[Fic Haikyuu] TsukiKage - Highest

ตอนที่ 2 : จริงจังไปป่าว?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 249
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    20 ก.พ. 62

          ณ โรงยิมของชมรมวอลเลย์บอลชายโรงเรียนคาราสุโนะ สมาชิกชมรมปีสามที่ใกล้จะจบการศึกษามารวมตัวกันเพื่อรำลึกถึงความหลังก่อนจะแยกย้ายไปเรียนต่อและทำงานอย่างที่ตั้งใจไว้ พวกเขาทั้งสี่เอาแต่ยืนเงียบแล้วกวาดสายตามองทุกซอกทุกมุมของโรงยิม เพื่อเก็บภาพสถานที่ที่ซึ่งเต็มไปด้วยรอยยิ้มและคราบน้ำตาเอาไว้ให้ลึกสุดหัวใจ ไม่นานนักเหล่าปีสองก็เดินเข้ามา โดยมีทานากะ นิชิโนยะ เอ็นโนชิตะและคนอื่น ๆ เดินเข้ามาพร้อมกันเป็นกลุ่มใหญ่

          "เอ็นโนชิตะ..." ซาวามุระเรียกชายหนุ่มใบหน้าซีดตัดกับผมสีดำขลับ ที่ต่อจากนี้ไปจะเป็นผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของเขาในฐานะกัปตันทีม

          "ฝากด้วยนะ"

          "ครับ!" เด็กหนุ่มขานรับเสียงดังลั่น

          ซาวามุระวางมือใหญ่อันแข็งแรงนั้นลงบนบ่าของชายหนุ่ม เพื่อบอกเป็นนัยน์ว่าภาระที่หนักอึ้งนี้ถูกส่งต่อให้เขาเรียบร้อยแล้ว

          "ก่อนจะจบการศึกษา...ฉันอยากแข่งสักแมตช์กับพวกรุ่นน้องจัง" สึกาวาระพูดขึ้นมาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

          "เอาสิครับ!" เสียงเล็กที่คุ้นเคยดังขึ้นที่ประตูโรงยิม ไม่ใช่ใครอื่น เขาคือฮินาตะ มือตบแห่งคาราสุโนะ ที่มาพร้อมกับกระเป๋าเป้เดินทาง ซึ่งเดาได้ไม่ยากว่าแอบหนีมาจากบ้านคุณย่า แต่ภาพนั้นทำเอาทุกคนยิ้มปนขำกับความมุ่งมั่นแปลก ๆ ของเขา

          "เหนื่อยกับพวกตัวปัญหาหน่อยนะ" สึกาวาระตีลงที่บ่าอีกข้างของเอ็นโนชิตะจนเกิดเสียงดังปั๊ก ดูท่าเรื่องหลังจะเป็นภาระหนักสุด เพราะตีซะไหปลาร้าเกือบหัก

          ยามากุจิและยาจิเดินเข้ามาในโรงยิมด้วยใบหน้าฉงนสงสัยว่าทำไมถึงมาอยู่ที่โรงยิมพร้อมหน้าพร้อมตากันทั้ง ๆ ที่ประกาศหยุดซ้อมแท้ ๆ

          "เป็นไงมาไงกันเนี่ยสองคนนั่นอ่ะ" นิชิโนยะร้องถามออกไป

          "พอดียาจิซังอยากหาคนตัวสูง ๆ ช่วยติดโปสเตอร์ระดมทุนซื้ออุปกรณ์เข้าชมรมน่ะครับ" ยามากุจิว่าขณะโค้งทักทายรุ่นพี่อย่างอ่อนน้อม “ผมโทรชวนสึกกี้แล้ว แต่เห็นตอบมาแบบนิ่ม ๆ ว่า ไปตายซะยามากุจิ น่ะครับ”

          "เลิกงี่เง่าแล้วเดินไปเถอะน่า!" ไม่ทันไรพวกในโรงยิมก็ได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังถูกถีบ ก่อนร่างสูงโปร่งของคาเงยามะจะปรากฏตัวขึ้นที่ประตูทางเข้าด้วยท่วงท่าที่ไม่น่าดูมากนัก

          "อ้าว!?" สึกาวาระร้องขี้นเมื่อเห็นคาเงยามะและสึกิชิมะยืนอวดขายาวอยู่ที่ประตู "พวกนายก็มาด้วยเหรอ"

          "พอดีราชาเขา..."

          "สวัสดีครับรุ่นพี่!" คาเงยามะร้องขึ้นแล้วก้มหัวทักทาย

          อยากสวัสดีรุ่นพี่ขึ้นมาเฉยเลยนะ...

          "ไหน ๆ ก็มากันครบแล้ว มาจัดทีมแข่งกันดีกว่า!" สึกาวาระว่าขึ้น ทุกคนเผยยิ้มออกมาโดยไม่ต้องพูดอะไรให้มากความ

          ซาวามุระและสึกาวาระตกลงแบ่งทีมกันให้สมดุล ในระหว่างนั้นทุกคนก็ทำการวอร์มอัพเพื่อการแข่งนัดกระชับมิตรครั้งสำคัญ

          "ทำไมผมต้องอยู่ทีมเดียวกับหมอนั่นด้วยล่ะครับ?!" คาเงยามะชี้ไปที่สึกิชิมะที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก

          "คาเงยามะ โทบิโอะ" ซาวามุระกดเสียงต่ำเหมือนจะเลียนแบบอุชิจิมะ ทำเอาบรรยากาศตึงเครียดไปในชั่วพริบตา "ถ้าอาซาฮีจากไปแล้ว...สึกิชิมะคือคนต่อไปที่จะทำแต้มให้ทีมคาราสุโนะ"

          "อย่าพูดเหมือนฉันกำลังจะตายสิไดจิ!"

          "ไม่เป็นไรหรอกครับซาวามุระซัง" สึกิชิมะโบกมือทำเหมือนว่าไม่ถือสาคนบ้า "ทีมเราไม่ได้มีแต่คาเงยามะคนเดียวที่เซ็ตได้สักหน่อย" เขาหันไปมองนิชิโนยะที่กำลังยกนิ้วให้

          "ให้เจ้ากุ้งแห้งตรงนั้นหลับตาเซ็ตผมก็ตบได้เหมือนกัน"

          "ไปเกิดใหม่ซะสึกิชิมะ!" ฮินาตะกับนิชิโนยะร้องขึ้นพร้อมกันจนสึกาวาระต้องยกมือขึ้นมาป้องหู

          "เอาล่ะ ๆ" ซาวามุระตีมือเรียกความสงบกลับคืนมา "มาเริ่มแข่งกันได้แล้ว"


          เมื่อเริ่มการแข่งนัดกระชับมิตรในชมรม ก็รู้ได้ทันทีเลยว่าเป็นนัดที่จริงจังขึ้นมาก เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่คาเงยามะและสึกิชิมะตั้งสมาธิและจดจ่ออยู่กับการ 'ปรับตัวเข้าหากัน' อย่างไม่เคยมีมาก่อน น้อยครั้งมากที่คาเงยามะจะส่งบอลให้สึกิชิมะทำคะแนน เพราะเขายังเล่นบอลเร็วได้ไม่เท่าฮินาตะ ซึ่งตัวสึกิชิมะเองก็รู้ดี แต่ในอนาคตข้างหน้าเมื่อรุ่นพี่ปีสามจบการศึกษาไปแล้ว พวกเขาจะต้อง 'เชื่อใจ' กันให้มากขึ้น จึงจะสามารถทำแต้มได้

          "ขะ...ขอโทษ...ว่ะ" คาเงยามะเอ่ยปากขอโทษแบบขอไปทีเพราะส่งลูกสูงเกินไป

          "เอาใหม่" สึกิชิมะพูดโดยไม่ได้หันมามองค้อนเขาเหมือนทุกที เด็กหนุ่มยกนิ้วขึ้นมาขยับแว่นเล็กน้อย แล้วจ้องไปที่ฮินาตะที่กำลังตั้งใจไม่แพ้กัน

          "จู่ ๆ ทำไมสามคนนั่นถึงจริงจังขึ้นมาดื้อ ๆ เลย" เอ็นโนชิตะกระซิบถามยามากุจิที่อยู่ทีมเดียวกัน

          "ก็คงไม่อยากแพ้ล่ะมั้งครับ" ยามากุจิกระซิบตอบ

          "เอาให้สูงกว่าเดิม" สึกิชิมะยังคงไม่มองหน้าคาเงยามะ

          "เมื่อกี้ยังโดดไม่ถึงเลยเจ้าบ้า" คาเงยามะก็พูดไปแบบนั้นแก้เก้อ แต่สึกิชิมะเคยกระโดดได้สูงกว่านี้ตอนท้ายเกมที่แข่งกับเนโกมะ

          หลังจากอาสึมาเนะกระโดดเสิร์ฟส่งบอลข้ามเน็ตไป นิชิโนยะก็รับเอาไว้ได้อย่างสวยงาม ตามด้วยสึกาวาระที่กระโดดไปตั้งลูกให้ฮินาตะตบข้ามฝั่งมา สึกิชิมะบล็อกวันทัชเพราะรู้ว่าฮินาตะต้องรีบาวน์เมื่อเจอกับบล็อคที่ตัวสูงกว่า ซาวามุระตั้งลูกส่งให้ทานากะตบลูกครอส แต่นิชิโนยะรับไว้ได้

          "รับสวย!" สึกาวาระเซ็ตลูกไปให้ฮินาตะตบอีกครั้ง แต่ซาวามุระยังคงรับได้

          "ตอนนี้ล่ะ!" คาเงยามะวิ่งไปตั้งบอลเมื่อเห็นสึกิชิมะเริ่มออกวิ่งแล้ว "ฝากด้วยโว้ย!"

          คาเงยามะส่งลูกที่สูงที่สุดที่เขาเคยส่งให้ทีมนี้ ทุกคนแหงนหน้าขึ้นมองตามลูกที่ลอยโด่งขึ้นไป

          "ตั้งรับ ๆ!" สึกาวาระร้องขึ้นเรียกสติของทุกคนในทีม

          สึกิชิมะใช้แรงกายทั้งหมดที่มีผลักตัวไปข้างหน้า เขาย่อเข่าแล้วกระโดดขึ้นไปหาบอล

          "สะ...สูงมาก!" ฮินาตะร้องขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง นั่นมันสูงกว่าตอนที่แข่งกับเนโกมะอย่างแน่นอน


          ปังง!!

          เสียงบอลอัดลงที่พื้นฝั่งตรงข้าม ไม่มีใครรู้เลยว่าบอลไปทางไหน รู้ตัวอีกทีบอลก็กระดอนอยู่ที่พื้นเสียแล้ว

          เหมือนเวลาถูกหยุดเอาไว้ ทุกคนแน่นิ่งไม่ไหวติง สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ลูกบอลเป็นสายตาเดียว

          "นะ...นั่น..." ฮินาตะพยายามเค้นแรงที่เหลือของตัวเองเพื่อพูดประโยคเพียงสั้น ๆ "มัน...อะไร...กัน?" ว่าแล้วล้มตึงลงไป "น่ะ...น่ากลัว..."

          คาเงยามะหงายมือตัวเองขึ้นมามองชัด ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้ฝันไป นี่เขาสามารถโยนลูกที่ดีที่สุดให้สึกิชิมะได้แล้วอย่างนั้นเหรอ

          "นี่..." คาเงยามะมองไปที่สึกิชิมะที่หันมามองเขาด้วยสีหน้าที่ตกตะลึง "เขาเรียกว่า 'ปัง' ไม่ใช่ 'ผั๊ว' ว่ะ"

          "หา?!"



          การแข่งจบลงด้วยสกอล์ที่น่าพอใจ ทีมของคาเงยามะเฉือนเอาชนะไปได้ด้วย 2 ต่อ 1 เซ็ต แต่ลูกตบนั้นเป็นลูกเดียวและลูกสุดท้ายของเกมนี้ เพราะหลังจากลองทำอีกหลายครั้งก็ไม่ประสบความสำเร็จเลย ร่วงก่อนบ้าง สูงไปบ้าง สึกิชิมะตบไม่ทันบ้าง จนคาเงยามะแอบยอมรับในใจว่านั่นอาจจะฟลุ๊คจริง ๆ ก็ได้

          สำหรับปีสามแล้วนี่คือการแข่งที่ดีที่สุดที่เคยแข่งมาตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ต่อไปคงไว้วางใจให้เจ้าพวกบ้าเหล่านี้ดูแลชมรมได้อย่างหายห่วง เพราะพวกเขาแข็งแกร่งขึ้นมาก และเหนียวแน่นขึ้นมาก...คิดว่างั้นนะ

          “บอกให้อยู่นิ่ง ๆ ไง!” คาเงยามะโวยวายขึ้นเมื่อสึกิชิมะพยายามดึงมือออก “เล็บนายฉีกนะเว้ย”

          “ฉันทำเองได้น่า!” สึกิชิมะดึงตะไบเล็บจากมือคาเงยามะออกมา แต่คาเงยามะดึงกลับ

          “อยู่นิ่ง ๆ จะตายไหม?” คาเงยามะดึงมือใหญ่นั้นออกมาแล้วจับนิ้วกลางขึ้นมาตะไบเล็บที่ฉีกไปเนื่องจากบล็อคลูกของฮินาตะ

          “อู้ว...หวานแหว๋ว” ทานากะแซวออกไปขณะกำลังจับกลุ่มดื่มเกลือแร่กับพวกปีสอง

          สึกิชิมะแอบชำเลืองมองใบหน้าของคาเงยามะที่กำลังตั้งใจตะไบเล็บให้เขาอยู่ก็แอบนึกขำในใจ ว่าทำไมราชาจะต้องทำอะไรถึงขนาดนี้ด้วย เพียงเพราะเป็นห่วงชมรมกลัวว่าปีหน้าไม่มีพวกปีสามแล้วจะแพ้งั้นเหรอ ถึงต้องมาจ้ำจี้จ้ำไชเขาให้ตั้งใจเล่นขนาดนี้

          “ขนลุกว่ะ” สึกิชิมะว่าขึ้นขณะคาเงยามะยังตะไบเล็บให้อยู่ แต่ดูเหมือนมันจะไม่ใช่แค่นิ้วที่มีปัญหา คาเงยามะเล่นตะไบยาวจนจะครบ 10 นิ้วแล้วตอนนี้ ที่บ้านเปิดร้านทำเล็บเหรอ?

          “หุบปาก” คาเงยามะปล่อยมือของสึกิชิมะเพราะตะไบให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว “พรุ่งนี้โค้ชจะมีโปรแกรมออกกำลังกาย มาด้วยล่ะ”

          “ไม่” สึกิชิมะตอบสั้น ๆ แล้วเดินหันหลังไป นั่นทำให้คาเงยามะถึงกับเดือด

          "ไอ้เวร!" คาเงยามะร้องลั่นทำเอาทุกคนที่กำลังเตรียมตัวกลับบ้านถึงกับสะดุ้ง "พรุ่งนี้ฉันจะไปลากคอแกถึงหน้าห้องเรียน...นวดคอรอไว้ได้เลยเจ้าบ้า!"






          หลังเสียงออดเลิกเรียนเงียบลง คาเงยามะรีบเดินจ้ำอ้าวออกมาจากห้องเรียน ใจจริงก็อยากวิ่ง แต่ถ้าวิ่งจะโดนครูใหญ่ดุเอา ด้วยขาที่ยาวและช่วงก้าวที่ยาวกว่าเด็กหนุ่มปกติก็ทำให้คาเงยามะมาถึงหน้าห้องเรียนของสึกิชิมะภายในเวลาไม่กี่วินาที

          เขาเอาตัวเบียดแนบกับขอบประตูเพื่อหลบให้นักเรียนคนอื่นเดินออกมา

          "ชิ" คาเงยามะจิ๊ปากเมื่อส่องเข้าไปในห้องแล้วไม่พบสึกิชิมะ "ชิ่งกลับไปแน่ ๆ เลย"

          "ถ้ำมองสาวห้องฉันอยู่เหรอราชา..." คาเงยามะสะดุ้งโหยงแล้วหันไปหาต้นเสียง

          "ฉันมาเตือนนาย...เผื่อลืม"

          "ไม่ได้ลืม แต่ไม่ไป" สึกิชิมะบ่นปนรำคาญ

          "ไปโรงยิมกันได้แล้วสึกกี้" ยามากุจิตบหลังสึกิชิมะเบา ๆ แล้วเดินนำไปโดยไม่ทันสังเกตว่ามีคาเงยามะยืนอยู่

          "อา...ไปเดี๋ยวนี่แหละ" สึกิชิมะตอบรับแล้วส่งยิ้มยียวนใส่คาเงยามะ

          "ไอ้งี่เง่า" คาเงยามะบ่นแล้วเดินตามร่างสูงนั้นไป


          วันนี้โค้ชอุไคมาพร้อมกับอาจารย์ทาเคดะ เพราะวางโปรแกรมกันไว้ว่าวันนี้จะทำการเสริมสมรรถภาพทางร่างกายเพื่อให้ร่างกายลอยตัวบนอากาศได้นานที่สุด จากการวิจัยพบว่าจะต้องบริหารกล้ามเนื้อส่วนกลางลำตัว และที่ทำได้ง่าย ๆ ก็คือการซิทอัพ

          “จับคู่ซิทอัพเซ็ตละ 50 ทั้งหมด 5 เซ็ต” โค้ชอุไคว่าขึ้น ไม่นานนักทุกคนก็ทำตามคำสั่ง

          “ระวังโดนราชาเตะหน้าแหกเอานะฮินาตะ” สึกิชิมะแซวออกไปเมื่อเห็นฮินาตะกำลังเอามือกดข้อเท้าของคาเงยามะ

          “พูดมาก!” ฮินาตะตะโกนกลับมา แต่ไม่ทันจะบอกให้เริ่ม คาเงยามะก็ยกตัวขึ้นมา แต่ด้วยการจับที่ยังไม่มั่นคงนักของฮินาตะ ทำให้ขาของคาเงยามะดีดขึ้นมาเสยคางหนุ่มน้อยร่างเล็กนั้นจนหงายหลังไป

          “ขอให้ตายอย่างสงบนะ” สึกิชิมะอวยพรขณะยืนมองยามากุจิที่กำลังประคองหน้าของฮินาตะด้วยความตกใจ

          “เฮ้ย...ช่วยหน่อยดิ” คาเงยามะไม่ได้สนใจว่าฮินาตะจะเป็นตายร้ายดียังไง เพราะสิ่งที่เขาจะทำในตอนนี้คือการซิทอัพ และคนที่พอจะช่วยเขาได้ก็คงมีแต่สึกิชิมะ

          “ให้ตายสิ” สึกิชิมะบ่นแล้วเดินไปที่ปลายเท้าของคาเงยามะ จากนั้นก็เอามือใหญ่ทั้งสองกดข้อเท้าไว้พลางโน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อทิ้งน้ำหนักลงที่ข้อมือ “เริ่มได้...”

          คาเงยามะยกตัวขึ้นมาอย่างคล่องแคล่ว ก็ไม่รู้ว่ารู้สึกไปเองหรือเปล่าว่าแรงกดของสึกิชิมะนั้นกำลังดี ไม่แรงไม่เบาจนเกินไป ทำให้เขาสามารถซิทอัพได้ต่อเนื่องโดยไม่มีอาการเจ็บที่ข้อเท้า แต่ด้วยความบ้าเลือดของคาเงยามะ ทำให้เขาโน้มตัวมากเกินไปจนปากของสึกิชิมะจูบเข้าที่กลางหัวอย่างจัง

          “เฮ้ย!” สึกิชิมะร้องขึ้นแต่มือทั้งสองยังกดที่ข้อเท้าของคาเงยามะอยู่ “ฉันไม่ได้ตัวสั้นเหมือนฮินาตะนะ”

          “รู้แล้วล่ะน่า!” คาเงยามะเงยหน้าขึ้นมาตอบ แต่ดันลืมตัวไปว่าตัวเองกำลังซิทอัพอยู่จนแก้มของเขาชนเข้ากับริมฝีปากของสึกิชิมะ ทั้งสองจ้องหน้ากันสักครู่ก่อนจะดีดตัวออกจากกันอัตโนมัติ ไม่มีเสียงโวยวายใด ๆ เพราะเหตุการณ์แบบนี้ก็มักจะเกิดขึ้นได้ตลอดอยู่แล้วเวลาฝึกซ้อม สึกิชิมะค่อย ๆ ยกมือขึ้นมาเช็ดปากตัวเองเบา ๆ สองสามที กะว่าถ้าติดเชื้อโรคมาจะได้กำจัดได้ทัน

          “ให้ตายสิ” สึกิชิมะบ่นออกมาแล้วเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง

          “โอ้ย...” ฮินาตะร้องขึ้นหลังจากได้สติ เด็กหนุ่มชำเลืองมองคู่หูของเขาครู่หนึ่ง ภาพที่เห็นคือเด็กหนุ่มกำลังเอามือกุมแก้มของตัวเองพร้อมกับใบหน้าแดงระเรื่อ “นายก็โดนถีบหน้ามาเหมือนกันเหรอคาเงยามะ?”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

40 ความคิดเห็น

  1. #31 gemello (@ryokoakok) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 10:49

    คาเงยามะ ดูแลดีจังน้าาาาาาา

    #31
    0
  2. #27 Babimkun (@Babimkun) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 02:10
    ฮือออ เอ็นดูฮินาตะ
    #27
    1
    • #27-1 amopa (@amopa) (จากตอนที่ 2)
      19 เมษายน 2562 / 11:19
      น้องโดนเต็มหน้าเลย สงสารน้อง 555
      #27-1