[HQ!! ONE-SHOT] All x All by AMOPA

ตอนที่ 1 : Kageyama x Hinata – Kiss Me or Die

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 209
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    28 ก.ค. 62

Kageyama x Hinata – Kiss Me or Die

 


วันที่หนึ่ง

 

          “คาเงยามะ เมื่อคืนฉันฝันแปลก ๆ ด้วย” ฮินาตะสะกิดเพื่อนสนิทตัวสูงโปร่งให้หันมาสนใจเขาขณะกำลังเดินเที่ยวศาลเจ้า


          “แปลกกว่านายยังมีอีกเหรอ” คาเงยามะหยอกเย้าตามประสา


          “ฉันฝันว่านายกับฉันจูบกัน”


          คาเงยามะร้องเสียงหลงไม่เป็นภาษาแล้ววิ่งไปหลบหลังยามากุจิที่เพิ่งเดินตามมา “อย่าเข้ามาใกล้ฉันนะเจ้าบ้า!


          “มันก็แค่ฝันน่า!” ฮินาตะพยายามควบคุมสถานการณ์ แต่ดูเขาก็ตื่นกลัวกับสิ่งที่พูดไปไม่แพ้กัน


          “โวยวายอะไรกัน น่ารำคาญจริง ๆ” สึกิชิมะเดินเข้ามาในวงสนทนาเพราะรู้สึกเหมือนว่ากำลังจะมีอะไรสนุกให้ทำแก้เบื่อหลังจากโดนลากมางานเทศกาลฤดูร้อนที่ศาลเจ้าซึ่งก็ไม่ค่อยอยากมาเท่าไหร่นัก


          “ฮินาตะฝันว่าจูบกับคาเงยามะอ่ะ” ยามากุจิตอบเพื่อนสนิท นั่นทำให้สึกิชิมะคิดแผนการชั่วร้ายออกภายในไม่กี่วินาที


          “มันมีเรื่องเล่าเรื่องหนึ่ง...” สึกิชิมะกดเสียงต่ำขณะโอบไหล่ฮินาตะให้มาฟังใกล้ ๆ “เขาว่ากันว่าถ้าฝันว่าจูบใคร คนนั้นจะตายภายในสามวัน”


          “หา?!” คาเงยามะและฮินาตะร้องออกมาพร้อมกัน


          “มันมีเรื่องเล่าแบบนั้นด้วยเหรอสึกกี้?” ยามากุจิถามออกมาซื่อ ๆ แต่โดนสึกิชิมะจ้องจนต้องเม้มปากเงียบไป


          “แล้วต้องทำยังไงล่ะ?” ฮินาตะเริ่มร้อนรน เพราะกลัวคาเงยามะจะตายไปจริง ๆ


          “พวกนายต้องจูบกันในชีวิตจริงเพื่อต่ออายุให้กัน”


          “เพ้อเจ้อ!” คาเงยามะร้องขึ้น สึกิชิมะยกมุมปากยิ้มพลางคิดในใจ ว่าแล้วเชียวว่ามันต้องไม่เชื่อ


          “ไม่เชื่อก็ตามใจนะ นายก็รอไปสามวัน ถ้าไม่ตายแปลว่าเรื่องเล่านั้นแหกตาเท่านั้นเอง” สึกิชิมะยกมือมาขยับแว่นแล้วจ้องไปที่คาเงยามะที่ยังทำท่าเหมือนยังไม่เชื่อ


          “ฉันจะไปถามสึกาวาระซัง” ฮินาตะหาตัวช่วย แต่โดนสึกิชิมะดึงคอเสื้อไว้


          “อยากโดนมองด้วยสายแปลก ๆ หรือไง?” สึกิชิมะหลุบตามองฮินาตะ “จู่ ๆ ไปบอกรุ่นพี่ว่า ผมฝันว่าจูบผู้ชายครับ คิดดูว่าพวกรุ่นพี่จะมองนายยังไง แถมคนในฝันดันเป็นราชาอีกด้วย คิดดูให้ดีนะฮินาตะ”


          “แต่ไม่เชื่อก็แล้วไป” สึกิชิมะปล่อยมือจากคอเสื้อฮินาตะ “ถ้าราชาตายภายในสามวันก็ดีเหมือนกัน ฉันอยากให้นายตายอยู่พอดีเลย”


          ว่าจบสึกิชิมะก็เดินจากไปพร้อมกับยามากุจิที่ยังงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ปล่อยให้คู่หูสัตว์ประหลาดยืนนิ่งจมดิ่งไปในความคิดเพียงลำพัง


          คาเงยามะและฮินาตะเดินกลับบ้านมาพร้อมกันหลังจากเที่ยวงานเทศกาล ทั้งสองหมดสนุกไปเพราะเรื่องราวโกหกที่สึกิชิมะเล่าซะเป็นตุเป็นตะ แม้จะเถียงกันมาตลอดทางว่าสิ่งที่สึกิชิมะพูดไม่ใช่เรื่องจริง แต่พอได้ยินคำว่า ตาย ก็พอทำให้ใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ได้เหมือนกัน


          “ไม่มีใครตายหรอกน่า!” คาเงยามะเค้นเสียงแล้วยกมือขึ้นมากุมขมับตัวเอง


          “มันจะยากอะไร ก็แค่ปากชนกัน” ฮินาตะยังเซ้าซี้


          “บอกว่าไม่ก็ไม่ยังไงล่ะ!






 

วันที่สอง

 

          ฮินาตะเดินไปแอบมองคาเงยามะที่ประตูห้องเรียนเพื่อเช็กว่าคาเงยามะยังมีชีวิตดีอยู่ แต่นี่มันก็เพิ่งวันที่สองเอง เด็กหนุ่มตัดสินใจเดินเข้าไปในห้องเพื่อช่วยกันหาทางออกกับเรื่องที่โดนคนอื่นปั่นหัวมา แถมยังไม่รู้ตัวอีก


          “อะไรอีก?” คาเงยามะถามด้วยอารมณ์บูด


          “เถอะน่า ฉันไม่อยากเป็นฆาตกรนะ”


          “ก็บอกว่าไม่ไง!” คาเงยามะลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไปเพราะรำคาญฮินาตะเต็มทน แต่ระหว่างที่กำลังเดินอยู่ที่โถงทางเดินนั้นก็พลันได้ยินนักเรียนหญิงกำลังจับกลุ่มคุยกันอย่างออกรส


          “เมื่อคืนก่อนฉันฝันว่าได้จูบไอซาว่า ทาเครุด้วยแหละ สามวันต่อมาทาเครุคุงเข้าโรงพยาบาลเลย เธอคิดว่านี่จะเป็นลางบอกเหตุหรือเปล่า”


          “หรือว่าหมอนั่นกำลังจะตาย?” เด็กสาวอีกคนกระซิบขึ้นเสียงแหบ นั่นทำให้คาเงยามะรีบวิ่งกลับไปที่ห้องเรียนของเขา แต่ไม่มีฮินาตะอยู่แล้ว เขาจึงวิ่งไปที่ห้องเรียนของเจ้าตัว แต่ไม่ทันจะพูดอะไรมากมาย ก็เอื้อมมือดึงคอเสื้อฮินาตะให้เดินตามไปอย่างเก้ ๆ กัง ๆ


          แม้ฮินาตะจะร้องถามตลอดทางว่าทำบ้าอะไรของนายแต่ก็ไม่ได้คำตอบที่ดีไปกว่า...


          “เงียบเถอะน่าเจ้าบ้า!” เขาตะคอกแล้วผลักฮินาตะเข้าไปในห้องส้วมก่อนเขาจะเดินตามเข้าไปพร้อมกับลงกลอน


          คาเงยามะยืนกอดอกจ้องหน้าอันหวาดกลัวของฮินาตะซึ่งไม่ต่างอะไรกับเหยื่อที่กำลังถูกนักล่าต้อนจนมุม เขาผ่อนลมหายใจแล้วโน้มตัวไปดึงฝาชักโครกลง แล้วกดไล่ของฮินาตะให้นั่งลงบนชักโครก ก่อนตัวเองจะคุกเข่าลงกับพื้น เขาช้อนตามองใบหน้าเล็กแสนน่ารักนั้นด้วยความคิดอันมากมายที่ตีกันยุ่งเหยิงอยู่ในหัว ส่วนฮินาตะเองเอาแต่จ้องกลับด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ เพราะเขาไม่เคยโดนคาเงยามะจ้องใกล้ขนาดนี้มาก่อน


          “ฉันได้ยินพวกผู้หญิงคุยกัน เธอฝันว่าได้จูบผู้ชายคนหนึ่ง สามวันต่อมาผู้ชายคนนั้นเข้าโรงพยาบาล” คาเงยามะเล่าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด


          “เป็นเรื่องจริงเหรอเนี่ย?” ฮินาตะถามเสียงแผ่ว


          “ไม่รู้ล่ะ ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันมีเรื่องที่อยากทำอีกเยอะแยะ จะไม่ยอมตายง่าย ๆ หรอก” คาเงยามะยกมือขึ้นไปประคองใบหน้าของฮินาตะ แล้วค่อย ๆ ยืดตัวขึ้นไป ใบหน้าของทั้งสองเริ่มมีระยะห่างน้อยลงเรื่อย ๆ จากสิบเซ็นเป็นห้าเซ็น จากห้าเซ็นเหลือหนึ่งเซ็น คาเงยามะพริ้มตาหลับเพราะยังทำใจไม่ได้กับสิ่งที่เขากำลังจะทำ ผิดกับฮินาตะที่มองใบหน้านั้นแทบไม่กระพริบตา


          เมื่อจมูกของคาเงยามะสัมผัสกับปลายจมูกของฮินาตะเขาก็เผลอลืมตาขึ้น จนได้เห็นดวงตากลมโตสีส้มนั้นชัด ๆ ในระยะเผาขน


          “แล้วจะลืมตาทำไมล่ะเจ้าบ้า!” คาเงยามะร้องขึ้นแล้วดันตัวเองออกไป


          “ก็ฉันไม่รู้ต้องทำยังไงนี่ ไม่รู้ว่าเวลาจูบเขาต้องหลับตาด้วย!


          “ให้ตายเถอะ!” คาเงยามะลุกขึ้นแล้วเปิดประตูห้อง ก่อนจะพาร่างสูงโปร่งนั้นวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว


          ฮินาตะยกมือทั้งสองมากุมหน้าตัวเองเพราะรู้สึกร้อนไปทั่วทั้งหน้า เขาไม่สามารถอธิบายว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไร แต่เมื่อกี้พวกเขายังทำภารกิจไม่สำเร็จ ยังเหลือแค่วันพรุ่งนี้วันสุดท้ายเท่านั้น ก่อนที่คาเงยามะจะเป็นอะไรไป


          เด็กหนุ่มเปิดประตูออกมาและก็ได้พบกับสึกิชิมะที่กำลังเอามือกุมเป้าตัวเองอยู่ เพราะตกใจที่เมื่อกี้จู่ ๆ คาเงยามะก็วิ่งพรวกพราดออกจากห้องน้ำขณะที่เขากำลังฉี่อยู่


          “อย่างงี้นี่เอง” สึกิชิมะว่าขึ้นเมื่อเห็นฮินาตะ เขาก้มลงไปรูดซิบอย่างบรรจงแล้วเดินไปที่อ่างล้างมือ


          “ฉันยังเหลืออีกหนึ่งวันใช่ไหมสึกิชิมะ”


          “ก็นึกว่าพวกนายจัดการไปแล้วซะอีก” สึกิชิมะสลัดน้ำออกจากมือ “ถ้าไม่รีบจัดการ เกิดราชานั่นตายขึ้นมาไม่รู้ด้วยนะ” ว่าจบร่างสูงใหญ่ก็เดินออกจากห้องน้ำไปโดยไม่หันมาสบตา เพราะไม่อยากให้ฮินาตะเห็นว่าเขากำลังกลั้นขำจนหน้าบิดเบี้ยวหมดแล้ว


          กิจกรรมชมรมดำเนินไปตามปกติและแยกย้ายกันกลับเวลาหกโมงเย็น คาเงยามะและฮินาตะมองหน้ากันไม่ติดตั้งแต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องน้ำ จนส่งผลกระทบต่อการฝึกซ้อมไปด้วย ซาวามุระต่อว่าฮินาตะไปหลายครั้งเรื่องสมาธิหลุด แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาตั้งใจขึ้นมากนัก เพราะภาพใบหน้าของคาเงยามะที่กำลังยื่นเข้ามาใกล้เพื่อจูบยังคงตราตรึง


          “ถ้าไม่รีบ พรุ่งนี้จะมีคนตายเอานะ” สึกิชิมะพูดส่งท้ายก่อนจะเดินนำยามากุจิจากไป





 

วันที่สาม


          คาเงยามะวิ่งมาถึงโรงยิมในเวลาตีห้าเพราะกลัวตายจนนอนไม่หลับตลอดคืน ไม่คิดเลยว่าคำพูดของสึกิชิมะจะมีผลกับเขาขนาดนี้ แถมยังเป็นเรื่องที่เหลือเชื่ออีกต่างหาก แต่มันก็เหลือเชื่อตั้งแต่เจ้าบ้าฮินาตะฝันว่าจูบกับเขาแล้ว เพราะวัน ๆ มีแต่ทะเลาะกัน อะไรที่ทำให้หมอนั่นฝันพิลึกพิลั่นขนาดนั้นได้


          “เอ๊ะ?” เสียงหนึ่งดังขึ้นทำเอาคาเงยามะถึงกับสะดุ้ง “ตื่นเช้าดีแฮะ”


          “แล้วนายล่ะ มาทำอะไรตั้งแต่เช้าขนาดนี้” คาเงยามะถามฮินาตะที่ดูเหมือนเมื่อคืนจะนอนไม่หลับเหมือนกัน


          “ฉันอยากออกมาวิ่งแต่เช้า” ฮินาตะโกหกออกไป เพราะเมื่อคืนเอาแต่นั่งหลอนเพราะกลัวว่าตัวเองจะเป็นฆาตกรเพียงแค่นอนฝัน


          คาเงยามะมองเสี้ยวหน้าหมอง ๆ ของฮินาตะ ซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าสถานการณ์ตอนนี้มันเป็นยังไงกันแน่


          “ถ้าฉันตายไป...”


          “นายจะไม่ตายเด็ดขาด ถ้านายไม่ได้ไปแข่งระดับประเทศกับฉัน นายต้องห้ามตาย!” ว่าจบฮินาตะก็ผลักคาเงยามะจนหลังเขาชนกับระตูโรงยิม “ฉันไม่สนหรอกนะว่านายจะคิดยังไง ฉันจะจูบนายเดี๋ยวนี้แหละ!


          “ดะ...เดี๋ยว!” คาเงยามะหลับตาปี๋พลางเม้มปากแน่น แต่ที่ริมฝีปากกลับไม่รู้สึกอะไร เขาค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมาก็พบว่าฮินาตะกำลังกำเสื้อเขาแน่นพร้อมกับเขย่งสุดขาพร้อมทำปากจู๋โดยที่ยังหลับตาปี๋อยู่


          “เจ้าบ้า! เตี้ยแล้วไม่เจียมอีก!” คาเงยามะร้องออกมาแล้วก้มหน้าลงไปประทับจูบกับเด็กหนุ่มร่างเล็กนั้นทันที


          ปากบางทั้งสองประกบกันเพียงแผ่วเบา สำหรับหนุ่มวัยใสสองคนแล้วมันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก จูบแรกไม่ว่า แต่ดันมาเสียจูบแรกให้ผู้ชายด้วยกันอีกต่างหาก นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย?


          คาเงยามะยกมือขึ้นมาผลักไหล่ของฮินาตะให้ถอยออกไปก็พลันได้เห็นใบหน้าอันแดงระเรื่องของฮินาตะ ทั้งสองเบนสายตาออกไปคนละทางด้วยอาการกระอักกระอ่วน


          “แค่นี้ก็จบแล้ว” ฮินาตะพูดเบา ๆ แล้วเดินเลี่ยงออกไปจากบรรยากาศอันอึดอัดนี้


          หลังเลิกเรียนก็ถึงเวลาทำกิจกรรมชมรมเหมือนอย่างเช่นเคย ไม่มีอะไรพิเศษหรือแปลกใหม่นอกจากคาเงยามะที่ดูสภาพเหมือนกำลังจะตายเนื่องจากไม่ได้นอนทั้งคืน แถมตอนเรียนก็งีบไม่ลงเพราะภาพที่ตัวเองจูบกับฮินาตะยังติดตา แม้กัปตันซาวามุระจะบอกให้ออกไปนั่งพักนอกสนาม แต่เขาก็ปฏิเสธเพราะอยากซ้อมให้หนัก ๆ จะได้ลืมเรื่องจูบเมื่อเช้าไปซะให้หมด


          “ฉันว่านายใกล้ตายแล้วล่ะราชา” สึกิชิมะทักขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าอันซีดเผือดของคาเงยามะ


          “อย่ามาพูดบ้า ๆ น่า! ก็เมื่อเช้าฉันกับฮินาตะ...”


          “หา?” สึกิชิมะป้องหูทำทีว่าไม่ได้ยิน


          แต่จู่ ๆ คาเงยามะก็ทรุดลงไปนอนกับพื้นทำเอาสึกิชิมะถึงกับถอยออกไป เด็กหนุ่มรีบวิ่งไปที่ขอบสนามแล้วหยิบผ้าขนหนูหลายผืนมาวางเรียงรอบ ๆ ร่างอันไร้สติของคาเงยามะ


          “อย่าเพิ่งเข้ามาในที่เกิดเหตุครับ!” สึกิชิมะร้องปรามทานากะและฮินาตะที่กำลังวิ่งเข้ามาดูอาการคาเงยามะ


          ซาวามุระเดินเข้ามาในโรงยิมหลังจากไปคุยกับอาจารย์ทาเคดะก็ได้พบกับคดีฆาตกรรมปริศนาที่สึกิชิมะจัดฉากขึ้นอย่างเป็นตุเป็นตะ


          “ทำบ้าอะไรของพวกแก!” ซาวามุระวิ่งตรงไปแหวกพวกที่ยืนมุงอยู่เอาซะแตกวง และก็ได้พบกับร่างอันอ่อนปวกเปียกของคาเงยามะนอนหน้าคว่ำอยู่ที่พื้นสนามพร้อมกับผ้าขนหนูที่ถูกวางล้อมรอบเหมือนเป็นสถานที่เกิดเหตุซะอย่างนั้น


          “คาเงยามะตายแล้วครับ!” ฮินาตะร้องขึ้นพร้อมน้ำตาทำเอาทุกคนถึงกับร้อง หา? ออกมาพร้อมกัน

 


          คาเงยามะถูกหามส่งห้องพยาบาล โดยซาวามุระสั่งห้ามไม่ให้ใครเข้าไปยุ่งเด็ดขาดก่อนจะเกิดเรื่องบ้าบออะไรขึ้นอีก เด็กหนุ่มรู้สึกตัวอีกครั้งหลังจากนอนพักผ่อนไปได้พอสมควรแล้ว เขาจ้องเพดานห้องพยาบาลพลางคิดจินตนาการไปไกลว่าตัวเองตายแล้ว แต่มานอนป่วยในห้องพยาบาลโลกหลังความตายอีกที คิดได้แบบนั้นก็สบายใจเพราะอย่างน้อยก็ตายแบบไม่ทรมาน เขาพลิกตัวนอนตะแคงแล้วก็พลันได้พบกับเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังนอนเล่นเกมมือถืออยู่เตียงข้าง ๆ


          “ป่วยจริงหรือโดดเรียนล่ะ?” เด็กหนุ่มคนข้าง ๆ ถามขึ้นขณะสายตายังจับจ้องไปที่โทรศัพท์มือถือ “ฉันแกล้งป่วยเพื่อโดดเรียนมาเล่นเกมมือถือในห้องพยาบาลบ่อย เมื่อวันก่อนฉันก็แกล้งบอกว่าเข้าโรงพยาบาล”


          เด็กหนุ่มกดหยุดเกมแล้วหันมามองคาเงยามะ “โทษทีฉันชื่อไอซาว่า ทาเครุ นายล่ะ?”

 

          “เมื่อคืนก่อนฉันฝันว่าได้จูบไอซาว่า ทาเครุด้วยแหละ สามวันต่อมาทาเครุคุงเข้าโรงพยาบาลเลย เธอคิดว่านี่จะเป็นลางบอกเหตุหรือเปล่า”

 

          ไอ้บ้าสึกิชิมะ ไอ้บัดซบ...

 



- จบ -

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

12 ความคิดเห็น

  1. #12 fxxkthisfeeling (@ri-chan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 10:26
    ฮื้ออ กลั้นขำแทบตาย
    สึกกี้ร้ายกาจจีงๆ
    #12
    1
    • #12-1 amopa (@amopa) (จากตอนที่ 1)
      9 สิงหาคม 2562 / 16:25
      55555 สงสารน้อง ๆ ที่โดนหลอกจริง ๆ
      #12-1
  2. #8 Horizonpf (@puifly) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 17:56
    สึกกี้อย่างร้ายยย ขำเงะตอนบ่นสึกกี้ในใจมาก 55555555
    #8
    1
    • #8-1 amopa (@amopa) (จากตอนที่ 1)
      3 มีนาคม 2562 / 18:23
      ป่านนี้ไม่รู้ว่าฮินาตะรู้ตัวยังว่าโดนหลอก 5555
      #8-1
  3. #3 Creator Happy Invulnerable (@Beautiful_Hair) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:35
    อ่านไปฮาไป สึกกี้ร้ายกาจ 55555+
    #3
    1
    • #3-1 amopa (@amopa) (จากตอนที่ 1)
      26 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:36
      คู่หูสัตว์ประหลาดนี่เค้าก็ซื่อเกิ๊น 5555
      #3-1