BTS | CLOSED TERRARIUM (KOOKGA)

ตอนที่ 10 : PROCESS 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,542
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 114 ครั้ง
    29 ส.ค. 59







PROCESS 9




















 

 


ยุนกิค่อยๆเคลื่อนรถมาจอดหน้าบ้านเดี่ยวสองชั้นขนาดกลางที่ตัวเองไม่ได้แวะมาสักพักใหญ่แล้ว ก้มดูนาฬิกาข้อมือก็พบว่ามันเพิ่งจะตีห้าสี่สิบเท่านั้น เขาเห็นม่านบนห้องชั้นสองถูกเปิดออกโดยมือของเจ้าของของห้องแค่เพียงแวบเดียวก่อนที่ไม่กี่นาทีถัดมาไฟในห้องจะดับลง วันนี้จองกุกมีสอบตรงเข้าคณะสถาปัตยกรรมซึ่งบังเอิญว่ามันเป็นมหาวิทยาลัยของเขา ร่างเล็กเลยถือวิสาสะมารับไปด้วยเพราะยังไงวันนี้เขาก็มีเรียนเช้า

 

 


ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 



เสียงเคาะกระจกฝั่งที่นั่งด้านคนขับเรียกเขาให้เงยหน้าจากโทรศัพท์ขึ้นมามอง มือขยับไปกดปลดล็อคก่อนจะไล่สายตาไปยังชุดนักเรียนโรงเรียนชายล้วนที่เขาเคยเรียนจนถึงมอสี่ นานแล้วเหมือนกันที่ไม่ได้เห็นจองกุกในเสื้อนักเรียนกางเกงน้ำเงินแบบนี้ เจ้าตัววางกระเป๋าจาคอปขนาดสิบแปดนิ้วที่ยุนกิไม่เคยเห็นลงบนตักก่อนจะเอื้อมมือไปปิดประตูรถ การเอ่ยทักทายจากอีกฝ่ายทำลายบรรยากาศเงียบๆในรถได้อย่างสิ้นเชิง

 



“หวัดดีครับ”


“ออื้อ ลืมอะไรมั้ย? เช็กก่อนนะ”


“ไม่ลืมครับ”

 



ยุนกิพยักหน้าพลางเลื่อนมือไปเปลี่ยนเกียร์แล้วเริ่มออกรถอีกครั้ง เขาเหลือบมองหางตาเห็นจองกุกดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดก่อนจะเปิดกระเป๋าหยิบโน้ตย่อออกมาทวน ริมฝีปากบางยกยิ้มน้อยๆ มือที่จะเอื้อมไปกดเปิดเพลงเปลี่ยนใจกลับมาจับพวงมาลัยตามเดิม อยู่เงียบๆแบบนี้ก็ได้ไม่เป็นไร กลัวว่าน้องจะไม่มีสมาธิมากกว่า

 

 

 











“มองเห็นเหรอ?” ยุนกิถามพลางเลื่อนมือไปเปิดไฟเพดานรถหลังจากที่ขับมาได้สักพัก ฟ้ายังมืดอยู่เลย ถ้าจองกุกจะอ่านก็คงต้องเพ่งจนปวดตา “เพ่งมากๆสายตาเสียนะ”


“ผมว่ามันคงไม่แย่ไปกว่านี้แล้วมั้งครับ” คำตอบของอีกฝ่ายทำเอาเขาต้องมองบน เบื่อจังเลยเด็กดื้อเนี่ย


“งั้นก็ปิดดีกว่าเนอะ“ ยุนกิเอื้อมมือจะไปปิดไฟเพดานแต่กลับต้องชะงักเมื่อมือหนาคว้าข้อมือเขาเอาไว้เสียก่อน


“ขอบคุณนะครับ” จองกุกเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ก่อนจะจับมือของเขาวางลงบนเกียร์แล้วละมือออกไปหยิบโน้ตมาอ่านตามเดิม


“ตกใจหมดเลย คราวหลังบอกดีๆก็ได้” เขาบ่นพึมพำ โชคดีที่รถติดไฟแดงอยู่ไม่อย่างนั้นคงมีคว่ำกันไปข้าง ตาเรียวเหลือบไปเห็นคนข้างๆยกยิ้มมุมปากแล้วได้แต่หลับตาแน่น หัวใจที่เต้นแรงเมื่อครู่กลับมาสั่นไม่เป็นจังหวะอีกครั้ง

 

 






ร้ายมาก ร้ายกาจ ;________;


 

 

 




ร่างเล็กสะบัดศีรษะเบาๆเรียกสติก่อนจะดึงเบรกมือลงเมื่อไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียวรอบที่ห้า เขาพยายามจดจ่ออยู่กับถนนสี่เลนตรงหน้าแทนเพื่อความปลอดภัยทั้งของน้องและตัวเอง คิดถูกจริงๆที่วันนี้รีบออกจากบ้าน แค่ติดไฟแดงก็ปาไปเป็นชั่วโมงแล้ว ซึ่งน้องสามารถทวนโน้ตได้เป็นสิบๆรอบเลยแหล่ะ วันนี้จองกุกมีสอบตอนแปดโมง ส่วนเขามีเรียนตอนเก้าโมงครึ่ง แล้วเลิกตอนเที่ยงพร้อมกันเพราะเป็นโชคดีของยุนกิเหลือเกินที่อาจารย์แคนเซิลคลาสบ่ายเขาเลยหาเรื่องมารับจองกุกได้อีก

 

 





ยุนกิวนหาที่จอดรถในลานจอดรถชั้นใต้ดินให้ใกล้ฝั่งอาคารที่จองกุกต้องสอบมากที่สุด ก่อนจะพาอีกคนไปกินข้าวเช้าที่โรงอาหารแห่งเดียวของมหาวิทยาลัย (สถานที่ที่มินยุนกิเบื่อที่สุดนั่นเอง เย้) ตอนนี้เพิ่งจะเจ็ดโมงเช้าแต่คนกลับเยอะพอๆกับช่วงพักกลางวัน เด็กนักเรียนม.ปลายหลายคนที่มาฝากท้องที่นี่ก่อนเข้าสอบ เขานั่งเล่นโทรศัพท์รอจองกุกที่โต๊ะเพราะเป็นคนไม่กินข้าวเช้าอยู่แล้ว ไม่นานอีกฝ่ายก็เดินมานั่งลงตรงข้าม ยุนกิรู้สึกได้สายตาของคนรอบข้างที่มองมายังพวกเขา ฟังจากเสียงซุบซิบแล้วเชื่อได้เลยว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าจะต้องมีรูปเขากับจองกุกขึ้นในเพจอะไรสักเพจแน่ๆ

 

 

 




อีกแล้ว เอาอีกแล้ว ไม่ชอบเลยอ่ะ


แต่เพื่อปากท้องของจองกุกพี่ทนได้ ;_______;

  

 





“มินยุนกิ?” เสียงคุ้นเคยของใครบางคนดังขึ้นจากด้านหลัง ไม่ต้องหันไปเขาก็รู้ว่าเป็นคิมนัมจุนคนติดแฟนนั่นเองที่เป็นคนทักเขา


“อ้าวมึง” ร่างเล็กได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆให้เพื่อนสนิทที่กำลังยิ้มเยาะอย่างเห็นได้ชัด


“ทำไมวันนี้มาเช้าจังวะ เรียนเก้าโมงครึ่งนะมึงจำผิดป่าว” เจ้าตัวพูดยิ้มๆก่อนจะพยักหน้ารับไหว้จากจองกุก


“จำได้น่า ละมึงอ่ะ ไมมาเช้าจัง ปกติเลทตลอด”


“จินมีพรีเซนต์เช้า เลยรีบมา” เขาเบ้ปากทันทีที่ได้ยินเหตุผลจากปากอีกฝ่าย


“แหม่ ลำไยพวกมีแฟนว่ะ ขี้เห่อ”


“โอ้โห ไม่ดูตัวเองเลยครับมึงครับ” นัมจุนผลักหัวยุนกิเบาๆแล้วหันไปถามจองกุกที่นั่งกดโทรศัพท์เงียบๆมาสักพักแล้ว “วันนี้ถาปัตฯ สอบเหรอ?”


“อ่า ครับ” คนถูกถามกดล็อกหน้าจอพลางใช้ปลายนิ้วกลางดันแว่นสายตาขึ้นอย่างเคยชิน


“เออ ตั้งใจนะ ทำได้อยู่ละ”


“ขอบคุณครับพี่”


“กูไปละนะ เอาข้าวไปให้จินก่อน ไว้เจอกันในคลาส”


“อื้อ”

 



ร่างเล็กพยักหน้าก่อนจะโบกมือลาเพื่อนสนิทที่เดินไปเอาข้าวที่ร้านอาหารตามสั่ง ตาเรียวหันมาหาจองกุกที่หยิบผ้าเช็ดแว่นที่คลับคล้ายคลับคลาว่าเขาเคยเห็นมันมาก่อนออกมาใช้ มันเป็นผ้าเช็ดแว่นที่เขาชอบพกไว้เช็ดหน้าจอโทรศัพท์แล้วยกให้อีกคนไปเมื่อครั้งที่เจอกันที่โรงเรียน ยุนกิไม่ได้พูดอะไร เขาแค่พยายามกลั้นยิ้มอย่างสุดความสามารถ เดาได้เลยว่าหน้าตาตอนนี้ของเขามันต้องตลกมากแน่ๆ แต่ช่างหัวมันเถอะใครสนกันล่ะ เขามีความสุขอยู่อ่ะ ใครจะทำไม

 

 


“ไปเลยมั้ย? เหลืออีกครึ่งชั่วโมง เผื่อจะไปเข้าห้องน้ำก่อนด้วย” เขาว่าพลางลุกนำอีกคน ยุนกิไม่อยากนั่งอยู่ตรงนี้นานๆนักหรอก มันอึดอัด


“ครับ” จองกุกตอบรับก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าจาคอปมาถือไว้แล้วเดินตามเขามาเงียบๆ

 

 





ด้วยความสัตย์จริง ตอนนี้ยุนกิค่อนข้างที่จะตกใจกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ เขาไม่คิดว่าตัวเองจะทนมาได้ถึงขนาดนี้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงจะยอมแพ้แล้วก็ล้มเลิกความตั้งใจไปแล้ว แต่พอมองดูปัจจุบันแล้วทุกอย่างมันกลับเลยเถิดมาถึงขั้นนี้ได้ยังไงเขาก็ยังไม่เข้าใจ อาจเพราะจอนจองกุกคือข้อยกเว้นทั้งหมดล่ะมั้ง

 

 

 

 

 




















แต่ผมไม่อยากยุ่งกับเขาอีกต่อไปแล้ว


ให้มันจริงเถอะเขาพูดยิ้มๆ ยุนกิเข้าใจดีกว่าการตัดใจมันไม่ได้ง่ายเหมือนตัดกระดาษ ถ้าเป็นเขา สั่งให้เลิกบุหรี่ยังง่ายซะกว่าอีก


จริงครับ พี่ก็รู้ว่าผมเป็นพวกพูดแล้วพูดเลย


ถ้างั้น…’ ร่างเล็กโน้มตัวไปข้างหน้า ตั้งศอกขวาบนเข่าก่อนจะยกมือเท้าคาง แล้วเอียงหน้าไปทางที่จองกุกนั่งอยู่ ถ้างั้นเราจะไม่ถอยให้แล้วนะ


พี่นี่ดื้อจริงๆเลย

 




เด็กม.ปลายสบตากับเขาอยู่หลายสิบวินาทีก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เจ้าตัวลุกขึ้นยืนแล้วทิ้งก้นบุหรี่ลงบนพื้น ขยับเท้าไปขยี้มันอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะวางมือใหญ่ๆของตัวเองลงบนเรือนผมสีอ่อนของคนเป็นพี่

 




ขึ้นรถกันเถอะครับ

 

 

 






แม้ว่าจะขึ้นรถแล้วก็ตามแต่คืนนั้นพวกเขาไม่ได้กลับบ้าน รถยังคงจอดอยู่ที่เดิมไม่ได้เคลื่อนไปไหน ด้วยสองเสียงที่ลงมติอย่างเป็นเอกฉันท์ว่าพวกเขาไม่อยากกลับบ้านในตอนนี้ จองกุกเปิดกระจกรถสองฝั่งรับลม ในขณะที่ยุนกิเอนเบาะลงจนเกือบราบ เขานอนขดตัวแบบที่ชอบทำ มีเสื้อแจ็กเก็ตของน้องคลุมอยู่ตัว แล้วนอนตะแคงตัวมองร่างสูงที่กำลังวุ่นวายกับการหยิบซีดีเพลงมาเปิด

 




รู้สึกยังไงที่ตรงนี้เป็นเรา ไม่ใช่วีเขาเอ่ยถาม ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับเพลงที่อีกฝ่ายเปิดเริ่มเล่นพอดี เพลง หนัก ของ Seal Pillow เป็นเพลงโปรดของเขาที่เปิดบนรถอยู่บ่อยๆ แถมยังเคยแนะนำให้จองกุกฟังอีกด้วย


ไม่รู้สึกอะไรครับ


ไม่เสียดายเหรอ?เจ้าของรถเอี้ยวตัวมาหยิบขวดน้ำที่เบาะหลัง ปลายจมูกของยุนกิอยู่ห่างจากแผ่นอกกว้างไม่กี่เซนติเมตรทำให้ได้กลิ่นน้ำหอมปะปนกับกลิ่นนิโคตินอย่างชัดเจน เป็นความรู้สึกที่แปลกใหม่ดีเหมือนกันที่ได้กลิ่นบุหรี่จากตัวจองกุกแบบนี้


ไม่นะครับ


แล้วก็ไม่ดีใจด้วยใช่มั้ย?

 




อีกฝ่ายยกขวดน้ำขึ้นดื่มซึ่งแม้แต่เด็กประถมก็ดูออกว่าเลี่ยงที่จะตอบคำถาม แต่ยุนกิก็ไม่ได้หวังอะไรจากน้องมากมายอยู่แล้ว แค่ไม่รังเกียจที่เขาอยู่ตรงนี้ก็ดีเกินพอ เขาไม่รู้ว่าตัวเองคุยกับจองกุกนานเท่าไหร่และเผลอหลับไปตอนไหน แต่เขาจำได้ว่าสะดุ้งตื่นมาตอนตีสี่เพราะความไม่ชินที่ ที่นั่งคนขับว่างเปล่า จองกุกไม่ได้อยู่ตรงนั้น มือดึงเสื้อคลุมของน้องออกจากตัวก่อนจะเหลือบไปเห็นเงาสะท้อนของอีกฝ่ายผ่านกระจกมองข้างในตอนที่เขากำลังลุกขึ้นนั่ง กลุ่มควันสีขาวที่ลอยมาจากระหว่างปลายนิ้วเรียวยาวทำให้ยุนกิหันกลับมามองยังกล่องบุหรี่กับไฟแช็กของตัวเองที่วางไว้อยู่บนคอนโซลรถทันที มือขาวหยิบกล่องสี่เหลี่ยมมาเช็กก็พบว่าไม่ใช่แค่ตัวสองตัวแน่ๆ เขาไม่ได้โกรธที่จองกุกหยิบมันไปใช้ แต่เขาเป็นห่วงมากกว่า น้องจะต้องเครียดขนาดไหนถึงต้องสูบติดๆหลายมวนกันแบบนี้

 

 

 


เขาเปิดประตูรถก่อนจะก้าวลงไปหาอีกฝ่าย ร่างสูงนั่งอยู่ที่ม้านั่งตัวเดิมที่พวกเขานั่งคุยกัน ยุนกิเดินไปนั่งข้างๆก่อนจะเอื้อมไปดึงมวนสีขาวออกจากมือใหญ่ เขาโยนมันลงพื้นแล้วใช้คอนเวิร์สขยี้มันให้ดับ แววตาสั่นไหวของจองกุกเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนและไม่คาดคิดที่จะได้เห็นมันด้วยซ้ำ เขาไม่เคยเห็นน้องร้องไห้ จนกระทั่งตอนนี้จองกุกก็ยังคงไม่ร้องไห้ เขารู้ดีว่ามันเป็นช่วงอ่อนไหวของอีกคนแค่ไหน ทั้งเรื่องสอบ เรื่องความรัก ความกดดันทุกอย่ามันประเดประดังเข้ามาพร้อมกัน เขาเข้าใจความรู้สึกนี้ดี ยุนกินับถือจองกุกจะตายที่เข้มแข็งอดทนมาได้ตั้งนานแถมยังจัดการชีวิตตัวเองได้เป็นอย่างดีขนาดนี้ น้องเก่งมากแล้ว

 




พอแล้ว นะ เชื่อเรา

 




อีกคนไม่ได้ตอบอะไร ทำแค่มองตรงไปข้างหน้าและยังคงมีสีหน้าเรียบนิ่งเหมือนปกติ ซึ่งเขารู้ดีว่าน้องพยายามจะสร้างหน้ากากสร้างเกราะกำบังขึ้นมาป้องกันตัวเองจากคนอื่นๆ จองกุกพยายามทำให้เขาเห็นว่าตัวเองเข้มแข็ง ทั้งๆที่ความจริงข้างในพังทลายไปไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ การที่น้องไม่พูด ไม่ได้แปลว่าน้องไม่รู้สึก การที่น้องไม่ได้แสดงอาการ ไม่ได้แปลว่าน้องไม่เจ็บ

 




จองกุกเหนื่อยใช่มั้ย?ใบหน้าคมคายค่อยๆหันมามองเขา ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ เสียงที่ตอบมามันแหบแห้งจนเขารู้สึกแย่


‘…ครับ

 









ยุนกิเอื้อมมือซ้ายไปดันศีรษะของคนข้างๆให้พิงลงที่ไหล่ของตัวเอง เขาลูบผมของจองกุกสลับกับสางผมสีเข้มนั่นไปมาเหมือนที่หม่าม๊าชอบทำให้สมัยเด็กๆตอนที่เขาเสียใจ หวังว่ามันจะทำให้อีกฝ่ายจะผ่อนคลายที่สุดเท่าที่เขาจะสามารถทำได้ ใครจะว่าเขาเจ็บแล้วไม่จำเขาไม่สนหรอก เขาเลือกเอง ดังนั้นการที่เขาจะต้องทนรับมันให้ได้มันก็ถูกต้องอยู่แล้ว แต่เรื่องของจองกุกกับวี น้องไม่ได้เป็นคนเลือกเอง ไม่มีสิทธิ์ได้พูดอะไรเลยด้วยซ้ำ เขาจะปล่อยให้จองกุกต้องแบกรับมันไว้คนเดียวได้ยังไง เอาจริงๆนะ เขาทนไม่ได้หรอก

 



























เวลาบ่ายสามโมง ปาร์คจีมินกำลังนั่งรอใครสักคนอยู่ที่ร้านกาแฟในห้างสรรพสินค้าแถวๆโรงเรียน เขาก้มดูนาฬิกาอีกครั้งก่อนจะเงยหน้ามาพบกับเพื่อนสนิทของตัวเองที่กำลังเปิดประตูร้านเดินเข้ามาหา แต่จอนจองกุกก็ยังไม่ใช่แขกคนสำคัญที่ว่านั่นอยู่ดี เจ้าตัวเดินมานั่งลงข้างๆเขาที่ก้มดูโทรศัพท์อีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจกดโทรออกไปยังเบอร์โทรศัพท์ที่คนคนนั้นให้มาเป็นครั้งแรก

 



((ฮัลโหล))


“อ่า สวัสดีครับพี่ นี่จีมินเองนะครับ”


((อ้อ ว่าไงๆ))


“ผมถึงแล้วนะครับ”


((รถติดอยู่ทางเข้าลานจอดรถอ่ะ รอแป๊บนึงนะ))


“ครับพี่ ถ้ามาแล้วหาร้านไม่เจอก็โทรหาผมนะครับ”


((อื้อได้ๆ))


“โอเคครับ พี่โฮซอก

 

 

 

มือเล็กกดวางสาย เหลือบสายตามองเพื่อนข้างๆที่ยังคงนั่งนิ่งและเอาแต่พิมพ์แชทคุยกับใครก็ไม่รู้ จีมินนัดจองโฮซอกมาที่นี่เพื่อให้มาเคลียร์กับจองกุกเรื่องวีโดยเฉพาะ เพื่อนเขาน่ะมันรู้แล้วว่าต้องมาทำอะไรเพราะเป็นคนเสนอความคิดนี้เอง แต่อีกฝ่ายน่ะสิยังไม่รู้ว่าจองกุกมาด้วย ไม่อย่างนั้นตอนที่เขาทักไดเรคอินสตาแกรมไปนัดก็คงไม่มาแน่ๆ เขาต้องมองหน้าร้านให้ดีแล้วรีบออกไปอธิบายให้รุ่นพี่เขาเข้าใจก่อน จีมินเชื่อว่าวาทศิลป์บวกกับหน้าตาน่าสงสารของตัวเองคงพอทำให้โฮซอกใจอ่อนได้แหล่ะน่า



 

“จองกุก คุยกับใครอ่ะ พี่ยุนกิเหรอ?” เขาทำเป็นชะโงกไปมองหน้าแชทของคนข้างๆ จองกุกรีบเอี้ยวตัวหลบ ก่อนจะยกโทรศัพท์ไว้เหนือหัว


“เปล่า คุยกับวี”


“เฮ้ยยย ไหนบอกเราว่าจะไม่ยุ่งแล้วไง แล้ววันนี้มันจะเคลียร์กันรู้เรื่องมั้ยเนี่ย โอ้ยยย จองกุกอ่ะ ทำไมทำอย่างนี้อ่ะ เราอุตส่าห์ช่วยนัดพี่เขามา


“ล้อเล่นน่าไอ้อ้วน คุยกับฮันราอยู่” จองกุกพูดยิ้มๆ เลื่อนมือไปขยี้หัวเพื่อนตัวเล็กที่หน้าบูดไปเรียบร้อย


“ทำไมเดี๋ยวนี้ขี้แกล้งจังวะ ติดไอ้ดำมารึไง” จีมินบ่นพึมพำ ไม่วายพาดพิงถึงเพื่อนในกลุ่มอย่างคิมมินกยูที่ไม่ยอมโผล่หัวมาโรงเรียนเพราะเอาแต่ไปนอนอ่านหนังสือบ้านวอนอูตลอดสัปดาห์


“พี่เขามาแล้ว”


“ห๊ะ ไหน”

 



ตาเบิกกว้างหันซ้ายหันขวาอย่างเป็นกังวล จีมินไม่อยากให้พี่โฮซอกมาเจอจองกุกก่อนที่เขาจะได้อธิบายเพราะกลัวว่าจะเกิดการวิวาทกลางห้างเอาได้ ร่างเล็กเลื่อนเก้าอี้รีบออกจากร้านทันทีที่เห็นเป้าหมาย เขาวิ่งไปหยุดหน้าชายร่างโปร่งที่สวมชุดนักศึกษาผิดระเบียบ มือกำลังยกโทรศัพท์โทรหาใครบางคน จีมินหยุดหอบหายใจเล็กน้อย มือยกโทรศัพท์มือถือให้อีกฝ่ายดูหน้าจอ

 



“ผมอยู่นี่ครับ”


“ปาร์ค..จีมิน?”


“ครับ ผมเอง” เขาพยักหน้าแล้วส่งยิ้มกว้างให้ ก่อนจะที่รอยยิ้มจะค่อยๆหายไปและกลายเป็นสีหน้าจริงจังแทน “พี่โฮซอกครับ สัญญากับผมหน่อยได้มั้ยว่าจะใจเย็นๆ?”


“หือ อะไรเหรอ?”


“สัญญาก่อนครับ”


“โอเคครับๆ พี่สัญญา ว่าแต่ที่เรานัดมานี่จะคุยอะไร?”


“เรื่องพี่วีครับ” ตาเรียวเหลือบมองเข้าไปในร้านที่เพื่อนสนิทตัวเองนั่งมองอยู่ “ผมอาจจะดูยุ่งวุ่นวาย แต่ผมอยากให้พี่กับเพื่อนผมเคลียร์กันเรื่องพี่วีครับ”


“แล้วทำไมมันไม่มาบอกเอง ฝากเรามาบอกพี่ทำไม?” คนโตกว่าขมวดคิ้ว ซึ่งเขาก็พอจะดูออกว่าอีกฝ่ายกำลังไม่พอใจอย่างมาก


“ถ้าจองกุกมันนัดเองพี่จะยอมมาเหรอครับ?” จองโฮซอกเงียบไป จีมินเมื่อเห็นว่าไม่ได้คำตอบเลยเลือกที่จะพูดต่อ “ไปคุยกับมันหน่อยเถอะนะครับ”


” เขามองตามสายตาของร่างโปร่งที่เหมือนว่าจะพบเพื่อนเขาแล้ว ซึ่งจองกุกก็ลุกขึ้นโค้งให้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา


“นะครับ นะ” โฮซอกเลื่อนสายตากลับมามองหน้าเด็กม.ปลายสักพัก ก่อนจะถอนหายใจออกมาหนักๆและตอบบกลับมาอย่างเสียไม่ได้


“ก็ได้”

 

 

 

 








ผ่านไปเกือบชั่วโมงได้แล้วที่โฮซอกเดินเข้าร้านไป จีมินมานั่งรออยู่ที่โต๊ะอีกฝั่งของร้าน ชะเง้อคอมองแทบทุกสิบวินาที กลัวว่าเพื่อนเขามันจะลืมตัวเผลอพูดอะไรไปจนพี่เขาลุกมาต่อยมันเอา แต่จีมินเชื่อใจจองกุกนะ เขารู้ดีว่าเพื่อนตัวเองรู้ว่าควรจะต้องพูดอะไรและพูดยังไงเพื่อที่จะทำให้สถานการณ์มันดีขึ้น ร่างเล็กสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเลื่อนสายตาไปสบกับรุ่นพี่มหาลัยเข้าพอดิบพอดี เขาเสมองไปทางอื่น ทำเป็นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นกลับความอับอาย

 

 





โดนจับได้เลยอ่ะว่าแอบมอง ._.

 

 

 




“จีมิน” ขายาวก้าวมาหยุดตรงหน้าเขาพร้อมเอ่ยเรียก จีมินเงยหน้าเจอเพื่อนสนิทที่สะพายกระเป๋าเป้อยู่บนไหล่เรียบร้อย


“อ้าว คุยเสร็จละเหรอ เป็นไงบ้าง พี่เขาว่าไง?”


“ไม่มีอะไรหรอก เข้าใจกันแล้ว ขอบใจมากนะที่ช่วย”


“อื้อ ไม่เป็นไรอ่ะ” ร่างเล็กหันไปโค้งเก้าสิบองศาให้จองโฮซอก อีกฝ่ายพยักหน้ารับก่อนจะเปิดประตูออกจากร้านไป


“ต้องไปแล้วอ่ะ นัดฮันราไว้ นี่จะกลับยังไง?”


“อ๋อเดี๋ยวกลับเองได้ๆ”


“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ต้องรอก็ได้”


“ไม่เป็นไรน่า อยากคอยสังเกตการณ์นี่นา เกิดพี่เขาลุกขึ้นมาต่อยจองกุกจะทำไงอ่ะ”


“เพ้อเจ้อน่า” จองกุกขยี้ผมเขาเบาๆแล้วก้มลงดูนาฬิกาที่ข้อมือ “ต้องไปแล้วนะ มีอะไรก็โทรมา”


“อื้อ ไปดีๆนะ ฝากทักทายฮันราด้วย”

 



จีมินโบกมือให้เพื่อนสนิทก่อนจะหยิบกระเป๋าตัวเองขึ้นมาสะพายบ้าง เขากดล็อกหน้าจอโทรศัพท์แล้วยัดมันใส่กระเป๋ากางเกง รู้สึกโล่งอกที่ทั้งสองคนเข้าใจกันแล้ว จีมินไม่อยากให้ใครเกลียดจองกุกหรอก เขารู้ว่าเพื่อนเขาไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร ส่วนพี่โฮซอก รายนั้นก็เหมือนกัน จากที่ได้ลองคุยผ่านโปรแกรมแชทตลอดสองสามวันที่ผ่านมานั้นทำให้รู้ว่าคนคนนี้มีความเป็นผู้ใหญ่มากพอ แถมยังขี้แกล้งอีกด้วย ด้วยความที่ชอบหนังแนวเดียวกันเลยทำให้คุยกันง่ายและสนิทกันเร็ว โชคดีของปาร์คจีมินจริงๆ มือเล็กผลักประตูกระจกออกไป ก่อนจะต้องสะดุ้งเมื่อมีใครบางคนมาดึงแขนเอาไว้

 

 


“เห้ย!” จีมินหันขวับก่อนจะพบกับใบหน้าของคนที่เพิ่งเดินออกจากร้านไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้า “พี่?”


“ผู้ชายอะไรทำไมตกใจง่ายจัง” อีกคนพูดยิ้มๆ ก่อนจะละมือออกจากแขนของเขาแล้วย้ายมันไปล้วงกระเป๋ากางเกงแทน


“ผมขี้ตกใจ อย่ามาแกล้งกันสิครับ”


“โอเคๆ แล้วนี่จะกลับแล้วเหรอ?”


“ก็ว่างั้นครับ” เขายกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา ก่อนจะพบว่ามันเกือบหกโมงเย็นแล้ว “แต่คงไปหาอะไรกินก่อนนั่นแหล่ะ แหะๆ”


“ไม่กินเดี๋ยวไม่มีรูปลงไอจีใช่ป่ะ”


“พี่โฮซอกกกก แซวผมตลอดเลยอ่ะ” ริมฝีปากเบ้ลงอย่างไม่รู้ตัว ร่างโปร่งเห็นแบบนั้นก็หลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง


“ไปกินเบอร์เกอร์กันมั้ย? พี่เลี้ยงเอง” อีกคนว่าพลางเริ่มออกเดินอีกครั้ง จีมินได้แต่เดินตามมาพลางชี้นิ้วเข้าหาตัวเองอย่างงงๆ


“ชวนผมเหรอ?”


“เออดิ จะให้ชวนแมวอ้วนที่ไหนล่ะ”


“พี่ครับ นี่เรารู้จักกันมาสามวันเองนะครับ พี่แซวผมยิ่งกว่าจองกุกอีกอ่ะ” โฮซอกหัวเราะอีกครั้งก่อนจะดึงแขนเขาให้เดินตามไปเร็วๆ

 

 

 






สงสัยวันนี้จะได้ลงรูปเบอร์เกอร์ชีสแทนมอคค่าที่ดื่มไปเมื่อกี้แล้วล่ะ

 

 

 

 

 

 





















เวลาสิบเก้านาฬิกาสิบนาที ปาร์คจีมินในชุดนักเรียนและกระเป๋าจาคอปกำลังเดินเตร็ดเตร่อยู่ริมถนนของแหล่งช็อปปิ้งใจกลางเมือง วันนี้เขาไปโรงเรียนมาเพราะมีสอบเก็บคะแนนวิชาชีวะ

 

 



ถามว่าทำได้มั้ย


บอกเลยว่าได้หลับ ._.

 



 

แต่จริงๆเขาไม่จำเป็นจะต้องไปเรียนแล้วก็ได้เพราะตัวเองก็ติดโควต้ามหาวิทยาลัยไปแล้วเรียบร้อย เลยไปเที่ยวไปกินขนมได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกดดันเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ ทุกวันนี้ที่ยังไปโรงเรียนอยู่เพราะกลัวขาดเกินจนเรียนไม่จบมอหกนี่แหล่ะ เขาเลี้ยวเข้าช็อปปิ้งมอลล์แห่งหนึ่งก่อนจะมุ่งหน้าไปยังร้านดีวีดีร้านโปรดของตัวเอง จำได้ว่ามีหนังที่อยากจะมาตามเก็บแต่ไม่มีเวลามาสักทีเพราะมัวแต่วุ่นวายกับอนาคตตัวเองอยู่ จีมินเดินไปตรงโซนหนังนอกกระแส เขาชอบดูหนังประเภทนี้เพราะรู้สึกว่ามันเป็นอีกมิติหนึ่งที่เขาจะต้องทำความเข้าใจเพื่อที่จะเข้าถึง แต่เอาจริงๆนะ แค่ทำความเข้าใจกับคนอย่างจอนจองกุกทุกวันนี้ก็เหมือนได้ดูหนังไปสิบเรื่องแล้วล่ะ

 

 



จีมิน?” ร่างเล็กหันไปตามเสียงเรียก ร่างโปร่งของผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหลังทำเอาเขาเผลอยิ้มออกมา


“อ้าวพี่ หวัดดีครับ” เขาโค้งให้อีกฝ่ายเล็กน้อย “มาได้ไงเนี่ย”


“ขับรถมาดิ”


“โอเค ผมยอมๆ ขี้เกียจเถียงละ นี่มาซื้อหนังเหรอครับ?”


“อื้อ ลิลี่ชูชูไง”


“อ๋อออออ นี่เลยๆๆ อยู่ตรงนี้ครับ” เขาดึงแขนอีกคนให้เดินตามมายังบล็อกที่อยู่ท้ายสุด ก่อนจะหยิบแผ่นดีวีดีใส่มือใหญ่


“เป็นพนักงานร้านนี้ก็ไม่บอก”


“โห่ยไรอ่ะ ไม่น่าบอกเลยงี้ น่าจะปล่อยให้เดินหาเองไปเลย” โฮซอกหัวเราะเบาๆให้กับท่าทางเหมือนเด็กๆของเด็กอายุสิบแปดตรงหน้า “คิดถึงพี่วีอ่ะดิ๊ มาซื้ออ่ะ”



“ผมเห็นน้า พี่เขามาตอบในรูปที่พี่ลงด้วยอ่ะ ดีกันรึยังครับ” จีมินยังคงพูดเจื้อยแจ้ว เดินนำอีกฝ่ายไปยังบล็อกอื่นๆของร้านเพื่อหาหนังที่ตัวเองต้องการโดยที่ไม่ทันสังเกตความผิดปกติของอีกคนแม้สักนิด


พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน”


“ครับ?”


“พี่ดูหนังเรื่องนี้ครั้งแรกพี่คิดถึงแทฮยองนะ แต่พอดูรอบต่อๆมา พี่ก็ไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าคิดถึงใคร”

 



ร่างเล็กหยุดเดินก่อนจะหันมามองหน้าคนโตกว่าเงียบๆ สายตาของคนตรงหน้าเรียบนิ่ง จีมินไม่รู้เลยว่าเจ้าของมันกำลังคิดอะไรอยู่ เขารู้สึกผิดที่อยู่ๆก็พูดเรื่องที่ไม่น่าพูดออกไปโดยไม่ทันคิด เขาลืมตัว คิดว่าสนิทกับโฮซอกแล้วเพราะคุยกันอยู่บ่อยๆ บางครั้งเขาก็ทักไปขอหนังดูบ้าง บางวันอีกคนก็ทักมาถามร้านอาหารที่เขาเคยไปบ้าง วนเวียนอยู่แบบนี้ตลอดสัปดาห์ ความบริสุทธิ์ใจทำให้เขาลืมข้อเท็จจริงอะไรบางอย่างไปเสียสนิท

 

 


“พรุ่งนี้ที่หอศิลป์มีนิทรรศการหนังเยอรมัน



“จีมิน ไปด้วยกันนะ”

 

 




หนังที่เขาจะมาซื้อในวันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับความสบายใจ มนุษย์เราเมื่อสบายใจที่จะอยู่ตรงไหน ก็จะชอบเผลอเอาตัวเองไปอยู่ตรงนั้นตลอด หรือที่คนอื่นๆชอบเรียกกันว่า Comfortable Zone ทุกคนมีโซนนี้อยู่กับตัว ต่างกันแค่เพียงว่าโซนนี้ของบางคนมันอาจจะเป็นสถานที่ ส่วนอีกคนอาจจะเป็นสิ่งของ หรือสัตว์ หรือแม้แต่บุคคลก็ตาม








ปาร์คจีมินหยิบแผ่นดีวีดีมาจากชั้นวาง ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้อีกฝ่ายช้าๆ


 

 



 


“ครับ”

 

 

 

 

 

 

 

 










#สวนขวดกุกก้า

 

 

 

 

 

 





TALK.

 

เรามาแล้ววววว ตอนแรกกะว่าจะอัพหลังกลับจากค่ายแต่คอมพังค่ะเศร้าแรง5555555555 แต่เราบอกจะมาวันจันทร์ก็ต้องมาวันจันทร์สิ เป็นแฟนน้องกุกต้องคำไหนคำนั้นค่ะ /เดี๋ยว เออช่างเราเถอะค่ะ55555 พิก้าเธอมีความหน้ามืดตามัวแรงมากแต่เขาก็รู้นะคะว่าตัวเองทำอะไรอยู่ ตอนนี้ทุกคนเข้าใจนกุกบ้างรึยังคะ เด็กมอหกนี่มันแบกรับอะไรหลายสิ่งจริงๆนะ ความกดดันเยอะแยะมากมาย เราโชคดีมากๆเลยอ่ะที่ตอนนั้นเครียดแค่เรื่องสอบอย่างเดียวไม่มีเรื่องรักๆมาวอแว ไม่งั้นตายแน่ๆ5555555 ใครที่ฟังเราไลฟ์ผ่าน Periscope น่าจะเข้าใจเรื่องมากขึ้นเนาะ ส่วนใครที่ไม่ได้ฟังก็ฟังได้นะคะ แต่เราพล่ามสี่ชั่วโมงอ่ะยาวนานมาก ไม่รู้พูดบ้าบออะไร55555 ใครจะฟังก็ไปตามลิ้งค์นี้นะค้า ( https://goo.gl/qb77HW )ฟังแค่ชั่วโมงสองชั่วโมงแรกก็พออ่ะคุณ กดข้ามๆเอาก็ได้ นอกนั้นคือตอบคำถามเมาท์มอยหอยสังข์สารพัดมาก อีก 50% จะมาเร็วๆนี้เราสัญญา5555 รักทุกคนค่ะเลิ้บๆ <3

 

 

 

 

TALK (2)

 

เราไม่รู้จะพูดยังไงเลออออออ จากใจ ;_______; นึกไม่ออกจะทอล์คอะไร สิ่งที่ทุกคนสงสัยก็นั่นแหล่ะจ้า รอดูกันต่อไปเนาะ นี่เห็นจีมอัพไอจีกินๆๆอย่างเดียวนี่ติดมหาลัยก่อนกุกอีกนาจา5555555555555555 วีกับจีมนี่นิสัยเด็กๆเหมือนกันเลยเนอะ แต่คนละแบบ วีจะดูดื้อๆ จีมจะงอแงกว่า เอ้อ ก็นั่นแหล่ะ เอนจอยค่ะ หวังว่านะ55555555 รักทุกคนนน เลิ้บบบบบบบ

 

 

 

 













 

 

 

 

 











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 114 ครั้ง

3,568 ความคิดเห็น

  1. #3533 moonchild_kim (@moonchild_kim) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 14:27
    ยังไงเนี่ยพี่โฮป ก็น้องมันน่ารักอ่ะเนอะ ยุนกินี่จะสตรองไปไหน เข้าใจได้ ก็เค้าเป็นความสุขของเรานี่เนอะ ///จะมีมาม่าไหมนะ กลัวใจไรท์เว่ออ
    #3533
    0
  2. #3521 kqxqq99. (@koqymimew) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 00:32
    สลับอารมณ์ไม่ทัน ก็คือโอ๋พี่กิข้างบน แต่มาช็อคน้องจีมข้างล่าง จริงๆตอนนี้คืออยากเอาตัวเองไปใส่ในเรื่องมาก จะกกพี่กิไมาให้ไปไหน
    #3521
    0
  3. #3434 crescent_moon2 (@Crescent_Moon) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 01:10
    โฮปมินนนนนน. จองกุกหนูนัดกับยัยผญ.คนนั้นทำไมลูกกกก
    #3434
    0
  4. #3337 lookpangg (@lookpangg) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 14:48
    แนนนนน๊ ยังไงนะคู่นี้
    #3337
    0
  5. #3300 Mint S (@siri-ch36) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 22:52
    ยังไงๆกันน้า
    #3300
    0
  6. #2522 Design (@sakolvan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 03:12
    อะไรอ่ะ กุกคุยกับฮันรานี่ยังไง
    แล้วยุนกิล่ะ ทำยุนกิเจ็บอีกแล้วใช่มั้ย
    #2522
    0
  7. #2150 ceixx (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 05:13
    สำหรับเรายุนกิอดทนได้ดีกว่ากุกนะ ตัวเองก็เจ็บแต่ก็ปลอบคนที่เจ็บแถมคนที่ทำเขาเจ็บยังไม่ใช่เราแต่เราดันเจ็บเพราะเขา (งงๆมั้ย 5555) ต้องสตรองแค่ไหนนะ กุกนี่ก็เขว้ๆไปหาพี่บ้าวนะแต่ก็ดูกั๊กๆอยู่ ยังไงก็ขอให้เข้าใจและรักกันเร็ววันนะไม่อยากให้กิร้องไห้แล้วว แล้วโฮปคือเหมือนมีใจหน่อยๆให้มินแล้ววีละเรื่องของสองคนนี้จบยังไงนะ...
    #2150
    0
  8. #2009 pinwaris (@pinwaris) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 17:02
    ได้กลิ่นโฮปมินลอยมาอีกแล้ว
    พี่ยุนกิต้องเข้มแข็งมากขนาดไหนกันคะถึงจะกอดปลอบน้องได้ขนาดนั้น พี่ยุนกิเข้าใจน้องเสมอ ตอนนี้เข้าใจจองกุกมากขึ้นแล้ว ช่วงนี้เป็นช่วงที่หนักมากจริงๆสำหรับจองกุก เรื่องเรียนไม่พอยังมีความรักมาเกี่ยวอีก น้องคงไม่อยากให้โฮปกับแทแททะเลาะกันหรอกถึงจะยังชอบแทแทอยู่แต่น้องก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งอะไร คิดๆดูแล้วน้องโชคดีมากแค่ไหนที่คุณยุนกิยังคงอยู่อยู่ข้างน้องแม้ตัวเองก็เจ็บมากไม่แพ้กัน ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะถอยออกมาแล้ตอนนี้นับถือใจคุณยุนกิมากค่ะ สู้ๆนะทุกคน
    #2009
    0
  9. #1962 pairsu (@shzgnttshke) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 18:39
    อะไรคือคุยกับฮันราคะ... เด็กนี่ร้ายจริงๆด้วยยย ฮื่อ
    #1962
    0
  10. #1793 ARDS; (@babyshorttyrd) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 08:32
    เข้าใจกุกนะแต่เข้าใจพี่ก้ามากกว่า5555555'คงเพราะเคยอยู่ในจุดของถี่ก้ามามั้ง ทำเหมือนโง่ทั้งๆที่ก้รู้อะไรเป็นอะไร
    #1793
    0
  11. #1773 MITA ALIZE (@pop1916041) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 17:52
    พี่โฮปกับจีมินน่ารักจัง แต่พี่คะ น้องได้กลิ่นมาม่าลอยมา ;_____; เรารู้แล้วค่ะว่าพี่ยุนกิสตรองขนาดไหน เพราะตอนนี้เราสตรอฃกว่าพี่มาก โอ้โหหหหห ความสัมพันธ์สลับซับซ้อนมากมายหลายคู่นี่มันคืออะไรคะ เราต้องเตรียมใจรับอะไรอีก เราต้องสตรองไปอีกกี่ตอน ;-;
    เรารู้สึกดีมากๆที่พี่ยุนกิไม่เบลมน้อง อย่างที่พี่บอกคือพี่เลือกเอง คือเราก็เชื่อแบบนั้นนะเราว่าทุกคนต้องรับผิดชอบความรู้สึกตัวเองอ่ะนะ แต่จะทำได้ดีแค่ไหนก็แล้วแต่ความเข้มแข็งของแต่ละคน เรารู้สึกดีที่พี่ไม่โทษน้องเรื่องนี้ คือเราไม่ได้เข้าข้างน้องนะแต่มันก็ไม่ใช่ความผิดน้องอ่ะ ฮือ แค่นี้น้องก็เจ็บจะแย่แล้ว แต่พี่ยุนกิเข้มแข็งมากเลย คือเราว่าถ้าเป็นเรา เราก็คงไม่โทษน้องแต่เราก็คงไม่สตรองพอจะไปกอดปลอบน้องทั้งๆที่ความรู้สึกตัวเองมันก็ไม่โอเคขนาดนั้น / นับถือใจพี่นะ พี่ยังไหวจริงๆหรอพี่ ฮือ รักน้องมากเลยใช่ไหม แบบพี่คิดถึงน้องทุกเรื่องเลย หวังดีกับน้องทุกเรื่องเลย จากนี้น้องเปิดใจให้พี่เยอะๆเถอะนะถ้าน้องตั้งใจจะตัดใจจากวีแล้ว
    มีอย่างหนึ่งที่เราชอบพี่ยุนกิเรื่องนี้คือถึงพี่เขาจะหนอดน้องบ่อย ออกตัวแรงบ้าง แต่คือเรารับรู้ว่ามันไม่ได้มาแบบโปรโมชั่นอ่ะ พี่เขาทำให้รู้สึกว่าต่อให้พี่ได้ใจน้องมาแล้วพี่เขาก็จะยังปฏิบัติกับน้องเหมือนเดิม สู้ๆนะพี่ยุนกิ เราเชียร์อยู่
    #1773
    0
  12. #1628 SVTJH (@SVTJH) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 13:10
    เจโฮปกะจีมินใช่ไมเเหม่ๆกลิ่นนี้รอยมาเลยยยย5555
    #1628
    0
  13. #1599 dewjjk (@dewjjk) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:20
    ยุนกิพอเถอะ55555555 จะสตรองอะไรขนาดนั้นอ่ะ ยอมใจ แล้วก็โฮปมินวีอีก เริ่มงงแล้วนะไรท์ อย่าบอกนะว่ารักสามเส้า หัวใจน้อยๆของเรารับดราม่าไม่ไหวแล้วนะ
    #1599
    0
  14. #1539 Mo_mo (@12343234) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:58
    อ้าว โฮปมินใช่มั้ยคะหรือยังไง5555
    #1539
    0
  15. #1459 gotjila (@gotjila) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 14:20
    สรุปวีนกใช่ไหมคะ?55555555
    #1459
    0
  16. #1260 Nantashi (@hellbutterfly) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2559 / 23:37
    แวร้ยย จะกลายเป็นโฮปมินแทนใช่ไหมเนี่ย
    #1260
    0
  17. #1129 JStyle17 (@we-r-1) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 23:27
    เหมือนจะมีรักสามเศร้า
    #1129
    0
  18. #823 Supikakan99 (@sonelittsw99) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 01:38
    ได้กลิ่นโฮปมินมาจางๆ เอ..5555555555555 ยุนกินี่สตรองดั่งใจอยากจริงๆเลย ทำไมถึงได้รักน้องขนาดนี้นะ แต่จองกุกก็น่าสงสารออก จีมินเป็นเพื่อนที่น่ารักจังเลยแหะ เป็นธุระจัดการอะไรได้หมดเลย ขำตอนจองกุกแกล้งว่ายังคุยกับวีอยู่ ขำระดับสิบ แงงง ว่าแต่ ทำไมต้องนัดฮันราด้วยง่ะ
    #823
    0
  19. #684 nidaiki (@e-nongnid) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 02:51
    น่ะสุดท้ายก็เป็นยุนกิที่มาปลอบจองกุกว่าให้พอได้แล้ว
    ตัวเองก็เจ็บแต่ก็ต้องปลอบคนที่เราชอบที่เขาเจ็บเพราะคนอื่นมา 
    นะยุนกิเลือกแล้วก็ต้องเป็นงี้แหละ ตอนอ่านเราอินนะ แต่พอมาคิดๆดู มันเป็นเรืองความรู้สึก พูดยากว่าใครผิดใครถูก 
    จะว่าจองกุกผิดหรอ แต่มองอีกมุมยุนกิเขายอมที่จะเข้ามาเจออะไรพวกนี้ เราก็เอาใจช่วยนะยุนกิ
    #684
    0
  20. #671 nidaiki (@e-nongnid) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กันยายน 2559 / 23:28
    นี่จีมินกับเจโฮปยังไงๆๆๆ
    #671
    0
  21. #652 myOwπ (@aOnw) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 18:21
    ขวดน้ำส้มในมือสั่นมาก
    โฮปมินนี่ยังไง
    หวังว่าจะเจอจุดที่พอดีกันนะ หมายถึงทุกคู่

    คือยุนกิจะเจ็บแรงกว่าเก่านะ ถ้ากุกเทอีกรอบ คือทำอะไรลงไปทั้งๆ ที่รู้ตัวดีนี่แหละตัวพอยท์เลยอะ จริงๆ นะ
    #652
    0
  22. #571 _95jpg (@_95jpg) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กันยายน 2559 / 10:10
    โฮซอกกะจีมนี่ซัมติงรองสุดๆ ตอนนี้สารภาพว่ายังเจ็บจี๊ดอยู่ไม่หายหลังจากรู้ว่ากุกชอบแทฮยอง โอ๊ย ยุนกิความรักทำให้เรามีพลังทำได้ทุกอย่างเลยเนอะ เอาเป็นว่าสู้ๆแล้วกัน มาจนขนาดนี้ เชื่อละว่าคนไม่ใช่ยังไงก็ไม่ใช่ ฮือ ไม่อยากหวังเลย แต่เป็นฟิคกุกก้านี่นาT_TTTTTT แต่จะว่าไปตอนโฮซอกกับจีมก็เป็นโมเม้นดีๆนะ ถ้าจะคู่กันก็ไม่เป็นไรหรอก5555555555555555 ละกุกก็กลับไปดามใจแทฮยอง ยุนกิก็เศร้าไปเส้ะ ฮือ ไม่อยากเดาแล้ว เจอช็อตกุกมีคนที่แอบชอบอยู่ไปก็ตั๊นอยู่นาน หลังจากนี้จะเป็นไงก็ไม่ตั๊นละ
    #571
    0
  23. #531 Yes! SUGA (@kawpoonn) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2559 / 14:21
    ยุนกิ คิดดีแล้วใช่มั้ยที่ทำแบบนี้ พร้อมแล้วนะที่จะยอมรับผลที่ตามมา ถ้าคิดดีแล้วเราจะอยู่ข้างๆ นะ เจ็บไปด้วยกันนะ เข้าใจมั้ย

    จีมินกับโฮซอกนี่ยังไงน้าาา จีมินจะเข้ามาอยู่ในวงเวียนรักข้างเดียวเหมือนคนอื่นมั้ย โฮซอกมีใจให้น้องด้วยแล้วหรือเปล่า ฮือออออ
    #531
    0
  24. #515 inchx_ (@pfakame) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2559 / 01:08
    นี่มันรัก3เศร้าไหมมมมมมมมม นึกถึงฉากในวีเเอพที่โฮซอกบุกปลํ้าจีมินถึงเตียง เเล้วนังวีมาขอมาม่ากิน โหวโคตร3เศร้า แต่เอ๊ะ วีสรุปชอบซอกอยู่ไหมนิ แล้วกุกก้านี่ไงครับ~หนูกุกยอมพี่เเล้วใช่ไหมมาขนาดนี้นะะะะะ ความรักกุกก้าค่อยๆเป็นค่อยไปก็ดีนะ คู่รักฉบับไอจีสื่อรักก็ดีนะ???
    #515
    0
  25. #513 `มนุษย์ล่องหน (@zincoei) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 18:31
    อ้าววววงี้ถ้าวีกลับมาง้อจองกุกล่ะคะ ฮือ
    สงสารพี่ก้าเขานะคะคนเลา กระซิกๆๆ
    แต่ไม่ปฏิเสธเลยว่าชอบคู่โฮปมินมาก กรั่กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เชียร์ค่ะ
    #513
    0