BTS | CLOSED TERRARIUM (KOOKGA)

ตอนที่ 12 : PROCESS 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,868
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 141 ครั้ง
    16 ก.ย. 59








PROCESS 11



 

 






 


ปลายเดือนพฤศจิกายน, 2016


 

 




ตาเรียวเหลือบมองเด็กผู้ชายม.ปลายที่นั่งอ่านหนังสืออ่านเล่นอยู่ที่โต๊ะมุมในสุดของร้าน วันนี้เป็นวันเสาร์ซึ่งเขาแวะไปรับจองกุกที่บ้านก่อนจะพาไปส่งนัมจุนกับซอกจินด้วยกันที่สนามบิน เห็นว่าไปฉลองครบรอบสามปีที่คบกันมา เอาจริงๆ เขาก็รู้สึกอิจฉานะที่เห็นเพื่อนคบกันนานขนาดนั้น เขาก็อยากจะมีแฟนที่คบด้วยนานๆบ้างแต่ไม่เคยทำได้เลย อาจเป็นเพราะความด่วนตัดสินใจของเขาเองนั่นแหล่ะ  เขายกแก้วอเมริกาโน่เย็นเพิ่มช็อตไปวางบนโต๊ะที่จองกุกนั่งอยู่ ร่างสูงพูดขอบคุณเขาแล้วยกมันดื่มโดยที่ไม่พูดจาอะไรอีก ตอนนี้เจ้าตัวสอบติดแล้วและตั้งใจว่าจะเลือกเรียนที่นี่ ทำให้ไม่ต้องใช้สมาธิอ่านหนังสือเรียนอีกเลยดื่มกาแฟแบบที่ชอบได้แล้ว เมื่อกลางเดือนตอนที่ผลสอบออกมันเป็นตอนที่เขาแวะไปหาที่ร้านสวนขวดพอดีเลยได้นั่งลุ้นกับน้องไปด้วยเลย เอาจริงๆยุนกิคิดว่ามีแค่เขาคนเดียวมากกว่าที่ลุ้น เพราะจองกุกดูไม่ตื่นเต้นอะไรเท่าไหร่ เขายิ้มแก้มแทบปริตอนที่อีกคนโทรไปหาแม่และบอกว่าตัวเองสอบติดแล้ว ภูมิใจยิ่งกว่าแม่เขาจริงๆซะอีก




 

นับจากวันที่ไปจตุจักรด้วยกันนี่ก็ผ่านมาเป็นเดือนแล้วที่เขายังคงทำคะแนนเพื่อเอาชนะใจน้อง ถ้ายุนกิไม่คิดไปเองเขารู้สึกว่าจองกุกก็เริ่มที่จะเปิดใจให้เขาบ้างแล้วเหมือนกัน ไม่ค่อยถามคำตอบคำแล้ว ชวนไปไหนก็ไปบ่อยขึ้น ไม่เลี่ยงเหมือนแต่ก่อน จนทำให้บางครั้งเวลาที่อีกฝ่ายปฏิเสธกลับมาทำเอาเขาไปไม่เป็นเหมือนกัน มินยุนกิสามารถพูดได้ตรงนี้เลยว่าเขาโลภ พอเห็นจองกุกดีด้วยหน่อยก็ลืมตัวแล้ว เขาเลยพยายามย้ำตัวเองอยู่เสมอ เผื่อใจเอาไว้ทุกครั้งเวลาจะตัดสินใจทำอะไร เขาจะไม่มีวันคิดเข้าข้างตัวเองจนกว่าน้องจะยอมคบด้วยนั่นแหล่ะ (แม้ว่ามันจะเป็นไปได้ยากก็เหอะ) วันนี้เขาชวนน้องมานั่งเล่นที่เดย์เบดเพราะเห็นบอกว่าว่าช่วงนี้จีมินอยากอยู่แต่บ้านและขี้เกียจออกไปไหน ส่วนเพื่อนคนอื่นๆก็ยังคงอ่านหนังสือเตรียมสอบกันอยู่ ยุนกิเข้าร้านทุกวันเสาร์อาทิตย์และแทบทุกวันที่ว่างเพราะอยากดูแลให้ดีไม่ใช่ว่ามีป๊าคอยช่วยแล้วจะไม่ใส่ใจก็ได้ (แต่เอาจริงๆป๊าก็ไม่ค่อยช่วยเท่าไหร่หรอก แหะๆ) ไหนๆเดย์เบดมันก็เริ่มมาจากจองกุก เขาก็อยากจะดูแลมันให้ดีเหมือนที่อยากดูแลน้องเหมือนกัน

 




“อ้าวจองกุก ทำไมมานั่งตรงนี้ล่ะ?” ร่างเล็กเอ่ยถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายยกแก้วกาแฟของตัวเองพร้อมหนังสือมานั่งที่เก้าอี้ทรงสูงหลังเคานต์เตอร์แคชเชียร์


“คนมันเยอะแล้วน่ะครับ เอาโต๊ะไว้ให้ลูกค้านั่งดีกว่า”


“โหย ไม่เห็นเป็นไรเลย” เขาโบกไม้โบกมือเป็นท่าประกอบก่อนจะก้มลงไปหยิบคัพเค้กในตู้กระจกใสออกมาวางบนจาน


“ไม่เป็นไรครับ” มือหนาดึงถาดขนมไปจากมือของเขา ยุนกิได้แต่เลิกคิ้วด้วยความงุนงง “เดี๋ยวผมช่วย”


“เฮ้ยไม่เป็นไรๆ จองกุกนั่งเถอะ”


“ไม่เป็นไรครับ ผมเบื่อที่จะอ่านแล้ว อยากเดินบ้าง อันนี้โต๊ะไหนครับ?”


“อ่า โต๊ะสิบเอ็ด”

 

 



พอได้รับคำตอบอีกคนก็เดินหันหลังไปทันที เจ้าของร้านได้ส่ายหน้ายิ้มๆให้กับความดื้อของเด็กคนนี้ ก่อนจะหันกลับไปสนใจหน้าที่ตัวเองอีกครั้ง ตอนนี้ลูกค้าเริ่มเยอะแล้ว ซึ่งเป็นปกติของช่วงบ่ายวันเสาร์อาทิตย์ที่คนจะแห่มานั่งพักผ่อนหย่อนใจในร้านกาแฟที่บรรยากาศดีๆแถมมีไวฟายฟรีแบบนี้ เด็กๆม.ปลายหรือกลุ่มนักศึกษาก็นัดมาทำงานด้วยกัน เขาเลยมักที่จะลงมาช่วยพนักงานเสิร์ฟและรับออเดอร์ด้วยตัวเอง มันไม่ได้เหนื่อยอะไร แถมยังได้เห็นถึงปัญหาที่ต้องนำมาปรับปรุงในแต่ละครั้งอีกด้วย

 

 

 


“พี่ครับ โต๊ะสามเช็คบิล”


 



เขาที่ยืนเฝ้าแคชเชียร์แทนผู้จัดการร้านที่ขอตัวไปเขาห้องน้ำพยักหน้ารับก่อนจะนำบิลที่เสียบเอาไว้ส่งให้น้อง มองตามร่างสูงที่เดินไปวนไปวนมาตามเสียงเรียกของลูกค้า โดยเฉพาะลูกค้าสาวๆที่เอาแต่เรียกจองกุกให้ไปรับออเดอร์บ้างล่ะ เช็คบิลบ้างล่ะ แนะนำเมนู แนะนำโปรโมชั่นของร้านบ้างล่ะ ซึ่งอย่างหลังนี่น้องไม่สามารถทำได้เลยต้องวิ่งกลับมาหาเขาทุกทีเวลาที่คนอื่นๆไม่ว่าง ซึ่งพนักงานในร้านเอาแต่ส่งยิ้มล้อเลียนเขาที่กำลังรู้สึกพลาดที่ยอมให้จองกุกช่วยงาน ทุกคนในร้านนี้รู้กันหมดนั่นว่าเขาคิดยังไง ก็เล่นพามาบ่อยขนาดนี้ไม่สงสัยก็ให้มันรู้ไปสิ

 

 






“ยุนกิ” ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นตามเสียงเรียกก่อนจะพบกับผู้ชายสูงโปร่งและมีผิวแทนยืนอยู่ตรงหน้า เจ้าตัววางแขนเท้าเคานต์เตอร์ก่อนจะส่งยิ้มมาให้


“อ้าวจงอิน มาไงเนี่ย”


“เดี๋ยวไปตอนค่ำๆไปทำธุระกับพวกน้องๆอ่ะ เลยแวะมาหน่อย” อีกฝ่ายพยักพเยิดไปทางโต๊ะริมหน้าต่างที่มีกลุ่มผู้ชายนั่งกันอยู่ก่อนแล้วสามสี่คน


“เฮ้ยไปนั่งเลยๆ” มือดันไหล่กว้างให้เดินไปยังโต๊ะที่ว่า ก่อนจะหันมาบอกพนักงานคนอื่นๆที่ยืนรออยู่แถวนั้น “เดี๋ยวโต๊ะนี้ผมไปรับออเดอร์เองครับ”

 

 



คิมจงอิน คือเพื่อนคณะสถาปัตฯ ปีเดียวกันกับเขา อีกฝ่ายเป็นเพื่อนกลุ่มแฮงค์เอาท์ของชานยอลแถมยังเป็นเดือนคณะในปีนั้นเลยทำให้เป็นที่รู้จัก ยุนกิเจอจงอินบ่อยๆที่มิวส์เวลารวมโต๊ะกับพวกแบคฮยอน แถมกิตติศัพท์ของคนคนนี้ก็หนาหูอยู่พอตัวในเรื่องของความเจ้าชู้ เขาเลยไม่ค่อยอยากยุ่งด้วยเท่าไหร่ แต่ถ้าในฐานะเพื่อนจงอินก็ถือว่าเป็นเพื่อนที่ดีเลยทีเดียว เพราะเวลาเพื่อนมีปัญหาอะไร เจ้าตัวจะออกหน้าช่วยก่อนทันที มีครั้งหนึ่งที่เขารถเสียอยู่แถวมหาลัยแล้วจงอินผ่านมาเจอพอดีก็ยังช่วยเป็นธุระโทรตามช่างที่รู้จักมาให้ แม้ว่าแบคฮยอนจะชอบบอกว่านั่นเป็นการล่อมแบบอ้อมๆของอีกคนก็เถอะ แต่เขามั่นใจแหล่ะว่าถ้าเขาไม่เล่นด้วยก็ไม่เป็นไร

 


 

“นี่ยุนกินะ เพื่อนพี่คณะสังคมฯ ยุนกินี่น้องปีหนึ่งที่คณะเราเอง”



 

จงอินพูดขึ้นเมื่อเขาที่เดินเอาออเดอร์ไปส่งแล้วกลับมานั่งคุยเล่นด้วย ยุนกิพยักหน้ารับไหว้จากพวกน้องๆคณะสถาปัตยกรรมที่ไม่ค่อยคุ้นหน้าคุ้นตาเท่าไรนัก ยกเว้นแต่น้องผู้ชายตัวขาวอยู่ฝั่งตรงข้ามที่เอาแต่จ้องหน้าเขาไม่เลิกนี่แหล่ะที่เหมือนจะเห็นผ่านหูผ่านตามาบ้าง

 



“คนนี้หน้าคุ้นๆอ่ะ ใช่เดือนถาปัตฯปีนี้ป่ะ?” เขาเอ่ยถามพลางขมวดคิ้วเอียงคอมองอย่างไม่แน่ใจ


“ใช่ๆ ยุนกิจำไอ้แจฮยอนมันได้ด้วยเหรอ?” จงอินเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อนัก


“โห่วเห็นหน้าบ่อยจะตาย ได้เดือนมหาลัยด้วยนี่ ดีๆ เห็นตัวจริงแล้วค่อยสมกับตำแหน่งหน่อย” มือขาวเอื้อมไปตบบ่าของเด็กปีหนึ่งเบาๆ


“อ่า ขอบคุณนะครับพี่”


“ไม่เป็นไร ตัวจริงดูดีนะ ถ่ายรูปไม่ขึ้นสิเรา” ยุนกิพูดยิ้มๆพลางรับแก้วกาแฟและแก้วน้ำปั่นจากพนักงานมาวางให้บนโต๊ะ


“ใช่ครับ ไม่เหมือนพี่ยุนกิเลย ในรูปก็เหมือนตัวจริง”


“หือ ยังไง”


“น่ารักครับ” เขาหันไปมองจงอินที่นั่งอยู่ข้างๆทันที สายตาล้อเลียนที่มองกลับมาของเพื่อนทำให้รู้ตัวทันทีว่าโดนเด็กจีบเข้าให้แล้ว


“ขอบใจนะ มีคนพูดบ่อยแล้วล่ะ” เขาพูดติดตลกก่อนจะรีบเบี่ยงประเด็น “แล้วแต่งตัวหล่อกันขนาดนี้ธุระที่ว่านี่ใช่ที่มิวส์ป่ะจงอิน”


“โหย ยุนกิ รู้ทันว่ะ”


“นี่ใคร นี่มินยุนกินะครับ” ยุนกิชี้ตัวเองก่อนจะยักคิ้วกวน


“แล้วทำไมช่วงนี้ไม่เห็นเจอที่ร้านเลย”


“ยุ่งๆอ่ะ แล้วพอมีเดย์เบดก็ไม่ค่อยไปแล้วอ่ะ ต้องดูร้าน”


“อ๋อ เจ้าของธุรกิจก็งี้”

 



เขาไหวไหล่ประมาณว่าช่วยไม่ได้ ก่อนที่กลิ่นน้ำหอมอันคุ้นเคยของใครบางคนจะลอยผ่านจมูก ขายาวก้าวมาหยุดอยู่ข้างๆต้องเรียกให้ร่างเล็กหันไปมอง จอนจองกุกวางจานขนมที่เป็นคนเดินมาเสิร์ฟให้ด้วยตัวเองลงบนโต๊ะ ก่อนจะเอ่ยขอตัวเจ้าของร้านด้วยท่าทางสุภาพ



 

“ขอโทษนะครับ แต่ขอยืมตัวพี่ยุนกิหน่อย” ยุนกิหันไปมองหน้าเด็กม.ปลายอย่างงงๆ ก่อนจะหันไปขอตัวกับคิมจงอินแล้วลุกตามอีกฝ่ายมาทันที


“อะไรเหรอจองกุก?”


“โต๊ะนั้นเขาอยากรู้โปรโมชั่นน่ะครับ” เจ้าตัวชี้มือไปทางโต๊ะอีกฟากหนึ่งของร้าน


“อ๋อ โอเค ขอบใจนะที่มาบอก” ยุนกิหันไปเห็นว่าพนักงานคนอื่นๆก็ไม่ยุ่งอะไร บางคนก็ยืนว่างอยู่ แต่ทำไมจองกุกต้องเดินมาบอกเขาที่นั่งอยู่ซะไกลด้วยนะ

 

 

 

 













 

“พี่ยุนกิ” เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นจากบัญชีที่กำลังจดก่อนจะพบหน้าหล่อๆของเดือนถาปัตฯปีหนึ่งที่กำลังส่งยิ้มมาให้


“ว่าไงแจฮยอน”


“ผมอยากถามเกี่ยวกับ Co-Working Space หน่อยน่ะครับ เผื่อว่าจะพาเพื่อนมาทำงานที่ร้าน”


“อ๋อ เราคิดเป็นชั่วโมงนะ ราคาก็ตามนี้เลย” มือเรียวหยิบใบโบรชัวร์ข้างหน้าส่งให้ “ไม่แพงใช่ป่ะล่ะ เพราะมันไม่รวมเครื่องดื่มไง


“โหพี่อ่ะ กับนุ่งกับน้อง” รุ่นน้องตัวสูงพูดด้วยท่าทีขำๆ


“ก็ถ้าแจฮยอนมาแล้วบอกว่ารู้จักพี่เดี๋ยวผู้จัดการเขาก็ให้ราคาพิเศษเอง”


“ได้เลยครับ เดี๋ยวผมจะบอกแบบนั้นถ้ามาที่นี่” อีกฝ่ายว่าพลางก้มหน้าอ่านโบรชัวร์ในมือ ซึ่งยุนกิก็รู้แหล่ะว่าน้องมันไม่ได้อยากจะถามเรื่องพวกนี้เท่าไหร่หรอก แค่หาเรื่องคุยมากกว่า “แล้วที่นี่มีส่งเครื่องดื่มแบบเดลิเวอร์รี่มั้ยครับ?”


“มีสิ แต่ต้องเป็นบิลที่สามร้อยบาทขึ้นไป แล้วก็เพิ่มค่าส่งห้าสิบบาท”


“แล้วผมจะสั่งยังไงได้บ้างครับ ที่ร้านมีไลน์มั้ยครับ?”


“มีแต่เบอร์อ่ะ ไลน์ร้านเรายังไม่ได้ทำเลย” ยุนกิเบ้ปากก่อนจะส่งบัญชีให้ผู้จัดการทำต่อ


“ถ้างั้นผมขอไลน์พี่ได้รึเปล่า?” เขาชะงักมือที่กำลังหยิบโทรศัพท์มือถือใต้เคานต์เตอร์ แล้วหันหน้าไปมองหน้าจองแจฮยอนทันที







เอาแล้วไง

 


โดนเด็กเล่นแล้วไงมินยุนกิ

 

 




 



“นี่เบอร์ร้านครับ โทรมาจะไวกว่านะ”

 



จอนจองกุกที่ละสายตาจากนิตยสารแต่งบ้านเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ หยิบนามบัตรของร้านวางไว้บนเคานต์เตอร์ด้านหน้าของรุ่นน้องตัวสูง ยุนกิเบิกตากว้างก่อนจะหันไปมองอีกคนที่ยังคงมีสีหน้าเรียบนิ่งเป็นปกติ เด็กม.ปลายไม่แม้แต่จะเหลือบมองเขาด้วยซ้ำ ส่วนจองแจฮยอนก็นิ่งไปเหมือนกัน





 



น้องสตันท์ใช่มั้ย?

 


พี่ก็สตันท์ ;_______;

 

 





 

“พี่ยุนกิเขาไม่ค่อยตอบไลน์หรอกครับ” เจ้าตัวพูดต่อ


“ชใช่ๆๆ เราไม่ค่อยเล่นไลน์อ่ะ โทรมาดีกว่านะ แถมเราก็ไม่ค่อยอยู่ร้านด้วย”


“อ่า ครับ เข้าใจแล้วครับพี่ยุนกิ”

 



เดือนปีหนึ่งได้แต่เกาหัวอย่างไม่ค่อยเข้าใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนักและเดินกลับไปยังโต๊ะของตัวเอง ยุนกิหลุดขำให้ท่าทางงุนงงของแจฮยอน ก่อนจะหันมามองเด็กอีกคนที่ตอนนี้กลับไปนั่งเปิดนิตยสารแต่งบ้านอยู่หลังเคานต์เตอร์เหมือนเดิมแล้ว ร่างเล็กเดินไปนั่งลงข้างๆก่อนจะเอ่ยแซวจองกุกทันที



 

“ใครกันแน่ที่ไม่ชอบตอบไลน์” เขาใช้ไหล่ของตัวเองดันไหล่อีกคนเบาๆอย่างต้องการจะแหย่ “จองกุกทำงี้เราคิดน้า บอกไว้ก่อน”


“ปกติก็คิดอยู่แล้วนี่ครับ ห้ามได้ด้วยเหรอ” อีกคนว่าพลางใช้นิ้วกลางดันแว่นที่ตกลงมาปลายจมูกให้เข้าที่


“โหยไม่มองหน้าเราเลยอ่ะ นี่หึงเราเหรออออ ใช่อ่ะดิ๊ เงียบเล


 





มินยุนกิชะงักคำพูดทันทีเมื่อจู่ๆจอนจองกุกหันมามองหน้าเขา ระยะห่างที่มีแค่ไม่กี่นิ้วทำเอาเขาใจสั่น

 






“แล้วแต่พี่จะคิดแล้วกันครับ”

 

 





อีกฝ่ายว่าแบบนั้นก่อนจะลุกเดินไปทางห้องน้ำด้านหลัง ทิ้งให้เจ้าของร้านนั่งกุมหัวใจที่กำลังเต้นไม่เป็นส่ำอยู่หลังเคานต์เตอร์บาร์คนเดียว ยุนกิคิดผิดจริงๆที่ไปแกล้งจองกุก คิดผิดอย่างมหันต์ เพราะสุดท้ายคนที่โดนรังแกกลับเป็นเขาเองตลอด ไอ้ระยะห่างแค่นิดเดียวยังไม่ทำให้เขาหน้าร้อนได้เท่ากับปลายจมูกที่เผลอเฉียดกันเล็กน้อยตอนน้องหันมาหา มือขาวหยิบนิตยสารแต่งบ้านเล่มหนาที่จองกุกวางทิ้งเอาไว้ขึ้นมาปิดหน้าก่อนจะตะโกนแบบไม่มีเสียง

 

 

 







หม่าม๊าช่วยยุนกิด้วย

 



น้องแกล้งผม ;________;

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 





















“ถ้าวันอาทิตย์ผมว่างทั้งวันครับ แต่ถ้าวันศุกร์ผมติดคิวถ่ายโฆษณาช่วงบ่าย”

 



จองโฮซอกมองคิมแทฮยองที่กำลังกรอกเสียงถึงปลายสายอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดินออกมาจากสตูดิโอ เจ้าตัวก็ยังไม่ได้มีโอกาสหยุดพักหายใจเลย วางสายนั้น สายนี้ก็โทรต่อทันที ไหนว่ายังไม่ดังไง แต่ทำไมงานยุ่งได้ขนาดนี้ เขาได้แต่คอยดึงอีกฝ่ายที่สมาธิจดจ่ออยู่กับการดีลงานให้เดินดีๆและไม่ชนคนอื่นไปเสียก่อนจะถึงคอนโด

 



“พี่โฮซอกๆ หยิบพาวเวอร์แบงค์ให้ผมที”



 

ร่างเพรียวหยุดเดินให้คนเป็นพี่รูดซิปเปิดกระเป๋าเป้ที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นเวลาไปทำงานเพื่อหยิบที่ชาร์จแบตสำรองออกมาส่งให้ ก่อนจะรีบเสียบต่อชีวิตให้กับโทรศัพท์มือถือของเขาที่ใกล้จะตายในไม่ช้าและคุยงานต่อทันที โฮซอกได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆให้กับความวุ่นวายของคนข้างๆ มือหยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกมาเล่นระหว่างที่รอสัญญาณไฟข้ามถนน กดเล่นนั่นเล่นนี่ก่อนจะมาจบที่การถ่ายวิดีโอเป็นอย่างสุดท้าย เขากดบันทึกแล้วเดินวนรอบๆตัวอีกคน วีที่เอาแต่คุยโทรศัพท์สีหน้าเคร่งเครียดก็อดไม่ได้ที่จะหันมาส่งยิ้มและชูสองนิ้วใส่กล้องอย่างเป็นธรรมชาติ โฮซอกกดหยุดถ่ายพลางหัวเราะเบาๆด้วยความเอ็นดู นิ้วกดเข้าอินสตาแกรมอีกครั้งแล้วอัพโหลดมันลงแอคเคานต์ตัวเองทันที

 



“พี่โฮซอกอย่ามัวแต่กดโทรศัพท์สิครับ ไฟเขียวแล้วนะ” คนตรงหน้าเอ็ดเขาก่อนจะเอื้อมมือมาดึงแขนเขาให้รีบเดินข้ามถนน เหมือนว่าจะคุยงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว


“โอเคๆ เลิกเล่นแล้ว” เขาว่ายิ้มๆก่อนจะเก็บมือถือใส่กระเป๋าหลังกางเกงยีนส์


“เชื่อฟังดีมาก เดี๋ยวจะให้ขนมนะ”


“พี่ไม่ใช่หมานะ” เขายื่นมือไปดึงจมูกเจ้าเด็กข้างๆด้วยความมันเขี้ยว ก่อนจะที่แทฮยองจะรีบกอดแขนเขาเอาไว้และเอียงหน้าพิงไหล่อย่างออดอ้อน


“วันนี้ผมเหนื๊อยเหนื่อยอ่ะ ผู้กำกับสั่งเทคอะไรหลายรอบก็ไม่รู้ อยากกลับไปนอนให้พี่กอดจะแย่แล้ว”


“ไม่ต้องมาอ้อนเลยไอ้ลูกหมา”


“โห่พี่อ่ะ”

 



โฮซอกหัวเราะในลำคอเมื่อเห็นว่าวีกำลังทำปากยื่นอย่างไม่พอใจ มือเอื้อมไปขยี้กลุ่มผมสีอ่อนนั่นเบาๆก่อนจะเลื่อนไปคล้องคอคนข้างๆเอาไว้ในขณะที่กำลังเดินเลียบไปตามฟุตบาท วันนี้แทฮยองมีถ่ายงานแถวคอนโดตัวเองพอดี เขาเลยจอดรถเอาไว้ที่นั่นแล้วเดินไปเฝ้าน้องที่กองแทนขับรถแบบปกติ พอขากลับก็เลยต้องเดินกลับกันแบบนี้ ก็ได้ความรู้สึกที่ดีไปอีกแบบ

 



“แล้วเมื่อกี้คุยงานอะไร ทำไมวุ่นวายจัง”


“อ๋อ งานมันชนกันอ่ะพี่ เลยต้องเคลียร์คิวแบบด่วนๆ ผมไม่อยากพลาดซักงานเลยอ่ะ แฮ่ะๆ”


“จะขยันหาเงินไปไหน พักบ้าง”


“ไม่เอาอ่ะ ช่วงนี้งานมาต้องรีบกอบโกยไว้ก่อน”


“แล้วทำไมไม่หาผู้จัดการคอยดีลงานให้ล่ะ ทำเองมันเหนื่อยก็เห็นอยู่”


“ผมก็เคยคิดอยู่นะแต่พอยุ่งๆแล้วก็ลืมไปเฉยเลยอ่ะ แล้วดีลงานเองก็ไม่ได้เหนื่อยอะไรมาก แต่ถ้าพี่เห็นว่าดีเอาไว้ผมจะลองไปคุยดูละกันนะ”


“เชื่อฟังดีมาก เดี๋ยวจะให้ขนมนะ” มือใหญ่วางบนศีรษะของวีก่อนจะตีเบาๆสองสามครั้ง


“ผมไม่ใช่หมานะ!

 

 


จองโฮซอกหัวเราะเบาๆแล้วเดินนำเข้าไปในมินิมาร์ทหน้าคอนโด ทิ้งให้คนเด็กกว่ายืนทำปากยื่นอยู่หน้าร้านคนเดียว เขาเดินตรงมายังโซนเครื่องดื่ม หยิบเบียร์สองสามกระป๋องออกมาจากตู้ ตั้งใจว่าจะเอาไปดื่มกับเจ้าของห้องคืนนี้ เพราะวีจะหลับสบายทุกครั้งถ้าได้รับแอลกอฮอล์เบาๆจากการดื่มเบียร์ก่อนนอน แต่อีกคนไม่ค่อยอยากจะแตะมันเท่าไหร่เพราะว่ากลัวหน้าบวมตอนตื่น แต่พรุ่งนี้เจ้าตัวไม่มีงาน เพราะฉะนั้นดื่มได้

 



“เอาอันนี้ด้วยยย” แทฮยองวางถุงขนมขบเคี้ยวที่หอบมาเต็มแขนลงตรงหน้าแคชเชียร์


“กินอะไรเยอะแยะ เดี๋ยวก็บวมหรอก งานหายแน่ๆ” เขาพูดติดตลกพลางหยิบกระเป๋าสตางค์ที่ยัดไว้หลังกางเกงยีนส์ออกมา


“ไม่อ้วนหรอกน่า วันเดียวเอง”


“ตามใจนะ เอาอะไรอีกมั้ย?”


“เอาๆๆ” อีกฝ่ายพยักหน้ารัวๆทันทีเหมือนรอคำนี้อยู่ก่อนแล้ว ก่อนจะเอี้ยวตัวไปหยิบบางอย่างที่วางอยู่บนชั้นหน้าแคชเชียร์มาวางทันที “เอาอันนี้ด้วย”


“เดี๋ยว เดี๋ยวนะ เมื่อกี้ใครบอกว่าทำงานมาเหนื๊อยเหนื่อยนะ?”


“ไม่มี๊ ใคร ใครพูด พี่โฮซอกมั่วแล้ว” ร่างเพรียวที่พูดปฏิเสธสีหน้าเหรอหราที่ดูก็รู้ว่าแสร้งทำ ซึ่งมันทำให้เขาอดที่จะเอื้อมมือไปผลักศีรษะเด็กแก่แดดข้างๆด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้


“ไอ้ดื้อเอ๊ย”


“ททั้งหมด สสี่ร้อยแปดสิบสามบาทค่ะ”


“เอ่อ ครับ นี่ครับ”


 

 

เสียงของแคชเชียร์สาวที่เอ่ยอย่างติดๆขัดๆเรียกให้โฮซอกต้องรีบหันไปหยิบเงินส่งให้ ส่วนแทฮยองก็เอาแต่หัวเราะคิกคักเมื่อเห็นว่าหล่อนหน้าขึ้นสีแดงมากแค่ไหน ถนัดจริงๆเลยเรื่องแกล้งคนอื่นเนี่ย เขาดึงแขนคนข้างๆให้เดินตามออกมา วีรีบพูดจ้อเรื่องเมื่อกี้ทันทีว่าท่าทีของพนักงานร้านมินิมาร์ทคนนั้นเงอะงะแค่ไหนในขณะที่ฟังพวกเขาคุยกันระหว่างคิดเงิน โฮซอกอดยิ้มให้กับความแสบของร่างเพรียวไม่ได้ ไม่รู้ไปได้ใครมา สงสัยจะเป็นไอ้ตัวแสบพยอนแบคฮยอนแน่ๆ เห็นว่าสนิทกันน่าดู ไม่รู้ว่าปลูกฝังความร้ายกาจมาให้คิมแทฮยองมากแค่ไหน เดี๋ยวต้องไปดุมันหน่อยแล้ว

 

 








มือเรียวกดรหัสเข้าห้อง ก่อนจะรีบวิ่งเข้าห้องน้ำทันทีเพราะทนเหนียวอีกต่อไปไม่ไหว ส่วนโฮซอกก็เดินเอาของมาเก็บไว้ในครัว ก่อนจะส่ายหน้ายิ้มๆเมื่อเห็นกล่องถุงยางอนามัยนอนนิ่งอยู่ในถุงพลาสติก เขาหยิบมันเดินเข้าห้องนอนเพื่อเอาไปเก็บไว้ในลิ้นชักข้างเตียง ตาเหลือบไปเห็นโพสอิทหลายแผ่นที่เขาเคยเขียนทิ้งไว้นานแล้วแปะอยู่บนผนังหัวเตียง เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มให้กับความน่ารักของแฟน ก่อนจะสาวเท้าเดินออกไปอาบน้ำที่ห้องน้ำอีกห้องที่อยู่ด้านนอก

 



ตอนนี้เขาเคลียร์กับคิมแทฮยองเรียบร้อยแล้วในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของจองกุกที่เขากังวล และเรื่องที่อีกฝ่ายกังวลอย่างเรื่องของปาร์คจีมิน โฮซอกไม่เคยหึงวีกับใครมากเท่าจองกุก อาจจะมีหวงบ้างตามประสาแต่ก็ไม่เคยสั่งให้เจ้าตัวเลิกยุ่งแบบที่ทำ แต่ด้วยความที่เป็นจอนจองกุก เป็นคนที่เพื่อนสนิทของเขาตัดสินใจแล้วว่าจะจริงจังด้วย ด้วยความสัตย์จริงเขาไม่อยากจะไปกะเกณฑ์ชีวิตใคร เขารู้ว่าตัวเองไปบังคับให้ใครรักกันไม่ได้ ถ้าเขาไม่บังเอิญเห็นความเป็นไปในตัวของจองกุกที่มีต่อเพื่อนเขาเสียก่อน เรื่องนี้เขายอมรับผิดด้วยใจจริงที่ละเลยความรู้สึกของแทฮยองไป แล้วเอาแต่ใส่ใจความรู้สึกของยุนกิ ส่วนเรื่องของปาร์คจีมิน แทฮยองก็ไม่ได้กังวลอะไรมากอย่างที่เขาคาดเอาไว้ ค่อนข้างจะเข้าใจด้วยซ้ำ แต่เขาก็บอกไปแล้วว่าจีมินเป็นแค่น้องที่บังเอิญชอบอะไรเหมือนๆกันเลยคุยกันรู้เรื่อง ถ้าเขาคิดอะไรกับจีมินจริงๆเขาคงไม่ลงรูปอย่างเปิดเผยว่าไปไหนมาไหนด้วยกันแน่ๆ อาจจะดูเหมือนการประชดหรืออะไรก็ตาม แต่ที่เขาทำแบบนั้นเพราะตั้งใจจะไม่ปิดบังแต่แรกต่างหาก คนอื่นที่มองเข้ามาอาจจะคิดกันไปแล้วว่าเขาจะเริ่มต้นใหม่กับปาร์คจีมิน แต่พอโฮซอกได้ทบทวนความรู้สึกของตัวเองดีๆแล้ว จีมินคือคนที่เขาสบายใจที่จะคุยด้วยซะมากกว่า แถมน้องมันยังเตือนสติเขาให้คิดถึงความรู้สึกของวีด้วยเสียอีก เขาอาจจะเผลอไผลไปคิดว่าความสบายใจคือความชอบ เป็นความชั่ววูบในขณะที่อ่อนแอแบบที่จีมินบอกจริงๆนั่นแหล่ะ พอเล่าให้แทฮยองฟังแล้วดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะชอบจีมินพอดู เห็นชมไม่ขาดปากว่าน่ารักอย่างนั้นอย่างนี้ แถมยังเป็นห่วงความรู้สึกของวีมากกว่าเขาด้วย โฮซอกยังงงอยู่เลยว่าทำไมเป็นแบบนี้ไปได้ เขานึกว่าวีจะเกลียดขี้หน้าน้องไปแล้วเสียอีก


 

 

 


“แฮ่ะ” ร่างเพรียวกอดเขาจากด้านหลังก่อนจะโผล่หน้ามายิ้มเผล่ใส่ มือทั้งคู่ถือกระป๋องเบียร์ติดมาด้วยสองกระป๋อง “ทำไรอ่ะ?”


“จะดูดบุหรี่ ไปรอข้างในไป”


“ด้วยดิๆๆ”

 



แทฮยองว่าพลางรีบยัดเบียร์ใส่มือเขาก่อนจะดึงผ้าเช็ดตัวที่พาดไหล่อยู่ย้ายมันไปตากที่ราวตากผ้าใกล้ๆแอร์คอมเพรสเซอร์ที่ยังไม่ได้ทำงาน โฮซอกวางมันลงบนขอบระเบียง เทบุหรี่อีกมวนออกจากซองก่อนจะยื่นให้เจ้าตัวดีที่ยืนทำหน้าเป็นหมาขอขนมอยู่ข้างๆแล้วขยับเข้าไปจุดไฟให้ แต่ลมที่พัดเข้ามาบวกกับความชื้นจากมือของวีเลยทำให้มันไม่ติดสักที เขาขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิมก่อนจะยกมือป้องลมแล้วจุดไฟแช็กอีกครั้ง ตาที่จดจ่ออยู่ที่มวนสีขาวเลื่อนมาสบกับดวงตาคู่โตของน้องที่มีแววระยิบระยับอย่างชอบใจ เขาขยี้ผมที่ยังชื้นๆของเจ้าตัวเบาๆก่อนจะละมาจุดบุหรี่ของตัวเองบ้าง โฮซอกเท้าแขนบนขอบระเบียงหลังห้อง มองออกไปไกลๆยังวิวทิวทัศน์ของเมืองหลวงยามค่ำคืนโดยที่ไม่ได้วางสายตาไว้จุดไหนเป็นพิเศษ หูก็ฟังเจ้าของห้องพูดเจื้อยแจ้วไปเรื่อย

 



“ผมมีความสุขจังเลย อยากมีพี่อยู่ข้างๆแบบนี้ อยากให้พี่ไปรับที่กอง อยากตื่นมาทำมื้อเช้าให้พี่กิน อยากให้พี่ช่วยเลือกมื้อเย็นในแต่ละวัน อยากนอนกอดพี่แล้วหลับไปแบบนี้ทุกๆคืนเลย ผมต้องทำยังไงดี”

 



เขาละสายตาจากวิว หันมามองใบหน้าด้านข้างของคิมแทฮยองที่กำลังพูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด มือเรียวของเจ้าตัวดีดขี้บุหรี่ก่อนจะยกมันขึ้นอัดเข้าปอดอีกครั้ง สลับกับยกกระป๋องเบียร์กระดกอึกๆแบบไม่ยอมวาง เขาไม่เห็นวีในท่าทางที่สบายอกสบายใจแบบนี้มาสักพักแล้ว ด้วยหน้าที่การงานทำให้อีกคนต้องรักษาสุขภาพอยู่เสมอ แถมยังเป็นงานที่กดดันอยู่ตลอด ไหนจะเรื่องเรียนอีก ปัญหาจิปาถะที่ต้องเจอในทุกๆวันอีก จองโฮซอกรู้สึกผิดจับใจที่ทำให้คิมแทฮยองต้องมาหนักใจเพิ่มเพราะเขา



 

“ก็ไม่เห็นต้องทำอะไรเลย พี่ก็อยู่ตรงนี้แล้วไง”


“ยัง ยังไม่พอหรอก” ร่างเพรียวเอ่ยด้วยน้ำเสียงดื้อดึง ก่อนจะวางเบียร์ลงบนขอบระเบียงแล้วใช้มือข้างที่ว่างขยับเขามากอดเขาเอาไว้แน่น ฝังหน้าลงกับไหล่อย่างเอาแต่ใจ


“ทำไมโลภจังหืม” มือใหญ่ลูบบนกลุ่มผมที่คลอเคลียอยู่ที่บ่าของตัวเองเบาๆ ก่อนจะขยี้บุหรี่ลงที่เขี่ยที่วางอยู่บนคอมแอร์แล้วหันมาสวมกอดแทฮยองเอาไว้เต็มอ้อมแขน “อยากจะได้อะไรอีก ไหนบอกมาซิไอ้ดื้อ”


“อยากได้ทั้งหมดเลย”


“ทั้งหมดยังไง


“ทั้งหมดแบบนี้”

 




อีกฝ่ายตอบสวนกลับมาอย่างทันทีทันใด ก่อนจะเงยหน้าที่ฟุบอยู่ตรงไหล่ขึ้นแล้วเลื่อนริมฝีปากของตัวเองมาทาบกับริมฝีปากของเขาอย่างรวดเร็ว โฮซอกละมือข้างหนึ่งจากเอวของแทฮยองขึ้นมาประคองใบหน้าของน้องเอาไว้ให้ได้องศา เรียวลิ้นของเด็กปีสองที่รุกล้ำเข้ามาก่อนทำเอาเขามันเขี้ยวให้กับความแก่แดดแก่ลม อยากจะจับมาตีให้หายดื้อสักที คนเป็นพี่ดึงมวนบุหรี่ออกจากมือเรียวแล้วทิ้งมันลงบนที่เขี่ยอย่างไม่ใส่ใจนัก แทฮยองยังคงบดเบียดริมฝีปากเข้ามา แผ่นหลังของเขาชนกับระเบียงจนมันสะเทือน กระป๋องเบียร์ที่ตกลงบนพื้นจนหกกระจายไปหมดก็ไม่สามารถดึงความสนใจของพวกเขาได้ เพราะตอนนี้หูทั้งสองข้างมันอื้ออึงไปหมด มืออบอุ่นของจองโฮซอกเลื่อนไปตามแผ่นหลังใต้เสื้อนอนของคนตรงหน้า ริมฝีปากผละออกจากกัน ก่อนที่คิมแทฮยองจะกระตุกมือของเขาให้เดินตามเข้าไปในห้องนอนอย่างรวดเร็ว เสียงหัวเราะชอบอกชอบใจกับแววตาซุกซนของน้องทำเอาเขาเผลอกลอกตาใส่ มุมปากยกยิ้มตามอีกคนอย่างห้ามไม่ได้ กล่องถุงยางอนามัยที่เพิ่งเก็บไปเมื่อไม่กี่สิบนาทีที่แล้วเป็นอันต้องถูกหยิบออกมาอีกครั้ง

 

 







ในเมื่อมาทำตัวแบบนี้ใส่เขาแล้ว ก็อย่าหวังว่าจะได้นอนสบายๆเลยคิมแทฮยอง

 

 

 

 

 

 

 















มินยุนกิยืนกดโทรศัพท์ยุกยิกๆอยู่โซนสูบบุหรี่ข้างๆร้าน พิมพ์แชทตอบพยอนตัวแสบที่ทักไลน์มาชวนไปกินเหล้า ตอนนี้ก็สามทุ่มกว่าได้แล้ว เดี๋ยวพอบุหรี่หมดมวนเขาก็ต้องขับรถไปส่งจองกุกที่บ้าน ทีแรกที่ตั้งใจว่าจะกลับไปนอนก็คงไม่ได้แล้ว เพราะร่างกายของเขามันเรียกร้องความมิวส์เหลือเกิน

 



“พี่ครับ”


“หือ ว่าไงๆ” ร่างเล็กตอบรับก่อนจะรีบอัดบุหรี่เพื่อที่จะให้มันหมดมวนไวๆ จู่ๆจอนจองกุกก็โผล่มายืนข้างๆเฉยเลย ตกใจนะเนี่ย


“ผมยืมเล่มนี้กลับไปอ่านได้รึเปล่า?” มือหนาชูนิตยสารแต่งบ้านที่เขาเห็นว่าน้องนั่งอ่านอยู่นานสองนานให้ดู


“อ๋อ เอาไปดิๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องไปซื้อแม็กกาซีนของเดือนนี้ใหม่พอดี”


“อ่า ขอบคุณนะครับ”


“ไม่เป็นไรๆ เข้าไปข้างในสิ ยุงมันเยอะนะ”


“ยุงไม่กัดผมหรอกครับ” จองกุกที่กำลังพูดด้วยสีหน้ามึนๆ ตามองฟ้ามองอะไรไปเรื่อยเปื่อยแบบนี้มันทำให้เขาอดยิ้มไม่ได้จริงๆ


“โอเคๆ” ยุนกิพูดขำๆ “เอ้อ เดี๋ยวพวกเราจะไปพัทยากัน ไปเทศกาลดนตรีอ่ะ จองกุกไปด้วยกันมั้ย?”


“วันไหนเหรอครับ?”


“อีกประมาณสองอาทิตย์อ่ะ รอจินกับนัมจุนมันกลับมาก่อน”


“เทศกาลดนตรีนี่ใช่ Wonderbeach รึเปล่า?”


“ใช่ๆๆ รู้จักด้วยเหรอ ไปป่ะๆๆ ไปเหอะ” เขาเอื้อมมือมาเขย่าแขนน้องด้วยความตื่นเต้น ไม่คิดว่าจองกุกจะสนใจอะไรพวกนี้ด้วย “จองกุกลองไปขอที่บ้านดูก่อนก็ได้นะแล้วค่อยบอกเรา แต่ไปเหอะนะ อยากให้ไปด้วยกัน”


“เดี๋ยวผมบอกอีกทีแล้วกันครับ”


“เย้ อย่างน้อยก็ไม่ปฏิเสธทันทีล่ะนะ” ยุนกิฉีกยิ้มกว้างก่อนจะที่แรงสั่นในกระเป๋าเสื้อจะดึงความสนใจไป เขาก้มดูเบอร์ที่โทรเข้ามาก็พบว่าเป็นเพื่อนถาปัตย์ที่เพิ่งออกจากร้านไปไม่กี่ชั่วโมงที่แล้ว




 

“ไง จงอิน”


((ยุนกิปิดร้านยัง เราจะชวนมามิวส์))


“ร้านเราเปิดยี่สิบสี่ชั่วโมง ไม่มีปิดซะหน่อย” เขาหัวเราะ “เมื่อกี้แบคมันก็ทักมาชวน ใครไปบ้าง”


((ก็มีชานยอล แบคฮยอน ซอกจิน นัมจุน โฮซอก เรา แล้วก็พวกน้องๆ))


“อย่ามาโม้ จินกับนัมจุนมันไปนอร์เวย์ ไอ้โฮซอกก็ไปหาน้องวี สรุปมีแค่ชานยอลกับแบคฮยอนสินะ”


((โห รู้ทันอ่ะ เออนั่นแหล่ะ มาเหอะ น้องเรามันอยากให้ยุนกิมามากๆเลยนะเว้ย))


“แจฮยอนอ่ะเหรอ” เขาเหลือบตามองจองกุกที่ยังยืนอยู่ข้างๆเล็กน้อย ก่อนจะยกยิ้มนิดๆ “เอาไว้เราบอกอีกทีละกันนะว่าจะไปมั้ย”


((โอเคๆ โทรมานะ))


“อื้ม”

 



ยุนกิกดวางสายพลางจิ้มมวนบุหรี่ไว้บนที่เขี่ยบุหรี่แบบตั้งพื้นที่วางอยู่ข้างๆ ก่อนจะหันมาจองกุกที่ยืนกดโทรศัพท์อยู่เงียบๆ เขาเอื้อมมือไปดันแว่นของน้องที่ตกลงมาปลายจมูกให้เข้าที่ ร่างสูงเอ่ยขอบคุณเขาแต่ก็ยังก้มหน้าก้มตามองหน้าจออยู่แบบนั้น



 

“กลับเลยป่ะ?”


“พี่จะไปเที่ยวเหรอครับ?” อีกฝ่ายไม่ตอบแต่เลือกที่จะถามกลับมาแทน


“อื้อ ก็ว่าจะแวะไปหน่อยอ่ะ เห็นจงอินมันบอกว่าพวกน้องๆอยากให้ไป”


“อ่อ” อีกฝ่ายพยักหน้าช้าๆเป็นเชิงเข้าใจ ก่อนจะเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงแล้วหมุนตัวเดินไปทางประตูร้าน มินยุนกิรีบเดินตามไปข้างๆทันทีพร้อมกับเอ่ยแซวอย่างเคยชิน


“ทำไมอ่ะๆๆ จองกุกไม่อยากให้เราไปเหรอ”

 

 





จอนจองกุกหยุดเดินก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับเขา แววตาจริงจังของน้องทำเอาเขากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ

 

 






“แล้วถ้าผมบอกว่าใช่ พี่ยังจะไปอยู่รึเปล่า?”

 

 




















#สวนขวดกุกก้า

 

 

 

 

 

 

 

 

 









TALK.

 

โอเคค่ะ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา(นอน)เราจะมาพูดเรื่องตัวละครเสริมเลยนะคะ เราค่อนข้างคิดเยอะพอสมควรเพราไม่อยากจะเอามาเพิ่มแล้ว แต่ที่เลือกจงอินมาก็เพราะว่าอยากได้คนที่เป็นดูเป็นเดือนได้และมีความเป็นผู้ใหญ่กว่าจองแจฮยอน เออเห็นแล้วแบบ เฮ้ย คนนี้ดูดีอ่ะ บุคลิกดี พอยิ้มก็มีเสน่ห์ คือเป็นคนที่น่าจะเอาไปปั้นเป็นเดือนได้ มีความเพลย์บอยดูแบบแพรวพราวเที่ยวมิวส์ แถมเป็นเพื่อนแบคฮยอนอีกก็ต้องคาแรคเตอร์แบบจงอินนี่แหล่ะค่ะที่ครอบคลุมทั้งหมด ส่วนแจฮยอน NCT ก็อารมณ์เดียวกันค่ะ คือเราต้องการคนเดินเข้ามาแล้วแบบ เออ คนนี้แหล่ะเดือนมหาลัย มีออร่า มีความโดดเด่นอะไรแบบนี้ คือถ้าขึ้นโปสเตอร์มหาวิทยาลัยแล้วคนนอกต้องหยุดมอง555555 อันนี้คือใช้ความคิดเดียวกับตอนไปดูดาวเดือนของคณะตัวเองเลยนะคะ ความจริงเราก็ไม่อยากจะเอาตัวละครมาเยอะเท่าไหร่เพราะอย่างที่บอกคือดูแลยาก แล้วคนอ่านอาจจะงงได้ แต่อันนี้ค่อนข้างจำเป็นค่ะ ;w; ไม่ต้องห่วงนะคะเขาจะผ่านมาแล้วผ่านไป (มั้งคะ) 5555555555 ส่วนกุกก้าก็นั่นแหล่ะค่ะ ไม่ขอพูดอะไร ฮือออออ55555555555 อีก50%คงจะมาในเร็ววันค่ะ ไปนอนแล้วค่ะ มีเรียนเช้าทีไรต้องได้อัพทุกที เดี๋ยวมาพรูฟนะคะ เลิ้บก้ะ

 

.. สุขสันต์วันเกิดพนจ.นะค้า <3

 

 







- จองแจฮยอน

 








- คิมจงอิน


































ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 141 ครั้ง

3,568 ความคิดเห็น

  1. #3535 moonchild_kim (@moonchild_kim) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 21:55
    ใจละลายไปกับพี่โฮซอก อบอุ่นตะมุนตะไม
    #3535
    0
  2. #3522 kqxqq99. (@koqymimew) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 01:31
    จอนจองกุก คนเขาดูออก
    #3522
    0
  3. #3484 Kwankwan100338 (@Kwankwan100338) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 14:40
    น้องงงงงงงง
    #3484
    0
  4. #3436 crescent_moon2 (@Crescent_Moon) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 01:58
    แหน๊ นายจองกุกกกก
    #3436
    0
  5. #3419 tanapron_p (@tanapron_p) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:04

    จจีมจะนกเหรอคะฮื้อออ ;-;))

    #3419
    0
  6. #3339 lookpangg (@lookpangg) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 01:25
    หึงเก่งงง หวงเก่งงง
    #3339
    0
  7. #3303 Mint S (@siri-ch36) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 23:23
    พี่ยุนกิิิิิ
    #3303
    0
  8. #3242 prawarin_png (@prawarin_png) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 15:17
    พิยุนกิโดนเด็กเล่นซะแล้วววววว กรี้ด
    #3242
    0
  9. #3107 Milk-Chocolate (@mashi-maro) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 20:06
    โดนไปค่ะๆ ชอบแหย่น้องเป็นไงล่ะ
    #3107
    0
  10. #3054 mildpaiya (@mildpaiya) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 18:31
    <p>กุกกกก หนูคิดอะไรกับพี่เขาแล้วช้ะ!!! </p>
    #3054
    0
  11. #2918 ilovehc (@kapokdekd) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 16:34
    ฮบวีน่ารักมากกก ส่วนจองกุกนี่แหม่ หวงจริงๆหรือแค่หวงของงิ
    #2918
    0
  12. #2391 KONYBANG (@runrara) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 22:52
    ถ้าจะหึงคนพี่ขนาดนี้ก็คบกันเลยเซ่ คบเลยยย
    #2391
    0
  13. #2095 [CHaAiM810] (@chaaimm) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 11:31
    จองกุกกกกกกตกลงยังไงงง หึงพี่กิใช่ป่ะะะะ5555
    #2095
    0
  14. #2011 pinwaris (@pinwaris) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 17:54
    ขนมาให้หมดทั้งวงการเลยนะคะ เราชอบให้ผู้ชายหล่อๆมารวมกัน555
    ตอนนี้เหมือนอะไรๆจะดีขึ้นแล้ว อย่าม่าแรงอีกนะคะ ใจเราบาง จองกุกเองก็รู้สึกอะไรแล้วสินะ อย่าให้ความหวังพี่เขาเฉยๆนะ
    #2011
    0
  15. #1952 ppjppcllyy_penpi (@ppjppcllyy_penpi) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 11:46
    ไม่ไปจ้า เอาช้างมาฉุดก็ไม่ไปจ้า5555
    #1952
    0
  16. #1805 Dream_pcp (@Dream_pcp) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 00:02
    ตอนนี้ หวีดแรงดิ้นแรงมากเว่อร์5555555
    #1805
    0
  17. #1795 ARDS; (@babyshorttyrd) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 10:04
    แหมมมมม๊ ใครจะไปละทูลหัว!!
    #1795
    0
  18. #1630 SVTJH (@SVTJH) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 13:13
    ตอนจบคือดีอะ55555ห่วงหรือหวงยังไงๆจองกุกยังไงๆๆ
    #1630
    0
  19. #1601 dewjjk (@dewjjk) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:00
    จกุกยุนกินี่สรุปอะไรยังไง งื้งๆๆ นี่จะพายเรือต่อแล้วนะไรท์ อย่าทำเค้าเจ็บกระดองไตอีกนะ
    #1601
    0
  20. #1541 Mo_mo (@12343234) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:25
    ทำไมแจฮยอนงานดีจังเลยค่ะ น้องเอ้ยย ยุนกิมีเจ้าของแล้วลูกดุด้วย มาหาพี่มา55554
    #1541
    0
  21. #1466 ONlYMIN (@Tameen_D) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 15:35
    น้องกุกหึงใช่ปะ โอ้ยยย ทำมั้ยน่ารักงี้ พี่ยุนกิหลงตายแน่ เนื้อหอมจิงๆมีคนเข้ามาจีบตลอดเวอะมิยุนกิ คิคิ
    #1466
    0
  22. #1262 Nantashi (@hellbutterfly) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 00:47
    เชรดดด นี่หึงใช่มะ ใช่มะ ใช่ม้าาา
    #1262
    0
  23. #1169 xdipperx (@xdipperx) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 09:51
    โอ๊ย น้องกุกกกกกอย่างงี้ก็ได้เหรอ เริ่มแล้วววว
    #1169
    0
  24. #1134 ZAYO_O (@ZAYO_O) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 12:00
    ตอนนี้เป็นตอนที่ดิ้นแรงมากอะฮือ555555
    #1134
    0
  25. #1131 穀物。 (@bluengreen) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 08:15
    ดีต่อใจ;_;
    #1131
    0