[Fic Haikyuu] TsukiKage - Highest

ตอนที่ 12 : วัยกำลังโต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 192
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    19 ก.พ. 62

          สมาชิกชมรมวอลเลย์บอลชายทยอยขึ้นรถบัสก่อนจะออกเดินทางไปยังทะเลสาบอินะวะชิโระที่ตั้งอยู่ในจังหวัดฟุกิชิมะ ซึ่งต้องเดินทางจากจังหวัดมิยางิโดยใช้เวลาเดินทางทั้งหมดสองชั่วโมงด้วยกัน เนื่องด้วยยาจิหาเงินเข้าชมรมได้มากพอสมควร ครูใหญ่จึงอนุมัติให้ชมรมวอลเลย์บอลเก็บตัวที่ต่างจังหวัดได้ ซ้ำยังมีเงินเหลือเอาไว้บำรุงโรงยิมที่กำลังเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา อาจารย์ทาเคดะได้แต่ชมเปราะว่ายาจิสมกับเป็นผู้จัดการเสียจริง ๆ อนาคตต้องไปไกลอย่างแน่นอน


          “โอ้โห...” ยามากุจิเปรยขึ้นมาขณะดูต้นฉบับ โฟโต้บุ๊คสึกกี้คาเงะ ที่รวบรวมภาพการซ้อมและการแข่งขันที่ผ่านมาในแบบรูปเล่มเหมือนเป็นนิตยสารย่อม ๆ ในนั้นมีภาพของสมาชิกหลายคนแทรกอยู่บ้าง แต่หลัก ๆ จะเป็นสึกิชิมะและคาเงยามะที่เป็นพระเอกของงาน แถมมีโพลโหวตนักวอลเลย์ในดวงใจ ซึ่งแน่นอนว่าคะแนนของคาเงยามะนำโด่ง

          “ยอดพรีออเดอร์เข้ามาเกือบร้อยเล่มแล้วนะ” ยาจิว่าขึ้น “แบบนี้เราก็มีเงินพอตัดวอร์มใหม่ให้ทุกคนได้เลย ใส่กันย้วยหมดแล้วนี่นา”

          สึกิชิมะที่เพิ่งขึ้นรถมาก็ก้มดูต้นฉบับกับยามากุจิอย่างสนอกสนใจ บางรูปเขาก็ไม่ทันตั้งตัว บางรูปก็โดนยาจิบังคับให้ทำท่านั้นท่านี้ แม้จะรำคาญอยู่บ้าง แต่ยาจิบอกว่าจะซื้อสตรอเบอรี่ช็อทเค้กให้เป็นรางวัลก็เลยยอม

          “ถ่ายคุ้มขนาดนี้ขอค่าตัวเพิ่มด้วยนะยาจิซัง” สึกิชิมะว่าขณะขณะไล่ดูรูปของเขาที่แทบจะโผล่อยู่ทุกหน้า

          “ขอดูมั่งสิ” คาเงยามะว่าขึ้นขณะยื่นหน้าไปดูต้นฉบับด้วย “ทำไมมีฮินาตะหลายรูปจังล่ะ”

          “อ้อ...เดี๋ยวนี้ฮินาตะกำลังป็อบในหมู่รุ่นพี่ที่ชอบแนวน้องชาย” ยาจิพูดอย่างอารมณ์ดี “มีการจิ้นกันไปอีกว่า ฮินาตะคุงจะแอบชอบแฟนของเพื่อนสนิทด้วย ฟังแล้วรู้สึกดราม่าเคล้าน้ำตา แต่ฉันชอบ!

          “งานเข้าแล้วสิ” ยามากุจิหัวเราะออกมาเบา ๆ แล้วดูรูปฮินาตะที่กินพื้นที่ไปเกือบครึ่งหน้า

          “ฮินาตะต้องออกโรงแล้วล่ะ!” ยาจิชี้ไปที่ฮินาตะ ซึ่งจะกลายเป็นเหยื่อรายต่อไป

          “อู้หู!” ฮินาตะร้องขึ้นด้วยความตื่นเต้น เพราะตัวเองจะได้มีบทบาทกับคนอื่นบ้างแล้ว

          “อันไหนหาเงินเข้าชมรมได้ก็ต้องทำละนะ” สึกิชิมะพ่นลมหายใจแล้วทรุดตัวลงนั่งที่ประจำของเขา จากนั้นก็ใส่หูฟังเพื่อตัดขาดตัวเองออกจากโลกภายนอกในทันที ซึ่งนั่นเป็นนิสัยที่น่ารังเกียจที่สุดสำหรับคาเงยามะ แต่จะให้ว่าอะไรได้ล่ะ เลิกกันแล้วนี่

          “ทุกคนก็ฝึกยิ้มหวานกันได้เลย ฉันจะถ่ายแบบทุกคนในทีม จะขุนให้ดังทุกคน!” ยาจิหัวเราะส่งท้ายแล้วดึงต้นฉบับออกจากมือยามากุจิ นั่นทำให้ทุกคนรู้สึกกลัวยาจิแปลก ๆ จากสาวน้อยน่ารักสดใส กลายเป็นยัยป้าหน้าเงินไปได้อย่างไรกัน





               หลังจากนั่งหลังขดหลังแข็งมาตลอดสองชั่วโมง ทั้งหมดก็เดินทางมาถึงทะเลสาบอินะวาชิโระ ซึ่งอันที่จริงทะเลสาบแห่งนี้จะนิยมเที่ยวกันในหน้าหนาว เพราะแถบนี้เมื่อถึงหน้าหนาวจะมีหิมะขาวโพลนไปหมด แถมยังมีฝูงหงส์หลายตัวขึ้นมาอาบแดดบนฝั่ง แต่ในหน้าร้อนก็จะมีบรรยากาศอีกแบบ บริเวณโดยรอบถูกไปปกคลุมไปด้วยแมกไม้เขียวขจี มองออกไปอีกฝั่งของทะเลสาบก็พบกับภูเขาบันไดสีเขียวสวยงาม

          บ้านพักของพวกเขาตั้งอยู่บนเนินเขา ซึ่งเป็นบ้านพักตากอากาศของคุณหมอท่านหนึ่งที่อาจารย์ทาเคดะไปรู้จักโดยบังเอิญ ภายในบ้านถูกจัดเตรียมอุปกรณ์ทำอาหารและเครื่องนอนไว้อย่างดี มีห้องน้ำในตัวและอ่างน้ำร้อนเหมาะกับการมาพักผ่อน แถมอาจารย์ทาเคดะยังบอกว่าช่วงนี้ที่กำลังมีงานเทศกาลกลางแจ้ง แต่ต้องลงไปที่ลานกิจกรรมที่อยู่ห่างออกไปเกือบห้ากิโลเมตร

          “ก่อนออกมา มิยางิร้อนมากเลยนะ พอมาถึงที่นี่อากาศเย็นสบายมากเลย” เอ็นโนชิตะว่าขึ้นขณะวางกระเป๋าลงบนเสื่อเพื่อจับจองที่นอนในห้องนอนของปีสองและปีสาม ส่วนห้องของปีหนึ่งจะถูกแยกออกไปอีกห้องเพราะมีสมาชิกหลายคน

          “แล้วเราต้องไปใช้สนามที่ไหนเหรอ” นาริตะถามขึ้นมา

          “โรงเรียนมัธยมปลายแถวนี้แหละ เหมือนจะเป็นเพื่อนของโค้ชเนโกะมาตะด้วย” เอ็นโนชิตะเอนตัวนอนลงบนเสื่อ

          คาเงยามะทรุดตัวลงนั่งบนเสื่อข้างสึกิชิมะเพราะเหมือนจะเหลือที่เดียวตรงนั้น ถัดไปเป็นฮินาตะที่กำลังติดยามากุจิแจจนต้องขอนอนข้างยามากุจิ

          “หลังจบการแข่งรอบชิง นายก็ต้องไปเก็บตัวฝึกซ้อมแล้วสินะคาเงยามะ” เอ็นโนชิตะถามขึ้นแต่สายตายังจ้องไปที่เพดานห้องอย่างเหม่อลอย

          “ครับ” คาเงยามะตอบสั้น ๆ ขณะเปิดกระเป๋าเพื่อหยิบของใช้ออกมาวางข้างกระเป๋าให้ง่ายต่อการหยิบใช้

          “ทุกคนเองก็เหมือนกัน...รอบชิงคราวนี้ฉันจะไม่บอกว่าต้องชนะให้ได้ แต่ขอให้ทำเต็มความสามารถ” เอ็นโนชิตะลุกขึ้นมาไล่สบตาทีละคน “คงจะเห็นกันตอนฮารุโคแล้วว่า  กว่าเราจะเอาชนะมาได้ก็แทบหืดขึ้นคอ เรายังไม่ได้เหนือไปกว่าใครเลย แต่เราจะทำให้พวกเขาเห็นว่า ตราบใดที่ป้าย โบยบิน ถูกกางออก วันนั้นคือวันที่พวกเขาจะต้องหวาดกลัวและไม่กล้าสบประมาทเรา”

          เอ็นโนชิตะยกมือขึ้นแล้วมาเกาท้ายทอยตัวเองพร้อมยิ้มอ่อน “พูดแบบนี้พอได้หรือเปล่าอ่า?”

          “โอ้ย!” พวกปีสามร้องออกมาพร้อมกันแล้วกระโจนเข้าไปตะครุบเอ็นโนชิตะ

          “คนกำลังอิน!” นิชิโนยะขยี้หัวกัปตันทีมแล้วหัวเราะออกมาเสียงดัง

          “สึกิชิมะ!” ทานากะร้องขึ้นแล้วชี้นิ้วมาที่เขา “ถ้านายยังทำตัวเท่อีกล่ะก็...พวกเราจะโหวตนายเป็นกัปตัน ระวังตัวไว้ให้ดีเลย”

          “ผมกลัวจนตัวสั่นแล้วครับ” สึกิชิมะตอบออกไปแล้วมองพวกรุ่นพี่ปลุกปล้ำกันอย่างสนุกสนาน “ไม่ได้มีแค่นายคนเดียวหรอกนะที่ต้องต่อสู้กับการโตเป็นผู้ใหญ่”

          คาเงยามะหันไปมองเสี้ยวหน้าของสึกิชิมะครู่หนึ่ง คำพูดนั้นทำให้เขาโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก และทุกครั้งที่คาเงยามะรู้สึกสับสนและมีปัญหา คำพูดของสึกิชิมะจะช่วยดึงสติให้เขาได้เสมอ ครั้งนี้ก็เช่นกัน ถึงแม้ทั้งสองกำลังต่อสู้กับช่วงเวลาที่สาหัสที่สุด แต่ยังไงก็ต้องเดินต่อไปเพื่อทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด

          “ดูท่าจะอารมณ์ดีขึ้นกันแล้วสินะ” อาจารย์ทาเคดะเปิดประตูห้องเข้ามาทักทายพร้อมรอยยิ้ม “อากาศข้างนอกกำลังดี ออกไปเรียกเหงื่อกันหน่อย”

          “ครับ!





          พวกเขาออกมาวิ่งจ๊อกกิ้งกันบนถนนเลียบทะเลสาบท่ามกลางอากาศเย็นสบาย เพื่อฝึกร่างกายให้แข็งแรงพอที่จะแข่งได้ตลอดห้าเซ็ต เพราะหลายคนมีปัญหาเมื่อถึงท้ายเซ็ตแล้วกล้ามเนื้อขาจะไม่ค่อยทำงานหลังจากกระโดดอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการวิ่งจึงเป็นการเสริมกำลังขาได้ดีที่สุด

          “เฮ้ย ฮินาตะ คาเงยามะ อย่าวิ่งแข่งกันสิ!” เอ็นโนชิตะร้องตามหลังทั้งสองที่กำลังวิ่งแข่งกันอย่างดุเดือด

          “ปล่อยพวกมันไปเถอะ” ทานากะว่าอย่างหน่าย ๆ เพราะซาวามุระซังก็ไม่เคยห้ามพวกมันได้สักที

          “นั่นไง ลานจัดงานเทศกาล!” นิชิโนยะร้องขึ้นขณะชี้ไปที่ลานตรงหน้าที่มีเสียงเพลงดังกึกก้องอยู่ มีคนจำนวนหนึ่งกำลังสนุกกับเวทีกลางแจ้งและลงเล่นน้ำในทะเลสาบ “สาวเพียบเลยโว้ย!

          พวกเขาแวะที่ลานจัดงานเทศกาลฤดูร้อนที่มักจะจัดขึ้นทุกปี มีการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มมากมาย รวมทั้งยังมีเวทีคอนเสิร์ตเล็ก ๆ เพื่อมอบความบันเทิงตลอดทั้งวัน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมากันเป็นครอบครัวและกลุ่มเพื่อน แต่ที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือสาว ๆ ที่นิชิโนยะพูด

          “สวรรค์!” นิชิโนยะว่าแล้วกวาดสายตาไปรอบ ๆ เพราะสาวเพียบ

          “คาเงยามะ ทางโน้น ๆ ของกินเพียบ!” ฮินาตะว่าขณะลากแขนคาเงยามะวิ่งไปโซนจำหน่ายอาหารด้วยความตื่นเต้นโดยมียามากุจิตามไปติด ๆ ส่วนสึกิชิมะเลือกนั่งเหม่อออกไปนอกทะเลสาบโดนทานากะกับนิชิโนยะก็มานั่งด้วยเพราะตั้งใจจะมาแอบมองสาวเปียกน้ำ ทำให้คนอื่นพลอยคิดว่าสึกิชิมะก็หน้าม่อเหมือนพวกรุ่นพี่ไปด้วย

          พออาจารย์ทาเคดะได้เห็นเช่นนั้นก็เลยเลื่อนการประชุมทีมอันเคร่งเครียดออกไป ปล่อยให้พวกเขาได้เที่ยวกันอย่างเต็มที่ก่อนจะถึงการซ้อมที่ถูกวางโปรแกรมไว้แล้วในวันพรุ่งนี้






          การฝึกซ้อมเริ่มในเช้าอีกวัน หลังจากทำการวิ่งออกกำลังกายในตอนเช้า อาจารย์ทาเคดะก็พาทุกคนขึ้นรถเพื่อเดินทางไปยังโรงเรียนมัธยมปลายแห่งหนึ่งเพื่อขอใช้สนาม โค้ชเนโกะมาตะบอกว่าสนามของโรงเรียนนี้มีพื้นที่เป็นมาตรฐาน เหมาะกับการฝึกซ้อมมากที่สุด แต่ก็โม้อะไรไม่ได้มากเมื่อพยาบาลเข้ามาดุเพราะจับได้ว่าโค้ชไม่ยอมนอนพักผ่อน ทำเอาอาจารย์ทาเคดะได้แต่หัวเราะเฝื่อน ๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

          บรรยากาศระหว่างสึกิชิมะและคาเงยามะนิ่งสนิทเพราะทั้งสองพยายามทำตัว แปลกหน้า ต่อกัน ไม่มีการคุยนอกเหนือจากเรื่องวอลเลย์และการซ้อม ไม่มีการกวนประสาทกันเหมือนเช่นทุกที จะมีการแอบมองกันบ้างบางเวลา แต่ก็เพราะอยากรู้ปฏิกิริยาของกันและกันเท่านั้น


          “ไอติมจ้าไอติม!” ยาจิวิ่งเข้ามาในโรงยิมพร้อมกับไอศกรีมหลายแท่งที่เธอเพิ่งไปซื้อมา

          “กำลังอยากกินอะไรเย็น ๆ อยู่พอดีเลย!” นิชิโนยะรีบวิ่งตรงดิ่งไปหายาจิเพื่อเลือกไอติมก่อนเพื่อน ไม่นานนักก็มีหนุ่ม ๆ รายล้อมตัวเธอจนแทบมองไม่เห็น

          “โนยะซัง ดูนี่ ๆ” ทานากะเอาศอกรุนไหล่นิชิโนยะแล้วอมไอติมแท่งกลมไปจนหมดแท่ง แล้วรูดเข้ารูดออก ก่อนทั้งสองจะหัวเราะคิกคักกันสองคน “เอ็นโนชิตะทำมั่งสิ”

          “ฉันไม่ทำอะไรน่าขนลุกแบบนั้นหรอก” เอ็นโนชิตะตำหนิแต่ตัวเองดันยกมือมาเกาแก้มแก้เขิน

          “คาเงยามะ!” ทานากะเปลี่ยนเป้าหมายขณะวิ่งไปเกี่ยวคอคาเงยามะที่กำลังแกะซองไอศกรีมแท่งของตัวเอง “ต้องกินแบบนี้ถึงอร่อย” เขาว่าแล้วอมไปทั้งแท่ง จากนั้นก็รูดขึ้นรูดลง ทิ้งท้ายด้วยการใช้ลิ้นเลียตรงปลาย

          “กินแบบนั้นมันจะอร่อยขึ้นจริงเหรอครับ?” ว่ากันตามตรง คาเงยามะเหมาะกับการหลอกให้ทำอะไรแบบนี้อยู่แล้ว ถ้าเรื่องเรื่องวอลเลย์เขาจะหัวไวและคิดเร็ว แต่เรื่องอื่นกับทึ่มจนเกือบเรียกว่าซื่อบื้อได้เลย

          เด็กหนุ่มจ้องไอศกรีมแท่งกลมของตัวเองสักครู่แล้วค่อย ๆ อ้าปากช้า ๆ จากนั้นก็อมไปทั้งแท่ง เขาขมวดคิ้วสูงเพราะรู้สึกเย็นวาบในช่องปากลามไปจนถึงคอจนทำให้ใบหน้าเริ่มแดง ต่อมาเขาก็ดึงไอติมออกจากปากช้า ๆ แล้วค่อย ๆ รูดเข้ารูดออกจนมีเสียงซู๊ดจากการดูดความหวานของรสมิ้นต์โซดาที่ทำให้รู้สึกสดชื่นท่ามกลางอากาศร้อนแบบนี้ ปิดท้ายด้วยการใช้ปลายลิ้นเลียตรงปลายสองสามที ซึ่งถอดแบบมาจากทานากะซังเป๊ะ ๆ แต่ความอีโรติกนี่ให้ 10 เต็ม 10

          “สยิวกิ้วโว้ย!” ทานากะร้องขึ้นแล้วยกมือขึ้นมาลูบแขนตัวเองเพราะขนลุก

          “มันอร่อยขึ้นตรงไหนครับ? กินยากจะตาย” คาเงยามะยกมือขึ้นมาปาดริมฝีปากตัวเองเพราะมีน้ำลายแอบเยิ้มจากการกินอันสุดแสนอีโรติก

          “สึกกี้...จะไปไหน” ยามากุจิถามขึ้นเมื่อรู้สึกว่าจู่ ๆ เพื่อนสนิทของเขาก็เดินฉับ ๆ จากไป

          “ห้องน้ำ!” เขาตอบออกมา นั่นทำให้ยามากุจิถึงกับกลั้นขำ เพราะเดาไม่ยากว่าภาพนั้นทำให้สึกกี้ 'แข็งขัน' ขึ้นมา

          “ผมขอลองมั่ง!” ฮินาตะอ้าปากกว้างแล้วอมไอติมไปทั้งแท่ง ทำเอาพวกปีสามถึงกับยกมือขึ้นมากุมหัวกับความไร้เดียงสาของคู่หูสัตว์ประหลาดที่ไม่รู้อะไรบ้างเลย...






          วันนี้ก็เป็นอีกวันที่แม่บ้านสาวผมสีอ่อนตัดสั้นแค่พอระดับคางออกมาเดินซื้อของสดที่ซุปเปอร์ใกล้บ้านเพื่อกลับไปเตรียมมื้อเย็นให้สามีของเธอ เป็นเวลาหลายปีแล้วที่เธอทำหน้าที่ภรรยาและแม่ได้ไม่เคยขาดตกบกพร่อง ลูกชายทั้งสองคนของเธอเติบโตมาเป็นเด็กดี แต่ถึงจะมีทะเลาะกันบ้างก็เป็นเรื่องปกติของพี่น้อง

          เธอใช้นามสกุลสึกิชิมะมากี่ปีแล้วก็แทบจะจำไม่ได้ ถ้านับคร่าว ๆ จากอายุลูกชายคนโตก็คงจะเกือบ 22 ปีได้แล้ว

          “บังเอิญจังเลย” เสียงหวานว่าขึ้นเมื่อเห็นแม่บ้านผมสีเข้มที่คุ้นหน้าคุ้นตา “คาเงยามะซังมาซื้อของเหรอคะ”

          “เอ๊ะ?” คาเงยามะซังหันไปมองต้นเสียงก็พบกับเพื่อนแม่บ้านที่เคยเจอกันสองสามครั้ง ซึ่งก็เพิ่งมารู้ตอนหลังว่าลูกชายของพวกเธอเรียนที่คาราสุโนะและอยู่ชมรมวอลเลย์บอลเหมือนกัน “สึกิชิมะซัง”

          “แหม ๆ” สึกิชิมะซังรีบเดินตรงดิ่งเข้าไปหา “ยังสวยเหมือนเดิมเลยนะคะ”

          “สึกิชิมะซังเองก็ยังหน้าตาอ่อนวัยเหมือนเดิมเลยนะคะ ขนาดลูกชายคนเล็กก็โตเป็นหนุ่มแล้ว ยังดูเหมือนสาววัย 20 ต้น ๆ อยู่เลย” คาเงยามะซังออกปากชม เพราะสึกิชิมะซังหน้าเด็กจริง ๆ

          “โฮ๊ะ ๆ ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ” สึกิชิมะซังยกมือขึ้นมาแตะปากตัวเองเบา ๆ ถ้าคาเงยามะหรือฮินาตะมาเห็นท่านี้ต้องรู้ได้เลยว่าสึกิชิมะได้ท่าหัวเราะมาจากใคร “อากิจังบอกว่าคาเงยามะคุงติดทีมชาติแล้ว จริง ๆ เหรอคะ”

          คาเงยามะซังพยักหน้าแล้วยิ้มตอบ เพราะไม่อยากคุยอวดลูกเท่าไหร่ แม้ในใจอยากจะอวดเต็มที่ก็ตาม

          “แหม...ดีจังเลย ดิฉันเคยถามลูกเคย์ว่าจบ ม.ปลาย เขาจะไปทำอะไร เขาก็ไม่ยอมบอก” เธอยิ้มกับความน่าเอ็นดูของลูกชายคนเล็กของตัวเอง “แต่ครูประถมเคยบอกว่า เคย์อยากเป็นหมอ แต่นั่นมันก็หลายปีมาแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาอยากจะเป็นหมอเหมือนเดิมหรือเปล่า”

          “โทบิโอะก็คงไม่ทำอะไรนอกจากเล่นวอลเลย์ล่ะค่ะ” คาเงยามะซังตอบไปตามจริง เพราะตอนนี้ลูกเขากำลังจะก้าวเข้าสู่นักกีฬาอาชีพแล้ว “ว่าแต่...สึกิชิมะซังเคยคุยกับลูกเรื่องส่วนตัวบ้างหรือเปล่าคะ อย่างเรื่องมีแฟนอะไรทำนองนี้”

          “อืม...” สึกิชิมะซังนึกอยู่สักครู่ “ก็คุยบ้างค่ะตอนมื้อเย็น แต่เคย์กับอากิเทรุไม่ใช่เด็กที่ชอบสร้างปัญหาให้หนักใจเท่าไหร่ ถ้าพูดเรื่องแฟน...เคย์เคยมีแฟนตอนม.ต้น ฉันยังบอกเลยว่าให้พามาแนะนำบ้าง แต่ก็ก็ชอบอายม้วนวิ่งเข้าห้องทุกที ตอนม.ปลายบอกว่ามีแฟนชื่อ 'มิกาซ่า' ไอ้เราก็ให้ลูกหลอกมาตั้งนาน จนอากิจังมาบอกว่าเป็นชื่อยี่ห้อลูกวอลเลย์ น่าอายจริง ๆ ฮ่า ๆ แล้วลูกชายของคาเงยามะซังล่ะคะ”

          “ยังไม่ให้มีหรอกค่ะ” คาเงยามะซังตอบในทันที “เขาต้องทำหน้าที่ทีมชาติ การมีแฟนอาจจะส่งผลต่ออนาคตของเขา เพราะการเป็นนักกีฬาต้องมีวินัยมาก ๆ ถึงจะได้เป็นทีมชาติชุดใหญ่ได้”

          “คาเงยามะซังเคยไปดูลูกชายแข่งสักครั้งไหมคะ?”

          คาเงยามะซังสะดุ้งเล็กน้อยพลางคิดย้อนกลับไป เธอไม่เคยไปชมการแข่งขันของคาเงยามะเลยสักครั้ง พ่อของเขาก็เหมือนกัน มีแต่นั่งคุยกันเรื่องผลการแข่งตอนทานมื้อเย็นเท่านั้น

          “เรื่องนั้น...”

          “ไม่เคยเลยสินะคะ” สึกิชิมะซังว่าขณะย่นคิ้ว “ฉันเองก็เคยไปดูเคย์แข่งบ้าง แต่พอ ม.ปลาย เขาห้ามไม่ให้ไปก็เลยไม่ไป ก็เลยส่งอากิจังไปแอบดู แถมถ่ายรูปมาให้ดูด้วยนะคะ!

          “ดูท่าทางสึกิชิมะซังไม่ค่อยเข้มงวดกับลูกเลยนะคะ”

          “ก็ไม่รู้นี่คะว่าจะอยู่กับลูกไปได้อีกกี่ปี อาจจะ 20 ปี ไม่ก็ไม่ถึง 20 เดือน” สึกิชิมะซังว่าขณะมองไปที่ผักในตู้แช่ “บางทีเราก็ต้องปล่อยให้เขาเรียนรู้ชีวิตด้วยตัวเองบ้าง เราคงไม่อายุยืนพอจะเลี้ยงพวกเขาไปตลอดชีวิตหรอกค่ะ บางทีสิ่งที่เขาเลือกอาจจะดีกว่าที่เราชี้นิ้วให้เขาเลือกก็ได้”

          “อุ้ย ฉันพูดอะไรเนี่ย อย่าถือสาเลยนะคะ” สึกิชิมะซังว่าพลางโบกมือไปมาเพื่อไล่บรรยากาศขุ่นมัวนั้นออกไป

          “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” คาเงยามะซังว่าขณะเหม่อมองไปที่ผักในตู้แช่เช่นกัน ซึ่งก็มีผักมากมายที่คาเงยามะชอบกิน จะว่าไปก็กินทุกอย่างที่ทำให้อยู่แล้ว เพราะคาเงยามะไม่ใช่เด็กเลือกกิน แล้วมักจะชมว่าอาหารของเธออร่อยทุกครั้ง “ขอโทษนะคะ ฉันต้องรีบซื้อของแล้ว วันนี้สามีฉันกลับบ้านเร็ว”

          “ต้องขอโทษจริง ๆ นะคะที่มารบกวนเวลาซื้อของ” สึกิชิมะซังโค้งเล็กน้อยแล้วส่งยิ้มให้






          หลังจากการซ้อมเสร็จสิ้นลง ก็มีการตั้งวงบาร์บีคิวขึ้นที่หลังบ้านพักอย่างที่อาจารย์ทาเคดะสัญญาเอาไว้ ทุกคนตื่นเต้นมากที่จะได้ทานเนื้อหลังจากซ้อมกันมาอย่างหนัก โดยเฉพาะฮินาตะกับคาเงยามะที่เป็นพวกกระเพาะวัวกระเพาะควาย จนต้องมีการสั่งเนื้อมาเป็นพิเศษเพื่อสองคนนี้โดยเฉพาะ แต่เงินค่าอาหารทั้งหมดนี้ก็ได้มาจากการหาเงินเข้าชมรมของคาเงยามะและสึกิชิมะทั้งสิ้น

          “กินเยอะ ๆ หน่อยสิสึกิชิมะ” เอ็นโนชิตะว่าขณะคีบเนื้อย่างชิ้นโตให้รุ่นน้อง

          “ท้องผมจะแตกอยู่แล้วครับ” สึกิชิมะว่าขณะคีบเนื้อที่เอ็นโนชิตะคีบให้เข้าปาก

          “ทุกคน อันนี้คือเหล้าบ๊วยแบบไม่มีแอลกอฮอล์ กินกันได้ทุกคนเลยนะ!” อาจารย์ทาเคดะว่าขึ้นแล้ววางลังเหล้าบ๊วยลงบนโต๊ะเสียงดังตึง นิชิโนยะและทานากะรีบวิ่งตรงดิ่งเข้าไปเปิดขวดแล้วรินแจกทุกคน

          “เอ๊ะ?” สึกิชิมะมองขวดเหล้าบ๊วยขวดหนึ่งที่ทานากะกำลังเทใส่แก้วกระดาษแล้วยื่นให้คาเงยามะ “ทานากะซัง!

          “อะไร?” ทานากะพูดขึ้นขณะรินแจกคนอื่น ๆ ไปพลาง “ก็อาจารย์ทาเคดะบอกว่าเป็นแบบไม่มีแอลกอฮอล์ เด็ก ๆ กินได้อยู่แล้ว มา ๆ มารับคนละแก้ว!

          เขาชำเลืองไปมองคาเงยามะที่กำลังยกแก้วขึ้นมาซดอย่างหิวกระหาย

          “นรกแตก” สึกิชิมะว่าขึ้น ทำเอาเอ็นโนชิตะถึงกับสงสัย “ขวดที่ทานากะซังถือมันเป็นแบบมีแอลกอฮอล์ครับ”

          “ซวยแล้วสิ” เอ็นโนชิตะว่าแล้วมองขวดเจ้าปัญหานั้นที่ตอนนี้ถูกรินไปหมดแล้ว และก็ไม่รู้ว่าทานากะรินให้ใครกินไปบ้าง แต่ที่รู้แน่ ๆ ตอนนี้คาเงยามะเริ่มหน้าแดงแล้ว

          “เราควรเงียบดีไหมครับ ไม่งั้นอาจารย์ทาเคดะอาจจะซวยได้” สึกิชิมะหันมาปรึกษาเอ็นโนชิตะที่ตอนนี้กำลังหันไปมองอาจารย์ทาเคดะและโค้ชอุไคกำลังเมากันได้ที่

          “ก็คงต้องเงียบแหละ ไม่งั้นพวกผู้ปกครองเล่นชมรมเราอ่วมแน่” เอ็นโนชิตะลุกขึ้นไล่ดูขวดเหล้าบ๊วยที่เหลือในลังว่ามีขวดไหนมีแอลกอฮอล์อยู่บ้าง



          ผ่านไปไม่กี่นาที บรรยากาศการดื่มกินของเด็ก ม.ปลาย เริ่มคึกคักขึ้นมากกว่าเดิมเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์เริ่มเล่นงาน โชคดีที่บ้านพักตากอากาศหลังนี้เป็นหลังเดียวบนหุบเขา เลยไม่มีนักท่องเที่ยวคนไหนมาบ่นว่าเสียงดัง

          ฮินาตะและนิชิโนยะเปิดเพลงจากมือถือแล้วโยกย้ายส่ายสะโพกอย่างสนุกสนาน บอกตามตรง...พวกนี้ไม่ว่าจะเมาหรือไม่เมาก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ โชคดีที่ยาจิแยกไปพักโฮมเสตย์อีกที่ตรงตีนเขา ไม่งั้นเจ้าหล่อนคงได้ประสาทรับประทานเป็นแน่แท้

          “สึกิชิมะ!” ทานากะร้องขึ้นด้วยใบหน้าที่เริ่มแดง “ชอบแบบไหน?” เขาว่าขณะยื่นมือถือใส่หน้าของเด็กหนุ่ม บนจอนั้นเต็มไปด้วยดาราสาวเอวีรุ่นสะบึมอึ๋มตัวท๊อปของวงการ

          “ผมชอบสาวผมสั้นครับ” สึกิชิมะว่าขณะจิ้มไปที่สาวผมสั้นสวมแว่นหลอก ๆ ในเสื้อกันหนาวไหมพรมคอเต่าขับแน่นหน้าอกให้ดูเต่งตึง เอาตามจริงเขาก็เลือกไปงั้น ทานากะจะได้เลิกตอแยเขาสักที

          “เลือกได้ดี!” ทานากะตีไหล่สึกิชิมะดังปั๊ก แล้วเดินไปตอแยรุ่นน้องคนอื่นต่อ

          “คาเงยามะ จะไปไหน?” เอ็นโนชิตะถามขึ้นเมื่อเห็นคาเงยามะถือทัพพีเดินฉับ ๆ ออกมาจากห้องครัว พร้อมกับผ้าเช็ดตัวที่ผูกคอเอาไว้เหมือนผ้าคลุมแบบซุบเปอร์ฮีโร่

          “ผมจะไปแกรนไลน์!” ว่าจบคาเงยามะก็วิ่งออกไปที่หน้าบ้านพัก สึกิชิมะรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วตามไปทันที

          “ฝากด้วยนะสึกิชิมะ!” เอ็นโนชิตะร้องตามหลังก่อนจะสั่งให้พวกไม่เมามาดูแลเด็กปีหนึ่งคนหนึ่งที่กำลังนอนกลิ้งอยู่ที่พื้น

          สึกิชิมะวิ่งตามคาเงยามะออกมายังหน้าบ้านพัก ไม่ทันจะร้องเรียกชื่อก็มีมือข้างหนึ่งดึงคอเสื้อของเขาให้ไปกระแทกกับกำแพงมืด ๆ ถ้าจำไม่ผิดบริเวณนี้จะเป็นส่วนหย่อมขนาดเล็กที่มีต้นไม้น้อยใหญ่ขึ้นมากมาย และยังมีต้นสนขนาดใหญ่ประมาณสองสามต้นปลูกไว้เพื่อให้ร่มเงา แต่เพราะนอกบ้านมีไฟแค่ตรงประตูทางเข้าหลัก บริเวณนี้จึงค่อนข้างมืด

          “แกรนไลน์นายอยู่หน้าบ้านพักหรือไง?” สึกิชิมะถามขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่บังอาจกระชากคอเสื้อเขา เจ้าตัวไม่ได้ตอบอะไร เขาค่อย ๆ สอดมือเข้าไปโอบเอวสึกิชิมะแล้วเอาหัวซุกที่แผ่นอกกว้างนั้น

          “นายทำให้ฉันเริ่มทำตัวลำบากอีกแล้วนะราชา” สึกิชิมะพยายามกางแขนออกเพื่อไม่ให้ตัวเองกอดตอบ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากอดนี้อบอุ่นมากเพียงใด

          “นายจะสนอะไรล่ะ ก็ฉันเมาอยู่” คาเงยามะพูดเสียงแผ่ว

          “คนที่พูดว่าตัวเองเมาแปลว่าไม่เมานะ” สึกิชิมะค่อย ๆ โอบร่างบางนั้นให้เข้ามาแนบชิดแล้วเอาหน้าซุกลงที่กลางหัวเพื่อสูดเอากลิ่นอายที่คิดถึง

          “ฉันจะจัดการความรู้สึกบ้า ๆ นี้ออกไปยังไงดี” คาเงยามะกระชับกอดให้แน่นขึ้น “ยิ่งบอกตัวเองให้อยู่ห่าง ๆ นาย ยิ่งอยากใกล้นายขึ้นมากกว่าเดิม แบบนี้ที่บอกเลิกไปเมื่อสองวันก่อน มันไม่ได้มีความหมายอะไรเลย”

          “มันก็แค่ช่วงแรกเท่านั้นแหละ สักหน่อยเดี๋ยวนายก็ชิน” สึกิชิมะลูบที่หัวคาเงยามะเบา ๆ “หลังการแข่งกับชิราโทริซาวะ เดี๋ยวนายก็ต้องไปเก็บตัวแล้ว”

          สึกิชิมะชำเลืองตาไปมองข้างหลังบ้านพักเพื่อดูว่าไม่มีใครเดินมาตรงนี้

          “เก็บตัวสามอาทิตย์แล้วก็เดินทางไปแข่งที่เกาหลี ถ้าเข้ารอบก็คงหยุดโรงเรียนไปเป็นเดือน” สึกิชิมะยกมือมาลูบที่แก้มนุ่มเบา ๆ “พอได้ไปเจออะไรใหม่ ๆ นายอาจจะลืมความรู้สึกบ้า ๆ นี้ไปก็ได้”

          คาเงยามะดันตัวออกจากอ้อมกอดของสึกิชิมะแล้วจ้องไปที่ดวงตาสีอ่อนนั้น

          “ขอโทษที่ทำให้ลำบากใจ ไม่ชอบเลยที่ต้องทำตัวแปลกหน้าใส่กันแบบนี้”

          สึกิชิมะเอื้อมมือไปเชยคางมนนั้นขึ้นมาแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ แต่เขาก็ต้องหยุดเอาไว้เมื่อนึกถึงสิ่งที่แม่ของคาเงยามะพูดกับเขา

          “เอาอีกแล้วฉัน” เด็กหนุ่มรีบดึงมือตัวเองออกจากคางของคาเงยามะแล้วเดินเบี่ยงออกไป “เดี๋ยวคืนนี้ฉันจะสลับที่นอนกับยามากุจิ เราจะได้ไม่นอนข้างกัน”

          “ก็ดีเหมือนกัน” คาเงยามะหลบสายตาครู่หนึ่งแล้วช้อนตาขึ้นมามองสึกิชิมะอีกครั้ง "ก็ช่างหัวมันสิ" ว่าจบคาเงยามะก็พุ่งตัวเข้าไปจูบสึกิชิมะแบบไม่ทันตั้งตัว ลิ้นอุ่นกลิ่นเหล้าบ๊วยหอมหวานแทรกเข้ามาในช่องปากอย่างรวดเร็ว มือใหญ่พยายามผลักไหล่ของคาเงยามะให้ถอยออกไป แต่คาเงยามะกลับใช้แรงทั้งหมดที่มีดันร่างสูงของเขาให้ไปกระแทกกับกำแพงอีกครั้ง

          คาเงยามะถอนปากออกแล้วจ้องไปที่ใบหน้าอันร้อนผ่าวของสึกิชิมะ จากนั้นก็ยื่นหน้าเข้าไปหอมซอกคอและเอาปากเม้มที่ใบหูจนเขาเผลอร้องครางออกมา

          "อย่าทำแบบนี้" สึกิชิมะกระซิบเสียงแผ่ว

          "ฉันต้องการนาย" คาเงยามะเอามือทั้งสองล้วงเข้าไปในเสื้อยืดแล้วลูบไล้หน้าท้องที่ชวนหลงใหลนั้นไล่ลงมาถึงขอบกางเกงวอร์ม แต่สึกิชิมะเอามือมารั้งไว้ทัน

          "นายเมาแล้ว" สึกิชิมะจับแขนของคาเงยามะไว้แน่น ก่อนมันจะทำอะไรให้เขาห้ามใจไม่ได้มากไปกว่านี้

          "ฉันรักนาย" จู่ ๆ เหมือนโลกทั้งใบหยุดนิ่งไป เสียงเพลงและเสียงตะโกนที่เคยดังกึกก้องไปทั่วป่าค่อย ๆ เงียบลงไปเหมือนประสาทการได้ยินหยุดทำงานลงไปดื้อ ๆ สึกิชิมะปล่อยมือของคาเงยามะเพราะเหมือนเรี่ยวแรงที่มีมันหายไปหมดเพราะคำ ๆ นั้น

          คาเงยามะใช้มือทั้งสองล้วงเข้าไปในกางเกงวอร์มแล้วค่อย ๆ คุกเข่าลงไป

          "อย่า...คาเงยามะ" สึกิชิมะพยายามเค้นเสียงห้ามแต่สัมผัสนั้นมันรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ปากเล็กนั้นค่อย ๆ ยื่นเข้าไปใกล้สิ่งที่อยู่ในกางเกงเรื่อย ๆ "อา..." หลังจากได้สัมผัสริมฝีปากบางนั้นก็ทำให้ร่างกายของเขาแทบจะร่วงลงไปกองอยู่ที่พื้น หมอนี่ไปจำมาจากการกินไอติมเมื่อตอนกลางวันหรือไง ทำไมถึงเป็นงานขนาดนี้

          "อึก...โทบิโอะ..." เขายังคงครางเรียกชื่อนั้น เจ้าของชื่อไม่ตอบรับเป็นคำพูด แต่ตอบรับด้วยการเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นจนร่างกายของสึกิชิมะเริ่มหดเกร็ง คาเงยามะผ่อนจังหวะลงแล้วลุกขึ้นยืนเพื่อประทับจูบกับชายตรงหน้าที่กำลังหลงเขาหัวปักหัวปำ สึกิชิมะดึงกางเกงวอร์มของคาเงยามะลงมาจนถึงเข่าแล้วจับร่างบางนั้นหันหน้าเข้าหากำแพง มือใหญ่ดึงสะโพกให้แอ่นออกมาแล้วจัดการบรรเลงเพลงรักที่มีแต่พวกเขาสองคนเท่านั้นที่สุนทรีย์กับมัน....


////////////////


ไรท์โหมดยิ้มอ่อน: ฮื่อ ๆๆๆ (หัวเราะร้ายแบบยาจิ) ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ วัยรุ่นน้ออออ! หน้าบ้านพักเลยจ้าคุ๊นนนน ให้ทายว่าราชาเขารู้ตัวหรือเปล่า เพราะเขาโดนเหล้าบ๊วยไป อิอิ เห็นใส ๆ แบบนี้อ่อยแรงเหมือนกันนะโทบิโอะจังงง

เพิ่ม ปล. ตอนนี้เนื้อเรื่องดำเนินมาเกือบถึงช่วงท้ายแล้วค่ะ ไรท์คิดว่าไม่น่าเกิน 15 - 20 ตอน จากที่ดูคงไม่เพิ่มเติมรายละเอียดอะไรอีกแล้ว เพราะแน่นและอิ่มแล้ว หุหุ ขอบคุณนักท่านทุกท่านที่ติดตามเสมอมาด้วยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

40 ความคิดเห็น