[HQ!! ONE-SHOT] All x All by AMOPA

ตอนที่ 6 : Kuroo x Tsukishima – Cake?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 52
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    28 ก.ค. 62

          Kuroo x Tsukishima – Cake?




          “คุโรโอะซัง หลับตาสิครับ” ชายหนุ่มผมบลอนด์เท้าคางมองรุ่นพี่ตรงหน้าขณะกำลังอยู่ในร้านฟาสฟู้ดแห่งหนึ่งใจกลางเมือง


          “อืม” คุโรโอะหลับตาลงอย่างว่าง่าย เพราะเขาหลงใหลรุ่นน้องตรงหน้านี้เหลือเกิน แค่บอกให้หลับตาถือว่าจิ๊บจ๊อยมาก


          “เห็นอะไรไหมครับ?”


          “ไม่เห็นอะไรเลย ว่างเปล่า”


          “นั่นคือสิ่งที่ผมเห็นเวลามองคุณครับ” สึกิชิมะหยิบแก้วน้ำและแฮมเบอเกอร์ของตัวเองออกจากถาดแล้วเดินตรงไปที่ประตู


          “สึกกี้!” คุโรโอะถือแก้วน้ำตามไป เพราะเขาสวาปามแฮมเบอเกอร์และเฟรนฟรายส์ไปหมดแล้ว “นายนี่ใจร้ายจริง ๆ เลย”


          “จริง ๆ ผมก็อยากร้ายกว่านี้นะครับ ถ้าไม่ติดว่าคุณเป็นรุ่นพี่ในคณะ” สึกิชิมะยกแฮมขึ้นมากัดไปหนึ่งคำโต ๆ


          “แล้วถ้าฉันไม่ใช่รุ่นพี่ นายจะทำยังไงกันล่ะ?”


          สึกิชิมะหยุดเดินแล้วหันไปสบตากับดวงตาเรียวแสนเจ้าเล่ห์นั้น


          “เลิกตามตื้อได้แล้วไอ้โอตาคุโรคจิต เอาเวลาวิ่งดมรุ่นน้องปีสามไปเรียนต่อให้มันจบ ๆ สักทีเถอะ ไอ้รุ่นพี่เปรต!” สึกิชิมะผ่อนลมหายใจเมื่อพูดจบ “ผมก็อยากพูดแบบนี้นะครับ แต่พูดไม่ได้”


          “เพิ่งจะพูดใส่หน้ากันหยก ๆ” คุโรโอะอึ้งเล็กน้อยที่โดนหลอกด่า แต่เหมือนโดนด่าตรง ๆ มากกว่า


          “ให้ตายสิครับคุโรโอะซัง ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าผมไม่อยากมีแฟน”


          “นายบอกฉันมาแปดล้านครั้งแล้ว เมื่อกี้ครั้งที่แปดล้านหนึ่ง”


          “ผมจะไม่พูดเป็นครั้งที่แปดล้านสองแล้วครับ” สึกิชิมะก้าวขาเดินออกไป


          “แปลว่านายตกลงจะคบกับฉันใช่ม้า?”


          “จะไม่คุยกับคุณอีกตลอดชีวิตครับ บาย!” ชายหนุ่มทิ้งแก้วน้ำและเบอเกอร์ลงถังขยะแล้ววิ่งลงไปยังสถานีรถไฟใต้ดิน เพื่อหนีให้ไกลจากคุโรโอะ


          “อย่าลืมกินเค้กของฉันด้วยนะ!” คุโรโอะร้องตามหลังรุ่นน้องแล้วหยิบมือถือออกมาพิมพ์ส่งข้อความ ‘Good Night’ ให้คนที่เพิ่งเดินจากไป จากนั้นก็เดินย้อนกลับไปที่ร้านอาหารฟาสฟู๊ต เพราะหอพักของเขาอยู่อีกฝั่ง

.

.

.

.

.

.

          เช้าอันหนาวเหน็บอีกวันในเดือนพฤศจิกายน สึกิชิมะ เคย์ นักศึกษาคณะประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยดังใจกลางกรุงกำลังเข้าคลาสตามปกติเหมือนเช่นทุกวัน เขาตั้งมั่นไว้ว่าจะเรียนให้จบภายในสามปีเพราะอยากเรียนต่อปริญญาโทเร็ว ๆ ความฝันสูงสุดตอนนี้ของเขาคือการได้เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย และขอทุนไปเรียนต่อปริญญาเอกที่เมืองนอก นั่นทำให้เขาเลือกที่จะสนใจตัวหนังสือและตำรามากกว่าการสร้างความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง


          คุโรโอะ เท็ตสึโร่ รุ่นพี่ปีห้าที่คณะเดียวกันวิ่งตามจีบเขามาตั้งแต่รู้ว่ารุ่นน้องตัวสูงที่เคยเจอกันตอนมัธยมปลายมาเรียนที่นี่ แต่สึกิชิมะกลับปฏิเสธเสียงแข็งมาตลอดด้วยเหตุผลเดิม ๆ คือ ไม่อยากมีแฟน ทว่าคนดื้อด้านแบบเขาหรือจะยอมตัดใจง่าย ๆ เพราะคิดเสมอว่า ถ้าสึกิชิมะเกลียดเขาจริง ๆ คงไม่ยอมปล่อยให้เขาไปมาหาสู่ได้บ่อยครั้งขนาดนี้


          "พวกคุณรู้กันดีแล้วว่าเราเรียนประวัติศาสตร์ไปทำไม" รองศาสตราจารย์เกริ่นก่อนเข้าบทเรียนวันนี้ "ประวัติศาสตร์ ทำให้รู้จักตนเองเพื่อจะได้อยู่กับปัจจุบันและอนาคตได้อย่างมีความสุข…"


          “นี่...ฉันสงสัยว่าทำไมรุ่นพี่คุโรโอะถึงถอนตัวออกจากสโมสรวอลเลย์” เสียงเพื่อนร่วมห้องสาวคนหนึ่งพูดขึ้นมาโดยที่ไม่ได้สนใจเลยว่าอาจารย์กำลังสอนอยู่ “เกือบจะได้เข้าคัดตัวทีมชาติอยู่แล้วเชียว”


          “ไม่รู้เหมือนกัน” หญิงสาวอีกคนตอบ “คงเพราะเข้าปีห้าแล้วมั้ง เธอก็รู้ว่าเขาร่วมทีมสโมสรจนไม่มีเวลาเรียน รุ่นพี่คงอยากเรียนให้จบมากกว่า”


          “น่าเสียดายจริง ๆ เลยนะ ขนาดทีมชาติที่ชื่อคุณโออิคาวะยังออกปากเลยว่าเสียดายความสามารถ”

.

.

.

.

.

.

          หลังเรียนเสร็จ สึกิชิมะก็ใช้เวลาอยู่ในห้องสมุด เพราะเป็นสถานที่เดียวที่จะทำให้เขามีสมาธิในการทบทวนตำราเรียน และเป็นประจำทุกครั้งที่เขาออกจากห้องสมุดเวลาฟ้ามืดก็จะได้เจอคุโรโอะยืนเล่นโทรศัพท์รออยู่ที่ประตู จำได้ครั้งหนึ่งว่าเคยบุกเข้าไป ทำให้สึกิชิมะหงุดหงิดพอสมควร เขาเลยเลือกจะรอข้างหน้าแทนตั้งแต่นั้น


          สึกิชิมะถอนหายใจเล็กน้อยเมื่อเห้นใบหน้านั้น ก่อนจะกระชับเสื้อโค้ทแล้วเดินนำออกไปโดยมีคุโรโอะเดินตามติดเหมือนอย่างเช่นทุกครั้ง


          “ปกติอยู่หอนายชอบทำไรอ่ะสึกกี้?” คุโรโอะชวนคุย เพราะอยากรู้จักรุ่นน้องให้มากกว่าเดิมทั้ง ๆ ที่พยายามมมาแล้วตลอดสองปีกว่า


          “ชอบนอนครับ” รุ่นน้องตอบปัด ๆ


          “เหมือนกันเลย!” คุโรโอะร้องขึ้น “งั้นว่าง ๆ เราไปนอนด้วยกัน นะ”


          สึกิชิมะหยุดเดินแล้วหันมามองค้อนคุโรโอะ รุ่นพี่คลี่ยิ้มให้อย่างพึงพอใจหลังหลอกเล่นมุกจีบได้สำเร็จ มิหนำซ้ำ...พวงแก้มขาวซีดนั้นยังปรากฏเลือดจางเรื่อ ๆ ขึ้นมา คงไม่ใช่เพราะหนาว ต้องเขินอยู่แน่ ๆ คุโรโอะเชื่อแบบนั้น


          “วันนี้วันที่ 15 พฤศจิกายน” คุโรโอะพูดขึ้น


          “แล้วยังไงครับ?”


          “อีกสองวันจะถึงวันเกิดฉัน” คุโรโอะเดินตามสึกิชิมะที่เริ่มออกเดินอีกครั้ง “นายเตรียมของขวัญให้ฉันหรือยัง แต่ถ้าเป็นเซอร์ไพรด์ก็อุบไว้ก่อนนะ ฉันชอบเซอร์ไพรด์”


          “สองปีที่ผ่านมาผมก็ไม่เคยให้นะครับ”


          คุโรโอะเผยสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย เพราะเขาก็ไม่เคยได้ของขวัญวันเกิดจากสึกิชิมะเลย


          “แต่ฉันมั่นใจว่าปีนี้ต้องได้จากนายแน่นอน!” คุโรโอะเอื้อมมือไปคว้ามือเรียวของรุ่นน้อง ทำให้สึกิชิมะสัมผัสคือความเย็นที่แผ่ซ่านออกมาจากมือหนาของรุ่นพี่ ท่าทางคงจะยืนอยู่ข้างนอกนานแถมไม่สวมถุงมืออีกต่างหาก


          “ฝันไปเถอะครับ” สึกิชิมะพูดขณะดึงมือของตัวเองออกก่อนจะล้วงกระเป๋าเสื้อโค้ทของตัวเอง


          “เป็นไง เค้กของฉันอร่อยไหมล่ะ?


          “รสชาติห่วยแตกมากครับ” สึกิชิมะตอบขณะเร่งฝีเท้าเพราะใกล้จะถึงสถานีรถไฟใต้ดินแล้ว ซึ่งเป็นทางเดียวที่จะหนีไปให้ไกลจากรุ่นพี่ขี้ตื้อคนนี้ได้


          “ห่วยงั้นเหรอ?!” คุโรโอะร้องขึ้นเสียงดัง ทำให้รุ่นน้องถึงกับหยุดเดินแล้วหันกลับมา สายตาคู่นั้นเปลี่ยนไป ทำไมถึงต้องโกรธขนาดนั้นด้วย ก็แค่คำพูดแหย่เล่นขำ ๆ เท่านั้น “มันก็ต้องห่วยแตกอยู่แล้วเพราะฉันเป็นคนเอาให้”


          สึกิชิมะผ่อนลมหายใจเผยไอจาง ๆ สะท้อนแสงไฟ


          “ผมกลับแล้ว ไม่ต้องส่งข้อความมาอีกแล้วนะครับ ผมบล็อคคุณไปแล้ว”


          ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมยาวเดินลงมาที่สถานีรถไฟใต้ดินแล้วเดินผ่านประตูไปด้วยบัตรโดยสารรายเดือน เขาเลือกยืนพิงเสามากกว่านั่งแม้เวลานี้บนรถไฟจะโล่งแล้ว เพราะอีกแค่สถานีเดียวก็ถือหอพักของเขา ระหว่างนั้นก็หยิบมือถือขึ้นมาแล้วกดเข้าไปดูแชทของคุโรโอะ วันนี้ไม่มีข้อความ ‘Good Night’ เหมือนอย่างเช่นทุกวัน หรือว่าเจ้าตัวจะโกรธจริง ๆ ที่พูดไปแบบนั้น

.

.

.

.

.

.

          วันนี้สึกิชิมะไม่มีเข้าคลาส เขาจึงขลุกตัวอยู่ในห้องเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับงานวิจัย ในระหว่างที่กำลังพักสายตาอยู่นั้นก็หยิบมือถือขึ้นมาดูข้อความ ยังคงไม่มีการตอบรับจากคุโรโอะ ไม่มีการทักทายด้วยสติ๊กเกอร์การ์ตูนหน้าตากวน ๆ ไม่มีคำพูดหวานหู...ไม่มีอะไรเลย


          “สงสัยจะโกรธจริง ๆ” สึกิชิมะชำเลืองไปมองชั้นหนังสือของเขาก็พลันเห็นหนังสือประวัติศาสตร์ยุโรป และจำได้ว่าคุโรโอะดรอปวิชานี้ไว้เพราะอยู่ในช่วงแข่ง จนทุกวันนี้ยังไม่ลงเรียนให้จบ “อันนี้น่าจะช่วยง้อได้ล่ะนะ”


          ชายหนุ่มหยิบหนังสือเล่มนั้นออกมาเปิดไล่ดูการเขียนโน้ตและการไฮไลท์ข้อความสำคัญเอาไว้ตลอดทั้งเล่ม จนทำให้เขาสามารถคว้าเกรดเอมาจากวิชานี้ได้ และหวังว่านี่คงจะเป็นของขวัญที่เขาพอจะหาได้ เพราะลำพังการเป็นนักศึกษาบ้านนอกมาเรียนในเมืองใหญ่คงไม่มีเงินมากพอจะซื้อของขวัญแพง ๆ ให้รุ่นพี่


          ชายหนุ่มออกจากห้องอีกครั้งก็เกือบสี่ทุ่มเพราะพยายามติดต่อหาคุโรโอะแต่ก็ไม่รับสาย เขาจึงตัดสินใจจะไปหาด้วยตัวเอง


          “ได้ยินข่าวหรือเปล่า ที่คนในคณะเดียวกันกับเราตาย” เสียงผู้ชายคนหนึ่งพูดขึ้นขณะเดินผ่านหลังสึกิชิมะที่กำลังล็อคห้องตัวเอง พอได้ยินคำว่าตายทำเอาสึกิชิมะต้องรีบหันไปมองหน้าชายทั้งสองคนนั้น และก็จำได้ลาง ๆ ว่าเป็นรุ่นพี่ที่มาลงเรียนวิชาเดียวกันกับเขา


          “ได้ยินมาเหมือนกัน น่าเสียดายจังเลยนะ กำลังรุ่งอยู่แท้ ๆ”


          สึกิชิมะหยิบมือถือขึ้นมาดูอีกครั้ง ก็ยังไม่มีข้อความจากคุโรโอะ ข้อความสุดท้ายที่เขาส่งไปก็ยังไม่มีการเปิดอ่าน นั่นทำให้หัวใจชายหนุ่มแทบหล่นลงไปถึงตาตุ่ม


          “ไม่ใช่หรอกน่า” สึกิชิมะกดโทรออกหาคุโรโอะแต่ก็ไม่รับสาย เขาจึงรีบวิ่งออกจากหอตรงไปยังสถานีรถไฟใต้ดินเพื่อเดินทางไปยังห้องสมุดที่เขามักไปเป็นประจำ แต่ก็ไม่พบคุโรโอะมายืนรอ เขาจึงวิ่งออกไปที่หน้ามหาวิทยาลัยซึ่งเป็นย่านที่วัยรุ่นมักไปเดินเที่ยวกันหลังเลิกเรียนและเลิกทำกิจกรรม


          “อ้าว! สึกกี้!” น้ำเสียงแสนเจ้าเล่ห์ดังขึ้น ทำให้ชายหนุ่มรีบหันไปทางต้นเสียงโดยเร็ว


          “คุโรโอะซัง?” สึกิชิมะเดินตรงไปหารุ่นพี่ของตนที่กำลังยืนพิงต้นไม้หน้าร้านฟาสฟู๊ดที่พวกเขามักมาหาอะไรกินกันบ่อย ๆ “ผมโทรหาทำไมไม่รับครับ?”


          คุโรโอะล้วงมือลงไปในกระเป๋าเสื้อโค้ทก่อนจะเผลอหัวเราะออกมาเบา ๆ


          “คงจะลืมทิ้งไว้ที่หอน่ะ”


          “ให้ตายสิ ผมนึกว่า...” สึกิชิมะจ้องนัยน์ตาสีเข้มนั้นครู่หนึ่งก่อนจะหยิบหนังสือออกมาจากกระเป๋าสะพายของเขา “หนังสือเรียนประวัติศาสตร์ยุโรปครับ ผมไฮไลต์และเขียนสรุปไว้เกือบทุกบท เห็นคุณยังดรอปวิชานี้ไว้อยู่ คิดว่าอาจจะมีประโยชน์กับคุณบ้าง”


          คุโรโอะรับหนังสือนั้นมาทันทีก่อนจะเปิดไล่ดูข้างในหนังสือด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข


          “นี่คือ...ของขวัญวันเกิดใช่ไหม?”


          “จะว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ” สึกิชิมะตอบเสียงแผ่ว “ผมเป็นเด็กมหาลัยนี่ครับ คงไม่มีเงินซื้อของขวัญให้หรอก”


          คุโรโอะคลี่ยิ้มก่อนจะยัดหนังสือใส่กระเป๋า


          “อีกหนึ่งชั่วโมงจะเข้าวันที่ 17 พฤศจิกาแล้ว...นายช่วยไปที่แห่งหนึ่งกับฉันได้ไหม?”


          “เฮ้อ...ก็ได้ครับ” สึกิชิมะตอบแบบไม่เต็มใจมากนักก่อนจะถูกคุโรโอะจูงมือเดินออกไปตามถนนอันว่างเปล่าเพราะใกล้เวลาเที่ยงคืนแล้ว ซึ่งนั่นก็หมายความว่าสึกิชิมะจะพลาดรถไฟขบวนสุดท้ายเพื่ออยู่กับคุโรโอะในคืนก่อนวันเกิด


          “ถามหน่อยสิ ทำไมนายถึงอยากเรียนประวัติศาสตร์ล่ะ?” คุโรโอะถามขณะจับมือของรุ่นน้องเข้าไปซุกในกระเป๋าเสื้อโค้ทของเขา และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่มือของคุโรโอะเย็นชืด


          “ศึกษาอดีตเพื่อทำให้เราเข้าใจปัจจุบันและรู้แนวทางในการวางแผนในอนาคตครับ”


          “นั่นสินะ” คุโรโอะพูดขณะเดินควงรุ่นน้องไปตามฟุตปาธ “นายวางอนาคตของตัวเองไกลจนไม่ใส่ใจปัจจุบันของตัวเองเลยน้า รู้ไหมสึกกี้...ชีวิตมหาวิทยาลัยมันสนุกจะตาย ได้ทำสิ่งที่ชอบ ได้เมาหัวทิ่มกับเพื่อน ได้ทำอะไรเพี้ยน ๆ ได้ตกหลุมรัก...”


          “ของแบบนั้นทำให้คุณต้องเรียนคณะนี้มาตั้งห้าปีนะครับ” สึกิชิมะบีบมือของคุโรโอะแน่น “มือคุณเย็นมากเลยนะครับ”


          “ก็อากาศมันหนาวนี่” คุโรโอะหยุดเดินที่หน้าโรงพยาบาล “ที่นี่แหละ”


          คุโรโอะพารุ่นน้องเดินผ่านล็อบบี้ที่มีผู้คนบางตาตรงไปยังตึกผู้ป่วยหนัก ซึ่งมีแต่บุคลากรทางการแพทย์กำลังทำงานอยู่อย่างขะมักเขม้น


          “นี่ตึก ICU นะครับ เข้ามาได้เหรอครับ?” สึกิชิมะถามขณะเดินตามคุโรโอะไปตามโถงทางเดินอันว่างเปล่า


          “ไม่มีใครเห็นหรอก” คุโรโอะเอื้อมมือหนาไปผลักประตูห้องผู้ป่วยบานหนึ่งก่อนจะดันตัวรุ่นน้องของเขาให้เข้าไปในห้องที่เปิดไฟเพียงสลัว ๆ สึกิชิมะเดินเซไปชนตู้วางของก่อนจะหันกลับไปที่ประตู แต่กลับไม่พบใครแล้วนอกจากประตูที่ค่อย ๆ แง้มปิดลงอย่างช้า ๆ เขาหันเข้ามาในห้องเพราะคิดว่าคุโรโอะคงเดินนำไปก่อน แต่กลับไม่เห็นใครสักคนนอกจากคนป่วยที่กำลังนอนอยู่ท่ามกลางเครื่องมือพยุงชีพมากมาย


ตี๊ด...ตี๊ด...ตี๊ด


          เสียงเครื่องวัดชีพจรดังต่อเนื่องเพื่อบ่งบอกว่าตอนนี้ผู้ป่วยอาการกำลังทรงตัว ชายหนุ่มค่อย ๆ เดินตรงไปที่เตียง ขณะเดียวกันก็ได้ยินเสียงหายใจผ่านท่อออกซิเจนดังขึ้นเรื่อย ๆ


          “คุโรโอะซัง...ผมไม่เล่นด้วยนะครับ” สึกิชิมะพูดขึ้นขณะกวาดสายตาไปรอบห้องเพราะคิดว่ารุ่นพี่คงจะหลบอยู่มุมใดมุมหนึ่ง หรืออาจจะไถตัวลงไปหลบใต้เตียงแล้วก็ได้ แต่เมื่อสายตาของเขามาหยุดที่คนป่วยบนเตียงก็ทำให้แทบทรุดลงไปในวินาทีนั้น เพราะคนที่นอนอยู่บนเตียงคือคุโรโอะ


          “ค...คุโรโอะ...ซัง?” ชายหนุ่มเรียกชื่อนั้นออกมาด้วยความยากลำบาก เพราะเขามั่นใจแสนล้านเปอร์เซ็นต์เลยว่าชายที่นอนอยู่ตรงหน้าคือคุโรโอะไม่ผิดแน่ แล้วไอ้รุ่นพี่ที่ตามตื้อเขามาสองวันก่อนหน้านั้นล่ะ เป็นอะไร?


          ไม่นานนักเสียงเพลงก็ดังขึ้น ซึ่งเป็นเสียงที่ดังมาจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่โต๊ะข้างเตียงผู้ป่วย สึกิชิมะโน้มตัวลงไปดูหน้าจอก็พบว่าเป็นการแจ้งเตือนว่าเข้าวันที่ 17 พฤศจิกายนแล้ว


ตี๊ด ๆๆๆ


          เสียงเตือนจากเครื่องวัดชีพจรดังขึ้นเสียงดังเพื่อบ่งบอกว่าตอนนี้ทุกอย่างไม่เป็นปกติแล้ว สึกิชิมะที่กำลังช็อกอยู่ก็ได้แต่เดินถอยห่างออกจากเตียง ไม่นานนักเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครหลายคนดังขึ้น เหล่าพยาบาลและบุรุษพยาบาลต่างวิ่งกรูเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว


          “เขากำลังจะหัวใจวาย!” เสียงพยาบาลคนหนึ่งพูดขึ้นก่อนจะหันไปบอกพยาบาลอีกคนไปเอายามาฉีด ส่วนเธอก็ทำการนวดหัวใจเพื่อยื้อชีวิตผู้ป่วย


          “คุโรโอะซัง” สึกิชิมะยกมือขึ้นมาปิดปากของตัวเองขณะมองภาพเหล่าพยาบาลกำลังช่วยกันยื้อชีวิตชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังจะหัวใจวาย


          “ชีพจรอ่อน ความดันลดลง” พยาบาลคนหนึ่งอ่านค่าจากหน้าจอ ขณะที่พยาบาลอีกคนกำลังนวดหัวใจ


          “ฟื้นสิเท็ตสึโร่คุง เข้มแข็งหน่อย!” บุรุษพยาบาลคนหนึ่งว่าขึ้น


          “ไม่มีชีพจรแล้ว!”


          “เอาเครื่องกระตุ้นไฟฟ้ามา!” บุรุษพยาบาลลากเครื่องกระตุ้นไฟฟ้ามาแล้วแหวกเสื้อของคุโรโอะออกก่อนจะทำการกระตุ้นไฟฟ้าตามขั้นตอน และแม้จะกระตุ้นไปแล้วสามครั้งคุโรโอะก็ยังไม่มีการตอบสนอง เหล่าพยาบาลและบุรุษพยาบาลหยุดการกระทำทุกอย่างลงทันทีก่อนจะปิดเครื่องมือพยุงชีพต่าง ๆ ให้หยุดทำงาน


          “เวลาตาย 00.20 วันที่ 17 พฤศจิกายน 2019” พยาบาลคนที่นวดหัวใจพูดเสียงแผ่วก่อนจะเอื้อมมือไปถอดสายน้ำเกลือและอุปกรณ์ต่าง ๆ ออกจากร่างกายของคุโรโอะ


          “เขา...เขาตายไปแล้วจริง ๆ เหรอครับ?” สึกิชิมะถามออกมาแต่กลับไม่มีใครตอบเขาสักคน ชายหนุ่มจึงวิ่งไปจับไหล่บุรุษพยาบาลที่กำลังเอาผ้าห่มคลุมใบหน้าของคุโรโอะ


          “เอ๊ะ?” บุรุษพยาบาลคนนั้นหันมาทางสึกิชิมะ “อายาโกะซัง คุณจับไหล่ผมหรือเปล่าครับ?”


          “เปล่านะคะ” พยาบาลชื่ออายาโกะพูดขึ้นขณะกำลังย่อตัวเก็บถุงปัสสาวะอยู่ปลายเตียง


          “ผมเองครับ” สึกิชิมะพูด


          “น่าเสียดายจังเลยนะ” พยาบาลคนที่นวดหัวใจพูดขึ้น “เป็นโรคหัวใจตั้งแต่อายุยังน้อย ได้ข่าวว่าเกือบจะได้เป็นนักวอลเลย์ทีมชาติแล้ว แต่ก็ต้องถอนตัวออกจากสโมสรเพราะซ้อมอยู่ดี ๆ ก็หัวใจเต้นผิดปกติ”


          “วันที่เขาถูกหามส่งโรงพยาบาลก็หัวใจวายเฉียบพลันหน้าร้านอาหารฟาสฟู๊ต จนพนักงานในร้านต้องหามมาที่นี่แหละ”


          “น่าเศร้าจริง ๆ” บุรุษพยาบาลพูดขึ้น


          “เขาเป็นโรคหัวใจมานานแค่ไหนแล้วครับ?” สึกิชิมะถามขึ้นมา แต่เหมือนไม่มีใครได้ยินเขาเลย


          “สองวันก่อนหน้าก็เด็กมหาลัยที่ชื่ออะไรนะ? น่าจะชื่อสึกิชิมะ เคย์” พยาบาลที่ชื่ออายาโกะพูดขณะยืดตัวขึ้น “เห็นบอกว่าก่อนตายทรมานมาก น่าเสียดายจังเลยนะ เด็กคนนั้นเรียนเก่งซะด้วย กำลังจะจบปริญญาแล้วแท้ ๆ”


          “เขามีโรคประจำตัวเหรอ?”


          “เปล่า...ตำรวจบอกว่าเขาตายเพราะสารพิษ เหมือนจะถูกวางยาด้วย เพราะตรวจเจอยาพิษในสตรอเบอร์รี่ช็อตเค้กที่กินเข้าไป”

 

          เค้กเหรอ?



- จบ -




Talk: แหะ ๆ ห่างหายจากการอัพเรื่องสั้นไปนาน หมกมุ่นกับเรื่องยาวไปหลายเดือน เปิดมาก็รักอำมหิตเลยทีเดียวเชียว


ปล. ขอไม่ระบุยาพิษนะคะ เดี๋ยวจะเป็นการชี้นำ ไซ- แค่ก ๆๆๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

12 ความคิดเห็น

  1. #11 หนูน้อยหรรษา (@PingPing001) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 11:28

    เดี๋ยวๆๆๆ เปิดมานี่ รักหวานซึ้ง ทำนองแบบพ่อแง่แม่งอน แล้วไหงมาหักมุมได้สยองขนหัวลุกขนาดนี้ฟร่ะ!!! ไม่กาว แต่ขนลุกเลยบรื๋ออออ แต่เอ๊ะ! นี่มัน...คุโรสึกกี้นิ!? วู้ววววว(/รอยยิ้มชั่วร้ายผุดขึ้น)
    #11
    3
    • #11-1 amopa (@amopa) (จากตอนที่ 6)
      19 กรกฎาคม 2562 / 11:36
      5555 ตอนแรกก็อยากให้กาว แต่นึกไปนึกมาชอบทำให้รี้ดหัวใจวาย // หัวเราะเสียงต่ำในมุมมืดเหมือนพวกโรคจิต
      #11-1
    • #11-3 amopa (@amopa) (จากตอนที่ 6)
      19 กรกฎาคม 2562 / 11:53
      วอร์มไว้ก่อนเขียน psycho chum ภาคสอง เก็บความกาวไปลงเรื่องนั้น อิอิ
      #11-3
  2. #10 A.Linz (@field28) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 07:44
    เดี๋ยวววววว นึกว่ารักหวานซึ้งเปิดมาดราม่ากำลังจะดีและแล้ววกเข้าความหน่วงอีกรอบจากนั้นก็มาให้ความหวังแล้ว ตูม!!!! พีคกว่าคือสึกกี้ตายแล้ว แบบ ห้ะ!?!
    #10
    1
    • #10-1 amopa (@amopa) (จากตอนที่ 6)
      19 กรกฎาคม 2562 / 09:22
      55555555 อึ้ง อึ้ง อึ้งกันเลยทีเดียวเชียว
      #10-1