BTS | CLOSED TERRARIUM (KOOKGA)

ตอนที่ 18 : PROCESS 16

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,049
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 109 ครั้ง
    9 พ.ย. 59









PROCESS 16
















 


ตอนนี้เป็นเวลาหนึ่งนาฬิกาสี่สิบห้านาที จอนจองกุกก้าวลงจากรถพลางคุยโทรศัพท์กับใครบางคนไปด้วย เขาปิดประตูพร้อมกับกดล็อคให้เรียบร้อยแล้วเดินไปทางประตูหลังร้าน ไม่นานนักคนปลายสายที่ว่าก็เดินออกมาหาด้วยท่าทางไม่ค่อยมั่นคงนัก แต่สติสัมปชัญญะยังคงมีเหลือพอที่จะคุยกันรู้เรื่อง



 

“หวัดดีครับพี่โฮซอก พี่ยุนกิล่ะครับ?”


“อยู่ข้างใน เข้ามาดิ”


“ผมอายุไม่ถึงอ่ะพี่ รอข้างนอกก็ได้เดี๋ยวมีปัญหา”


“ไม่เป็นไรๆ วันนี้ตำรวจไม่ลง เดี๋ยวพี่พาเข้า แค่บอกพี่เจ้าของมิวส์ให้ว่าแฟนยุนกิมันมารับเขาก็ไม่ว่าแล้ว” แขนยาวๆของคนเป็นพี่กอดคอเขาก่อนจะพาเดินเข้าไปในร้าน


“อ่า ครับ”


“ขนาดไอ้ยุนกิมันยังเข้ามิวส์ตั้งแต่ยังไม่ยี่สิบเล้ยยย ไม่ต้องห่วงๆ”

 

 


จองโฮซอกพูดไปเรื่อยๆระหว่างที่พาเขาเข้าไปโซนวีไอพีที่ชั้นสอง ก่อนจะขอตัวไปอีกทาง คงจะไปหาเจ้าของร้านตามที่ว่า ร่างสูงไหว้พวกพี่ๆที่นั่งอยู่ เขากวาดสายตามองก็พบว่าแก๊งเพื่อนของยุนกิมากันครบเลยทีเดียว ทั้งซอกจิน นัมจุน แบคฮยอน ชานยอล แทฮยอง จงอิน รวมไปถึงคนอื่นๆที่เขาไม่เคยเจออีกหลายคน ดูจากสภาพแล้วก็เมากันเกือบหมด เว้นก็แต่ซอกจินกับชานยอลนั่นแหล่ะที่ยังดูปกติ ตาคมไล่มาหยุดที่ร่างของใครบางคนที่นั่งหน้าเท้าคางบึ้งอยู่ตรงกลางโต๊ะ คิมซอกจินรีบลุกมาหาเขาก่อนจะเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังคร่าวๆ



 

“คือวันนี้ยุนกิมันตั้งใจจะมาเมานั่นแหล่ะ พวกพี่ก็คิดว่าคงดูแลได้เหมือนปกติ แต่วันนี้มันดื่มไปมากจริงๆ จองกุกก็รู้ใช่ป่ะถ้ามันเมาจะชอบตามคนอื่นเขากลับบ้านอ่ะ เมื่อกี้ก็เกือบหิ้วผู้หญิงออกไปแล้ว ดีนะชานยอลไปเจอซะก่อน เนี่ยต้องนั่งกันมันไว้ ไม่งั้นลงไปเต้นอีกก็เผลอตามคนอื่นไปอีก แล้วมันก็งอแงจะหาจองกุกท่าเดียวเลย ปวดหัวชะมัด นึกว่าดูแลลูก” จองกุกพยักหน้ารับรู้ก่อนจะหันไปตามเสียงของนัมจุนที่โวยวายขึ้น


“เฮ้ยๆๆ ยุนกิมึงจะไปไหนอีกกกกก”


“อย่ามาขวางน่า ปล่อยกูดิ๊” ร่างเล็กสะบัดแขนเพื่อนสนิทออกอย่างแรง จินไม่เข้ามาห้ามเพราะรู้ว่าอีกคนจะเดินมาหาเด็กม.ปลายข้างๆเขาก่อนจะเดินไปนั่งข้างแฟนตัวเองที่เดิม


“ไหวมั้ยครับ?”


“จองกุกเหรอ” ยุนกิเดินมาใกล้จนเกือบจะชิด เอียงคอใช้ดวงตาเยิ้มๆของตัวเองมองสำรวจเขาไปมา มือเรียวจับแขนเสื้อเขาทั้งสองข้าง “ไม่ใช่หรอก แต่งตัวแบบนี้..ไม่ใช่หรอก แว่นก็ไม่ได้ใส่ เด็กนั่นป่านนี้คงจะนอนกอดคุณแม่หลับไปแล้ว ฮึๆ เบบี๋ของพี่ยุนกิ”



 

เขากลอกตายิ้มๆเมื่อเห็นคนเป็นพี่ส่ายหน้าพลางพึมพำกับตัวเองว่ายังไงก็ไม่ใช่เขา และบางทีก็หัวเราะขึ้นมาเมื่อคิดอะไรตลกๆได้ อย่างเช่นการล้อเขาเป็นต้น ที่ยุนกิบอกว่าแต่งตัวแบบนี้ไม่ใช่เขา อาจเป็นเพราะวันนี้จองกุกใส่เสื้อเชิ้ตกับกางเกงยีนส์ ซึ่งปกติเป็นเสื้อผ้าแบบที่เขาไม่ค่อยหยิบมาใส่เท่าไรนัก อีกฝ่ายที่ยืนพิงหน้าลงบนไหล่ของเขาได้สักพักเงยขึ้นมองอีกครั้ง



 

“ทำไมกลิ่นเหมือนจองกุกเลยอ่ะใช้น้ำหอมยี่ห้อเดียวกันเหรอ”


“คงงั้นมั้งครับ” เขาตอบยิ้มๆ มินยุนกิตอนเมาแล้วพูดน้อยลงกว่าเดิมมาก


“งืม คิดถึงจองกุกอ่ะ อยากเจอจะแย่แล้ว” เจ้าตัวว่าไปเรื่อย ก่อนจะหันไปคว้าแก้วเหล้าของใครสักคนมายกรวดเดียวจนหมด “ลงไปเต้นดีกว่า


“เฮ้ยจองกุก! มันจะลงไปแล้ว!” ซอกจินตะโกนขึ้นมาเมื่อเห็นว่าเพื่อนตัวเองเดินโงนเงนเกาะราวบันไดลงไปชั้นล่าง


“ครับ ไม่เป็นไร ผมอยากเห็นเหมือนกันว่าพี่เขาจะทำอะไร”


“เฮ้ออออ เดี๋ยวจะรู้ แล้วไปดูแลกันเองเลยนะ”



 

จองกุกไม่ตอบอะไร เขาแค่ยิ้มแล้วหันกลับไปมองคนตัวขาวที่กำลังเดินเข้าไปในฟลอร์ชั้นหนึ่ง ก่อนจะแทรกตัวเดินเข้าไปตรงกลางแล้วเริ่มโยกตัวไปมาตามจังหวะเพลงเมื่อได้ที่ยืนที่ถูกใจ ร่างสูงเท้าแขนกับระเบียง เหลือบมองนาฬิกาข้อมือก็พบว่าอีกไม่กี่นาทีจะตีสอง มีผู้หญิงเดินเข้ามาหายุนกิ คุยอะไรกันนิดหน่อยแล้วก็เดินไปทางอื่น เป็นแบบนี้สองสามคนได้แล้ว จองกุกเห็นพวกผู้ชายรอบๆที่เอาแต่มองมาที่แฟนเขาแล้วก็รู้สึกว่าตัวเองคิดผิดที่ปล่อยให้เจ้าตัวใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวคว้านคอลึกขนาดนั้นมาเที่ยว แถมโช้กเกอร์สีน้ำเงินเข้มบนลำคอยังทำให้อีกคนดูเซ็กซี่และดึงดูดมากขึ้นไปอีก



 




 

ให้ตายเถอะ วันนี้มินยุนกิฮอตเป็นบ้าเลย

 








“ไง” เสียงทุ้มข้างๆเรียกความสนใจให้เขาละสายตาไปจากยุนกิ ปาร์คชานยอลก้าวมายืนเท้าระเบียงข้างๆเขา มือหนายื่นขวดเบียร์ส่งให้ “เอาหน่อยมั้ย?”


“ไม่ล่ะครับ ขอบคุณ”


“หึ” คนอายุมากกว่ากระตุกยิ้มก่อนจะยกเบียร์ขวดนั้นขึ้นกระดกเสียเอง “ปล่อยไปแบบนี้ระวังจับไม่ทันนะ อย่าให้ห่างตัวจะดีกว่า ขอเตือน”


“ขอบคุณครับที่แนะนำ” จองกุกยกยิ้มเล็กน้อย “แล้วก็ขอบคุณด้วยที่ดูแลพี่ยุนกิแทนผมเมื่อกี้นี้”


“เฮอะ ไอ้เด็กนี่” ชานยอลส่งเสียงขึ้นจมูกก่อนจะกลอกตาให้กับความอวดดีที่ถูกฉาบด้วยรอยยิ้มสุภาพ “ถ้าคิดจะมีแฟนเป็นยุนกิล่ะก็ อย่างน้อยก็ควรจะเข้าผับให้ได้ก่อนนะ ถ้าอยากรู้ว่าทำไมก็โน่น จัดการเอาเองละกัน”



 

ชานยอลพยักพเยิดไปทางชั้นล่าง มือตบลงบนบ่าเขาสองสามทีก่อนจะเดินไปที่อื่น จองกุกเผลอขมวดคิ้วเมื่อหันไปเห็นแฟนของตัวเองกำลังพูดคุยกระซิบกระซาบอยู่กับผู้ชายคนหนึ่ง มือของคนแปลกหน้าเลื่อนมาแตะที่เอวของยุนกิ สายตาโลมเลียแบบที่รู้ได้ทันทีว่าคิดอะไรอยู่ในสมอง ร่างสูงสาวเท้าลงไปชั้นล่างอย่างไม่รีบร้อนนัก ใบหน้าเรียบนิ่งไม่ได้แสดงออกว่ารู้สึกอย่างไร ไม่ปรากฏแม้แต่ความโกรธหรือโมโห เขาแทรกตัวผ่านผู้คนเข้าไปหามินยุนกิที่พยักหน้าให้ผู้ชายคนนั้นและทำท่าเหมือนจะเดินออกจากฟลอร์ มือหนาคว้าเข้าที่ข้อมือของร่างเล็ก ตาเรียวฉ่ำน้ำหันมามองเขาอย่างสงสัย ก่อนจะค่อยๆคลี่ยิ้มกว้างแล้วขยับเข้ามาหา



 

“อ่าขอโทษนะครับ ไปด้วยไม่ได้แล้วล่ะ..” เจ้าตัวหันไปบอกคนแปลกหน้าด้วยน้ำเสียงติดจะเสียดาย อีกฝ่ายทำท่าฮึดฮัดแต่ก็ยอมจากไปแต่โดยดี ก็แน่ล่ะ ใครได้เห็นสีหน้าออดอ้อนเป็นลูกแมวของมินยุนกิตอนนี้ก็โกรธไม่ลงทั้งนั้น รวมถึงเขาด้วยเช่นกัน


“กลับกันเถอะครับ”


“นายนี่ขัดจังหวะมากนะรู้รึเปล่า” มือเรียวสอดเข้ามาคล้องแขนเขาเอาไว้ “ต้องรับผิดชอบนะ..




จองกุกยิ้มก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปเจอกับคิมซอกจินที่ยืนมองอยู่ด้านบน เขาทำมือเป็นสัญญาณว่าจะพาคนข้างๆนี่กลับบ้านก่อน คนเป็นพี่พยักหน้าให้อย่างเข้าใจและโบกมือไล่ให้รีบๆไปซะ เขาพายุนกิเดินออกมาทางด้านหลังซึ่งเป็นลานจอดรถ อีกฝ่ายพอจะเดินได้แม้ว่าจะเดินไม่ตรงทางเลยก็ตามเถอะ เด็กม.ปลายกดรีโมทปลดล็อครถก่อนจะเปิดประตูด้านข้างคนขับแล้วพยุงคนตัวขาวให้เข้าไปนั่งด้านในให้เรียบร้อย จองกุกที่เดินมานั่งฝั่งคนขับเรียบร้อยแล้วเอี้ยวตัวไปดึงเบลท์มาคาดให้คนเมา ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากอีกคนไม่มากนักเพราะจมูกได้กลิ่นแอลกอฮอล์ที่ออกมาตามลมหายใจ และในขณะเดียวกันนั้นเขาก็รู้สึกได้ถึงสัมผัสเย็นๆจากมือที่สอดเข้ามาดันตรงช่วงท้ายทอย ก่อนที่ริมฝากบางจะประกบลงบนส่วนเดียวกันของเขาและดูดดึงอย่างเอาแต่ใจอยู่สองสามครั้ง เรียวลิ้นไล่ไปตามแนวฟันของเขาเหมือนจะขอทางผ่านก่อนจะแทรกเข้ามาเมื่อเขายอมให้ จองกุกรับรู้สึกถึงรสชาติของแอลกอฮอล์ที่อีกฝ่ายดื่มมาอย่างเต็มรูปแบบผสมกับรสขมปร่าของบุหรี่ที่เขาต้องได้ลิ้มรสมันทุกครั้งที่จูบกับมินยุนกิ มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นประคองแก้มขาว ส่วนอีกข้างโดนร่างเล็กดึงไปสอดประสานนิ้วเอาไว้ เสียงแลกน้ำลายเฉอะแฉะดูเหมือนจะไม่ทำให้อีกฝ่ายอายได้อีกแล้ว อาจเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ทำให้สติสัมปชัญญะของเจ้าตัวอยู่ไม่ครบ เพราะไม่อย่างนั้นถ้าเป็นปกติป่านนี้คงหน้าแดงหูแดงไปหมดแล้ว



 

เขาค่อยๆผละออกเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าเริ่มมีปฏิกิริยาเรียกหาออกซิเจน จองกุกรู้สึกมึนงงเล็กน้อยเพราะแอลกอฮอล์ที่ได้รับมาจากอีกฝ่ายทางอ้อม ไม่อยากจะนึกภาพเลยว่าเหล้าที่ยุนกิดื่มเข้าไปจะดีกรีเยอะขนาดไหนเขาถึงมึนไปด้วยได้แบบนี้ มือขาวที่เคยยึดบ่าเขาเอาไว้เลื่อนไปตามแนวสันหลัง ริมฝีปากที่หอบหายใจเบาๆขยับไล่ไปตามแนวสันกรามเขาอีกครั้ง ก่อนจะเลื่อนมากดจูบที่ลำคอของเขาพร้อมๆกับมือที่สอดเข้ามาใต้เสื้อเชิ้ตด้านหลัง จองกุกเผลอหลุดเสียงออกมาเมื่อรู้สึกถึงความเจ็บที่เกิดจากฟันคมที่กัดลงมาตรงช่วงไหปลาร้าบวก เสียงจุ๊บที่มาจากการดูดดึงกำลังทำให้เขารู้สึกเหมือนจะเป็นบ้า เขาสะบัดศีรษะเบาๆเรียกสติอีกครั้ง ก่อนจะพบว่าตอนนี้ตัวเองกับมินยุนกิอยู่ในสถานการณ์ที่ล่อแหลมขนาดไหน ถ้ายังไม่หยุดเสียตั้งแต่ตอนนี้อะไรๆมันอาจจะเลยเถิดไปยิ่งกว่านี้ก็ได้ คนตัวขาวผละริมฝีปากออกไปก่อนจะเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงแหบๆ ดวงตาเรียวฉ่ำน้ำเงยมองเขาอย่างไม่มีสติ



 

“ถ้า..ไม่อยากทำบนรถ แถวนี้มีโรงแรมเผื่อคุณจะ


“พี่ครับ ตั้งสติหน่อยนะ” นิ้วโป้งเช็ดคราบน้ำลายออกให้เบาๆ จับปลายคางของคนเป็นพี่ให้หันหน้ามามองเขาชัดๆ “นี่ผมเอง จองกุก”


จองกุกเหรอ ไม่เห็นใส่แว่นเลยอ่ะ” ร่างสูงถอนหายใจก่อนจะหยิบแว่นจากกล่องที่วางอยู่หน้ารถมาสวม วันนี้เขาใส่คอนแทคเลนส์มาแต่ก็ไม่คิดว่ายุนกิจะจำไม่ได้ขนาดนี้ นอกจากจะเมาแล้วชอบตามคนอื่นกลับบ้าน ยังเมาแล้วจำแฟนไม่ได้อีกด้วยสินะ


“โอเคมั้ยครับ?”


“ฮื้อออ จองกุกจริงด้วยอ่ะ” คนตัวขาวยกแขนขึ้นสวมกอดเขาแน่น คางกลมวางอยู่บนไหล่ “คิดถึงจังเลย มารับพี่ยุนกิเหรอครับ”


“ครับ แต่ตอนนี้พี่ยุนกิต้องปล่อยผมก่อนนะ เราจะได้กลับบ้านกัน”


“ไปสิ กลับบ้านนะ กลับกันๆ”

 


 

ร่างเล็กส่งยิ้มให้เขา พยายามพยักหน้าเร็วๆที่ยังไงมันก็ยังดูช้าอยู่ดีเนื่องจากความเมาก่อนจะปล่อยมือออกอย่างว่าง่าย จองกุกไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพวกเพื่อนๆพี่เขาถึงคอยดูแลขนาดนั้น ก็อย่างที่เห็น เมาแล้วก็ชอบตามคนอื่นเขาไป แถมยังปล่อยตัวปล่อยใจไปตามอารมณ์แบบนี้อีก เขารู้สึกว่ายุนกิเริ่มจะรับมือได้ยากขึ้นทุกวัน พูดกันตามตรงเขาไม่เคยเจออีกคนตอนเมาในรูปแบบนี้มาก่อน เพราะตอนที่ไปพัทยาแล้วโดนท้าเล่นเกมส์กินเหล้ากับคนในงาน ตอนนั้นพี่เขาเมาแล้วอ้วก พอหลังจากนั้นก็ภาพตัดไปเลย ไม่มีท่าทางยั่วยวนอะไรแบบนี้ให้ได้เห็นหรอก เขาอดไม่ได้ถึงจะนึกมินยุนกิในช่วงก่อนที่จะได้มาเจอกัน อีกฝ่ายก็คงเป็นแบบนี้กับแฟนหรือคู่นอนคนอื่นๆเหมือนกันสินะ คนพวกนั้นนี่โชคดีจริงๆที่ได้เห็นมุมน่ารักแบบนี้ จองกุกรู้สึกว่าตัวเองเริ่มที่จะเห็นแก่ตัวขึ้นมาเสียแล้ว เขาไม่อยากให้ใครได้เห็นภาพนี้ของยุนกิอีก เขาอยากเป็นคนสุดท้ายและเป็นคนเดียวที่ได้เห็นมันนับจากนี้ต่อไป ซึ่งก็ได้แต่หวังว่ามันจะไม่มีปัจจัยอะไรเข้ามาเปลี่ยนแปลงเรื่องของพวกเขาไปจากเดิม




 

ระหว่างที่รถติดไฟแดง มือหนาเอื้อมไปถอดโช้กเกอร์สีน้ำเงินอันใหญ่ออกจากคอให้เพราะกลัวว่าจะอึดอัด โชคดีจริงๆที่ยุนกิใส่มันมาด้วยเพราะไม่อย่างนั้นเขาอาจจะอดทนไม่ได้จนถึงตอนนี้ ใครจะว่าเขาโง่ก็ได้ที่ยอมพลาดโอกาสแบบนี้ไป แต่จอนจองกุกก็คือผู้ชายทั่วๆไปที่มีความคิดว่าความรักกับเซ็กส์มันแยกออกจากกันได้ เขาคิดว่ามันเป็นคนละส่วนกัน แต่ในเมื่อร่างเล็กได้ก้าวเข้ามาอยู่ในวงกลมส่วนที่เป็นความรักของเขาแล้ว ดังนั้นสำหรับมินยุนกิ เขาก็ไม่สามารถแยกมันออกจากกันได้อีก และถ้าจองกุกตัดสินใจที่จะทำแบบนั้นแล้วจริงๆ เขาก็อยากให้เจ้าตัวยินยอมอย่างมีสติครบถ้วนและสัมผัสความรู้สึกดีๆนั้นไปด้วยกัน ไม่ใช่ตอนที่เมาจนจำอะไรไม่ได้แม้แต่แฟนตัวเองแบบนี้ เพราะไม่อย่างนั้นเขาก็คงไม่ต่างอะไรกับผู้ชายที่ยุนกิเกือบจะออกไปด้วยเมื่อกี้นี้หรอก

 

 

 
















มินยุนกิลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนบ่ายสองของวัน มือเรียวกวาดสะเปะสะปะไปยังตู้เตี้ยๆข้างเตียง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองมาเพื่อเปิดเช็คดู ทว่ากลับมีโพสต์อิทสีเขียวอ่อนที่เขาใช้จดโน้ตแปะเอาไว้บนหน้าจอ ลายมือของเด็กม.ปลายคนหนึ่งที่เขาจำได้แม่นถูกเขียนไว้อย่างเป็นระเบียบ





 

ขอโทษที่ไม่ได้อยู่รอจนตื่นนะครับ มีชาแบบที่พี่ชอบอยู่ในตู้เย็น ไว้ดื่มแก้แฮงค์นะครับ





 

ร่างเล็กอมยิ้มก่อนจะดึงออกมาแปะไว้ด้านหลังโทรศัพท์ เพราะเขาหนักหัวมากจนลุกขึ้นไปเก็บมันดีไม่ไหวๆ คงต้องรออีกสักพักถึงจะโอเคขึ้น เมื่อคืนนี้เขาจำได้ว่าจองกุกเป็นคนมารับเขากลับจากมิวส์ รู้สึกแย่เหมือนกันที่ต้องรบกวนน้องอีกแล้ว ทั้งๆที่ตอนนั้นจองกุกควรจะได้พักผ่อนเพราะเช้าวันนี้เจ้าตัวก็ต้องพาคุณแม่ไปทำบุญอีก ยุนกิยกแขนขึ้นบิดขี้เกียจ ก่อนจะพบว่าตัวเองอยู่ในชุดนอนลายทาง ไม่ใช่ชุดที่ใส่ไปเที่ยวเมื่อคืน จองกุกคงจะเปลี่ยนให้นั่นแหล่ะ เมื่อคิดได้ดังนั้นคิ้วก็พลันขมวดแน่นพร้อมกับมือขาวที่เลื่อนมาจับสีข้างตัวเองทันที แต่กว่าจะได้เรียบเรียงอะไรแรงสั่นจากเครื่องมือสื่อสารก็เรียกความสนใจจากเขาไปเสียก่อน นิ้วเรียวสไลด์บนหน้าจอรับสายเพื่อนสนิทที่โทรมาอย่างพอดิบพอดีราวกับรู้ว่าเขาตื่นแล้ว



 

“ไงมึง”


((ตื่นยัง จะบ่ายสามละสัด))


“เออๆ ตื่นแล้ว มีไร”


((จะโทรมาบอกว่าเดี๋ยวเย็นๆกูกับชานยอลเข้าไปหาที่บ้าน))


“มาไมวะ”


((ถอน))

 

 

 



















พวกโฮซอกกับชานยอลมาถึงตอนเกือบทุ่มพร้อมเบียร์และกับแกล้มนิดหน่อย หลังจากที่โฮซอกมันโทรหาตอนบ่ายสามเขาก็ลุกขึ้นอาบน้ำอาบท่า แล้วลงไปชั้นล่างเพื่อหาอาหารลงท้องก่อนที่จะต้องรองรับแอลกอฮอล์อีกครั้งเย็นนี้ ยุนกิชะงักมือที่กำลังจะหยิบซองกาแฟสำเร็จรูปมาชงดื่มด้วยความเคยชิน ก่อนจะเลื่อนไปเปิดตู้เย็นเพื่อหยิบถ้วยชาที่จองกุกเตรียมไว้ให้มาอุ่นดื่มแทน กลิ่นคาโมไมล์ทำให้สมองเขาปลอดโปร่งขึ้น หลังจากที่หาอะไรทานเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็ขึ้นมานอนกลิ้งเล่นโทรศัพท์ไปเรื่อย เช็คหุ้นบ้าง โทรหาผู้จัดการเดย์เบดบ้าง ก่อนจะจบลงที่อ่านหนังสืออ่านเล่นของจองกุกที่เจ้าตัวลืมไว้ที่บ้านจนเผลอหลับไป ตื่นมาอีกทีก็หกโมงแล้ว ล้างหน้าล้างตาสักพักพวกโฮซอกก็มาถึงพอดี เขาช่วยชานยอลแช่กระป๋องเบียร์ลงในถังน้ำแข็งขนาดเล็ก ด้วยความที่ขี้เกียจจะเดินไปเดินมาระหว่างครัวกับสระว่ายน้ำเลยตัดสินใจทำแบบนี้ดีกว่า ชานยอลหิ้วมันมาวางลงข้างๆโฮซอกที่กำลังตั้งหน้าตั้งกดโทรศัพท์ ใบหน้าติดจะยิ้มทำให้รู้ทันทีว่าคุยกับใครอยู่

 



อ่ะๆๆ รายงานเมียแป๊บบบบ”


“ไอ้เวร” มันด่าเขายิ้มๆ ก่อนจะกดล็อกโทรศัพท์แล้วเปิดกระป๋องเบียร์ตรงหน้าที่เขาวางเอาไว้ให้ “เบียร์แพงนี่มันดีจริ๊งงงงงง คุณชานยอลเขาเลี้ยงนะครับ กราบเร้วววว”


“กราบหน้ามึงสิ” ยุนกิดีดหน้าผากเพื่อนสนิทเบาๆ ก่อนจะหันไปหาคนข้างๆที่ไม่ได้พูดอะไร “ขอบใจนะชานยอล”


“ไม่เป็นไรๆ”


“เมื่อคืนจงอินแม่งโคตรเด็ด เกี่ยวสาวได้สวยฉิบ หุ่นอย่างกับนางแบบ โคตรอิจฉาเลย”


“เดี๋ยวเหอะ กูจะฟ้องวี”


“อ่ะล้อเล่นน่า แล้วเมื่อคืนเพื่อนเป็นไงบ้างอ่ะครับ ตื่นบ่ายสามขนาดนั้นหนักเลยดิ”


“เออ หนัก”


“เด็กๆก็งี้ฮอร์โมนมันแรง ว่าแต่ท่าไหนที่หนักเหรอเพื่อน เล่าหน่อยๆๆ”


“ท่าทางจะเป็นตีนกูนี่แหล่ะ อยากลองมั้ยล่ะเพื่อน” จองโฮซอกหัวเราะร่าพลางเอนตัวหลบเท้าเจ้าของบ้านที่ยกมาเกือบจะถึงหน้าอยู่แล้ว


“โอ้ๆๆ ไม่ดีกว่าครับ ตอนนี้สถานการณ์ไม่ปลอดภัย ขอตัดภาพไปที่ห้องส่งเลยนะครับ คุณชานยอลเลยครับ ได้ยินมั้ยครับ”


“ปัญญาอ่อน” ร่างสูงหัวเราะเบาๆพลางส่ายหน้าให้กับท่าทางหาสัญญาณวิทยุของเพื่อน ก่อนจะยกกระป๋องเบียร์ขึ้นดื่ม


“โห ไม่มีใครเล่นกะกูเลยยยย”


“มึงกลับไปเล่นที่บ้านไป๊ เปลืองเบียร์จริงๆ”






 

พวกเขาคุยสัพเพเหระกันไปเรื่อย ยุนกิหยิบโทรศัพท์มาอัพรูปลงอินสตาแกรมบ้าง เล่นเกมบ้าง คุยแชทกับจองกุกบ้าง หูก็ฟังสิ่งที่โฮซอกเล่าสลับกับออกความคิดเห็น ชานยอลส่วนใหญ่จะชอบฟังอย่างเดียว ไม่ค่อยพูดเท่าไรนัก เขาหยิบเบียร์กระป๋องใหม่มาเปิด ตอนนี้ก็เริ่มกรึ่มๆแล้ว บรรยากาศในตอนนี้ดีมาก ลมเย็นๆของหน้าหนาวทำให้เบียร์อร่อยขึ้นอีกสิบระดับ มือขาวยื่นมือขอบุหรี่จากโฮซอก อีกฝ่ายส่งให้เขาก่อนจะยกมือป้องลมจุดบุหรี่ของตัวเอง ยุนกิยื่นให้คนข้างๆก่อนจะวางมันไว้ที่เดิมเมื่อชานยอลปฏิเสธ เขาคาบมวนสีขาวก่อนจะยื่นหน้าไปให้เพื่อนสนิทจุดไฟให้ มือข้างที่ว่างหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นอีกครั้ง ก่อนจะต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นคอมเมนท์ของจองกุกในรูปที่ตัวเองเพิ่งอัพลงอินสตาแกรม มีคนมาเม้นถามว่า ถ้ายุนกิเมาแล้วจองกุกมาจะมาดูแลมั้ย แล้วอะไรคือการตอบว่า ไม่ต้องหรอกครับ เพื่อนเค้าเยอะแยะ วะครับ?





 

สาบานว่าไม่ได้งอน -_________-

 




 

แต่คนอย่างจอนจองกุกเนี่ยนะจะงอนเขา งอนเรื่องชานยอลมาบ้านเนี่ยนะ ไม่มั้ง จะว่ายังไงดี ยุนกิไม่เคยเจอกับจองกุกในรูปแบบนี้มาก่อนเลยไม่รู้ว่าควรจะรับมือยังไง ควรจะง้อ หรือปล่อยผ่านไปเฉยๆ คนแบบน้องจะชอบให้เขาทำแบบไหนกันแน่ เขาคาบบุหรี่เอาไว้ก่อนจะใช้ทั้งสองมือพิมคอมเมนต์ตอบกลับในไอจี แล้วกดโทรเฟสไทม์ไปหาเด็กม.ปลายที่ป่านนี้ไม่รู้ว่าจะคิดอะไรอยู่


 

 

“คบกับจองกุกเป็นยังไงบ้าง?” ชานยอลเอ่ยถามเขาเมื่อโฮซอกลุกไปเข้าห้องน้ำ


“อ่า ก็ดีนะ ก็พยายามศึกษากันเรื่อยๆแหล่ะ”


“แล้วน้องมันดูแลยุนกิดีรึเปล่า?” ” ยุนกิอัดควันเข้าปอดก่อนจะตอบกลับด้วยโทนเสียงกลางๆ ฟังแล้วเหมือนกับอีกคนพูดเรื่องราวในชีวิตประจำวัน แต่แววตาทั้งคู่กลับเป็นประกายระยับ


“ดีจนเราจะเป็นง่อยอยู่แล้วอ่ะ พามาเจอป๊ากับม๊าแล้วนะ เขาก็ชอบน้องกัน บอกว่าเป็นผู้ใหญ่ดี เสียแต่จองกุกไม่ค่อยจะพูดนี่แหล่ะเลยไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ การกระทำของน้องก็ชัดเจนนะ แต่บางทีก็อยากให้พูดต่อหน้าบ้างอ่ะ ว่ารัก ว่าคิดถึง ไรงี้”


“อ่อ แล้ว


“อ้าวเฮ้ย รับสายตั้งแต่ตอนไหนเนี่ย ชานยอลแป๊บนะ เดี๋ยวมา เอาไปสูบต่อทีดิ เสียดายอ่ะ”



 

มือขาวยื่นบุหรี่ส่งให้เขา มันยังไหม้ไปไม่ถึงครึ่งมวนเสียด้วยซ้ำ ก่อนจะลุกขึ้นเดินเร็วๆไปทางบ่อปลาคาร์พ ชานยอลมองตามเห็นหน้าจอโทรศัพท์อีกฝ่ายปรากฏใบหน้าของเด็กม.ปลายคนที่เขาเพิ่งมีบทสนทนาด้วยเมื่อคืน ร่างสูงหัวเราะขึ้นจมูก ก่อนจะยกบุหรี่มวนที่ยุนกิยกให้ขึ้นจรดริมฝีปาก






 

ทั้งๆที่คิดว่าเลิกบุหรี่ได้แล้วแท้ๆ แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้จริงๆ





 

 

 

 


คนตัวขาวหยุดยืนริมบ่อปลาคาร์พก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นระดับหน้า ใบหน้าของคนปลายสายเรียบนิ่งเหมือนปกติ แววตาติดจะอารมณ์ดีด้วยซ้ำ จองกุกในชุดนอนสีน้ำเงินนั่งพิงหัวเตียง หลอดไฟดวงใหญ่ถูกปิดไปแล้วเหลือแต่ไฟหรี่สีส้มเท่านั้นที่ยังคอยให้แสงอยู่



 

“จองกุกกก รับสายตั้งนานแล้วทำไมไม่พูดอ่ะ งอนเราเหรอ”


((เปล่าครับ คิดมากจังเลย))


“โหยไม่ให้คิดได้ไงอ่ะ ก็ดูเธอตอบคอมเมนท์ไอจีดิ โกรธที่ชานยอลมาหาเหรอ”


((เปล่าเลยครับ เรื่องแค่นี้เอง ผมก็แค่แกล้งเล่น))


“จองกุก! ดื้ออ่ะ เด็กไม่ดี” เสียงหัวเราะเบาๆจากปลายสายยิ่งทำให้ยุนกิหน้าบูดกว่าเดิมอีกสิบระดับ


((เมารึเปล่าครับ))


“ไม่อ่ะ แค่เบียร์เอง สบ๊ายยยย แล้วนี่จะนอนแล้วเหรอ”


((ครับ วันนี้เหนื่อย ขับรถทั้งวันเลย))


“ดีแล้วล่ะ เป็นเด็กดีพาคุณพ่อคุณแม่ไปเที่ยวนะ”


((เมื่อกี้ยังว่าเป็นเด็กไม่ดีอยู่เลย))


“เอ๊ะ จองกุกย้อนเราเหรอ”


((เปล่าซะหน่อย คิดไปเองอีกแล้ว))


“โอ๊ย กวนประสาทอ่ะ” จองกุกยิ้มๆก่อนจะขยับพลิกตัวลงนอนตะแคง ยุนกิเผลอเอียงศีรษะตามกล้องของอีกฝั่งก่อนจะเลิกทำเมื่อรู้สึกว่าเวียนหัว ถ้ายังไม่หยุดอาจจะตกบ่อปลาก็เป็นได้


((เป็นเด็กดีแล้วพี่ยุนกิไม่เห็นให้รางวัลเลย))


“แล้วน้องจองกุกอยากได้อะไร พี่ยุนกิจะไปหามาให้หมดเลย” มือขาวตบอกตัวเองแบบโชว์ป๋าสุดๆจนจองกุกหลุดหัวเราะอีกครั้ง


((อยากว่ายน้ำที่บ้านพี่))


“โห่ย เรื่องนี้ไม่เห็นต้องขอเลย ปกติก็ว่ายอยู่แล้วป่ะ”


((งั้นเจอกันพรุ่งนี้บ่ายๆนะครับ ผมมีนัดดูหนังกับจีมินก่อน พี่อยากมาด้วยรึเปล่า))


“ไม่เป็นไรๆ ตามสบาย เรารออยู่ที่บ้านดีกว่า”


((งั้นก็แค่นี้นะครับ))


“อื้อๆ ฝันดีนะจองกุก”




 

เขามองหน้าของอีกฝ่ายอยู่สักพัก ส่งยิ้มให้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะตัดสินใจว่าจะวางทั้งๆที่ไม่อยากเลย ถ้าเป็นไปได้เขาอยากจะนั่งมองหน้าจองกุกไปเรื่อยๆแบบนี้ทั้งคืน นิ้วเรียวที่กำลังจะกดวางต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงนุ่มๆที่ดังขึ้นอีกครั้ง

 







 

((คิดถึงนะครับ))

 

 




























“จองกุก ไปหาพี่ยุนกิกี่โมงอ่ะ” ปาร์คจีมินถามขึ้นระหว่างที่พวกเขาเดินออกจากโรงหนังด้วยกัน วันนี้เขากับเพื่อนสนิทตัวเล็กนัดเจอกันเพราะหนังที่อยากดูเข้าโรงพอดี


“เย็นๆอ่ะ หิวเหรอ? อยู่กินข้าวกับจีมินก่อนก็ได้”


“อ๋อ ไม่เป็นไรๆ รีบไปหาพี่เขาเหอะ” คนข้างๆรีบเอ่ยปฏิเสธพร้อมกับโบกไม้โบกมือเป็นพัลวัน มีการผลักไสไล่ส่งเขาไปหาแฟนเสียอีก ทั้งๆที่ปกติคงชวนไปกินอะไรต่อแล้ว


“ไม่เป็นไร ไม่รีบ” จองกุกก้มดูนาฬิกาข้อมือก่อนจะพบว่ามันเพิ่งบ่ายสองกว่าๆเท่านั้น กว่าจะรอให้แดดร่มพร้อมว่ายน้ำก็สี่ห้าโมงเย็นนั่นแหล่ะ


“เดี๋ยวพี่ยุนกิรอน้า”


“ทำไมไล่จัง นัดใครไว้หืม?” เขาขยับเข้าไปจ้องตาเล็กๆของเพื่อนอย่างจับพิรุธ สุดท้ายปาร์คจีมินที่ไม่เคยโกหกเขาสักครั้งก็ต้องคายความลับออกมาจนได้


“โห่ย ก็ไม่มีไรหรอกกก พี่ที่ติวให้นั่นแหล่ะ”


“อ่อ คนนั้นเอง”


“เออ นั่นแหล่ะ” จีมินนึกขอบคุณแรงสั่นในกระเป๋ากางเกงที่ช่วยเขาให้พ้นจากการสอบสวนของร่างสูง ก่อนจะต้องกลอกตาเมื่อเห็นเบอร์ที่โทรเข้ามา






 

ก็ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นเลย!

 





 

“ครับ ถึงแล้วครับ” ร่างเล็กรีบหันหนีเพื่อนสนิทที่ยืนยกยิ้มอยู่ข้างๆ “พี่อยู่ตรงไหนครับ ผมจะได้เดินไปหา”


“ใครโทรมาเหรอ” จีมินรู้สึกได้ใบหน้าของจองกุกที่ขยับเข้ามาใกล้ พร้อมกับเสียงนุ่มๆที่กรอกลงโทรศัพท์ แม้ว่ามันจะไม่ดังนักแต่เขาก็เชื่อว่าคนปลายสายต้องได้ยินแน่นอน


“เลิกแกล้งสักทีน่า” เขาเอ็ดเพื่อนเบาๆแล้วรีบพูดตอบรับอีกฝั่ง “ครับๆ ไว้เจอกันนะ”


“หึ”


“จองกุก เดี๋ยวเถอะนะ แกล้งอยู่ได้” จีมินกดวางสาย ยกนิ้วชี้หน้าร่างสูงที่เอาแต่หัวเราะอย่างคาดโทษ


“ทีหลังจะไปเดทก็บอกสิ”


“นี่ขนาดไม่บอกยังแกล้งเลย ไม่เอาหรอก ไม่บอกจองกุกหรอก”


“ก็แล้วแต่จีมินละกันนะ ตามใจเลย”


“โอ้ยกวนอีกแล้วอ่ะ” จองกุกหลุดหัวเราะเบาๆเมื่อเห็นใบหน้าบูดบึ้งของอีกคน “แล้วนี่จะไปไหนต่อ?”


“ก็พี่เขามาแล้วไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวเราไปหาพี่ยุนกิเลยแล้วกัน”


“โอเคๆ ขับรถดีๆนะ ถึงบ้านพี่ยุนกิแล้วบอกด้วย”


“อือ ดูแลตัวเองด้วยล่ะ”


“นี่ เราโตแล้วนะ เป็นผู้ชายด้วย ไม่ต้องห่วงหรอกน่า”




 

จองกุกได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆให้กับท่าทางเหมือนเด็ก จับศีรษะของเพื่อนสนิทโยกไปมาเบาๆ ก่อนจะโบกมือเป็นเชิงขอตัว จีมินพยักหน้าให้ก่อนจะเดินแยกไปอีกทาง เขาเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงอีกครั้ง นั่งลงก้มผูกเชือกรองเท้าคอนเวิร์สที่มันเผลอคลายออกเมื่อเดินไปได้ครึ่งทาง แม้ว่ากับคนคนนี้เขาจะเคยเจอมาหลายครั้งแล้วก็เถอะ แต่จะให้ปฏิเสธว่าไม่ตื่นเต้นเลยก็คงทำได้ลำบาก จีมินเดินลงบันไดเลื่อนไปยังชั้นสี่ ก่อนจะหยุดที่หน้าร้านอาหารอิตาเลียนร้านหนึ่ง เขาชะเง้อมองเล็กน้อยก่อนจะพบคนที่นัดเอาไว้ส่งยิ้มพร้อมโบกมือกลับมาให้



 

“กี่ท่านคะ?”


“อ๋อ นัดไว้แล้วครับ”

 



เขาตอบพนักงานสาวที่เดินออกมาต้อนรับก่อนจะขอตัวเข้าไปในร้าน จีมินเดินตรงไปยังโต๊ะที่อยู่แถวๆริมซ้ายของร้านซึ่งเป็นชั้นลอยยื่นออกมา มือเลื่อนเก้าอี้นั่งลงตรงกันข้ามกับผู้ชายผมสีเข้มคนหนึ่งที่สวมเสื้อสเวตเตอร์สีดำกับกางเกงยีนส์สีเดียวกัน อีกฝ่ายเอ่ยทักทายแล้วเลื่อนเมนูให้เขาเลือกอาหาร จีมินเลือกสปาเกตตี้แบบที่ชอบ ในขณะที่คนตรงข้ามสั่งสเต็กเนื้อแบบมีเดียม-แรร์ พวกเขาคุยกันในเรื่องทั่วๆไป ทั้งเรื่องทริปพัทยาที่เขาเพิ่งไปมา เรื่องวันหยุดปีใหม่ที่อีกคนเอาแต่นอนอยู่บ้านเพราะเรียนหนัก เรื่องสอบตามหลักสูตรที่จีมินต้องไปสอบ หรือเรื่องเรียนของคนเป็นพี่ที่สาหัสตั้งแต่เปิดเทอม คนคนนี้ค่อนข้างพูดน้อยกว่าจองโฮซอก แต่ไม่เงียบเท่าจองกุก เป็นคนตรงไปตรงมา ดูจะโผงผางในบางครั้ง แล้วก็ไม่ได้มีคารมดีหรือมีความนุ่มนวลแบบที่จองโฮซอกเป็นเช่นกัน






 

 

อ่า ให้ตายสิ เขาคิดถึงพี่โฮซอกอีกแล้ว

 






 

“เมื่อกี้ตอนที่พี่โทรหาเสียงใครเหรอ?”


“อ๋อ จองกุกน่ะครับ เพื่อนสนิทผมเอง มันชอบแกล้งแบบนี้แหล่ะ”


“นึกว่าแอบไปเจอใครก่อนจะมาหาพี่ซะอีก” อีกฝ่ายว่าพลางเอื้อมมือมาเช็ดซอสออกจากมุมปากของคนที่เอาแต่พูดไปม้วนเส้นสปาเกตตี้ไป ดูเหมือนจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าอีกคนทำอะไรเมื่อกี้นี้


“โธ่ จะแอบไปไหนล่ะคร้าบ ผมไม่ใช่คนแบบนั้นซะหน่อยอ่ะ”




 

จีมินส่งยิ้มกว้างให้คนโตกว่าก่อนจะม้วนเส้นเข้าปากอีกคำ คนคนนี้คือพี่นักศึกษาปีสองของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เขากับเจ้าตัวเจอกันตอนที่จีมินหาคนติวเข้าวิศวะให้ ทีแรกก็เรียนกันเป็นกลุ่มห้าหกคนนั่นแหล่ะ ไปๆมาๆก็อย่างที่เห็น ทีแรกจีมินก็แค่นึกว่าเอ็นดูเขาเฉยๆตามประสา แต่การที่ยังมาวุ่นวายกับเขาอยู่ทั้งๆที่เรียนจบคอร์สไปแล้วแบบนี้มันก็น่าสงสัย เขาจำได้ว่ามันเป็นช่วงเย็นของวันเสาร์หลังจากกลับจากทริปพัทยา อีกคนนัดเขาออกมาดูหนังก่อนที่จะเปิดปากสารภาพว่าคิดยังไงกับเขา แล้วก็ขอให้เราลองคุยๆกันดู ถ้าให้พูดกันตามความจริง เขาบอกเลยว่าตัวเองยังลืมจองโฮซอกไม่ได้ แต่เขาไม่อยากจะจมอยู่ที่เดิมอีกแล้ว มันอาจจะดูเห็นแก่ตัวที่เขาเลือกที่จะตอบตกลงพี่ติวคนนี้ไป







 

 

แต่ถ้าปาร์คจีมินจะขอโอกาสรักตัวเองบ้าง มันก็คงไม่ผิดอะไรใช่หรือเปล่า?

 

 

 

 

















เสียงดังแตะๆจากการเดินลากรองเท้าสลิปเปอร์สีฟ้าคู่โปรดของเจ้าของบ้านมักเป็นสิ่งที่ทำให้จองกุกหลุดยิ้มได้เสมอ หลังจากที่แยกกับจีมิน เขาก็แวะไปซื้อชีสทาร์ตที่ร้านขนมเปิดใหม่ในห้างนั้น ต่อแถวอยู่เกือบสามสิบนาทีกว่าจะถึงคิวของเขา พอขับรถออกมาจากลานจอดรถก็ดันเจออุบัติเหตุรถชนกันอีก โชคดีที่ไม่มีใครบาดเจ็บและเสียหายแค่รถ แต่ผลที่ตามมาคือรถติดยังกว่าเย็นวันศุกร์เสียอีก เอาเป็นว่ากว่าจะฝ่าการจราจรอันน่าหงุดหงิดของเมืองหลวงมาถึงบ้านพี่ยุนกิได้ก็ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง ได้เวลาว่ายน้ำอย่างพอดิบพอดีนั่นแหล่ะ



 

“เราบอกแล้วว่าไม่ต้องๆ รอคนเลิกเห่อค่อยกินก็ได้น่า” ร่างเล็กบ่นกระปอดกระแปดระหว่างที่เอาขนมไปเก็บไว้ในครัว จอนจองกุกนี่ดื้อจริงๆ เขาแค่พูดเปรยๆว่าอยากกินเอง ไม่ได้จะให้ไปซื้อมาเสียหน่อย


“ก็พี่บอกอยากกินไม่ใช่เหรอครับ”


“ก็ใช่อ่ะ แต่ต่อคิวตั้งนาน ลำบากจองกุกเปล่าๆ”


“ไม่เป็นไรครับ แค่นี้เอง” มือหนาวางบนศีรษะเขาเบาๆพลางโยกไปโยกมา จากใบหน้าบูดบึ้งของเขาก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นใบหน้าเปื้อนยิ้ม เขาแพ้จองกุกทุกทีสิน่า


“ไปเปลี่ยนชุดดิ จะได้มาว่ายน้ำ”


“ครับ”

 


 

มินยุนกิดันหลังคนสูงกว่าให้เดินเข้าห้องน้ำไปซะ ก่อนที่จะผิวปากเรียกเจ้า ทองหล่อ สุนัขพันธุ์บีเกิลสุดที่รักของเขาให้มาวิ่งมาหา ตอนแรกจะตั้งชื่อมันว่า สุขุมวิทร้อยหนึ่ง แต่ก็สงสาร แถมชื่อยาวเกินไปลำบากเวลาจะเรียกอีก เขาเป็นลูกคนเดียว แม้ว่าจะมีเพื่อนเยอะแยะแต่บางทีมันก็เบื่อ แถมตอนนี้เขาโตแล้วจะมาเล่นกับพี่จูเหมือนเด็กๆก็คงไม่ได้ เลยอ้อนหม่าม๊าขอซื้อหมามาเลี้ยง ยังจำตอนที่ไปเดินดูตามโซนสัตว์เลี้ยงกับโฮซอกได้ดี ตีกับมันแทบตายกว่าจะได้บีเกิลสมใจอยาก เพราะเพื่อนสนิทเขามันเป็นประเภทรักหมามากเลยเอาแต่ห่วงนู่นห่วงนี่ กลัวว่าเขาที่เบื่อง่ายจะเลิกเห่อเจ้าบีเกิลแล้วไม่เล่นกับมัน สุนัขพันธุ์นี้เป็นพันธุ์ที่ต้องการความรักความเอาใจใส่พอสมควร อย่างน้อยต้องพามันไปเดินเล่นบ้างวันละครั้งสองครั้ง ห้ามละเลยเด็ดขาด ซึ่งยุนกิก็ทำหน้าที่นี้ได้ดี เว้นแต่ว่าช่วงไหนที่ยุ่งมากๆก็ต้องรบกวนพี่จูเป็นคนดูแลแทน แล้วเดี๋ยวนี้จองกุกมาบ้านเขาบ่อยๆก็เลยได้เด็กนี่ช่วยพามันไปเดินเล่นที่สวนในหมู่บ้านด้วย แถมยังแรงเยอะเล่นกับเจ้าทองหล่อได้ไม่เหนื่อยอีกต่างหาก ไม่เหมือนเขาเลยที่เดินนิดๆหน่อยๆก็เมื่อยแล้ว ไม่รู้ว่าเขาแก่แล้วหรือเด็กมันแข็งแรงกันแน่


 

 

“พี่ไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าเหรอครับ?” เสียงคุ้นเคยที่ดังขึ้นด้านหลังเรียกให้เขาที่กำลังจะปากลูกบอลให้ทองหล่อไปคาบมาต้องรีบหันไปตอบ


“อ๋อ ยังอ่ะ เธอว่ายก่อนเลย” อีกฝ่ายไม่ได้ว่าอะไร ทำแค่เพียงพยักหน้าแล้วยืนรอเขาให้เดินไปด้วยกัน “ทองหล่อ ห้ามไปตรงบ่อปลานะเข้าใจมั้ย ไม่งั้นเย็นนี้จะไม่ให้กินขนม”


“บ๊อก!


“ดีมาก”

 



เขาตบหัวเจ้าบีเกิลเบาๆสองสามครั้งก่อนจะเดินตามเด็กตัวโตไปยังสระว่ายน้ำ แอบกั้นประตูเอาไว้ไม่ให้ทองหล่อออกมาวิ่งเล่นหลังบ้าน เพราะไม่กี่วันก่อนเกือบจะโดดลงบ่อปลาคาร์พอยู่แล้ว ดีนะจับเอาไว้ทัน เกือบโดนป๊าตีทั้งคนหมา โดนนั่งสำนึกผิดกันอยู่ตั้งนาน

 



เขานั่งหย่อนขาลงขอบสระ ดึงผ้าขนหนูจากมือจองกุกที่กำลังขยับมานั่งข้างๆเอามาพาดไว้ที่ไหล่ตัวเอง น้องถอดแว่นวางไว้แถวๆนั้นข้างโทรศัพท์มือถือ แม้ว่าอีกคนจะมาว่ายน้ำบ้านเขาบ่อยแล้วก็เถอะ แต่ยุนกิก็ไม่สามารถทำใจให้ชินกับหุ่นของน้องได้สักที ผิวที่ไม่ได้ขาวจนเกินไปเมื่อเทียบกับเขา ต้นขาแน่นๆ กล้ามแขนแบบคนออกกำลังกาย แล้วไหนจะกล้ามหน้าท้องที่เข้ากันอย่างพอเหมาะพอดีกับรูปร่างนั่นอีก





 

 


โอเค เขาควรจะหาอะไรทำฆ่าเวลา แทนที่จะนั่งมองน้องด้วยสายตาหื่นกามแบบนี้สินะ





 

 

 

“พี่ไม่ว่ายด้วยกันจริงๆเหรอครับ” จองกุกถามขึ้นอีกครั้งพลางยืดเส้นยืดสายไปด้วย


“หืม ไม่อ่ะ วันนี้ไม่อยากเลย”



 

ยุนกิได้แต่หัวเราะแห้งๆ นึกขอโทษอีกฝ่ายในใจอีกครั้งที่ต้องโกหก วันนี้เขามีเหตุจำเป็นให้ว่ายน้ำไม่ได้จริงๆ และเป็นสาเหตุที่ค่อนข้างจะมีผลด้านความรู้สึกมากเสียด้วย จะให้แกล้งบอกว่าเมนส์มาเหมือนพวกผู้หญิงก็ยังไงอยู่ เขาส่งยิ้มให้คนข้างๆที่นั่งมองหน้าเขานิ่งๆเหมือนปกติ จองกุกยิ้มบางๆตอบกลับมาแล้วหย่อนตัวลงไปในสระ



 

“ดีแล้วล่ะครับ เดี๋ยวแผลโดนคลอรีนแล้วมันจะอักเสบเอา”



 


นั่นคือประโยคสุดท้ายก่อนที่น้องจะออกตัวว่ายน้ำ เจ้าตัวพูดมันด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่กลับทำให้ขนทั้งร่างของเขาลุกชัน ยุนกิรู้สึกว่าตัวเองในตอนนี้เหมือนเด็กที่ทำความผิดแล้วโดนพ่อแม่จับได้ แต่ทุกคนก็น่ารู้จะดีว่าการที่พ่อแม่เงียบใส่เรามันน่ากลัวยิ่งกว่าการโดนทำโทษเสียอีก มือขาวดึงคอเสื้อตัวเองออกแล้วมองลงไปยังผิวเนื้อใต้ราวนมเยื้องไปทางขวาที่มีหมึกสีดำวาดเป็นลวดลายเอาไว้อยู่ เหลือบมองร่างสูงที่ยังคงว่ายน้ำอยู่ไม่ไกลแล้วได้ถอนหายใจ





 



จองกุกรู้แล้วว่าเขาไปสักมา







 

มันคงจะไม่เป็นปัญหาสักเท่าไรถ้ารอยสักนั่นไม่มีจองกุกเข้ามาเกี่ยวข้อง เขาสักรูปต้นกระบองเพชรในทะเลทรายที่มีดวงอาทิตย์อยู่ข้างบน และมีวงกลมล้อมรอบโดยที่เว้นในส่วนของดวงอาทิตย์เอาไว้ โอเค มันอาจจะไม่ได้ดูร้ายแรงอะไรถ้าเทียบกับการที่เขาจะสักชื่อนามสกุลของเจ้าตัว แต่ถ้าจะให้พูดกันตามความจริงล่ะก็ ที่เขาสักลายนี้ก็เพราะจองกุกจริงๆนั่นแหล่ะ ยุนกิรู้ว่าวันหนึ่งยังไงน้องก็ต้องเห็น แต่เขาไม่คิดว่ามันจะเร็วขนาดนี้ มันเพิ่งจะวันที่สามเท่านั้นเอง ไม่สิ จองกุกรู้ตั้งแต่วันแรกที่เขาไปสักเลยต่างหาก นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์วันปีใหม่แล้วได้แต่ด่าตัวเองในใจว่าโง่งี่เง่า



 

ปกติแล้วเขากับอีกฝ่ายคุยกันทุกเรื่อง ปรึกษาปัญหา และทบทวนความรู้สึกกันอยู่เสมอ แต่เรื่องนี้คือเรื่องเดียวที่เขาปิดเป็นความลับ เพราะมินยุนกิกลัว เขาไม่รู้ว่าจองกุกจะมีความคิดเห็นยังไงเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาไม่รู้ว่าน้องจะชอบมันไหม หรือจะรู้สึกยังไงที่เขาทำอะไรโดยไม่ปรึกษา จะอึดอัดหรือรำคาญรึเปล่าที่เขาทำอะไรที่ดูเหมือนผูกติดตัวเองเอาไว้กับอีกคน มันเป็นสิทธิ์ของเขาก็จริงที่จะทำอะไรบนร่างกายของตัวเองก็ได้ แต่พอมันเกี่ยวข้องกับชื่อจอนจองกุกแล้วเขาก็เป็นกังวลไปหมด คิดมากไปเสียทุกอย่าง



 

“จองกุก” เขาเอ่ยเรียกชื่อร่างสูงที่ว่ายมาแตะขอบสระอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก


“ครับ?”


“มาคุยกันเถอะ” เจ้าตัวพยักหน้าก่อนจะดันตัวขึ้นมานั่งข้างๆเขาอีกครั้ง มินยุนกิเผลอกัดริมฝีปากเล็กน้อยเพราะความกดดันที่ตัวเองสร้างขึ้นมา “เห็นแล้วใช่ป่ะ?”


“ครับ” มือหนาลูบไล่หน้าไล่หยดน้ำแล้วเลยไปเสยผมอย่างลวกๆ “ผมถามได้มั้ยว่ามันหมายถึงอะไร?”


“ได้สิๆ” ยุนกิพยักหน้ารัวๆ ก่อนจะต้องสะดุ้งน้อยๆและเผลอนั่งหลังตรงเมื่ออีกคนดึงชายเสื้อยืดสีขาวของเขาขึ้น “รเราตั้งใจให้มันคล้ายๆกับสวนขวดอ่ะ มีต้นกระบองเพชรที่อยู่กลางทะเลทราย มีวงกลมล้อมรอบคล้ายโหลแก้ว มีดวงอาทิตย์ที่คอยให้แสง เอาจริงๆความหมายทั้งหมดรวมๆแล้วมันก็หมายถึงจองกุกนั่นแหล่ะ เราแค่อยากให้มันเป็นตัวแทนของเธอเฉยๆอ่ะ”


“แล้วทำไมต้องเป็นต้นกระบองเพชรล่ะครับ?”


“ก็อย่างที่จองกุกบอก ถ้าชอบถูกดูแลก็แสดงว่าดูแลคนอื่นไม่เก่ง เราก็ต้องเลี้ยงต้นที่มันทนทานมากหน่อยอย่างเจ้ากระบองเพชรนี่ไง”


“อ่า เข้าใจแล้ว” เขาเผลอกั้นหายใจเมื่อปลายนิ้วเย็นๆแตะลงมาที่รอยหมึก ก่อนจะแอบพรูลมหายใจเบาๆเมื่อน้องละมือออกไปแล้วดึงเสื้อลงให้เขาอย่างเดิม


“แล้วรู้สึกไงอ่ะ โกรธรึเปล่า?”


“ก็ไม่เชิงหรอก” เขาเผลอเลียริมฝีปากเพราะมันแห้งผาก หันหน้าไปรอฟังคำตอบอย่างตั้งใจ พยายามมองเข้าไปในดวงตาคมคู่นั้นว่ารู้สึกยังไงอยู่ “ไม่รู้สิครับ มันอาจจะเป็นรูปสัญลักษณ์ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับผมเลยก็ได้ แต่ผมก็เข้าใจดีว่ามันหมายถึงผม พี่ก็คงเข้าใจแบบนั้นเหมือนกัน”



“ผมไม่อยากให้ตัวผมเองมีอิทธิพลกับใครมากเกินไป ไม่ใช่แค่พี่ แต่กับทุกคน พี่ยุนกิ ผมบอกความลับให้ข้อนึงเอามั้ย?”


“อื้อ อะไรเหรอ?”





“ความลับของผมคือ ผมกลัวอนาคต”




 





ยุนกิค่อยๆเลื่อนมือไปจับมือชื้นน้ำของน้องเอาไว้ทันทีที่ได้ยิน อีกคนหันมามองเขา ยกยิ้มบางๆแบบที่ชอบทำ







 


“ผมจะรู้สึกแย่ทุกครั้งที่อะไรไม่เป็นไปตามความคิด ผมจะอารมณ์เสียทุกครั้งเวลาทำอะไรผิดแผนที่วางเอาไว้ ถ้าผมอยากเข้าสถาปัตย์ ผมจะอ่านหนังสือ ผมจะไปเรียนพิเศษติวแพทสี่เพื่อที่จะไปสอบ แล้วผมก็จะสอบติด หรือถ้าผมอยากปลูกต้นไม้สักต้น ผมก็จะศึกษาเกี่ยวกับมันให้มาก ผมจะตื่นไวกว่าเดิมเพื่อคอยสังเกตการเจริญเติบโตของมัน ผมจะกลับบ้านไวขึ้นเพื่อที่จะมารดน้ำให้มัน แล้วผมก็จะได้เห็นดอกไม้สวยๆเมื่อถึงเวลา ก่อนที่ผมจะนอน ผมวางแผนชีวิตในวันพรุ่งนี้ทุกครั้ง ผมต้องทำอะไร ต้องไปไหน มีหน้าที่อะไรที่ต้องรับผิดชอบบ้าง หน้าที่ของนักเรียน หน้าที่ของลูก หน้าที่ของเพื่อน หน้าที่ของน้องชาย ผมรู้เสมอว่าตัวเองคิดอะไร ต้องการอะไร นั่นคือสิ่งที่เราเหมือนกันใช่มั้ยล่ะครับ”




 



จองกุกยิ้มอีกครั้ง ในขณะที่เขาบีบมืออีกฝ่ายแน่นขึ้น






 

“แต่พี่รู้มั้ย ตั้งแต่ที่พี่เข้ามาในชีวิตผม ทุกอย่างมันรวนไปหมด ผมหงุดหงิดที่ตัวเองจัดการกับความรู้สึกไม่ได้ หงุดหงิดที่พี่เข้ามามีอิทธิพลในชีวิตผมมากเกินไป ผมทำอะไรไม่เหมือนเดิม ตัดสินใจไม่ได้ในทันทีเหมือนก่อน ไม่มั่นคง โลเล นั่นเป็นเพราะความรู้สึกของผมมันมีมากขึ้น มากจนเหนือเหตุผล เพราะแบบนั้นผมเลยกลัว กลัวว่าอนาคตมันจะเปลี่ยนแปลงไป ผมอาจจะไม่ได้อยู่ข้างพี่แบบนี้ เราอาจจะมีเหตุผลที่ต้องแยกย้ายกันไปตามเส้นทางของตัวเอง มันไม่เคยมีอะไรแน่นอน ผมเลยไม่เห็นด้วยเท่าไหร่กับการที่พี่สักรูปอะไรที่มันอ้างอิงถึงผม เพราะมันลบไม่ได้ โอเค มันอาจจะลบได้ แต่พี่ก็จะมีแผลน่าเกลียดที่คอยติดตัวไปตลอด แล้วยิ่งถ้าเราจบกันไม่ดี พี่จะยิ่งเกลียดมันทุกครั้งที่เห็น มันจะเตือนใจพี่ให้นึกถึงความทรงจำเก่าๆ ซึ่งผมไม่อยากให้พี่ต้องรู้สึกถึงอะไรแบบนั้น ไม่อยากเลยสักนิด”




 



จองกุกเงียบไปแล้ว พวกเขานั่งมองหน้ากันอยู่แบบนั้นนานนับหลายนาที มือยังคงเกาะกุมกันอยู่เหมือนเดิม






 

“เอาจริงๆเราดีใจนะ ที่ได้ยินจองกุกพูดเยอะๆแบบนี้ แถมยังบอกความลับสุดยอดให้เรารู้ด้วยอีก”




เขาปล่อยมือออกแล้วขยับตัวเข้าไปโอบแขนทั้งสองข้างรอบคอกอดเด็กนั่นแทน โดยที่ไม่ฟังเสียงคัดค้านที่กลัวว่าเขาจะเปียกไปด้วยจากอีกฝ่ายแม้แต่น้อย ยุนกิเอียงแก้มวางบนลาดไหล่ที่มีหยดน้ำเกาะอยู่เต็มไปหมด มือเรียวลูบไปมาช้าๆตามแผ่นหลังกว้าง คลับคล้ายคลับคลากับการปลอบประโลมอะไรเทือกนั้น จอนจองกุกที่เดือนหน้าจะอายุสิบแปด เป็นเด็กที่เพิ่งจบมัธยมปลายมาหมาดๆ แต่กลับมีความคิดที่โตเกินวัยไปมาก จองกุกพูดน้อย แต่คิดเยอะ ซึ่งเป็นระบบความคิดที่ค่อนข้างซับซ้อน มีชุดความคิดหลายชุดของน้องที่ยุนกิไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่เขาก็ไม่เคยรู้สึกว่ามันเป็นปัญหาจนกระทั่งมาเจอชุดความคิดชุดนี้ที่เขารู้สึกว่ามันไม่ควรถูกปล่อยให้เป็นไปโดยที่ไม่มีการปรับความเข้าใจใหม่อีกครั้ง




“ที่จองกุกบอกว่าเรามีความเหมือนกันอยู่ข้อนึงคือการที่เรารู้ตัวเองเสมอว่าตอนนี้เรารู้สึกหรือว่าคิดอะไรอยู่ ใช่ เราก็เป็นแบบนั้นมาตลอด เวลาที่เราคบกับคนคนนึง เราคาดเดาได้เสมอว่ามันจะไปได้ไกลแค่ไหน และเราจะไม่เคยเสียเวลาให้กับความสัมพันธ์นั้นๆเกินกว่าที่คิดเอาไว้เลยแม้สักครั้ง แต่ว่าจองกุกรู้มั้ย ตั้งแต่ที่เราเริ่มชอบเธอมา จนถึงตอนที่เราได้คบกันแบบนี้ เราไม่เคยคาดเดาได้เลยว่าเราจะหยุดรักจองกุกตอนไหน เรามองไม่เห็นภาพนั้นเลยด้วยซ้ำ ซึ่งมันทำให้เราไม่กลัวว่าจะมีวันไหนที่เราจะต้องเลิกรากันไปหรือไม่ได้อยู่ด้วยกันอีก”

 



 



ยุนกิอมยิ้มเมื่อคนตรงหน้ายกแขนขึ้นกอดตอบเขาพร้อมกับกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นกว่าเดิม



 











 



“เพราะเราคิดว่าการที่มีจองกุกอยู่เป็นปัจจุบันของเราแบบนี้ มันคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้วจริงๆ”

 

 

 

 















#สวนขวดกุกก้า

 

 









TALK.

 

สงสารพี่ชานจังเลยค่า ;________; มาๆ หนูจะดามใจให้พี่เองนะ5555555 อุตส่าห์คิดว่าเลิกบุหรี่ได้ละเนาะ สุดท้ายพอมีโอกาสได้อยู่ใกล้มันก็อดสูบอีกไม่ได้อยู่ดี เฮ้ออออ ความพระรองนี้ นึกถึงเพลง เค้าก่อน – UrboyJT เลยอ่ะ อยากให้เธอไปคุยเธอไปคุยกับเค้าก่อน งี้ พี่มาคุยกับหนูก็ได้อ่ะหนูว่างเสมอ5555555 ส่วนพี่ยุนกิในมิวส์ก็จ้า เมาแบบลืมแฟนกันเลยทีเดียว แต่เราชอบอ่ะ เขาทำอะไรช้าลงเยอะเลย พูดก็ช้า ท่าทางก็ช้าลง ปกติเขาจะทำอะไรไวตลอดงี้ มันดูแบบ เซ็กซี่ขึ้นป่ะหรืออะไร ฮือออ รู้แต่พี่ยุนกิน่ารักและช่ำชองมากค่า คือรู้สึกขอบคุณที่จองกุกยับยั้งได้ เป็นเรา เรา-จะ-ไม่-พลาด 5555555555555555555555555555 น่ารักน่ากินขนาดนี้จอนจองกุ๊กกกกกกกกกกกก เสียดายจริงๆ แต่น้องก็มีเหตุผลของน้องอ่ะนะคะ หล่อๆกันไป สวนขวดไม่มีคัทซีนสักทีเพราะไรท์ขี้เขิน แต่งลำบาก555555555555 เอนจอยนะค้า <3

 


 


TALK. (2)

 

แงๆ พิ่นกิ (= พี่ยุนกิ) แอบไปสักมา ก๊าวใจดีมาก ;______; ไทม์ไลน์คือไปสักวันที่หนึ่งก่อนไปมิวส์แล้วจองกุกมารับกลับบ้าน พอตื่นมาในช่วงบ่ายของวันที่สองก็เจอว่าจองกุกเปลี่ยนเสื้อผ้าให้แล้ว ที่เขาตกใจแล้วเอามือจับสีข้างตัวเองนั่นแหล่ะ แล้วพี่โฮปโทรมาพอดีเลยลืมคิดเรื่องนี้ไปเลย เอาจริงๆหลายคนอาจจะคิดว่าเฮ้ยมันไม่อะไรขนาดนั้นป่ะ แค่สัก แต่สำหรับเราเราว่าการสักมันเป็นการตัดสินใจที่ค่อนข้างสำคัญนะ เพราะมันจะติดตัวเราไปแบบนี้ตลอดชีวิตถ้าไม่ไปลบหรือสักทับไปเลย แล้วการจะสักแต่อย่างมันก็ต้องมีความหมายหรือเราคงจะต้องชอบมันมากพอสมควร สำหรับพี่ยุนกิ ตอนนี้เขารู้ว่าเขารักจองกุก แปดเก้าเดือนมันยาวนานนะสำหรับคนขี้เบื่ออย่างเขา พี่ยุนกิเขาคิดว่าเขามั่นใจแล้วเลยตัดสินใจไปสัก ถ้าเทียบกับจองกุกพิ่นกิจะมองที่ปัจจุบันมากกว่า ในขณะที่น้องจะคิดเยอะและมองไปไกลมากๆ แหม่นี่มันวิสัยทัศน์ของคนเป็นสามีแท้ๆเลยค่ะ /พอ55555555 ก็อย่างที่จองกุกอธิบายไปเนาะ เด็กที่โตเกินอายุก็มักจะคิดอะไรละเอียดกว่าเด็กทั่วๆไป เขารู้ว่าอนาคตมันไม่แน่นอนเลยไม่อยากให้พิ่นกิมายึดติดกับเขามากนัก แต่เขาก็ไม่ได้โกรธอะไรพิ่นกิหรอกกก แค่กังวลไปเรื่อยเท่านั้นเอง แต่จองกุกในชุดว่ายน้ำฮอตมากเลยค่ะ นี่เก็ทฟีลพิ่นกิมาก ชั้นคิดดีไม่ได้จริงๆฮือออ ;______;

 

ส่วนเรื่องของจีม หลังจากที่อกหักมาก็เจอคนดามใจละเนาะ ไม่ใช่คนที่เจอที่คอนเสิร์ตนะคะ เป็นพี่ติวเข้าวิดวะของจีมเอง เจอกันมาก่อนแล้ว ดังนั้นคณะที่จีมได้โควตาเรียนก็นั่นแหล่ะค่ะ55555555 ส่วนเจ้าบีเกิลของพี่ยุนกิที่เราตั้งชื่อว่าทองหล่อนี่ก็ไม่ต้องสงสัยเลยนะคะว่าเพราะอะไร55555555555 โลเคชั่นที่เราเลือกไว้ก็คือ มิวส์อยู่ที่ทองหล่อค่ะ เดย์เบดก็อยู่ทองหล่อเหมือนกัน ตอนแรกจะตั้งชื่อหมาว่า สุขุมวิทร้อยหนึ่ง แต่ก็นั่นแหล่ะค่ะ ซงซานหมา555555555555 เอนจอยเด้อ ไว้มาพรูฟอีกที <3

 


 

 

*Reference รอยสักพิ่นกิ แต่พี่เขาสักตรงชายโครงเนาะ ใต้ราวนมเยื้องไปทางขวานิดนึง 











proofread : 16.11.09 (19.44) 


















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 109 ครั้ง

3,568 ความคิดเห็น

  1. #3540 moonchild_kim (@moonchild_kim) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 00:07
    แงงง น้องกุก หัวใจชุ้น //น้องจีมมม จะเปิดตัวแฟนเมื่อไรคะะ พี่รออยู่นะ อยากเห็นน้องสวีทแบบคู่อื่นบ้างง
    #3540
    0
  2. #3453 crescent_moon2 (@Crescent_Moon) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 00:24
    จองกุกหนูคิดการไกลมากค่ะ ;-;
    #3453
    0
  3. #3310 Mint S (@siri-ch36) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 09:36
    จะเขินก็แอบหน่วงๆ ฮือออ
    #3310
    0
  4. #2023 pinwaris (@pinwaris) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 22:51
    คุณยุนกิเชิ้ตขาวกับโชคเกอร์ฮอตมากค่ะ เวลาเมาแล้วพี่ขี้ยั่วหรอคะ
    ในส่วนของชิมชิม เราก็ยังไม่รู้ว่าพี่คนนั้นเป็นใคร สืบต่อไปค่ะ
    ตอนนี้เนื้อเรื่องมีอะไรให้คิดตามเยอะแยะเลยนะคะ ที่จริงเรามีระบบความคิดค่อนข้างต่างจากจองกุก จะบอกว่าตัวเองไม่กลัวอนาคตซะทีเดียวก็ไม่ใช่ แต่เรามักคิดอยู่เสมอว่าถ้ากลัวก็ให้วิ่งเข้าหามันไปเลย เพราะไม่ใช่คนจะมาคิดวางแผนทุกๆอย่าง อาจจะแค่วางไว้เล็กน้อย แต่อนาคตมันก็เปลี่ยนแปลงได้ตลอด ถ้าเกิดวางแผนไว้เป๊ะแล้วเกิดมันไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ก็จะเฟล เหมือนจองกุกเลย เพราะงั้นเราว่าเพราะพี่ยุนกิคิดแบบนี้จะทำให้ทั้งสองคนอยู่รักกันนานๆแน่ๆ
    #2023
    0
  5. #1801 ARDS; (@babyshorttyrd) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 03:00
    แงงงงง โครตน่ารัก น่ารักที่สุดเลยอ่าาา
    #1801
    0
  6. #1635 SVTJH (@SVTJH) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 13:18
    น่ารักอ่าชอบบบบไม่รุ้จะพูดว่าไรเลยยย5555
    #1635
    0
  7. #1546 Mo_mo (@12343234) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:38
    เอ็นดูการตั้งชื่อหมา5555555555 โอเยยน่ารีกกันจังเลย อยู่กับปัจจึบันนี่แหละ รักกันไปแบบนี้นานๆอย่าพึ่งกังวลอนาคตที่นังไม่เกิดเลย
    #1546
    0
  8. #1501 ONlYMIN (@Tameen_D) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 19:41
    ยุยกิเมาแล้วทั้วถึงตลอดอ่ะ ไม่ลากคนอื่นคนอื่นลากไปแล้วก้อไปกับเค้าง๊ายง่ายยยย กุกนู๋ต้องคุมแหงดีๆนะค่ะ เรื่องสักคิดเหมือนน้องกุกอะ
    #1501
    0
  9. #1482 Nantashi (@hellbutterfly) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 03:57
    งุ้ยยย ลึกซึ้งมาก เราก็คิดเหมือนกันค่ะว่าถ้าไม่รักหรือชอบจริงก็คงไม่สักหรอก เพราะถ้าเปลี่ยนใจแล้วจะลบผิวมันก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว ชอบที่น้องกุกคิดการณ์ไกลจริงๆ ปล. เราเด๋อมากค่ะ คืออ่านมาตั้งนานแล้วแต่ดันลืมกดเฟบ ;-;
    #1482
    0
  10. #1448 Supikakan99 (@sonelittsw99) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 14:24
    ตอนแรกก็งงว่า แตะสีข้างทำไม อื้อออออออออ้ากกกกกก สัก!! พิ่นกิ ;-; (เรียกตามค่ะน่ารักดี) เราเข้าใจความเป็นทั้งสองคนเลย แตกต่างกันในหลายๆเรื่อง แต่มันเข้ากันได้ดีในระดับนึงเลยแหละ ในส่วนของพี่ชานน ได้แต่สงสารและเอาใจช่วย พี่เขาต้องได้เจอคนดีๆๆ เนอะๆๆ เขินตอนบอกว่า คิดถึงงง ฮื่อออออออ ได้ยินที่พูดหมดเลยสินะะ อ๊อยยยย ดีกับใจจริงๆคุณ คุณยุนกิกับจองกุกเวลาเมานี่โซแดมฮอตทุกทีเลยยยย ฮื่ออออ ตายไปเลย ตายไปเลยยย
    #1448
    0
  11. #1311 TYRISTA (@yanisabeauty-55) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 19:07
    ฮือน่ารักกกกกกก
    #1311
    0
  12. #1310 mssss (@mssss) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 10:49
    น่ารักมากชอบจริงๆเลยเรื่องนี้ฮรืออออออรอเปิดตัวพี่ติวของจีมินอะอยากรู้ว่าครายยยมาต่อไวๆนะ?
    #1310
    0
  13. #1309 ZhuangYiping (@ypz-s) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 06:10
    ดีต่อใจไปอีกกกก
    #1309
    0
  14. #1308 Deffinix (@rewtsuna) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 23:50
    เราก็คิดแบบจองกุกนะที่ว่าซักวันอาจจะไม่ได้อยู่ด้วยไรเงี้ย เราก็คิดว่าการสักนี่ต้องคิดมาดีแล้วจริงๆแหละ เพราะตอนลบมันเจ็บ(ใช่มั้ย5555) ละก็ไม่งั้นก็สักทับ คือเราว่าจองกุกมีฟีลเหมือนคนที่กลัวการเปลี่ยนแปลงยังไงก็ไม่รู้สิ55555
    ฮื่อ ว่าแล้วก็อยากกอดด้วยคนค่ะ โอ๋ๆนะ
    #1308
    0
  15. #1307 cinnamello -) (@beerbiere) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 00:13
    จองกุกคือความคิดโตมากกกก จริง ๆ เราก็เป็นคนแบบจองกุกอะ ไม่ชอบให้อะไรผิดไปจากแพลนที่ตั้งไว้ เวลาคบกับใครก็กลัวอนาคตไปหมด แต่น้องคิดไกลไปกว่าเราอีก ฮื้อ ต่อไปเราคงต้องพยายามมีความคิดแบบพี่ยุนกิบ้างแล้ว ต้องคิดถึงปัจจุบันให้มากขึ้นเนอะะะ
    แล้วก็ปาร์คจีมิน! อ่ออ๋อยยยยเอามาเปิดตัวเดี๋ยวเนนนน้ ดีใจนะที่น้องได้เจอคนอื่น ถึงจะยังคิดถึงโฮซอกอยู่ก็จริง แต่น้องก็ควรจะเปิดโอกาสให้ตัวเองบ้างเนอะ ร้ากกกกกกกกกก
    #1307
    0
  16. #1306 SMvga (@candy_sweet3) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 23:28
    โอ๊ยยย ลุ้นว่าคนคนนั้นของจีมินคือใคร เรารอให้ไรท์บอกชื่อมาหลายตอนแล้ว จนถึงตอนนี้ไรท์ก็ยังไม่บอก
    ส่วนกุกก้า
    จองกุกอย่าคิดมากสิคะลูก ลองคิดแบบพี่กิดูบ้างสิ ช่วยกันประคับประคองให้สามารถอยู่ได้นานที่สุดก็พอแล้วนะ
    #1306
    0
  17. #1305 namdew (@namdew) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 22:28
    กรี้ดดซาหนุกกก ชอบมากเลย กุกคะมาเป็นแฟนกันเถอะ ฮี่ๆ
    #1305
    0
  18. #1304 Flint (@v-v-vee) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 10:48
    คนของจีมนี่ใครกันนะ หืมมมมมม
    #1304
    0
  19. #1303 Darkpanda (@panda-719) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 08:23
    ตลกเพื่อนพี่ก้าแบบกักตัวไว้ ขำตอนพี่จินตะโกนบอกกุกมาก โอ้ย ดูเอ็นดูพี่ก้ากันเหลือเกินอะ 55555

    กุกมองพี่ก้าฮอตแล้วอะ โง้ยๆ ทุกครั้งมีแต่พี่ก้าที่มองกุกฮอต หลงมั้ย หลงพี่ก้ามั้ย โอ้ย โคตรดีอะ คนที่ชอบมาตลอดหลงเราอะ ฮื่อ ชีวิตดีไปอีกพี่ก้า

    พี่ก้าโคตรฮอตอะ ฮอตมาก ฮอตจะบ้า โอ้ย ตอนแรกนี่หลงกุก แต่พอเห็นพี่ก้าเมาแล้วหลงพี่ก้าอะ โซฮอตสุดจริงๆ กุกปล่อยพี่ก้าไปไม่ได้นะ เสียดายแย่เลย ฮื่อ พี่ก้างานดีจริงอะ ถึงจะดูเป็นหนุ่มเจ้าชู้หญิงได้ชายดีไรงี้ แต่หลงมาก นี่ถ้าได้เป็นแฟน จะจับมอมเหล้าทุกวันอะ งื้อ

    ส่วนจีมินนี่แบบ แก๊ เขาเจอคนนั้นแล้ว แต่ทำไมฉันยังหน่วงกับนางอยู่ แต่โอ้ย นางฮอตไม่แพ้พี่ก้าเลยอะ งื้อ มีความคนนั้นคนนี้ หลายคนนะเราอะ งี้แหละคนคารมดีน่ารักพูดเก่งเฟรนลี่ใครๆก็ชอบอะ โน๊ะๆ 55555555

    โอ้ย รู้แล้ว ได้รู้แล้วว่าพี่ก้าอยู่ไหน ตอนแรกก็คิดแหละว่าแถวสุขุมวิท ตอนนี้รู้ละ สุขุมวิท101 ถ้าไปจะเจอมั้ย...เอ้า ว่าไปนั่น 55555

    ตอนจบนี่กร๊าวใจมาก อยากกอดด้วยอะ ฮื้อ กุกอย่าคิดมาก ไม่เอาไม่คิด แต่เข้าใจแหละ เราก็เป็นแบบนั้น เราคิดทุกคืนก่อนนอน วางแผนว่าพรุ่งนี้จะทำอะไร อะไรที่สำคัญที่ต้องทำ อะไรที่แทรกเข้ามาทำไม่ทำก็ได้ไรงี้ แล้วเราจะเฟลมากถ้าสิ่งสำคัญที่ต้องทำมันไม่เป็นไปตามแผน เราจะคิดมันออกมาเป็นภาพ กังวลตลอดว่ามันจะโอเคมั้ยถ้าทำอะไรเวลาไหน จะใช้เวลาคุ้มมั้ยยังไง คิดเยอะมาก แล้วเราก็คิดแบบพี่ก้าด้วยนะ ว่าแบบเราจะรักคนนี้ไปได้นานมั้ย อนาคตระหว่างเรากับเขาจะมีมั้ยจะไปไกลแค่ไหน เราเข้าใจนะเลยก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงดีกับความรู้สึก2คนตอนนี้ แต่ชอบคำพูดพี่ก้าตอนจบมาก นั่นแหละคือสิ่งที่ควรทำ เราควรอยู่กับปัจจุบันอะโน๊ะ มีกันในทุกๆวันรักกันก็อย่ากังวลกับอนาคตเลย สู้นะ
    ฮื่อ อ่านสวนขวดทีไรแล้วแบบ นี่ไรท์นั่งมองเราอยู่รึป่าว ทำไมรู้สึกตัวเองเหมือนกุกก้าทุกตอนเลยอะ เหมือนพวกนางเป็นร่างอวตารของเราอะ 555555
    #1303
    0
  20. #1302 delta119 (@delta119) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 08:12
    ก็รู้ว่าน้องรักพยกมากแล้วก็เป็นคนมีระเบียบขนาดไหน แต่พอรู้ว่าจองกุกกลัวอนาคตขนาดนี้เราโหวงมากเลยอ่ะ ไม่รู้ว่าต้องรู้สึกยังไง555555 มันไม่ใช่เรื่องที่จะมาบอกให้เลิกคิดมากหรือหายกลัวได้เพราะมันเป็นระบบวิธีการคิดของน้อง แต่ในมุมพยกเราเชื่อนะว่าต่อให้เลิกกันแบบไหน จองกุกก็คงเป็นความทรงจำที่ดีมากๆ 
    #1302
    0
  21. #1301 _ angle (@whitesinofangle) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 06:44
    ขอพูดถึงจีมินก่อนนะคะ
    นี่อยาดจะบอกว่า กุกมินคือดูไม่เหมือนเพื่อนอ่ะ แต่ก็ไม่ใช่แฟน ดูเป็นความละมุนแบบ พ่อลูก? 55555555
    ล้อเล่นค่ะ ประมาณพี่น้องอะไรงี้อ่า น่ารักดีๆ

    มาส่วนของกุกก้า เรื่องสักนี่เรามองเหมือนไรท์กับกุกเลย เรามองว่าการสักเป็นอะไรที่เรื่องใหญ่มากนะ ยิ่งสักรอยใหญ่ๆ ความกังวลยิ่งเยอะตาม
    อย่างที่ไรท์บอกเลยค่ะ คือลบได้กลบได้ แต่ถึงจะลบเราก็จะจำว่าวันหนึ่งยังเคยมี สักกลบ เราก็ยังจำได้ว่าเมื่อก่อนมันคือรอยอะไร ถ้าเลิกกันจริงๆ คงเจ็บน่าดูเลย ;_;

    จองกุกคิดเยอะจริงๆ อย่าคิดเยอะไปซะทุกเรื่องนะจองกุก แง่มมมมมมมมม
    #1301
    0
  22. #1300 Jung Tien-In (@tienin) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 05:58
    จองกุกอ่าคิดมากขนาดนี้เลย ก็นะความผิดหวังหรืออะไรที่เราควบคุมไม่ได้มันค่อนข้างจะน่ากลัวจริงๆนั่นแหละ แต่ินาคตมันจะดีถ้าปัจจุบันเราทำทุกอย่างให้ดีน้า
    #1300
    0
  23. #1299 GRMJM. (@parkgus) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 05:37
    ทำไมจองกุกมีสเน่ห์ขนาดนี้ นี่ยิ่งอ่านยิ่งชอบ โอยรักกันนานๆ
    #1299
    0
  24. #1298 Apslckodoe (@Apslckodoe) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 03:56
    เอาจริงนะ เราไม่รู้จะเม้นอะไรเลยอะ จะบอกความรู้สึกตัวเองก็บอกไปหมดแล้ว จะชมก็ชมไปจนไม่รู้จะชมยังไงได้อีก เอาเป็นว่าให้กำลังใจละกัน สร้างสรรค์ผลงานดีๆแบบนี้ต่อไปนะคะ สู้ๆ: )
    #1298
    0
  25. #1297 iamsmind (@iamsmind) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 03:13
    ประทับใจตอนที่เขาคุยกันที่สระว่ายน้ำมากเลย มุมมองของทั้งจองกุกและยุนกินี่เหมือนขัดแย้งกันแต่กลับเข้ากันได้ดีเลยเนอะ ชอบจังชอบจังชอบจัง ฮื่อ
    #1297
    0