม่ไหว มือขาวหมุนลูกบิดประตูเปิดออกแล้วแทรกตัวออกไป เขาหันกลับมาเห็นจองกุกยังยืนพิงอยู่ที่กรอบประตูที่เปิดออกเพียงครึ่ง ยุนกิอดไม่ได้ที่จะเดินย้อนกลับมาใหม่แล้วกดริมฝีปากเบาๆ ลงบนอวัยวะเดียวกันของอีกคน

 



เธอต้องขอบคุณประตูเลยนะรู้มั้ย



 

เขารีบหันหลังกลับมาเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของอีกคน ก่อนจะตามมาด้วยเสียงปิดประตูถัดจากนั้น ยุนกิคลายมือที่กำกุยแจรถแน่นแล้วรีบสาวเท้าเดินไปที่ลิฟต์ อดเขินกับการกระทำของตัวเองเมื่อสักครู่ไม่ได้ ความคิดในตอนนี้คือเขาอยากจะรีบไปดูร้าน ตรวจบัญชี แล้วรีบกลับมาเจอจองกุก แค่นั้นเลยจริงๆ

 

 

 



















ยุนกิ



 

เสียงทุ้มของใครคนหนึ่งเอ่ยเรียกเขา ร่างเล็กเงยหน้าจากสมุดขึ้นมองก็พบว่าเป็นปาร์คชานยอลนั่นเองที่ยืนอยู่หน้าเคานต์เตอร์ อีกฝ่ายเอ่ยสั่งกาแฟกับพนักงานอีกคนก่อนจะหันกลับมาทางเขา มินยุนกิยิ้มกว้างจนตาหยี ก่อนจะพับหน้าจอแล็ปท็อปแล้วลุกออกมาจากด้านหลังเคานเตอร์พร้อมกับเดินนำไปยังโต๊ะที่ว่างอยู่ โดยที่ไม่ลืมหยิบแก้วกาแฟส่วนตัวติดมือมาด้วย พอก้มดูนาฬิกาข้อมือพบว่าตอนนี้เป็นเวลาบ่ายสามโมงเกือบๆ สี่โมงเย็นได้แล้ว หลังจากที่ลูกค้าหมดไปในช่วงเที่ยงๆ บ่ายๆ เขาก็มัวแต่นั่งทำบัญชีแล้วก็ทำธีสิสต่อจนลืมเวลาไปเลย

 



มาได้ไง?”


คิดถึง ก็เลยมา


เห้ย จริงจัง?เขาถึงกับชะงักเท้าแล้วหันกลับไปมองอีกคนที่ยกยิ้มมุมปาก


ล้อเล่น ตอนเที่ยงมากินข้าวแถวนี้พอดี แล้วก็เข้าไปเอางานด้วยเลยแวะมา


อ๋อ— แหนะ ไปกินข้าวกับใคร สาวเหรอออมือขาวดึงเก้าอี้ออกก่อนจะนั่งลงยังฝั่งที่หันหน้าออกนอกร้าน ส่วนร่างสูงก็นั่งลงฝั่งตรงข้ามกัน


อื้อร่างสูงตอบเสียงเรียบๆ แล้วหันไปเอ่ยขอบคุณพนักงานที่ยกกาแฟตามมาเสิร์ฟให้ถึงที่โต๊ะ


จริงดิ? ใครอ่ะ บอกหน่อยๆๆมือขาวเอื้อมไปจับแขนอีกคนเขย่าเบาๆ ไม่หยุด จนชานยอลต้องหลุดหัวเราะให้กับหน้าตาอยากรู้ขั้นสุดของยุนกิ


ไม่เอา รอก่อน แค่คุยเฉยๆ คนนี้ไม่ได้จริงจังอะไร


โธ่ นึกว่าเอาจริงละนะเนี่ย เห็นคุยๆ งี้มาหลายคนแล้วป่ะ? ไม่เห็นจะจริงจังสักที


ยังอ่ะ ไม่รีบ เรื่อยๆคนตรงข้ามตอบยิ้มๆ พลางวางแก้วเอสเพรสโซ่ลงบนโต๊ะ ยังไม่เจอใครที่ชอบหรือว่าเข้ากันได้จริงๆ เลย


ก็นะ เรื่องแบบนี้มันต้องใช้เวลา ดูกันไปเรื่อยๆ


อือ แล้วเป็นไง?”


หือ อะไรเป็นไงยุนกิเลิกคิ้วขึ้นทันทีพร้อมเอียงหน้าเล็กน้อย เพราะเขาไม่รู้ว่า เป็นไง ของชานยอลหมายถึงเรื่องอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า


ก็... กับน้อง


อ๋อ ก็ดีนะ เรื่อยๆ เขาตอบคำถามอีกฝ่ายไป ก่อนจะหัวเราะแหะๆ ด้วยความเก้อเขิน 


“ปากยิ้ม แต่ทำไมตาไม่เห็นยิ้มตามเลย”


“จริงดิ?”


“อือ กังวลอะไรอยู่?”


“ก็ไม่ได้เครียดไรนะ เรื่องใหญ่ๆ ตอนนี้ก็มีแค่ธีสิส


“ก็ไม่ได้ถามเรื่องใหญ่ๆ แต่ถามว่าเรื่องอะไรที่กังวัลอยู่ อาจจะเป็นเรื่องเล็กๆ ที่ยุนกิพยายามไม่เก็บมาคิดแต่มันยังติดอยู่ในใจก็ได้”

 



ประโยคยาวๆ ของชานยอลทำให้ยุนกิต้องหยุดคิด มือทั้งสองข้างหมุนแก้วไปมาอย่างไม่รู้ว่าจะวางมันไว้ตรงไหนหรือควรจะทำอะไร ความคิดในสมองของเขาตีกันวุ่นวายไปหมด ยุนกิพยายามอย่างยิ่งที่จะจัดการให้มันเป็นระบบระเบียบ ใช้เหตุผลเข้ามาช่วยก็แล้ว ใช้ความเป็นผู้ใหญ่เข้ามาช่วยก็แล้ว หรือแม้แต่ความเชื่อใจก็แล้ว แต่ทำไมเขายังมีความคิดงี่เง่าเป็นเด็กๆ แบบนี้หลงเหลืออยู่ตลอดเวลาก็ไม่รู้



 

“ชานยอล..เราดูไร้สาระมากมั้ย?”


“ยังไง?”


“ก็จองกุกอ่ะ มีเพื่อนผู้หญิงที่สนิทกันมาก เราเองก็ชอบน้องเขานะ น้องนิสัยดี น่ารัก แต่บางการกระทำมันก็..ไม่รู้ดิ มันก็ทำให้เผลอมีความคิดที่ไม่ดีอ่ะ” ชานยอลพยักหน้ารับเป็นเชิงว่าฟังอยู่ พลางคิดในใจว่ายุนกิคงไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตอนนี้ตัวเองขมวดคิ้วเป็นปมขนาดไหน “คือเราเชื่อใจจองกุกนะ เชื่อว่าน้องคงไม่นอกใจเราแน่ๆ อ่ะ แต่บางทีมันก็รู้สึก”


“เอมี่เหรอ?”


“อื้อ รู้ได้ไง?”


“ก็กลุ่มนั้นมีผู้หญิงคนเดียวก็เอมี่ไม่ใช่เหรอ?”


“ใช่ๆ น้องน่ารักมาก นิสัยดี


“ยุนกิ พอแล้ว เลิกป้อนข้อมูลเดิมๆ ซ้ำๆ ใส่หัวตัวเองเถอะ มันไม่ช่วยอะไรหรอกเอาจริง น้องน่ารัก น้องนิสัยดี เธอพยายามย้ำกับตัวเองอยู่นั่นเพราะไม่กล้าที่จะคิดไม่ดีกับน้องไง”


“ก็ใช่ไง ก็น้องยังไม่ได้ทำอะไรไม่ดีกับเราเลย”


“ถ้าเธอเชื่อใจจองกุกก็ไม่เห็นมีอะไรต้องกลัวเลย นี่แสดงว่าไม่มันใจอ่ะดิ”


“ก็เปล่า แต่มันก็ เออ ไม่มั่นใจอ่ะ ก็รู้ใช่ป่ะว่าเราจีบน้องก่อน เข้าหาน้องก่อนมาตลอด ทำทุกอย่างจนน้องเปิดใจ จนได้คบกัน เธอ...เรากลัวอ่ะ จะไม่เลิกใช่ป่ะวะ?” มือขาวละจากแก้วมาจับแขนคนตรงข้ามเหมือนกับต้องการที่พึ่งหรือแรงสนับสนุนอะไรสักอย่าง


“ไม่เลิกหรอก อย่าคิดมาก” มือใหญ่ที่กำลังจะเลื่อนไปจับมือของยุนกิชะงักเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนไปลูบหัวร่างเล็กเบาๆ แทน “มีอะไรก็คุยกัน บอกน้องไปว่าคิดอะไร รู้สึกยังไง จองกุกน่าจะเข้าใจอยู่แล้ว น้องมันฉลาด”


“อื้อ จะลองดู”


“ดีแล้ว”


“ชานยอล ขอบคุณนะ”


“ไม่เป็นไร เลิกทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ได้แล้ว” ร่างสูงพูดยิ้มๆ พลางขยี้ผมยุนกิอย่างมันเขี้ยว


“ใครจะร้อง ไม่มีสักหน่อย!


“ไม่มีก็ไม่มี” อีกฝ่ายว่าก่อนจะเลื่อนเก้าอี้ออกแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “ไปสูบบุหรี่ก่อนนะ”


“ไปด้วยดิ”


“มาสิ”

 

 


















สองทุ่มยี่สิบนาที มินยุนกิกำลังไขกุญแจเข้าห้องอย่างทุลักทุเล มือข้างหนึ่งของเขาถือแล็ปท็อปกับกุญแจรถ ส่วนมืออีกข้างหอบหิ้วถุงขนมและถาดใส่แก้วกาแฟจากเดย์เบดหลายอัน จองกุกเมื่อเห็นสภาพเขาน้องก็หลุดขำออกมาเบาๆ พร้อมกับรีบลุกมาช่วยถือทันที ยุนกิมุ่ยหน้าเมื่อมือหนาขยี้ผมเขาเบาๆ ก่อนจะเดินตามร่างสูงเข้าไปด้านใน



 

“ซื้ออะไรมาเยอะแยะครับ ผมบอกแล้วไงว่าไม่ต้องหรอก”


“ก็จองกุกบอกว่าไม่ต้องซื้อข้าวมาเผื่อเราก็ไม่ซื้อไง นี่ขนมทั้งนั้นเลย แล้วก็ฟรีด้วยนะ เพราะเอามาจากร้าน” เขาหัวเราะแหะๆ พร้อมส่งยิ้มตาหยีให้น้อง ก็เห็นเพื่อนน้องมาเยอะกันมันก็อดไม่ได้นี่นา ตอนเขาทำงานเขาก็อยากมีขนมไว้กินเหมือนกันแหละน่า ไม่ได้อยากอวดรวยหรือคิดไม่ดีเลยสาบานได้


“ดื้อมาก ไม่ฟังกันเลย”


“เอ้า ว่าเราเฉย” ยุนกิเบะปากพลางวางถุงขนมลงบนพื้นหน้าโซฟาที่เด็กปีหนึ่งทำงานกันอยู่ ยูคยอมที่เห็นว่าในถุงเป็นอะไรก็ตาโตทันที


“โหพี่ยุนกิ เอามาหมดร้านเลยป่ะเนี้ย”


“ไม่หมดดด ก็เห็นทำงานเหนื่อยๆ ก็กลัวหิวกันไง”


“เหนื่อยมากพี่ เล่นเกมจบไปสิบตา” เพื่อนสนิทจองกุกว่าพลางหัวเราะเสียงจนเขาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะตามไปด้วย


“โอ๊ยจริงป่ะ? ไม่รอพี่ยุนกิเลยยย”


"ฮ่าๆ คราวหน้าพี่ๆๆ"


“ขอบคุณนะครับ”


“ไม่เป็นไรๆ กินเลยนะ ตามสบาย” ร่างเล็กพยักหน้ารับไหว้จากน้องคนอื่นๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนข้างๆ จองกุก


“พี่กินอะไรมารึยังครับ?”


“เรียบร้อยแล้ว ไปกินข้าวกับชานยอลมา อิ่มมากๆ”


“พี่เขามาหาเหรอครับ?”


“อื้อ เขาไปกินข้าวกับสาวมาไง ผ่านมาเลยแวะมาหาเราหน่อย ดูเป็นทางผ่านป่ะ” ยุนกิพูดติดหัวเราะ จองกุกวางมือลงบนศีรษะเขาอีกรอบก่อนจะผละออกไป น้องหันไปทางกลุ่มเพื่อนเมื่อได้ยินเสียงเรียกให้ไปช่วยแก้งาน “ไปช่วยเพื่อนทำงานไป”



 

จองกุกไม่ได้ตอบอะไรแต่แค่พยักหน้ารับเท่านั้น ยุนกิเดินไปทางห้องนอนก่อนจะเปิดประตูเข้าไป ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศกระทบผิวทำให้เขาเอะใจ เพราะจองกุกไม่มีนิสัยที่ชอบเปิดแอร์ทิ้ง ตาเรียวกระพริบเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าบนเตียงมีคนนอนอยู่ เสื้อยืดสีดำของเขาเองทำให้ยุนกิรับรู้ได้ว่าเป็นใคร มือหนาที่จับบนไหล่ทั้งสองข้างทำให้ยุนกิหลุดจากภวังค์



 

“เอมี่ปวดท้องเมนส์ ผมเลยให้มานอนพักห้องนี้เพราะอีกห้องนึงยังไม่ได้ทำความสะอาด น่าจะเผลอหลับไปแล้วมั้งครับ”


“อ๋อ...อื้อ ดีแล้วๆ แล้วน้องกินยารึยัง? เดี๋ยวจะป่วยเอา”


“ไม่ยอมกินครับ บอกกลัวติด ไม่งั้นต้องกินทุกครั้งที่ปวด”


“อ๋อ โอเคๆ เรื่องของผู้หญิง เราไม่ค่อยเข้าใจหรอก” เขาพูดขำๆ ก่อนจะจับมือหนาเอาไว้ ยุนกิบีบมันเล็กน้อยพร้อมกับส่งยิ้มบางๆ ไปให้ “ไปทำงานเถอะ จะได้เสร็จไวๆ”


“ครับ”



 

ยุนกิค่อยๆ คลายมือที่จับมือน้องอยู่ ก่อนจะปิดประตูห้องนอนเบาๆ เพราะกลัวจะไปรบกวนเอมี่ที่นอนหลับอยู่ ขาเรียวเดินไปวางแล็ปท็อปกับของอื่นๆ ไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก สมองเขาโล่งเอามากๆ ในตอนนี้ มันไม่มีความคิดอะไรเหลืออยู่เลย แม้แต่ร่างกายก็ชาไปหมด แทบไม่รู้สึก ยุนกิไม่ค่อยเข้าใจอาการที่เกิดขึ้นมากนัก แต่เขารับรู้ได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องดี มือขาวหยิบผ้าเช็ดตัวและเดินไวๆ เข้าห้องน้ำไป ร่างเล็กยังไม่อาบน้ำในทันที เขายังยืนอยู่กับที่ ตาเรียวกระพริบถี่เมื่อรู้สึกแสบจมูกเหมือนน้ำตาจะไหล



 

ยุนกิเม้มริมฝีปากแน่น มือล้วงโทรศัพท์จากกระเป๋ากางขึ้นมากดเข้าโปรแกรมแชทแล้วทักเข้าไปในกลุ่มสำหรับนัดกินเหล้า พร้อมกับพิมพ์ไปหนึ่งประโยคสั้นๆ อย่าง หาตี้ไปมิวส์ รอเพียงไม่นานคนในกลุ่มซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นเพื่อนพี่น้องที่สนิทกันเริ่มทยอยตอบกลับมา เขาถอนหายใจอย่างปลงๆ เมื่อคำตอบที่ได้ไม่เป็นตามที่ใจอยาก โฮซอกมารอแทถ่ายงานเลิกตีหนึ่ง นัมจุนกลับบ้านกับจิน ชานยอลกับแจฮยอนติดงาน แบคฮยอนออกกอง และจงอินที่มีนัดกับน้องจีมิน เขาคงลืมไปเองว่าวันนี้เป็นวันพฤหัส



 

ร่างเล็กออกจากห้องน้ำโดยที่ยังไม่ได้อาบน้ำหรือแม้แต่ล้างหน้าล้างตา มินยุนกิเปิดตู้เสื้อผ้าก่อนจะหยิบชุดใหม่อย่างเสื้อเชิ้ตสีดำและกางเกงยีนส์ตัวเก่งออกมาจากตู้แล้วกลับเข้าไปในห้องน้ำอีกรอบ เขาใช้เวลาเปลี่ยนชุดไม่นาน ก่อนจะออกมาหยิบของจำเป็นของตัวเองใส่กระเป๋ากางเกงเว้นแต่กุญแจรถที่ถือเอาไว้ ตาเรียวเหลือบมองหญิงสาวที่ยังนอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่บนเตียงเล็กน้อย ก่อนเปิดประตูห้องนอนออกไป จองกุกที่หันมาเห็นเขาก็ขมวดคิ้วทันที ก่อนที่เจ้าตัวจะลูกขึ้นเดินมาหา



 

“ไปไหนเหรอครับ?”


“ไปมิวส์ เดี๋ยวดึกๆ กลับ” ยุนกิตอบยิ้มๆ พร้อมเอื้อมมือไปจับมือน้องเอาไว้ “ไปกับพวกโฮซอก ไม่ต้องห่วง”


“ไหวเหรอครับ? พี่ดูเหนื่อยๆ นะ”


“ไหวดิ สบ๊าย จองกุกหยุดดด” จองกุกใช้มือข้างที่ว่างขึ้นมาบีบแก้มของเขาอย่างมันเขี้ยวจนยุนกิต้องส่งเสียงประท้วง อีกฝ่ายหัวเราะเบาๆ แต่ก็ยอมปล่อยมือจากแก้มของเขาแต่โดยดี


“แล้วจะกลับกี่โมงครับ ให้ผมไปรับมั้ย? พี่นั่งแท็กซี่ไปก่อน


“ไม่เป็นไรๆ วันนี้ไม่น่าเมาอ่ะ ไปเอาบรรยากาศเฉยๆ”


“แน่นะครับ?”


“อื้อ” ยุนกิส่งยิ้มตาหยีให้คนตรงหน้าอย่างพยายามจะบอกว่าไม่ต้องกังวล “เราไปก่อนนะ”


“ครับ ขับรถดีๆ นะ ถึงแล้วบอกผมด้วย”


“โอเคเลย”



 

ร่างเล็กเอ่ยรับคำ ทว่ายังไม่ปล่อยมือจากอีกคน เขาห้ามตัวเองไม่ได้ที่จะไม่ก้มหน้ามองพื้นหรือแม้แต่เม้มริมฝีปากแน่น มือขาวบีบมือจองกุกย้ำๆ หลายครั้ง ในสมองเขาถูกตีรวนด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ยุนกิไม่รู้ว่าน้องจะรับรู้ได้ไหมว่าเขาอยู่ตรงนี้ มินยุนกิอยู่ตรงนี้ อยู่กับจองกุก แล้วจองกุกล่ะ ยังอยู่ตรงนี้กับเขาไหม หรือว่าน้องอยู่ตรงไหน ยังอยู่ที่เดิมไหม หรือไม่ใช่ แล้วมันเป็นที่ที่เขาตามไปได้หรือเปล่า เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่วินาที แต่ความเงียบงันมันกลับทำให้เขารู้สึกว่ามันนานเหลือเกิน





 

“ไปจริงๆ ละ เดี๋ยวรีบกลับ”





 

จนในที่สุดยุนกิก็ต้องเงยหน้าขึ้นมา ริมฝีปากบางคลายออกก่อนจะส่งยิ้มกว้างให้จองกุกอีกครั้ง

 

 




 





































ผ่านมาสองอาทิตย์ได้แล้วหลังจากวันนั้นที่เขาออกไปดื่มคนเดียว จองกุกที่ทำงานเสร็จตอนสี่ทุ่มกว่านั่งแท็กซี่ออกมารับเขาที่ร้าน ร่างเล็กบอกให้อีกคนยืนรอข้างนอก ไม่ต้องเข้ามาหาด้านในเหมือนทุกครั้ง ยุนกิไม่อยากให้น้องรู้ว่าเขาโกหก มือขาวหยิบฟ็อกกี้ขึ้นมาฉีดน้ำใส่ต้นไม้ในโหลแก้วขนาดกลางที่ตั้งอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือในห้องนอน สวนขวดอันนี้เป็นอันที่สามได้แล้วล่ะมั้งที่จองกุกซื้อมาให้ ก็เพราะว่าเขาเองนั่นแหละที่ดันทำมันตายไปเสียทุกครั้ง เผลอเปิดม่านทิ้งไว้บ้าง รดน้ำมากเกินไปบ้าง น้องบอกเป็นเชิงปลอบใจว่าไม่แปลกที่จะเลี้ยงไม่ได้นาน มันเป็นธรรมชาติของสวนขวดอยู่แล้วที่จะอยู่กับเราได้ในระยะเวลาสั้นๆ เพราะรายละเอียดที่จุกจิกและความเอาใจยากของมัน ยุนกิเข้าใจ แต่ก็ยังแอบตั้งคำถามว่าแล้วถ้าเขาอยากจะเลี้ยงมันให้อยู่ไปได้นานๆ ล่ะต้องทำยังไง แต่สุดท้ายก็ได้แต่คิดและไม่ได้เอ่ยถามออกไปอยู่ดี



 

ร่างเล็กถอดเสื้อแขนยาวและกางเกงยีนส์ราคาแพงออก ทิ้งมันลงในตะกร้าผ้า ก่อนจะหยิบกางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดสีขาวสบายๆ ของจองกุกจากในตู้มาสวมแทน กลิ่นเฉพาะตัวของน้องทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยและปลอดภัย มีคนเคยบอกว่า ถ้าเราสวมเสื้อของคนที่เรารัก เราจะรู้สึกเหมือนกับว่าเขากำลังกอดเราอยู่ตลอดเวลา — เหมือนว่าเขายังอยู่กับเราเสมอ ซึ่งยุนกิที่กำลังทำอะไรแบบนั้นอยู่ก็คิดว่ามันอาจจะรู้สึกแบบนั้นได้จริงๆ ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายสองกว่า เขาเพิ่งกลับมาจากเดย์เบดหลังจากที่ออกไปร้านตั้งเจ็ดโมงเพราะมีปัญหาเรื่องอุปกรณ์นิดหน่อย ส่วนจองกุกเองก็ตื่นมาอ่านหนังสือตั้งแต่เช้าเพราะใกล้สอบมิดเทอมแล้ว หูได้ยินเสียงพูดของน้องดังลอดเข้ามาในห้อง และเมื่อเปิดประตูออกไปก็จะได้ยินมันชัดเจนขึ้น เขาหยุดยืนที่หน้าห้องนอน มองแผ่นหลังของจองกุกที่นั่งอยู่ที่โซฟา มีชีทเรียนในมือ และเสียบหูฟังเพื่อคุยโทรศัพท์กับกลุ่มเพื่อน ยุนกิได้ยินอีกฝ่ายพูดถึงเนื้อหาในบทเรียนออกมาเป็นระยะๆ ขาเรียวก้าวไปหาร่างสูง ก่อนจะล้มตัวลงนอนหนุนตักของจองกุก ซึ่งเป็นจังหวะที่เจ้าตัวถอดหูฟังออกพอดี




คุยเสร็จแล้วเหรอ?” ยุนกิเอ่ยถามเสียงอู้อี้ เขาฝังหน้าลงกับหน้าท้องของจองกุก เอื้อมมือขวามาจับชายเสื้อของอีกคนไว้หลวมๆ


ครับน้องตอบกลับมาสั้นๆ พร้อมกับลูบศีรษะของเขาสองสามครั้งก่อนจะละออกไป ยุนกินอนหลับตาอยู่แบบนั้นนานหลายนาที ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง


น้อง...”


“หือ” อีกฝ่ายตอบรับเบาๆ ในลำคอ เขาได้ยินเสียงพลิกแผ่นกระดาษช้าๆ อยู่ข้างหู


“ขอเล่นเกมส์ได้มั้ย?”


เอาสิครับ



 

เขาพลิกตัวกลับมานอนหงายเมื่อที่ได้ยินคำตอบ ตาเรียวจ้องมองใบหน้าของจองกุกที่กำลังโน้มตัวไปหยิบโทรศัพท์ ระยะที่ใกล้กันสั่งให้มือของยุนกิเอื้อมไปจับต้นคอของอีกฝ่ายให้ก้มลงมาใกล้อีกจนไม่เหลือช่องว่างระหว่างกัน ริมฝีปากของทั้งคู่ประทับเข้าด้วยกันในตำแหน่งเดิม เลนส์แว่นเย็นๆ กดลงมาเบาๆ บนเปลือกตาที่ปิดสนิทของเขา มันเป็นไปอย่างธรรมชาติและคุ้นชิน เหมือนเดิมในทุกการเคลื่อนไหวและความรู้สึก มีแค่ความคิดของยุนกิเท่านั้นเองที่เปลี่ยนไป จองกุกเป็นคนถอนริมฝีปากออกไปก่อนแล้วส่งโทรศัพท์มือถือของตัวเองให้กับเขา



 

พอแล้วครับ เดี๋ยวยาวน้องว่ายิ้มๆ พลางชูชีทเรียนในมือให้ดูราวกับจะบอกว่า ‘ผมยังต้องอ่านหนังสือ’



 

คนโตกว่าพยักหน้ารับเป็นเชิงว่าเข้าใจ ก่อนจะรับโทรศัพท์มากดเข้าเกมส์ที่เขาชอบเล่น จริงๆ ยุนกิก็ไม่รู้จักเกมส์นี้หรอก แต่เขาเจอมันในเครื่องของน้องเลยลองเล่นดู เล่นไปได้สองสามครั้งดันติดใจมาตอนนี้ แต่จะให้โหลดเองก็ขี้เกียจเสียอย่างนั้น เพราะเขาคิดว่าเวลาอยากเล่นก็ค่อยมาขอจองกุกเอาก็ได้ เพื่อนสนิทอย่างโฮซอกเองก็ด่าเขาเรื่องนี้อยู่ตลอด เพราะยุนกิชอบไปเล่นเกมเครื่องมันเป็นประจำน่ะสิ ข้อความจากโปรแกรมแชทที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอทำให้เขาต้องหยุดนิ้วที่กำลังกด ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเล็กน้อย 

 






ส่งรูปชีทชุดที่3มาให้หน่อย


แล้วสอบเสร็จแกจะดูหนังป่าว


เราจะได้บอกยูคว่าไม่ไปร้านนั้นแล้ว






 

“จองกุก เพื่อนไลน์มาอ่ะ”


“เดี๋ยวค่อยตอบก็ได้ครับ” อีกคนว่าพลางใช้นิ้วกลางดันแว่นให้เข้าที่พร้อมกับเปิดชีทหน้าถัดไป ยุนกิเลือกที่จะกดออกจากเกมส์แล้วส่งโทรศัพท์คืนเจ้าของ


“เอมี่นะ น้องทักมาขอดูชีท”


“อ๋อ ถ้างั้นขอโทรศัพท์แป๊บนึงครับ”


“แล้ว..วันศุกร์จะไปดูหนังเหรอ?” ร่างเล็กลุกขึ้นนั่ง ตาเรียวมองอีกคนที่กำลังเปิดชีทเรียน (ซึ่งคาดว่าจะเป็นชุดที่สาม) แล้วใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปมันทีละหน้า


“ใช่ครับ พี่อยากไปด้วยกันมั้ย?”


“อ่า ไม่ดีกว่า วันนั้นเราต้องเข้าไปคุยกับอาจารย์กับพวกนัมจุนอ่ะ ไม่รู้จะเสร็จกี่โมง”


“โอเคครับ” เขายังคงนั่งมองร่างสูงอยู่แบบนั้น แม้ภายนอกสีหน้าและท่าทางของเขาจะดูนิ่งเงียบเหมือนปกติ แต่ภายในใจและสมองของเขาต่างวุ่นวายและมีความคิดวิ่งพล่านอยู่ตลอดเวลา


“...จองกุก”


“ครับ”




 

ร่างเล็กเม้มริมฝีปากอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันแน่นกว่าครั้งแรก เขาเผลอกำมือทั้งสองข้างโดยไม่รู้ตัว ยุนกิไม่รู้ว่าสิ่งที่คิดอยู่และสิ่งที่กำลังจะถามมันดีหรือไม่ดี มันถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง ถ้าถามออกไปแล้วจะเป็นยังไง จองกุกจะตอบยังไง จะรู้สึกยังไง น้องจะรู้สึกแย่ไหม ยุนกิไม่สามารถเดาได้เลย แต่สิ่งเดียวที่เขารับรู้ได้ตอนนี้เขากำลังรู้สึกไม่ดี ไม่ดีเอามากๆ และถ้าให้พูดกันตามตรง ยุนกิไม่ชอบตัวเองตอนนี้เลย




 

“เปล่า”





จองกุกเงยหน้าจากแผ่นกระดาษแล้วหันมามองเขา ก่อนจะพยักหน้าแล้วส่งยิ้มบางๆ มาให้


ซึ่งมันทำให้มินยุนกิอยากจะร้องไห้ออกมาเสียตอนนี้เลยจริงๆ

 

 






























“พี่เป็นอะไรรึเปล่าครับ ช่วงนี้ดูเงียบๆ เครียดงานเหรอ?” จองกุกเอ่ยถามขึ้นในขณะที่พวกเขากำลังนั่งกินมื้อเย็นด้วยกันที่โต๊ะกินข้าวในห้องครัว


“เปล่าๆ” ยุนกิตอบกลับไปทันทีโดยไม่ต้องคิด ไม่สิ เรียกว่าไม่ทันคิดเสียมากกว่า เขายิ้มตาหยีให้คนตรงข้าม แต่มือกลับเผลอจับช้อนส้อมแน่นโดยไม่รู้ตัว


“อ่า...ครับ ดีแล้ว”



 

มินยุนกิรู้สึกวูบโหวงในใจแปลกๆ ที่อีกฝ่ายไม่ได้ถามย้ำกลับมาอีกครั้ง ซึ่งถ้าเป็นปกติจองกุกจะต้องทำแบบนั้น น้องจะต้องสังเกตได้ น้องจะต้องถามย้ำซ้ำๆ จนกว่าจะแน่ใจว่าเขาไม่เป็นไรอย่างที่พูดจริงๆ แต่ครั้งนี้กลับไม่เป็นแบบนั้น น้องไม่เหมือนเดิม ยุนกิคิดว่าจองกุกรู้ รู้ทุกอย่าง รู้ทุกอาการที่เขากำลังรู้สึก แต่เลือกที่จะทำเป็นไม่รับรู้เสียมากกว่า ซึ่งมันทำให้เขาเกิดตั้งคำถามขึ้นมาโดยทันทีว่า ทำไม ทำไมจองกุกถึงไม่อยากรับรู้และไม่พยายามที่เข้าใจความรู้สึกนี้ของเขา น้องคิดจะทำอะไรกันแน่ ตอนนี้ยุนกิกำลังกลัว เขาสับสน วุ่นวาย ไม่เป็นตัวเอง เขาไม่เคยงี่เง่า เขาเป็นคนเข้าใจง่ายและปรับตัวเก่ง แต่ครั้งนี้ยุนกิกลัวจริงๆ



 

“จองกุก”


“ครับ?”





ครืด





“เรามีอะไรจะถาม” เขาเอ่ยประโยคนี้และมันเป็นจังหวะเดียวก็ที่โทรศัพท์มือถือของร่างสูงสั่นอย่างพอดิบพอดี ชื่อและรูปเพื่อนสนิทผู้หญิงเพียงคนเดียวของน้องในตอนนี้โชว์หราบนหน้าจอ


“อะไรเหรอครับ?” จองกุกเลือกที่จะกดปิดเสียง แต่เขายังคงมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ขึ้นว่าคนปลายสายยังโทรเข้ามาอยู่ จนกระทั่งจองกุกวางมันคว่ำลงกับโต๊ะ


“จองกุก...เราจะไม่ถามว่าเธอชอบเขามั้ย” มือขาวค่อยๆ วางช้อนส้อมลงบนจาน ตาเรียวที่ช่วงนี้หลุบต่ำอยู่บ่อยๆ เปิดขึ้นมองใบหน้าของคนรักอย่างเต็มตา “แต่เราอยากรู้ ว่าเขาชอบเธอมั้ย?”


“...”


“จองกุก เอมี่ชอบจองกุกเหรอ?”



 

ยุนกิยังคงมองคนตรงข้ามที่มีสีหน้าเรียบนิ่งกว่าปกติ เขาพยายามจดจ้องลงไปในดวงตาของอีกฝ่ายที่ซ่อนอยู่หลังเลนส์แว่น พยายามที่จะค้นหาคำตอบที่แท้จริงจากส่วนลึกของใจ พวกเขาทั้งคู่นั่งกันเงียบๆ แบบนั้นอยู่นาน นานจนยุนกิใจหาย เขาคิดว่าการที่จองกุกไม่ตอบ บางทีนั่นมันอาจจะเป็นคำตอบแล้วก็ได้ แต่เขาก็ยังไม่อยากจะคิดไปเองหรือปักใจเชื่อในสิ่งที่ไม่ได้ยินกับหู ทว่าเขาคงลืมไปเองนั่นแหละ ว่าสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ยินกับหู มันคือสิ่งที่เขาได้เห็นมันกับตาไปเรียบร้อยแล้ว



 

“น้อง...ทำไมไม่ตอบอ่ะ” ตาเรียวกระพริบถี่ขึ้น เขารู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหลให้ได้ “เงียบแบบนี้แสดงว่าจริงเหรอ? เอมี่ชอบจองกุกใช่มั้ย?”



“จองกุกรู้ว่าเขารู้สึกอะไรแล้วทำไมถึงยังอยู่เฉยได้อีกอ่ะ ทำไมยอมให้เขาเข้าใกล้ขนาดนั้น ถ้าไม่ชอบ ไม่คิดอะไร แล้วทำไมถึงไม่ยอมทำอะไรเลย”


“...”


“เราไม่เคยงี่เง่าเลย จองกุกก็รู้ แต่ครั้งนี้เรารู้สึกไม่ดีจริงๆ มันหลายรอบแล้ว เราพยายามเข้าใจจองกุก พยายามเข้าใจเอมี่ แต่เราไม่ไหวแล้ว เราโคตรไม่โอเค เธอเข้าใจเรามั้ย?”


“เข้าใจครับ ผมขอโทษ”



 

ยุนกิเงียบอีกครั้ง เขารอ เผื่อน้องจะพูดอะไรอีก แต่สิ่งที่ร่างสูงทำกลับเป็นเพียงแค่การนั่งนิ่งๆ และเบนสายตามองไปทางอื่น จองกุกเลือกที่จะไม่สบตากับเขา เลือกที่จะไม่บอกอะไรกับเขา ยุนกิดูไม่ออกเลยว่าตอนนี้อีกคนกำลังคิดหรือรู้สึกอะไรอยู่กันแน่ จองกุกเงียบและนิ่งจนเขากลัว เขากลัวใจน้อง กลัวว่าใจของน้องจะไม่อยู่กับเขาอีกแล้ว



 

“น้อง...อย่าเป็นอย่างนี้ อธิบายอะไรหน่อยได้มั้ย? พูดอะไรก็ได้” มือขาวเอื้อมไปกุมมือหนาที่วางอยู่บนโต๊ะ บีบเบาๆ อย่างเรียกร้องความสนใจ แต่จองกุกก็ยังไม่พูดอะไรนอกเหนือจากคำว่าขอโทษอยู่ดี


“ขอโทษครับที่ทำให้รู้สึกไม่ดี ขอโทษจริงๆ”


“จองกุก...พี่ยุนกิเป็นแฟนของจองกุกนะ”


“...”


“ถ้ามันไม่มากเกินไป จองกุกช่วยทำให้เรามั่นใจกับสถานะที่เรามีอยู่หน่อยได้มั้ย?”


“ได้สิครับ ได้อยู่แล้ว”


“แล้วเธอรู้สึกยังไงกับเขา จองกุกชอบเอมี่รึเปล่า?” ร่างเล็กเขย่ามือหนาเบาๆ อย่างพยายามจะเร่งคำตอบ ยุนกิร้อนรนไปหมด ปฏิกิริยาตอบรับของจองกุกที่ไม่คาดคิดกำลังทำให้เขาช็อก


“เปล่าครับ ผมไม่ได้ชอบเอมี่ ผมคิดกับเอมี่แค่เพื่อนจริงๆ แต่เพราะว่าเป็นเพื่อนกัน ผมทำอะไรมากไม่ได้ ผมกลัวเสียเพื่อน”



 

จองกุกกลัวเสียเพื่อน แต่ไม่กลัวเสียพี่ยุนกิเลยเหรอ เขาอยากจะถามน้องออกไปแบบนี้เลยด้วยซ้ำ แต่มันกลับพูดไม่ออก ยุนกิเข้าใจสิ่งที่น้องจะสื่อ แต่ไอ้ความเข้าใจนั่นแหละคือสิ่งที่เฮงซวยที่สุด มันทำให้เขาไม่สามารถที่จะบอกหรือแสดงความรู้สึกจริงๆ ของตัวเองออกมาได้ทั้งหมด เพราะว่าเขาเข้าใจว่าอีกฝ่ายรู้สึกยังไง ดังนั้น ถ้าเขาทำตามใจ จองกุกจะต้องรู้สึกไม่ดีแน่ๆ และเขาก็อาจจะโดนน้องเกลียดไปเลย ความคิดกำลังสวนทางกับสมอง ภายในใจมันชาไปหมด มันจุกในอก และอึดอัดจนอยากจะตะโกนออกมาให้รู้แล้วรู้รอด แต่สิ่งที่มินยุนกิทำได้มีเพียงแค่การจับมือน้องให้แน่นที่สุด และร้องไห้



 

“พี่ยุนกิ อย่าร้องไห้”



 

มือหนาข้างที่ว่างเอื้อมมาเช็ดน้ำตาให้เขา แต่ยุนกิกลับเบี่ยงหน้าหลบมือนั้น ร่างเล็กค่อยๆ คลายมือที่จับมือของน้องออกพร้อมกับเอ่ยถามคำถามที่อยากรู้ที่สุด มันคือสิ่งที่ติดค้างในใจของเขามาโดยตลอด ทว่าเขากลับไม่อยากได้ยินคำตอบของคำถามนั้นสักเท่าไรนักหรอก ร่างเล็กลุกขึ้นยืนและเดินออกไปโดยไม่รอคำตอบจากอีกฝ่าย ทิ้งให้จองกุกนั่งทบทวนตัวเองอยู่ตรงนั้นคนเดียว

 









 

“ถามจริงๆ นะ”





“เธอเคยชอบเราจริงๆ สักครั้งมั้ย?”

 























#สวนขวดกุกก้า

 

 





















TALK

 

Sense – Jetset’er

เดี๋ยวเราจะมี Q&Aของสวนขวดนะคะ ถามตัวละครไหนก็ได้ จองกุก ยุนกิ ชานยอล โฮซอก นัมจุน ซอกจิน จีมิน จงอิน ได้หมดเลยค่ะ หรือจะถามไรเตอร์ก็ได้ค่า55555 เราจะรวมคำถามที่คล้ายๆกันมานะคะ ตอบคล้ายๆบทสัมภาษณ์ค่ะ ส่งคำถามมาได้ตลอดเลยนะคะ ฟอร์มส่งคำถามจะอยู่ใน Pinned Tweet เราค่ะ @sollyclntp คำตอบจะมาตอนเรื่องจบแล้วเน้อ เหลืออีกไม่กี่ตอนเนาะ เอนจอยนะคะ อ่านช้าๆ ใจเย็นๆค่ะ55555




TALK (2)


จองกุกทำอะไรมีเหตุผลเสมอค่ะ  ขอให้ทุกคนใจเย็นๆ นะคะ อย่าเพิ่งปาข้าวของ55555555 จะไม่ทอล์คไรมากค่ะเดี๋ยวหาว่าเลารักน้องกุกมากเกิน อิอิ ส่วนใครที่อยากรู้ว่ารวมเล่มมั้ย ก็ขอตอบตรงนี้เลยเด้อว่ามีรวมเล่มจ้า ค่อยๆเก็บเงินกันได้เลยน้า จะได้ไม่ต้องรีบตอนเปิดจองเนาะ ส่วนราคาก็ไม่รู้ว่าจะสูงมากมั้ยยังไง แต่ว่ามี 2 เล่มนะคะ Q&A ยังส่งมาได้เรื่อยๆ เลยนะคะ ที่ฟอร์มนี้ (Q&A สวนขวดกุกก้า) เลยค่ะ จะตอบตอนจบเรื่องแล้วนะคะ ก็เอนจอยค่ะ อ่านช้าๆ ใจเย็นๆ นะคะ :-)

 

ป.ล. เลือนลางและจางหาย (moon) – 23’O























ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 162 ครั้ง

3,568 ความคิดเห็น

  1. #3550 Immiexz (@imsrdcd) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 21:31
    เธอไม่กลัวเสียพี่ยุนกิเลยหรือไง แคร์เพื่อนมากกว่าแฟนหรอ? จกุกกกกกกกก
    #3550
    0
  2. #3513 stinkllamas (@stinkllamas) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 09:53
    บ้าไปแล้วววว ฮืออออ
    #3513
    0
  3. #3495 nidaiki (@e-nongnid) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 16:34
    กลัวเสียเพื่อน แต่ไม่คิดถึงใจแฟนตัวเอง นายมันบื้อจองกุก
    #3495
    0
  4. #3450 crescent_moon2 (@Crescent_Moon) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 03:02
    หนูต้องกลัวเสียพี่ยุนกิแล้วนะจังหวะนี้ ปล่อยยัยมี่ไป๊
    #3450
    0
  5. #3432 นมชาเขียว (@sweet_tpop) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:28
    อืม กลัวเสียเพื่อน อืม แต่ไม่กลัวเสียยุนกิ ช่างมันๆ มันไม่เท่ากันตั้งแต่แรกอยู่แล้วอ่ะ
    #3432
    0
  6. #3345 lookpangg (@lookpangg) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 20:28
    โกรธจองกุกอะ
    #3345
    0
  7. #3328 aImma98 (@aImma98) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 22:11
    กลับมาอ่านอื่นรอบก็น้ำตาจะไหล รอไรท์เสมอนะคะ
    #3328
    0
  8. #3325 Mint S (@siri-ch36) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 20:15
    น้ำตาพรากเลยค่า โอ้ยยยยย
    อยากกอดโอ๋ๆยุนกิ
    #3325
    0
  9. #3313 Nulaw (@Nulaw) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 10:27
    ...พี่ยุนกิ แง หอมหัวนะ
    #3313
    0
  10. #3274 Tairo - Rene (@yming) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 12:21
    เป็นเราคือเลิกแล้วอ่ะ เอาจริง เจ็บหนักๆทีเดียว จบ ไม่เหนื่อย ไม่กังวล ไม่งี่เง่าวุ่นวาย หาคนอื่นเหอะพี่ยุนกิ คนรักกันมันไม่ต้องเหนื่อยเพื่ออีกฝ่ายขนาดนี้หรอก
    #3274
    0
  11. #2989 Monstarx093 (@Monstarx093) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 00:20
    น้องหน่วงมากตอนนี้ไม่ชอบอะไรแบบนี้เลยไม่รู้จะเข้าใจใครดี
    #2989
    0
  12. #2949 som-_-moment (@som-_-moment) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 07:13
    จองกุกTT ขอร้องล่ะนะ ควรทำอะไรสักอย่างอ่ะ ไม่งั้นเดี๋ยวได้เสียพี่ยุนกิจริงๆจะทำยังไง เฮ่อ ใจดีเกินไปแล้วอ่ะ
    #2949
    0
  13. #2948 ifaraway (@aommy1315) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 14:58
    คิดถึงนะคะ รออยู่นะฮือ 💙
    #2948
    0
  14. #2946 piipu (@piipu) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 18:27
    เรายังเป็นเด็กดีที่คิดถึงและยังเฝ้ารอคุมไรท์อยู่เสมอ
    #2946
    0
  15. #2945 Midnight EiEiO__O (@14702244) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 01:18
    ไรท์คิดถึงงงงงงงงงงงงงงง
    #2945
    0
  16. #2941 Haizaki (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 16:43
    สงสารยุนกิ จีมินช่วยเตือนเพื่อนตัวเองหน่อยสิ ดึงสติจองกุกกลับมา เราเชื่อว่าจีมินทำได้555

    สู้ๆ นะไรท์
    #2941
    0
  17. #2939 B U N N Y M U K (@mukmina) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 07:17
    ฮือฮือ จองกุกขัดเจนหน่อยยยยย สงสารพี่กินงื้อออออ เชียร์ชานได้ไหมคะ 5555 จองกุกลูกกกกก เครียร์ให้จบนะ
    #2939
    0
  18. #2937 baxo_high (@kris0061) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 13:31
    คิดถึงแล้ววววววว จองกุกจะทำไงต่อไปนะ เชียร์ชานยอลต่อได้มั้ย 5555555
    #2937
    0
  19. วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 03:20
    คิดถึงไรท์
    #2936
    0
  20. #2932 `Youknowwho_ (@everytingforyou) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 23:47
    โอ้ยยยยย  คืออ่านไปด้วยความตาพร่า เพราะความจะร้องไห้ 
    คือแบบ จริงๆเลย ฮืออออ  คือใจมันกังวลมาตั้งหลายตอนแล้วอะ
    แต่ประโยคพี่ยุนกินี่ทำเราร้องจริงๆ ที่บอกน้องกลัวเสียเพื่อน แต่น้องไม่กลัวเสียพี่ยุนกิเลยเหรอ
    คือแบบ มันสุดๆแล้ว คือเราพยายามเข้าใจ พยายามมองในทุกๆมุมที่สามารถมองได้
    ยิ่งไรท์ทวิตเตือนว่าพี่ยุนกิเป็นแฟนคนแรกของน้องนะ เราก็เลยเข้าใจน้องในหลายๆมุมมากขึ้น
    แต่คือมันไม่ไหวจริงๆอะ ดูแต่ละสิ่งที่น้องทำดิ
    คือใจชาวาบเลยตอนอ่านที่่บอกว่าพี่ยุนกิหยิบเส้นผมออกจากเสื้อน้องอะ
    แล้วคือชาหนักเลยตอนที่พี่ยุนกิเข้าห้องมาแล้วเจอมี่นอนอยู่บนเตียงอะ 
    คือมันแบบ โอ้ยย น้อง ทำไมน้องทำแบบนี้อะลูก
    คือ อะ เข้าใจว่าน้องเป็นคนจิตใจดี น่ารัก และที่สำคัญว่ามีแฟนคนแรก
    น้องอาจจะไม่รู้ว่าถ้าทำแบบนี้ไปแฟนเราอาจจะคิดมาก เพราะด้วยความที่พี่ยุนกิโตกว่า
    และไม่เคยงี่เง่าใส่ด้วย แต่ในทางที่ยุนกิ ที่เป็นฝ่ายเข้าหาน้องก่อน จีบน้องก่อนนี่มันแบบ
    โอ้ยยย ไม่รู้จะพูดคำไหนอะ คือมันหน่วงในใจไปหมดเลย
    เหมือนพี่ยุนกิพยายามเพื่อน้องมาตลอด ด้วยความเป็นคนจีบอะ
    บางทีมันเลยต้องเป็นคนที่ทำเพื่อให้น้องรู้สึกดี จนพอมีเรื่องไม่สบายใจ
    พี่เค้าก็กังวลกลัวงี่เง่าไปแล้วน้องจะไม่อยู่กับตัวเองงี้ด้วยเปล่า
    แต่นะ นี่เริ่มไม่ชอบมี่แล้วอะ หลายๆตอนที่ผ่านก็ว่าแบบ เออเพื่อนน้อง
    อาจจะแอบคิดว่ามี่ชอบน้องแน่ๆ แต่มี่ก็ยังคงอยู่ในที่ของมี่อะ
    แต่ตอนนี้เริ่มไม่ชอบแล้วอะ เหมือนมี่กำลังใช้โอกาสจากความใจดีของน้องอะ
    ไม่รู้อะ  บางทีการที่น้องคุยกับมี่ตอนนั้นที่พูดถึงพี่ยุนกิอะ 
    อาจจะจุดประกายให้มี่ทำอะไรสักอย่างหรือเปล่า ? 
    แต่นี่โกรธน้องมาก ที่พอพี่ยุนกิถามไปตรงๆ น้องไม่ยอมพูดน้องไม่ยอมอธิบายอะไรเลยอะ
    อยากรู้ว่าน้องคิดอะไรอยู่ คือกลัวว่าถ้าพูดไปพี่ยุนกิจะคิดมากเหรอ ?
    หรืออะไร แต่คือน้อง การที่น้องไม่พูดนี่โครตจะเป็นการเติมเชื้อเพลิงเลยนะรู้เปล่า
    พี่เค้าคงคิดมากกว่าเดิมอีกอะ ใครสักคนเถอะ เตือนสติน้องที ฮือออออออ
    #2932
    0
  21. #2930 แมวน้อย (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 10:40
    กลับมาอ่านอีกทีเราก็หน่วงอะ เข้าใจว่าพี่กิไม่อยากงี่เง่าทั้งกลัวทั้งกังวลพยามทำตัวดีๆให้กุกเพราะรู้ว่าน้องเป็นคนแปลกๆแบบนี้ อยากให้กุกแสดงให้พี่ดูบ้างว่ารักจริงๆโอยสงสารพี่กิ
    #2930
    0
  22. #2925 ilovehc (@kapokdekd) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 10:26
    น้องวงววงวงงง สงสารยุนกิอะ พอเป็นคนชอบเขาก่อน อะไรๆก็กลัวไปหมด เข้าใจฟีลเลยว่าแบบ เข้าใจนะแต่ทำไม่ได้จริง
    #2925
    0
  23. #2924 Jony-Jeon (@Jony-Jeon) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 08:45
    เปิดตัวเอมี่มาเริ่มคิดหนักละคิดไว้แล้วว่าต้องเป็นนังเอมี่ พิยุนกิของน้องงง
    #2924
    0
  24. #2923 Meiji92 (@Meiji92) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 02:55
    หน่วงมาก น้ำตาไหลตามยุนกิ TT
    #2923
    0
  25. #2922 SNW ...Kya ing (@vasuntara-ink) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 22:19
    โอ้ยยยยยยยยยย เกลียด ชุ้นเกลียดพระเอกพูดน้อย
    #2922
    0