BTS | CLOSED TERRARIUM (KOOKGA)

ตอนที่ 14 : PROCESS 13

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,436
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 156 ครั้ง
    5 ต.ค. 59








PROCESS 13

 





 
















 

 

ยุนกิตื่นขึ้นมาตอนเกือบเก้าโมง พื้นที่เตียงข้างตัวของเขาว่างเปล่า แต่พอลองเงี่ยหูฟังก็ได้ยินเสียงหยดน้ำที่ตกกระทบพื้น จองกุกคงกำลังอาบน้ำอยู่ โชคดีเหมือนกันที่เขาไม่ต้องตื่นขึ้นมาแล้วพบกับความกระอักกระอ่วนในทันที ตาเรียวมองกลับมาอีกทางก็พบว่าจีมินยังนอนขดอยู่บนเตียงเสริมเหมือนเดิม ร่างเล็กลุกขึ้นเดินไปหาอีกฝ่าย ลองแตะมือบนหน้าผากก็พบว่าน้องไม่ได้ตัวร้อนและมีอุณหภูมิร่างกายปกติ เขากะว่าพอตัวเองอาบน้ำเสร็จก็จะปลุกจีมินขึ้นมาอาบน้ำบ้าง จะได้ไปทานข้าวเช้ากัน ยุนกิเดินเท้าเปล่าออกไปห้องข้างๆ เคาะประตูสองสามครั้งซอกจินก็เปิดประตูออกมา

 



“ตื่นแล้วเหรอยุนกิ”


“อื้อ เมื่อคืนกลับมากันกี่โมงอ่ะ” มือขาวยกขึ้นเกาแก้ม หัวกระเซิงที่ดูก็รู้ว่าเพิ่งลุกจากเตียงทำเอาจินแอบขำ


“ตีสามนิดๆอ่ะ เรากับนัมจุนไม่เมาเท่าไหร่ โฮซอกกับแทฮยองนู่น เละทั้งคู่”


“ไม่โทรบอกอ่ะจะได้ไปช่วยแบก”


“มันก็เดินกันไหวแหล่ะ แค่เป็นบ้า” ซอกจินหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันไปตอบรับนัมจุนที่ตะโกนขอผ้าเช็ดตัวออกมาจากในห้องน้ำ “แป๊บๆ เดี๋ยวหยิบให้”


“งั้นเดี๋ยวเราไปเรียกไอ้โฮซอกก่อนละกัน”


“โอเคๆ”

 



ยุนกิส่ายหน้ายิ้มๆให้กับความสัมพันธ์อันยาวนานของคู่นี้ ก่อนจะเดินเลยไปอีกห้อง ยืนเคาะประตูอยู่นานสองนานก็ยังไม่มีใครมาเปิด จนกระทั่งตัดใจจะเดินกลับห้องตัวเองนั่นแหล่ะประตูถึงค่อยๆเปิดออกอย่างช้าๆ



 

“อ่อ.. พี่ยุนกิเองเหรอครับ”


“โอ้โห” ร่างเล็กถึงกับอ้าปากค้างให้กับสภาพของคนตรงหน้า วีเป็นคนมาเปิดประตู กระดุมเสื้อเชิ้ตที่เจ้าตัวใส่บางอันก็ติดผิดช่อง บางอันก็หลุดหายไปแล้ว คอเสื้อร่นลงจนเห็นกระดูไหปลาร้าชัดเจน เอาเป็นว่านอกจากจะเละตามที่จินบอกแล้วยังโคตรฮอตอีกต่างหาก


“ไอ้ยุนกิ มองแทตาค้างงี้หมายความว่าไง คิดอะไรไม่ดีกับแฟนกูใช่มั้ย” เพื่อนสนิทเขาเดินเปลือยท่อนบนมายืนซ้อนด้านหลังแฟนตัวเอง ปากก็พูดไปหาวไป ตายังเปิดไม่สุดด้วยซ้ำ


“ไอ้ห่า ก็มึงดูสภาพแฟนมึงซิ ยั่วเยขนาดนี้ ถ้าเป็นรูมเซอร์วิสขึ้นมานี่เป็นลมตายห่าไปแล้ว แล้วนี่อย่าบอกนะว่าเมื่อคืนมึงกับวี


“พ่อมึงเถอะ เมาเป็นหมาขนาดนั้นทำไม่ไหวหรอกครับเพื่อน”


“พี่ยุนกินั่นแหล่ะ กับจองกุก” แทฮยองที่ยืนกอดอกเอนพิงไปกับตัวโฮซอกพูดค้างเอาไว้พลางส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาให้เขา


“จะบ้าเหรอ! จีมินก็อยู่มั้ยอ่ะ จจะไปทำอะไรล่ะ”


“อ๋อ ถ้าจีมินไม่อยู่


“พอ! ไปเรื่อยเลย แอลกอฮอลล์ค้างเหรอ เอาน้ำขิงป่ะน้อง”


“ปากสั่นหมดแล้วเพื่อน ใจเย็นๆมั้ยล่ะ ไม่ต้องรีบแถ”


“ห่า ไปอาบน้ำเลย ทั้งคู่เลย จะได้ไปกินข้าว หิว! เข้าใจป่ะ?”


“พี่ยุนกิตอนเขินก็น่ารักดีเนาะ” ร่างเพรียวว่าพร้อมกับยกยิ้มจนปากเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยุนกิเอื้อมมือไปบีบจมูกโด่งของวีด้วยความมันเขี้ยวแบบเดียวกับที่เขามีต่อพยอนแบคฮยอน


“พี่รู้ตัวครับ ไปครับน้องดารา ไปอาบน้ำ อาบพร้อมกันไปเลยก็ได้นะจะได้ไวๆหน่อย พี่หิวแล้ว”



 


ยุนกิผลักประตูปิดก่อนจะเดินกลับห้องตัวเอง ยกมือขึ้นลูบหน้าไปมา เหตุการณ์เมื่อคืนวนเวียนอยู่ในหัวและไม่สามารถลบออกไปหรือทำเป็นลืมได้ เขาพยายามคิดว่าจองกุกเมา ไม่มีสติสัมปชัญญะรับรู้หรือจำได้แน่นอน  ความจริงเขาไม่ควรจะประสาทเสียให้กับอีแค่การจูบมุมปากนี่ด้วยซ้ำ มากกว่านี้เขาก็ผ่านมาหมดแล้ว แต่เพราะว่าจองกุกเป็นคนทำนี่แหล่ะมันเลยดูยิ่งใหญ่เกินเบอร์ สาบานได้ว่าใจเขาเต้นยิ่งกว่ามีเซ็กส์ครั้งแรกเสียอีก

 







โอ้ยยยยย จะบ้าแล้วววว ;_______;

 

 





 

“ไปไหนมาเหรอครับ?” ร่างเล็กผงะเล็กน้อยเมื่อเปิดประตูห้องเข้ามาเจอจองกุกทีเปิดประตูห้องน้ำออกมาอย่างพอดิบพอดี


“ปไปปลุกพวกโฮซอกมา อาบน้ำเสร็จละเหรอ?”


“ครับ” อีกคนตอบยิ้มๆพลางยกมือที่ถือผ้าขนหนูเช็ดผมที่ยังเปียกอยู่


“ตกใจหมด” เขาพึมพำขณะที่เดินตามหลังน้องเข้าห้อง แต่จู่ๆร่างสูงก็หันมาหาเขาอีกครั้ง


“อ้อ..


“หะ ห๊ะ มีไร อะไรเหรอ”


“พี่หน้าแดงนะครับ”







 

เชี่ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!







 

“เออแบบ ร้อนไงร้อน ไปปลุกไอ้โฮซอกมาเหนื่อยมาก เราอาบน้ำละ จองกุกอย่าลืมปลุกจีมินนะ”



 

ยุนกิพูดรวดเดียวพลางเดินวนหยิบเสื้อผ้าทีหยิบผ้าเช็ดตัวทีอย่างกับหนูติดจั่น เขาก้าวไวๆเข้าห้องน้ำ สะดุ้งเล็กน้อยให้กับเสียงประตูที่ตัวเองเผลอลงน้ำหนักมือแรงไปหน่อยเพราะประโยคสุดท้ายของจอนจองกุกที่ลอยเข้าหูระหว่างเดินเข้าห้องน้ำ




 

 


 

ไม่ลืมจริงๆด้วยสินะครับ

 

 





 

เวร เวรมากครับ ชีวิตของมินยุนกิไม่ปกติสุขอีกต่อไปแล้ว ;_______;

 

 

 

 

 

















ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายโมงครึ่ง พวกเขามาถึงเกาะที่ใช้จัดเทศกาลดนตรีแล้ว หลังจากที่อาบน้ำ ทานข้าว และเก็บของใช้เพื่อมาขึ้นเรือข้ามเกาะรอบเที่ยง จอนจองกุกก็ไม่ได้แกล้งอะไรเขาอีกเมื่ออยู่ต่อหน้าเพื่อนๆ สภาพของทุกคนโอเคดี จีมินก็ไม่มีอาการป่วยอย่างที่กลัว ส่วนโฮซอกกับแทฮยองก็ไม่ได้แฮงค์อะไร เขาประเมินสองคนนี้ต่ำเกินไปเองนั่นแหล่ะ ลืมไปว่าเป็นสายปาร์ตี้ทั้งคู่ ตอนนี้เขานั่งอยู่ในบังกะโลที่พัก สวมชุดแปลกๆและเครื่องประดับเยอะๆที่แบบที่ใส่ไปเดินข้างนอกคงต้องตกเป็นเป้าสายตาแน่นอน เทศกาลดนตรีที่พวกเขามามีชื่อว่า Wonder Beach in Pattaya 2016 เป็นคอนเสิร์ตดนตรีหลากหลายประเภท มีตั้งแต่เพลงร็อค เพลงอินดี้ ไปจนถึงเพลงเฮาส์ (ซึ่งจะมาในช่วงเที่ยงคืนเป็นต้นไป) ซึ่งเดรสโค้ดของปีนี้คือ Wonderland นั่นหมายความว่าพวกเขาจะต้องแต่งตัวตามตีมงานเพื่อไปรีจิสเตอร์บัตรเพื่อรับสายรัดข้อมือและถ่ายรูปก่อนเข้างาน แล้วหลังจากนั้นจะเปลี่ยนเป็นชุดอะไรก็ได้ ยุนกินั่งนิ่งๆให้ซอกจินฉีดสเปรย์ผมสีเทาให้หลังจากที่แต่งหน้าเสร็จแล้ว พวกชุดกับพร็อพอะไรนี่ก็ของเจ้าตัวทั้งหมด เห็นจินบอกว่าไหนๆก็ต้องแต่งตัวอยู่แล้วก็แต่งแบบเต็มที่ไปเลยเพราะจะขอถ่ายโฟโตชู้ทหาภาพดีๆเก็บไว้ใส่พอร์ตฝึกงาน หลังจากเที่ยวทริปนี้เสร็จก็เข้าสู่ช่วงสอบไฟนอลพอดี แล้วหลังจากนั้นพอขึ้นเทอมสองปีสามก็ต้องไปฝึกงานเพราะมันบรรจุอยู่ในหลักสูตร พูดถึงความจริงที่จะต้องเจอแล้วเขาก็ไม่อยากจะกลับไปกรุงเทพ อยากจะใช้ชีวิตอยู่นี่มันซะเลย



 


พวกเขาเดินไปรีจิสฯบัตรและถ่ายรูปกับแบ็คดร็อปก่อนจะเดินไปรอบๆบริเวณงานที่จัดตกแต่งเอาไว้ แสงแดดที่ไมได้ร้อนมากเกินไปเป็นใจให้กับเด็กนิเทศฯปีสามได้ตั้งใจทำงานเป็นอย่างดี พวกเขาใช้เวลาถ่ายรูปกันอยู่แถวๆนั้นสักพักใหญ่ หลังจากที่จินได้รูปดีมาพอสมควรแล้วเลยตกลงกันว่าจะกลับไปอาบน้ำอีกครั้งเพื่อเตรียมตัวไปคอนเสิร์ตตอนเย็นนี้ บังกะโลที่พวกเขาเช่าอยู่เป็นของเทศกาลที่จัดเอาไว้ โชคดีที่โฮซอกมันจองทันไม่งั้นคงต้องหาที่นอนข้างนอกและต้องเช่ารถขับไปๆมาๆอีกเพราะรถตู้ของบ้านนัมจุนก็กลับไปแล้วและจะมารับในวันอาทิตย์ตอนบ่ายๆ รูมเมทของแต่ละห้องก็คนเดิม เขาเดินขึ้นบันไดสามขั้นหน้าห้องพักก่อนจะหยิบกุญแจออกมาไข มันเป็นห้องเล็กๆที่เดินเข้าไปเจอเตียงและห้องน้ำเลย เพราะเป็นที่สำหรับนอนแค่ชั่วคราวสำหรับงานเทศกาล ซึ่งก็น้อยคนนักที่จะนอนเพราะคอนเสิร์ตมียาวยันตีสามตีสี่ ไม่ได้เปิดให้พักแบบจริงจังเหมือนรีสอร์ทที่มีไว้รองรับนักท่องเที่ยว




 

“ดูด้วยดิ” เขานั่งลงบนเตียงข้างๆจองกุกที่กำลังกดส่งรูปจากกล้องเข้าโทรศัพท์ผ่านไวฟาย น้องลดระดับการถือให้เขาได้มองเห็นด้วยชัดๆ “โห รูปสวยนะแต่เราน่าเกลียดอ่ะ”


“ไม่หรอกครับ”


“ไม่น่าเกลียดยังไงอ่ะ ดูดิ เราทำหน้าเหมือนเด็กสามขวบอยากกลับบ้านเลยว่ะ โห น่าเกลียดทุกรูป” มือเรียวทาบทับมือเจ้าของกล้องก่อนจะกดเลื่อนรูปดูไปเรื่อยๆ ปากก็บ่นอย่างนั้นอย่างนี้


“ก็น่ารักดีออก” ยุนกิชะงักมือ ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองคนข้างๆที่มองเขาอยู่ก่อนแล้ว ตาเรียวเลื่อนไปมองริมฝีปากของน้องโดยอัตโนมัติ จองกุกเอื้อมมือมาปัดอะไรบางอย่างตรงไหล่ของเขา “สเปรย์ฉีดสีผมน่ะครับ เปื้อนเสื้อผ้าแล้ว”


“อ่า ขอบใจนะ เราไปอาบน้ำก่อน” ร่างเล็กรีบลุกพรวดพราดหยิบไปค้นของใช้ในกระเป๋าก่อนจะรีบเดินเข้าห้องน้ำไป


“พี่ยุนกิเป็นอะไรเหรอจองกุก” ปาร์คจีมินถามอย่างงงๆ เมื่อเห็นว่าคนเป็นพี่รีบเดินสวนเข้าห้องน้ำไป


“คงร้อนมั้ง”

 

 














พวกเขามาเจอกันที่หน้าทางเข้างานตอนห้าโมงเย็นหลังจากที่แยกย้ายกันไปพักผ่อนตามอัธยาศัยแล้ว นัมจุนกับซอกจินอวดน้ำแอปเปิลที่ทำเอง (ซึ่งเขาคุยกับจองกุกแล้วว่าพรุ่งนี้จะต้องไปทำบ้าง) ยุนกิ โฮซอก และแทฮยองไปช็อปปิ้งของในงานทั้งเสื้อผ้าทั้งของเล่นมาหลายถุง ส่วนจีมินกับจองกุกเห็นว่าไปดูโชว์มายากลกับการแสดงของ Secret Keeper อะไรสักอย่าง ซึ่งเขาจะมีการแสดงโชว์เต้นแบบคอนเทมโพรารี่แล้วก็มีกิจกรรมไฮไลท์คือการที่เราสามารถคุยเรื่องที่เป็นความลับของเรากับคนแปลกหน้าได้ เขาจะเก็บสิ่งที่เราบอกเอาไว้กับตัวและไม่เอาไปเผยแพร่ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ช่วงหกโมงถึงสี่ทุ่ม

 

 

 

“เฮ้ย วงนี้แหล่ะที่อยากดู ทำไมขึ้นไวจัง เพิ่งจะสองทุ่มเอง”



 

ยุนกิพูดเจื้อยแจ้ว สายตามองตรงไปยังเวทีด้านหน้า ก่อนจะยกขวดเบียร์ขึ้นดื่ม ที่ข้อมือข้างขวามีสายรัดข้อมือสีเหลืองสะท้อนแสงสวมอยู่ เป็นอันรู้ว่าคนคนนี้อายุเกินยี่สิบปีแล้วและสามารถซื้อแอลกอฮอล์ได้ ซึ่งในกลุ่มพวกเขาคนที่ใส่มียุนกิ โฮซอก แทฮยอง (ที่อายุยี่สิบพอดี) นัมจุน และซอกจิน ที่สลับสายรัดข้อมือของตัวเองกับสายรัดข้อมือสีม่วงของจีมิน เพราะเวลาที่น้องจะไปซื้อเบียร์จะได้ไม่ลำบากเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา



 

“เพลงนี้ดีๆๆ” ยุนกิที่ยืนอยู่ริมซ้ายสุดสะกิดแขนร่างสูงรัวๆ ริมฝีปากฮัมเพลงตามนักร้องไปเรื่อย ก่อนที่จะโดนหญิงสาวคนหนึ่งชนเข้าจนตัวเองเซไปชนน้องเต็มแรง


“พี่ยุนกิ เป็นอะไรรึเปล่าครับ?”


“อ๋อ ไม่เป็นไรๆ”


“ขอโทษนะคะที่ชน เจ็บมั้ยคะ?” เสียงของหญิงสาวที่ดังขึ้นข้างๆเรียกความสนใจให้ยุนกิหันไปมอง

 

 





โอ้โหหุ่นดีเอาเรื่องเลยแฮะ

 





 

“อ่า ไม่เจ็บครับ แล้วคุณเป็นอะไรรึเปล่า?” ตาเรียวสำรวจใบหน้าจิ้มลิ้มของหล่อนก่อนจะไล่ต่ำลงมายังผิวขาวๆ จะว่าเขาลามกก็ได้ แต่เล่นใส่เสื้อแหวกมาขนาดนี้แล้วจะไม่ให้มองก็ไม่ใช่ผู้ชายแล้วมั้งครับ

 


“ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าไม่รังเกียจ ให้ฉันเลี้ยงดริ้งค์ไถ่โทษนะคะ” หล่อนพยักพเยิดไปทางซุ้มค็อกเทลที่ตั้งเรียงรายอยู่ด้านหลัง ประโยคคลาสสิคที่เขาได้ยินเป็นประจำตอนไปมิวส์ สื่อความหมายเป็นเชิงว่ามีชวนไปต่อแน่นอนเจ็ดสิบเปอร์เซนต์ทำเอายุนกิยกยิ้มราวกับได้เจอสถานการณ์ที่คุ้นเคย แต่เขาคงลืมไปว่าตอนนี้เขาไม่ได้อยู่มิวส์ และไม่ได้มาแค่กับเพื่อน


“จะไปไหนเหรอครับ?” เสียงของจองกุกเรียกสติเขากลับมาแบบทันทีทันใด รอยยิ้มของน้องที่ยุนกิหันไปเจอทำเอาขนลุกวูบวาบเหมือนเด็กอนุบาลที่โดนจับได้ว่าขโมยยางลบเพื่อน


“อ่า เธอว่าจะเลี้ยงดริ้งค์น่ะ” ร่างสูงพยักหน้าก่อนจะหันไปบอกหญิงสาวด้วยน้ำเสียงสุภาพ พร้อมกับแขนที่ยกขึ้นกอดคอเขาเอาไว้หลวมๆ


“ขอโทษด้วยนะครับ แต่วันนี้เราดื่มเบียร์” หล่อนตอบรับเป็นเชิงเข้าใจก่อนจะเดินห่างออกไป “พี่นี่ดึงดูดคนเก่งนะครับ เมื่อวานก็ผู้ชาย วันนี้ก็ผู้หญิง”


“เหยยย เมื่อวานเราไม่รู้เรื่องนะ แล้ววันนี้มันเป็นสัญชาตญาณอ่ะ ไม่ได้ตั้งใจ”

 



ยุนกิรีบอธิบายพลางยกไม้ยกมือโบกปัดเป็นพัลวัน เขากลัวจองกุกเข้าใจผิดที่สุดเลยจริงๆ เพราะจากที่คุยๆกันมาน้องไม่ชอบคนเจ้าชู้ ยิ่งเคยเจอคนแบบวีมาก่อนยิ่งฝังใจหนัก กว่าเขาจะพิสูจน์ว่าตัวเองได้ว่าจริงจังจริงใจแค่ไหน แล้วกว่าน้องจะยอมเปิดใจให้ก็ตั้งหลายเดือน

 



“อย่าเงียบดิฮื้อออ เชื่อเราเหอะนะ”


“ดูแลตัวเองดีๆหน่อยสิครับ แล้วยิ่งนิสัยไปกับคนอื่นง่ายๆแบบนี้อีก”


“ขอโทษน้า จะไม่ทำแล้ว” เขารีบขอโทษทันทีที่ได้ยินจองกุกพูดแบบนั้น ยุนกิอยากทำตัวดีๆ ไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องมีความรู้สึกทางลบกับเขา มือหนาที่กอดคออีกฝ่ายอยู่เอื้อมมาดึงแก้มของคนที่อายุมากกว่าแต่กลับเบะปากทำหน้าจะร้องไห้เหมือนเด็กๆ


“ผมก็แค่..ขี้เกียจมาตามหวง”


“หห๊ะ ว่าไงนะ?” จองกุกไม่ได้ตอบอะไรแต่กลับยกยิ้มแบบที่ชอบทำ


“จองกุก” ปาร์คจีมินที่ยืนอยู่ข้างๆร่างสูงชี้นิ้วไปที่นาฬิกาข้อมือของตัวเอง “สองทุ่มครึ่งแล้วนะ”


“โอเคๆ” มือหนาของน้องจับไหล่ของยุนกิให้มายืนใกล้ๆโฮซอกแทนที่จีมินที่เดินออกมาแล้ว “เดี๋ยวผมมานะครับ ดูแลตัวเองด้วย”


“อื้อ” เขาพยักหน้ารับ ก่อนจะก้มลงเล็กน้อยเมื่อมือหนาของจองกุกวางลงบนศีรษะเบาๆแล้วผละออก ตาเรียวมองตามเด็กม.ปลายสองคนที่เดินห่างออกไป ก่อนจะต้องสะดุ้งเมื่อเพื่อนสนิทตีลงบนแขนอย่างแรง


“หลงเลยนะมึงงง มองตามอยู่นั่นอ่ะ เด็กมันก๊าวดีใช่มะ”


“ไอเชี่ย หุบปากแล้วยืนกอดแฟนมึงไป ไม่ต้องมายุ่งกับกู”


“ครับเพื่อนครับ เอ้อ ยืนใกล้ๆกูไว้นะ เดี๋ยวน้องมันกลับมาเจอมึงดื้อไปไหนไกลแล้วกูจะซวย”


“ยัง ยังอีก เดี๋ยวกูฟาดด้วยขวดเบียร์”

 

 

 

 











จีมินค่อยๆเดินเข้าไปหาผู้หญิงคนหนึ่งที่ใส่ชุดบอดี้สูทรัดรูป หล่อนนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเตี้ยในซุ้มไฟนีออนสีม่วงคล้ายๆกับสายรัดข้อมืออันเก่าของเขา ก่อนจะเหลือบมองจองกุกที่เดินเข้าไปนั่งในซุ้มแบบเดียวกันแต่ตกแต่งด้วยไฟนีออนสีขาวห่างไปหลายเมตร เขาตั้งใจจะมาทำกิจกรรมไฮไลท์ของ Secret Keeper นั่นก็คือการบอกความลับกับคนแปลกหน้า ซึ่งคนแปลกหน้าที่ว่าก็คือคนที่แสดงโชว์เมื่อตอนเย็นนั่นแหล่ะ เขามีความลับบางอย่างที่อัดอั้นตันใจมาสักพักแล้ว มันเป็นเรื่องที่พูดยาก แม้แต่จอนจองกุกเขาก็ไม่สามารถพูดมันออกมาได้อย่างสนิทใจนัก มีก็แต่คนคนหนึ่งที่รู้เรื่องนี้แล้วคร่าวๆเท่านั้น



 

“ไง”


“หวัดดีครับ”


“นั่งก่อนนะ” เธอส่งยิ้มน้อยๆให้เขา “เป็นไงบ้าง สนุกมั้ย?”


“สนุกครับ ผมไม่เคยมางานแบบนี้มาก่อนเลย” ท่าทางใจดีของอีกฝ่ายทำให้จีมินสบายใจมากขึ้นที่จะพูดเรื่องราวของตัวเอง


“ดีแล้วล่ะ เก็บความรู้สึกดีๆเอาไว้นะ”


“ครับ!” เขารับคำอย่างขยันขันแข็งพร้อมกับฉีกยิ้มกว้าง คิดถูกจริงๆที่เลือกจะเล่าให้กับคนคนนี้


“เริ่มเลยดีมั้ย?” เขาพยักหน้ารัวๆ เม้มปากเล็กน้อยโดยไม่ตั้งใจ ก่อนจะเริ่มพูดออกมาช้าๆ


“คือช่วงสองเดือนก่อน มีคนคนนึงเข้ามาในชีวิตผม” เขากลืนน้ำลาย แลบลิ้นเลียริมฝีปากที่เริ่มแห้ง มือทั้งสองข้างกุมกันไว้ด้านหน้า “ความสัมพันธ์ของเราค่อนข้างซับซ้อน คือเขาเป็นเพื่อนของคนที่มาจีบเพื่อนผมน่ะครับ แถมยังเป็นแฟนของคนที่เพื่อนผมชอบอีก งงๆเนอะ”



 

 

“เขาอายุมากกว่าผมสามปี ใจดี ชอบดูแลแทคแคร์คนอื่น เขาให้ความรู้สึกเดียวกับพี่ชายคนโตผมน่ะครับ ผมเลยสบายใจมากขึ้นเวลาคุยกับพี่เขา เรามีสิ่งที่ชอบเหมือนกันหลายอย่าง เราชอบดูหนัง ชอบฟังเพลงคล้ายๆกัน ชอบหาร้านอร่อยๆตามที่เขารีวิวแล้วไปกินตอนที่ว่าง ชอบไปดูหนังฟรีตามเทศกาลหนังต่างประเทศ ชอบหมา รักสัตว์ แต่สิ่งที่เราเหมือนกันที่สุด คือเราเป็นคนรักเพื่อน”



 

 

“เราใช้เวลาด้วยกันได้แค่ไม่นาน เป็นเพราะผมเองที่บอกให้เขากลับไปหาแฟนของเขา อ่า ใช่ครับ เขามีแฟนแล้ว แล้วก็กำลังทะเลาะกันอยู่ด้วย บางทีผมก็แอบคิดเหมือนกัน ถ้าผมอยู่เฉยๆล่ะ ไม่ต้องไปให้คำแนะนำอะไร อยู่เป็น Comfortable Zone ของเขาไปแบบนี้ เป็นคนที่เขาสบายใจที่จะคุยด้วย ผมจะดูเห็นแก่ตัวรึเปล่านะ”

 



 

“แต่สุดท้ายผมก็ไล่เขาให้กลับไปหาแฟนของเขาอยู่ดี ส่วนตัวเองก็เป็นแค่น้องที่เขาสบายใจด้วยอย่างเดิม หึ” จีมินแค่นยิ้ม ดวงตาที่เป็นประกายเหมือนเด็กกลับหม่นแสงลงพร้อมๆกับน้ำใสๆที่เอ่อคลอหน่วยตา “สิ่งที่แย่ที่สุดไม่ใช่การผมปล่อยเขาให้หลุดมือไป แต่มันคือการที่ผมต้องกลับมาเห็นภาพของเขากับแฟนต่อหน้าต่อตาต่างหาก”


“มางานนี้ด้วยกันเหรอ?”


“ครับ มาด้วยกัน ผมไม่อยากจะเป็นคนที่ทำให้ความสัมพันธ์ของเพื่อนผมแย่ลง อ่า คือเพื่อนผมกับเพื่อนพี่เขากำลังคุยๆกันอยู่น่ะครับ ผมก็เลย..ทำเหมือนว่าตัวเองไม่เป็นอะไร เป็นเพื่อนที่ดี เป็นน้องที่ดี เป็นคนดี

 

 





มือเล็กยกขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลลงมาตามแก้มอย่างรวดเร็ว

 


จีมินชอบยิ้ม เขาไม่ชอบร้องไห้

 

 





"ที่แย่ไปกว่านั้นคือแฟนของเขากลับดีกับผมมากๆ ผมไม่รู้ว่าเขาจะคิดยังไง แต่ท่าทางที่แสดงออกกลับดูไม่ได้คิดร้ายอะไรจนผมรู้สึกว่าตัวเองแม่งโคตรเลวที่เคยคิดอยากให้เขาเลิกกัน ตอนแรกผมก็คิดว่ามันอาจจะเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบก็ได้ ผมคงไม่ได้ชอบเขา เพราะเวลาที่เรามีด้วยกันมันก็แค่ไม่กี่สัปดาห์ แต่ทำไมอารมณ์ชั่ววูบมันถึงยังค้างอยู่ในใจมาได้นานขนาดนี้ล่ะครับ แถมยังมันยังเจ็บมากๆอีกด้วย ถ้าแค่วูบเดียวจริงๆ มันไม่ควรจะเจ็บแบบนี้ไม่ใช่เหรอครับ?”

 

 

 

 










“จีมิน” เสียงคุ้นเคยของใครบางคนเรียกให้เขาหันไปมอง จองโฮซอกนั่นเองที่เดินเข้ามาหาเขา พร้อมกับคิมแทฮยอง “มายืนทำอะไรตรงนี้คนเดียว จองกุกล่ะ?”


“ไปหาพี่ยุนกิแล้วน่ะครับ”


“เราก็รีบๆตามเข้าไปล่ะ เป็นผู้ชายไม่ใช่ว่าจะไม่อันตรายนะรู้มั้ย” เป็นวีที่พูดขึ้นบ้าง เด็กม.ปลายพยายามกลืนก้อนเหนียวหนืดที่คอแล้วตอบรับอีกฝ่าย


“ครับ พี่แทฮยอง” จีมินฉีกยิ้มกว้างส่งให้ทั้งคู่ “เดี๋ยวซื้อเบียร์เสร็จจะเข้าไปแล้วครับ”


“โอเค ดีมาก” โฮซอกเอื้อมมือข้างที่ว่างมาขยี้ผมเขาเบาๆ จีมินเห็นว่ามืออีกข้างของเจ้าตัวกำลังจับไว้กับมือเรียวของแทฮยอง


“งั้นพวกพี่ไปก่อนนะ”

 

 



จีมินยิ้มตามให้กับคนทั้งคู่ ก่อนที่ริมฝีปากจะกลับมาเป็นเส้นตรงตามเดิมเมื่อเห็นว่าทั้งสองคนเดินห่างไปไกลแล้ว เขานั่งลงบนกองฟางแถวๆนั้น ยกเบียร์ขึ้นกระดกหลายอึก ดวงตาแดงก่ำแต่ไม่มีน้ำตาไหลออกมาสักหยด หลังจากที่ได้เล่าความลับไปกับ Secret Keeper แล้วเขาก็รู้สึกสบายใจขึ้น แต่ความรู้สึกที่เคยเก็บไว้ก็เพิ่มขึ้นตามด้วยเหมือนกัน จีมินไม่รู้ว่าเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์และบรรยากาศรอบๆด้วยรึเปล่าที่ทำให้เขารู้สึกมากกว่าที่ควรจะเป็น เขาถอนหายใจเบาๆ ยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาก็พบว่านี่ใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว ต่อไปก็เป็นเวทีเพลงเฮาส์สำหรับสายเต้นทั้งหลาย จีมินไม่ชอบเต้น เขาเลยตัดสินใจที่จะกลับบังกะโลไปนอนดีกว่า



 

ขาเรียวเดินลากรองเท้าแตะไปเรื่อยๆ บังกะโลของเขาที่มืดสนิททำให้รู้ว่าจองกุกกับยุนกิยังไม่กลับมา รวมถึงซอกจินกับนัมจุนด้วยเช่นกัน ส่วนบังกะโลของโฮซอกกับแทฮยองที่อยู่ข้างกันกลับถูกเปิดไฟเรียบร้อยแล้ว จีมินถอนหายใจเบาๆอีกครั้ง ในจังหวะที่จะเดินขึ้นบันไดสามขั้นหน้าห้องเพื่อไขกุญแจนั้นดันเป็นจังหวะเดียวกับที่เสียงดนตรีบนเวทีเงียบลงพอดีเพราะกำลังเซ็ตเวทีใหม่ เขาได้ยินเสียงที่ลอดออกมาจากห้องข้างๆ มันค่อนข้างเบา แต่โสตประสาทของเขากลับรับรู้มันได้อย่างชัดเจน





 

พี่โฮซอก เบาๆหน่อย—‘



แทแทอา…’

 





ปาร์คจีมินค่อยนั่งยองๆลงกับพื้น มือข้างหนึ่งยกขึ้นปิดปากตัวเองเอาไว้แน่นกันไม่เสียงหลุดออกไป มืออีกข้างกอดเข่าเอาไว้เพื่อไม่ให้ล้มลงไป น้ำตาที่กลั้นมานานไหลอาบแก้มผ่านหลังมือของเขาหยดลงพื้นหญ้าหน้าบังกะโล เขาไม่เคยรู้สึกเสียใจขนาดนี้มาก่อน ไม่เคยคิดว่าต้องมาร้องไห้สะอึกสะอื้นให้กับเรื่องแบบนี้ ทั้งๆที่คิดเอาไว้ว่ามันไม่น่าจะเป็นอะไรมากด้วยซ้ำ ทั้งๆที่คิดว่าตัวเองต้องผ่านไปได้แน่ๆ แต่จีมินก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมแค่ได้ยินเสียงตอนเขารักกันมันถึงได้รู้สึกเหมือนถูกบีบที่หัวใจจนเจ็บไปหมดได้ขนาดนี้



 

“น้อง เป็นอะไรมั้ย?” ผู้ชายคนหนึ่งที่เดินผ่านมานั่งลงข้างๆเขา จีมินถอยห่างเล็กน้อยอย่าวระวังตัวเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายจะยื่นมือมาหา “โอเคๆ ห่างๆก็ได้”


“ผมไม่เป็นไรครับ”


“อกหักเหรอ” เขาขมวดคิ้วมุ่นเมื่อได้ยินคำที่อีกคนพูดด้วยสีหน้ายิ้มๆ “ไปเต้นกันป่าว เผื่อจะช่วยได้”


“ผมไม่ชอบเต้น”


“สนุกนะ ไม่ลองหน่อยเหรอ” ร่างโปร่งของผู้ชายคนนั้นลุกขึ้นยืนก่อน เขาลุกตามแต่สายตาก็ยังคงมองอย่างระแวดระวัง “ถ้าไม่ไว้ใจเราก็ไม่เป็นไรนะ แค่อยากให้ไปลองดู เผื่อจะรู้สึกดีขึ้น ไม่ต้องไปด้วยกันก็ได้”







จีมินเม้มปากแน่น เขาลังเล กลัวก็กลัว แต่จะให้นอนอยู่ในห้องแล้วต้องรู้สึกและได้ยินเสียงจากห้องของโฮซอกอีกก็คงไม่ไหว ดูท่าทางของคนตรงหน้าก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร แถมยังดูใจดี และมีความอบอุ่นแบบพี่ชาย






อ่า อีกแล้ว เขาแพ้ทางคนแบบนี้ตลอดเลยให้ตายเถอะ



 



มือเล็กยกโทรศัพท์ขึ้นถ่ายรูปอีกฝ่ายแล้วส่งหาจอนจองกุก พลางพิมพ์บอกในแขทว่าจะไปที่เวทีอีกครั้งพร้อมกับผู้ชายคนนี้ อย่างน้อยถ้าเขาโดนปล้นหรือโดนทำร้ายก็ยังมีหลักฐานล่ะน่า


 









“ผมไปด้วยก็ได้ แต่ถ้าพี่คิดจะทำอะไรล่ะก็ รู้เรื่องแน่”

 

 

 

 

 

 









 

 












มินยุนกิค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมองสภาพภายนอก จนแล้วจนรอดเขาก็ต้องหลับตาลงไปใหม่ มือขาวยกขึ้นนวดขมับที่ยังคงเต้นตุบๆ ศีรษะหนักอึ้งเหมือนยกหินทั้งพัทยามาหน่วงเอาไว้ เขาตัดสินใจลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงก่อนจะพบว่าคนที่นั่งอยู่ข้างๆคือปาร์คจีมินที่ดูท่าทางก็จะมีอาการเดียวกัน ตาเรียวเหลือบไปเห็นจอนจองกุกที่เดินถือแก้วน้ำมาสองแก้ว น้องนั่งลงบนพื้นที่ว่างบนเตียงข้างๆเขา ก่อนจะส่งแก้วน้ำให้เขาและเพื่อนของตัวเอง



 

“จองกุก อยากกินโกโก้ร้อนอ่ะ” จีมินพูดทั้งๆที่ยังหลับตาอยู่ น้ำเสียงอู้อี้บวกกับหน้าตางอแงทำเอาเขาอดยิ้มตามไม่ได้ นี่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมจีมินแฮงค์แล้วน่ารักขนาดนี้


“เดี๋ยวไปซื้อให้นะ” ร่างสูงตอบรับ ก่อนจะหันมาพูดกับเขา “ไม่มีน้ำอุ่นนะครับ เดี๋ยวผมไปซื้อกาแฟมาให้แทน”


“เฮ้ยไม่เป็นไรๆๆ เกรงใจอ่ะ” เขารีบบอกปัดก่อนจะยกน้ำเปล่าขึ้นจิบ


“ไม่เป็นไรครับ ยังไงก็ต้องไปซื้อโกโก้ให้จีมินอยู่แล้ว”


“งั้น...ไปด้วยดิ”


“เดินไหวเหรอครับ?”


“ไหวน่า นี่มินยุนกินะ เจ้าของมิวส์” เขาพูดติดตลกก่อนยันตัวลุกขึ้น โชคดีที่ยุนกิจะมีอาการปวดหัวหนักๆแค่ตอนตื่นได้สักพัก หลังจากนั้นก็เหลือแค่อาการมึนหัว สงสัยร่างกายมันคงชินไปแล้ว “อยากออกไปสูดอากาศอ่ะ”



 

จองกุกพยักหน้าก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋าสตางค์กับกุญแจห้อง ส่วนยุนกิก็เข้าห้องน้ำไปล้างหน้าแปรงฟันอย่างรวดเร็ว น้ำเดี๋ยวค่อยกลับมาอาบทีหลัง ร่างเล็กรีบเดินออกมาหาอีกฝ่ายที่ยืนกดโทรศัพท์รออยู่ที่หน้าห้องหลังจากจัดการธุระเสร็จแล้ว น้องเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงแล้วออกเดินไปพร้อมกับเขาอย่างช้าๆ ยุนกิลูบหน้าก่อนจะสูดอากาศดีๆเข้าเต็มปอด ซึมซับบรรยากาศรอบๆด้วยสายตา



 

“เมื่อคืนเราเมามากมั้ยอ่ะ นี่จำอะไรไม่ได้เลย”



 

เมื่อคืนในระหว่างที่ยุนกิออกมาซื้อดริ้งก์กับจองกุกก็โดนผู้ชายกลุ่มหนึ่งที่มาดูคอนเสิร์ตเหมือนกันท้าให้เล่นเกมอะไรสักอย่าง จำได้ว่าซัดไปเยอะเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน เขาชักจะเกลียดนิสัยไม่ชอบยอมแพ้ของตัวเองก็วันนี้ ถ้าจองกุกไม่ไปด้วยนี่ไม่รู้จะตอนตื่นมาจะยังนอนอยู่ตรงพื้นหญ้าหน้าซุ้มดริ้งก์แทนที่จะเป็นเตียงในบังกะโลรึเปล่า



 

“อย่าให้ผมพูดเลยครับ”


“ลำบากจองกุกเลยดิ โทษทีนะ”


“ไม่เป็นไรครับ”


“แล้วเปลี่ยนชุดให้เราเหรอ?” เขาถามเสียงเบา อันที่จริงยุนกิไม่อายหรอกยังไงก็ผู้ชายเหมือนกัน แต่กลัวว่าจะลำบากน้องมากกว่าที่ต้องมาคอยดูแลเขา


“อ่า ครับ ก็พี่อ้วก”


“เห้ย อ้วกเลยเหรอ จริงดิ? ไม่เห็นรู้เรื่องเลยอ่ะ ขอโทษจริงๆนะ แล้วเปื้อนจองกุกป่ะ


“ไม่ครับๆ มันไม่ได้แย่ขนาดนั้น ไม่ต้องห่วงนะ” อีกคนส่งยิ้มบางๆให้พร้อมกับวางมือลงศีรษะเขาแล้วผละออกไป การกระทำเหล่านั้นมันทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้นอย่างน่าประหลาด


“ไม่น่าไปเล่นกับพวกนั้นเลยอ่ะ” ยุนกิบ่นอุบอิบ การก้าวเท้าของเขาไม่ค่อยมั่นคงนักเพราะอาการมึนหัวที่ยังมีอยู่ มันชัดมากพอจนคนข้างๆเอ่ยถามขึ้น


“เดินไหวนะครับ?”


“อื้อ เป็นงี้แหล่ะ เดี๋ยวก็หาย”


“ผมกลัวพี่จะล้มมากกว่า”


“ไม่หรอกน่า” เขาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะต้องชะงักเท้าเมื่อมือของอีกคนยื่นมาตรงหน้า “หือ?”


“มือครับ” มือเล็กค่อยๆยื่นออกไปวางบนมือของจองกุกอย่างงงๆ น้องไม่ได้พูดอะไร เจ้าตัวแค่ยิ้มแล้วออกเดินอีกครั้ง “ดีใช่มั้ยครับ?”


“ออื้อ ทรงตัวดีขึ้นเยอะเลย”


“ไม่ครับ ผมหมายถึง” เขาเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม รอฟังสิ่งที่น้องจะพูดต่อไป “จับมือกันแบบนี้ รู้สึกดีใช่มั้ยครับ?”

 






 

YOOONGI_ NEEDS HELP ;____________;

 






 

“ฮื้อออ อะไรของจองกุกเนี่ย” ยุนกิคิดว่าหน้าตาตัวเองตอนนี้มันต้องตลกมากแน่ๆ จะร้องไห้ก็ไม่ใช่ จะยิ้มก็ไม่เชิง


“ไหนคำตอบล่ะครับ”


“มันก็ต้องดีอยู่แล้วป่ะ” เขาก้มหน้าพูดงึมงำก่อนจะยกมือข้างที่ว่างขึ้นมาปิดหน้าเอาไว้ รู้สึกอยากจะสลายหายไปจากตรงนี้จริงๆ


“ปิดหน้าทำไมครับ ปวดหัวเหรอ หรือว่า..ร้อน?” น้องพยายามดึงมือเขาออก ใบหน้าคมก้มลงมามองใกล้ๆเขาที่พยายามเบือนหน้าหนีสายตาซุกซนคู่นั้นไปทางอื่น


“อือ ร้อน” ยุนกิยอมแพ้ เขาหันมามองหน้าอีกฝ่ายแล้วเผลอขำออกมาโดยอัตโนมัติ ก่อนจะต้องยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าจองกุกก็หลุดขำเหมือนกัน

 

 

 





คุณเคยเป็นไหม?

 



เวลาที่คุณอยู่กับใครบางคนแล้วคุณรู้สึกจะอยากหัวเราะตลอดเวลา ทั้งๆที่มันไม่มีอะไรตลกเลยด้วยซ้ำ และคุณก็ไม่รู้หรอกว่ามันมีอะไรน่าขำหนักหนา แต่คุณแค่มีความสุขมากๆ มากจนอยากจะหัวเราะออกมาก็แค่นั้นเอง



 

นั่นแหล่ะ มินยุนกิกำลังรู้สึกแบบนั้น

 

 

 

 

 
























ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายสองสี่สิบนาที พวกเขาแยกกันไปซื้อของกินตามฟู้ดทรัคที่ตั้งเรียงรายอยู่รอบๆโซนอาหาร โฮซอกที่กลับมาก่อนวางบาร์บีคิวลงบนโต๊ะที่ยุนกินั่งอยู่ เขากินอะไรไม่ค่อยลงเท่าไร อยากดื่มแต่กาแฟอย่างเดียว นี่ก็ดื่มมาเป็นแก้วที่สามแล้วตั้งแต่เช้า กว่าเพื่อนมันจะฟื้นกันก็เกือบบ่ายเพราะเพลียจากการแหกปากร้องเพลงและกระโดดโลดเต้นมาทั้งคืน เอาจริงๆมาที่นี่ดื่มน้อยกว่าเมื่อวันศุกร์ด้วยซ้ำ แต่ที่เหนื่อยกว่าก็เพราะมีคอนเสิร์ตนี่แหล่ะ ตาเรียวมองตามสายตาของโฮซอกก็พบว่าจีมิน จองกุก และแทฮยองกำลังต่อคิวซื้อฟิชแอนด์ชิพอยู่ เขายกยิ้มแล้วขยับเข้าไปใกล้ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกวนประสาท



 

“รู้สึกไงวะ”


“รู้สึกอะไรของมึง” โฮซอกขมวดคิ้วก่อนจะหันมาสนใจบาร์บีคิวตรงหน้า


“ยังไม่ชินที่วีอยู่ใกล้จองกุกอ่ะดิ”


“ไม่ใช่ละ มั่วฉิบ”


“หรือว่า” ยุนกิขยับไปกระซิบที่หูของเพื่อนสนิท “เป็นห่วงปาร์คจีมิน”


“ยุนกิ! ไอ้เชี่ยนี่” เขาหัวเราะคิกคักก่อนจะเอี้ยวตัวหลบฝ่ามือของคนข้างๆได้ทันก่อนที่มันแหมะลงบนหัวของเขา “เฮ้อ... กูพยายามทำตัวปกติแล้วนะเว้ย ไม่อยากให้อึดอัด แต่สายตาน้องแม่งแบบ... เออ ช่างแม่ง กูไม่รู้จะทำไงเหมือนกัน พยายามห่างแต่ถ้ามากไปก็กลัวว่าน้องมันจะคิดว่ากูเฟดตัวอีก”


“เออ กูเข้าใจมึงน่า เดี๋ยวมันก็ผ่านไปเชื่อกูดิ” มือขาวตบไหล่เพื่อนสนิทแปะๆ ก่อนจะขยับมานั่งปกติเมื่อคนอื่นๆเริ่มกลับมาที่โต๊ะแล้ว

 



บรรยากาศที่ดูเงียบเมื่อครู่กลับเฮฮาขึ้นมาทันทีเมื่อวีแอบเอาถ้วยซอสมะเขือเทศที่มีมัสตาร์ดซ่อนไว้ข้างใต้ยื่นให้นัมจุนผู้ที่ไม่ชอบกลิ่นของมันจิ้มเฟรนช์ฟรายด์กิน กว่าเหตุการณ์จะสงบลงได้ก็เกือบได้เกิดสงครามอาหารถ้าคิมซอกจินไม่ห้ามเอาไว้เสียก่อน จองกุกที่ลุกหายไปไหนไม่รู้เมื่อห้านาทีก่อนกลับมานั่งลงข้างๆแล้วยื่นแซนด์วิชให้เขา ยุนกิส่ายหน้าปฏิเสธเพราะกินอะไรไม่ลงทั้งๆที่ความจริงก็หิวอยู่เหมือนกัน มือสองข้างที่ถือถ้วยเอสเพรสโซ่ร้อนเอาไว้กลับต้องวางมันลงเมื่อเห็นสายตาเรียบนิ่งของจองกุกที่ส่งมาให้





 

 

ดุกว่าป๊าอีกอ่ะ กินก็ได้ ;__________;

 

 

 

 









ถัดจากนั้นหนึ่งชั่วโมงหลังจากที่พวกเขาทานอาหารและนั่งเล่นอยู่ได้สักพัก ก็ตกลงว่าจะแยกย้ายกันไปพักผ่อนตามอัธยาศัย โฮซอกกับนัมจุนไปเช่าจักรยานมาขี่เล่นบริเวณรอบๆงาน ซอกจิน แทฮยอง และจีมินก็ไปเดินดูของกับเพนท์ตัวกันที่อีกโซนหนึ่ง ส่วนเขากับจองกุกที่ไปลองทำน้ำแอปเปิลเสร็จแล้วถึงค่อยตามไปเจอพวกนั้นอีกที พอนาฬิกาตีบอกเวลาห้าโมงเย็นพวกเขาก็มานัดเจอทีกันที่หน้างานเหมือนเมื่อวาน

 



ยุนกิลอบสังเกตจีมินเป็นระยะ น้องกำลังยืนจิ้มแพนเค้กที่ไปซื้อมากินด้วยกันกับแทฮยอง ข้างๆมีโฮซอก นัมจุน และจองกุกที่ยืนคุยอะไรกันสักอย่าง เขาไม่รู้จีมินรู้สึกยังไง ไม่สิ เขารู้ แต่รู้แค่เพียงส่วนเดียวเท่านั้น ยุนกิยังจำวันที่เขานัดจีมินออกมาทานข้าวด้วยกันแค่สองคนโดยที่ไม่มีจองกุกเหมือนปกติได้ดี น้องมันก็ดูงงๆแต่ก็ยังยอมมาด้วย เขาเลยแอบถามเรื่องโฮซอกไปเพราะสัมผัสได้ว่าปาร์คจีมินจะต้องหวั่นไหวไปกับเพื่อนเขาแน่ๆ ยุนกิรู้จักเพื่อนตัวเองดี ใครอยู่ใกล้มันก็หลงมันกันทั้งนั้นโดยเฉพาะพวกเด็กๆหรือรุ่นน้อง โฮซอกมันมีภาพลักษณ์ที่ดูใจดี สบายๆ นิสัยมันก็เป็นคนสปอร์ต เทคแคร์คนเก่ง เขาเคยไปเป็นเพื่อนตอนที่โฮซอกมันต้องไปรับรองแขกแทนพ่อเมื่อหลายเดือนก่อน พอได้ฟังวาทศิลป์มันเข้าไปสปอนเซอร์นี่ชอบอกชอบใจจนพ่อมันเป็นปลื้มในตัวลูกชายไปหลายสัปดาห์ และขนาดเขาที่เป็นเพื่อนมันก็ยังดูแลเป็นอย่างดีเช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าปากมันจะชอบพูดจาหาเท้าก็เถอะ เรียกง่ายๆว่าจองโฮซอกมันชอบเอาใจใส่โดยสันดานนั่นแหล่ะ  



 

สุดท้าย ผลสรุปออกมาก็คือน้องมันหวั่นไหวไปแล้วเรียบร้อย แต่ประโยคที่บอกว่า แค่อารมณ์ชั่ววูบน่ะครับพี่ไม่ต้องซีเรียส เดี๋ยวผมก็ลืมแล้ว พร้อมกับใบหน้าที่ไม่รู้สึกรู้สาอะไรทำให้ยุนกิค่อนข้างสบายใจ ก่อนที่จะมารู้สึกแปลกๆอีกครั้งตอนที่มาเที่ยวครั้งนี้นั่นแหล่ะ เขาคิดว่าจีมินยังคงหลงเหลือความรู้สึกกับเพื่อนเขาอยู่แน่นอน แต่ก็ไม่เข้าใจว่าน้องมันเป็นคนประเภทไหนถึงได้ยืนคุยกับโฮซอกและแทฮยองได้หน้าตาเฉยเหมือนสบายดีแบบนั้น กับวีเขาเข้าใจว่าน้องมันเป็นคนไม่คิดอะไรมากอยู่แล้วเลยสามารถคุยกับจีมินได้อย่างสนิทใจ แต่ว่าอีกคนน่ะสิ ทำได้ยังไงกัน โฮซอกกับจองกุกก็เหมือนกัน ทำไมถึงคุยกันดีเหมือนไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน เขาเข้าใจว่าพวกผู้ชายถ้าเคลียร์แล้วก็จบกันไปเพราะตัวเขาเองก็เป็นประเภทนั้นเหมือนกัน แต่บางเรื่องมันก็ซับซ้อนเกินกว่าที่เขาจะเข้าถึง ยุนกิคิดว่าทุกคนต่างมีความลับบางอย่างที่เก็บเอาไว้แน่นอน มันอาจจะเป็นเรื่องที่พูดไม่ได้หรือรับรู้กันได้แค่สองคนเพราะไม่อย่างนั้นถ้าใครคนหนึ่งพูดไปก็คงจะต้องเกิดปัญหาแน่นอน อย่างเช่นว่า ถ้าเขาเกิดพูดเรื่องของจีมินออกมาให้ได้แทฮยองได้รู้ ความสัมพันธ์ต่างๆที่เป็นอยู่คงจะไม่ได้ดีแบบนี้แน่ๆ ด้วยประสบการณ์การใช้ชีวิตในสังคมที่ยุนกิเรียนรู้มามันบอกให้เขาเงียบเอาไว้ ซึ่งหลายๆคนในที่นี้ก็คงจะทำแบบเดียวกันกับที่เขาคิด โดยเฉพาะปาร์คจีมิน

 

 

 

 

 

















“ออกไปเดินเล่นกันไหมครับ?” เสียงของจองกุกเรียกให้เขาละสายตาจากโชว์เต้นแบบชนเผ่าบนเวทีใหญ่ ตอนนี้ก็สามทุ่มกว่าแล้ว คนเริ่มมาออกันตรงนี้เยอะขึ้นเพราะจะรอดูดนตรี


“อื้อ เอาสิ” เขาพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะมองไปรอบๆเพื่อหาจีมิน บางทียุนกิก็รู้สึกผิดเหมือนกันที่ทิ้งน้องไว้กับพวกเพื่อนๆตัวเองที่มีแฟนกันหมด (โดยเฉพาะกับคู่ของจองโฮซอกอ่ะนะ)


“จีมินไปกับเพื่อนใหม่แล้วครับ”


“หือ ใครเหรอ เจอกันที่งานเหรอ?” เขาถามไปเรื่อยๆพลางเดินออกมาจากกลุ่มเพื่อนที่ยืนอยู่หน้าเวที


“ครับ แต่ผมไปเจอมาแล้วล่ะ เป็นรุ่นน้องของพี่ชายผมเอง”


“โห โลกกลมเนอะ แต่ถ้าเป็นคนรู้จักก็ดีแล้วล่ะ ค่อยสบายใจหน่อย”


“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ จีมินมันดูแลตัวเองได้”


“บอกเราไม่ต้องห่วงแต่จองกุกอ่ะห่วงจีมินที่สุดเลยรู้ป่าว” ร่างเล็กยื่นหน้าล้อเลียนคนข้างๆก่อนจะต้องร้องออกมาเมื่อโดนอีกคนตีเข้าเบาๆที่หน้าผาก



 

ในขณะที่เดินอยู่ เขาเอื้อมมือไปคล้องแขนจองกุกเอาไว้โดยไม่รู้ตัว ยุนกิยกมืออีกข้างขึ้นจับฟองสบู่อันใหญ่ที่เป่าออกมาจากเครื่องเป่าฟองสบู่ไฟฟ้าให้มันแตกพลางส่งเสียงหัวเราะอย่างชอบใจ มันใหญ่กว่าหน้าเขารวมกับหน้าจองกุกเสียอีก พวกเขาหยุดดูโชว์กายกรรมผาดโผนและโชว์ควงกระบอกไฟสักพักก่อนจะออกเดินอีกครั้ง พวกเขาทำแค่เดินไปเรื่อยๆ ผ่านสไลเดอร์ที่มีเด็กชายชาวต่างชาติกำลังสไลด์ตัวลงมาหาพ่อที่รอรับอยู่ด้านล่าง เดินผ่านซุ้มไฟที่ถูกจัดไว้อย่างสวยงาม ก่อนจะออกมาเจอกลับโซนอาหารที่มีกลุ่มวัยรุ่นกำลังนั่งล้อมกองไฟที่จุดขึ้นเผาเผือกเผามัน ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งกำลังนั่งปิ้งมาร์ชเมลโล่ก่อนจะส่งให้เพื่อนคนอื่นๆเอาไปวางบนแครกเกอร์ วางทับด้วยช็อกโกแลตแล้วปิดด้วยแครกเกอร์อีกที ก่อนจะบีบให้แบนกลายเป็นแซนด์วิช เห็นคนอื่นเขาทำ S'more กินกันยุนกิก็อยากจะเข้าไปขอทำบ้าง ตั้งแต่มางานนี้เขาได้รู้จักกันคนเพิ่มขึ้นเยอะแยะ เพราะทุกคนดูเป็นมิตรและพร้อมที่จะเปิดรับเพื่อนใหม่ เพราะฉะนั้นมันก็ไม่ยากถ้าเขาจะเข้าไปขอร่วมวงทำขนมด้วย แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะอยู่เล่นกับจองกุกแบบนี้ดีกว่า ยุนกิหันกลับไปมองทันตอนที่ไฟจะลุกท่วมขึ้นมาทำเอาสะดุ้งกันทั้งวง เขาหลุดขำเล็กน้อยก่อนจะหันมาหาจองกุกอีกครั้งเมื่อได้ยินน้องพูดขึ้น



 

“นั่งตรงนี้มั้ยครับ?”


“อื้อ เอาสิ”



 

เขานั่งลงบนกองฟางที่จัดเอาไว้เป็นที่นั่ง มันถูกวางอยู่รอบๆงานเพื่อรองรับผู้เข้าชม มือขาวเอื้อมไปรับค็อกเทลในแก้วพลาสติกทรงสูงจากผู้ชายคนหนึ่งที่ใส่เสื้อของซุ้มแอลกอฮอล์แถวๆนี้ก่อนจะถือเอาไว้แก้วหนึ่งและส่งให้จองกุกแก้วหนึ่ง ถ้าจะให้เดาทางร้านคงเอามาแจกก่อนเพื่อที่จะเรียกลูกค้าให้ไปซื้อดื่มต่อถ้าติดใจ เหมือนมิวส์ที่จะให้ดริ้งก์ฟรีสองแก้วเมื่อเสียค่าเข้าไปแล้ว ยุนกิหันไปมองใบหน้าคมของคนข้างๆ เขาเพิ่งมาสังเกตว่าจองกุกไม่ค่อยใส่แว่นแล้ว น้องใส่คอนแทคเลนส์สลับกับการใส่แว่นในบางเวลา โดยให้เหตุผลว่ามันสะดวกดี แต่ก็นั่นแหล่ะ ไม่ว่าจะใส่แว่นหรือไม่ใส่จองกุกก็ยังคงดูดีอยู่ดี แต่แค่ถอดแว่นแล้วรู้สึกว่าฮอตกว่าเดิมมากๆก็เท่านั้นเอง





 

 

เท่านั้นเองจริงๆ ไม่ได้ใจสั่นเลยสาบานได้ ._.





 

 

 “นี่” เขาเอ่ยขึ้นเบาๆ จองกุกตอบรับในลำคอ สายตายังจดจ้องอยู่ที่นักดนตรีที่กำลังเล่นกีตาร์อคูสติกอยู่หน้าร้านฟู้ดทรัค “ขอสูบบุหรี่นะ”


“ครับ”

 



เมื่อเจ้าตัวพยักหน้ายุนกิจึงวางแก้วค็อกเทลลงบนพื้นหญ้าก่อนจะหยิบซองบุหรี่กับไฟแช็กออกมาจากกระเป๋าหลังกางเกงยีนส์ขาสั้นที่สวมอยู่ ลมที่พัดผ่านเสื้อมัดย้อมไซส์ XXXL ทำให้รู้สึกสบายตัว เขาเพิ่งไปซื้อมันมาเมื่อตอนที่ไปรอเพนท์หน้ากับพวกแทฮยอง ริมฝีปากบางสูดควันเข้าไปจนรู้สึกว่ามันกำลังเติมเต็มไปทั่วในอกแล้วค่อยปล่อยออกมาช้าๆ ยุนกิเอื้อมไปดึงปลายผ้าเช็ดหน้าสีแดงตรงท้ายทอยให้แน่นขึ้นอีกหน่อย ด้วยความคันไม้คันมือเห็นว่าซอกจินพกมาแล้วไม่ได้ใช้เขาก็เลยเอามันมาทำเป็นผ้าคาดหัวซะเลย เหลือบมองจองกุกที่ยกค็อกเทลสีชมพูสดใสขึ้นจิบ วันนี้น้องใส่เสื้อแขนกุดสีดำไม่มีลายกับกางเกงขาสั้นสีเดียวกัน ที่ข้อมือข้างซ้ายมีสร้อยข้อมือเชือกแบบเดียวกันกับที่เขาสวมอยู่ ซึ่งก็ได้มาพร้อมกับเสื้อมัดย้อมนั่นแหล่ะ ใบหน้าคมคายมีสีเหลืองที่เป็นสีสะท้อนแสงวาดทับอยู่บนหน้าแก้ม ยุนกิก็ไม่รู้เหมือนกันว่าวันนี้ตัวเองพูดคำว่า จองกุกโคตรฮอต ในใจไปกี่รอบแล้ว เอาเป็นว่านับไม่ถ้วนเลยล่ะ



 

“นี่”



 

เขาเรียกน้องอีกครั้งก่อนจะสูดควันเข้าปอดไปให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนรู้สึกว่าสมองมึนเบลอไปหมดและคิดอะไรไม่ค่อยจะออก เขาเอียงศีรษะพิงแขนเปลือยเปล่าของคนที่นั่งอยู่ทางด้านซ้ายของตัวเอง ถ้าน้องถามก็จะขอใช้ข้ออ้างว่าเป็นเพราะมึนนิโคตินละกัน ทั้งๆที่ความจริงคืออะไรก็คงไม่ต้องบอก



 

“ตอนเล่นพารานอยด์อ่ะ”


“ทำไมเหรอครับ”


“จองกุกตอบว่าอะไรเหรอ?” เขาเอื้อมมือออกไปดีดขี้บุหรี่ “ชอบ หรือไม่ชอบ”


“ถ้าไม่ชอบผมก็คงไม่นั่งอยู่ตรงนี้หรอกครับ”


“จริงดิ” เขาหัวเราะเบาๆก่อนจะยกยิ้มเล็กน้อย สายตามองเลยออกไปยังเวทีใหญ่ที่ป่านนี้พวกเพื่อนเขาคงจะเต้นกันสนุกแล้ว “เหมือนฝันเลย”


“มันคือความจริงครับ” มือหนาของน้องค่อยๆเลื่อนมากุมมือซ้ายของเขาเอาไว้ ยุนกิหลับตาและเม้มปากโดยไม่รู้ตัว มือข้างที่จับมือจองกุกเอาไว้ค่อยๆบีบแน่นขึ้นราวกับจะซึมซับและจดจำบรรยากาศตรงนี้เอาไว้ให้มากที่สุด ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาด้วยความรู้สึกที่อธิบายเป็นคำพูดได้ยาก


“แล้วรู้ป่าวว่าวันศุกร์ที่จองกุกเมาอ่ะ พูดไรไม่รู้เรื่องเลย แถมพูดไม่มีหางเสียงด้วยนะ เราโคตรงง ไม่เหมือนเธอเลยอ่ะ แล้วจะไปบ้านเราอีก ตลกอ่ะ” เขาเลือกที่จะชวนคุยต่อเพราะไม่อยากให้บรรยากาศมันอึดอัดหรือว่าดูแปลกไป แต่เสียงหัวเราะในลำคอของจองกุกทำเอาเขาต้องเงยหน้าขึ้นมอง


“ก็รู้สึกตัวดีนะครับ ตอนที่พูด”


“อ๋อเหรออออ แน่ใจ๊? ไม่เชื่อหรอก แล้วนี่เป็นไรกันอ่ะจะมาบ้าน มั่วนิ่มสุดๆ” ยุนกิลอยหน้าลอยตาพูดด้วยท่าทางที่น่าตีเป็นที่สุด ร่างสูงยกยิ้มมุมปาก สาบานได้ว่าเขาเกลียดมันยิ่งกว่าตอนที่โดนน้องเมินเสียอีก


“พี่ไม่อยากรู้หรอก” ประโยคนี้ทำให้ยุนกิรู้สึกจุกในอกขึ้นมาทันที เหตุการณ์วันที่จองกุกมีเรื่องกับโฮซอกลอยเข้ามาเหมือนบูมเมอแรง ตอนที่นั่งอยู่ด้วยกันริมแม่น้ำจองกุกก็พูดประโยคนี้กับเขา แต่เขาก็ยังดื้อดึงที่จะฟังอยู่ดี สุดท้ายคำตอบที่น้องให้มาก็ทำเอาน้ำตาตกในไปหลายวัน


“เออ..เนอะ นั่นสิ”

 



ร่างเล็กหัวเราะแห้งๆก่อนจะยกบุหรี่ขึ้นมาสูบเป็นครั้งสุดท้าย จะว่าไปตำแหน่งที่พวกเขานั่งอยู่รวมไปถึงบรรยากาศโดยรอบก็ไม่ต่างจากวันนั้นสักเท่าไร ที่ที่มีแค่เขากับจองกุก มีบุหรี่ มีลมเย็นๆ และบรรยากาศดีๆ ถ้าเป็นตอนนั้นเขาก็คงมีความคิดที่ว่า ถ้าเป็นวีนั่งอยู่ตรงนี้มันจะดีกว่ารึเปล่า แต่พอเป็นตอนนี้ เขากลับมีความคิดใหม่ว่า อย่าไปเรียกร้องอะไรมากมายเลย มือขาวขยี้มวนบุหรี่ลงบนก้อนหินแถวนั้นจนแน่ใจว่ามันมอดสนิท แถวนี้มีแต่หญ้าแห้งๆ ถ้าไม่ทำแบบนั้นมีอันได้ไฟไหม้แน่ๆ



 

“พี่ไม่อยากรู้จริงๆเหรอครับ” คนเป็นพี่ส่ายหน้ายิ้มๆก่อนจะยกค็อกเทลขึ้นมาจิบบ้าง “แต่ผมอยากบอกนะ”


“หืม?”


“มันคงจะถึงเวลาแล้วล่ะมั้ง ผมคิดว่างั้นนะ”



 

เขาเลิกคิ้ว ก้มตัวลงไปวางแก้วบนพื้นหญ้าอย่างเดิม ยุนกิไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังพูดเท่าไร จองกุกยังคงความยิ้มๆเอาไว้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย เขารู้สึกได้ถึงแรงเบาๆบีบจากมือของน้องที่ยังคงกอบกุมมือของเขาอยู่ เจ้าตัวค่อยๆไล้นิ้วโป้งไปตามหลังมือของเขาอย่างแผ่วเบา สายตาอ่อนโยนที่มองมาทำเอายุนกิรู้สึกว่าตัวเองหน้าร้อนวูบวาบขึ้นมาทันที ตัวเขาอ่อนปวกเปียกยิ่งกว่าตอนที่ได้รับสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาจากคู่นอนคนอื่นๆเสียอีก รู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังได้รับความทะนุถนอมจากจอนจองกุก รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองกำลังถูกรัก


 

 

“เรามาคบกันดีมั้ยครับ?”

 


 

ยุนกิไม่ได้อ้าปากค้างหรือแสดงสีหน้าอะไรก็ตามที่สื่อถึงอาการตกใจ เขาพูดไม่ออก ลิ้นมันแข็งยิ่งกว่าตอนโดนกรอกวอดก้าเพียวๆซะอีก ตัวเขาชาไปหมดแต่กลับรู้สึกได้ถึงหยดน้ำตาที่ไหลลงมาช้าๆ อีกคนใช้นิ้วโป้งเกลี่ยมันออกจากแก้มของเขา ซาวนด์ดนตรีแบบดรีม-ป๊อปจากวงหญิงล้วนที่กำลังเล่นอยู่บนเวทียิ่งทำให้ยุนกิรู้สึกเหมือนอยู่ในฝัน มินยุนกิรู้ว่าเจ็ดแปดเดือนที่ตัวเองพยายามมามันคุ้มค่าเหลือเกิน แรงบีบเบาๆอีกครั้งจากมือหนาเหมือนเป็นการทวงคำตอบแบบกลายๆ ร่างเล็กพยักหน้ารัวแล้วยกแขนกอดจองกุกแน่น



 

“คบดิ ต้องคบอยู่แล้วอ่ะ” เขาฝังหน้าลงบนบ่ากว้างของน้อง เสียงพูดอู้อี้จนเกือบฟังไม่รู้เรื่อง “เรานึกว่าต้องเป็นคนพูดเองซะอีก”



 

ร่างสูงหัวเราะเบาๆก่อนจะผละออกจากอ้อมกอดของคนเป็นพี่ สีชมพูสะท้อนแสงที่ใช้เพ้นท์หน้าของยุนกิเปื้อนลงบนเสื้อสีดำของอีกฝ่าย ก่อนที่มันจะไปเปื้อนใบหน้าของจอนจองกุกเช่นเดียวกันเมื่อเด็กม.ปลายก้มลงมาประทับริมฝีปากลงบนอวัยวะเดียวกันของยุนกิ เขาหลับตาลง เอียงหน้าไปตามมือทั้งสองของน้องที่ยกขึ้นมากอบกุมใบหน้าของเขาเอาไว้เป็นตัวชี้นำองศา มือขาวกำเสื้อสีดำของอีกคนแน่น ส่วนมืออีกข้างวางอยู่ตรงลำคอ เขาเผลอกดเล็บลงไปบินผิวเนื้อของอีกคนเล็กน้อย น้ำตาที่หยุดไปแล้วไหลลงมาอีกครั้งอย่างเงียบๆ นี่เป็นครั้งแรกที่ยุนกิได้รับรู้ว่าความอิ่มเอมใจมันเป็นอย่างนี้นี่เอง ถ้าจะให้บรรยายความรู้สึกล่ะก็ จูบของจอนจองกุกเหมือนบุหรี่ที่เขาสูบอยู่ทุกวัน มันอบอุ่น แผ่ซ่านไปทั่วทั้งอก มึนเบลอเล็กน้อยเหมือนตอนที่ร่างกายได้รับสารนิโคตินเต็มรูปแบบ รสชาติขมปร่าของบุหรี่ผสมกับรสเปรี้ยวของน้ำแครนเบอร์รี่จากค็อกเทลทำเอายุนกิใจเต้นไม่เป็นส่ำ เรียวลิ้นที่สอดเข้ามาเรียกสติยุนกิให้กลับมาอีกครั้ง ร่างเล็กเอนไปข้างหลังเรื่อยๆตามการรุกล้ำ ซึ่งถ้าไม่มีมือของน้องที่รองแผ่นหลังเอาไว้ป่านนี้ยุนกิคงนอนราบไปกับฟางแล้ว



 

เขาหอบหายใจน้อยๆทันทีที่น้องค่อยๆถอนริมฝีปากออก ให้ตายเถอะ เขาคิดว่าตัวเองจะรับมือไหวนะ แต่ก็ไม่คิดว่าจองกุกจะจูบเก่งขนาดนี้ ไหนว่าไม่เคยมีแฟนมาก่อน ชักจะสงสัยแล้วว่าโกหกกันรึเปล่า จองกุกขยับหน้าเข้ามาจนปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ที่แก้ม ตาเรียวเหลือบไปเห็นสีชมพูสะท้อนแสงที่ผสมรวมกับสีเหลืองจนมีบางส่วนกลายเป็นสีส้มโอลด์โรสบนแก้มของเจ้าตัว บวกกับเสียงนุ่มๆที่กระซิบอยู่ข้างหูทำให้ยุนกิทนไม่ไหวต้องฝังหน้าลงกับลาดไหล่กว้างอีกครั้ง ก่อนจะพบว่าตัวเองคิดผิดเมื่อกลิ่นน้ำหอมประจำตัวของน้องยิ่งทำให้สติกระเจิงไปกันใหญ่ มือหนาลูบผมเขาไปมาเบาๆ และมันทำให้เขารู้สึกสงบขึ้น

 


 

“ดีมั้ยครับ?”


“อื้อ ตอนนี้ดีขึ้นแล้วล่ะ”


“ไม่ครับ ผมหมายถึง






 

และประโยคถัดมาของจอนจองกุกทำให้ยุนกิรู้สึกว่าอยากจะมีพลังวิเศษหายตัวได้เสียเหลือเกิน






 

“ถ้าจูบแบบนี้ ก็รู้สึกดีใช่มั้ยครับ?”

 










 

หม่าม๊า ส่งรถพยาบาลมาให้ผมที ;___________;

 

 

 

 

 

 

 

 













#สวนขวดกุกก้า

 

 

 

 

 

 

 









TALK.

 

จีมลูกกกกกกกก คนนก2016คือเธอเองสินะ ;________; สงจีมอ่ะ แล้วนี่ไปกับใครเขาก็ไม่รู้เนี่ย จองกุกก็หายไปกับพี่ยุงเลย เราชอบวีตอนตื่นมาก มีความยืนพิงพิโฮป ฮอตมากแง้ ไม่รู้นอนยังไงกระดุมกระจุยกระจายขนาดนั้น เล่นอะไรกันก่อนนอนเหรอคะซิส หรือนอนยังไงรุนแรงขนาดนี้5555555555 ชอบตอนพี่ก้ามีสาวเข้าหาด้วย ความมิวส์ในเลือดพี่ช่างแรงกล้าจีจี ผู้ชายยังไงก็คือผู้ชาย มีผู้หญิงขาวสวยหมวยเอ็กซ์มาหาถึงที่มันก็ต้องมีกันบ้างงง พี่จินยังบอกเลยเมื่อก่อนพี่ยุงเขาเชี่ยวจะตาย จะให้ถอดเขี้ยวถอดเล็บทันทีก็ยังไงอยู่ แต่มีจองกุกอยู่ไม่ต้องห่วงค่ะ เราจะปล่อยให้เขาจัดการกันเอง อิอิ พรูฟแล้วค่าาา เลิ้บบบบ <3






TALK. (2)

 

แง้ อัพเร็วเนื่องในโอกาสวันเกิดของเลาเอง เย้ะๆ เป็นไงคะ รู้สึกดีใช่มั้ยคะ5555555 คือแบบจอนจองกุกเธอเป็นบ้าเหรอออมาถามอะไรแบบเน้ ;____; แนะนำให้ฟังเพลง อิ่มใจ ของ Jelly Rocket ไปด้วยเผื่อความอรรถรสเนอะ ตอนแต่งคือแบบหวีด กัดผ้า ทุบแป้น แบบจะตายแล้วน้องกุ้กกกกกกกก ทำไมดีต่อใจขนาดนี้คะซิส อยากจะเอามาเป็นของตัวเอง พี่ยุงอะไรเลาไม่ให้แล้วฮืออออ ชอบตอนสีเพ้นท์หน้าเปื้อนกันมาก จะพูดไงดีอ่ะ แบบวิชาศิลปะอนุบาลสามมากมั้ยอ่ะ เรียนผสมสีกันไรงี้เหรอ แบบเขิน เขินเว่อ อะไรจะนัวเบอร์นั้นคะ โอยยยพอแล้วเนาะ ขอบคุณน้าที่ติดตามกันมาจนตอนนี้ นี่ก็ไม่คิดว่าเขาจะดีต่อกันขนาดนี้เหมือนกัน เราบอกแล้วว่าถ้าจองกุกมาแล้วไม่กรี้ดเราให้ตีเลยอ่ะฮืออออ กรี้ดยัง ดีป่ะ เอาอีกป่ะ ไม่มีแล้ว /อ้าว5555555555 เป็นแฟนกันละเนาะ ตัดจบเลยดีป่ะ หมดมุขแล้ว /โดนตบ โอเคๆ เรามาดูกันต่อไปว่าพี่ยุงจะหลงน้องหรือว่าน้องจะติดพี่ขนาดไหน บายค้า แฮปปี้ๆกันทุกคนนน ไปปั่นงานต่อแล้ว ยังไม่หมดมิดเทอมเลยโปรเจคต์เดือดมาก เลิ้บบบบ <3
















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 156 ครั้ง

3,568 ความคิดเห็น

  1. #3546 Monstarx093 (@Monstarx093) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 02:14
    ยังจะถามอีกกกน้องเว้ยยเขินๆๆๆๆๆๆๆๆ จองกุกในชีวิตจริงมีมั้ยคะ55555
    #3546
    0
  2. #3537 moonchild_kim (@moonchild_kim) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 23:21
    เดี๋ยววววว เด็กอายุ 18 จะฮอตได้ขนาดนี้เชียวเรอะะ เด็กสมัยนี้โตไวจริงๆๆๆๆ
    #3537
    0
  3. #3486 Kwankwan100338 (@Kwankwan100338) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 16:53
    บอกหม่าม๊าเลยมาแบกตงนี้อีกคนนึง
    #3486
    0
  4. #3438 crescent_moon2 (@Crescent_Moon) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 07:43
    คือจองกุก หนูจะฮอตไปแล้วลูกกก ฮือออ เขินน้องงง มีความนัวกันจนสีผสมเอาะ 5555
    #3438
    0
  5. #3421 tanapron_p (@tanapron_p) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:27

    จีมินลูกกก แง้---- ;-;))

    #3421
    0
  6. #3305 Mint S (@siri-ch36) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 00:14
    โอ้ยยยย ยุนกิช็อครึยัง555
    #3305
    0
  7. #3285 Whale.Girl.91 (@Prince_B) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 02:30
    เป็นตอนที่เรียกน้ำตาได้ดีจริงๆ ทั้งจากเจ้าจีม แล้วก็ยุนกิ 2 different tears อ่ะ
    #3285
    0
  8. #3253 Nulaw (@Nulaw) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 19:10
    ฮือ ยินดีด้วยนะยุนกิิ
    #3253
    0
  9. #3111 Milk-Chocolate (@mashi-maro) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 21:56
    นุ้งวีฮอตมากกก ยอมม
    สงสารจีมก็สงสารน้องน่ารักอ่ะ ไม่อยากเห็นน้องเจ็บปวด หนูเหมาะกับรอยยิ้มนะ
    กุกก้าก็แบบ ฮือออ ไหวไหมยุนกิ น้องไม่อ่อนโยนเลย ดีมากดีทากๆ
    #3111
    0
  10. #3056 mildpaiya (@mildpaiya) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 20:14
    <p>เขาคบกันแล้วแก!!!</p>
    #3056
    0
  11. #2934 B U N N Y M U K (@mukmina) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 07:56
    งื้อออออ ไม่เอาแล้ววววใจละลายใจไม่ดีเลยยยยฮือออออ
    #2934
    0
  12. #2928 Yeme_sama (@Yeme_sama) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 17:23
    ไม่ไหวแล้วววววววววววว
    #2928
    0
  13. #2920 ilovehc (@kapokdekd) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 17:42
    ดีมากๆเลย ; ;
    #2920
    0
  14. #2393 KONYBANG (@runrara) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 23:56
    อ่านยาวๆมายังไม่ได้พักเลยค่ะ มันแบบ ฮรือ #+%(+#-%+( ชอบมากกกกกกกกกกกก
    #2393
    0
  15. #2212 iMeaw_ (@iMeaw_) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 20:34
    โอ้ยไม่ไหวแล้ววววอ่านยาวๆมาตั้งแต่ตอนแรก จนถึงตอนนี้คือแบบฮือแม่ขาาาาาาาาาา เรียก 1669 ที เขินตัวบิดแล้ว
    #2212
    0
  16. #2088 kookga-kookmin (@kookga-kookmin) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 14:23
    ทำไมเด็กม.ปลายต้องดีต่อใจขนาดนี้คะฮืออออออ เขินว้อยยยย น้องหยอดตลอดขนาดนี้พี่ยุนกิยังอยู่ดีมั้ยคะ ตั่ยแหล่วๆๆๆๆๆ บิดเป็นคนปวดท้องเมนส์ละเนี่ย55555555
    #2088
    0
  17. #2018 pinwaris (@pinwaris) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 20:42
    เขินอีกแล้ว คบกันแล้วๆ
    จองกุกละมุนเวอร์เลยนะคะ
    ว่าแต่ปาร์คจีมิน เพื่อนใหม่คนนั้นคือใครกันคะ
    #2018
    0
  18. #1967 yoongi is mine. (@nooker940714) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 17:12
    โอ้ยยยย ทำไมน้องต้องคอยถามว่าดีไหมครับ แบบนี้ดีใช่ไหม ฮือออออออ มันดี มันดีมากน้องงงงงงงงงงงง ;_;
    #1967
    0
  19. #1961 sheera2 (@SHEERA) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 01:34
    โอ้ยยยยยตายโว้ยยยยตายแล้วววจิกจนหมอนขาดหมดแล้วเขินว้อยยยย
    #1961
    0
  20. #1894 secretgne98 (@secretgne98) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 03:01
    จิกแบบบไม่ไหวอล้ววง เขินสุดดด ไอบ้าาาา ขอกุกแบบนี้สักคนแล้วจะไม่รักใครอีกเลยยยบย *ล้อเล่นค่ะ* / ถ้าใจเราแรดพอ เราจะสามารถเรียกผชหล่อว่าสามีกี่คนก้ได้!! ถูกมะ!
    #1894
    0
  21. #1845 Tonkao_rvp (@TON21032004) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 11:07
    โอ๊ยยยยระเบิดตัวตาย เขินจนไม่รู้จะเขินยังไงแล้ว รถพยาบาลมารับเราที
    #1845
    0
  22. #1797 ARDS; (@babyshorttyrd) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 20:45
    โอ้ยยยยย ส่งมารับนี่ไปด้วยค่ะ กรี้ดไม่ไหวแล้ว
    #1797
    0
  23. #1631 SVTJH (@SVTJH) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 13:15
    รถพยาบาลมารึยังคะขอไปด้วยเขินนตัวระเบิด5555นั้นก้อเวอร์ไป
    #1631
    0
  24. #1543 Mo_mo (@12343234) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:41
    โอเยยยยยยย ขอบคุณสำหรับคำถามที่ทำให้กุกหายทึ่มนะ 55555 โอเย ต่อไปคงจะได้หวานกันแล้วสินั
    #1543
    0
  25. #1468 ONlYMIN (@Tameen_D) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 23:11
    อ๊ากก น้องกุกๆๆ ยอมคบกับพี่กิแล้วจูบกันด้วยยย ดีต่อใจอ่า โปรดส่งใครมารักจีมินทีคือสงสาร ต้องมาอยู่กับพวกมีคู่เนียยย
    #1468
    0