[Fic Haikyuu] TsukiKage - Highest

ตอนที่ 5 : แข็งขัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 249
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    8 ก.พ. 62

          ฮินาตะกับยามากุจินั่งกินซาลาเปาอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อที่โค้ชอุไคทำงานอยู่ พวกเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีไปไหนมากันบ่อยกว่าไปกับเพื่อนสนิทของตัวเองซะอีก ฮินาตะชอบบ่นว่าคาเงยามะช่วงนี้ขี้เหวี่ยง เลยไม่อยากอยู่ใกล้ ส่วนยามากุจิคงไม่บ่นอะไรสึกกี้มาก คงแค่อยากหาเพื่อนเล่นช่วงปิดเทอม เพราะสึกกี้เป็นคนติดบ้านสุด ๆ

          “นายว่าช่วงนี้สึกกี้กับคาเงยามะทำตัวแปลก ๆ หรือเปล่า” ยามากุจิถามฮินาตะที่กำลังเคี้ยวซาลาเปาตุ้ย ๆ

          “เหย็น-บยอก-ยาก-เอ็น-เอื้อน-กัน” ฮินาตะตอบทั้ง ๆ ที่ยังเคี้ยวซาลาเปาอยู่เต็มปาก

          “กลืนก่อนค่อยพูดก็ได้”

          “เห็นบอกอยากเป็นเพื่อนกัน” ฮินาตะยกน้ำส้มกระป๋องขึ้นมาดื่มเพราะรู้สึกเหมือนซาลาเปาติดคอ “ก็คงอยากสงบศึกกันล่ะมั้ง ทะเลาะกันมาตั้งปีแล้ว อีกอย่างสองคนนั่นเล่นเข้าขากันมากขึ้นด้วยนะ บางทีฉันยังอิจฉาเลย”

          “ไอ้เรื่องนั้นมันก็ใช่อยู่หรอก แต่นายไม่ได้สังเกตบ้างเหรอว่าสองคนนั่นกุ๊กกิ๊กกันมากขึ้น”

          “หืม...มันเหมือนดุ๊กดิ๊กป่ะ ฟังแล้วเหมือนหมายังไงก็ไม่รู้” ฮินาตะทำท่าเหมือนหมาส่ายหางดุ๊กดิ๊ก

          “ก็ฉันบังเอิญไปเห็นสองคนนั่นกินข้าวกล่องเดียวกันน่ะสิ ผู้ชายสองคนกินข้าวกล่องเดียวกันมันแปลก ๆ นา...”

          “หุบปากยามากุจิ” จู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับสะดุ้ง

          “โทษทีสึกกี้” ยามากุจิขอโทษออกไปอย่างอัตโนมัติ

          “นี่นายกำลังคบกับคาเงยามะเหรอ” ฮินาตะเงยหน้าถามร่างสูงใหญ่ที่กำลังเดินเข้ามา

          สึกิชิมะหรี่ตามองฮินาตะจนเด็กหนุ่มถึงกับกระโดดไปหลบหลังยามากุจิที่ตื่นกลัวไม่แพ้กัน

          “ราชาไม่ยอมเสียเอกราชให้ใครหรอก” สึกิชิมะโบกมือไปมา แต่ก็ไม่แน่ใจว่าทึ่ม ๆ อย่างฮินาตะจะเข้าใจคำว่า เอกราช ในความหมายของสึกิชิมะหรือเปล่า แต่ทว่ายามากุจิกลับหน้าแดงไปก่อนแล้ว

          “เอก...อะไรนะ?” ฮินาตะสะกิดไหล่ยามากุจิที่สมองโลดแล่นไปถึงไหนแล้ว “ยามากุจิ สนใจฉันก่อนสิ!

          สึกิชิมะทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ ยามากุจิแล้วเหยียดขาตรงพลางเอามือค้ำไปด้านหลัง ซึ่งเป็นท่านั่งที่บ่งบอกว่าตอนนี้สึกิชิมะกำลังอยู่ในภาวะทิ้งตัวแบบสุด ๆ ผิดกับทุกครั้งที่เขาจะชอบนั่งชันเข่าแล้วทำหน้ามุ่ยอยู่ตลอดเวลา

          “ฮินาตะ!” คาเงยามะร้องขึ้นขณะถือลูกวอลเลย์วิ่งตรงมายังกลุ่มพวกเขาที่นั่งกันอยู่ “ไปซ้อม!

          “โอ๊ส!” ฮินาตะกระโดดขึ้นด้วยความตื่นเต้นแล้ววิ่งตามคาเงยามะที่หันหลังเดินจากไปทันทีเมื่อเรียกฮินาตะเสร็จ โดยไม่ได้ชายตามองสึกิชิมะเลยด้วยซ้ำ

          “ทะเลาะกันเหรอสึกกี้?” ยามากุจิถามขึ้นเมื่อบรรยากาศเมื่อกี้มันมาคุแปลก ๆ

          “หนวกหูน่ายามากุจิ” สึกิชิมะถอนหายใจแล้วเหม่อมองออกไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย



 

          อาจารย์ทาเคดะและโค้ชอุไคอยากให้สมาชิกในชมรมไปคลายเครียดก่อนการแข่งใหญ่จะเริ่มขึ้น เพราะก่อนจะผ่านไปยังอินเตอร์ไฮน์ยังต้องเจอกับทีมแข็งอย่างอาโอบะโจไซและชิราโทริซาวะ จึงอยากให้มีการออกแคมป์เพื่อรีแล็กซ์บ้าง อาจารย์ทาเคดะติดต่อโรงเรียนมัธยมต้นแห่งหนึ่งไว้เพื่อใช้เป็นบู๊ทแคมป์ในการฝึกครั้งนี้ ซึ่งโรงเรียนดังกล่าวตั้งอยู่กใกล้กับอ่าวมัทสึชิมะ* สถานท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดมิยางิ

          “หนาวโว้ย!” ทานากะร้องเพื่อระบายความหนาว แต่ก็ไม่ได้ผลมากนัก แม้จะใกล้ฤดูใบไม้ผลิแล้ว แต่ภูมิประเทศแถวนี้เป็นที่โล่งกว้างติดมหาสมุทร อากาศจึงหนาวเป็นพิเศษ

          “เดี๋ยวเที่ยง ๆ ก็ร้อนแล้ว ไม่ต้องรีบบ่นหรอก” เอ็นโนชิตะตีไหล่ของทานากะ

          “บู๊ทแคมป์คือการเรียกความ แข็งขัน ไม่ใช่เหรอ แต่ทำไมมันชวน หด ได้ขนาดนี้ล่ะเนี่ย” นิชิโนยะห่อไหล่ขณะเดินลงมาจากรสบัส

          “นิชิโนยะซังยัง แข็ง อยู่เหรอครับ” สึกิชิมะแซวขณะเดินตามลงมา

          “เมื่อไหร่นายจะตายสักทีสึกิชิมะ” นิชิโนยะกระแทกศอกเข้าที่สีข้างของสึกิชิมะทำเอาจุกพอสมควร

          “อู้หู! ทะเล!” ก็คงจะมีฮินาตะคนเดียวที่ตื่นเต้นกับการมาฝึกซ้อมนอกสถานที่ครั้งนี้ หลายคนก็สงสัยอยู่ว่าระบบประสาทเจ้าหมอนั่นพังไปหมดแล้วเหรอ ถึงไม่รู้ร้อนรู้หนาวเหมือนชาวบ้านเขา

          คาเงยามะลงมาจากรถเป็นคนสุดท้ายแล้วยืดเส้นยืดสายเพราะหลับมาตลอดทาง ระหว่างนั้นก็แอบชำเลืองมองสึกิชิมะครู่หนึ่งจนเจ้าตัวหันมาสบตา

          “โอ้โห! ราชาเขา แข็งขัน แต่เช้าเลยนะครับ  ฮ่า ๆ” สึกิชิมะหัวเราะออกมา ทำเอาทานากะกับนิชิโนยะขำตาม เพราะคาเงยามะไม่ทันสังเกตว่าเป้ากางเกงของเขามันตุงเพราะระบบฮอร์โมนในร่างกายทำงานตั้งแต่เช้า

          “ไปหาห้องน้ำเข้าซะไป๊! ฮ่า ๆ” ทานากะร้องขึ้นพลางยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาเพราะขำจนท้องคัดท้องแข็ง

          “เจ้าคนลามก” ฮินาตะว่าขณะเขยิบเข้าไปเบียดเอ็นโนชิตะที่เอาแต่กุมหัวตัวเอง เพราะไม่รู้จะด่าพวกนี้ยังไงดี ถ้าเป็นซาวามุระซังคงจะจัดการพวกนี้ได้ตั้งแต่สึกิชิมะอ้าปากแล้ว



          การฝึกซ้อมในวันแรกเป็นไปด้วยความสนุกสนาน เพราะเนื่องจากปีสามขาดไปตั้งสามคน เพื่อน ๆ ของโค้ชอุไคเลยมาแจมด้วย แต่ก็บ่นกันขรมเลยว่าเด็ก ๆ พัฒนาขึ้นมากถ้าเทียบกับตอนแรกที่มาช่วยซ้อมครั้งแรก หลังจากซ้อมเสร็จก็มีการตั้งวงเล็กน้อยของกลุ่มผู้ใหญ่ ส่วนเด็ก ๆ ก็ดื่มน้ำผลไม้ไปตามระเบียบ แต่เหมือนทานากะกับนิชิโนยะก็แอบดื่มไปบ้างเล็กน้อยเพราะความซน

          “เรามาเล่นเกมกัน” ทานากะว่าขณะยกขวดเบียร์เปล่าขึ้นมา “เกมหมุนขวด Two or Damn

          Truth or Dare ครับ” สึกิชิมะชวยแก้ให้

          “เออน่ะ...มาเล่นกัน เราจะใช้ขวดนี้สุ่มแทน ใครจะเล่นกับฉันบ้าง มาตั้งวงเลย” หลังทานากะพูดจบ ดูเหมือนจะได้รับความสนใจพอสมควร เพราะทั้งหมดมาตั้งวงรวมกันยกเว้นกลุ่มของโค้ชอุไคที่เมารั่วกันอยู่อีกฝั่ง

          “เพื่อความหฤหรรษ์ ฉันจะตั้งโจทย์ก่อนแล้วค่อยหมุนสุ่ม” ทานากะวางขวดเบียร์ลงบนพื้น “คนที่โดนปากขวดชี้จะต้องตอบคำถามว่า ตอน ม.ต้น เคยมีแฟนมากี่คน”

          ว่าจบทานากะก็หมุนขวด ทั้งวงลุ้นกันสุดขีดว่าคำถามนี้จะตกไปที่ใคร

          “คิโนชิตะ!” ทานากะร้องขึ้นแล้วชี้ไปที่คิโนชิตะที่เริ่มหน้าแดง

          “ไม่เคยมีน่ะสิ มีแต่ไปแอบชอบเขา” คิโนชิตะตอบพลางยกมือขึ้นมาเกาหัวแก้เขิน แต่ก็ได้คำปลอบใจไปมากโขอยู่

          “คนที่โดนปากขวดชี้...” นิชิโนยะว่าขณะโน้มตัวลงไปจับขวด “จะต้องหอมแก้มคนที่นั่งอยู่ซ้ายมือของตัวเอง”

          “เฮ้ย!” มีเสียงประท้วงขึ้นแต่ไม่เป็นผล เพราะนิชิโนยะหมุนขวดแล้ว

          ทั้งวงแทบจะหยุดหายใจเพราะลุ้นว่าโชคร้ายนี้จะไปตกที่ใคร ยิ่งลุ้นยิ่งรู้สึกว่าการหมุนควงของขวดเบียร์มันเนิ่นนานเป็นศตวรรษ อากาศที่เคยเย็นยะเยือกกลับร้อนรุ่มขึ้นมาในทันที

          “อ๊า!” ฮินาตะร้องขึ้นทันทีเมื่อการหมุนอันยาวนานสิ้นสุดลง

          “เอามือถือมาดิ๊!” ทานากะดึงมือถือมาจากยามากุจิเพื่อทำการถ่ายคลิป “เอาเลย ๆ”

          “จำไปจนวันตายแน่ฮินาตะ ฮ่า ๆ” เอ็นโนชิตะว่าขณะมองปลายขวดเบียร์ที่ชี้ไปทางสึกิชิมะ และคนที่นั่งทางซ้ายมือของสึกิชิมะคือฮินาตะ

          “เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นไม่ได้เหรอครับ?” ฮินาตะถามขึ้นพลางเอามือดันไหล่ของสึกิชิมะที่ยังนั่งอึ้งอยู่

          “ไม่ได้ ไม่งั้นจะต้องโดนลงโทษโดยการวิ่งแก้ผ้าบนชายหาด!” นิชิโนยะตั้งกฎเองโดยไม่ถามถึงสุขภาพสักคำ

          “แค่หอมแก้มใช่ไหมล่ะ” สึกิชิมะหันไปหาฮินาตะที่ตั้งท่าเหมือนกำลังจะเผ่นหนี “ถ้าเลือกจะมาเล่นก็ต้องทำสิ มานี่!” เด็กหนุ่มคว้าตัวฮินาตะเข้ามาใกล้ ๆ แล้วเล็งที่แก้มสักครู่ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มใสนั้นหนึ่งฟอด ทำเอาพวกรุ่นพี่หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง มิหนำซ้ำ...ทานากะยังถ่ายคลิปไว้อีก ไม่นานนักทั้งสองก็ดีดตัวออกจากกันแล้วยกมือขึ้นมาปาดเอาเชื้อโรคออกกันจ้าละหวั่น

          เมื่อเล่นกันพอหอมปากหอมคอก็ถึงเวลาแยกย้ายกันไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการซ้อมในวันพรุ่งนี้ โค้ชอุไคเตือนว่าวันนี้อย่าหักโหมร่างกายจนเกินไป เพราะโปรแกรมที่ใช้ฝึกตอนเช้าเป็นโปรแกรมฝึกสมรรถภาพ แถมตอนกลางวันอากาศร้อนมากจนทำให้เสียเหงื่อไปมากกว่าปกติ

          สึกิชิมะเดินออกจากห้องน้ำคนสุดท้ายเพราะรำคาญทานากะและฮินาตะโวยวายเวลาอาบน้ำเลยขอมาอาบคนสุดท้าย ระหว่างเดินตามโถงทางเดินที่เงียบสงัดอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงคาเงยามะที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ในห้องมืด ๆ ที่ถูกแง้มประตูไว้

          “ครับ...โค้ชบอกอีกสองวันครับ สวัสดีครับ” คาเงยามะกดวางสายแล้วเดินดุ่ม ๆ มาที่ประตู แต่ก็ต้องหยุดเดินเพราะเจอสึกิชิมะยืนขวางไว้อยู่

          “เพิ่งรู้นะเนี่ย ว่าราชาเคยไล่เปิดกระโปรงเพื่อนผู้หญิงสมัยประถมด้วย” สึกิชิมะแซวหลังจากได้รู้ความลับจากการเล่นเกม

          “แล้วหอมแก้มฮินาตะเป็นไงล่ะ ท่าจะสดชื่นน่าดูเลยนะ” คาเงยามะยกมือขึ้นมากอดอกพลางจ้องหน้าสึกิชิมะ

          “นายกำลังหงุดหงิดอยู่สินะ” สึกิชิมะเอาหลังดันประตูห้อง

          “ฉันไม่ได้หงุดหงิด” คาเงยามะย่นคิ้ว

          “แน่ใจ?” สึกิชิมะค่อย ๆ เดินตรงเข้าไปหาคาเงยามะที่ไม่ได้มีท่าทีว่าจะยกมือขึ้นมาปัดป้องเหมือนทุกครั้ง “ทำไมไม่ยกมือมาบังเหมือนทุกครั้งล่ะราชา”

          “ฉันเคยปกป้องตัวเองจากนายได้เหรอ”

          “โห...” สึกิชิมะเปรยออกมาแล้วเอื้อมมือไปจับบั้นเอวบางตรงหน้า คาเงยามะตกใจจนรีบปัดมือใหญ่นั้นออกทันที ทำเอาสึกิชิมะหลุดขำออกมาโดยไม่รู้ตัว

          “มีอะไรน่าขำ?”

          “คาเงยามะ...” สึกิชิมะเรียกชื่อคาเงยามะทำเอาหัวใจของเขาเต้นแรง น้อยนักที่เขาจะถูกเรียกด้วยชื่อนี้จากปากคนที่เรียกเขาว่า 'ราชา' มาตลอด “ฉันล่ะหลงนายจริง ๆ” ว่าจบสึกิชิมะก็พุ่งตัวเข้าไปโอบเอวบางนั้นแน่น จมูกโด่งจรดลงที่ขมับขวาของคาเงยามะก่อนจะค่อย ๆ ไล่ลงมาที่แก้มนุ่ม

          “หอมฮินาตะไปแล้วจะมาหอมฉันต่อเหรอ โลภมากไปนะ” คาเงยามะมองค้อน

          “นายหงุดหงิดจริง ๆ ด้วย” สึกิชิมะเลื่อนจมูกของตัวเองมาจรดที่ปลายจมูกของคาเงยามะแล้วประทับจูบไปหนึ่งที

          คาเงยามะลืมตาขึ้นมามองสึกิชิมะครู่หนึ่งแล้วยกมือขึ้นมาประคองใบหน้าซีดเซียวตรงหน้าลงมารับจูบจากเขา สึกิชิมะตกใจเล็กน้อยที่วันนี้คาเงยามะเริ่มจูบเขาก่อน ลิ้นเล็ก ๆ ของคาเงยามะค่อย ๆ สอดเข้าไปในช่องปากของเขาอย่างเก้ ๆ กัง ๆ สึกิชิมะอ้าปากรับสิ่งที่มือใหม่กำลังพยายามทำอย่างเต็มใจ

          “อึ...” คาเงยามะถอนปากตัวเองออก เพราะอายที่ตัวเองทำไม่ได้เรื่อง “ห่วยแตกจริง ๆ” เขาตำหนิตัวเองขณะยกแขนขึ้นมาเช็ดปาดตัวเอง

          สึกิชิมะยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาประคองกรามคาเงยามะ แล้วไล่นิ้วโป้งตั้งแต่มุมปากมาจรดริมฝีปากล่าง เขาออกแรงกดนิ้วโป้งลงเล็กน้อยเพื่อให้ช่องปากของคาเงยามะเปิดออก

          “อย่าไปฝืนมัน” ว่าจบสึกิชิมะก็ตวัดลิ้นอุ่น ๆ บริเวณริมฝีปากล่างของคาเงยามะเพื่อให้ผ่อนคลายแล้วค่อย ๆ สอดลิ้นเข้าไปอย่างใจเย็น ปากของทั้งสองเริ่มบดเบียดกันหนักหน่วงมากขึ้น จังหวะหายใจเริ่มสอดประสานกันราวกับใช้ลมหายใจเดียวกัน สึกิชิมะครางในลำคอทำให้หัวใจของคาเงยามะล่องลอยไปไกล

          สึกิชิมะค่อย ๆ ดันร่างบางนั้นให้ไปพิงกับตู้ล็อคเกอร์ ซึ่งก็เพิ่งมารู้ตอนนี้แหละว่าห้องนั้นคือห้องล็อคเกอร์ ร่างอันอ่อนปวกเปียกของคาเงยามะค่อย ๆ สไลด์ลงไปนั่งโดยมีสึกิชิมะย่อตามลงไป

          “ฮ่า...” คาเงยามะหอบหายใจเพื่อสูดเอาอากาศหลังจากหมดไปกับการจูบอันหนักหน่วง เขารู้สึกเหมือนร่างกำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ความรู้สึกนี้มันคืออะไรกัน แต่ไม่ทันจะได้พักหายใจหายคอ ร่างกายเขาก็ต้องหดเกร็งอีกครั้งเพราะมือเย็น ๆ ของสึกิชิมะล้วงเข้าไปในกางเกงของเขา

          “ยะ...เย็น”

          “โทษที เวลาฉันตื่นเต้นมือฉันจะเย็น” สึกิชิมะกระซิบที่ข้างหูแล้วค่อย ๆ สัมผัสจุดอ่อนไหวของคาเงยามะช้า ๆ จนเด็กหนุ่มเผลอร้องครางออกมา นี่เขาจะต้องมามีอะไรกับผู้ชายในห้องล็อคเกอร์ของโรงเรียนมัธยมต้นจริง ๆ น่ะเหรอ เจ้าบ้าสึกิชิมะจะอุกอาจเกินไปแล้ว

          “อ๊า” คาเงยามะรีบยกมือขึ้นมาปิดปากของตัวเองเพราะมือเย็นนั้นเริ่มทำสิ่งที่เขาเคยทำเองคนเดียวมาตลอด 

          สึกิชิมะที่นั่งคุกเข่าอยู่ก็สอดเข่าเข้าไปใต้ขาของคาเงยามะเพื่อให้ร่างกายทั้งสองใกล้ชิดกันมากกว่าเดิม จากนั้นก็เอามือล้วงสิ่งที่อยูในกางเกงของเขาออกมานาบกับของที่มีอยู่ก่อนแล้ว มือใหญ่นั้นค่อย ๆ นวดคลึงขึ้นลงเบา ๆ ทำเอาร่างบางข้างล่างถึงกับสั่นสะท้านด้วยความเสียวซ่าน

          “ให้มันจบสักทีเถอะ” คาเงยามะมองชายหนุ่มที่ครอบครองร่างกายของเขาด้วยสายตาเว้าวอน

          “ตามพระบัญชา” สึกิชิมะกระซิบเบา ๆ แต่ผิดกับมือของเขาที่เร่งจังหวะขึ้นทำเอาซะหัวใจแทบหยุดเต้น คาเงยามะพยายามเอามือข้างหนึ่งมาอุดปาก ส่วนอีกมือก็กำเสื้อยืดของชายตรงหน้าอาไว้แน่น ร่างกายทุกส่วนของเขาเริ่มหดเกร็งเพราะมันใกล้ถึงเวลาสิ้นสุดแล้ว ใบหน้าของสึกิชิมะเริ่มบิดเบี้ยว คิ้วทั้งสองเริ่มขมวดกันแน่น เสียงหอบหายใจเริ่มดังถี่ขึ้นเคล้าเสียงครางเบา ๆ

          “อื้อ!” คาเงยามะกัดฟันแน่นเมื่อถึงจุดที่คิดว่ามันจบแล้ว...จบลงสักที ตอนนี้ในหัวของเขาโล่งไปหมด คิดอะไรไม่ออกแล้ว เหมือนความทรงจำเมื่อกี้จะขาดหายไปชั่วขณะ ก่อนความรู้สึกผิดชอบชั่วดีค่อย ๆ ถ้าโถมเข้ามาหลังจากได้สติ

          สึกิชิมะดึงผ้าขนหนูผืนเล็กที่พาดคอเขามาตลอดลงมาเช็ดทำความสะอาดหน้าท้องของคาเงยามะแล้วช่วยใส่กางเกงเข้าที่เดิม เขาจ้องมองใบหน้าที่แดงระเรื่อนั้นสักครู่แล้วโน้มลงไปหอมหน้าผากอุ่นเบา ๆ

          “นายกลับไปก่อน เดี๋ยวคนอื่นสงสัย” สึกิชิมะพยุงร่างบางนั้นขึ้นยืนแล้วพาเดินออกไปที่ประตู



          คาเงยามะเดินกลับมาที่ห้องนอนรวมที่ตอนนี้มีคนนอนซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มกันไปหลายคน เขาพยายามเดินให้ปกติที่สุด แต่เอาจริง ๆ ขาทั้งสองข้างของเขาแทบไม่มีแรง ตาก็จะปิด แม้อากาศโดยรอบจะหนาวเย็น แต่ภายในร่างกายของเขาร้อนแทบลุกเป็นไฟ

          “คาเงยามะ นายไม่สบายเหรอ หน้าแดงเชียว” ยามากุจิทักขึ้นขณะเดินมาพยุง

          “ฉันไม่เป็นไร” คาเงยามะตอบออกไปขณะทรุดตัวลงนั่งบนฟูกของตัวเองแล้วยกมือขึ้นมากุมหัว

          “ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าไปออกกำลังกายอย่างอื่นต่ออีก” โค้ชอุไคเดินมานั่งยอง ๆ ขณะสังเกตอาการของคาเงยามะอย่างใกล้ชิด “ยามากุจิ...ไปชงเกลือแร่มาเพิ่ม เอาผ้าชุบน้ำมาด้วย รายนี้ท่าจะหนัก”

          “แบบนั้นก็นับว่าเป็นการออกกำลังกายนะคาเงยามะคุง” อาจารย์ทาเคดะพูดขณะคลำตามเนื้อตัวที่ร้อนรุ่มของคาเงยามะ

          “ไม่รู้จักฟังกันเลย แล้วทำไมต้องมา ชู้วู้ พร้อมกันเกือบทั้งทีมขนาดนี้” โค้ชอุไคว่าขณะมองไปที่พวกคนป่วยที่นอนซุกใต้ผ้าห่ม ก่อนที่คาเงยามะจะกลับมานั้นมีหลายคนมีอาการเหมือนเขาเพราะไปฝืนร่างกายทำอย่างอื่นทั้ง ๆ ที่โค้ชเตือนแล้ว เลยลำบากยามากุจิและฮินาตะต้องวิ่งไปชงน้ำเกลือแร่ให้เพื่อรักษาอาการขาดน้ำ

          “หวังว่าสึกิชิมะคงไม่กลับมาในสภาพนี้หรอกนะ” โค้ชอุไคบ่นพึมพำ นั่นทำเอาคาเงยามะถึงกับรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาดื้อ ๆ ก็เจ้าบ้านั่นแหละคือตัวการเลย “นี่มันฤดูผสมพันธุ์ของคาราสุโนะหรือไงกัน 'แข็งขัน กันสมใจเลย”

          “แหม...เด็ก ๆ เขายังหนุ่มยังแน่นอยู่นี่ครับ” อาจารย์ทาเคดะว่าอย่างอารมณ์ดี “อ้าว...สึกิชิมะก็อีกคนเหรอเนี่ย” อาจารย์ทาเคดะถึงกับทำหน้าเหนื่อยหน่ายเมื่อสึกิชิมะกลับเข้ามาในห้องในสภาพที่ไม่ต่างจากคนอื่นเท่าไหร่นัก

          “ทำไมเหรอยามากุจิ?” ฮินาตะถามขณะนั่งมองเพื่อนและรุ่นพี่ที่กำลังนอนหมดสภาพ

          “อ๋อ...ก็วันนี้พวกเราเสียเหงื่อกันไปเยอะเพราะโปรแกรมการฝึกของโค้ช แถมแถวนี้ตอนกลางวันอากาศร้อนมาก โค้ชเตือนว่าอย่าไปทำกิจกรรมอย่างอื่นที่เสียเหงื่อมากกว่านี้ อาจจะทำให้ร่างกายร้อนขึ้นเพราะเข้าสู่ภาวะขาดน้ำ เราเลยต้องไปชงน้ำเกลือแร่มาไงล่ะ”

          “แล้วพวกนี้ไปออกกำลังกายกันตอนไหน ทำไมฉันไม่เห็นรู้เลย?”

          “เอ่อ...” ยามากุจิยกมือขึ้นมาเกาแก้มเบา ๆ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ฮ่ะ ๆ”



 

          การซ้อมอีกวันเริ่มต้นในช่วงสาย เพราะเมื่อคืนล้มตายกันไปมากพอสมควรเนื่องจากไม่ยอมฟังคำเตือนของโค้ช แต่คนที่อาการหนักที่สุดคงจะเป็นคาเงยามะที่เหมือนจะมีไข้หน่อย ๆ ฮินาตะแซวว่าคนบ้าไม่น่าจะเป็นไข้นะแล้ววิ่งหนีไป มีแต่การสาปแช่งตามหลังว่าถ้าหายไข้ฉันจะฆ่านาย

          “นิชิโนยะซัง แค่นี้ก็เหนื่อยแล้วเหรอครับ ไหนบอกว่าอยาก แข็งขัน ไงครับ ฮ่า ๆ” สึกิชิมะร้องแซวนิชิโนยะที่นอนหน้าคว่ำลงกับพื้นสนามหลังใช้ท่าโรลลิ่งธันเดอร์ ขณะยืนดื่มน้ำเกลืออยู่ข้างสนาม

          “เงียบปากไปเลยเจ้าสี่ตา!” นิชิโนะยะร้องสวนขึ้นมา

          “ฮ่า ๆ!” ทานากะระเบิดหัวเราะออกมา นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ที่เห็นด้วยกับคำพูดของสึกิชิมะ

          ไม่นานนักคาเงยามะก็เดินออกมาพักนอกสนามกับสึกิชิมะเพราะอาการไข้เล่นงาน โค้ชบอกว่าให้พักเลยแต่เขาไม่ยอมฟัง ไหน ๆ ก็มาฝึกซ้อมนอกสถานที่ทั้งที จะให้นอนได้อย่างไร

          “สึกิชิมะ” เขาเรียกเบา ๆ เพราะไม่มีแรงแม้จะออกเสียง

          “ฉันว่านายไปนอนพักดีกว่านะราชา” สึกิชิมะว่าขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าของคาเงยามะแดงไปด้วยพิษไข้

          “ที่ฉันเป็นแบบนี้ก็เพราะใครกันล่ะ” คาเงยามะนิ่วหน้า “เมื่อคืน...ถือว่าเรา...มีอะไรกันหรือเปล่า” เด็กหนุ่มถามออกมาโดยไม่มองหน้าคู่สนทนา

          “อืม” สึกิชิมะยกน้ำเกลือแร่ขึ้นมาดื่มเพราะจู่ ๆ ก็รู้สึกคอแห้งขึ้นมาเมื่อคิดถึงเรื่องเมื่อคืน “แค่ไม่สอดใส่ ตามทฤษฎีก็ถือว่ามีเซ็กส์กันอยู่ดี ทำไมถึงอยากมาถามเรื่องพวกนี้ตอนซ้อม ไม่กลัวคนอื่นได้ยินเข้าหรือไง”

          “ฉันก็แค่อยากเคลียร์กับนายให้มันจบ ๆ” คาเงยามะจ้องหน้าสึกิชิมะหลังจากที่หลบตาอยู่นาน “ที่ฉันยอมไม่ใช่เพราะฉันจะคบกับนายหรอกนะ แค่...แค่อารมณ์มันพาไป”

          สึกิชิมะถอนหายใจเพราะรู้อยู่แล้ว่าคาเงยามะจะพูดแบบนี้อย่างแน่นอน

          ถ้านายพยายามฝืนใจตัวเองอยู่ ฉันขอเตือนว่านายถลำลึกเกินไปแล้ว และถ้านายยังยืนยันว่าไม่อยากคบกันฉัน...ก็อย่าให้ฉันอยู่ใกล้นายอีก เพราะตอนจบมันจะไม่ใช่แค่แบบเมื่อคืน” สึกิชิมะวางขวดเกลือแร่ลงพื้น “ในคอร์ท...นายอยากใช้ความเป็นราชาบดขยี้ฉันแค่ไหนก็ได้ แต่ถ้าอยู่นอกคอร์ท...ฉันขอร้องล่ะ อย่าทำให้ฉันเจ็บปวดไปมากกว่านี้เลย ฉันจะตายอยู่แล้วนะราชา”

          “สึกิชิมะ...” คาเงยามะมองไปที่ดวงหน้าอันเศร้าหมองของสึกิชิมะ นี่เป็นครั้งแรกที่สึกิชิมะแสดงความอ่อนแอออกมาให้เขาเห็น เจ้าหมอนั่นกำลังจะร้องไห้จริง ๆ เหรอ ตรงนี้เลยเหรอ?

          “ฉันไปซ้อมต่อละ” สึกิชิมะดึงแว่นลงแล้วยกแขนขึ้นมาปาดน้ำตาก่อนมันจะไหลออกมาให้ใครเห็นเข้า จากนั้นก็เดินเข้าคอร์ทโดยไม่หันกลับมามองคาเงยามะอีก ซึ่งนั่นเป็นการพูดคุยเปิดใจเกี่ยวกับความสัมพันของเขาทั้งสองเป็นครั้งสุดท้ายก่อนการแข่งอินเตอร์ไฮน์...



* อ่าวมัทสึชิมะ (มัทสิชิม่า) สถานที่ท่องเที่ยวในเซ็นไดจังหวัดมิยางิ ข้อมูลท่องเที่ยวเพิ่มเติม คลิก

** อาการตื่นเต้นแล้วมือเย็นนั้นไรท์จะเป็นค่ะ ต้องเอามือมาถูกันตลอดก่อนจะทำอะไร ตอนประถมไรท์ได้มีโอกาสเป็นซอด้วงเอกเพื่อขึ้นเพลงให้วง แล้วเวลามือเย็นและชาจะทำให้สีซอลำบากมาก จนต้องลำบากเพื่อนในวงตีมือให้เพื่อให้เลือดมาเลี้ยงที่มือ

*** คำว่า 'แข็งขัน' มีความหมายที่ดีนะคะ แต่ไรท์เอามาเล่นคำให้เข้ากับสถานการณ์ในตอนเฉย ๆ ค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

40 ความคิดเห็น

  1. #7 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:39

    ฟินกว่าก่อนรีไรท์อีกค่ะแต่ชอบทั้งสองเวอร์ชันเลยย
    #7
    1
    • #7-1 amopa (@amopa) (จากตอนที่ 5)
      9 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:49
      มารอบนี้จัดเต็มเลยค่ะ ทั้งเนื้อเรื่องและฉากฟิน ๆ อิอิ
      #7-1
  2. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:59
    โอ้ยยย เป็นตอนที่อ่านไปยิ้มไปคนเดียว เขิลอ่าา555 ฟินมากกกก>///<แอบสงสารสึกิชิมะนิดนึงนะเนี่ยTT//

    ชอบเรื่องนี้มากค่ะ รอทุกวันเลย ขอบคุณที่อัพบ่อยมากๆเลยนะคะ
    #6
    1
    • #6-1 amopa (@amopa) (จากตอนที่ 5)
      8 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:48
      เขียนจบตอนนี้ไรท์หน่วงมาก ทำไมถึงทำร้ายสึกกี้ 555 เราชักจะซาดิสม์เกินไปล๊าวว
      #6-1