[Fic Haikyuu] TsukiKage - Highest

ตอนที่ 1 : โถ...ราชา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 420
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 57 ครั้ง
    20 ก.พ. 62

มือใหญ่เย็นยะเยือกสัมผัสที่จุดอ่อนไหวของเขาจนทำให้สะดุ้ง ไม่คิดว่ายิ่งอากาศหนาว มือใหญ่ ๆ นั้นยิ่งเย็นกว่าเดิม เขาเคยบอกว่าเวลาตื่นเต้นมือของเขาจะเย็นและเหงื่อออก ก็คงจะจริงอย่างที่ว่านั่นแหละ เขาล้วงมือเรียวของตัวเองลงไปประคองมือใหญ่ ๆ นั้น แล้วนวดเบา ๆ เข้ากับจังหวะที่มือใหญ่นั้นกำลังนวดคลึงของรักของหวงของเขา

“จากแข็ง ๆ มันจะหดเอานะ มือเย็นขนาดนี้” เขาตำหนิเจ้าของมือนั้น

“เงียบเถอะน่า” เจ้าของมือใหญ่ตอบสั้น ๆ แล้วเคลื่อนมือขึ้นลงเป็นจังหวะทำเอาผู้ตำหนิถึงกับกัดปากเพื่อกลั้นเสียงครางเอาไว้ ถ้าเผลอปล่อยเสียงแปลก ๆ ออกมาตอนนี้มีหวังภารโรงต้องรู้แน่ ๆ ว่าเขากับอีกคนกำลังมาเล่นบทรักกันในห้องชมรมวอลเลย์บอลชายของโรงเรียนคาราสุโนะ

“เข้ามาเถอะ ไม่ต้องนวดแล้ว” เด็กหนุ่มผมดำปราดนัยน์ตาเรียวคมมองชายร่างสูงใหญ่ที่กำลังครอบครองจุดอ่อนไหวเขาด้วยมือสองข้าง หรืออาจจะครอบครองหัวใจทั้งดวงของเขาไปแล้วด้วย

ชายร่างใหญ่นั้นช้อนตาขึ้นมามองเขาครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มถอดเข้มขัดแล้วไพล่มือไปด้านหลังเพื่อหยิบสิ่งที่พวกตั้งชื่อเล่น ๆ กันว่า ถุง ออกมาจากกระเป๋าหลัง แต่ไม่ทันจะแกะซองทั้งสองก็ได้ยินเสียงฝีเท้าค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ

“ภารโรงมา” ร่างใหญ่กระซิบแล้วเก็บอะไรที่มันโผล่ ๆ ออกมากลับเข้ากางเกง โดยอีกคนก็รีบทำเช่นกัน

เงาดำที่สะท้อนกับแสงไฟข้างนอกทอดยาวเข้ามาเรื่อย ๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าของรองเท้าหนังที่ทำให้หัวใจของทั้งสองเต้นแรงราวกับมันจะทะลุออกมาจากอก ไม่นานนักเงาหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่หน้าห้องชมรมที่พวกเขาอยู่ เจ้าของเงานั้นหมุนลูกบิดประตูเพื่อเช็กว่าห้องชมรมวอลเลย์บอลล็อคดีหรือยัง โชคดีที่พวกเขารอบคอบมากพอจะล็อคประตูก่อน เมื่อเจ้าของเงานั้นมั่นใจแล้วว่าทุกอย่างเรียบร้อยก็เดินจากไปพร้อมกับความเงียบ

“เฮ้อ...” เด็กหนุ่มร่างบางผมดำขลับวางมือเรียวลงที่หน้าอกเพื่อเช็กดูว่าหัวใจของเขาไม่ได้ทะลุออกมาจริง ๆ เขามองไปที่ร่างสูงที่กำลังยกมือขึ้นมาสางผมสีบลอนด์หยักศกเพราะความโล่งใจไม่ต่างกันกับเขา

“ให้ตายสิ” เขาสบถออกมาเบา ๆ แล้วเอื้อมมือมาดึงร่างบางนั้นให้ลุกขึ้น “กลับเถอะ”

ว่าจบทั้งสองก็เดินออกมาจากห้องชมรมแล้วล็อคประตูให้เรียบร้อย จากนั้นก็วิ่งเหยาะ ๆ หลบหลังมุมตึกจนหลุดออกมาจากอาณาเขตของโรงเรียนได้สำเร็จ

“สึกิชิมะ” ร่างบางเรียกชื่อชายตัวสูงที่กำลังเดินล้วงกระเป๋านำหน้าเขาอยู่ “เรียนจบแล้วไปอยู่ด้วยกันนะ”

“อา...” เขาตอบกลับมาสั้น ๆ เหมือนจะตอบไปงั้น เพราะยังรู้สึกหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะอยู่ “ช่วยตอบให้มันจริงใจกว่านี้ได้ไหมวะ?”

“จะอะไรนักหนา น่ารำคาญจริง ๆ”

“คิดว่าฉันคบกับนายแค่คบเล่น ๆ หรือไง?!” เจ้าของคำถามพุ่งตัวไปผลักแผ่นหลังกว้างนั้นจนเดินเซไปข้างหน้า

“เลิกงี่เง่าสักทีเถอะน่าราชา!” สึกิชิมะหันกลับมามองค้อน แต่ท่าทางคนถูกดุจะเริ่มเบ้ปากแล้ว เขาถอนหายใจแล้วเอื้อมมือไปคว้ามือเรียวนั้นมากุมไว้ “ขอโทษ...หงุดหงิดไปหน่อย”

“...”

“ฉันรอวันที่จะได้จู๋จี๋กับนายมาเป็นอาทิตย์ แต่พอมีโอกาสดันโดนขัดจังหวะซะงั้น”

เด็กหนุ่มที่ถูกเรียกว่าราชาได้แต่หน้าแดงเพราะจู่ ๆ เจ้าหมอนั่นทำไมถึงพูดเรื่องน่าอายออกมาได้หน้าตาเฉยแบบนี้

“คาเงยามะ...” ชายร่างสูงตรงหน้าเรียกชื่อ คนรัก ของเขาด้วยเสียงแผ่วเบา

“ว่าไง?”

“ขอบใจนะ”

คาเงยามะไม่รู้ว่าสึกิชิมะต้องการจะพูดอะไร คำขอบคุณที่จู่ ๆ ไอ้บ้าที่ไม่คิดจะขอบคุณหรือแสดงความยินดีกับใครกลับพูดออกมาดื้อ ๆ แม้จะคบกันมานานแล้ว บางครั้งเขาก็รู้สึกว่าสึกิชิมะมีบางอย่างปิดบังเขาอยู่ แต่ด้วยทิฐิที่มีเขากลับไม่กล้าถามออกไป และถึงต่อให้ถาม เจ้าบ้านั่นก็ไม่มีทางพูดหรอก แต่ก็ช่างเถอะ...ตอนนี้สึกิชิมะกุมมือเขาอยู่ และเรียกเขาว่าแฟน ออกไปเดทกัน ซ้อมด้วยกัน ติวหนังสือด้วยกัน และมีอะไรกัน มันก็น่าจะเพียงพอแล้วนี่นา

ต้นเหตุความรักนี้ก่อเกิดมาจากความเกลียดชังหรือไม่? ก็ไม่ใช่เสียทีเดียว สึกิชิมะไม่ได้เกลียดคาเงยามะ แค่ไม่ถูกกัน เจอหน้ากันทีไรก็มักจะมีความคิดว่าวันนี้จะด่าอะไรมันดีให้รู้สึกเจ็บแสบแล้วด่ากลับ แค่นั้นก็สบายใจแล้ว ส่วนคาเงยามะที่รักวอลเลย์มากกว่าอะไรทั้งสิ้น พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้สึกิชิมะตั้งใจเล่นเพื่อทีมมากขึ้น เพราะเขาเองก็คิดว่าสึกิชิมะมีประโยชน์สำหรับทีม

แล้วความรู้สึกแบบนี้มันเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะ? ก็คงหลังจบการแข่งฮารุโคเมื่อตอนปีหนึ่งล่ะมั้ง...




คาเงยามะใช้ช่วงพักซ้อมกับชมรมมาซ้อมเซ็ตลูกเพียงลำพังในลานกว้างของสวนสาธารณะใกล้บ้านในเสื้อยืดสีขาวของชมรมใส่คู่กับกางเกงขาสั้นสีดำตัวเก่ง

อากาศของจังหวัดมิยางิตอนนี้เริ่มอุ่นขึ้นเล็กน้อย ผู้คนเริ่มออกมาเดินเล่นในสวนสาธารณะเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์หลังจากหมกตัวในบ้านตลอดหน้าหนาวที่ผ่านมา

"สึกกี้" เสียงที่คุ้นเคยเรียกชื่อที่คุ้นเคยดังแว่วมาจากด้านหลัง เด็กหนุ่มหันกลับไปตามเสียงนั้นด้วยความสงสัย ว่าคู่หูน่ารำคาญนั้นมาทำอะไรแถวนี้

"เฮ้ย..." คาเงยามะทักทายขึ้นตามมารยาทเมื่อสองหนุ่มกำลังเดินตรงเข้ามา

"อยู่นี่นี่เองราชา..." สึกิชิมะพูดขึ้นขณะมองคาเงยามะตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะมองไปที่ลูกบอลในมือ

"สึกกี้กำลังตามหานายอยู่น่ะ" ยามากุจิแทรกขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

"หนวกหูน่า...ยามากุจิ"

"หา?" คาเงยามะเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย "มีธุระอะไร"

"ลูกเซ็ตงี่เง่าแบบนั้นน่ะ...ฉันขอลองอีกที"

"โดนตีหัวมาหรือไง?!" คาเงยามะไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน คนอย่างสึกิชิมะเนี่ยนะจะมาชวนเขาซ้อม ถ้าเป็นฮินาตะก็ไม่แปลกใจสักเท่าไหร่หรอก

"ตอนที่แข่งกับเนโกมะ...ลูกเซ็ตสูง ๆ นั่น ฉันอยากจะฝึกให้ชิน"

"ไม่ล่ะ...ฉันอยากซ้อมคนเดียว"

"ฮ่ะ ๆ" ยามากุจิหลุดขำออกมาโดยไม่ทันตั้งตัว นี่เป็นครั้งแรกที่สึกิชิมะถูกปฏิเสธแบบไร้เยื่อใยอย่างที่เขาเคยทำกับคนอื่น

"เอ่อ...โทษทีสึกกี้" ยามากุจิยกมือขึ้นมาปิดปากเมื่อรู้สึกถึงรังสีอาฆาต

"ถ้าอยากให้ฉันช่วยซ้อม ก็ก้มหัวขอร้องฉันสิ" คาเงยามะได้ทีก็ถือโอกาสนี้แก้แค้นตอนไปก้มหัวขอร้องให้สึกิชิมะช่วยติวหนังสือให้

สึกิชิมะยืนนิ่งสักครู่ก่อนจะหลับตาพร้อมกับถอนหายใจ

"ก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ"

"อย่าบอกนะว่านาย..." ยามากุจิร้องขึ้นแล้วรีบหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋าเตรียมถ่ายคลิปสึกิชิมะก้มหัวให้คาเงยามะ

แต่สิ่งที่สึกิชิมะทำคือฉีกยิ้มกว้างแล้วเชิดคอขึ้น กดสายตามองต่ำมาที่คาเงยามะที่เตี้ยกว่า

"ที่ปฏิเสธคงไม่ใช่เพราะเซ็ตลูกแบบเดิมไม่ได้แล้วสินะ นึกว่าจะเก่งจริง อย่าบอกนะว่าเป็นลูกฟลุ๊ค"

"คนแบบฉันไม่มีคำว่าฟลุ๊คเว้ย! เดี๋ยวจะทำให้ดู!" คาเงยามะเอื้อมมือไปกระชากคอเสื้อยืดตัวบางของเด็กหนุ่มก่อนจะลากให้เดินตามไปอย่างเก้ ๆ กัง ๆ

"ฉันเดินเองได้น่า!"

"ฉันถ่ายไว้อยู่ ๆ" ยามากุจิถือมือถือวิ่งตามไปติด ๆ

หลังจากฉุดกระชากลากถูกันนานเกือบ 15 นาที ทั้งสามคนก็มาหยุดอยู่หน้าโรงยิมของโรงเรียน ก็แหงล่ะ...เพราะไม่มีกุญแจ เลยยังยืนอี้งกันอยู่

"ว่าแล้วต้องมากัน" ซาวามุระทักทายขณะกวัดแกว่งพวงกุญแจเดินมาอย่างอารมณ์ดี

"แล้วฮินาตะล่ะ"

"ไปเยี่ยมญาติครับ" คาเงยามะตอบ

"ใช้โรงยิมเสร็จก็ฝากล็อคด้วยแล้วกัน" ว่าเสร็จเขาก็โยนพวงกุญแจให้คาเงยามะ แล้วเดินจากไปพร้อมกับหาววอดใหญ่เพราะรอเอากุญแจให้พวกเลือดร้อนตั้งแต่เช้า บอกให้พักก็ไม่ยอมพัก ดื้อจริง ๆ

"คลิปนี้ต้องถึงฮินาตะ" ยามากุจินึกขึ้นได้

"เอามือถือมา!" สึกิชิมะและคาเงยามะพูดขึ้นมาพร้อมกันแล้วเอื้อมมือมาแย่งมือถือไป

"สะ...ส่งไปแล้ว..."



เสียงมือถือของฮินาตะดังขึ้น เขาเปิดอ่านอีเมล์ของยามากุจิก่อนจะระเบิดขำออกมาจนทำปู่ย่าตายายถึงกับตกอกตกใจจนแทบหัวใจวายกันทั้งบ้าน



"มา" คาเงยามะไขประตูโรงยิม แล้วเดินนำเข้าไปก่อน

"เออ" สึกิชิมะตอบไปสั้น ๆ แล้วเดินตามไปขณะยัดมือถือของยามากุจิใส่กระเป๋าเป้ของตัวเอง ป้องกันการโดนแอบถ่ายอีก

"นายช่วยโยนบอลให้หน่อย" คาเงยามะหันมาหายามากุจิ

"อา..."

หลังจากเข้าประจำที่ ทุกคนก็ทำหน้าที่ของตัวเอง ยามากุจิโยนบอลให้คาเงยามะเซ็ต และสึกิชิมะก็กระโดดตบ

หลังจากบอลผ่านมืออันทรงพลังของสึกิชิมะ ก็พุ่งลงที่คอร์ทฝั่งตรงข้ามในระยะที่ใกล้เน็ตมาก ถือว่าเป็นลูกตบที่สมบูรณ์แบบแต่ก็ยังไม่สุด เพราะมันยังไม่ใช่ที่สึกิชิมะและคาเงยามะต้องการ

ทุกคนต่างยืนสงบนิ่งราวกับไว้อาลัยให้กับลูกบอลที่กระดอนไปตามพื้นโรงยิม...ขอให้สู่สุขคตินะเจ้าลูกบอล

สึกิชิมะหันไปมองคาเงยามะที่มือยังค้างในท่าเซ็ต ชายหนุ่มมองกลับมาเพื่อรอฟังคำชมว่าเขาเซ็ตเก่งแค่ไหน

"โคตรธรรมดา"

"แกว่าไงนะ!"

"เอาที่มันแบบ 'ปึ๊บ' แล้วก็ 'วิ้วว' แล้วก็ 'ผั๊วะ' ได้มะ" สึกิชิมะเลียนแบบการบรรยายให้ใกล้เคียงกับฮินาตะมากที่สุด

"เพื่อ?" คาเงยามะไม่ค่อยจะเข้าใจสถานการณ์ตอนนี้เท่าไหร่นัก แต่ทำไมต้องทำท่าอธิบายให้เหมือนฮินาตะแบบนั้น เห็นแล้วน่าขนลุก

"ลองคุยแบบคนสมองน้อยดู เผื่อนายจะเข้าใจ"

คาเงยามะโยนบอลลงที่พื้นเพื่อระบายอารมณ์แล้วสูดหายใจเข้าแล้วคิดคำด่าที่แรงและสั้นที่สุด เพราะไม่อยากเปลืองพลังกายกับไอ้หมอนี่ไปมากกว่านี้

"ไปตายซะ" ว่าแล้วก็เดินตรงไปที่ประตูโรงยิม

"ฉันยังไม่เสร็จธุระกับนายนะ"

"ฉันเสร็จแล้ว...นายไม่เสร็จก็เรื่องของนาย ช่วยตัวเองไปแล้วกัน!" ว่าแล้วชายหนุ่มผมดำร่างสูงโปร่งก็ยื่นกุญแจให้ยามากุจิแล้วเดินจากไป

"ทำไมฟังแล้วขนลุก" ยามากุจิพยายามปัดเป่าความคิดอะไรแบบนั้นออกจากหัวสมอง แต่ก็ห้ามไม่ได้หรอกเพราะเขากำลังอยู่ในวัยที่กำลังตื่นเต้นเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว

"คนที่หัวใจสกปรกเท่านั้นแหละถึงจะคิดอะไรแบบนั้นได้" สึกิชิมะหันมามองยามากุจิ

"แล้วนายรู้ได้ยังไงว่าสกปรก?!"



หลังจากคาเงยามะพ้นจากรัศมีโรงเรียนมาแล้ว เขาก็เดินเลียบถนนเพียงลำพังขณะคิดถึงสิ่งที่สึกิชิมะพูดแล้วรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก

"มันต้อง 'ปัง' สิ" คาเงยามะหยุดเดิน "มันต้อง 'ปึ๊บ' แล้วก็ 'วิ้วว' แล้วก็ 'ปัง' โว้ยเจ้าบ้า!"

หงุดหงิดเพราะสึกิชิมะพูดผิดเนี่ยนะ

 


เช้าวันที่สองของการพัก คาเงยามะออกมาวิ่งแต่เช้าอย่างเช่นเคย ในหัวของเขาตอนนี้มัวแต่คิดอยู่ว่าจะส่งบอลให้สึกิชิมะอย่างไรดี ถึงจะดึงประสิทธิภาพของเขาออกมาได้มากที่สุด ถ้าไปขอคำแนะนำจากโออิคาวะซังตอนนี้ก็คงโดนกวนประสาทอีกแน่

หรือว่า...ต้องคุยกับหมอนั่นจริง ๆ จัง ๆ สักที ก็อาจจะเป็นไปได้ เพราะเขากับฮินาตะถึงจะรู้ใจกัน แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ก็ฟาดคารมใส่กันพอสมควร เลือดตกยางออกมาก็ตั้งเยอะ

ว่าแล้วเขาก็ล้วงกางเกงแล้วหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อโทรหาสึกิชิมะ นี่เพื่อชมรมหรอกนะถึงต้องทำขนาดนี้


ตรู๊ดดด...

"ไปตายซะ" สึกิชิมะพูดสั้น ๆ แทนคำว่าโมชิโมชิ (ฮัลโหล) แล้วตัดสายไป

"ไอ้สี่ตานรกแตก!" คาเงยามะหอบหายใจด้วยความโกรธขณะกำมือถือแน่นแทบแตกคามือ

"เฮ้ย...คาเงยามะ" โค้ชกุไคเปิดระตูหน้าร้านออกมา "โวยวายอะไรตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว"

"โค้ชครับ...ผมขอปรึกษา!"

"หืม?"

"ผมอยากเซ็ตลูกที่ดีที่สุดให้สึกิชิมะครับ!"

"หน้าฉันเหมือนสึกิชิมะรึไง...ไม่ไปคุยกับมันเองล่ะ"

"ไปตายซะ!" คาเงยามะพูดเสียงดังฟังชัดเน้นทุกคำทำเอาโค้ชถึงกับสะดุ้ง "เคยพยายามคุยไปแล้ว เขาตอบมาว่า ไปตายซะ!"

"เฮ้อ...ให้ตายสิ" อุไคยกมือขึ้นมาตบหน้าผากตัวเองเบา ๆ "พวกปีหนึ่งนี่มีแต่ตัวปัญหาจริง ๆ"

"สึกิชิมะมีข้อดีคือตัวสูง แต่ศักยภาพด้านการกระโดดยังไม่ดีเท่าพวกนาย" อุไคเม้มปากมองบนครู่หนึ่งเพื่อหาคำตอบที่ดีที่สุดให้คาเงยามะ "เรื่องการบล็อคของหมอนั่น...ตอนนี้ไม่มีอะไรหยุดได้แล้ว แต่เขาไม่ได้ชื่นชอบการกระโดดตบเหมือนฮินาตะ ฉันว่านะ..."

"นายก็ต้องเล่นกับความสูงของเขาเหมือนที่เคยทำนั่นแหละ เพราะเขามองว่านี่คือข้อดีที่เขามีมากกว่าคนอื่น ๆ ในทีม แต่แค่ต้องกระตุ้นเขาให้อยากกระโดดหวดบอลหน่อยแล้วกัน"

คาเงยามะตาเป็นประกายทันทีหลังจากได้รับคำแนะนำ

"ขอบคุณครับ!" ว่าแล้วเขาก็วิ่งออกไปโดยไม่ได้บอกว่าจะไปไหน ปล่อยให้โค้ชเรียกชื่อเก้ออยู่เพียงคนเดียว

 

ดวงตาเรียวเล็กนัยนต์ตาสีทองจ้องเขม็งไปที่ดวงตาสีดำขลับหลังจากประตูบ้านเลื่อนออกอย่างช้า ๆ คาเงยามะกล้าดียังไงมาบุกบ้านเขาโดยไม่ได้รับอนุญาต

"หนวกหู คนจะนอน" สึกิชิมะว่าขึ้นเมื่อเห็นคาเงยามะกำลังอ้าปากจะพูดอะไรสักอย่าง

"ไปซ้อมกัน" คาเงยามะตีเข้าที่ประตูบ้านด้วยความโมโห ซึ่งมันตรงกันข้ามกับคำพูดอันแสนฮึกเหิม

"โดนตีหัวมาหรือไง?!" สึกิชิมะก๊อบคำพูดของคาเงยามะเมื่อวาน "ราชาชวนไปซ้อมซะด้วย...ตกใจจังเลย"

"อย่าพูดมาก...ไปซ้อมกัน" คาเงยามะยังทวนคำเดิม นอกจากเรื่องวอลเลย์แล้วก็ไม่มีอะไรต้องพูดกับหมอนี่

"ไม่เอาอ่ะ"

"โว้ย!" คาเงยามะเริ่มหมดความอดทน เขาเอื้อมมือไปกระชากคอเสื้อสึกิชิมะแล้วพยายามลากออกมาให้พ้นจากประตูบ้าน แต่สึกิชิมะเอื้อมมือไปเกาะเสาประตูเอาไว้ เขาจะไม่มีวันย่างกรายออกจากบ้านเด็ดขาด

"ปล่อยนะเว้ย!"

"ไปดีมาดีนะเคย์" อากิเทรุตีมือของสึกิชิมะอย่างแรงเพื่อให้หลุดออกจากเสาประตูบ้าน ร่างสูงของสึกิชิมะเซออกไปชนคาเงยามะเข้าอย่างจังจนร้องจุกออกมาพร้อมกันทั้งสอง

"เดี๋ยวครับ!" คาเงยามะร้องขึ้นขณะอากิเทรุกำลังปิดประตูบ้าน "รองเท้าครับ!"

อากิเทรุเหลือบมองมือข้างหนึ่งของเขาที่ถือรองเท้าของสึกิชิมะมาด้วย "อ้อ...ลืมไปเลย" ว่าแล้วเขาก็เขวี้ยงรองเท้าใส่สึกิชิมะแล้วปิดประตูบ้านพร้อมลงกลอนล็อคจากข้างใน กะว่าถ้าเจ้าน้องชายตัวแสบจะเข้ามาก็ต้องปีนบ้านเข้ามาเท่านั้น

สึกิชิมะย่อตัวลงไปสวมรองเท้าทีละข้างขณะเงยหน้าขึ้นมามองคาเงยามะที่กำลังยืนค้ำหัวพร้อมรอยยิ้มแห่งชัยชนะ ไม่รู้หรอกว่าตอนนี้เจ้าบ้าราชากำลังคิดอะไรอยู่ แต่ทำไมตอนนี้รู้สึกแพ้ก็ไม่รู้


ทั้งสองเดินขนาบข้างกันมาโดยไม่มีการสนทนาอะไรกันต่อ เพราะไม่มีอะไรจะคุยกัน แม้สิกิชิมะเองก็ไม่มีอะไรจะด่า เพราะยังไม่รู้ว่าจะด่าอะไรเจ้าราชานี่ดี แต่ก็ต้องยอมรับในความหน้าด้านที่อุตส่าห์มาบุกบ้านแล้วลากเขาออกมาซ้อมจนได้ ท่าทางหมอนี่จะบ้าวอลเลย์เข้าเส้นน่าดู

“แป๊บนึง” คาเงยามะว่าขึ้นแล้วเดินตรงไปที่ตู้ซื้อเครื่องดื่มอัตโนมัติเพื่อซื้อนม “เอาไรไหม” เขาหันมามองสึกิชิมะขณะจิ้มหลอดใส่กล่องนมแล้วดูดจู๊ด ๆ เหมือนตายอดตายอยากมาจากไหน คงจะเพราะหมดพลังไปกับการกระชากสึกิชิมะออกมาจากบ้านล่ะมั้ง คนบ้าอะไรตัวสูงใหญ่ชิบเป๋ง

“เลี้ยง?” สึกิชิมะเลิกคิ้วถามแล้วเดินตรงไปที่ตู้ จากนั้นก็ชี้ไปที่น้ำอัดลม “เอาอันนี้”

คาเงยามะหยอดเหรียญแล้วกดซื้อน้ำอัดลมที่สึกิชิมะอยากกิน จากนั้นก็เอื้อมมือลงไปหยิบจากช่องสินค้าให้เจ้าตัว สึกิชิมะรับมาอย่างว่าง่ายแล้วเปิดดื่มแก้กระหาย คงจะเหนื่อยจากการฟัดกันเมื่อกี้เหมือนกัน คาเงยามะแอบชำเลืองมองกระเดือกนั้นที่เลื่อนขึ้นเลื่อนลงตามจังหวะการกลืนอย่างหิวกระหาย แล้วทำไมเขาต้องมาจ้องกระเดือกของสึกิชิมะด้วยล่ะเนี่ย

“อา...” เสียงทุ้มครางออกมาเพราะเอาแต่ดื่มน้ำอดลมจนแทบลืมหายใจ “ดีจัง...ของฟรีเนี่ย”

“ฉันชอบนาย” คาเงยามะว่าขึ้น ทำเอาสึกิชิมะตกใจจนเขวี้ยงกระป๋องน้ำอัดลมใส่หัวคาเงยามะ

“พูดบ้าอะไร ขนลุก!

“อย่าเข้าใจผิดสิ!” คาเงยามะยกมือมาปาดน้ำอัดลมที่กระเซ็นมาโดนแก้มของเขา “ฉันหมายถึง ฉันชอบความสามารถและเกมเซ้นส์ของนาย!

“อ้อ” สึกิชิมะว่าออกมาอย่างโล่งใจแล้วก้มลงเก็บกระป๋องน้ำอัดลมที่กลิ้งอยู่ที่พื้นโยนใส่ถังขยะ

“แล้วไอ้กุ้งแห้งนั่นล่ะ" สึกิชิมะถามขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้ว่าไม่มีใครเลยนอกจากคาเงยามะ

"ไม่ชวน...เกะกะ" คาเงยามะเดินนำออกไปก่อนโดยมีสึกิชิมะเดินตามมาติด ๆ

"ยอมซ้อมด้วยตั้งแต่เมื่อวานก็จบละ" สึกิชิมะบ่นตามหลังขณะเดินลงเนินเตี้ย ๆ

"รูดซิบปากไปเลย"

"โทรชวนไอ้กุ้งแห้งสิ" สึกิชิมะยังไม่จบ

"หุบปาก..."

สิ้นเสียงสุดท้าย ร่างสูงของเด็กหนุ่มทั้งสองก็ค่อย ๆ หายลับไปตรงหัวมุมทางเดินซึ่งเป็นเส้นทางไปโรงเรียน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 57 ครั้ง

40 ความคิดเห็น

  1. #30 gemello (@ryokoakok) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 10:39

    กัดกันเก่งงงง

    #30
    0
  2. #26 I'm Pencil (@momayioveli) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 06:28
    งุ้ยย น่ารักมากเลยค่ะ ชอบตอนทะเลาะกันมาก คู่นี้มันต้องทะเลาะกันถึงจะเป็นคู่นี้จริงๆ 5555 เป็นกำลังใจให้นะคะ❤️
    #26
    1
    • #26-1 amopa (@amopa) (จากตอนที่ 1)
      11 เมษายน 2562 / 17:29
      ขอบคุณมากค่ะ เราชอบคู่นี้เวลาทะเลาะกันมาก อิอิ
      #26-1
  3. #1 Nutto21 (@Nutto21) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:16

    คือดีต่อใจจจชอบคู่นี้มากกก ภาษาสวยอ่านง่ายยยยย

    #เป็นกำลังใจให้แต่งต่อนะะะะคะะะะะ

    #รออ่านตอนต่อไปจ้าาา

    #1
    1
    • #1-1 amopa (@amopa) (จากตอนที่ 1)
      3 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:53
      ขอบคุณค่าาา เค้าก็ชอบคู่นี้เหมือนกัน
      #1-1